[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 22 : ตัวอย่างตอนพิเศษ :: JackJae & Bnior

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.ย. 59

O W E N TM.




แจ็คสันกับเชลยที่หายไป(JackJae)



ฮึก คุณแจ็คสัน

ฮืออ

คุณแจ็คสันใจร้าย

...

ผมชื่อหวังแจ็คสัน เรียกสั้นๆ ว่าไอ้หวัง เป็นทายาทมาเฟีย มีเจ้ากรรมนายเวรชื่ออีมินยอง และมีเพื่อนสนิทอีกสองคนคือแบมแบมและยูคยอม แน่นอนว่าตอนนี้อายุสิบเก้าแล้ว และในบรรดาพวกเราสามคนผมอายุเยอะและน่านับถือที่สุด

เฮ้อ

อย่างที่รู้กัน ผมเป็นลูกชายคนเดียว แน่นอนว่าต้องแบกรับความหวังทุกอย่างของครอบครัว และเพื่อให้โตมาเป็นผู้นำที่ดี ผมจึงถูกพ่อส่งตัวไปทำภารกิจตั้งแต่เด็ก ทั้งฝึกทหารที่ชายแดน ปลอมตัวไปอยู่กับพวกอิทธิพลมืด หรือแม้แต่เป็นสายลับที่ต่างแดน ซึ่งผลที่ได้รับก็เป็นเรื่องน่าภูมิใจ และเพื่อตอบแทนกับภารกิจอันแสนยากลำบากแม่จึงยกรางวัลชิ้นงามมาให้นั่นก็คือ

ฮึก

แจ็คสัน นี่คือเด็กรับใช้คนใหม่ของลูกนะ เขาเป็นเชลยที่ถูกญาติเอามาขัดดอก ยังไงก็ช่วยรับไว้หน่อยก็แล้วกัน

ฮืออ

ใช่ ยองแจน่ะมันง่อย เห็นหน้ากันทีไรก็เอาแต่ร้องไห้ แต่ให้ตาย ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนไหนที่ผมเริ่มเสพติดน้ำตาของหมอนั่น และมันก็คือเหตุผลที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่

นี่ ยองแจอย่าดิ้นสิ

อืออ

ยองแจอา ทำไมหนูน่ารักแบบนี้นะ

“อึก ผม

เสียงครางของสองคนตรงหน้ายังดังอยู่อย่างนั้น พร้อมที่ยัยผู้หญิงจอมโหดยังเอาแต่ลูบคลำบนเนื้อตัวเนียนๆ ของยองแจ ส่วนผมก็ได้แต่

เอ้า นี่จะยืนนิ่งอยู่ทำไม ไปเอาน้ำมาเสิร์ฟให้ฉันสิ

“ครับ”

คำตอบนั้นเป็นของผมเองแหละ แน่ล่ะ ก็ไอ้ผู้ชายในชุดเมทที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก นอกจากไอ้ทายาทมาเฟียที่เคยถูกส่งไปทำภารกิจที่ต่างแดนนั่นแหละ!

“นี่ หูหนวกรึไง ฉันบอกว่าฉันหิวน้ำ”

“คร้าบๆ”

ผมรีบเดินไปทางห้องครัวทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ก่อนเจ๊แกจะมีน้ำโหแล้วลุกขึ้นมาซ้อมผมจริงๆ อีกอย่างเกิดมามินยองลุกขึ้นเอาเรื่องที่พวกเราเคยนอนด้วยกันไปฟ้องพ่อกับแม่ ไอ้หวังไม่ตายห่าเลยเหรอครับ เมื่อนึกได้อย่างนั้น ผมก็รีบเดินกลับมาอีกครั้งพร้อมถามน้ำในมือ

จริงๆ เลย ถ้าไม่ใช่เพราะยองแจผมไม่ทำแบบนี้หรอก ถึงจะไม่รู้เหตุผลว่าทำไมต้องทุ่มทุนยอมแต่งเมทตามที่เจ๊แกต้องการขนาดนี้ก็เถอะ แต่ก็ยังทำ อะ เอาเป็นว่าหน้าที่อารักขาของขวัญที่แม่มอบให้มันเป็นของผมก็แล้วกัน

“น้ำได้แล้วครับ”

“ขอบใจ”

เจ้ว่าแค่นั้นแล้วหยิบแก้วน้ำไปดื่มก่อนหันกลับไปให้ความสนใจกับเด็กผู้ชายที่นั่งร้องไห้อยู่ในตุ๊กตาแอนนาเบลที่เจ๊แกเป็นคนแต่งให้เมื่อกี้นี้ ทำเหมือนผมไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด

จะเรียกว่าโชคดีก็ได้อยู่หรอก แต่เห็นภาพตรงหน้าแล้วมันบาดตาจริงๆทั้งต้นขา แล้วไหนจะท้องแขนเนียนๆ คงถูกเจ๊แกคลำหมดแล้วสินะ อ่า เชลยตัวน้อยที่เอาแต่ร้องไห้เดินตามผมต้อยๆ ไม่คิดเลยว่าวันนี้ผมต้องเสียไปให้ยัยผู้หญิงแรงเหลือที่เชื่อว่ามินยอง

แต่เอาเถอะ ถ้าคิดในทางที่ดีผมควรทนอีกหน่อยเพราะถ้าหมดวันนี้เมื่อไหร่เจ๊แกก็จะคืนยองแจให้แล้วหลังจากนั้นพวกเราจะได้รีบเผ่น หนีไปเดทด้วยกันสองคน!

“วันนี้ยองแจของพี่มินน่ารักจังเลย ไม่ดิ้น ไม่ร้อง มีน้ำตาคลอพอน่ารัก อืม งั้นเอาแบบนี้ดีไหมคะ”

“ครับ”

ยองแจถามกลับ หัวคิ้วย่นลงนิดๆ เหมือนกลัวคำพูดของเจ๊เหลือเกินซึ่งก็ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ แน่ล่ะ พูดออกมาแต่ละทีดีๆ ที่ไหน ไม่ใกล้ตายก็ช้ำเลือดช้ำหนอง ฉะนั้นไอ้หวังขอภาวนาว่าอย่าให้เจ๊แกคิดเล่นอะไรแผลงๆ แกล้งไอ้หวังให้ต้องคลานกลับบ้านด้วยเถอะ!

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิยองแจ พี่มินแค่จะให้รางวัลหนูนะ”

“ร รางวัลอะไรเหรอครับ”

“ก็แจ็คสันไง”

“ห๊ะ!

เห้ยๆ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ไอ้หวังเป็นทายาทมาเฟียนะเว้ย อยู่ๆ จะมาผูกโบว์แล้วยกเป็นของขวัญให้คนอื่นได้ยังไง

แต่แทบจะทันทีที่ร้องออกไปแบบนั้น เจ๊แกก็ค้อนขวับ หันกลับมาตามด้วยสายตาไม่พอใจ

“ทำไม หรือนายมีปัญหา”

“เปล่าครับ”

จะบ้าเหรอ โหดแบบนี้ใครมันจะไปกล้ามีปัญหา เห็นแบบนี้หวังก็รักชีวิตตัวเองอยู่นะครับ

และเมื่อเห็นว่าผมไม่ขัดอะไรเจ๊มินก็หันกลับไปพูดกับยองแจต่อพร้อมที่ซบหัวเข้ากับโบว์สีชมพูที่ผูกติดที่ต้นคอของอีกฝ่าย

“ยองแจเป็นคนโปรดของพี่มิน ฉะนั้นวันนี้พี่จะอนุญาตให้ยองแจออกคำสั่งกับแจ็คสันได้หนึ่งอย่างนะคะ”

ยองแจหันขวับทำหน้าเหลอหลาเหมือนไม่อยากเชื่อ

“เอ๋ ผมเหรอครับ”

หึ บอกได้เลย งานนี่ไอ้หวังรอดครับ ก็ยองแจน่ะกาก เอะอะเอาแต่ร้องไห้ แหยๆ แบบนี้ไม่กล้าทำอะไรผมหรอก

ผมยืนแสยะยิ้มอยู่อีกทางพร้อมส่งสายตาขวางๆ ขู่คนข้างกายมินยองว่าหากกล้าทำแบบนั้นจริง กลับไปนายได้กลายเป็นศพแน่ แต่ก็นั่นแหละ ทั้งห้องมีแค่ผมกับยองแจที่ไหน มินยองส่งสายตาร้ายๆ มาทางผมทันทีที่เห็นอย่างนั้นแล้วรีบหันกลับไปว่าอีกครั้ง

“ยองแจไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครกล้าทำอะไรหนูหรอก เพราะถ้าใครกล้าทำอะไรหนู พี่ก็จะขุดเรื่องคืนนั้นประกาศให้โลกรู้ไปเลย

“เจ๊!

“อะไร!

จริงตามคาด เจ๊เอาเรื่องคืนนั้นมาขู่ผมจริงๆ ด้วย ผมได้แต่ยืนนิ่วหน้าไม่กล้าพูดอะไรเพรากลัวว่าเจ๊แกจะบ้าจี้ทำตามที่พูดไว้จริงๆ

“นี่ยองแจ หนูลองคิดดูดีๆ สิ เป็นเชลยของแจ็คสันมาก็นาน ถูกอีกฝ่ายโขกสัยมาตั้งเท่าไหร่ หนูไม่โกรธเลยเหรอคะ”

“อีกอย่างหนูสามารถใช้โอกาสนี้สั่งให้แจ็คสันยกหนี้สัญญาทาสได้นะ แล้วหลังจากนั้นหนูก็จะเป็นอิสระ”

“ยองแจไม่อยากกลับไปอยู่กับพ่อแม่จริงๆ เหรอ”

“คิดดูดีๆ น๊า” ว่าอีกก็เป่าหูอีก

มินยองหันกลับมาแสยะยิ้มให้ผมทันทีที่พูดจบ ประหนึ่งมั่นใจนักหนาว่ายองแจต้องทำตามที่เจ๊แกว่าแน่ แต่อย่างยองแจเนี่ยนะ คนแหยๆ อย่างยองแจนะเหรอ!

“ผมทำแบบนั้นได้จริงๆ เหรอครับ”

“ได้สิจ๊ะ”

“แต่ถ้าทำแบบนั้นคุณแจ็คสันจะไม่ว่าอะไรผมจริงๆ เหรอครับ”

(ติดตามต่อในเล่ม)

 

 

 

ข้าวใหม่แมวมัน(BNear)



“แจบอม คุณจะทำอะไร”

“แจบอมปล่แยผม อะ”

“อยู่นิ่งๆ ไปเถอะ!

“อิมแจบอม! อือ”

 

 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

“เมี้ยวๆๆ”

“ไอ้เมี้ยว มากินข้าวได้แล้ว เมี้ยวๆ”

เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมที่ชายหนุ่มวางชามข้าวในมือลงบนพื้นแล้วยกมือป้องปากร้องเรียกลูกแมวสีดำอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามันยังไม่ยอมเดินออกมา ก่อนเจ้าเหมียวที่ว่าจะเยื่องย่างออกจากพุ่มไม้

“มาได้สักทีนะแก”

“เมี้ยว”

ลูกแมวร้องรับเรียกรอยยิ้มจากปาร์คจินยองชายที่รักแมวเป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าเจ้านี่มันเป็นลูกแมวตัวเดียวกับที่เขาเคยเก็บมาเลี้ยงเมื่อหลายเดือนก่อน ส่วนพี่น้องของมันเมื่ออาทิตย์ก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่ก็มีคนมาขอรับเลี้ยงไปหมดจะเหลือก็แต่มันนี่แหละที่ไม่ยอมไปไหน

“เมี้ยว”

“ร้องแบบนี้หิวล่ะสิ มากินข้าวเร็ว”

สิ้นเสียงไอ้เหมียวดำเดินเข้ามากินข้าวคลุกปลาทูที่เตรียมไว้ให้เหมือนทุกวันที่ผ่านมาแม้ว่าที่อยู่จะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม

ในบริเวณสวนหลังบ้านที่ดูยังไงก็กว้างกว่าบ้านที่เขาเคยอยู่ แล้วไหนจะบ้านสองชั้นหลังใหญ่ที่แม้ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์แล้วก็ยังไม่ชินกับมันเท่าไหร่

“เฮ้อ”

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อนึกได้อย่างนั้น ความจริงเขาอยากย้ายกลับไปอยู่กับนายเหนือมากกว่าแต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นจึงทำให้ตนไปไหนไม่ได้ ซ้ำเจ้าของบ้านยังใจร้ายดูไม่ใยดีเขาเท่าไหร่

อ่า แบบนี้เขาต้องขาดใจตายก่อนจะได้กลับไปทำงานกับนายเหนือแน่ๆ

“เมี้ยว”

“อะ”

แต่ในตอนที่กำลังทอดถอนใจให้กับชะตากรรมอันโหดร้ายของตนอยู่นั้นเสียงร้องแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากอีกทาง แน่นอน มันเป็นเสียงร้องของแมว แต่ไม่ใช่เสียงของไอ้เหมียวที่กำลังกินข้าวอยู่ตรงหน้าแน่

และเมื่อนึกได้อย่างนั้นชายหนุ่มถึงได้ลุกขึ้นเดินตามหาตัวเจ้าแมวที่ว่าก่อนพบเข้ากับลังกระดาษใบหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้หน้าบ้านและยังไม่ทันได้ทำอะไรมากกว่านั้น ไอ้ตัวที่อยู่ในลังก็โผล่หัวออกมาทีละตัว

“เมี้ยวว”

 

วันนี้เป็นวันหยุด

“อืม”

แน่นอนว่ามันต้องเป็นวันหยุดที่แสนสงบสุขของเขา

อิมแจบอมที่กำลังดื่มด่ำกับกาแฟถ้วยเล็กและปาท่องโก๋ที่แวะซื้อมาจากตลาดนั่งหลับตาพริ่มรับสายลมเย็นๆ ยามเช้าที่ไม่ว่ายังไงๆ มันก็ทำให้เขาสุขใจได้เสมอ

“เมี้ยว”

แต่แล้วยามเช้าอันแสนสงบสุขก็ถูกรบกวนด้วยเสียงร้องของสัตว์หน้าขนตัวเล็กที่ไม่ว่ายังไงมันก็ยังดูน่ารำคาญ

เฮ้อ ลืมไปได้ยังไงว่าในตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แจบอมลืมตาขึ้นแล้วก้มหน้ามองยังลูกแมวที่ถูไถตัวเข้ากับขา ก่อนหัวคิ้วขมวดแน่นเมื่อพบว่ามันไม่ใช่ลูกแมวตัวเดิมที่เคยเห็น พร้อมที่เสียงพึมพำดังออกเข้ามาจากอีกทาง

“หนึ่ง สอง สาม สี่ อะ หายไปตัวหนึ่ง”

อย่าบอกนะว่า

แจบอมลุกขึ้นเดินไปเรียกตัวคนที่นั่งหันหลังนับบางอย่างในอยู่บนพื้นจนเมื่อเดินไปถึงก็พบเข้ากับลังบางอย่างที่วางอยู่ตรงหน้าและยังไม่ทันได้ถามอะไรออกมาลูกแมวก็โผล่หน้าออกมาทีละตัว

“ทำอะไร”

“อะ”

แต่เหมือนคนบนพื้นไม่รู้ตัวเลยสักนิด เพราะแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียง จินยองก็สะดุ้งตื่นหันขวับกลับมา

“เอ่อ คุณแจบอม”

“ฉันถามว่าทำอะไร”

“พอดีมีคนเอาพวกมันมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านน่ะครับ เลยเก็บพวกมันเข้ามา”

“คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

จินยองเงยหน้าถาม ฟังจากน้ำเสียงคงกล้าๆ กลัวๆ แต่กับเรื่องแมว

หมอนี่น่ะมันซื่อบื้อ ถ้าไม่รู้จักกับแบมแบมมาก่อนเขาคงไม่เชื่อว่าจินยองเป็นมาเฟียจริงๆ อีกทั้งยังชอบเก็บลูกแมวมาเลี้ยง จนคนแถวนี้รู้กันทั่วว่าหมอนี่มันใจดีแค่ไหน สุดท้ายเลยชอบเอาลูกแมวมาทิ้ง จนบ้านเขาจะกลายเป็นสถานบริบาลสัตว์กำพร้าอยู่รอมร่อ

แต่ไม่ว่าจะนึกบ่นในใจยังไงสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้

“เอาเถอะๆ” ขอแค่อย่าทำอะไรให้เขาเดือนร้อนก็พอ

ว่าแล้วหมอหนุ่มก็เดินออกไปอีกทาง ไม่อยากเอาความกับอีกฝ่ายนัก เพราะยังไงหน้าที่ของตนในตอนนี้ก็คือดูแลจินยองให้ดีที่สุด

แกทำอะไรไว้ต้องชดใช้

เพราะหากดูแลไม่ดีแล้วพ่อรู้เรื่องนี้เข้า เขาคงได้นอนตายได้ฝ่าเท้าของพ่อแน่ๆ

 

“ไอ้เหมียว มานี่เร็ว”

“เหมียว”

“อะ อย่าฟัดเล็บกับโซฟาสิ มันแพงนะ”

“เมี้ยว”

“อา ผ้าม่านก็ไม่ได้นะ นี่ ตัวนั้นน่ะ อย่าอึสิ โอะ ไม่ทันแล้ว”

“เมี้ยว”

แต่เหมือนทุกย่างจะไม่ง่ายอย่างใจคิด แน่ล่ะ ก็ถ้าง่ายเขาจะมานั่งปวดหัวกับเสียงร้องของแมวพวกนี้เหรอ แจบอมที่นั่งดูทีวีอยู่อีกทางหันกลับไปมองยังจินยองที่จนถึงตอนนี้ยังเอาแต่ยุ่งอยู่กับลูกแมวพวกนั้น ขณะที่ไอ้แมวดำเจ้าถิ่นยังเอาแต่นอนขี้เกียจอยู่ที่เดิม

หมดกันวันหยุดอันแสนสงบของเขา ทั้งที่นานๆ จะได้หยุดแบบนี้แท้ๆ

แจบอมถอนหายใจออกมาอีกรอบ แล้วลุกเดินเข้าไปในห้องครัวเพราะคิดว่าบางทีการหาอะไรกินอาจช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องครัว

แผละ

หมอหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ทันทีท่เท้าเหยียบเข้ากับบางอย่างบนพื้น ไม่ต้องก้มหน้าดูก็พอรู้ แน่ล่ะ ก็สัมผัสกับกลิ่นมันบ่งบอกชัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

เอาเถอะๆ เขาจะใจเย็นๆ จะไม่โวยวาย จะไม่ดุหรือว่าอะไร

“ฮูวว”

ว่าจบก็เขย่งเท้าเดินไปอีกทาง หยิบทิชชี่มาเช็ดขี้แมวแล้วเดินไปล้างเท้าในห้องน้ำ ก็อย่างที่บอก เขาจะไม่หงุดหงิดในวันหยุดอันแสนวิเศษและแน่นอน ภรรยาผู้แสนวิเศษนั่นด้วยก็เหมือนกันจนเมื่อจัดการอุ่นอาหารเสร็จแจบอมถึงได้เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมชามอาหารในมืออีกครั้ง

แต่เพิ่งเดินมาถึงโต๊ะอาหารเท่านั้น เสียงเรียกของจินยองก็ดังขึ้นจากอีกทาง

“อะ แจบอม”

“หืม”

ว่าทั้งเงยหน้าพร้อมที่มือยังค้างอยู่กลางอากาศ

“คุณหิวข้าวเหรอครับ ขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมกำลังยุ่งอยู่กับแมว

“เอาเถอะ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก”

แน่ล่ะ เขาไม่คิดจะแย่งความสนใจของขินยองขากลูกแมวพวกนั้นหรอก ว่าแล้วเจ้าตัวก็ตั้งท่ากินข้าวต่อ แต่เพิ่งได้ก้มหน้าลงอีกครั้งบางอย่างแฉะๆ ก็สัมผัสเข้าที่หลังเท้า

“มีอะไรเหรอครับ”

ว่าจบจินยองก็ก้มหน้าลงมองก่อนพบกับลูกแมวตัวน้อยที่ยืนฉี่รดบนหลังเท้า และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของหลังเท้านั้นอีกทีจินยองก็รู้สึกว่าทั้งห้องเงียบฉี่ แน่นอนว่าเจ้าของสายตานั้นก็ด้วย

“เอ่อ ขอโทษนะครับ”

ว่าจบก็รีบอุ้มลูกแมวตัวนั้นวิ่งไปอีกทาง เพราะขืนยืนอยู่ตรงนี้นานอีกนิด มีหวังลูกแมวใจกล้าได้อายุสั้นกว่าเพื่อนแน่

“เฮ้อ แกนี่นะ หาเรื่องตายแท้ๆ”

แต่ในตอนที่เจ้าตัวยังเอาแต่พึมพำกับลูกแมวในอ้อมแขนอยู่นั้น อีกหนึ่งลูกแมวผู้กล้าหาญก็ปีนขึ้นไปบนโต๊ะที่ตอนนี้ว่างเปล่า แล้วจัดการรับหน้าที่ต่อจากเจ้าของบ้านที่เดินไปล้างคราบฉี่ในห้องน้ำและเมื่อเดินออกมาอีกที

“ปาร์คจินยอง!!!

“อะ ครับๆๆ”

เจ้าของชื่อรีบวิ่งออกมาจากห้องทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกแม้รู้สึกถึงไออำมหิตในน้ำเสียงนิดๆ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังทำใจกล้าวิ่งออกมา แล้วพบกับแจบอมที่ยืนหิ้วลูกแมวอยู่ในมือ

แน่นอน เขารู้ว่าเพราะอะไรถึงได้เป็นอย่างนั้น แน่ล่ะ ก็บนปากของมันยังเลอะคราบอาหารอยู่นี่

“เอ่อ ผมขอโทษนะครับ อะ”

แต่ยังไม่ทันได้พูดจบดี ลูกแมวตัวนั้นก็ถูกเหวี่ยงมาให้ ก่อนจินยองยื่นมือรับมันไว้ด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้

“อย่าให้มันมาวุ่นวายกับฉันอีก”

แจบอมพูด ทั้งใบหน้าและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ก็พอรู้อยู่หรอกว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่เพราะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายในมุมนี้มาก่อน จึงทำให้จินยองทำอะไรไม่ถูกนัก

แต่ถึงจะโกรธยังไงก็เถอะ

“ทำไมคุณต้องโยนมันด้วย ถ้ามันตกพื้นแล้วเป็นอะไรขึ้นมาคุณจะทำยังไง”

“แล้วยังไง” เขามีเพื่อนเป็นสัตวแพทย์แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนรักสัตว์นี่

“ทั้งเรื่องฉี่ เรื่องข้าว นายจะรับผิดชอบยังไง แล้วไอ้ลูกแมวพวกนี้นายจะไปเก็บมันมาอะไรนักหนา นี่บ้านฉันนะ”

“ผมรับผิดชอบแน่ แต่ทำไมคุณต้องโยนมันด้วย อีกอย่างกับแค่แมวไม่กี่ตัว คุณจะงกอะไรนักหนา”

“หน้าตาก็ดีแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ใจร้ายนักนะ”

ว่าจบจินยองก็หมุนตัวเดินปึงปังออกไปอีกทาง ทิ้งไว้เพียงอิมแจบอมที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

แต่ช่างสิ เขาเป็นคนมีความอดทนจำกัดเหมือนกัน ถ้าจะวิ่งไปฟ้องพ่อเขาก็เชิญเลย!

ว่าแล้วชายหนุ่มก็สาวเท้าเดินตามจินยองออกไปจนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินหายเข้าไปในห้องนอนถึงได้รีบเดินตามเข้าไปคว้าแขนไว้ทั้งถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ยังติดไม่พอใจ

“จะทำอะไร”

“ผมจะจัดที่ให้มันนอน”

“แต่ที่นี่มันห้องนอนนะ”

“แต่ผมก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่ให้พวกมันเข้ามานอนด้วย”

“จินยอง!

นี่ตั้งใจจะกวนประสาทเขารึไง แต่ไม่หรอก ดูจากหน้าซื่อๆ นั่นคงไม่ได้ตั้งใจแต่คิดจะทำจริงๆ!

และเมื่อนึกได้อย่างนั้น แจบอมก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปคว้าคอเสื้อจินยองไว้แล้วจัดการลากตัวอีกฝ่ายออกมาจากห้องนอน

“แจบอม คุณจะทำอะไร อะ ลูกแมว”

ถึงจะร้องออกมาอย่างนั้นแต่อีกฝ่ายก็ไม่คิดลดความเร็วเอาแต่ลากตัวจินยองออกไปนอกห้องเช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ได้แต่หันหน้ากลับไปมองลูกแมวบนพื้นด้วยความสงสาร จนเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้เป็นอะไรมากถึงได้หันกลับไปมองคนขี้หงุดหงิดต่อ

“ผมเจ็บนะ”

นั่นคือประโยคแรกที่พูดหลังจากถูกจับโยนเข้ามาในห้องนั่งเล่น และเมื่อเงยหน้าขึ้นถึงได้พบเข้ากับใบหน้าทะมึนทึงของอีกฝ่าย

“นี่แจบอม ถ้าคุณโกรธผมขอโทษ”

“แล้วทำไมถึงทำอะไรไม่คิด”

“คิด?”

“นายจะเอาลูกแมวเข้าไปนอนด้วยได้ยังไง”

“แต่ผมแค่จะพามันไป...”

“อย่ามาเถียง”

“ผมไม่ได้เถียงสักหน่อย”

เขาแค่จะอธิบายเท่านั้น อีกอย่างนะ ลูกแมวตัวนั้นน่ะมันบาดเจ็บ ที่จะพาเขาไปนอนด้วยก็แค่อยากดูแลมันตลอดเวลาแค่นั้น

จริงๆ เลยนะ ทำไมอยู่ๆ ถึงกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดไปได้ ไม่คิดจะฟังอะไรบ้างเลยรึไง

แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรอีกฝ่ายก็สาวเท้าเข้ามาใกล้

“นายต้องย้ายพวกมันออกไปจากบ้านฉัน”

“ทำไมผมต้องย้ายมันด้วย” ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด อีกอย่างช่วยสงสารมันด้วยเถอะ

“เพราะถ้าไม่ย้าย ฉันจะจัดการกับนายเหมือนที่ทำเมื่อคืน!

(ติดตามต่อในเล่ม)

 

 




..........................
ตอนนี้เป็นคู่ของแจ็คแจและบีเนียร์นะคะ
คงไม่มีอะไรมากค่ะ ที่เราแต่งตอนพิเศษของสองคู่นี้ขึ้นมา
เพราะรู้สึกว่าไหนๆ ก็ยัดเรื่องของสองคู่นี้ไปแล้วไม่แต่งอะไรให้เลยคงแปลกๆ
ประมาณว่ามาๆหายๆ แล้วไม่มีบทมันคงแปลกๆ
ส่วนตอนพิเษหลักๆ ก็จะอยู่ที่มาร์คแบมนะคะ
อย่างที่บอกคือมาร์คแบมจะเป็นเหมือนSF ชีวิตหลังแต่งงานที่ไม่มีศึกชิงตำแหน่ง
แต่จะเปนเรื่องเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่าอี้เอินแต่งงานเข้ามาเพราะต้องการเกาะแบมแบมกัน
อะไรทำนองนี้ค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่กดเข้ามาอ่านมากนะคะ
สำหรับคนที่จองฟิคเราตอบเมลไปหมดแล้วนะคะ
ขอบคุณมากค่าา

ติดแท็ก #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #885 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 20:56
    สองบ้านเค้าจะทำยังไงกันต่อน๊า
    #885
    0
  2. #875 E0909145803 (@E0909145803) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 23:45
    อดอ่านต่อเลยไม่ได้ซื้อก็อ่านในเล่มไม่ได้ด้วยอดเลยเสียด้ายจัง
    #875
    0
  3. #795 praneekukku (@praneekukku) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 18:26
    รอนะคะ
    #795
    0
  4. #791 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 00:44
    555 รออ่านค่ะ
    #791
    0
  5. #787 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 20:43
    งื้อออ คิดถึงพี่กันต์น้องเอินแล้ว
    #787
    0