云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,029 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    224

    Overall
    81,029

ตอนที่ 18 : บทที่ ๖ อะไรที่รู้มากกว่าสองคนยังเรียกเป็นความลับได้อีกหรือ (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 290 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

          อวี๋เฟิงกำลังจ้องมองเค้าโครงหน้านั้นพลางใช้ความคิด ยามถูกกระตุ้นถามกะทันหันจึงไม่ได้ตอบในทันที ปล่อยให้อีกฝ่ายรออยู่ชั่วครู่ จนคล้ายหมดความอดทน ใบหน้าที่นางจ้องมองนั้นอยู่ๆจึงยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่แผ่วเบา


          คราวนี้อวี๋เฟิงค่อยนึกได้ ท่านแม่ทัพแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเมื่อกระซิบคำตอบกับอีกฝ่ายอย่างง่ายๆ


          “เสี่ยวซู่จื่อ”


          หน้ากากลายเมฆทมิฬนั่นอำพรางวงหน้าของบุรุษหนุ่ม สมควรรวมถึงเรียวคิ้ว แต่ไม่ทราบเป็นอย่างไร อวี๋เฟิงที่มองดูจึงรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเลิกคิ้วให้นางน้อยๆ ยามได้ยินคำนั้น


          แต่สุดท้ายเขาเลิกคิ้วหรือไม่ อวี๋เฟิงไม่ทราบ ที่จริงแท้แน่นอนกลับเป็นใบหน้าที่นางเคยมองพินิจนั่นพลันก้มลงมาใกล้ พร้อมเสียงกระซิบที่แฝงกลิ่นไออันตรายอีกหนึ่งอย่าง


          “ข้าเหมือนคนผู้นั้นหรือ”


          “อืม” อวี๋เฟิงกลับตอบโดยไม่เสียเวลาคิด ทั้งหลังจากตอบแล้วนางยังดึงผ้าห่มขึ้นมาคล้ายจะกั้นระหว่างตนเองและบุรุษเบื้องหน้า เอ่ยต่ออย่างง่ายๆ “แต่ข้าง่วงแล้ว ไว้ว่ากันใหม่คราวหน้าแล้วกัน”


          อวี๋เฟิงหมายความอย่างที่พูดจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าวันพรุ่งยังต้องรอราชโองการที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั่น ร่างกายของหลี่เฟิงเอ๋อร์ก็ใช่จะฟื้นฟูสมบูรณ์ดี จะอย่างไรตอนนี้ก็มิอาจคิดบัญชีได้ อย่างนั้นไว้คราวหน้าเสียทีเดียวดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา


          “เจ้ามั่นใจมากว่าจะมีคราวหน้า ?”


          “เจ้าไม่มั่นใจก็รอข้าตื่นก่อนแล้วกัน” นางตอบกลับเสียงเบาแล้วตัดสินใจหลับไปง่ายๆ


          ในห้องนอนของเรือนเล็ก แสงอันเย็นตานั้นยังกระจ่างอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะดับลง เหลือไว้เพียงความมืดอันเงียบงันกับเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเจ้าของเรือนเพียงผู้เดียว

 

 


          ยามนั้นอวี๋เฟิงเอ่ยคำอย่างง่ายแล้วๆพลิกตัวนอนต่อ  นางหลับสนิทรวดเดียวไปจนแว่วเสียงตีบอกเวลาจากไกลๆ จึงปรือตาขึ้น ค่อยพบว่าภายในห้องมีแสงสว่างเรืองรอง


          ท่านแม่ทัพเคยตื่นตั้งแต่ตะวันยังไม่แตะขอบฟ้า มาอยู่ในร่างหลี่เฟิงเอ๋อร์แม้ไม่อาจกระทำดังอดีตได้ แต่จะอย่างไรให้นอนจนยามนี้ก็รู้สึกไม่ดีอยู่บ้าง จึงพลิกกายตั้งท่าจะพยุงตัวเองขึ้นนั่งก่อนค่อยสั่นกระดิ่งเรียกสองสาวใช้


          ทีแรก นัยน์ตาอวี๋เฟิงยังพร่ามัวอยู่บ้าง จึงมองได้ไม่ถนัด แต่ครั้นต่อมาเห็นเงาร่างในชุดขันทีกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะ สองแขนวางด้านบนสองมือรองใต้คาง อวี๋เฟิงถึงกับต้องยกมือขึ้นขยี้ตาแรงๆ


          ใบหน้าอ่อนใสเหมือนเด็กชายมิทันรุ่นหนุ่มดีนัก กับดวงตากระจ่างที่มิเข้าพวกกับเครื่องหน้าอื่นๆและชุดขันทีน้อยนั่นอีก มิใช่เสี่ยวซู่จื่อแล้วจะยังเป็นผู้ใดได้ !


          “เจ้า....” อวี๋เฟิงเค้นหาคำอยู่ครึ่งค่อนวันค่อยเค้นเสียงแหบๆออกมาได้เพียงว่า “เจ้ายังไม่จากไปอีกหรือ”


          ผู้อยู่ในชุดขันทีน้อยได้ยินคำนั้นพลันกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะขยับมือขึ้น อวี๋เฟิงถึงเพิ่งเห็นว่าข้างๆตัวมันยังถึงกับมีปิ่นโตเถาหนึ่งอยู่ด้วย


          เสี่ยวซู่จื่อขยับจัดภาชนะคล่องแคล่ว ชั่วครู่ซาลาเปาขาวผ่องกว่าแก้มเด็ก มีควันร้อนพุ่งฉุย เพียงเอาตะเกียบจิ้มลงไปก็ยังส่งกลิ่นหอมของเครื่องภายในทำเอาคนที่แม้จะได้กินเนื้อมาหลายมื้อยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้


          เสี่ยวซู่จื่อส่งยิ้มสดใสมาให้ พลางส่งเสียง


          “คุณหนูสาม รับซาลาเปาสักหน่อยไหมขอรับ”


          ซาลาเปาส่งกลิ่นหอม ขันทีน้อยแย้มยิ้มชวนมองชวนเอ็นดู เป็นภาพที่ดูอย่างไรก็ไม่นับว่าเลวร้าย ได้ตื่นนอนมาเห็นภาพนี้เป็นภาพแรกไม่เห็นจะมีตรงไหนไม่ดี


          ไหนเลยอวี๋เฟิงจะคิดแบบนั้นได้ !


          ซาลาเปานั่นแม้จะหอมน่ากินสักเพียงใด แต่ของแสลงของมีพิษบางอย่างก็รสชาติดีล่อหลอกให้กินมากให้ตายไวทั้งนั้น อวี๋เฟิงถลึงตาใส่มันอย่างดุร้าย


          เสี่ยวซู่จื่อชิงพูดต่อ


          “นี่เป็นซาลาเปาไส้นกกระทาสับคลุกกับเครื่องเทศของแคว้นฉางหมิง ฟังว่าเป็นอาหารที่สำนักแพทย์ของฉางหมิงนิยมให้คนป่วยอาการหนักกินเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ไม่ทราบคุณหนูสามเคยได้ยินมาหรือไม่ขอรับ”


          อวี๋เฟิงไม่เพียงเคยได้ยิน ยังเคยได้ลิ้มรสอีกด้วย ! แม้แคว้นฉางหมิงและแคว้นอวิ๋นจะมีอาณาเขตติดกับท้องทะเลทั้งคู่ แต่แคว้นฉางหมิงมีฝนตกชุกกว่า อากาศก็ทั้งร้อนทั้งเหนอะนะน่ารำคาญยิ่งกว่า ถึงกระนั้นกลับมีพืชและเครื่องเทศบางอย่างที่ปลูกขึ้นแต่ที่นั่นเท่านั้น ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของแคว้นเล็กๆทางตอนใต้และเป็นความภูมิใจของชาวฉางหมิงมาก่อนที่อวี๋เฟิงจะเกิดเสียอีก


          ซาลาเปาไส้นกกระทาสับกับเครื่องเทศนั่น....ต่อให้เป็นฝีมือชาวบ้าน รสชาติจัดจ้านกว่าในเหลาชั้นสูง แต่ก็ยังอร่อยมากจริงๆนั่นแหละ !


          อวี๋เฟิงใช้เวลาชั่งใจหนึ่งกะพริบตา เวลาแค้นใจอีกสองกะพริบตา ก่อนจะตอบ


          “กิน !


          ขันทีน้อยยกยิ้มกว้าง รอยยิ้มของมันเมื่อลุกขึ้นมาช่วยประคองอวี๋เฟิงยังเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงสว่างในห้องที่ส่องมาจากศิลาวั่นสือที่วางอยู่บนโต๊ะเสียอีก


          “คุณหนูสามค่อยๆดื่มก่อนนะขอรับ” ประคองคนลงนั่งเสร็จ คนในชุดขันทีน้อยยังกุลีกุจอไปรินน้ำชาหอมกรุ่นส่งให้นางอย่างเรียบร้อย ค่อยกระเถิบไปนั่งห่างออกไปหน่อยบ้าง


          อวี๋เฟิงมองระยะห่างนั้นอย่างครุ่นคิด ไม่ทอดถอนใจเสียดายว่าขายาวไปไม่ถึงเพราะถีบไปตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรนอกจากเจ็บเท้าเอง ท่านแม่ทัพจึงหยิบซาลาเปามาใส่ปาก แต่ตามองไปด้านนอกที่ยังดูมืดสลัวอยู่แล้วอดถามทั้งที่เคี้ยวซาลาเปาเต็มปากไม่ได้


          “เวลาใดแล้ว”


          “เพิ่งเข้ายามอิ๋นเท่านั้นขอรับ” (ยามอิ๋น = 03.00 น. – 04.59 น.)  เสี่ยวซู่จื่อตอบ “พวกบ่าวต้องตื่นเวลานี้เป็นปรกติ แต่หากคุณหนุสามกินอิ่มแล้วจะกลับไปนอนต่อก็ได้นะขอรับ หรือไม่...”


          ท่าทางมันลังเลเล็กน้อย ทว่าที่สุดก็คล้ายคนที่ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด โพล่งขึ้นระหว่างที่อวี๋เฟิงหยิบซาลาเปาลูกที่สองขึ้นมาไว้ในมือว่า


          “หรือไม่คุณหนูจะสอบถามบ่าว....เรื่องเมื่อคืนก็ได้ขอรับ !


          อวี๋เฟิงอมยิ้ม รื่นรมย์ไปกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศต่างแคว้น และยังเผื่อแผ่ความรื่นรมย์ลงไปในน้ำเสียงยามตอบมันอ่อนโยนด้วยว่า


          “ไม่ล่ะ” เห็นคนฟังทำตาค้าง อวี๋เฟิงยิ่งรู้สึกว่าซาลาเปายิ่งกินยิ่งอร่อย ต้องกัดไปอีกสองคำถึงพูดต่อว่า “เมื่อคืนข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าหลับฝันหรือละเมอ ดังนั้นแล้วกันไปเถอะ”


          “คุณหนูช่างมีน้ำใจ” เสี่ยวซู่จื่อดูซาบซึ้งอย่างยิ่ง “เพียงแต่เรื่องนี้บ่าวไม่พูดไม่ได้ขอรับ มิฉะนั้นวันหน้าเกิด....เกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจแก้ไขได้กับคุณหนูอีก บ่าวคงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้”


          แน่นอนว่าความจริงอวี๋เฟิงก็มีความสนใจในเรื่องนี้อยู่บ้างเช่นกัน ด้วยความรู้ที่ถูกอาจารย์และอาจารย์อาทั้งหลายยัดใส่หัวในสมัยก่อน ทำให้ท่านแม่ทัพพอจะมีความคาดเดาบางประการได้ แต่การฟังจากปากเจ้าตัวย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


          แต่อย่างน้อยที่นางไม่ตอบรับคำไปในทันที ย่อมต้องเป็นเพราะอยากลองให้มันกระวนกระวายใจเล่นสักหน่อยเท่านั้น


          เสียดายเวลาไม่อาจช้าไปกว่านี้ได้ อย่างน้อยเจ้าเสี่ยวซู่จื่อก็กล่าวไม่ผิด บ่าวไพร่ส่วนมากมักตื่นแต่ยามอิ๋น ต่อให้เสี่ยวซงเสี่ยวจู๋ที่รับใช้หลี่เฟิงเอ๋อร์ได้รับการยกเว้นไม่ต้องตื่นเช้าเพียงนั้น แต่วันนี้มีกิจธุระมากมาย ใครจะรู้ว่าพวกนางจะโผล่เข้ามาเมื่อไร


          ดังนั้นอวี๋เฟิงจึงไม่ปฎิเสธอีก ปล่อยให้ขันทีน้อยเริ่มเล่า


          “บ่าวเป็นเด็กกำพร้าที่กงกงในวังหลวงท่านหนึ่งรับไว้เป็นบุตรบุญธรรม เดิมทีท่านผู้เฒ่าไม่ได้อยากให้บ่าวเข้าวังมาเป็นขันที เพราะวันหน้าตัวเองจะได้มีลูกหลานไว้กราบไหว้สืบทอดตระกูลต่อไป


          เพียงแต่....ท่านผู้เฒ่านึกไม่ถึง บ่าวเองก็ไม่เคยรู้ ว่าบ่าวเป็นตัวอัปมงคลอย่างแท้จริง... บ่าวถึงกับเป็นคนสองวิญญาณ !


          พูดมาถึงตรงนี้ มันเงยหน้ามองอวี๋เฟิง เห็นนางหยิบซาลาเปาลูกที่สามมากัด สีหน้ายังบ่งบอกว่าซาลาเปาอร่อยอยิ่ง ทำเอาขันทีน้อยชะงักไปเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อเห็นนางเลิกคิ้วให้ มันก็กัดฟันกล่าวต่อ


          “ไม่ทราบว่าคุณหนูจะเคยได้ยินคำนี้หรือไม่...”


          “ข้ารู้” อวี๋เฟิงยอมเงยหน้าจากของกินมาตอบให้มัน เพราะอยากประหยัดเวลาเล่าเรื่องไปด้วย แต่กลายเป็นเห็นสีหน้าท่าทางไม่เชื่อถือของมัน เลยจำต้องพูดต่อ “นี่เป็นคำเรียกของพวกที่ร่างหนึ่งมีสองคนอยู่ภายใน บางคนก็บอกว่าตอนในครรภ์น่าจะเป็นแฝด แต่คนหนึ่งกัดกินอีกคนจนตาย วิญญาณไม่ยอมแยกจากเลยกลายเป็นหนึ่งร่างสองวิญญาณ บางคนก็บอกว่าถูกภูตผีปีศาจสิง บางคนก็บอกว่า....”


          “นั่นแหละขอรับ” เห็นชัดว่าเสี่ยวซู่จื่อถูกคำอธิบายของอวี๋เฟิงทำเอาเจ็บปวดไม่น้อย น้ำเสียงของมันจึงเริ่มสั่นเครือ “บ่าวเป็นคนสองวิญญาณ กลางวันเป็นคนหนึ่ง ครั้นพอดึกดื่นจนเกือบย่ำรุ่งกลับเป็นอีกคน คนผู้นั้น....”


          อวี๋เฟิงให้เวลามัน มิได้เร่งเร้าอันใด มือยังควานไปในเถาปิ่นโต เห็นว่ามีน้ำแกงอยู่หม้อเล็กยังโคลงศีรษะด้วยความพึงใจแล้วตักใส่ถ้วย


          เสี่ยวซู่จื่อมองมือขาวบอบบางที่ดูแข็งแรงขึ้น ในใจยังรู้สึกว่าเรื่องที่มันเล่ายังสำคัญน้อยกว่าน้ำแกง นี่ออกจะไม่ยุติธรรมจริงๆ แต่มันก็ยังต้องเล่าต่อ


          “คนผู้นั้นเป็นคนละคนกับบ่าวโดยสิ้นเชิง แม้แต่โฉมหน้าน้ำเสียง หรือมือข้างที่ถนัดยังเปลี่ยนไปจนหมด ยามเขาออกมา บ่าวมิอาจกระทำอันใดได้ แม้แต่ความจำบ่าวก็ไม่มี หากมีบางคราว .....บางคราวบ่าวลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางกองเลือดน่าสะอิดสะเอียนหนึ่งกอง  เลือดพวกนั้นยังย้อมทั้งผมทั้งมือของบ่าว แม้แต่ในซอกเล็บก็เหมือนจะเศษเนื้อติดอยู่ หูของบ่าวไม่ได้ยินเสียงอะไร แต่ไม่ทราบทำไมยังเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างอย่างมา เสียงนั้นเหมือนเสียงกรีดร้องเสียจนบ่าวไม่ได้ยินเสียงอื่น บ่าวย่ำเท้าออกไป...ยังถึงกับเหยียบเศษกระดูกของมนุษย์....”


          ขันทีน้อยบรรยายเหตุการณ์นั้นอย่างเหม่อลอย เรื่องราวพวกนั้นควรกระตุกขวัญผู้คน บวกกับอากาศอันแปลกประหลาดในช่วงต้นฤดูหนาว แม้จะเป็นในห้องที่ปิดเงียบเชียบเช่นนี้ก็พาให้ผู้คนเหมือนจะรู้สึกว่าที่มือมีเลือดปรากฏขึ้นมาจริงๆ


          ทว่าเลือดที่มือแล้วอย่างไร รัชศกเฉิงเต๋อปีที่ ๑๖ เป็นต้นมา มีวันไหนที่มือของอวี๋เฟิงไม่เปื้อนเลือด มีเดือนไหนที่ร่างกายไม่หลั่งเลือดบ้าง ดังนั้น คำพูดที่ชวนให้ผู้คนเกิดมโนภาพตามเช่นนี้ของเสี่ยวซู่จื่อกลับทำให้อวี๋เฟิงทอดถอนใจอย่างเป็นสุขเหมือนดังได้เยือนเคหาสน์ที่คุ้นเคยแห่งหนึ่ง


          อวี๋เฟิงกำลังฟังเพลินๆ เสียงของขันทีน้อยพลันหยุดไปกะทันหันจึงเงยหน้าจากถ้วยน้ำแกง เห็นเสี่ยวซู่จื่อมองตรงมาที่นาง สีหน้าซีดเซียวเล็กน้อยคล้ายเพียงการเล่าเรื่องนี้ก็กินเรี่ยวแรงมันไปไม่น้อย


          อวี๋เฟิงถูกจ้องเช่นนั้น ยังรู้สึกว่าสมควรกล่าวอะไรบ้าง แต่คิดไปคิดมายังคิดไม่ออก จึงถามมันกลับแทน


          “ดังนั้นแล้ว ?”


          “ดังนั้น...” เสี่ยวซู่จื่อทวนคำเสียงแผ่ว ร่างเล็กสั่นเทิ้ม “ดังนั้นบ่าวหวังให้คุณหนูปลอดภัย ! เมื่อบ่าวรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่บ่าวตกใจแทบแย่ คิดว่าคุณหนุ....คุณหนู.....” เสี่ยวซู่จื่อคล้ายไม่กล้าเอ่ยต่อ


          อวี๋เฟิงมองท่าทางนั้นของมัน แต่ที่ปากกลับรู้สึกเหนอะนะ เห็นจะเป็นเพราะเมื่อครู่ซดน้ำแกงได้ไม่เรียบร้อย....


          เสี่ยวซู่จื่อประคองผ้าเช็ดหน้าส่งให้นางอย่างนอบน้อม


          “เป็นเช่นนี้เอง” อวี๋เฟิงรับผ้าซับปากมาแตะๆ แล้วโยนทิ้งอย่างลวกๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่สุดเท่าที่หลี่เฟิงเอ๋อร์จะทำได้ “เจ้าคิดว่าข้าโง่เง่ามากเช่นนั้นสิ ?”


          หลอกนางได้หนหนึ่งจึงหาเรื่องหลอกต่อไปงั้นหรือ เจ้าเด็กเวรผู้นี้...


          “มิใช่ขอรับ” เสี่ยวซู่จื่อทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ สองตาของมันแดงเรื่ออย่างคนที่ทำอันใดไม่ถูกจริงๆ “บ่าวไหนเลยจะคิดเช่นนั้นได้ หากคุณหนูไม่เชื่อบ่าว จะให้บ่าวทำอย่างไรก็ได้ !


          อวี๋เฟิงส่งเสียงอ้อในลำคออย่างเยียบเย็นทีหนึ่ง ค่อยถามต่อ “เช่นนั้นเจ้าคิดอย่างไร”


          เสี่ยวซู่จื่อที่ถูกถามราวกับไม่ได้รับความเชื่อถือสักเบิกตากว้างมองนาง ก่อนใช้ชายแขนเสื้อปาดเช็ดใบหน้า ราวกับเป็นเด็กน้อยถูกรังแกที่ไร้ทางต่อสู้


          อวี๋เฟิงมองมันอย่างอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน


          และถึงแม้จะพอเดาได้และเคยได้ยินมา แต่ยามเห็นจริงๆ นางก็อดเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึงแกมชื่นชมไม่ได้ เมื่อเห็นใบหน้าที่ปรากฏอีกครั้ง


          คล้ายจักจั่นสลัดคราบ บุปผาสะบัดใบอ่อนที่ปกปักษ์รักษาไว้อย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นใบหน้าที่ความจริงเมื่อพินิจจะเห็นว่าเพียงถูกปรับเปลี่ยนจากเมื่อครู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ความเล็กน้อยอันเป็นความบรรจงนี้เป็นเช่นช่างสลักหยกผู้หนึ่งได้ลงมือกระทำ เพียงกวาดตามองวาดมือไม่กี่คราก็ดึงประกายหยกออกมาได้ ฝีมือของมันย่อมแตกต่างจากฝีมือช่างไม่ประสีประสาที่ต้องลงแรงไปมากมายกว่าจะเจียรหยกได้งดงาม


          รูปโฉมของบุรุษที่สวมใส่ชุดเดียวกับเสี่ยวซู่จื่อ แต่ทว่าแฝงด้วยกลิ่นไออันแปลกประหลาดกว่าก็ได้ปรากฎเบื้องหน้าอวี๋เฟิงด้วยลักษณะเช่นนี้เอง !


          ช่างเป็นฝีมืออันล้ำเลิศอย่างแท้จริง ในใจของท่านแม่ทัพอดแซ่ซ้องไม่ได้ คิดว่าสมควรเอ่ยชมมันสักครึ่งคำ กลับเป็นมันชิงเอ่ยก่อน


          “ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าโง่” แม้แต่น้ำเสียงก็กลับไปทุ้มต่ำอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับแฝงความอ่อนโยนละม้ายเสี่ยวซู่จื่อเมื่อครู่อยู่บ้าง ....  “แต่คิดว่าเจ้าน่าสนุก เหมาะจะหลอกดี”


          อวี๋เฟิงได้ยินคำนั้นแล้วเกือบจะสำลัก คาดว่าหากเป็นก่อนหน้านี้สักสิบวันที่หลี่เฟิงเอ๋อร์อ่อนแออย่างยิ่ง นางคงกระอักเลือดด้วยความโกรธใส่เจ้าเด็กเวรนี่ไปแล้ว


          แต่เนื่องจากตอนนี้ทำไม่ได้ ท่านแม่ทัพจึงทบทวนว่าสมควรพ่นของที่กินเข้าไปใส่มันให้หายแค้นดีหรือไม่ หากยังไม่ทันได้กระทำลงไปจริง ด้านนอกกลับมีเสียงอุทานอย่างตื่นตระหนกของสตรีที่คุ้นหูดังขึ้นว่า

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          มาต่อแล้วค่า ขออภัยนักอ่านทุกท่านที่ให้รอด้วยนะคะ

 

          ตอนนี้ได้ให้ข้อมูลของแถบอื่นๆนอกจากแคว้นอวิ๋นเพิ่ม ท่านนักอ่านไม่ต้องคิดมากนะคะ อย่างไรเรื่องพวกนี้โผล่มาวันละนิดวันหน่อยอยู่แล้ว(?) เดี๋ยวค่อยทำความรู้จักไปพร้อมๆกันก็ได้ค่ะ แต่หากท่านไหนงงๆหรือรู้สึกว่าจำไม่ไหวแล้ว บอกคนเขียนได้นะคะ ><

 

          ส่วนเนื้อหาตอนนี้ ผู้เขียนได้เฉลยความลับยิ่งใหญ่ไปเรื่องหนึ่งจึงอยากจะชวนคุยสักนิดค่ะ

 

          ความลับที่ว่านั้น

 

          คือเรื่องท่านแม่ทัพเป็นคนตะกละค่ะ

 

          ......อาจจะไม่ลับมานานแล้วก็ได้สินะคะ งั้นข้ามไปเรื่องอื่นกันเถอะค่ะ(?) ....

 

          แต่ความจริงก็อยากบอกจริงๆค่ะ ตอนเขียนทีแรกผู้เขียนก็ไม่คิดว่าท่านแม่ทัพจะตะกละขนาดนี้เหมือนกัน .....เขียนไปก็รู้สึกว่าที่ท่านไม่โดนฝ่ายศัตรูวางยาพิษตายสมัยก่อนนี่เห็นจะเป็นความดีความชอบของท่านรองแม่ทัพและคนอื่นๆสินะคะ !

 

          ที่จริงผู้เขียนอยากเล่าเรื่องสมัยก่อนพอสมควรค่ะ เพราะหลายเหตุการณ์โยงใยมาปัจจุบัน แต่จนใจที่ผู้เขียนได้แต่เขียนแบบค่อยๆบอกทีละเรื่อง ไม่อาจเล่ารวดเดียวได้ ขออภัยทุกท่านที่อาจทำให้รู้สึกว่าเรื่องช้าไปสักนิดด้วยนะคะ คิดเห็นอย่างไรบอกเล่าสู่กันได้ค่ะ

 

          ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ ทุกกำลังใจ และทุกการติดตามเสมอนะคะทุกท่าน

 

          ปล.เท้าของผู้เขียนวันนี้อาการดีขึ้นมาแล้วค่ะ !  หลังจากหาอะไรมาพาดขาเอาไว้ ขอบคุณทุกความห่วงใยและคำแนะนำค่ะ.... (แต่ก็เมื่อยมากเช่นกันค่ะ TvT)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 290 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #555 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 14:13
    เดี๊ยนคิดว่านางไม่ใช่ขันที ไม่โดนปาดปิกาจู้ด้วย เอาง่าย ๆ ลงเรือค่ะ55
    #555
    2
    • #555-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      15 ตุลาคม 2561 / 03:07
      ขออนุญาตตอบตรงนี้รวดเดียวนะคะ ><

      ก่อนอื่นเลย ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ที่เยียวยาจิตใจผู้เขียนมาหลายตอนเลยนะคะ >< ดีใจที่ท่านผู้อ่านอ่านแล้วสนุกค่า

      ตอนหลังๆท่านแม่ทัพได้กินทั้งไก่ทั้งซาลาเปาและชาแล้ว แต่ก็ไม่พออยู่ดีค่ะ ;w; แถมยังมีปัญหากับเจ้าขันที(?)นี้อีกด้วย แต่ไม่เป็นไรค่ะ ! เรือทุกลำมีชูชีพ(?)บริการท่านผู้อ่านเสมอ (ไม่ใช่อะไรนะคะ ท่านแม่ทัพจะเลือกไก่มากกว่าค่ะ...) หรือย้ายเรือได้ทุกเมื่อค่า

      ขอบคุณมากจริงๆนะคะที่ติดตามอ่านกัน ><
      #555-1
  2. #437 konthaiuk (@konthaiuk) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 10:14

    ยิ่งอ่าน ยิ่งสับสน เกินไป

    #437
    1
    • #437-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      26 กันยายน 2561 / 01:47
      ขออภัยด้วยนะคะ ผู้เขียนจะพยายามปรับปรุงค่ะ
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ OTL
      #437-1
  3. #383 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 21:08
    เอ ขันทีมันต้องโดนตอนไม่ใช่เหรอ?
    #383
    1
    • #383-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      17 กันยายน 2561 / 02:22
      ขออนุญาตตอบรวดที่คอมเม้นต์นี้นะค้า ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะเป็นอย่างยิ่งด้วยค่ะ OTL ผู้เขียนจะเก็บไว้ปรับปรุงต่อไปนะคะ

      ส่วนเรื่องเจ้าขันทีน้อยนี่....เดี๋ยวจะค่อยๆเฉลยค่า ข้าหน่อยขออภัยด้วยนะคะ TvT
      #383-1
  4. #114 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 00:32
    โอ้ยยยเจ้าขันทีน้อยออร่าพระเอกมากไม่ผิดหวังที่ลงเรือแต่ปมมาอีกปมแล้วอกจะแตกตายแล้วเจ้าค่ะ
    #114
    1
    • #114-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:48
      ขออนุญาตตอบคอมเม้นต์รวมไว้ตรงนี้นะคะ ....แต่ใจเย็นๆก่อนค่ะ ค่อยๆขึ้นค่อยๆเดิน
      นี่อาจจะเป็นแพเล็กๆก็ได้นะคะ หรืออ่านตอนล่าสุดแล้วอาจจะอยากพังแพมากกว่าก็ได้ค่ะ TvT

      ตอนนี้พยายามค่อยๆคลายปมเข้าไป เหมือนจะเพิ่มแต่ก็พยายามเฉลยไปด้วย ผู้เขียนจะพยายามนะคะ

      ขอบคุณสำหรับความห่วงใยและการติดตามเสมอด้วยนะคะ ขณะนี้ผู้เขียนได้แก้แค้นเก้าอี้โดยการนั่งมันไว้แล้วค่ะ !
      #114-1
  5. #112 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 21:23
    แหม เกือบเชื่อนะ ฮ่ะๆ

    ว่าแต่ไปหา-ังคะ
    #112
    2
    • #112-1 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 18)
      11 สิงหาคม 2561 / 21:25
      ตอนแรกพิมพ์ว่า ไปหาหมอ(รึ)ยังคะ โดยไม่มีคำในวงเล็บ พอข้อความขึ้นดันหายไปบางคำ ที่แท้โดนเซนเซอร์ โถ
      #112-1
    • #112-2 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:46
      ทุกคนไม่เชื่อเสี่ยวซู่จื่อกันแล้ว ขันทีน้อยเสียใจนะคะ TvT
      ส่วนผู้เขียนตอนนี้อาการดีขึ้นพอควร และแผลสวยงามไม่มีหนองอะไรให้กังวล
      เลยไม่อยากไปรบกวนคุณหมอค่า ขอบคุณมากๆนะคะ !
      #112-2
  6. #111 DayGood (@DayGood) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 13:03
    ขอบคุณมากกกกกคะ
    แต่ใครเป็นพระเอกอ่ะ
    #111
    1
    • #111-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:45
      ถ้าถามท่านแม่ทัพ ยังไงก็จะกอดซาลาเปากับบะหมี่ไว้เป็นพระเอกค่ะ
      แต่ถ้าถามว่าใครจะได้(รอด)ครองคู่กับท่านแม่ทัพ(ที่ต้องรอดเช่นกัน) นี่หนทางยาวไกลกันค่ะล
      เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในเรื่องนี้ TvT

      แต่ผู้สมัครทั้งหลายก็ปรากฎตัวกันมาครบแล้วค่ะ ! ขอบคุณมากๆนะคะที่ติดตาม
      #111-1
  7. #110 Promporn30 (@Promporn30) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 11:31

    ค้างงงงง

    #110
    1
    • #110-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:44
      รีบนำตอนใหม่มาแล้วค่า หวังว่าคงพอช่วยได้
      ขอบคุณที่ติดตามมากนะคะ
      #110-1
  8. #109 sutto_disuke (@minnygym) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 11:09
    ความสองหน้านี้ ป๊าดดดด ทำเอาเกือบหลงเชื่อ แต่ยังหลอกแม่ทัพไม่ได้นาจ้ะ
    #109
    1
    • #109-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:43
      ;w; เสี่ยวซู่จื่อทำหน้าน่าสงสารได้อยู่นะคะ กลับมาสงสารขันทีน้อยเถอะค่ะ !
      ขอบคุณสำหรับการติดตามเสมอนะคะ
      #109-1
  9. #108 Around_Me (@Around_Me) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 09:25

    ชอบเรื่องนี้ค่ะ จะรอติดตามไปเรื่อยๆ นะคะ หวังว่าจะไม่ทิ้งเราไว้กลางทาง สู้ๆ ค่ะ

    #108
    1
  10. #107 Ammyuhi (@Ammyuhi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 08:13
    ชอบมาอัพดึกน่ะเราน่ะไม่เหนื่อยเหรอออ
    #107
    1
    • #107-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:41
      อ่านคอมเม้นต์แล้วมีแรงฮึดเสมอค่ะ ! ขอบคุณมากนะคะที่คอยติดตามและห่วงใยกัน ><
      #107-1
  11. #106 pt2607 (@pt2607) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 07:03
    ช้ามากจริงๆละคะ ยังไปไม่ถึงไหนเลย มีแต่ปมเพิ่มไปเรื่อยๆ เหมือนจะสนุกแต่ขาดไรไป เลยไม่fav เจอก้ออ่าน ไม่เจอก้อไม่ติดอะ ต้องขอโทษด้วยที่เม้นท์ตรงๆ
    #106
    1
    • #106-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:40
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์มากค่า หากผ่านมาเจออีกแวะเข้ามาอ่านได้นะคะ ยินดีต้อนรับเสมอค่า
      #106-1
  12. วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 06:32
    ขอบคุณครับ
    #105
    1
  13. #104 พอยธนา (@pramotdplo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 03:08
    โมเม้นนี้ 555
    #104
    1
    • #104-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:40
      โมเม้นต์นี้ท่านแม่ทัพเกือบสำลักเลยนะคะ ทำให้คนที่หวงแหนอาหารอย่างท่านแม่ทัพเกือบสำลักได้นี่ช่าง....ไร้คำบรรยายค่ะ

      ขอบคุณมากนะคะที่ติดตาม
      #104-1
  14. #103 Intira Wongsukvivattana (@inddy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 02:29
    รออออออ. ใช่พระเอกริเปล่าคนนี้ .... เดาๆกันไป
    #103
    1
    • #103-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 18)
      12 สิงหาคม 2561 / 01:39
      ไม่ทราบอ่านตอนใหม่แล้วผู้อ่านจะให้เป็นพระเอกหรือตัวร้าย
      แต่ก็ขอบคุณมากนะคะที่ติดตาม ><
      #103-1