Mint Cigarette [BaekDo]

ตอนที่ 7 : - CHAPTER 6 - (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 เม.ย. 60













                                                                 Her best days were some of my worst
                                                         She finally met a man that's gonna put her first
                                                         While I'm wide awake she's no trouble sleeping
                                                  'Cause when a heart breaks no it don't break even... even... 

.

.

.


          คยองซูกลับมาถึงห้องตอนสามทุ่มกว่า คนตัวเล็กวางของใช้ที่เพิ่งซื้อมาบนโต๊ะในห้องรับแขก ก่อนจะทิ้งสะโพกกับโซฟานุ่มสีน้ำตาลตุ่น มือเล็กหยิบสมารท์โฟนขึ้นมา ก่อนจะกดเข้าแอพสีเขียวที่คนนิยมใช้กัน นิ้วเรียวจิ้มที่แชทสนทนาล่าสุด พิมพ์ข้อความบอกคนที่น่าจะยังยุ่งอยู่ที่บริษัทตัวเอง

          Penguin D.O: ถึงห้องแล้วน้า ถ้าเฮียเสร็จงานแล้วก็รีบพักผ่อนนะ อย่าคิดถึงหนูจนทำงานไม่ได้ล่ะ

          ข้อความที่เพิ่งส่งไปถูกอ่านแทบจะในทันที คยองซูยิ้มบางๆ นึกว่าแบคฮยอนยังไม่เสร็จงานซะอีก 

          BBH: ทำไมถึงห้องช้าจัง กูเสร็จงานตั้งแต่สองทุ่ม กล้าเถลไถลหรอฮะ 

          Penguin D.O: ก็หนูซื้อของเพลินไปหน่อยอ่ะ ._. 

          BBH: ไม่รู้ล่ะ ทีหลังก็รีบๆกลับหน่อย ยิ่งดึกยิ่งอันตรายไม่รู้รึไง แท็กซี่สมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน

          Penguin D.O: รู้เเล้วน่า บ่นป็นตาแก่เลยนะเฮีย แต่หนูไม่ได้กลับแท็กซี่ซะหน่อย 

          BBH: อ้าว มึงเดินกลับหรอ แบบนั้นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

          Penguin D.O: เปล่าาาา พี่ลู่มาส่งอ่ะ พี่ลู่ใจดีมากเลยนะเฮีย เลี้ยงชาบูก่อนกลับด้วย พุงหนูนี่ยื่นเลย 55555555

          BBH: อืม กูนอนละ ฝันดี

          คยองซูมองข้อความสุดท้ายที่แบคฮยอนส่งมา แบคฮยอนคงจะเหนื่อยมากถึงได้รีบไปพักผ่อน ถึงอย่างนั้นในใจลึกๆแล้ว คยองซูอยากจะคุยกับแบคฮยอนให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย เอาไว้วันอื่นเขาจะพยายามชวนเฮียคุยให้มากกว่านี้ละกัน มือบางวางโทรศัพท์ก่อนจะอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่นขึ้น แล้วมานั่งอ่านหนังสือทบทวนเรื่องที่เรียน






          แบคฮยอนกำลังรู้สึกไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดอะไรนักหนา คนตัวสูงยีผมตัวเองก่อนจะลุกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียง กลิ่นมินท์กำลังทำให้เขารู้สึกดีขึ้น...นิดหน่อย ช่วงหลังๆเขาสูบบุหรี่น้อยลงมาก ยิ่งช่วงที่อยู่กับคยองซู แบคฮยอนแทบจะไม่ได้รับสารนิโคตินเข้าร่างกายเลยด้วยซ้ำ แขนแกร่งท้าวลงกับระเบียงก่อนจะมองดวงดาวที่ทอประกายสุกสว่างอยู่บนฟ้า
          อีกไม่นานเขาจะต้องทำงาน และหน้าที่ที่เขาได้รับก็สำคัญมากๆ แบคฮยอนกำลังคิดว่า บางทีการที่เขากำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหาร กับคยองซูที่กำลังจะเป็นนักศึกษาปีสอง มันต้องเกิดช่องว่างระหว่างพวกเขาแน่นอน แบคฮยอนคงจะหาเวลามาเจอคยองซู ได้ยากขึ้น เขาต้องทำงานอย่างหนัก แบกรับความรับผิดชอบคนอีกเป็นพัน และเขากับคยองซูก็คงจะ...ค่อยๆห่างกันไป


          แบคฮยอนเพิ่งได้คุยกับแม่ของตนอย่างจริงจังเมื่อเย็นที่ผ่านมา หลังจากเขาประชุมแผนงานที่ผู้เป็นพ่อต้องการให้เขาลองจัดการด้วยตนเองดู ท่านคงอยากพิสูจน์ให้คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าเขาจะสามารถรับช่วงต่อได้อย่างแน่นอน และแบคฮยอนไม่เคยทำให้ผิดหวัง

          เมื่อแบคฮยอนบอกแม่ของตนว่าเขามีคนที่อยากดูเเลแล้ว เขาปฏิเสธการหมั้นกับคิมมุนอาอย่างจริงจัง ทีแรกที่แม่เขามอง อย่างไม่เชื่อ แต่แบคฮยอนยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดเกินเลยกับมุนอาเลยแม้แต่นิด เธอเป็นเหมือนน้องสาวของเขาเท่านั้น แม่ของเขาถึงได้ถามว่าคนคนนั้นของแบคฮยอนคือใคร ชายหนุ่มบอกแม่ของตนอย่างไม่ปิดบังว่าคนที่เขาชอบพอนั้นเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะอักษร และกำลังจะขึ้นสู่ปีสอง แม่ของแบคฮยอนเพียงยิ้มบางๆ ท่านไม่มีอะไรโต้แย้ง หากลูกเลือกที่จะรักใคร เธอก็จะรักด้วย มืออุ่นของผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนลูบใบหน้าคมของลูกชายเพียงคนเดียวด้วยความรัก คุณนายบยอนเพียงอยากให้แบคฮยอนได้คิดและเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น


          'แบคฟังม๊านะ ม๊าไม่ขัดแบคหรอกถ้าแบคจะรักใคร แต่การที่แบคกับน้องมีช่วงของหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่างกัน ม๊าอยากให้เราคิดถึงใจน้องให้มาก ในขณะที่น้องใช้เวลาไปกับการเรียน แต่เราใช้เวลาไปกับการทำงาน และเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดด้วย ถ้าแบคมั่นใจว่าสามารถแบ่งเวลาให้น้องได้...ก็รีบพาว่าที่สะใภ้ตระกูลเรามาหาม๊าล่ะ'


          เหมือนเสียงของแม่ยังคงดังก้องอยู่ในหู แค่เหตุการณ์ในวันนี้ก็แสดงให้เห็นได้ชัดแล้ว ว่าตอนที่เขาต้องผละมาทำธุระที่บริษัททั้งๆที่เรากำลังใช้เวลาร่วมกันอยู่ คยองซูน่ะดูจ๋อยลงไปนิดหน่อย ถึงอย่างนั้นกวิ้นก็มีเหตุมีผลและยอมให้เขาทำงานอย่างเต็มใจ 
แต่การที่ลู่หานหน้าเหี่ยวอะไรนั่นมาส่งคนตัวเล็กก็ทำให้แบคฮยอนรู้สึกกลัวขึ้นมา
          แววตาที่ลู่หานมองคยองซูมันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน คนตัวสูงกาหมายหัวเจ้าเด็กหน้าเหี่ยวอย่างไม่ลังเล เจ้านี่จะเป็น ศัตรูเบอร์หนึ่งของแบคฮยอน และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม 

          เขาจะไม่มีวันยอมให้คยองซูเป็นของใคร ที่ไม่ใช่พยอนแบคฮยอนคนนี้อย่างแน่นอน




          เวลาที่ผ่านไปไวอย่างกับโกหก ตอนนี้มหาวิทยาลัยก็ได้เปิดภาคเรียนใหม่เรียบร้อยแล้ว นักศึกษาที่มีเรียนเช้าหลายๆคนก็มาจับกลุ่มกันอยู่ใต้อาคารที่โต๊ะกลมเรียงรายอยู่มากมาย คยองซูที่ตื่นเช้าเป็นปกติก็กำลังนั่งแกะห่อแซนด์วิชที่เพิ่งซื้อจากร้านมินิมาร์ทใต้คอนโด ปากอิ่มกำลังจะกัดแซนด์วิชฉ่ำซอส ถ้าไม่มีเสียงแหลมแปดหลอดของเพื่อนตัวดีดังขึ้นซะก่อน


          "เฮ้! คยองซูวววววววว" เสียงมาก่อนตัวซะอีก ตามด้วยการโถมน้ำหนักที่ไม่ได้น้อยแม้แต่นิดเดียวของผู้ชายสองคน คนที่หนึ่งค่อนข้างกลม อย่างน้อยก็อ้วนกว่าเขาล่ะน่า เพื่อนที่มีแก้มอิ่มน่าฟัด คิม มินซอก ส่วนอีกคนคือ คิม จงแด เพื่อนที่ชอบเสียงดัง และหน้าตาคล้ายไดโนเสาร์ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่เขาสนิทด้วยเพราะเรียนคณะเดียวกัน พวกนี้นิสัยดีมาก ถ้าไม่ติดว่าชอบกวนตีนล่ะก็นะ


          "เป็นไงบ้างปิดเทอมที่ผ่านมา เวลาแค่แป๊ปเดียว เพื่อนกูกลายร่างเป็นพญาอึ่งอ่างได้ไงวะ ฮ่าๆๆ" บางครั้งจงแดควรเรียนรู้ที่จะจับความรู้สึกของคนรอบข้างบ้าง มินซอกสะกิดเพื่อนหน้าเหลี่ยมให้หยุดหัวเราะโง่ๆได้แล้วถ้ายังไม่อยากตาย
          "แล้วกูไปอ้วนบนหัวมึงรึไง จงแด" คยองซูว่าอย่างเคืองๆ มือข้างที่ถือแซนด์วิชวางลงอย่างเซ็งอารมณ์ เสียงหัวเราะแหลมๆของเพื่อนรักที่นั่งข้างๆไม่หยุด ทำให้คนตัวเล็กรำคาญขั้นสุด คยองซูต้องทำอะไรสักอย่าง

          ป้าบ!

          "โอ๊ย! นี่มือคนหรอวะ เจ็บชิบหาย" จงแดลูบหลังตนเองป้อยๆ คยองซูฟาดมาซะเต็มแรงเลย ฝากไว้ก่อนเถอะ ฮึ่ย!
          "พวกมึงเลิกทะเลาะเป็นเด็กๆกันได้ยัง ปีสองแล้วนะ!" มินซอกที่ได้แต่มองเพื่อนตีกัน ทำตัวไม่สมกับอายุเลย ให้ตายสิ เขาย้ายตัวเองไปนั่งข้างๆคยองซูที่เลิกสนใจจงแดแล้วหันมาสนใจแซนด์วิชชิ้นเดิม
          "ก็มันอ้วนขึ้นจริงๆนี่...เออ ว่าแต่พี่แบคเป็นไงบ้าง" จงแดถามเพื่อนรักอย่างระริกระรี้ ในกลุ่มพวกเขาน่ะรู้หมดแหละว่าคยองซูชอบแบคฮยอน นี่ก็เชียร์มันให้ได้กับขาโหดของวิศวะตั้งแต่ปีหนึ่ง อยากรู้ความคืบหน้าบ้างอะไรบ้าง 

          "ก็เรื่อยๆ ตอนเย็นบอกว่าจะมารับ..." คยองซูพูดเรียบๆ หน้าตาไม่แสดงอารมณ์อะไร ปากอิ่มงับแซนด์วิช เคี้ยวหงึบหงับ ไม่สนใจตาโตๆของเพื่อนรักทั้งสองคน
          "โอ๊ยยยย กูอิจฉาพวกคนมีความรัก" จงแดยังคงส่งเสียงไม่หยุด มินซอกที่สังเกตอาการเพื่อนตัวกลมเงียบๆ ได้แต่สะกิดให้ไดโนเสาร์ข้างๆหยุดพ่นไฟสักที มือขาวยื่นไปกุมมือเล็กของเพื่อน ในกลุ่มนี้น่ะ เขามีสติมากที่สุดแล้ว...
          "ไงคยองซู มึงมีเรื่องไม่สบายใจอะไร ก็บอกพวกกูได้ อย่าทำหน้าแบบนี้ดิวะ" จงแดเงียบไปแล้ว เขาเพิ่งสังเกตอาการเพื่อนตัวเล็ก ปกติคยองซูจะร่าเริงกว่านี้ เพื่อนเขาไม่เหมาะกับการทำหน้าเป็นเพนกวิ้นป่วยจริงๆ
          "ใช่ มึงมีปัญหากับไอ้เฮียแบคใช่ไหม เดี๋ยวกูจัดการให้" จงแดว่าอย่างกร่าง เลิกแขนเสื้อขึ้นถึงไหล่อย่างพร้อมหาเรื่อง มือมินซอกจึงโบกเข้าที่หัวเพื่อนเพื่อเรียกสติ 


          "ตื่นก่อนเพื่อน เฮียแบคไม่ใช่ขี้ไก่เหมือนมึงนะครับ เขาต่อยตีเป็น อย่างมึงนี่โดนหมัดเดียว จอด!" มินซอกมองแรงใส่คนหน้าเหลี่ยมที่กำลังซบไหล่คยองซูอย่างออดอ้อน ดูหงิมขึ้นมาในทันทีทันใด
          "คยองซู มึงดูเพื่อนมึงสิ ว่ากูตลอด" คยองซูหลุดขำเบาๆ มองเพื่อนรักทั้งสองคนที่อยู่ด้วยทีไรก็สบายใจขึ้นทุกครั้ง
ปากอิ่มขยับเล่าเรื่องของตนให้เพื่อนฟังช้าๆ
          "จริงๆก็ไม่มีอะไรหรอก... เฮียแบคก็ปกติทุกอย่าง แต่กูนี่แหละที่ไม่ปกติ..." เพื่อนทั้งสองต่างบีบมือเล็กของร่างบางอย่างให้กำลังใจ คยองซูจึงเล่าต่อ
          "กูมันแย่เองอ่ะที่ได้คืบเเล้วจะเอาศอก...กูเข้าใจนะว่าเฮียเป็นถึงประธาน เฮียน่ะงานรัดตัว แต่กูแค่..." คยองซูเอ่ยอย่างอึดอัด นี่มันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้เลยสักนิด หรือเพราะเขาเอาแต่คาดหวังการดูแล การใส่ใจจากเฮียแบค คาดหวังให้มันเหมือนตอนที่เราเจอกันบ่อยๆ แต่มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง 

          "มึงท้อใช่ไหม แต่มึงเลือกแล้วนะคยอง เพราะฉะนั้นมึงก็ต้องอดทน กูว่าเฮียของมึงก็คงพยายามเต็มที่ที่เพื่อใช้เวลากับมึงน่ะแหละ ไม่งั้นเย็นนี้เขาคงไม่มารับมึงหรอก" มินซอกบอกเพื่อนตัวเล็กอย่างมีเหตุผล จงแดพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
          "เป็นกูนะ เสร็จงานปุ๊บจะรีบกลับห้อง แล้วตีฮอนเลย ไม่มารับพญาอึ่งอ่างไปนู่นไปนี่หรอก โอ๊ย!" จงแดควรหลาบจำรสมือของคยองซูสักที แต่เพราะเขามีจงแดที่ชอบกวนตีนกับมินซอกที่คอยให้กำลังใจนี่แหละ สองคนนี้ถึงเป็นเพื่อนที่คยองซูรักมากๆ
          "ยังไงก็ขอบใจพวกมึงมากนะ กูจะอดทน ไม่อ่อนแอด้วย" รอยยิ้มสวยที่ดูสดใสขึ้นของเพื่อนตัวเล็กทำให้มินซอกและจงแดสบายใจ ทั้งสามคนกอดกันกลม มิตรภาพของพวกเขาเหนียวแน่นขึ้นเสมอ และทั้งสามคนก็ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ไปให้นานที่สุด
          "ต้องอย่างนี้ดิ เพื่อนผมครับเพื่อนผม" จงแดตบอกตัวเองดังปักๆ มินซอกกับคยองซูหัวเราะให้กับตัวฮาของกลุ่ม ก่อนทั้งสามจะชวนกันขึ้นคลาสเรียนแรกของเทอม




          ตอนพักกลางวัน คยองซู มินซอก และจงแดที่เพิ่งเลิกคลาสวิชาวรรณกรรมของอาจารย์อี้ฝานสุดโหดเจ้าเก่า ต่างก้าวฉับๆอย่างรวดเร็วออกจากคลาสเรียน แค่วันแรกอาจารย์ก็จัดรายงานชุดใหญ่รับขวัญนักศึกษาซะแล้ว ท้องกลมๆของคยองซูและมินซอกต่างประท้วงว่าควรหาอะไรทานซักที จงแดจึงต้องรีบพาเกลอทั้งสองไปโรงอาหารให้ไวที่สุด ไม่งั้นเขาอาจจะไม่ปลอดภัย 
คนเราเวลาโมโหหิวน่ะ น่ากลัวมากๆนะ...
          คยองซูหยิบโทรศัพท์มาดูข้อความที่เขาเปิดค้างไว้อีกครั้ง ตากลมโตเรียบนิ่ง แต่ใครจะรู้ว่ามันซ่อนความสั่นไหวเอาไว้ เเละคยองซูต้องกดความน้อยใจลงไปให้ลึกที่สุด เขาต้องมีเหตุผล


          BBH: ไปรับไม่ได้แล้ว เฮียติดนัดของลูกค้า หนูกลับเองได้ใช่ไหม

          BBH: คยองซู เฮียขอโทษ

          BBH: ไว้วันหลังเราทำหม้อไฟกินกันนะ 

          BBH: กวิ้นไม่เงียบดิ

          Penguin D.O: ตามนั้นนน เฮียห้ามผิดสัญญานะ

          BBH: ไม่โกรธเฮียนะ

          Penguin D.O: ไม่อยู่แล้ว ตั้งใจทำงานนะ

          BBH: ครับ กวิ้นด้วย คิดถึงนะ

          ข้อความจากเฮียแบคส่งมาหลังจากที่เขาเลิกคลาสพอดี คยองซูรู้สึกเหมือนกับสิ่งที่ตัวเองกลัวใกล้จะเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาต้องเข้มแข็ง ถึงเราจะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ ถ้าความรู้สึกไม่เปลี่ยนก็ไม่เห็นจะต้องตีตนไปก่อนไข้อะไรทั้งนั้น

          แต่คนตัวเล็กอาจจะลืมไปก็ได้ว่าบางครั้ง สิ่งที่ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่ความห่างเหิน ที่น่ากลัวกว่านั้น คือการมี   คนอื่นเข้ามาเกี่ยวต่างหาก





          เพื่อนรักสามคนมาถึงโรงอาหารที่ตอนนี้คึกคักสุดๆ คยองซูอาสาจองโต๊ะ มินซอกกับจงแดเลยไปซื้อน้ำกับอาหาร คยองซูนั่งเช็คโซเชียลเพลินๆ ก็มีคนมานั่งอยู่ตรงข้ามเขา
          "อ้าว อี้ชิง!" คนตัวขาวทำหน้ามุ่ย ก่อนจะมองเขาอย่างงอนๆ จนคยองซูรับมือไม่ทัน
          "ทำไมทิ้งเราไว้แบบนี้เนี่ย!" อี้ชิงว่าเพื่อนตัวเล็ก เมื่อเช้าเขาไปเคาะห้องคยองซู รอตั้งนานไม่มีคนมาเปิด เลยมามหาลัยก่อน พอเที่ยงเลยมาหาเพื่อนตัวเล็กที่โรงอาหารคณะเจ้าตัว โชคดีที่คยองซูเลือกที่นั่งค่อนข้างมองเห็นได้ง่าย เขาเลยเจอเพื่อนเร็วหน่อย
          "โทษที แหะๆ" คยองซูยอมรับว่าลืมเพื่อนไปซะสนิท ให้ตายสิ ทำไมเขาไม่ได้เรื่องแบบนี้เนี่ย อี้ชิงไม่ได้ว่าอะไรแค่หยิบข้าวกล่องของตนออกมา แล้วมินซอกกับจงแดที่มาถึงโต๊ะในเวลาถัดมาก็วางจานข้าวและน้ำจากการไปต่อแถวซื้อมาอย่างทุลักทุเล 
          "ให้ตายสิ คนเยอะชิบหายเลย เเล้วไอ้ขาวนี่ใคร" จงแดบ่น ก่อนจะเห็นอี้ชิงที่กำลังเตรียมอาหารของตนเอง ทั้งยังเรียกผู้มาใหม่อย่างเป็นกันเองสุดๆ
          "เอ้อ ลืมแนะนำ นี่อี้ชิงเพื่อนสนิทจากจีนของกู แล้วก็อี้ชิง นี่มินซอก นิสัยดีสุดๆเพื่อนที่เรารักมากกกกก ส่วนนี่จงแด ปากหมาไปหน่อย กวนตีนไปนิดแต่เราก็รักมากกกก" จบประโยคแนะนำที่เรียกยิ้มจากคนตัวขาวได้ จงแดก็มะเหงกเพื่อนรักไปทีหนึ่ง เขาไม่ใช่คนกวนตีนสักหน่อย
          "ยินดีที่ได้รู้จีกนะ มินซอก จงแด" 
          "ยินดีๆ แต่กันเองก็ได้ ไม่ต้องพูดเพราะหรอก กูไม่ชิน" จงแดว่าสบายๆ
          "ทำตัวสบายๆเลยเพื่อน" มินซอกมองเพื่อนใหม่อย่างเป็นมิตร
          "งั้นก็ไม่เกรงใจละนะ" เสียงพูดคุยในโต๊ะจึงไม่เงียบอีกเลย คยองซูลืมความผิดหวังจากคนที่ตัวเองรักไปได้ขณะหนึ่ง เมื่อทานอาหารเสร็จ ทั้งสี่คนเลยมานั่งพักที่ลานใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ 
          "เย็นนี้ไปไหนกันไหมอ่ะ กูอยากไปตลาดนัดหลังมอ อยากเสียตังค์ ฮ่าๆ" จงแดชวนเพื่อนๆ แขนผอมๆข้างหนึ่งของเขาแบกรับน้ำหนักหนังสือวรรณกรรมสำหรับรายงานที่สั่งอย่างอลังการของอาจารย์อี้ฝานนั่นแหละ
          "กูไปได้อยู่แล้ว อยากไปกินต๊อกร้านประจำด้วย" มินซอกมองเพื่อนอ้อนๆ เขาอยากให้ทุกคนไปด้วยกัน ที่สำคัญที่สุด ไปกันเยอะๆจะได้มีคนหารค่ากิน อิอิ
          "ไอ้หมิน มึงอย่ามา แค่กูมองตามึง กูก็เห็นไปถึงไส้ถึงพุงละ" จงแดว่าให้เพื่อนตัวกลม ถึงจะได้รับค้อนวงโตกลับมาก็เถอะ กลัวที่ไหนล่ะ!
          "กูไปด้วยยยยย ไม่อยากนั่งหง่าวอยู่ที่ห้องว่ะ" อี้ชิงดี๊ด๊าเป็นพิเศษ เขาชอบการเที่ยวอยู่แล้ว จะได้เก็บภาพตลาดนัดด้วย
          "กูไปด้วย" มินซอกกับจงแดมองเพื่อนพร้อมกัน อี้ชิงไม่รู้เรื่องอะไร เขาก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เหมือนเดิม 
          "อ้าว ไหนว่าเฮียแบคมารับมึงไง?" มินซอกถามอย่างสงสัย อี้ชิงที่ได้ยินชื่อผู้ชายที่ครั้งหนึ่งคยองซูเคยร้องไห้ให้จึงเงยหน้าจากจอสี่เหลี่ยมทันที
          "ก็...เขาไม่มาเเล้วไง เฮียไม่ว่างอ่ะ" คยองซูตอบไปเรียบๆ เพื่อนที่เหลือจึงสบตากันเงียบๆ มองกันไปมองกันมาสุดท้ายก็ไม่มีใครพูดอะไร ทั้งสี่คนจึงมุ่งหน้าไปตลาดนัดหลังมอ คยองซูสบายใจเสมอในเวลาที่เขาได้ใช้ไปกับเพื่อนรัก





          คยองซูแยกกับพวกจงแดเมื่อตอนประมาณหกโมงเย็น อี้ชิงที่ตอนแรกจะกลับด้วยกันดันถูกเพื่อนที่คณะเจ้าตัวเรียกไปเรื่องที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ สุดท้ายคยองซูเลยต้องกลับคอนโดคนเดียว คนตัวเล็กแวะที่สวนสาธารณะก่อนถึงคอนโด คยองซูทิ้งสะโพกลงม้านั่งสีขาว มือเรียวข้างหนึ่งล้วงกระปุกสีขาวที่สลับลายเขียวมิ้นท์จากเป้คู่ใจมาหมุนเล่น ก่อนจะหยิบลูกอมเม็ดสีขาวสวยมาชิม

          กลิ่นมิ้นท์ที่คยองซูชอบอบอวลทั่วโพรงปากและสดชื่นไปถึงลมหายใจ

          อาจจะฟังดูตลก ถ้าเขาอยากจะบอกว่าเวลาที่เขาไม่สบายใจแล้วเขาชอบอมลูกอม ในเมื่อมีใครบางคนเวลาเครียดยังชอบสูบบุหรี่เลยนี่นะ อ่า คยองซูคิดถึงคนคนนั้นจัง และไม่รู้ว่าเขาคิดถึงมากไปรึเปล่า คนคนนั้นถึงมาอยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้ได้

.

.

.

"คยอง... คยองซู"

 

.

 

.

 

.

 

          "เฮียแบค?" เสียงทุ้มติดแหบจากการเผลอหลับไปของคยองซูทำให้ลู่หานรู้สึกเอ็นดูรุ่นน้องที่เขาไม่เคยคิดว่าเป็นแค่น้องชาย แต่ชื่อที่คนเผลอหลับไปเรียกออกมาก็ทำให้ใจของชายหนุ่มจากเมืองปักกิ่งโหวงอยู่ภายใน แม้ตอนที่คยองซูเผลอ ยังละเมอถึงผู้ชายคนนั้นเลย 

 

          ลู่หานข่มความรู้สึกไม่รักดีของตนเองให้ลึกลงไป ลึกให้มากพอ เพื่อที่เขาจะไม่อิจฉาแบคฮยอนไปมากกว่านี้ มือหนายื่นไปรั้งข้อมือบางอย่างแผ่วเบา คยองซูกำลังขยี้ตาตัวเอง เขาไม่อยากให้ตาของน้องบวมแดง คยองซูเหมาะกับการดูแลอย่างทะนุถนอมมากกว่าและเขาพร้อมจะดูแลคนตรงหน้า พร้อมมากจริงๆ

 

 

          "หือ พี่ลู่?" ตากลมเบิกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร คยองซูเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ลู่หานนั่งลงข้างๆคนตัวเล็กอย่างค่อนข้างจะใกล้ชิด แต่เพราะเขาทำอย่างเป็นธรรมชาติ คยองซูจึงไม่ได้ขยับตัวออก

          "พี่มาวิ่งน่ะ เห็นใครบางคนนอนน้ำลายยืดอยู่เลยมาดูสักหน่อย" ลู่หานว่ายิ้มๆ แต่แววตาที่ล้อเลียนอย่างไม่ปิดบังทำให้คยองซูอายจนแทบอยากมุดดินหนี

          "ไม่จริงน่า ผมไม่ใช่คนนอนน้ำลายยืดสักหน่อย" ถึงคำพูดและตากลมๆจะแสดงออกว่าเจ้าตัวมั่นใจมาก แต่มือเล็กที่แตะๆมุมปากกับแก้มของตัวเองเพื่อหาคราบน้ำใสจากการนอนหลับก็ทำให้ลู่หานหัวเราะออกมาได้ แววตาอ่อนโยนของรุ่นพี่ตัวสูงทำให้คยองซูไปไม่เป็น มือของลู่หานสัมผัสอย่างแผ่วเบาที่แก้มเนียน น้ำเสียงจริงใจทำให้คยองซูละสายตาไปไหนไม่ได้

 

 

          "คยองซูของพี่ไม่ได้นอนน้ำลายยืดหรอก หรือต่อให้เราน้ำลายยืดจริงๆ ก็ไม่น่ารักน้อยลงสักนิด" มือหนาละออกจากแก้มคยองซู ลู่หานแอบใจเต้นแรงที่กล้าสัมผัสอีกฝ่ายและพูดจาที่ให้เด็กอนุบาลมาฟังยังบอกได้เลยว่าเขาจีบคยองซูอยู่ 

 

 

คยองซูรับรู้จากการกระทำของลู่หาน แต่เขาไม่รู้ว่าควรต่อบทสนทนาของพวกเราให้ไปในทิศทางไหน ความเงียบจึงเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน ก่อนลู่หานจะพูดขัดบรรยากาศที่กำลังอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ

"นี่ก็เย็นมากแล้ว เรากลับกันดีกว่าเนอะ" คยองซูไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงพยักหน้าตอบรับอีกฝ่าย และส่งยิ้มบางๆเป็นการขอบคุณรุ่นพี่เมื่อพวกเรามาถึงคอนโด ลู่หานกลับไปแล้ว คยองซูจึงหมุนตัวเข้าคอนโดตัวเอง 

 

 

มือเล็กแตะคีย์การ์ดเพื่อเข้าห้องพัก ก่อนจะตรงไปยังเตียงนุ่มทันที คยองซูปล่อยให้ความคิดทุกอย่างไหลวนอยู่อย่างนั้น และความคิดที่ว่าก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องของเฮียแบคนั่นแหละ

 

มือเล็กหยิบสมาร์ทโฟนก่อนจะเลื่อนมายังรายชื่อที่เขาตั้งเป็นรายการโปรด นิ้วเรียวเกือบจิ้มที่เบอร์นั้นและมันจะกลายเป็นการโทรออก แต่เขาควรโทรไปตอนนี้งั้นเหรอ มันจะเหมาะสมรึเปล่า

ให้ตายสิ เขาตอนนี้ใช่คยองซูจริงๆไหมเนี่ย คยองซูคนนั้นต้องมั่นใจในตัวเองสิ ต้องกล้ารุก ต้องกล้าเสี่ยง

เขาสูญเสียความเป็นตัวเองขึ้นทุกทีที่เขาเข้าใกล้เฮียแบค

 

อยู่ๆโทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นมาและคยองซูตกใจจนเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมนี่หล่นใส่ดั้งของเขาดังตุ้บ เจ็บชิบ! แอบสาปแช่งคนที่โทรมาในตอนที่เขากำลังใจลอย แต่พอตากลมๆเห็นชื่อคนโทรมาชัดๆ คยองซูกลับอยากสาปตัวเองแทนซะอย่างนั้น ต้องชอบเขาเบอร์ไหน ถึงเป็นเอามากขนาดนี้คยองซู ที่จริงก็เลยคำว่าชอบมาแล้วล่ะนะ นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอเป็นการรับสายที่กำลังโทรมาเป็นครั้งที่สอง

 

(ทำไมรับช้าจัง กวิ้นของเฮีย) เสียงเฮียแบคที่ว่ามาตามสายทำให้ใจคยองซูสั่นไหวเสมอ และสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยทุกครั้งที่เราเหมือนจะผิดใจกันก็คือ เฮียแบคจะพูดเพราะ และมันคล้ายกับว่าเฮียกำลังง้อคยองซูอยู่ เขาคิดว่าอย่างนั้นนะ

 

เข้าห้องน้ำอยู่อ่ะ หนูเลยเพิ่งได้ยิน เฮียมีอะไรรึเปล่าคยองซูปดไปและเขาอยากเขกหัวตัวเอง ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังทำตัวเรียกร้องความสนจากเฮียแบคอยู่ก็ไม่รู้

 

(ก็มีนะ เปิดประตูให้หน่อยสิ) แบคฮยอนว่าสบายๆ วันนี้เขาอารมณ์ดี มือเรียวกระชับของบางอย่างที่เขาตั้งใจเอามาให้คนที่อยู่ในห้องนี้ คยองซูผุดลุกจากเตียงก่อนจะก้าวเร็วๆไปส่องตาแมวที่ประตู เห็นหน้าตาแบคฮยอนกำลังยืนยิ้มแฉ่งให้อยู่ มือเล็กกดวางสายก่อนจะเปิดประตู

 

ไง…” แบคฮยอนเอ่ยทักทายสั้นๆ เขาอยู่ในชุดทำงาน เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดที่คยองซูก็ดูไม่ออกสักเท่าไหร่ว่าใช่ของแบรนด์เนมรึเปล่า (น่าจะใช่นะ) ถูกพับเป็นทบให้เหลือความยาวแค่ศอก กางเกง สแล็คสีดำเข้มดูเรียบหรูสมกับตำแหน่งประธานบริษัทพยอน คำถามคือแบคฮยอนมาทำอะไรที่นี่ ในเวลานี้ล่ะ?

 

เกิดความเงียบขึ้นเมื่อคยองซูไม่ได้แสดงท่าทีอะไร ทั้งสองคนมองกันนิ่งๆอยู่นาน อันที่จริง คยองซูควรจะเชิญแขกคนสำคัญเข้าไปในห้อง แต่ไม่รู้ทำไม เขาถึงไม่ทำอย่างนั้น

 

เอ่อ/คือ…” ครั้นจะพูด ทั้งสองก็พูดพร้อมกัน แบคฮยอนเกาแก้มอย่างประหม่า ในขณะที่คยองซูยังคงมีอาการที่เรียกได้ว่านิ่งสนิท

กวิ้นพูดก่อนคยองซูเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ เฮียพูดเพราะกับเขาได้นานขนาดนี้เชียว?

เฮียพูดแบบเดิมกับหนูก็ได้ ไม่เห็นจะต้องเปลี่ยน-”

ต้องเปลี่ยนสิ!” คยองซูตกใจเล็กน้อยกับการขัดของแบคฮยอน ทั้งที่เขายังพูดไม่จบ เขาแค่ไม่อยากให้เฮียแบคประหม่าหรือเขินอายถ้าจะพูดเพราะๆกับเขา

“…”

หนูไม่ชอบหรอ ที่เฮียพูดดีๆริ้วแดงๆที่พาดแก้มสากของผู้ชายตรงหน้าทำให้ความขุ่นหมองในใจคยองซูบรรเทาลงหน่อยนึงน่า

เปล่า หนูก็ต้องชอบเวลาเฮียพูดเพราะๆมากกว่าสิ

แล้วอยากให้เฮียพูดแบบนี้ตลอดไหม

ก็ถ้าเฮียไม่ฝืนใจ ไม่เขิน เฮียก็พูดดิ

ได้แต่คยองซูต้องคบกับเฮียก่อนนะคยองซูเบิกตาอย่างตกใจจริงๆ ดอกกุหลาบสีขาวที่ถูกริดหนามสี่ดอกแล้วพันด้วยเชือกป่านเป็นโบว์อย่างน่ารักถูกยื่นมาตรงหน้า คยองซูมองหน้าแบคฮยอนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

เอ่อที่มีสี่ดอกเพราะเฮียชอบเลขสี่ แล้วก็เฮียอยากจะมอบสิ่งที่เฮียชอบให้กับคนที่เฮียชอบด้วย

 

 แบคฮยอนยังคงประหม่า เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ใครเลยนะ!

 

กวิ้นช่วยรับมันไว้แล้วคบกับเฮียเถอะนะแบคฮยอนมองคยองซูอย่างเว้าว้อน แววตาเดียวกับลูกหมาตัวน้อยที่อ้อนเจ้าของไม่มีผิด

และถ้าเขาสังเกตสักนิด หน้ากลมๆของคยองซูกำลังเปลี่ยนสีเป็นแดงจัด คยองซูเหมือนลืมทุกอย่าง ลืมว่าก่อนหน้านี้เขาน้อยใจคนตรงหน้าแค่ไหน ลืมความหม่นหมองทุกอย่าง เขากำลังดีใจ คยองซูกำลังจะได้รับการตอบรับความรักจากคนที่เขารัก และความรู้สึกของพวกเขาที่กำลังค่อยๆตรงกันคงมีน้ำหนักมากพอให้คนตัวเล็กยื่นมือไปรับกุหลาบแฝดสี่น่ารักและตอบกลับสั้นๆแต่ทำให้หัวใจใครบางคนพองโต

 

อื้ม คยองจะคบกับเฮียนะแบคฮยอนระบายความดีใจและความสุขของเขาโดยการกอดรัดกวิ้นตัวกลมแน่นๆ คยองซูวาดแขนตอบรับอ้อมกอดแสนอบอุ่นของคนเป็นพี่ ก่อนแบคฮยอนจะเนียนดันคนตัวเล็กเข้าไปในห้องเจ้าตัว ขาแกร่งเตะประตูเบาๆให้มันปิดสนิท ก่อนจะดันคยองซูชิดผนังอย่างอ่อนโยน

 

แบคฮยอนหัวใจเต้นแรง และเขามั่นใจว่าคยองซูก็มีอาการเช่นเดียวกัน

 

สองสายตาประสานกันนิ่ง ความอบอุ่นอ่อนโยนจากสายตาทั้งสองคู่เป็นเหมือนแรงดึงดูดให้ใบหน้าค่อยๆโน้มหากัน แบคฮยอนมองปากรูปหัวใจ เป้าหมายที่ล่อตาล่อใจเขาอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนของคนตัวสูงที่รดอยู่บนใบหน้าตนเองทำให้คยองซูเป็นฝ่ายกลั้นหายใจซะเอง เขาคงเป็นคนที่ใจกล้ามากจริงๆ เพราะคยองซูตั้งใจว่าเขาจะไม่หลบตาเฮียแบคตลอดการกระทำใดๆที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ตาม

 

 

ช่องว่างระหว่างทั้งสองคนลดลงเรื่อยๆ และในทันทีที่ริมฝีปากบางเฉียบของแบคฮยอนสัมผัสกับปากอิ่มของคยองซู ทุกอย่างเหมือนกับหยุดนิ่ง คนตัวสูงเบียดริมฝีปากร้อนของตนเองกับคนตัวเล็ก ก่อนจะงับเบาๆที่ปากล่าง คยองซูที่เหมือนสติหลุดไปแล้วได้แต่ยันตัวเองกับกำแพง เขาจะล้มพับตอนนี้ไม่ได้!

 

 

สายตาแบคฮยอนที่คยองซูไม่ยอมหลบนั้น อ่อนโยนเหลือเกิน ในขณะเดียวกันมันช่างร้อนแรงด้วย

แบคฮยอนประคองท้ายทอยคนตัวเล็ก ก่อนจะปรับเอียงใบหน้าเพื่อให้เข้าองศาของการจูบ เขาเริ่มเปลี่ยนจากการดูดดึงริมฝีปากล่างเป็นการใช้ลิ้นแตะเบาๆที่ปากคนตัวเล็ก เหมือนขออนุญาต ทว่าคยองซูที่ไม่เคยจูบมาก่อนก็ไม่เปิดปากสักที แบคฮยอนไม่อยากรุนแรงกับกวิ้นของเขานักหรอก อย่างน้อยก็ในตอนนี้

 

 

กวิ้น หนูเผยอปากหน่อยสิคนตัวสูงจึงผละจากการจูบเพียงช่วงเวลาสั้นๆ กระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม คยองซูรีบสูดอากาศเข้าปอด กำลังจะอ้าปากถามเฮียแบคว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น แบคฮยอนกลับฉวยโอกาสนั้นจูบเขาอีกครั้งและครั้งนี้ลิ้นคนตัวสูงดันเข้ามาแถมทำการอุกอาจกวาดต้อนความหวานในโพรงปากคนตัวเล็ก

 

ให้ตายสิ คยองซูหวานมาก แบคฮยอนควบคุมตัวเองให้หยุดเอาแต่ใจกับกวิ้นไม่ได้เลย

 

เสียงครางอื้ออึงของคยองซูยิ่งเร่งความต้องการบางอย่างของแบคฮยอนให้พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อคยองซูเริ่มจูบตอบเพียงนิดเดียว แบคฮยอนก็ตระหนักได้ว่า เขาต้องหยุด เพื่อความปลอดภัยของคนตรงหน้าที่กำลังรีบโกยอากาศเข้าปอดเจ้าตัว

อ่าเฮียว่าพอเท่านี้แหละ เดี๋ยวกวิ้นจะช้ำนะครับนิ้วโป้งปาดคราบน้ำใสที่เลอะปากคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา มีเวลาอีกมากมายให้เขาสอนคยองซู และบทเรียนครั้งต่อๆไป อาจารย์แบคฮยอนจะสอนแบบเนื้อๆให้ลูกศิษย์คยองซูเลยทีเดียว


.

.

.

TBC

.

.

.


TALK:

หายไปนานตามสไตล์ (ควรสำนึกไหมบางที) รีดไม่อยากให้มีใครเสียใจ ไรท์จะพยายามนะคะ ฮ่าาา

แต่เขาเป็นแฟนกันแล้วนะค้าาาา ง่ายไปไหม ;_; แต่ไรท์ไม่อยากให้เป็นแฟนช้ากว่านี้อ่ะ เพราะเฮียกับคยองจะได้มีอะไรๆให้ทำกัน (จิตใจต้องมีธรรมะนะคะ 5555555) ติดแท็กไคฮุน กะเทาเลย์ไว้ด้วย นี่ว่าจะไปเอาออก เพราะมีแต่แบคโด้ เศร้าาาา แต่ก็จะพยายามเอาคู่อื่นๆมาแซม (นิดหน่อย) ขอสปอยล์ว่าตอนต่อไป เฮียและคยองจะได้เริงร่าในน้ำทั้งฉ่ำและแฉะ (มีธรรมะค่ะ)

ไม่รู้ช้าไปไหมแต่ก็ #5YearsWithEXO ขอบคุณที่เดมาเป็นศิลปินที่อซอ.รัก ขอให้เอ็กโซมีความสุขมากๆๆๆๆๆ แล้วก็ แฮปย้อนหลังเซฮุนคนดีของน้อง ยัยเจี๊ยบที่น่ารักเป็นเด็กดีของพี่ๆ อย่าแกล้งพี่ๆมากเลยลูก

ทอล์กยาวกว่าฟิคอีก ไปแล้วค่า เจอกันตอนต่อไปน้า ขอให้รีดอ่านอย่างมีความสุข รักนะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

115 ความคิดเห็น

  1. #115 Saowaphamind (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 16:43
    ขอแค่ไม่ดราม่าก็พอจ้าา
    #115
    0
  2. #107 แฝงปีศาจ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 10:50
    โอ้ยเฮียยยยย เขินนน
    #107
    0
  3. #101 ศรีโด้คนงาม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 23:28
    เอาเอ้าเขินดิรอไร ฮิ้วววววว
    #101
    0
  4. #91 btfd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 21:20
    เขินหนักมากจาาาาาา><
    #91
    0
  5. #86 V_ravi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 16:46
    โอ้ยยยยย เขินนนนน แง ใจไม่ดีเลย //ตายอย่างสงบบ
    #86
    0
  6. #84 Akyung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 14:18
    เขินง่าาาาาาาา
    #84
    0
  7. #83 Kaitui (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 08:41
    ฮือออ เขาคบกันแล้ว
    #83
    0
  8. #82 j-jamie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 07:18
    กริ๊ดดดดดดด ตอนแรกนี่มันหน่วงๆในใจมากเลยคะ ลู่ก็เข้ามาอีก แต่พอมาตอนท้ายนี่แบบ เค้าเป็นแฟนกันแล้ววว จูบกันแล้วด้วยยย ใจชื้นขึ้นมาเลยค่ะ ><
    #82
    0
  9. #81 ก้อนยองจู (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 05:19
    อ๋อยยยย เขินนนน รอนะคะ(?????)?
    #81
    0