Freshy ! คุณกับผม เราเป็นคู่กัด #ก่อสร้างดีที่สุด (B2S)

ตอนที่ 13 : คู่กัดรอบที่สิบสอง : ชิดขึ้นมาอีกนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,233 ครั้ง
    27 ม.ค. 62






คู่กัดรอบที่สิบสอง
คำเตือน : โปรดใช้วิจาณญาณในการอ่าน





         เหมือนการตัดสินใจเช็ดหน้าให้ไอ้ชนินวันนั้นจะเป็นทางเลือกที่ผิด


         เพราะหลังจากจบเกมไป แน่นอนว่ามันแข่งบอลชนะขาดลอย ฝีมือคนยิงประตูส่วนใหญ่ก็คือมัน ไม่รู้ว่าเอาอะไรไปคึก ซึ่งผมไม่ได้อยากโฟกัสตรงนั้นเพราะพอออกจากสนามไปแม่งตามติดผมเป็นเงาไม่ยอมเลิกจนผ่านมาเกือบสามวันแล้ว


         “มึงจะเอายังไงกับกู มึงว่ามาที” ผมแทบจะกุมขมับในขณะที่ถามมันออกไป


         “แค่มานั่งกินข้าวด้วย ต้องเป็นทุกข์ขนาดนั้นเลยเหรอ” มันตอบกลับในขณะที่คาบช้อนเอาไว้ในปาก


         เออ อย่างที่มันพูด พอพักเที่ยงเสร็จจากเรียนคาบเช้า มันก็ตามมากินข้าวที่โรงอาหาร ไม่รู้ว่ามันหาผมเจอได้ยังไงทั้งที่ไม่มีอะไรจะติดต่อกันได้เลยแม้กระทั่งเฟสบุคและไลน์ แต่มันก็ยังเดินมานั่งลงกินข้าวหน้าสลอนอยู่ตรงหน้าได้ ความพยายามแม่งเป็นเลิศจริง ๆ


         “คนอื่นไปไหน” มันหันซ้ายหันขวามองรอบ ๆ โรงอาหาร


         “เขาก็มีธุระไหมล่ะ ไม่เหมือนมึง ทำตัวว่างเหลือเกิน”


         ผมว่าอย่างเซ็ง ๆ ตักข้าวเข้าปากด้วยความเบื่อหน่าย แค่อยากแดกข้าวคนเดียวนี่มันยากเกินไปใช่ไหม ไอ้ชนินก็ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน มันทำแค่นั่งพิงเก้าอี้ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มกิน


         “ก็เห็นมากินอยู่คนเดียว เพื่อนไม่มาด้วย กลัวจะเหงา”


         “แค่กินข้าว กูไม่ใช่เด็กมัธยมที่เวลาเข้าห้องน้ำต้องเรียกเพื่อนไปด้วย”


         “ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเด็กมัธยม”


         ผมส่งเสียงในลำคอด้วยความไม่พอใจ ไม่อยากด่ามันเยอะเพราะรู้สึกว่าวันนี้จะเถียงมันไปก็เหนื่อยเปล่า ๆ แถมยังเปลืองน้ำลายไปอีก เพราะงั้นเลยได้แต่ตักข้าวเข้าปากทำเหมือนไอ้คนตรงหน้ามันไม่มีตัวตน


         แต่สุดท้ายก็มีเรื่องให้ต้องพูดกับอีกจนได้...


         “ไอ้เดือนบริหารมันโบกมือให้กูทำไมวะ” ผมพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหนึ่งที่มีไอ้เดือนบริหารโบกมือให้ทันทีที่ผมเงยหน้าจากจานข้าวของตัวเอง มันยกมือโบกด้วยท่าทีเฉื่อยชา หน้าตาดูมึน ๆ นี่อยากจะรู้จริง ๆ ว่ามันชนะแข่งเดือนมหาลัยได้ยังไงวะ


         “เดือนบริหารเหรอ...” ไอ้ชนินหันไปมองตาม “...จำได้ว่ารู้จักกัน”


         “กูกับมัน?


         “เปล่า” ชนินส่ายหน้าเบา ๆ


         “เคยเรียนม.ปลายด้วยกัน อยู่คนละห้อง แต่ไม่รู้จักชื่อหรอก” ไอ้ชนินพูดพลางตักข้าวเข้าปาก ผมหันมองไอ้เดือนบริหารที่มันเดินหนีหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ก่อนจะตักข้าวกินต่อ


         “...คนแถวนี้เหรอ”


         ผมเหลือบสายตามองมันเล็กน้อย ๆ เมื่อจู่ ๆ ก็โพล่งถามขึ้นมา “ทำไม”


         “ไม่ค่อยเห็น”


         “หน้าตากูไม่ได้โหลขนาดจะเห็นดาษดื่นทั่วไป” หรือถ้าให้สื่อนัยหนึ่งคือกูหล่อมาก ไม่มีใครมาเหมือนกูได้หรอก


         “ก็ถึงว่าหน้าหมาเป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้”


         “เก็บปากไว้แดกข้าวไป” ผมว่าอย่างหงุดหงิด แต่พอสบตากับมันอีกรอบก็เห็นว่ามันกำลังจ้องมองผมอยู่ ถ้าไม่ได้คิดไปเองเหมือนว่ามันกำลังรอคาดคั้นคำตอบจากผมเพราะงั้นผมเลยอธิบายเพิ่มไป


         “...ที่มึงไม่เห็นก็คงไม่แปลก กูเรียนสายอาชีพมา มันไม่ได้อยู่ใกล้กับโรงเรียนมึง”


         “เหรอ ถ้าใกล้กันตั้งแต่ตอนนั้นน่าจะดี”


         พอมันพูดประโยคเมื้อกี้เสร็จมันก็เงียบทันที ทำแค่สบตากับผม แววตาซุกซนอย่างเห็นได้ชัด แต่ไอ้ที่มันซุกซนกว่าก็เหมือนจะเป็นเท้าใต้โต๊ะของมันที่กำลังเขี่ยเข้าที่ขาของผมไปมา ไอ้สัด อารมณ์ไหน


         “...”


         ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะพี่แรมก็โทรเข้ามาขัดบทสนทนาพอดี ผมเลยเลือกที่จะรับสายของพี่แรมก่อนเพราะคาดว่าคงโทรมาเรื่องงาน


         “ครับพี่แรม...คืนนี้เหรอครับ...ว่างครับ...ครับ เจอกันหนึ่งทุ่ม...โอเค ผมไม่พกกีตาร์ไปนะ...ครับ” ผมยิ้มอ่อนให้โทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะกดวางสายไปแล้วตักข้าวของตัวเองกินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


         “...งานเหรอ” ไอ้ชนินถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผมเลื่อนสายตาไปมองมัน


         “ไม่ยุ่ง”


         “เหรอ”


         มันครางรับในลำคอ เห็นมันไม่ถามอะไรอีกผมเลยรีบจ้วงข้าวเข้าปากให้เร็วที่สุดเพราะมันเหลือไม่ถึงครึ่งจาน แต่หลังจากนั้นมันก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ไม่ได้เชิงกระซิบข้างหูเพราะไม่ได้ชิดกันขนาดนั้น มันทำแค่ขยับมาพูดเสียงเบากับผม


         “...นี่”


         “อะไร” ผมตวัดสายตามองทันที ข้าวกูจะแดกเสร็จไหมวันนี้ กวนส้นตีนแม่งอยู่ได้!


         “ไหนรางวัล หลายวันแล้วนะ”


         “รางวัลอะไร” ผมขมวดคิ้วถาม ไม่เข้าใจ ส่วนมันพอผมถามแบบนี้ออกไปมันก็เลิกคิ้วทำหน้าเหมือนคนกำลังหลอกด่าผมในใจ ซึ่งคาดว่ามันทำอยู่แน่ ๆ


         “ก็แข่งบอลชนะ ไม่มีรางวัลให้หน่อยเหรอ”


         “ทีมมึงก็เลี้ยงกันแล้วไง เสียงดังไปแปดบ้าน”


         ผมไม่ได้พูดเกินจริง เพราะพอมันเตะบอลชนะเลิศได้แม่งก็เป็นเหี้ยอะไรกันไม่รู้ถึงได้ย้ายสำมะโนครัวมาเลี้ยงฉลองห้องไอ้ชนิน เสียงดังจนผมต้องเปิดประตูออกไปด่ามันเหมือนเคย ยังดีที่พอใกล้จะสี่ทุ่มห้าทุ่มเสียงห้องมันก็เบาลง


         “มันไม่เกี่ยวกัน” แต่ไอ้ชนินก็ว่าขึ้นมาอีก ผมช้อนตามองคนตรงหน้า ใบหน้าของมันเรียบเฉยก็จริง แต่สายตาของมันกำลังฉายแวว...ถ้าหากผมไม่ได้คิดไปเอง มันเรียกว่าสายตาออดอ้อน


         น่ารักตายล่ะ


         “...กูไม่ได้พนันอะไรกับมึง อย่ามางอแง” ผมดึงสายตาของตัวเองกลับมาก่อนจะยกช้อนตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากแล้วเคี้ยว


         “ถ้างั้นทำงานที่ไหน”


         “บอกมึงให้โง่สิ”


         “ลองโง่สักหน่อยก็ได้”


         ผมชักจะเริ่มมีน้ำโหกับคำพูดของมันเลยกะว่าจะเงยหน้าด่ามันสักที แต่ปรากฎว่าไอ้หน้าที่ยิ้มแย้มกวนส้นตีนอยู่ทุกทีมันไม่มีอยู่เพราะมันกำลังทำหน้า...ยิ้มออดอ้อนใส่ผมแทน


         “...อยากไปให้กำลังใจ แลกกัน นะ”


         ...


         “วันนี้มึงทำตัวน่ารำคาญจริง ๆ ชนิน”


         ผมลุกขึ้นยืนไม่ลืมที่จะหยิบจานข้าวของตัวเองกับแก้วน้ำที่กินเสร็จแล้วขึ้นมาถือไว้ในมือ ขยับเท้าหมุนตัวหันหลังให้มันกะว่าจะเอาจานไปเก็บก่อนจะไปเรียนต่อ แต่ก่อนหน้านั้น...


         “...ร้าน ### ถิ่นกู ถ้าใจพอก็มา”


         เพียงแค่ผมหันไปบอกมันแค่นั้นก่อนจะเดินหนีมันไป ไอ้ชนินกลับยิ้มกว้างออกมายิ่งกว่าจานดาวเทียม


 


...

 

         “ดีครับพี่แรม” ผมยกมือไหว้พี่แรมในขณะที่กำลังเดินเข้ามาหลังร้านในช่วงหนึ่งทุ่มระหว่างที่พี่แรมเพิ่งจะเปิดร้าน มีคนกำลังยืนอออยู่หน้าร้านเพื่อทยอยกันเข้ามา


         “หวัดดี” พี่แรมยกมือไหว้ ทักทายผมด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปจัดการงานของตัวเองต่อ


         “ให้ผมช่วยตั้งเสียงไหมพี่”


         “อืม ขึ้นไปเลย”


         พอผมเห็นพี่แรมพยักหน้ารับเลยเดินขึ้นไปบนเวทีเตี้ย ๆ ของทางร้านที่จัดเอาไว้เป็นมุมขนาดใหญ่ ก่อนจะเดินมาจับเอากีตาร์ของทางร้านขึ้นมาปรับสายให้ แต่ในระหว่างนั้นก็เจอคนที่คุ้นเคยกัน


         “ดีพี่ฟลุค” ผมทักคนที่นั่งลองกลองชุดอยู่ด้วยท่าทีสบาย ๆ เขาเองพอเห็นผมก็ยักคิ้วตอบกลับ


         “ว่าไงเบส”


         “วันนี้เล่นเป็นวงเหรอพี่” ผมถามออกไปในขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นรุ่นพี่ในวงที่เล่นด้วยกันบ่อยอีกคนเดินขึ้นมาบนเวทีพอดี


         “เออ เห็นพี่แรมบอกว่ามีนักร้องใหม่มาแทนไอ้ว่านที่ลาออกไปว่ะ”


         “พี่เจอแล้วเหรอ”


         “ยัง แต่พี่นัทมันเจอแล้วนะ” พี่ฟลุคพูดออกมา ทำให้พี่นัทคนก่อนหน้าเดินเข้ามาร่วมบทสนทนาด้วย เขาเป็นมือเบสของวงที่ผมร่วมเล่นแถมยังเป็นผู้อาวุโสด้วยเพราะอายุเยอะสุด


         “กูเจอตอนมาคุยกับพี่แรมพอดี หล่อใช้ได้เลยนะ อายุน่าจะเท่า ๆ กับมึงนี่แหละ” พี่นัทว่าแล้วตบเข้าที่บ่าผมหนัก ๆ สองสามที


         ทำไมผมรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเหตุการณ์มันคล้ายกับตอนที่ไอ้ชนินมันย้ายเข้าหอใหม่ นี่อย่าบอกนะว่าเป็นมันน่ะ มันจะเกินไปหน่อยแล้วแบบนี้


         “เสียดาย นึกว่าผู้หญิง เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นพี่แรมรับนักร้องผู้หญิงเข้ามาเลยว่ะ” พี่ฟลุคบ่นออกมาด้วยความเสียดาย แต่ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปถึงจะรู้ว่าทำไมพี่แรมถึงไม่รับนักร้องหญิงมาทำงานด้วยก็ตาม...


         ส่วนสาเหตุก็เป็นเพราะ...พี่แรมเคยมีเมียเป็นนักร้องแล้วโดนหักอกเลยฝังใจ


         “ลูกค้าพากันเข้าร้านมาละ พวกมึงรีบตั้งเร็ว” พี่นัทว่าก่อนจะเดินหนีไปอีกทางเพื่อไปจัดการกับเบสของตัวเอง ผมเลยหันไปมองตรงประตูทางเข้าที่มีลูกค้าทยอยเดินเข้ามากันแล้ว โชคยังดีที่พี่แรมเปิดเสียงเพลงคลอไปก่อนยังพอมีเวลาให้ผมจัดการ


         แต่พอจะละสายตาออกมาจากประตู ผมก็ดันเหลือบไปเห็นใครบางคนเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนของตัวเอง...


         ไอ้ชนินแม่งมาจริง ๆ ด้วย


         มันสอดส่ายสายตามองหาอะไรสักอย่าง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผมที่ยืนอยู่บนเวที จากนั้น...มันก็ยกยิ้มมุมปาก


         ผมละสายตากลับมาให้ความสนใจกับกีตาร์ของตัวเองต่อ พอปรับสายเรียบร้อยดีแล้วผมก็วางลงแล้วเดินลงมาจากเวทีเพื่อเตรียมความพร้อมของตัวเอง แต่มันดันมีไอ้ชนินยืนอยู่ด้านข้างเวที


         “ไง” มันยกมือขึ้นทักทายผม


         ผมสบตากับมันเพียงชั่วครู่ก่อนจะเดินผ่านมันมาหยิบเอาขวดน้ำที่ตั้งอยู่ไม่ไกลขึ้นมาดื่ม มันเองก็เดินตามมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ผม


         “กินข้าวมาหรือยัง” ไอ้ชนินถามขึ้นมา


         “นี่มึงมากับใคร” แต่ผมถามกลับ ไม่ได้ตอบคำถามมัน มันเลยเลิกคิ้วมองไปทางคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงโต๊ะไม่ไกลจากข้างในร้าน


         “เพื่อนในเอก...ร้านโปรดมันพอดี”


         เหี้ยจริง...ผมจ้องมัน ไม่ได้คิดว่ามันจะมาจริง ๆ แต่ก็ช่างเถอะ


         “มือกีตาร์เหรอ”


         “เออ”


         “เบส มาเตรียมตัวได้แล้ว!


         “กำลังไปพี่” ผมตะโกนตอบกลับพี่นัท หันไปมองไอ้ชนินเล็กน้อย มันเองก็ไม่ได้รั้งผมเอาไว้ ทำเพียงฉีกยิ้มบาง...


         “สู้ ๆ นะ รอฟังอยู่”


         ผมหมุนตัวเดินละมันออกมาหาพี่นัทกับพี่ฟลุคที่ยืนรออยู่ ส่วนมันเองก็เดินกลับไปหาเพื่อนของมันที่โต๊ะให้ผมมองตามมันไป


         “ทำไมวันนี้ไอ้นิคมันช้าจังวะ” พี่ฟลุคบ่นออกมาในขณะที่กดโทรศัพท์เหมือนโทรหาใครบางคน คนชื่อนิคที่ว่านี่ก็มือกีตาร์อีกคนของวงร้านพี่แรม แต่ตั้งแต่เข้ามาในร้านผมเองก็ยังไม่เห็นพี่นิคสักครั้ง


         แต่เหมือนกับเจ้าตัวเองก็รู้ว่ากำลังโดนนินทา เพราะไม่นานก็เดินมาจากทางด้านหลังเวทีพร้อมกับพี่แรมด้วยสีหน้าเครียดเล็กน้อยพอ ๆ กับพี่แรมเลย


         “อ้าว ไอ้นิค มึงช้าจังวันนี้” พี่ฟลุคพูดออกมา แต่พี่นิคกลับส่ายหน้าเป็นการตอบ


         “เหมือนนักร้องคนใหม่จะมาไม่ได้ติดธุระสำคัญจากทางบ้าน...เบสพอร้องไปก่อนได้ไหม” พี่แรมหันมาคุยกับผม ทุกคนต่างมีสีหน้าแปลกใจออกไป รวมไปถึงสีหน้าเป็นกังวลด้วย


         “ก็ได้อยู่...แต่วันนี้ผมรู้สึกเจ็บคอ คงร้องได้ไม่เท่าไหร่นะพี่” ผมว่าออกไป วันนี้ผมเจ็บคอมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่ได้คิดว่าวันนี้จะมาร้องเพลงเลยไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่


         “เหรอ...ถ้างั้นพอจะมีใครให้ติดต่อมาร้องวันนี้ได้ไหม ไม่งั้นเราคงต้องเปิดเพลงเอา”


         ผมกับพวกพี่มองหน้ากัน ไม่คิดว่าจะมีปัญหากันเวลานี้ เพราะปกติถ้าใครมีปัญหาอะไรก็จะติดต่อมาบอกก่อน ไม่งั้นคนอื่นจะเสียหายกัน


         “ผมก็มีอยู่นะพี่แต่ป่านนี้คงได้งานที่อื่นไปแล้ว” พี่นัทว่า เริ่มมีอาการไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะเจ้าตัวเองก็ไม่ได้รับงานมาจากที่ไหนเหมือนกับผม


         แต่...วินาทีนี้ผมกลับคิดถึงใครบางคน


         “ผมว่าผมพอจะหาได้แล้วล่ะพี่”


         พวกพี่แรมต่างหันมามองผม “ใคร”


         “เดี๋ยวผมมา”


         ผมว่าแค่นั้นก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกมาจากด้านข้างเวที เดินตรงมาหาคนตัวเท่า ๆ ผมที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนอยากสนุกสนาน ในมือถือแก้วเหล้าเอาไว้พร่องไปเกือบค่อนแก้ว จากนั้นผมก็ดึงแขนมันข้างหนึ่ง...


         “มากับกูหน่อย”


         ไอ้ชนินหันมามองผมด้วยความแปลกใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมวางแก้วลงแล้วเดินตามผมมาทางด้านข้างเวทีอีกรอบ ก่อนที่พวกพี่จะมองผมกับมันด้วยความสงสัย


         “คนนี้แหละ”


         พวกพี่แรมยังคงยืนนิ่งไม่พูดอะไรออกมา ผมเลยพูดเสริม “มันร้องได้”


         “หมายความว่าไง” ไอ้ชนินหันมาถามผม แต่ผมก็เงียบไม่ได้ตอบมันกลับ


         “พอดีนักร้องทางร้านพี่เขามาไม่ได้ น้องพอจะมาร้องแทนได้ไหม” พี่แรมเป็นคนถามมัน


         ไอ้ชนินหันมามองหน้าผม ผมเลยสบตากับมันอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่มันจะถอนหายใจออกมา


         “...ได้ครับ”


         “ได้ใช่ไหม...ถ้างั้นก็เตรียมตัวเลย” พี่แรมว่าอย่างเร่ง ๆ ก่อนจะเดินหนีไปทางด้านหลังเวทีเพื่อเตรียมเครื่องเสียง ส่วนพวกพี่ที่เหลือเองต่างก็เดินไปเตรียมตัวบ้าง พอเห็นแบบนั้นผมเลยกะว่าจะเดินขึ้นไปเหมือนกันแต่ไอ้ชนินก็ดึงแขนผมเอาไว้


         “งานนี้คิดค่าตัวนะ” มันว่าออกมา


         เวรจริง ๆ


         “ทำให้ดีก่อนแล้วค่อยว่ากัน”


          มันฉีกยิ้มก่อนจะเดินนำผมขึ้นเวทีไป



         ...


         “...พอจะร้องได้ใช่ไหม เพลงง่าย ๆ” พี่นัทว่าในขณะที่ยื่นพวกเนื้อเพลง ลำดับเพลงต่าง ๆ นานา ให้ไอ้ชนินอ่าน ส่วนผมเองก็ยกเอากีตาร์ขึ้นมาสะพายบ่าเตรียมความพร้อม


         “ครับ แค่มีจังหวะก็พอ”


         “ดี ถ้างั้นน้องพูดทักทายไปก่อน แล้วเดี๋ยวพี่จะให้สัญญาณเพลงแรกขึ้น เราถึงจะเริ่มกัน” พี่นัทดูท่าจะชอบมันสมควรตรงที่มันว่าง่าย ก่อนจะเดินไปเอาเบสของตัวเองขึ้นมาแล้วเดินไปประจำที่ของตัวเอง


         ไอ้ชนินเองก็เดินไปหยุดยืนอยู่ตรงไมค์ที่ตั้งอยู่ตรงกลางร้าน ขยับไมค์เล็กน้อยเพื่อให้ตรงกับปากของตัวเอง ก่อนที่มันจะกระแอมไปออกมา


         ( สวัสดีทุกคนในยามค่ำคืนนี้นะครับ )


         เสียงกรี๊ดดังลอยมาเบา ๆ เมื่อยามที่มันแย้มรอยยิ้มบาง จากนั้นผู้คนต่างก็ให้ความสนใจมัน


         ( วันนี้เป็นคืนพิเศษของทางร้านเรา ที่ไม่ได้เจอกันง่าย ๆ )


         ( โดยเฉพาะผม ) ชนินมันหัวเราะออกมาเบา ๆ พอ ๆ กับคนที่นั่งฟังกันอยู่


         ( พร้อมกันหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้ว...เรามาสนุกด้วยกันนะครับ )


         จากนั้นพี่ฟลุคก็ให้จังหวะกลองเริ่ม...ก่อนที่ผมและพวกพี่นัทจะเริ่มเล่นเพลงของ Ten To Twelve เป็นเพลงแรกด้วยจังหวะมันส์ ๆ จากนั้น...ไอ้ชนินก็เริ่มร้อง


         (  ...สบตาเธอแล้วหัวใจฉันสั่น )


         “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”


         เสียงทุ้มของมันดังลั่นร้านพร้อม ๆ กับเสียงกรี๊ดของทางลูกค้าที่ต่างพากันชอบอกชอบใจ พอเห็นแบบนั้นมันก็หันหน้ามาขยิบตาให้ผมหนึ่งทีพร้อมกับฉีกยิ้มไปหนึ่งที


         ( เธอทำให้ฉันปั่นป่วนข้างใน แต่ยังไม่กล้าเข้าไป ไม่รู้เธอคิดยังไง โอ้ เธอ...โอ้ เธอ~ )


         ( สบตาอีกครั้งเรียกความมั่นใจ )


         “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”


         ( กระเถิบเข้าไปใจสั่นระรัว...แต่มันยังไม่ค่อยชัวร์ กล้า ๆ กลัว ๆ โอ้ เธอรู้ไหม ฉันเพ้อไปไกล... )


         ( เขยิบเข้าไปให้ ชิด ชิด ชิด ชิด ชิด ชิดดูสักที~ ได้ก็ได้แต่ คิด คิด คิด คิด คิด คิดอยู่แบบนี้ )


         ( อยากจะเข้าไปรู้จักเธอ ใกล้กับเธอ อยากให้เธอได้รู้ เลยแอบมา ชิด ชิด ชิด ชิด ชิด ชิดเธอคนดี )


         มันทำดีเกินคาด ผมเคยบอกไว้แล้วใช่ไหมว่ามันร้องเพราะแต่ดีดกีตาร์ไม่เป็นน้ำ แถมมันยังใส่อารมณ์ในเพลงเป็น ไม่อย่างนั้นคนในร้านคงไม่อินกันถึงขนาดนี้ พี่แรมที่ยืนอยู่ข้างเวทีเองก็ยังพอใจ


         แต่ในจังหวะที่กำลังร้องมาถึงช่วงท้ายของเพลง ผมก็สังเกตเห็น...ว่ามันกำลังหันมาสบตากับผมในขณะที่ร้องเพลง...


         ( เขยิบเข้าไปให้ ชิด ชิด ชิด ชิด ชิด ชิดดูสักที )


         ( ได้ก็ได้แต่ คิด คิด คิด คิด คิด คิดอยู่แบบนี้ )


         ชั่วขณะหนึ่งเหมือนทั้งร้านมีแค่ผมกับมันที่ยืนร้องเพลงอยู่ข้างหน้า สบตากับผมเหมือนสื่อความหมายหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่หยุดเล่นกีตาร์ มันเองก็ยังไม่หยุดร้องเพลง...


         ( อยากจะเข้าไปรู้จักเธอ ใกล้กับเธอ อยากให้เธอได้รู้ เลยแอบมา ชิด ชิด ชิด ชิด ชิด ชิดเธอคนดี )


         เหี้ยจริง ๆ...หัวใจผมแม่งเต้นได้เหี้ยจริง ๆ



         ...


         เกือบประมาณตีหนึ่งวงของผมก็ลงจากเวที เหลือไว้เพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ พวกพี่นัทขอตัวกลับไปก่อนแล้ว เหลือแค่ผมกับพี่ฟลุคที่ยืนคุยกันเล็กน้อย ส่วนไอ้ชนินเอง...พี่แรมก็ถูกใจไปตามระเบียบเพราะกำลังยืนคุยกันอยู่ใกล้ ๆ


         “ร้องดีนะ พี่ชอบ” พี่แรมพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มต่างจากก่อนหน้านี้


         “ขอบคุณครับ” ไอ้ชนินก้มหัวลงเบา ๆ เป็นการขอบคุณ


         “ถ้าไงพี่ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อยได้ไหม เผื่อมีงานเล็ก ๆ พี่จะได้ชวนมาอีก”


         “ได้ครับ” ไอ้ชนินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรให้แล้วโชว์ให้พี่แรมดู ก่อนที่จะดึงกลับมาแล้วเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม


         “ชื่ออะไรน่ะเรา”


         “ชนินครับ”


         “โอเค พักผ่อนกันตามสบายเลยนะ ขอบคุณมาก” พี่แรมตบเข้าที่บ่ามันเบา ๆ ก่อนจะขอตัวไปดูแลร้านของตัวเองต่อ


         “ถ้างั้นกูกลับก่อนนะเบส เจอกัน” พี่ฟลุคเองก็โบกมือลาผมก่อนจะเดินไปอีกทางเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อน เพราะอย่างนั้นตรงนี้ก็เลยเหลือแค่ผมกับไอ้ชนินที่ยืนอยู่ด้วยกัน


“สักหน่อยไหม” ไอ้ชนินยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาให้ผม สีคล้าย ๆ น้ำพันซ์สีส้มน่ากิน ผมเลยดึงแก้วออกจากมือมันขึ้นดื่มไปหนึ่งอึก ก่อนจะเสตามองมันที่กำลังยืนเอามือล้วงกระเป๋า


         “...มึงจะกลับเลยไหม”


         ไม่รู้อะไรดลใจทำให้ผมถามมันออกไป แต่ถึงอย่างนั้นไอ้ชนินก็เหลือบสายตามองเพื่อนมันที่ยังดูท่าจะสนุกกันอยู่


         “คงไปต่ออีกหน่อย”


         “อืม” ผมครางรับในลำคอ ยกแก้วขึ้นดื่ม สายตามองตรงไปยังเวทีที่กำลังมีคนของทางร้านเปิดเพลงอยู่


         “...จะกลับแล้วเหรอ”


         “ทำไม” ผมหันไปสบตากับมัน ส่วนมันก็แย้มยิ้มบางให้ผม


         “อยู่ต่ออีกหน่อยสิ”


         “...เพื่อนมึงไม่ตามหรือไง”


         แปลกที่เพื่อนมันไม่เห็นมายืนเย้ว ๆ ดึงตัวมันกลับโต๊ะ มันเองก็ไม่ยอมกลับมายืนคุยกับผมอยู่ข้างเวทีอยู่ได้ แต่พอมันจะตอบกลับมาก็โดนผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าของร้านเดินตรงเข้ามาหาผม ทำให้ต้องละความสนใจจากมัน


         “เอ่อ...ชื่อเบสหรือเปล่าคะ”


         “ครับ” ผมรับคำด้วยความแปลกใจอยู่เล็กน้อย ก่อนที่ผู้หญิงคนตรงหน้าจะพูดต่อ


         “คือเพื่อนเราสนใจอ่ะค่ะ เลยอยากขอไลน์คุยด้วยหน่อย”


         “อ่อ...” ผมเหลือบสายตามองไปทางด้านหลังของผู้หญิงที่มีกลุ่มคนกำลังมองมาทางนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นผู้หญิงด้วยกัน เพราะงั้นผมเลยยิ้มมุมปากให้ “...ได้ครับ”


         “ขอบคุณค่ะ” เธอยื่นโทรศัพท์มาให้ผม ก่อนที่ผมจะกดไอดีไลน์ของตัวเองลงไปแล้วส่งคืน


         “แล้วอย่าลืมทักมานะครับ”


         เธอยิ้มกว้างผงกหัวให้ผมก่อนจะวิ่งไปหากลุ่มเพื่อนของเธอเองแล้วกรี๊ดออกมาเบา ๆ ผมว่าน่าจะไม่ใช่เพื่อนแล้วล่ะที่สนใจผม แต่เป็นตัวเธอเองมากกว่า


         “...นี่”


         เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบเป็นการเรียก ผมเลยเหลือบสายตาไปมองมันที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่


         “อะไร”


         มันเงียบเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่สักพัก ก่อนที่มันจะเบนสายตามามองผม เราสบตากันชั่วขณะ จากนั้นมันก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมาที่ทำให้ผม...คิดว่ามันกำลังเมาอยู่


         “...ถ้าอยากคุยด้วยแบบที่เขามาขอเมื่อกี้นี้ พอจะเป็นไปได้ไหม”


         “เมาแสงเหรอสัด”


         “กูกับมึง เราก็เป็นแค่คู่กัด ชนิน” ผมแค่นหัวเราะ สายตามองไปยังเหล่าหนุ่มสาวที่กำลังออกท่าออกทางไปกับเสียงเพลง


         “แล้วคู่กัด ขยับมาเป็นคู่รักได้ไหม?


         มันขยับเข้ามาใกล้ มันทิ้งมือตัวเองลงด้านข้างตัวจนหลังมือของมันแตะเข้าที่หลังมือของผมเบา ๆ ให้ผมรู้สึกเพียงเล็กน้อย


         “ถ้าจะบอกว่า...”


         “ขอเข้าไปชิดอีกนิด...” มันโน้มหน้าเข้ามากระซิบข้างหูผม “...พอจะได้ไหม”


         “...”


         ผมสบสายตากับมันแทบจะทันที เสียงรอบข้างที่มีเสียงเพลงดังไปทั่วร้านไม่ได้มีผลอะไรกับเสียงของคนตรงหน้าผมเลยสักนิด...เพราะมันกำลังสะท้อนก้องหูผมไปหมด


         “ถ้าสถานะคนคุยเต็มแล้ว แต่ถ้าสถานะคนฟังยังว่าง...”


         “...เป็นให้ได้นะ”


         “...”


         ไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่ เพราะผมกับมันเรายังสบตากันอยู่อย่างนั้น แต่ในขณะที่แสงของทางร้านมืดลงไปตามจังหวะเพลง ผมก็หันกลับมาให้ความสนใจบนเวทีต่อ แต่ปากของผมก็ขยับพูดขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบพอให้มันเข้าใจอยู่คนเดียว...


         “...เอาที่มึงสบายใจ”


         “ชนิน!


         ไอ้ชนินหันไปมองตามเสียงเรียกเมื่อเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของมันโบกมือเรียก ผมมองตามไป ที่เรียกคงจะพากันไปต่ออีกร้าน เพราะอย่างนั้นมันเลยหันหน้ากลับมาแย้มยิ้มกับผม นิ้วของมันเกี่ยวเข้ากับนิ้วก้อยของผมเล็กน้อยก่อนจะผละออกจากกัน


         “เจอกันพรุ่งนี้เช้าครับ”


         “เออ”


         มันว่าแค่นั้นก่อนจะวิ่งไปหากลุ่มของมัน กอดคอเพื่อนตัวเองเต็มรักแล้วหัวเราะราวกับคนเป็นบ้า ผมได้แต่มองตามมันไป รู้สึกสมเพชแต่สุดท้าย...ผมก็กลับยิ้มไปกับไอ้ชนิน



TBC
#ก่อสร้างดีที่สุด
แม่คะ เขาชิดกันแล้วค่ะ!

Note : หลังจากสัปดาห์นี้เป็นต้นไปทางนักเขียนติดภารกิจสำคัญยาวไปถึงสิ้นเดือนกุมภาฯ นะคะ อาจจะมาอัพนิยายช้าลง ขึ้นอยู่กับเวลาว่างจริง ๆ แต่ก็จะพยายามมาต่อนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.233K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,481 ความคิดเห็น

  1. #10456 amana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 03:13
    อุ้ยย เขินน
    #10,456
    0
  2. #10452 B3erry (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 16:14
    เขยิบเข้าไป ชิด ชิด ชิด ชิด ชิด ชิดดูสักที เง้อออ คือดีมาก เขินง่าา
    #10,452
    0
  3. #10420 Katcher (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 15:40
    ชิด ชิด ชิด ขึ้นมาอีกนิดดดด
    #10,420
    0
  4. #10374 nok0711 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 10:09

    ชนินลุยต่อลูกมาถูกทางแล้ว

    #10,374
    0
  5. #10355 Harmonica Laurence (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 19:17
    กลับมาอ่านอีกแล้วจ้า สนุกจริง อยากให้มี live action
    #10,355
    0
  6. #10351 Wiwha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 08:42
    ชนินแอคแทคแรงมากกก ยกนิ้วๆๆ
    #10,351
    0
  7. #10333 mook612 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 02:55
    ดราเมจแรงมากกกกกกเขินแบบจิกตีนฮืออออออมันดีมันหนุบหนับๆ
    #10,333
    0
  8. #10330 FeMeelz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 15:28
    น่ารกกกกก
    #10,330
    0
  9. #10291 ALiasShin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 13:57
    ฮือแอออหฟดดหเห้่ทหาปวดงกงหว้ากกกกแม่ เขาเกี่ยวก้อยกันแงง
    #10,291
    0
  10. #10245 NACHI1743 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 13:32
    กรี้ดดดดดดจมูกบานนนน55555
    #10,245
    0
  11. #10215 Jkangaboo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 00:49
    ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้บอกเบสเล่นเบสเวลาเล่นกับวง แล้วดีดกีต้าร์ร้องเพลงเวลาเล่นคนเดียวหรอคะ
    #10,215
    0
  12. #10198 kaopoadd (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 23:37
    เจินนนนนนนนนนนนนน
    #10,198
    0
  13. #10177 Earn0624 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 23:42
    ฟังเพลงไปด้วย ดูเขารู้สึกดีต่อกันไปด้วยคือดีมากกกก ฮือ เขินมาก ชนินแกมันไอน่ารัก ชอบว้อย ชอบที่เบสเปิดโอกาสให้ด้วย เนี่ย ทำตามใจตัวเองไปเลย สุดยอด แล้วประโยคเขาอ้อนมากเลย จะตายแล้ว ชอบเกินไปแล้ว กลั้นยิ้มไม่ไหว
    #10,177
    0
  14. #10161 .✟Yaoiจัง✟. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 22:03
    เอ๊ะ!!ทำไมโลกเป็นสีชมพูวว~
    #10,161
    0
  15. #10146 filmnaruepron (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 12:22
    โอ้ย ใจกู ใจกู~~~~
    #10,146
    0
  16. #10130 Harry6112 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:29
    งุ้ยยยย ทำไมชั้นเขินนนว่ะ
    #10,130
    0
  17. #10105 Xakas (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:26
    น่ารัก ไม่ไหว หื้อออออ
    #10,105
    0
  18. #10045 Biekps99 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 02:00
    โอย เนาะ
    #10,045
    0
  19. #10029 teeranur (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 14:14
    ชนินนนนนนนนนนนนนนนน
    #10,029
    0
  20. #10011 Feum23 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 13:15
    เขินตอนร้องเพลงไม่ไหวแล้วโอยยยย ยิ้มแก้มจะแตกแล้วคนทางนี้ ตอนมีผญมาขอไลน์นึกว่าชนินจะหึงซะอีก ที่ไหนได้หงอยเลย แงงงง น่าเอ็นดู ตอนเห็นเรื่องนี้ตอนแรกเห็นต่อยกันคิดว่าพระเอกจะแบดๆซะอีกแต่ตั้งแต่อ่านมาชนินแสนดีมากเลย ละมุนมาก ฮือ
    #10,011
    0
  21. #10006 orawan0061 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 14:48
    น่าร๊ากกกกกกกก
    #10,006
    0
  22. #9973 Micky Petch (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 12:18
    ชนินนนน
    #9,973
    0
  23. #9955 Twin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 21:15

    แก้มพี่จิแตกเเย้วววว

    #9,955
    0
  24. #9901 kaotrn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:58
    เอาแล้วววว
    #9,901
    0
  25. #9896 Spices_smile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:54
    ดูท่าจะไม่เป็นเเบบที่กังวลเเฮะ
    #9,896
    0