Freshy ! คุณกับผม เราเป็นคู่กัด #ก่อสร้างดีที่สุด (B2S)

ตอนที่ 11 : คู่กัดรอบที่สิบ : การตอบแทนของคนปากปีจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,534 ครั้ง
    22 ม.ค. 62






คู่กัดรอบที่สิบ
คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน





         นอกจากปัญหาวันที่ไฟหอดับจะส่งผลให้ต้องออกมาจากไปร้านเกมเพื่อทำงานต่อแล้ว มันยังส่งผลเฮงซวยในอีกรูปแบบหนึ่งที่ผมต้องเสียเงินซ่อมมันแบบไม่จำเป็นด้วย ก็คือ การเปิดคอมพิวเตอร์ไม่ติด


         “สัด” ผมสบถออกมาในขณะที่ฝืนเปิดมันขึ้นมาในระหว่างวัน


         เมื่อวานหลังจากกลับมาจากร้านเกมผมก็ไม่ได้เปิดคอมอีก เพราะทำงานเสร็จหมดแล้วเหลือแต่ส่ง แต่พอมาวันนี้มันจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ดันมีปัญหาซะได้ คอมตั้งโต๊ะแม่งไม่เหมาะกับหอฉิบหาย


         เสียเงินซ่อมน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เสียเวลาขนไปส่งที่ร้านนี่สิ


         “ลม งานอาจารย์สมเกียรตินี่ส่งวันไหน” ผมยกมือขึ้นเท้าสะเอวหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างก็กดโทรศัพท์โทรออกแล้วเอามาแนบหู


         ( กำหนดส่งวันนี้ก่อนสองทุ่มอ่ะ มีลิงค์ส่งอยู่ในกลุ่ม )


         “เออ” ซวยฉิบหาย นี่ผมต้องออกไปร้านเกมอีกแล้วเหรอ


         ( มึงทำเสร็จแล้วเหรอ?! ) ไอ้ลมถามด้วยความตกใจ


         “กูจะทำเสร็จอะไรล่ะ เขาเพิ่งสั่งเมื่อเช้า” ผมเหลือบตามองเวลาที่กำลังเดินเกือบหกโมงเย็น “เดี๋ยวกูไปหา ตอนนี้มึงอยู่ไหน”


         ( อยู่หอพี่มังกรอ่ะ มึงจะมาเหรอ )


         สัด ไกลอีก


         ผมถอนหายใจหน่าย อีกหน่อยกูว่าพี่มังกรต้องเคลมไอ้ลมย้ายไปอยู่หอด้วยกันแน่ ๆ วุ่นวายกูต้องขี่รถไปอย่างไกลอีก


         “งั้นกูไม่ไปละ พรุ่งนี้เจอกัน”


         ( อ้าว โอเค เจอกัน )


         ผมกดวางสายไปก่อน ก่อนจะหยิบกุญแจรถพร้อมกับชีทงานแล้วเปิดประตูออกไป สายตาเหลือบเห็นประตูห้องของไอ้คนเมื่อวานที่ไปร้านเน็ตด้วยกัน ก่อนที่มันจะเป็นคนขับรถผมเข้ามาที่หอตามเดิมก่อนจะคืนกุญแจให้แล้วแยกทางใครทางมัน


         เดี๋ยวก่อนนะ มันก็ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเหมือนผมนี่หว่า


         หรือผมควรจะขอยืมมันใช้แป๊บนึงดีวะ ใจนึงก็ไม่อยากยืมเพราะกลัวเสียฟอร์ม แต่...ช่างมันเถอะ


         ผมตัดใจเดินลงมาจากบันไดจนลงมาถึงชั้นล่างสุดของหอพัก เดินออกมาจากตัวหอพักได้สักพักก็เจอกับใครบางคนกำลังยืนคุยกันอย่างสนิทสนมในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูเหมือนกัน


         ผมอยากจะทำเป็นไม่เห็นอยู่หรอก แต่หนึ่งในนั้นดันเป็นคนที่ผมรู้จักดีแถมตอนนี้ยังสังเกตเห็นผมแล้วด้วย


         “ไอ้เบส!” พี่นายยกมือโบกทักทายผมเหมือนไม่ได้เจอกันเสียนาน


         “ว่าไงพี่” ผมเลยจำเป็นต้องเดินเข้ามาหาอย่างช่วยไม่ได้ สบสายตากับไอ้คนด้านข้างที่กำลังเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย


         “ไม่ได้เจอกันนาน หน้าตาดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ งานหนักเหรอ”


         “ก็หลาย ๆ เรื่องว่ะพี่...แล้วพี่นายมาทำอะไร”


         “กูเหรอ? เอาของที่ไม่ใช้มาให้ชนินว่ะ ปีกูมันไม่ได้ใช้แล้ว เสียดายเลยว่าจะส่งต่อ” พี่นายพูดยิ้ม ๆ ผมว่าพี่นายเป็นรุ่นพี่คนนึงที่ดีมากเลยนะ ช่วยเหลือรุ่นน้องขนาดนี้


         “แล้วของผมล่ะ” ผมพูดหยอกเป็นเชิง


         “กูว่าจะเอาไวน์นอกมาฝาก แต่กูลืมไว้ที่บ้านว่ะ เดี๋ยวว่างจะเอามาให้ใหม่”


         “ผมหยอกเล่นพี่”


         “แล้วนี่มึงจะออกไปไหนล่ะ”


         “ไปร้านเกม...”


         พี่นายทำหน้าสงสัย “ไปทำไม ปกติไม่ชอบไปนี่”


         “ทำงาน เมื่อวานไฟดับคอมผมเลยเปิดไม่ติด” ผมว่าอย่างหน่าย ๆ ก็ชินอยู่หรอกที่หอไฟดับแต่เป็นแบบนี้ก็เบื่ออยู่เหมือนกัน


         “อ้าวเวร ยังไม่เลิกไฟดับอีกเหรอ” พี่นายหัวเราะออกมาชอบใจ “ถ้างั้นเจอกันเว้ย”


         ผมไม่ได้ตอบ แค่พยักหน้าไปหนึ่งทีแล้วเดินต่อแต่ดันมีมือยื่นมารั้งเอาไว้ที่ต้นแขนเสียก่อนจนต้องหยุดชะงัก หันไปมองตัวการที่กำลังยืนยิ้มบางส่งมาให้


         ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจ


         “เดี๋ยวให้ยืมใช้”


         “อ้าว นี่พวกมึงสนิทกันแล้วเหรอ ไวกว่าที่กูคิดไว้อีกนะ” ผมฟังที่พี่นายพูดพลางสะบัดแขนออกจากมือมันจนหลุด


         “พี่นายจะกลับไปทำธุระต่อใช่ไหมครับ แล้วเจอกันนะครับ” ไอ้ชนินเป็นคนพูดเชิงถามพร้อมเชิงไล่ จนพี่นายมีสีหน้าแปลกใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย


         “เออ จริง งั้นเจอกันแล้วกัน เดี๋ยวกูจะไปสาย” พี่นายโบกมือลาก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่รถของตัวเองแล้วสตาร์ทรถออกไป ผมมองจนสุดสายตาพอพี่นายพ้นออกไปจากตัวหอพักแล้วผมก็หันกลับมา


         “เพื่ออะไรของมึง”


         “จะใช้คอมไม่ใช่เหรอ”


         “ใครบอกว่าจะใช้”


         “ไปร้านเน็ตเปลืองนะ เสียเวลาขับรถอีก”


         ผมหรี่ตามองมันที่พูดโน้มน้าวให้ผมใช้คอมมันให้ได้ ที่พูดมาผมก็เห็นด้วยเพราะไม่ได้อยากจะไปใช้คอมที่ร้านเกมอยู่แล้ว กลัวไวรัสจะเข้าแฟรชไดรฟ์เพราะมีคนใช้หลายคน ถ้าเป็นคนอื่นผมคงตัดสินใจขอยืมใช้ไปนานแล้ว แต่คนตรงหน้าผมดันเป็นไอ้ชนินไง มันเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมตัดสินใจลำบากที่สุด


         “แค่นี้ก็คิดเยอะเหรอ”


         x


         “เดินนำไปสิ มึงเจ้าของห้องมีกุญแจไม่ใช่เหรอ ให้กูทะลุเข้าไปรึไง”


         พอผมพูดแบบนั้นออกไปมันก็ยิ้มมุมปากแล้วเดินนำผมขึ้นไปที่ห้อง ไขกุญแจห้องแล้วเปิดประตูเข้าไปคนแรก มันเดินไปเปิดคอมให้ด้วยความเคยชิน


         “ใช้ตามสบายเลยนะ”


         ผมฟังแล้วรู้สึกขัดใจ แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรมันมากก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ เพิ่งสังเกตว่ามันแต่งคอมเองน่าจะแพงใช้ได้ นี่มันเอาเงินมาจากไหนแต่งรถแต่งของพวกนี้นัก


         รอไปสักพักหน้าจอก็สว่างจ้า ผมลอบสังเกตมองว่ามีอะไรบนเดสก์ท็อปของมันบ้าง แต่ที่ทำให้แปลกใจคือมันก็เล่นเกมเหมือนกับผมนี่สิ


         “ลืมไปว่าถ้าจะใช้เวิร์ดต้องเปิดในนี้” เสียงทุ้มดังอยู่ใกล้หู พร้อมกับสัมผัสเหมือนคนกำลังคร่อมตัวอยู่ด้านบน ยื่นมือมาจับเมาส์ด้วยทั้งที่มือของผมยังวางอยู่บนเมาส์นั้น กลายเป็นว่ามันบังคับเลื่อนเมาส์ไปไหน คลิกอะไร มือของผมก็ทำตามไปด้วย


         “กูไม่ได้จะใช้เวิร์ด กูจะใช้พาวเวอร์พ้อย” ผมดักมัน


         “เหรอ...” มันเลื่อนใหม่ก่อนจะกดคลิกเข้าไปอีกที่หนึ่งแล้วโปรแกรมสีส้มก็เด้งขึ้น


         จากนั้นมันก็ผละตัวออกจากผม ผมเลยหันไปจิกตาใส่มันที่เพิ่งจะเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อกล้ามสีขาวกางเกงขาสั้นธรรมดา ไอ้ชนินเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัยว่าผมมองมันทำไม ผมไม่อยากพูดมากเลยหันกลับมาเริ่มทำงานของตัวเอง


         ...


         เวลาผ่านไปไม่นานเท่าไหร่แต่ผมก็ทำงานใกล้จะเสร็จแล้ว เหลืออีกแค่ไม่กี่อย่างที่ต้องใส่เพิ่มเข้าไป งานที่ผมต้องส่งอาจารย์ก็จะสมบูรณ์ แต่ในระหว่างนั้นเสียงกีตาร์ก็ดังขึ้นเบา ๆ ผมเลยต้องเอี้ยวหน้าตัวเองเพื่อมอง


         ชนินมันกำลังพิงผนังห้องดีดกีตาร์อยู่บนเตียง


         ไม่อยากจะพูดเหมือนตัวเองรู้ดีเกินไป แต่...แม่งดีดไม่เป็นเพลง


         “บอด”


         ผมเผลอพูดออกไปทั้งที่ไม่ได้หันไปมองมันเล่น สายตาจ้องอยู่กับงานของตัวเองแต่ก็ได้ยินเสียงว่ามันพักนิ้วไปสักพักก่อนจะเริ่มดีดใหม่ แต่ผมก็เผลอขำออกมาเพราะว่ามัน...


         “เพี้ยน”


         มันหยุดเล่นทันที


         “ถ้าเพี้ยนก็มาสอนสิ”


         “ทำไมกูต้องสอน” ผมหมุนเก้าอี้กลับไปถามมันด้วยความสงสัย เลิกคิ้วเหมือนคนอยู่เหนือกว่ามันที่อยู่ในท่านั่งกอดกีตาร์เอาไว้


         “ก็ถ้าเก่งจริงก็คงจะสอนได้ จริงไหม”


         หืม...พูดเข้าหูดีนี่


         “พูดได้ดี” ผมยกยิ้มมุมปาก ลุกขึ้นเดินมาหามันแล้วนั่งลงข้าง ๆ กระดิกนิ้วเอากีตาร์มันมา “เอามานี่”


         ไอ้ชนินยื่นกีตาร์มาให้ผม ผมยกกีตาร์มาวางไว้บนตักแล้วสอนจับอย่างชำนาญ “มึงจับแบบนี้”


         “เอฟได้ไหม” ผมหันไปถามมัน


         “ไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่ได้แต่เกรดบีกับซี”


         ไอ้สัด


         “...กูหมายถึงคอร์ดเอฟ” ผมถลึงตาใส่มัน แต่มันกลับยิ้มชอบอย่างคนพอใจ


         “ชอบบอด”


         เห็นมันตอบไม่กวนตีนอีกผมเลยยอมสอนมันดี ๆ มีการช่วยมันจับบ้าง บอกมันเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้มันลองดีดเป็นเพลง ผมพอใจอยู่นิดหน่อยที่มันสอนแล้วเข้าใจได้เร็ว บางคนผมสอนกว่าจะจับเป็น บอกแล้วบอกอีก


         “ใกล้ละ”


         “ใกล้?” มันเลิกคิ้วถาม


         “ใกล้จะเป็นเพลงละ ลองใหม่”


         มันหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะเริ่มดีดใหม่ คราวนี้พอฟังได้แต่ก็ไม่ถึงกับเรียกว่าเพราะ ก็ธรรมดานั่นแหละ “เริ่มดี พอเข้าวัดได้ แต่อย่าไปดีดหน้าหอล่ะ เดี๋ยวหมาหอน สงสารตัวเองเปล่า ๆ”


         “งั้นเล่นให้ฟังหน่อย” มันยื่นกีตาร์มาให้ผม ผมเลยรับมา


         “เพลงอะไร มึงว่ามา”


         ไอ้ชนินเปิดหน้าหนังสือเพลงไปที่เพลงเพลงหนึ่ง ผมมองอยู่สักพักก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมามองมัน


         “เดี๋ยวร้องให้ เริ่มท่อนฮุกเลย”


         เห็นมันพูดแบบนั้นผมเลยอยากจะรู้เหมือนกันว่ามันร้องเพราะไหม คงจะดาษดื่นทั่ว ๆ ไป ก่อนจะยกกีตาร์ขึ้นมาจับแล้วเริ่มดีดเป็นเพลงตามที่มันบอก...


         แต่มันก็ดันทำดีกว่าที่ผมคาดไว้


         “...ฉันเองไม่มีเลิศเลออย่างคนอื่นเขา แต่มีฉันเอาไว้ไม่เหงาฉันรับรอง”


         เสียงของมันทำให้ผมเคลิ้มไปกับเพลง


         “อาจไม่หล่อพอ ให้เธอเหลียว แต่ว่าฉันคนเดียวรักใครแล้วรักปักหัวใจ ไม่ชอบไม่เป็นไร แต่ขอให้ฉันได้โฆษณาตัวเองสักหน่อย...”


         “อาจดูไม่ดีนัก แต่ร้องเพลงเพราะ พร้อมทำให้เธอหัวเราะยิ้มได้ทั้งวัน...”


         ชนินหันมาสบตากับผมในขณะที่ผมกำลังดีดกีตาร์ให้กับมัน


         “...ดูแลก็ได้ เอาใจก็ได้ อาจไม่หล่อเท่าไหร่ แต่หัวใจฉันหล่อ...เลย”


         เสียงของมันเงียบไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เพราะตรงหน้าที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้คือดวงตาของมันที่กำลังสบตาอยู่กับผม


         ความเงียบเข้ามาแทนที่ ผมปล่อยให้จิตใจผมล่องลอยไป นึกคิดไปกับความหมายของเพลงรวมไปถึงสายตาของมันที่กำลังวูบไหว...


         “...เพลงจบแล้วนะ”


         ผมเบิกตากว้างตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับทำให้มันผิดสังเกต มันยกยิ้มบาง ผมเลยตั้งสติก่อนจะแค่นหัวเราะเหมือนคนดูถูก


         “อย่างกับหมาหอน...เอาคืนไป”


         ผมยื่นกีตาร์คืนมันไปก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปที่คอมของมัน เซฟไฟล์ลงแฟรชไดร์ฟกดเข้าไปส่งงานที่ลิงค์ที่อาจารย์โพสต์ไว้ให้แล้วล็อกเอาท์ออกจากเฟสบุคของตัวเอง ถอนแฟรชไดร์ฟออกมาแล้วหลังจากนั้น...


         “พรุ่งนี้มึงว่างไหม”


         “ว่าง”


         “...สองทุ่มไปดูหนัง หรือถ้ามึงไม่อยากไปก็เรื่องของมึง”


         มันเงียบไปสักพักก่อนจะแย้มยิ้มออกมา มือทั้งสองข้างจับกีตาร์เอาไว้ “ตอบแทนเรื่องคอมเหรอ”


         “...” ผมไม่ได้ตอบอะไรมัน ทำเพียงแค่จ้องมอง


         “อืม...”


         “...เจอกันที่หน้าโรงหนังนะ”


         หึ ก็ตามนั้น




 


 

         เหมือนการชวนไอ้ชนินไปดูหนังคืนนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเท่าไหร่ เพราะหลังจากส่งงานที่ห้องมันเสร็จพอกลับเข้ามาที่ห้องของตัวเองยังไม่ทันถึงสิบนาที พี่แรมก็โทรมาขอให้เข้าไปช่วยงานหน่อย เลยต้องละงานที่ตั้งไว้ว่าจะทำแล้วต้องลุกขึ้นบึ่งรถไปที่ร้านของพี่แรม ร้องเพลงเสร็จกว่าจะกลับก็เกือบตีสาม ไม่พอยังต้องตื่นเช้ามาเรียนตอนเจ็ดโมงครึ่งอีก ปวดหัวยิ่งกว่าเมาค้างซะอีก


         ยังไงคืนนี้ตอนสองทุ่มผมก็ต้องไปให้ได้ ไม่อยากกลายเป็นไอ้หน้าโง่ผิดนัดให้มันล้อกันเล่นหรอก


         แต่การที่คนเรานอนไม่พอแล้วซ้ำยังต้องมาเจอเรื่องน่ารำคาญมันก็ยิ่งทำให้อารมณ์หงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปทวีคูณ โดยเฉพาะตัวการอย่างไอ้ลมที่วันนี้มันดูสอดรู้เป็นพิเศษจนผมปวดหัวไปซีกหนึ่งแล้ว


         “เบส กูอยากถาม” มันโพล่งขึ้นมาหลังจากที่อาจารย์เดินออกไปจากห้องแล้ว


         “กูไม่ตอบ”


         “ทำไมไม่ตอบอ่ะ!” มันพูดเสียงดังมากกว่าเดิม ผมขมวดคิ้วแน่นไปกับเสียงของมัน


         “กูรู้ว่ามึงจะถามเรื่องอะไร”


         “งั้นแปลว่ามึงกับชนิน...!” ไอ้ลมยกนิ้วขึ้นมา ตาเบิกกว้างตกใจสุดขีด แต่ผมก็ยกมือขึ้นปิดปากมันได้ทันก่อนที่มันจะพูดออกมา


         “อย่าพูดชื่อมันให้กูได้ยิน”


         “กูไปละ เจอกัน” ผมละมือออกจากปากของมันก่อนจะลุกขึ้นยืน หยิบเอากระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกไปจากห้อง


         “เฮ้ยยย กลับมาก่อนดิ มึงอย่าเดินหนีไปแบบนี้ดิ! ทีเรื่องกูมึงอยากรู้จังเลย ไอ้เบส!” เสียงของไอ้ลมตะโกนไล่หลังมา แต่ผมหาสนใจไม่นอกจากเดินตรงดิ่งลงบันไดไปที่รถของตัวเองแล้วขับหนีมันออกมา


         ถึงจะง่วงแค่ไหนสุดท้ายผมก็ยังมาตามที่นัดมันเอาไว้ ก็อย่างที่มันเคยบอกว่าผมมาเลี้ยงมันตอบแทนเรื่องที่มันให้ผมใช้คอมทำงาน จะเลี้ยงข้าวน่ะมันก็ได้อยู่หรอก แต่ไม่รู้ทำไมตัวเองถึงได้พูดชวนมาดูหนังแบบนี้ซะได้


         ถือว่าเลี้ยงเด็กตาตี่ ๆ ไปแล้วกัน


         ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้สองทุ่มกับอีกสิบกว่านาที สายไปสิบนาทีมันสมควรตบกะบาลให้แยกเป็นสองทางจริง ๆ


         แต่ยังไม่ทันที่จะสาปแช่งมันในใจได้สิบประโยค ตัวการมาสายก็วิ่งหอบแฮ่กเข้ามาที่หน้าโรงหนังในเซนทรัลอย่างเหนื่อยอ่อน มันใส่ชุดช็อปสไตล์มันตามนิสัยไม่ได้เปลี่ยนชุดมาเหมือนกับผม เหนื่อย ๆ มาแบบนี้ดูท่าคงเพิ่งจะกลับมาจากที่ไหนสักแห่ง


         “ขอโทษ เพิ่งเลิกงาน” มันพูดออกมาท่าทางหอบ ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันเข้าที่ข้อเข่าของตัวเองแต่ก็ยังเงยหน้าขึ้นมายิ้มรู้สึกผิดให้


         “นี่มึงทำงานด้วย” ผมถามออกไป เอามือล้วงกระเป๋ากางเกง


         “ที่ร้านนั่นแหละ”


         มันไม่ได้ขยายความว่าที่ร้านนั่นแหละคือที่ไหน แต่ผมก็พอจะตีความหมายออกอยู่บ้างว่ามันคงหมายถึงร้านที่ผมเคยไปเลี้ยงฉลองวันเกิดพี่เพลงครั้งก่อน อยากจะถามอยู่เหมือนกันว่าพี่เอาตาข้างไหนเลือกจ้างมัน


         “...อยากดูอะไรก็ไปซื้อ” ผมถอนหายใจหน่าย พยักพเยิดหน้าไปทางตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ก่อนจะหยิบยื่นบัตรสมาชิกให้


         “แล้วอยากดูอะไร”


         “ย้อนถามกูทำเพื่อ”


         “ก็ชวนมาจะเลี้ยงตอบแทนไม่ใช่เหรอ”


         ผมสบตากับมันที่ดูสงสัยกันเป็นพิเศษ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกอย่างแรง ยกมือขึ้นสะบัดไปมาแบบปัด ๆ


         “ไปจิ้ม ๆ ซื้อมาไป”


         “แน่ใจนะ?


         “...กูประชดไหมล่ะ”


         “ก็หยอกเล่นเหมือนกัน” มันยิ้มมุมปากก่อนจะหมุนตัวเดินไปต่อแถวซื้อบัตรที่ตู้ พอเห็นว่ามันไม่ได้มายืนต่อปากต่อคำอะไรอีก ผมเลยหันไปสอดส่องสายตามองคนที่กำลังเดินเข้ามาซื้อตั๋วหนังแบบประปราย


         “กินอะไรไหม” เสียงของไอ้ชนินดังขึ้นมาอีกรอบพร้อมทั้งมือที่ยื่นส่งเงินทอนกับตั๋วหนังมาให้ ผมรับมาดูไม่รู้ว่ามันเลือกซื้ออะไรไป เพราะผมก็ยังไม่ได้ดูโปรแกรมหนังเลยด้วยซ้ำ


         “ไม่”


         ไอ้สัด แม่งฟังคำว่าไม่เป็นใช่หรือไง


         ผมอยากจะสบถออกมาเพราะมันเดินหมุนตัวไปอีกทางทันทีหลังจากที่ผมปฏิเสธออกไป ก่อนจะเดินกลับมาส่งขวดน้ำเปล่ามาให้


         “น้ำเปล่าเนี่ยนะ?” ผมทำเพียงหรี่ตามองขวดเปล่านั้นไม่ได้ยื่นมือไปรับ


         “กินเป๊บซี่มากไปไม่ดีต่อสุขภาพ น้ำเปล่าน่ะดีแล้ว”


         ผมแค่นเสียงออกมา เดินนำมันไปนั่งบนโซฟาของทางโรงหนังเพื่อรอเข้าโรง ไม่ได้นึกอยากจะออกไปเดินดูอะไรที่ไหน ไอ้ชนินเองก็เดินมานั่งลงอยู่ข้าง ๆ


         “อีกสามสิบนาทีเข้าโรง ไปไหนก่อนไหม”


         “นั่งรอตรงนี้จะเป็นอะไรไปล่ะ” ผมกอดอกพลางตอบมัน อยากเข้าโรงหนังไปดูให้จบ ๆ แล้วกลับห้องเต็มแก่


         จากนั้นผมกับมันก็นั่งเงียบกันไปสักพัก ที่เงียบไม่ใช่อะไรเพราะผมไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่ มัวแต่ตอบข้อความของคนที่พากันทักเข้ามาในเฟสบุคไม่ขาดสาย มีคนรู้จักและคนที่เพิ่งรู้จักบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้ไม่ดี...


         “...มาดูหนังด้วยแบบนี้ แฟนไม่มาด้วยเหรอ” ไอ้ชนินถามขึ้นมา น้ำเสียงดูบางเบาเหมือนคนถามขึ้นมาแบบลอย ๆ ผมหันไปมองมันที่เบี่ยงเสี้ยวหน้ามาถาม ผมนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป


         “กูเลิกกันแล้ว มึงจะทำไม”


         ไอ้ชนินทำเพียงจ้องตาผมกลับ มันไม่ได้รู้สึกแปลกใจหรือตกใจเลยสักนิด แค่เล่นจ้องตา...กับผมเท่านั้น


         “มองอะไร” ผมอดไม่ได้ที่จะพูดขัดมันออกไป แต่มันทำแค่ส่ายหน้าช้า ๆ ไปมาเบา ๆ


         “เปล่า”


         “ใกล้เวลาแล้ว เข้าโรงกันเถอะ”


         มันยิ้มบางแล้วลุกขึ้นยืนเดินนำผมไปที่ทางเข้าโรงหนัง ผมมองมันพลางใช้ความคิดแน่ใจแล้วว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแล้วลุกขึ้นเดินตามมันไปบ้าง


         ไอ้ชนินเลือกที่นั่งอยู่ไกลหน้าจอโรงหนังพอสมควร ไม่รู้มันสายตายาวหรือห่าอะไรแต่ก็ถือว่าเป็นส่วนตัว ไม่รู้มันจะเอาแบบส่วนตัวทำไม ในโรงก็มีคนดูอยู่แค่ไม่กี่คน อยากจะด่ามันนักแต่ก็ได้แต่นั่งตรงตามหมายเลขที่มันบอก แล้วกอดอกดูหนังไปเงียบ ๆ


         แต่ดูกันไปสักพัก...ผมก็รู้สึกง่วงขึ้นมา


         มันไม่ได้แปลว่าหนังไม่สนุก แต่วันนี้ผมเพลียมาทั้งวัน รู้สึกอยากจะนอนเต็มแก่ จนสุดท้ายผมก็ไม่อาจฝืนเปลือกตาอันหนักอึ้งของตัวเองก่อนจะปล่อยให้มันเป็นไป


         ...


         แรงสัมผัสหนัก ๆ อยู่ทางด้านไหล่ขวาทำให้ผมรู้สึกแปลกอยู่นิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังหันไปมองด้วยความสงสัย ก่อนจะพบว่า...เบสหลับไปแล้ว


         “...นี่” ผมยกตัวเองขึ้น ใช้ไหล่สะกิดเบา ๆ แล้วเรียกเสียงกระซิบ


         แต่ใบหน้าที่ชอบทำสีหน้ากวนตีนอยู่ตลอดเวลาตอนนี้มีร่องรอยของคนอ่อนเพลียอยู่เล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิทรวมไปถึงปากปีจอที่มักจะชอบพูดจารุนแรงอยู่ตลอดเวลาก็ปิดแน่นสนิทไม่มีการพูดคุยไปด้วย ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็นหลักฐานอย่างดีที่ผมรับรู้ได้ว่า เจ้าตัวกำลังหลับลึกแถมยังใช้ไหล่ของผมเป็นหมอนอิงไปเรียบร้อยแล้ว


         ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเองก็เลิกงานเกือบจะตีสามแท้ ๆ แถมยังต้องตื่นเช้าไปเรียนอีก ไม่เหนื่อยก็แปลก


         ผมยิ้มบาง มองความดื้อด้านของอีกฝ่ายที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูน่ารักไปเสียหมด


         ส่วนเรื่องที่ทำไมผมถึงรู้ว่าอีกฝ่ายทำงานเลิกดึกก็เพราะก่อนหน้านั้นผมเคยถามพี่นายไปแล้วว่าเบสทำอะไรมาถึงได้เปิดประตูเข้าห้องเกือบจะตีสองตีสามเวลาที่ผมยังเล่นเกมอยู่ เพราะอย่างนั้นผมถึงได้รู้คำตอบ


         “...”


         ผมค่อย ๆ ขยับตัวอย่างเบา ๆ และเชื่องช้าพอที่จะไม่ปลุกอีกฝ่ายขึ้นมาจากการนอนพัก ค่อย ๆ ถอดเสื้อช็อปของตัวเองออกมาก่อนจะห่มเข้าที่ร่างของปากปีจอที่กำลังสั่นไหวเพราะความหนาว


         ก่อนที่ร่างกายของเบสจะสงบลงไปอีกครั้ง ลมหายใจยังคงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอและแผ่วเบา


         ผมยิ้มบาง ปัดเส้นผมที่ปรกหน้าให้ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับหนังต่อ


         เอาไว้รอตื่นมาผมจะเล่าช่วงแรกของหนังให้ฟังแล้วกัน



TBC
#ก่อสร้างดีที่สุด
โมเม้นเขาเริ่มจะมีเยอะขึันทุกวันแล้วนะแม่

Note : ช่วงนี้นักเขียนมีธุระและงานที่ต้องทำเยอะแยะเป็นกระบุงไปหมดอาจมีบางช่วงที่ทำให้นักอ่านไม่เข้าใจก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ สามารถแนะหรือบอกนักเขียนได้ค่ะ จะรีบแก้ให้ทันที ( ฮา )

แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือ...แท้น---!!!



ทางนักเขียนมีเพจ Facebook เป็นของตัวเองแล้วค่ะ! >>> WRA
ส่วนช่องทางติดต่อใน Twitter >>> @canvasxblue
เป็นช่องทางสำหรับการติดต่อข่าวสาร ประกาศกำหนดการการลงนิยายหรืออื่น ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.534K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,478 ความคิดเห็น

  1. #10418 Katcher (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 15:02
    น้องชนินคนอบอุ่นนนนน
    #10,418
    0
  2. #10372 nok0711 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 09:31

    เขารอเธอเลิกกับแฟนทุกวันเลยไม่ตกใจไงคะ รอเคลมตลอดเวลา

    #10,372
    0
  3. #10329 FeMeelz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 15:15
    ชอบนิสัยพี่เบสมากอ่ะ คือหล่อ คือเท่ คือรู้ทันคน คือเเบบ ผัวคะ
    #10,329
    0
  4. #10309 bow26042002 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 17:35
    ชอบมิตรภาพของเบสกับลม ดูกันออกตลอด ถึงลมจะซื่อๆไปบ้างแต่ก็ดูออก ชอบความทันคนมากๆของเบส ดูออกแทบทุกอย่าง ความรู้สึกเร็วมาก ฮือ
    #10,309
    0
  5. #10264 despasito (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 10:30
    คู่นี้น่าจะเร็วและดุ5555
    #10,264
    0
  6. #10243 NACHI1743 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 11:53
    แลง แลงมากแม่!!!!!
    #10,243
    0
  7. #10175 Earn0624 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 23:07
    ชอบบบบ ฮือชอบที่เบสความรู้สึกเร็ว เขาคงรู้แหละว่าตัวเองรู้สึกยังไง และชนินรู้สึกยังไง ความสัมพันธ์เร็วแน่คู่นี้ ชอบจัง
    #10,175
    0
  8. #10144 filmnaruepron (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 11:56
    ชนินนนนนนนน
    #10,144
    0
  9. #10082 psunrise (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 21:12
    ละมุนไปหมดฮือออออ ทำไมชนินน่ารักขนาดนี้!!!
    #10,082
    0
  10. #10043 Biekps99 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 01:10
    น่ารัก
    #10,043
    0
  11. #10009 Feum23 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 11:27
    เขินนนน ฮืออออ ชนินน่ารักมาก น่ารักมากแบบมาก ชนินดีที่สุด เขินพระเอกเรื่องนี้มาก ;-; งานสายตาชนินคือสุดยอดมากอะ เบสจะเริ่มรู้ๆก็เพราะสายตาตลอดนี่แหละ ละมุนจน 555555 เริ่มคุยกันดีๆแล้วววน่ารักจัง
    #10,009
    0
  12. #9953 Twin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 20:51

    มันคือ..ความห่วงใย.งัยยยยย????

    #9,953
    0
  13. #9931 KhunLOMAs (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 21:51
    จากที่ไรทบรรยายลักษณะตัวพระนายมาคือ ถ้าใจเราว่าเขาน่ารักเขาก็น่ารักจริงๆถึงแม้ตัวตนจริงๆคือหล่อนายแบบ555555555 ชนินมีความอบอุ่นนน
    #9,931
    0
  14. #9893 Spices_smile (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:36
    ชนินนนนนน
    #9,893
    0
  15. #9871 byun_Uracha (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:30
    ชนินอบอุ่นจังเลยอะ ชอบตรงที่ใข้ช็อปห่มให้เบสแล้วบอกจะเล่าช่วงต้นหนังให้ฟังคือแบบ เป็นอ่อนโยนเป็นแสนดี แล้วมีเอ็นดูเขาบอกเขาน่ารักเนี่ยชนินใจเราไม่เป็นของเราแล้วอะ มันเป็นเขิน
    #9,871
    0
  16. #9851 JeerananTan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:13

    ฮรึกกกกกกกกกกก
    #9,851
    0
  17. #9767 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 18:10
    ละมุนแท้ อ้ากกก
    #9,767
    0
  18. #9682 jjtk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 18:17
    ชนินแม่มมทำเขินมากกกกก
    #9,682
    0
  19. #9665 CR33 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 10:58
    อ่านไปนั่งยิ้มไป
    #9,665
    0
  20. #9609 Diamondgirl (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 20:32
    เขินตอนร้องเพลงหนักมากกกกกก งืออออ ละมุน ดีต่อใจ
    #9,609
    0
  21. #9601 ข้าน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 19:33

    อ่านไปนั่งย้ิมไป

    #9,601
    0
  22. #9574 Jibangrin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:29
    หมั่นไส้!! 555555555555 แงงงง
    #9,574
    0
  23. #9547 manilala (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 14:00
    ให้สามว้าวเลยตอนนี้ 555555
    #9,547
    0
  24. #9521 The Kingz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:14
    นี่ร้องเพลงจีบกันเหรอ???? สงสารคนโสดบ้างงงง แดกอาหารหมากันทุกคนจ้าาาาา
    #9,521
    0
  25. #9481 Sunflower.W (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 08:32
    เรือแพพี่กลายเป็นเรือยอร์ชแล้ว ประทับใจจจจ
    #9,481
    0