Freshy ! คุณกับผม เราเป็นคู่กัด #ก่อสร้างดีที่สุด (B2S)

ตอนที่ 12 : คู่กัดรอบที่สิบเอ็ด : กำลังใจข้างสนาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,056 ครั้ง
    24 ม.ค. 62






คู่กัดรอบที่สิบเอ็ด
คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน





       “...”


         ผมฝืนลืมตาขึ้นในขณะที่เริ่มรู้สึกตัวเพราะความเย็นช่วงต้นคอที่โดนแอร์ในโรงหนังทำให้ตัวสั่นเล็กน้อย แสงสว่างสลัว ๆ วูบไหวไปมากระทบเข้าที่เปลือกตา ก่อนจะมองเห็นภาพของหนังที่ยังคงฉายอยู่ ผมไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้มันใกล้จะจบแล้วหรือยัง...


         “โทษทีนะยิ้ม เบสเผลอหลับ...” ผมพูดออกมาเสียงเบาแล้วยกหัวตัวเองขึ้นมาเพราะดันไปพิงเข้าที่ไหล่ของคนด้านข้าง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าคนข้าง ๆ ไม่ใช่ยิ้มอีกต่อไปแล้ว


         ไอ้ชนินหันมาส่งยิ้มบางให้ผม


         “ตื่นแล้วเหรอ?” มันพูดเสียงกระซิบ


         ผมนิ่ง ไม่ได้คิดจะโวยวายเพราะดูจากสภาพแล้วคงเป็นผมเองที่เป็นฝ่ายเอนหัวเข้าไปหามันก่อน แต่หลังจากไล่ระดับสายตาลงมาก็เห็นว่าเสื้อช็อปของมันอยู่บนตัวผม


         “เห็นหนาวก็เลยห่มให้”


         ผมเหลือบสายตามองมัน


         “หลับต่อก็ได้นะ เดี๋ยวดูต่อให้”


         ...ใครจะไปหลับให้มึงกันล่ะ


         แต่ผมก็ได้แต่คิดไม่ได้พูดประโยคความในใจออกไป ให้ตายเถอะ พอเจอแบบนี้แล้วผมตื่นเต็มตาเลย เพราะงั้นเลยขยับตัวให้อยู่ในท่านั่งปกติแล้วสายตาจ้องมองไปทางภาพฉาย


         “...”


         ผมใช้สายตาเหลือบ ๆ ดูว่าไอ้ชนินมันจะทำอะไรไหม แต่กลายเป็นว่ามันแค่ยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันไปให้ความสนใจหนังตรงหน้าต่อ


         อาจจะเป็นเพราะว่าผมง่วงก็ได้ล่ะมั้ง ถึงได้คิดว่าแบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน


         ...


         ผมใช้เวลาเกือบสิบนาทีที่เหลือเพื่อดูฉากจบภายหลัง เพราะผมตื่นมาอีกทีหนังมันก็เข้าไคล์แม็กซ์ไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าเนื้อเรื่องระหว่างมันพูดถึงอะไรบ้าง สงสัยผมคงได้มาดูย้อนหลังอีกทีไม่ก็มาดูรอบสอง ถึงผมจะอิ่มเอมกับการได้นอนแต่คนที่ดูจะสุขใจกว่าหลังจากออกมาจากโรงหนังก็คงจะมีแต่ไอ้ชนินนี่แหละ


         “สี่ทุ่มพอดี” มันว่าแล้วยกนาฬิกาที่ข้อมือมาดู “กลับเลยไหม?


         ผมยื่นเสื้อช็อปไปตรงหน้ามัน “...เอาคืนไป ทีหลังไม่ต้อง”


         มันรับไว้ในมือ มองอย่างสงสัย ส่วนผมพอคืนเสื้อให้ก็รีบเดินหนีมันออกมาด้วยความเร็วที่พอเหมาะพอควร แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ละพยายามเดินตามหลังผมมาด้วย


         “ถ้าง่วงก็น่าจะบอก ไม่ต้องฝืนมาก็ได้”


         “กูนัดกับมึงแล้ว ไม่อยากเป็นคนผิดนัด” ผมตอบกลับก่อนจะหันไปสบตากับมัน


         “...แค่นี้ใช่ไหม กูจะได้กลับ”


         “ทั้งที่เมื่อคืนเลิกงานเกือบตีสามแล้วยังต้องไปเรียนตอนเช้าต่อน่ะเหรอ”


         “...”


         ผมจ้องมันนิ่ง มันเองก็ทำไม่ต่างกับผม แต่พอนานเข้า มันก็ยกยิ้มบาง...


         “...ขอบใจนะที่มาดูด้วยกัน”


         “กูกลับล่ะ”


         ผมหมุนตัวเดินต่อไปโดยที่ไม่หันกลับมามองมันอีก


         ...


         ถึงจะบอกว่ากลับก่อนก็เถอะ แต่สุดท้ายก็ต้องมาเจอกันที่หออยู่ดี แต่อย่างน้อยออกมาจากโรงหนังก่อนผมก็สามารถเข้าห้องได้ก่อนมันแบบไม่ต้องมารอเห็นหน้ามันอีกหลาย ๆ รอบต่อวัน แค่ครั้งสองครั้งต่อวันแบบนี้ก็ดีแล้ว


         พอเดินมาถึงห้องของตัวเองผมก็รีบไขประตูห้องเข้าไปวางของลง ถอดเสื้อกันหนาวของตัวเองออก ทั้งที่ก็ใส่มันเดินเข้าโรงหนังไปด้วยแล้วทำไมผมยังหนาวอีก แต่เสื้อของมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่กลิ่นหอม ๆ ของมัน...


         ไลน์!


         ผมหยุดความคิดแปลก ๆ ไปก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีชื่อไลน์ของไอ้ลมเด้งขึ้น ผมเลยเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาอ่าน


         L.Lom : เบส

        IamdaBestz : ว่า


         ยังไม่ทันจะถามต่อว่ามันมีอะไร ไอ้ลมก็โทรมาก่อนจนต้องรีบกดรับสาย


         “ว่า”


         ( เบส มึงเห็นยัง )


         “เห็นอะไร” ผมขมวดคิ้ว เดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอน


         ( มึงยังไม่เห็นเหรอ เมื่อชั่วโมงที่แล้วอ่ะ... )


         “อะไรล่ะ”


         ( เอ่อ...ก็ในเฟสบุค )


         ในเฟสบุค?


         ผมกดตัดสายไอ้ลมก่อนจะกดเข้าไปในเฟสบุคแล้วเลื่อนดูไทม์ไลน์ มันก็ไม่เห็นอะไรแปลก แชทก็ปกติดี...แต่ไอ้แชทที่ถามมาว่าผมเป็นอะไรเปล่าจากคนที่รู้จักนี่มันอะไร


         สุดท้ายผมก็เลือกที่จะกดอ่านดู


         ...ผู้ชายเห็นแก่ตัว ไม่น่าคบด้วย ที่ผ่านมาก็หวังอยู่แค่เรื่องเดียวนั่นแหละ ใครไปหลงผิดคบด้วยก็ถือซะว่าเล่นกับหมาไปแล้วกัน


         ผมบรรจงอ่านทีละบรรทัดที่มันยาวเหยียดแต่สายตาของผมกลับเน้นที่ประโยคสุดท้าย รูปที่คนรู้จักส่งมาเป็นการถ่ายภาพหน้าจออีกทอดหนึ่ง โดยตัวอย่างข้อความนี้ถูกโพสต์ขึ้นด้วยฝีมือของยิ้ม...


         หรือถ้าพูดให้ถูกคือ ยิ้มกำลังประจานผมผ่านทางเฟสบุค


         ผมพิมพ์ขอบใจส่งไปให้ ก่อนจะรีบค้นหาเฟสบุคของยิ้มด้วยตัวเองแล้วกดเข้าไปดู โพสต์นี้ยังเผยแพร่เอาไว้อยู่เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วอาจเป็นช่วงที่ผมกำลังเข้าโรงหนัง มีการแชร์ไม่เยอะเท่าไหร่เพราะยิ้มตั้งให้เห็นเฉพาะเพื่อน ผมเลื่อนกดเข้าไปอ่านคอมเมนท์ที่มีการตอบกลับโพสต์ประมาณว่ามันใช่เรื่องจริงหรือเปล่า มีบ้างบางคนที่ร่วมด่าทอผมในคอมเมนท์อย่างสนุกปาก


         ...ผมได้แต่แค่นหัวเราะ


         ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นยิ้มยังทักมาขอคืนดีกับผมอยู่เลยเนี่ยนะ อยากจะขำลั่นห้องจริง ๆ


         โกรธ ผมโกรธมาก โกรธยิ่งกว่ามาพูดด่ากันตรง ๆ เสียอีก ดูพวกหน้าโง่ที่เข้าข้างยิ้มสิ ผมกลายเป็นตัวร้ายไปแล้วถูกไหม น่าสมเพชจริง ๆ


         IamdaBestz : กูเห็นแล้ว


         ผมส่งข้อความไปหาไอ้ลม มันตอบกลับด้วยความเร็วผิดปกติ เท่าที่เห็นในคอมเมนท์แบบผ่าน ๆ มันเองก็เข้าไปช่วยอธิบายให้ผมหมดแล้ว พวกไอ้กานเองด้วยแต่ก็อย่างว่า มีคนรักก็ต้องมีคนชัง โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยได้รู้จักตัวจริงของผมเลยสักครั้ง


         ทุเรศจริง ๆ


        ก๊อก ๆ


         ผมหยุดมือของตัวเองที่กำลังจะพิมพ์ด่าทอยิ้มในคอมเมนท์ด้วยเพราะความโกรธมันบังตา ก่อนจะรีบกดลบทิ้งไปแล้วเก็บโทรศัพท์ เดินไปส่องตาแมวเพื่อดูว่าใครเป็นคนเคาะประตู


         ...ไอ้ชนิน


         “เฮ้”


         เสียงของมันเรียกผมอยู่ด้านนอก แต่ผมก็ยืนนิ่งไม่ได้เปิดประตูออกไป สักพักมันก็พูดขึ้นมาอีก


         “รู้นะว่าถึงห้องแล้ว”


         ผมเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับมัน มันหอบหายใจแรงถ้าหากให้เดามันคงวิ่งขึ้นบันไดมา...เพื่ออะไร


         “มีอะไร”


         “ในเฟส” มันพูดสวนขึ้นมา ในมือกำโทรศัพท์ของตัวมันเองเอาไว้แน่น สายตาแน่วแน่สบตากับผมเพื่อคำตอบ


         “อ้อ เห็นแล้วล่ะสิ”


         ผมได้แต่แค่นหัวเราะ มันเองก็คงไม่ต่างกับคนพวกนั้นนั่นแหละ


         “ก็อย่างที่มึงเห็นนั่นแหละ กูเป็นคนแบบนั้น”


         “...นี่” มันคว้าเข้าที่ช่วงแขนของผม สีหน้ามีความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด


         “เป็นอะไรไหม”


         มันถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง นัยน์ตาทอประกายวูบไหว...


         “ให้กูเป็นอะไร” ผมตอบกลับไป เลิกคิ้วถามมันสะบัดแขนของตัวเองออก “กูไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น”


         “...ก็แค่นั้นแหละ”


         ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะดึงประตูกลับเข้ามา แต่ฉับพลันประตูห้องของผมก็ถูกมือของมันตบเข้าเสียงดังลั่นชั้น ผมเลยหันกลับไปมองมันที่กำลังตีหน้านิ่ง พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบกว่าปกติ


         “ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไหมแต่อยากให้รู้ไว้นิดนึง...” มันเว้นช่วงไปเพื่อสบตากับผม ก่อนริมฝีปากจะเอ่ยอย่างช้า ๆ “...อ่านที่คนนั้นโพสต์ไม่หมดหรอกนะ”


         มันค่อย ๆ ลดมือของตัวเองลงก่อนจะปล่อยทิ้งไว้ข้างตัว “เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงสักนิดเดียว”


         “ฝันดี”


         มันหมุนตัวกลับไปเปิดประตูห้องของตัวเองก่อนจะปิดประตูสนิท ทิ้งไว้ให้ผมได้แต่ยกมือขึ้นเสยผมของตัวเอง ผ่อนลมหายใจ ผมไม่อยากจะยอมรับ แต่มันก็กลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับว่า เพียงแค่คำพูดแค่นี้ของมันก็ทำให้ผมรู้สึกสบายใจและอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก


         จนเผลอระบายรอยยิ้มออกมา

 



...

 

         ผมลืมตาอ่านข้อความในโทรศัพท์ตั้งแต่เช้าตรู่ อาจเป็นเพราะเรื่องวุ่น ๆ เมื่อคืนทำให้ผมนอนไม่ค่อยหลับ พอเช้าปุ๊บก็เลยต้องตื่นหาอะไรดูไปเรื่อยเปื่อย ดูไปสักพักก็ต้องลุกไปอาบน้ำให้ตัวเองสดชื่นด้วยความเคยชิน ก่อนจะมานอนคุยกับพวกไอ้ลมที่พากันตื่นแต่เช้าเหมือนกัน


         L.Lom : กูโคตรไม่ชอบเลยอ่ะ มาโพสต์แบบนี้ ไอ้เบสมันใช่คนแบบนั้นที่ไหนวะ

Karnnn : กูก็บอกแล้วว่าให้ดูดี ๆ เป็นไง เจ็บเลย


เจ็บห่าอะไรของมึงล่ะ กูบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไง


จริง ๆ ผมก็อยากจะตอกกลับไปแรง ๆ บ้างอยู่เหมือนกัน แต่พอนอนคิดไปคิดมาแล้วผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปต่อความยาวให้ตัวเองดูไม่ดีไปกว่านี้น่าจะดีกว่า ปล่อยให้ยิ้มโพสต์ไปเถอะ ก็ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริงแล้วผมจะเดือดร้อนไปทำไม ไร้สาระ


         L.Lom : คือมันไม่ใช่อ่ะ กูจะบอกให้พี่มังกรช่วยแม่ง ทำแบบนี้กับไอ้เบสได้ไง


         ลมมันไปกินอะไรมาวะ ปกติไม่ใช่คนเดือดแบบนี้นี่


         JIA : ฟ้อง พรบ.

        Karnnn : คือมึงเล่นใหญ่มากเจีย โกรธอะไรมา แต่ก็ดีเหมือนกัน จะได้สำนึกบ้าง

        L.Lom : หน้าตาก็สวยอ่ะ ทำไมต้องโกหกให้ตัวเองดูดีกว่าด้วยวะ!


         ผมได้เปิดอ่านไลน์ของพวกมันแต่ไม่ได้ตอบเพราะขี้เกียจ ปล่อยให้มันสามตัวบ่น ๆ อย่างน้อยก็ยังมีพวกนี้ที่รู้จักผมดีอยู่แล้ว ผมไม่เห็นจำเป็นต้องไปแคร์คนอื่นเลย


         ...แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นนี่ต้องรวมไอ้ตัวที่มันอยู่ห้องตรงข้ามด้วยหรือเปล่า


         เหี้ยอะไรไม่รู้ แต่ผมเริ่มจะมองไอ้ชนินว่ามันน่ารักเข้าไปทุกที ไม่อยากจะยอมรับแต่แม่งคิดไปแล้ว ห้ามไม่ได้ด้วย ดีจริง ๆ


         แต่ไม่ได้หมายความว่าผมหายรำคาญมันแล้วนะ เพราะถ้ามันมากวนตีนผมเรื่อย ๆ ผมก็โมโหอยู่เหมือนเดิมล่ะ


        ก๊อก ก๊อก


         ผมเหลือบสายตาไปมองทางประตูห้องของตัวเอง พลางคิดไปว่าตอนเช้าเกือบเจ็ดโมงกว่าในเช้าวันเสาร์ใครมันจะมาเคาะประตูห้องได้ ไม่พี่นายก็เจ้าของหอพัก แต่พี่นายออกไปแล้ว ส่วนเจ้าของหอผมก็เพิ่งจะจ่ายค่าห้องไปไม่มีทางมาเคาะทวงแน่ ที่เหลือก็มีอยู่ตัวเดียว...


         “อะไรของมึงตั้งแต่เช้า” ผมว่าอย่างหงุดหงิด เมื่อตัดสินใจเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับไอ้หน้าแป๊ะยิ้มที่อยู่ในชุดนักกีฬาแปลกตาพร้อมกับกระเป๋าสะพายไนกี้


         “ตื่นอยู่เหรอ...ทำอะไรอยู่” มันชะโงกหน้าเข้ามาดูสภาพห้องของผมหน้าตาเฉย


         “เสือก”


         ผมดันหน้ามันออกไป นึกรำคาญมันอยู่ในใจ แต่นอกจากที่มันจะไม่รู้ว่าผมรำคาญแล้วมันยังมีหน้าฉีกยิ้มกว้างให้อีก


         “ตอบแบบนี้แปลว่าว่างใช่ไหม”


         “อะไร-


         “เฮ้ย!


         ผมร้องดังลั่นเมื่อโทรศัพท์ที่ผมถือเอาไว้อยู่ในมือถูกมันดึงไปแบบไม่ทันตั้งตัว มันกดโทรศัพท์ของผมที่ไม่ได้ใส่รหัสเอาไว้แล้วทำหน้าขมวดคิ้ว


         “เอาคืนมา” ผมว่าเสียงเข้ม แบมือกระดิกนิ้วขอโทรศัพท์คืน


         “ยังไม่เลิกอ่านโพสต์ของคนนี้อีกเหรอ” มันตอบกลับเหมือนไม่พอใจ ก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ของผมใส่กระเป๋าสะพายไนกี้ของมัน...ไอ้สัด!


         “เอาใส่กระเป๋าตัวเองหาพ่อ! เอาคืนมา!” ผมคว้าเข้าที่กระเป๋ามันแต่ก็ไม่ทัน เพราะมันหมุนกระเป๋าไปอีกทางแล้วเดินนำหน้าผมไปที่บันได ก่อนจะหันมาฉีกยิ้ม


         “ไปดูบอลกัน”


         “กูไม่ไป!


         ผมตะโกนสวนกลับไป วิ่งตามไปเอาโทรศัพท์คืน...


         ...


         x สุดท้ายกูก็ต้องมายืนตากแดดอยู่ข้างสนามบอลจนได้! ไอ้สัดชนิน!


         “อย่าเพิ่งอารมณ์เสียน่า” มันชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ผม ใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าที่กลางหน้าผากผมจนต้องสะบัดหน้าทิ้ง


         “เพื่อเหี้ยไรเนี่ย”


         “ก็เผื่ออยากมาเชียร์”


         ผมส่งเสียงไม่พอใจในลำคอออกมา ทอดสายตามองรอบข้างที่มีแต่พวกเด็กเทคโนอุตฯ ใส่ชุดช็อปมาเชียร์ เพิ่งจะรู้ว่าคณะมันมีการจัดกิจกรรมกีฬาภายในคณะมันด้วย ถึงว่าไอ้ชนินมันถึงได้มาลงแข่งร่วมกับเด็กปีหนึ่งเอกตัวเอง ที่เหี้ยกว่าคืออัฒจันทร์มีให้นั่ง ไอ้เหี้ยนี่แหวกแนวลากผมมานั่งดูกับพวกตัวสำรองเอกมันข้างสนาม เวรตะไล!


         “มึงถามกูก่อนว่าอยากดูมึงเล่นไหม ร้อนจะตายห่า หมวกก็ไม่มี” ผมว่าอย่างหงุดหงิด เหี้ยจริง ๆ ทั้งตัวมีแต่กุญแจรถมอเตอร์ไซค์ตัวเองที่ขับตามมันมา เงินไม่มีสักบาท โทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ามัน


         “ไปเอาไหมล่ะ” มันหยิบกุญรถออกมา


         “ไม่เอา ไม่ดู ไม่เหี้ยอะไรทั้งนั้น”


         มันนิ่ง ผมเองก็นิ่ง สบตากันก่อนที่ผมจะถอนหายใจระบายอารมณ์ร้อนของตัวเอง แบมือข้างหนึ่งตรงหน้ามัน


         “...เอาโทรศัพท์มา”


         “เดี๋ยวก็เอาไปอ่านนั่งน้ำตาซึมคนเดียวอีก”


         “กูเปล่า ชนิน มึงอย่ามาเล่นลิ้นกับกู”


         “ไม่ให้” มันสะบัดหน้าทิ้งไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะยื่นเอากระเป๋าของตัวเองให้รุ่นน้องที่เป็นตัวสำรองเพื่อเก็บเอาไว้ให้ “ออกมาอยู่ด้วยกันก็น่าจะดีกว่าอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ”


         “หึ อย่าบอกว่ามึงเป็นห่วงกู” ผมเลิกคิ้วถาม แสยะยิ้ม


         “ใช่ เป็นห่วง”


         แต่คำตอบของมันกลับทำให้ผมชะงักจนต้องเงียบ ส่วนมันเองก็จ้องหน้าผมนิ่งไม่ได้พูดอะไรออกมา ปล่อยให้เราสองคนจ้องตากันไปมาอยู่อย่างนี้


         สุดท้ายผมก็ต้องยอมอ่อนลง


         “...กูไม่อ่านแล้ว แต่เอาโทรศัพท์มา” ผมว่าออกมา


         “พอได้ไปแล้วจะทิ้งให้เตะบอลอยู่คนเดียวล่ะสิ ไม่ให้หรอก”


         “คนเดียวกับผีสิไอ้สัด คนเต็มสนาม เอามา!


         “นั่งอยู่นี่แหละ เดี๋ยวลงสนามละ” มันยกมือตบเข้าที่เก้าอี้ข้างสนาม


         “ไอ้สัดชนิน!


         “ให้กำลังใจหน่อย” มันพูดขึ้นในขณะที่เท้ากำลังก้าวเดินเข้าไปในสนาม


         “x!” ผมตะโกนสุดเสียงจนคนรอบข้างต่างหันมามองด้วยความตกใจ แต่ไอ้ชนินกลับหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ


         “อืม รู้สึกมีพลังขึ้นเยอะเลย แข่งชนะแน่นอน”


         สัด!


         ...


         ถึงใจจะคิดไปแล้วว่าดูพวกแม่งเตะบอลไปมันก็ไม่สนุกหรอก แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับน่าดูชวนให้ลุ้นตามเพราะฝีมือสูสีพอ ๆ กัน แถมยังมีเสียงรอบข้างพากันช่วยกันเชียร์ มีการทำป้ายเชียร์เอกมาด้วย ไม่รู้ว่าพากันลงทุนขนาดไหน แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกมมันเข้มข้นขนาดนี้ ส่วนผมเองไม่รู้ได้อภิสิทธิ์อะไรถึงได้มานั่งอยู่ม้านั่งข้างสนามดูมันเล่น แถมไม่มีคนมาไล่ผมให้ลุกด้วย


         จนผ่านไปครึ่งแรก ไอ้ตัวเหี้ยชนินก็เดินออกมาจากสนาม


         มันเดินใช้คอเสื้อเช็ดเหงื่อที่หน้ามาแต่ไกล ก่อนจะเดินมานั่งอยู่ข้างผมด้วยท่าทีอ่อนแรงเล็กน้อย


         “อีกฝั่งเล่นแรงนะ เมื่อกี้มึงไม่ได้โดนศอกใช่ไหม”


         ผมถามออกไปเพราะเท่าที่จำได้ว่ามีเบอร์สองใช้ศอกกันลูก ไม่รู้ว่าไอ้ชนินมันจะโดนหรือเปล่า


         “เปล่า แฉลบข้าง...ขอน้ำหน่อย” มันพูดออกมาเสียงแหบ ยกมือขอน้ำจากผม มันไม่ใช่ของผมหรอกแต่เป็นของมันเองนั่นแหละที่หยิบออกมาวางเอาไว้ ส่วนกระเป๋ามันอยู่ที่คนอื่น กวนส้นตีนจริง ๆ


         “ไม่ไปนั่งรวมกับเพื่อนล่ะสัด มานั่งเบียดกูทำห่าอะไร มันร้อน”


         “นั่งนี่แหละ”


         อยากจะตีปากแตกจริง ๆ เขานั่งประชุมวางแผนกันอยู่อีกทาง เสือกมานั่งกับผมอีกทาง ความจริงจังในการแข่งมันมีที่ไหน ใครให้มันลงแข่งวะ


         “น้ำ ขอน้ำหน่อยครับ” มันว่าขึ้นมาอีก จนผมขมวดคิ้ว หยิบขวดน้ำให้มันแบบส่ง ๆ


         มันรับน้ำไปดื่มอยู่หลายอึก ก่อนจะผ่อนลมหายใจเข้าออกให้สบาย


         “...ครึ่งหลังน่าจะเล่นแรงกว่าเดิม มึงก็ระวัง ๆ ด้วยล่ะ กูว่าโดนตีนเตะตาแตกมีเข้าโรงพยาบาลแน่” ผมพูดเสริมออกไป ไอ้อีกฝั่งมันก็จริงจังเกิน แข่งกีฬาภายในมึงต้องจริงจังกันขนาดนี้ไหม


         “อืม คงงั้น” ผมยกน้ำขึ้นดื่มอีก


         “ชนิน มานี่หน่อย!” เสียงของใครบางคนดังขึ้น คล้ายน่าจะเป็นโค้ชแต่อายุคงจะเป็นรุ่นพี่ปีสามปีสี่เสียมากกว่า


         “โดนเรียกแล้ว ไปก่อนนะ” มันวางขมวดน้ำลงแล้วลุกขึ้น


         “เดี๋ยว ชนิน”


         ผมเรียกมันไว้ มันเบี่ยงหน้ามามองด้วยความสงสัย


         “หน้ามึงไปโดนอะไรมาวะ ดำฉิบหาย”


         “หันมานี่”


         มันหันหน้ามาหาผมอย่างว่าง่าย ก่อนที่ผมจะถือวิสาสะใช้นิ้วโป้งของตัวเองปาดไอ้คราบสีน้ำตาลออกที่แก้มซ้ายให้ น่าจะเป็นพวกเศษดินจากสนามติดมาระหว่างมันล้มนั่นแหละ


         “...ไม่ออกว่ะ แป๊บนึงนะ” ผมขมวดคิ้ว หยิบขวดน้ำมันขึ้นมาเปิดฝาแล้วเทน้ำใส่ฝ่ามือนิดหน่อยก่อนจะปาดเข้าที่แก้มมันอย่างลวก ๆ จนออกเกลี้ยง


         ...แล้วมันเป็นอะไรของมัน


         “อะไร เสร็จแล้วก็ไปสิ ยืนยิ้มทำห่าอะไร” ผมว่าออกมา


         “เสร็จแล้วเหรอ”


         “เออ”


         มันดึงคอเสื้อขึ้นมาเช็ดคราบน้ำที่เปียกแก้มของมันออก รอยยิ้มยังฉายชัดออกมาอย่างประหลาด ก่อนที่มันจะวิ่งไปหาทีมของมันไป


         แค่เช็ดคราบออกให้มึงต้องดีใจขนาดนั้นไหมล่ะ




TBC
#ก่อสร้างดีที่สุด
เขาไม่วิ่งรอบสนามร้องโห่ฮิ้วก็บุญแค่ไหนแล้ว








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.056K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,478 ความคิดเห็น

  1. #10435 yok__kk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 20:58
    ดีแค่ไหนแล้วที่เขาแค่ยิ้มอ่ะนายเบสเอ๊ย
    #10,435
    0
  2. #10419 Katcher (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 15:18
    น้องไม่รู้อะไรเลยยยยย เขาจะกลืนนู๋ลงท้องแล้วลูกกกกห
    #10,419
    0
  3. #10379 Dimplee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 18:40
    ไปทำน่ารักใส่เค้าต้องรับผิดชอบนะคะพี่เบส
    #10,379
    0
  4. #10373 nok0711 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 09:47

    เขาเขินไง นี่ก็ฉลาดทุกเรื่องทำไมไม่เข้าใจละ

    #10,373
    0
  5. #10350 Wiwha (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 06:53
    แหมๆๆๆ ยังทำเหมือนไม่รู้ตัวนะตัวเอง เช็คแก้มให้เค้าขนาดนั้นน
    #10,350
    0
  6. #10321 -PeMiGa- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 13:38

    น่ารักกกกกกกกก มีแต่คำว่าน่ารัก มันนุ้บนิ้บในใจอะแง;-;
    #10,321
    0
  7. #10310 bow26042002 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:03
    จับแก้มทีนี่ชนินเตรียมสู่ขอแล้นะ55555555
    #10,310
    0
  8. #10305 Aisa-Mee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 16:52
    ไปแอคเทคใจเค้าเนอะ
    #10,305
    0
  9. #10244 NACHI1743 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 12:31
    กรี้ดดดดดดดด โมเม้นแฟนมากแม่!!!!
    #10,244
    0
  10. #10218 0804211939 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 02:54
    ชะนิ้นนนนนนน ดีใจด้วยนะลูก
    #10,218
    0
  11. #10176 Earn0624 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 23:22
    แกเอ๊ย มันน่ารักมาก เบสรู้ตัวไหมว่าตัวเองอ่อนลงแล้วนะ โวยวายแต่ก็ยอม เบสรู้ตัวม้ายยย
    ชนินแกสุดยอดมาก ขอบคุณที่อยู่กับเขาในวันที่เขารู้สึกแย่
    เขินอะ เหมือนมานั่งดูแฟนเล่นบอล แล้วเบสยังคิดว่าชนินน่ารักด้วย โอ้ย หัวใจ
    #10,176
    0
  12. #10145 filmnaruepron (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 12:09
    โมเมนต์แฟนมาเชียร์บอลอ่ะเธอ~~~~ อร้ายยยยย
    #10,145
    0
  13. #10104 Xakas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:12
    ไอสีชมพูๆรอบตัวคือไรน้าาาา
    #10,104
    0
  14. #10095 roooose (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:39

    อรุ่มมมมม
    #10,095
    0
  15. #10090 charidie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 01:27
    โอ้ยยยยยย น่ารักกกก
    #10,090
    0
  16. #10087 Harmonica Laurence (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 00:15

    ความรักแน่ๆ
    #10,087
    0
  17. #10083 psunrise (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 21:24
    เอ็นดูความดีใจของชนินแงน่ารักๆๆๆๆๆ เป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ย เบสก็แอบมีใจนะชมเขาว่าน่ารักด้วยอ่ยยยยไม่พายแล้วค่ะ เค้าเป็นแฟนกันแล้ว
    #10,083
    0
  18. #10070 Saengnin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:36
    อ่าว.. เบสชมชนินน่ารักในตอนต้น แล้วเรือ#ชนินเบส เราจะพายต่อได้มั้ยนิ๊
    #10,070
    0
  19. #10044 Biekps99 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 01:33
    โอย เริ่มมาแล้วจรา
    #10,044
    0
  20. #10010 Feum23 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 12:30
    โอ้ยน่ารักกกกกกก ชนินยิ้มหน้าบานแล้วววว นึกภาพตามแล้วน่ารักมากชนินเอี้ยวตัวเอนแก้มมาหาให้เบสเช็ดให้ แล้วโลเคชั่นสนามบอล แงแอๆๆๆๆ มันจะไม่เหมือนเปนแฟนนักบอลไปหน่อยหรอออออ
    #10,010
    0
  21. #10001 mineminecaster (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 19:12
    ชี่ย่าาาาาาาาาา 55555
    #10,001
    0
  22. #9971 Micky Petch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 23:54
    ยิ้มหน้าบานไปเลยชนินน
    #9,971
    0
  23. #9954 Twin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 21:03

    ยืมคำพูดน้องลมแปปป..ชีย๋าาาาาาา????????????????

    #9,954
    0
  24. #9899 kaotrn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:27
    แม่หนูเขิลไม่ไหวแล้ว
    #9,899
    0
  25. #9894 Spices_smile (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:44
    กลัวเบสจะไม่กล้ารับความจริงว่าชอบชนิน หมายถึงในอนาคตหน่ะนะ
    #9,894
    0