Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 4 : Charpter 2 : บรรยากาศแปลกๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    6 มิ.ย. 52

ซีวอนแวะรับดงแฮที่บ้านและก็พาเขาเข้าไปที่วินเซอร์รูฟก่อนเพราะร่างเล็กไม่อยากจะให้เขาใช้รถคันหรูของ BMW รุ่น Top ไปส่งที่ไมอารอยัลสักเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อรถจอดและทั้งคู่ก้าวลงมาพร้อมกันก็กลายเป็นว่าทุกสายตาบริเวณนั้นต่างหันไปจ้องหน้าหวานๆของเด็กผู้ชายร่างเล็กที่ไม่ใช่นักเรียนของวินเซอร์รูฟเป็นตาเดียว

ดงแฮค่อนข้างอึดอัดจึงก้มหน้าก้มตาเดินตามซีวอนเข้าไปในหอประชุมเพราะร่างสูงชวนไปหาฮันกยองก่อน และเมื่อเห็นว่าใครมา สารวัตรหน้าตี๋ที่คุมการจัดบนเวทีอยู่ก็รีบสั่งโน่นสั่งนี่แล้ววิ่งมาหาเพื่อน

ด้วยนิสัยที่เคยทำมาตั้งแต่เด็กๆ พอเห็นหน้าก็เผลอเอื้อมมือไปจับที่ศีรษะคนเพิ่งมาอย่างเอ็นดู เมื่อก่อนดงแฮทั้งตัวเล็ก น่าตาก็น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิง พวกเขาสนิทเพราะบ้านอยู่ติดกันและเรียนห้องเดียวกันจึงกลายเป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่เจอกันมาหลายปีแต่ความรู้สึกเดิมๆก็ยังคงอยู่

“ไง เจ้าเปี๊ยก ซีวอนแวะไปรับเหรอ”

“อื้อ” ร่างบอบบางพยักหน้าแล้วค้อนใส่ “นึกว่าลืมชื่อนี้ไปแล้วนะ ยังจะเรียกอีก”

“ตอนเด็กก็ตัวนิดเดียว โตขึ้นมาก็ยังตัวแค่นี้อีก จะให้เรียกอะไรอย่างอื่นอีกล่ะ”

รอยยิ้มที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนดูจะสวยงามกว่าสิ่งอื่นๆ ซีวอนยืนมองทั้งสองแล้วก็ยิ้มตาม พอเห็นคยูฮยอนที่ยืนสั่งให้คนตั้งเปียโนตามมุมที่ต้องการนั้นชะเง้อมาก็กวักมือเรียก ซึ่งต่อให้ไม่เรียกอีกคนก็คงเต็มใจจะถลาลงมาหาเพราะเห็นหน้าตาน่ารักๆที่ไม่คุ้นเคยยืนอยู่ด้วย

เขาเป็นใครถึงได้มากับซีวอน แล้วฮันกยองที่ไม่ค่อยเล่นแบบนี้กับใครยังทำท่าสนิทสนมด้วยอีก ..มันไม่ควรจะรอดหูรอดตาของโจคยูฮยอนไปได้นะ

คุณชายหนุ่มในชุดสะอาดสะอ้านเดินมาด้วยมาดที่สง่างามสมกับเป็นราชนิกูล แม้เวลาอยู่กับเพื่อนเขาจะเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป แต่ในเมื่อเวลานี้มีคนมากมายอยู่ในหอประชุมและก็มีคนแปลกหน้าที่แสนน่ารักยืนทำหน้าสวยตาใสอยู่ก็ต้องวางมาดให้ดูดีสักหน่อย

“ดงแฮ นี่คยูฮยอนเพื่อนชั้นอีกคน” ฮันกยองรีบแนะนำ “เค้าเป็นลูกชายของท่านโจแชวอนน่ะ”

แค่ได้ยินชื่อของพ่อ คนฟังก็ถึงกับอึ้ง เพราะเป็นที่รู้กันว่าตระกูลนี้คืออดีตราชนิกูลที่ใกล้ชิดกษัตริย์ในสมัยก่อนที่สุด ถ้าหากสืบสาวสายเลือดกันจริงๆ ถ้าเกาหลียังมีพระมหากษัตริย์ บางทีคยูฮยอนคนนี้อาจติดโผชิงเก้าอี้กับเขาได้เหมือนกัน

“คยูฮยอน นี่ดงแฮเพื่อนของชั้น เค้าเรียนที่ไมอาน่ะ”

คิ้วเข้มกระตุกน้อยๆเมื่อได้ยินชื่อของโรงเรียนฝั่งตรงข้าม สองสามวันก่อนเขาอาจมีอคติที่จะต้องยุบรวมกับไมอา แต่เวลานี้กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีอยู่เหมือนกัน ...ถ้าเด็กไมอามันน่ารักขนาดนี้ ผมจะไม่มีปัญหาสักนิดเดียว

“”ไฮ..” ชายหนุ่มตระกูลสูงยื่นมือมาตรงหน้า

แม้มันจะเป็นการทักทายที่ไม่ชินในสังคมเกาหลีเท่าใดนักแต่ดงแฮก็ยอมยื่นมือไปจับแต่โดยดีเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนของฮันกยอง แต่ความรู้สึกประหลาดก็ส่งเข้าร่างอย่างรวดเร็ว เมื่อตวัดสายตามองหน้าคนตรงหน้าก็รู้สึกเหมือนว่าคยูฮยอนจะแผ่รังสีบางอย่างผ่านมือเข้ามาในร่างกาย

และเหมือนว่าซีวอนจะรู้ทันจึงได้ดึงเจ้ารูปหล่อมาดคุณชายแต่ร้ายกาจออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะหาเรื่องเขมือบคนน่ารักคนนี้ภายในสามวันแบบที่เคยทำกับคนอื่นๆมาแล้ว

แต่คยูฮยอนก็ยังยิ้มได้และก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ชั้นเพิ่งรู้ว่าเด็กไมอาจะน่าตาน่ารักขนาดนี้”

รอยยิ้มหวานๆกับสายตาที่สื่อความหมายเริ่มทำงานอีกรอบ ซึ่งนอกจากจะเป็นซีวอนที่กันท่าแล้วฮันกยองยังออกตัวดัดหลังมันต่อหน้า

“เจ้านี่น่ะมันหล่อนะ นิสัยก็โอเค ชาติตระกูลนี่ก็ไม่มีที่ติ แต่..”

“แต่อะไร.. ชั้นออกจะเพอร์เฟค” เขารีบดักคอ

แต่ฮันกยองก็ยังพูดต่อจนได้ “แต่เป็นอันตรายต่อเด็ก สตรี และใครก็ตามที่น่ารักๆ”

ดงแฮฟังแล้วก็งงเพราะไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวข้องอะไรกับตนในเมื่อเขาเป็นผู้ชาย ตนก็เป็นผู้ชาย และยิ่งเห็นเขาทำตาใสไม่รู้เรื่อง คนที่โดนว่าก็กลับหัวเราะร่วนขึ้นมาอย่างถูกอกถูกใจ

“เคยเห็นพวกหวงก้างมั๊ยอ่ะดงแฮ ถ้าไม่เคยเห็นก็มองเจ้าฮันกยองไว้นะ”

ตาเรียวตวัดไปจองร่างสูงโปร่งของคุณชายผู้สูงส่งด้วยหางตา “ชั้นหวงเพราะเป็นนายนั่นแหละ”

“ไอ้คนข้างๆชั้นน่ะก็ระวังไว้ด้วยแล้วกัน” ร่างหนาหลิ่วตาไปยั่วซีวอนที่ยืนล้วงกระเป๋าและยิ้มด้วยท่าทีที่สุขุมเยือกเย็น “ดงแฮ.. ชื่อน่ารักดีนะ ได้ยินแล้วสดชื่นจัง”

“มันยังไม่เลิก” สารวัตรร่างหนาคำรามเบาๆ

ร่างเล็กยืนกลอกตาใสๆสลับไปสลับมา เขาไม่รู้ว่าสามหนุ่มตรงหน้ากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่เพราะไม่คิดว่าจะมีใครสนใจตัวเองแบบนั้น ซึ่งซีวอนเองก็ยังไว้ทีและยังยิ้ม ยังหวังดี ในฐานะเพื่อน ส่วนฮันกยองก็ไม่มีอะไรเพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ คงจะมีแค่คยูฮยอนที่ทำตัวประหลาด แต่ท่าทางจะหยอกเขาเล่นเสียมากกว่า

พอเห็นเพื่อนกันท่ามากๆเข้า คุณชายนักดนตรีก็หันไปหยิกแก้มขาวของร่างบอบบางแล้วขยับตาใส่อย่างอารมณ์ดีต่อหน้าต่อตาซีวอนและฮันกยองที่ยืนจ้องจนแทบจะเขมือบหัว ซึ่งเมื่อเห็นดงแฮทำหน้างงๆมองกลับมาก็ยิ่งถูกใจหนักขึ้นไปอีก วันนี้เขายอมที่จะถอยทัพกลับไปก่อน แต่ก็ยังไม่วายทิ้งระเบิดไว้อีกตูมใหญ่

“เกมนี้ไม่มีเพื่อนเว้ย”

ฮันกยองได้ยินแล้วก็สะดุ้ง เขารีบหันไปจ้องหน้าซีวอนในทันทีแต่ท่านประธานตัวสูงก็ยังปั้นหน้าเป็นปกติได้อยู่ หนุ่มหน้าตี๋เริ่มร้อนๆหนาวๆขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใดนักถ้าการพาดงแฮมาให้เพื่อนรู้จักแล้วมันจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อคนตัวเล็กแบบนี้ เพราะดงแฮเป็นเพื่อนเก่าที่สำคัญ ไม่ใช่ของรางวัลเพื่อให้เพื่อนใหม่ใช้แย่งชิงกันแบบนี้

ซีวอนรู้ดีว่าเพื่อนเริ่มระแวงตัวเองจึงได้ยิ้มอีกครั้งแล้วเดินแยกไปที่ฝั่งอื่น ท่าทางเขายังปกติแต่การที่แวะรับดงแฮมาด้วยแบบนี้มันก็ค่อนข้างจะประหลาด ซึ่งถ้ามองนิสัยแล้วเขาอาจจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจต่อใครๆและหากคยูฮยอนไม่พูดเช่นนั้นก็คงจะไม่หวาดระแวง

เขาเป็นคนดีนะ แต่ถ้าเกิดมาคิดอะไรกับดงแฮพร้อมกันกับคยูฮยอนผมก็คงจะต้องลำบากหน่อย เพราะเจ้าคุณชายนั่นมันเจ้าชู้ประตูดิน ขืนปล่อยให้ดงแฮคบก็มีหวังได้น้ำตาตก แต่ถ้าจะเชียร์ซีวอนก็คงจะไม่ไหวเพราะคยูฮยอนคงได้เขม่นเอา ... สงสัยผมคงต้องกันเขาออกจากพวกวายร้ายนี้ถึงจะเป็นทางที่ดีที่สุด

ระหว่างที่คิดอะไรอยู่นั้นมือเล็กก็เอื้อมไปแตะที่แขนหนาเพื่อลาเขาไปทำงานของตนเอง

“ฮันกยอง เดี๋ยวชั้นไปแล้วนะ”

“จะไปแล้วเหรอ” แทนที่จะเป็นตัวใหญ่ที่ยืนข้างๆถาม กลับเป็นท่านประธานที่อยู่ห่างออกไปเกือบสองเมตรร้องมาแทน

“อื้อ จะไปแล้ว”

“แล้วจะเสร็จงานกี่โมง” ซีวอนถามต่อ

“ไม่รู้สิ น่าจะบ่ายๆ พวกชั้นแค่ห่อของขวัญที่จะแจกในงานเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรมาก”

“เสร็จแล้วก็มานี่สิ จะได้กลับด้วยกัน” รอยยิ้มหวานๆส่งมา ทำเอาคนมองถึงกับสะท้านไปทั่วทั้งร่าง

ดงแฮอมยิ้มแล้วพยักหน้าหงึกๆ รู้สึกเขินสายตานั้นเหลือเกิน เขาหันไปยิ้มกลบเกลื่อนกับเพื่อนตัวใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงไหนก็ชนร่างหนึ่งเข้า

“โอ๊ย.. ขอโทษฮะ” เสียงหวานร้องขึ้น

สายตาของดงแฮหยุดที่รองเท้าของคนที่ตนชนและค่อยๆเลื่อนสูงขึ้นมาด้วยความรู้สึกประหลาด การแต่งตัวแบบนี้มันเหมือนจะคุ้นแต่ก็คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน แต่พอเลื่อนขึ้นมาถึงหน้าก็สะดุ้งโหยงเพราะเป็นเจ้าเด็กแก้มป่องที่ศีรษะไถซ้ายปาดขวากับทรงผมแปลกๆที่ไม่รู้ใช้อะไรคิด

สายตานิ่งๆจ้องมองเหมือนจะดุแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขามองหน้าเพื่อนใหม่แล้วก็หันไปทางอื่นต่อ แต่เพราะนึกได้ว่าคิบอมขับรถมอเตอร์ไซค์มา สารวัตรจอมซ่าส์เลยใช้ผู้ต้องหามันซะเลย

“นายไปส่งดงแฮที่ฝั่งโน้นหน่อยสิ เดินไปก็ตั้งไกลแน่ะ”

“ม..ไม่ต้องก็ได้” หน้าหวานซีดลงทันที แต่แค่อีกฝ่ายตวัดสายตามามองก็ก้มหน้านิ่งเหมือนจะยอมรับชะตากรรมว่าถ้าหากเขายอมไปส่งก็คงเลี่ยงไม่ได้

คิบอมไม่ตอบอะไรแต่หันมาดึงแขนเล็กให้เดินตามไปที่รถซึ่งจอดไว้ด้านนอก มันดูสวย หรู สมกับฐานะทางบ้านของเขา ร่างบางยืนมองแบบกล้าๆกลัวๆ เขาเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่เพราะสีหน้าของคิบอมไม่ได้บ่งบอกอะไรได้สักอย่าง มันนิ่งเฉยเหมือนรูปปั้นและเหมือนว่าจะไม่มีความรู้สึก

มือหนาโยนหมวกกันน็อคมาให้ตัวเล็กใส่ แต่เพราะดงแฮกลัวและรีบเกินไปจึงทำให้ใส่ไม่ได้สักที ลำบากให้คนที่ขึ้นไปคร่อมบนรถแล้วนั้นต้องหันมาสวมให้ พอเรียบร้อยก็รีบขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายเพราะกลัวจะโดนสายตาพิฆาตมองมาอีก

รถคันใหญ่ออกตัวอย่างรุนแรงและรวดเร็ว มันสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้ดังใจคนขับ เพราะเพียงไม่กี่วินาทีก็มาจอดอยู่ที่หน้าโรงเรียนวินเซอร์รูฟเพราะติดไฟแดงที่ทางแยกด้านหน้า แต่เพราะคิบอมเบรกเร็วและกระชากจึงทำให้คนตัวเล็กๆพุ่งกระแทกหลังเข้าเต็มแรง

ร่างใหญ่หันมามองนิ่งๆ อยากจะหัวเราะแต่ก็ขำไม่ออกเพราะจมูกเล็กเป็นรอยแดงดูน่าสงสาร

“กอดเอวชั้นก็ได้ถ้านายกลัว” เขาเอ่ยนิ่งๆ

ตอนแรกมันอาจจะดูไม่น่าสนใจ แต่พอเคลื่อนรถอีกรอบแล้วเขาพาปาดซ้ายปาดขวาเพราะต้องไปกลับรถตรงสี่แยกด้านหน้าแล้วอ้อมเข้าประตูใหญ่ที่อีกด้านของถนนก็หลับตาปี๋กอดเอวหนาแล้วซุกหน้าลงที่แผ่นหลังกว้างๆ พยายามคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้ว แต่ไม่ถึงสองนาทีคิบอมก็ชะลอรถลงแล้วเอ่ยถามมาเบาๆ

“มันไปทางไหนต่อ ..ไอ้ที่นายจะไปน่ะ”

ใจดวงน้อยที่เต้นตึกตักเพราะความหวาดเสียวเมื่อครู่เริ่มเบาแรงลงจนเป็นปกติ เขาหันมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าอยู่ในเขตโรงเรียนแล้วก็เริ่มบอกทาง ซึ่งคิบอมก็ค่อยๆขับช้าๆไปตามที่เขาบอก หลายครั้งที่เหลือบเห็นเด็กนักเรียนของไมอารอยัลมองมาที่ตนเองแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ขนาดขับมาล่าคู่อริคนเดียวในถิ่นคนอื่นก็ยังเคยมาแล้ว แค่มาส่งดงแฮมีหรือที่จะกลัว

ไม่นานก็มาถึงหน้าชมรมว่ายน้ำ ตัวใหญ่มองที่ป้ายแล้วก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่พอดงแฮเอ่ยขอบคุณแล้วรีบวิ่งหนีก็ร้องเรียกเอาไว้

“นี่”

“อ..อะไร” ร่างบางหันขวับมามองด้วยความหวาดระแวง

แขนยาวๆเลยชี้ไปที่บนศีรษะ “นายจะใส่หมวกเข้าไปทำไม มันไม่ใช่แฟชั่นที่เข้าท่าหรอกนะ”

มือน้อยๆรีบเอื้อมไปแตะที่ด้านบนแล้วก็ยิ้มแหยๆ เดินกลับมาหาเจ้าของหมวกและให้คิบอมถอดออกให้เพราะตัวเองถอดไม่ได้อีกแล้ว แต่ถอดไป ตัวใหญ่ก็ถามไปด้วย

“แล้วกลับไง”

“เดิน”

“งั้นเดี๋ยวมารับ”

“ม..ไม่ต้อง” ดงแฮส่ายหน้ารัว

“จะมารับ” เสียงทุ้มร้องเน้น “รู้เบอร์ฮันกยองใช่มั๊ย เสร็จแล้วก็โทรไปหามัน”

พอนึกตามที่เขาบอกก็ยิ้มแห้งๆอีกรอบ วันก่อนฮันกยองขอเบอร์เขาเอาไว้แต่ตัวเองก็ลืมขอกลับ หนำซ้ำที่โทรไปหาตอนที่อยู่บ้านก็ดันไม่ได้โทรเข้ามือถือเลยไม่รู้ว่าเบอร์ของเขาเป็นเบอร์อะไร ซึ่งคนมองดูแล้วก็พอจะเดาคำตอบได้เลยเจาะไปที่อีกคน

“ซีวอน”

“ก็ไม่มี” ตัวเล็กส่ายหน้า “เมื่อเช้าเค้าแวะไปรับ ก็ออกมาเลย ไม่ได้ถามเบอร์โทรไว้”

“เฮ่อ.. เอามือถือมา” เขาบอกห้วนๆ

“เอาไปทำไม” ตาใสรีบจ้อง เขากลัวคนตรงหน้าจนหัวแทบจะหดอยู่แล้ว

“ไม่ได้เอาไปปาหัวหมาหรอก”

โดนสวนมาแบบนั้นก็รีบคว้าออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้โดยไม่มีข้อแม้ คิบอมกดขยุกหยิกเพียงครู่เดียวก็ส่งมาให้พร้อมกับคำพูดประหลาด

“อย่าให้รู้นะว่าเดินกลับเอง”

เสียงรถคันใหญ่พุ่งออกไปพร้อมกับตาใสๆที่จองเขาไปจนหายลับไปกับมุมถนน ดงแฮก้มลงมองที่หน้าจอโทรศัพท์แล้วก็ตาโตเพราะมันเป็นเบอร์ที่เขากดเอาไว้ให้

แม่เจ้า.. ผมได้เบอร์อีตาประหลาดนี้มาประดับเครื่องเป็นคนแรกเหรอ???

แม้จะมึนๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ร่างบางก็รีบเข้าไปในชมรมเพราะต้องไปช่วยคนอื่นๆทำงานให้เสร็จ แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็มีสายตาประหลาดมองมาโดยพร้อมเพรียงกัน และก็มีบรรดาหนุ่มน้อยที่หัวใจหวานแหวววิ่งถลามาเกาะแขนมะรุมมะตุ้มจนเขายังตกใจ

“มากับคิบอมได้ยังไงน่ะ”

“เอ่อ..”

“นี่นายรู้จักกับเค้าเหรอ นั่นมันตัวอันตรายเลยนะ” อีกเสียงดังขึ้น

“โดนเค้ารังแกอะไรหรือเปล่า” ว่าแล้วก็มาอีกคน และก็ตามด้วยอีกคน “นี่นายไปรู้จักปริ้นซ์ได้ยังไงน่ะ ชั้นน่ะปลื้มเค้ามาตั้งนานแล้วนะยังไม่มีโอกาสจะเจอใกล้ๆเลย นี่นายทำอีท่าไหนเค้าถึงมาส่งนายได้เนี่ย”

“คือ.. ปริ้นซ์อะไร นั่นน่ะมันเพื่อนของเพื่อนชั้น”

“เพื่อน? นายมีเพื่อนที่วินเซอร์รูฟด้วยเหรอ!!!” หลายเสียงร้องประสานกันลั่นชมรม

หน้าหวานพยักหงึกๆ เขายังงงอยู่ไม่น้อย “ชื่อฮันกยอง เป็นเพื่อนข้างบ้านสมัยก่อน”

“ฮันกยอง!!!

“เอ่อ.. ทำไม?”

“ฮันกยองที่เป็นสารวัตรนักเรียน ตัวสูงๆ เท่ห์ๆ หล่อๆ นั่นหรือเปล่า”

คนฟังคิดตามแล้วก็ส่ายหน้า “ไม่รู้สิ รู้แต่เป็นกรรมการนักเรียน ชั้นไม่ได้ตามด้วยว่าเค้าทำหน้าที่อะไร”

“ชั้นว่าใช่แน่ๆเลย” ร่างบางร่างหนึ่งร้องขึ้น ทำท่าเหมือนจะโดนน้ำร้อนลวกเสียอย่างนั้น “นี่ดงแฮ นายรู้จัก 4E หรือเปล่า ที่เป็น Princes ของวินเซอร์รูฟน่ะ”

“ปริ้นท์อะไร?”

“ก็คนดังของโรงเรียนเลยนะ มีฮันกยอง คิบอม ซีวอน แล้วก็ท่านคยูฮยอนไง”

พอได้ยินถึงตรงนี้ก็ร้องอ๋อขึ้นมา “อ่า งั้นคงใช่แล้วล่ะ เพราะเพื่อนๆของฮันกยองชื่อนี้หมดเลย”

“อะไรนะ นี่นายรู้จักหมดแล้วเหรอ!!!” เสียงของเพื่อนๆประสานกันลั่นจนบางคนที่อยู่ด้านหลังยังต้องหันมาสนใจ

ตัวเล็กพยักหน้าตาใส “ก็เพิ่งเจอมาเมื่อกี๊อ่ะ.. ว่าแต่ อะไรคือ 4E

“4E เป็นชื่อของกลุ่มที่นักเรียนวินเซอร์รูฟตั้งให้ ตอนแรกน่ะเค้าเรียกกันว่าสามทหารเสือ แต่พอมีฮันกยองเข้าไปเป็นคนที่สี่ก็เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ ..นายนี่แย่จัง ไม่รู้อะไรเลย”

“ก็ชั้นไม่รู้จริงๆนี่”

“พวกเค้าหล่อมั๊ย?”

“เท่ห์มากหรือเปล่าอ่ะดงแฮ”

“เจ้าชายคยูฮยอนของชั้นเค้าต้องเพอร์เฟคมากแน่ๆเลย”

“ท่านซีวอนล่ะ”

เสียงพร่ำเพ้อที่ดังขึ้นมันทำให้ดงแฮชักไม่แน่ใจว่าควรจะพูดต่อไปดีหรือเปล่า ซึ่งเมื่อหลายๆคนเริ่มจ้องก็ยิ้มแห้งๆแล้วตอบไปแบบกลางๆแทน

“ก็ดีอ่ะ ..ไม่รู้สิ ชั้นไม่สนิท”

กว่าคนตัวเล็กหน้าหวานๆจะได้ทำงานก็โดนซักจนเหมือนแทบจะถูกสอบสวนเสียอย่างนั้น ซึ่งตัวเขาเองก็ตอบคำถามได้ไม่มากเพราะก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไร เขารู้จักกับฮันกยองมากที่สุดแต่ก็ไม่เจอกันมาหลายปีและก็ไม่รู้ว่าเขาจะยังเหมือนเดิมมากน้อยสักแค่ไหน แต่เท่าที่เห็นก็รู้สึกว่าไม่เปลี่ยนไปเท่าใดนัก

แต่กับคนอื่นๆน่ะเหรอ ..แค่รู้จักผิวเผิน นิสัยจริงๆก็ยังตอบไม่ได้เช่นกันว่าเป็นแบบไหนกันแน่

 

 

ฝั่งไมอารอยัลจัดการทำงานแต่ละส่วนโดยแยกตามชมรม ซึ่งชมรมว่ายน้ำที่ดงแฮเป็นสมาชิกและเป็นรองประธานนั้นถูกจัดไปทำในส่วนของการเตรียมรางวัลสำหรับการเล่นเกมเวลาเข้าฐานต่างๆซึ่งจะจัดทำเหมือนการรับน้องไม่มีผิด เพราะไมอารอยัลจะใช้ของรางวัลที่เหมือนกันทุกฐาน ดังนั้นจึงต้องเตรียมเอาไว้ค่อนข้างมากทีเดียว

ดงแฮนั่งห่อของรางวัลไปเรื่อยๆจนกระทั่งของหมด และเพราะว่าของที่เหลือจะนำมาส่งในวันถัดไปจึงนั่งชั่งใจว่าจะกลับไปที่ฝั่งวินเซอร์รูฟดีหรือไม่ ใจหนึ่งเขาก็ไม่อยากจะไปเพราะมันเหมือนเป็นถิ่นของคนอื่น แต่บางส่วนของความคิดก็นึกอยากจะไปนั่งคุยกับฮันกยอง แต่พอนึกถึงเพื่อนๆของเขาขึ้นมาก็ชักลังเล

พอรู้ว่าทั้งสี่เป็นคนดังของฝั่งวินเซอร์รูฟ เขาก็ไม่ค่อยอยากเอาตัวไปพัวพันเท่าใดนักเพราะอดรู้สึกไม่ได้ว่าอาจจะโดนมองไม่ดี เหมือนตัวเองจะเข้าไปเกาะแกะเพื่อหวังผล ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมนักเรียนคนอื่นๆจึงมองตนเองด้วยสายตาประหลาดเมื่อเห็นเดินลงมาจากรถพร้อมกับซีวอน

คิดหนักเหมือนกันนะ ที่จะต้องไปเป็นหนึ่งไมอาในดงวินเซอร์รูฟ -*-

ร่างบางนั่งแหง็กอยู่ที่ม้าหินอ่อนด้านนอกของชมรมเพราะเมื่อทำงานเสร็จเพื่อนๆก็แยกย้ายกันกลับ ความจริงก็มีคนชวนให้เขาออกไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าด้วยกัน แต่เพราะดงแฮกลัวจะโดนซักเรื่องของแก๊ง 4E อีกจึงได้ปฏิเสธไป

ใจจริงเขาก็อยากจะกลับบ้านเลย แต่ก็อดพะวงถึงสิ่งที่ซีวอนบอกไม่ได้ว่าให้กลับพร้อมกัน  อาจเป็นเพราะความเกรงใจหรือเพราะจริงๆแล้วก็อยากจะกลับกับเขาหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่มันก็ทำให้นั่งคิดอยู่หลายนาทีว่าจะกลับเข้าไปที่อีกฝั่งดีหรือไม่ และในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นเดิน เพราะถ้าจะกลับ อย่างน้อยๆก็ควรจะเดินไปบอกเขาก่อนว่าจะกลับเพื่อมารยาทที่ดี

ว่าแต่.. ทำไมผมโง่จังเนี่ย ทำไมไม่ขอเบอร์เขาไว้ จะได้ไม่ต้องลากขาไปถึงนั่น

ดงแฮนึกด่าตัวเองในใจแต่พอเดินไปได้สักครู่แล้วได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ก็นึกถึงคำของคิบอมขึ้นมา พอคิดถึงตรงนี้ก็ชั่งใจขึ้นมาอีกรอบ เพราะจะโทรหาก็ไม่กล้า แต่ถ้าไม่บอกแล้วโผล่หน้าไปเขาก็อาจจะไม่พอใจขึ้นมาอีก

หน้าก็ดุ ท่าทางก็น่ากลัว นี่ถ้าผมเกิดไม่บอกแล้วเขามางับหัวจะว่ายังไง???

ใจของดงแฮนึกถึงฮันกยองเป็นส่วนมาก คนอื่นๆคือเพื่อนของฮันกยองซึ่งเขาก็ควรจะสานสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้เผื่อจะต้องมาเรียนห้องเดียวกัน มันคงจะไม่ดีถ้าทำนิสัยแย่ๆหรือไม่รับไมตรีจากเพื่อนใหม่ทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นคณะกรรมการจัดงานสานสัมพันธ์ ซึ่งถ้าจัดงานแต่ตัวเองไม่ยอมสานสัมพันธ์มันเสียเองก็คงจะน่าเกลียดอยู่ไม่น้อย

สุดท้ายเลยต้องกดโทรศัพท์ตามเบอร์ที่อยู่ในเครื่อง ...แม้จะกลัวแสนกลัวก็ตาม

“ดงแฮหรือเปล่า” เสียงห้วนๆเอ่ยถาม

ตัวเล็กนิ่งอึ้งไปสักครู่ ไม่คิดว่าจะมีใครรับสายแบบนี้ “เอ่อ..”

“ถ้าไม่ใช่ชั้นจะวางนะ แล้วอย่าโทรมาอีก ชั้นไม่ชอบรับสายคนไม่รู้จัก”

“ด..เดี๋ยวสิ” เสียงใสรีบร้องบอก “ชั้น.. ชั้นเอง ดงแฮไง”

“อ๋อ.. อือ ว่าไง”

“จะบอกว่าทำงานเสร็จแล้ว จะไปที่ฝั่งโน้น ..ตอนนี้จะเดินไป ชั้นโทรมาบอกก่อนน่ะ กลัวนายจะโกรธถ้าไม่บอก”

“เดี๋ยวขับรถไปรับ”

“ไม่ต้อง”

“อยู่ไหน” เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมฟังว่าเขาปฏิเสธ

“ไม่ต้องไง ชั้นเดินไปเอง”

“อยู่ไหน”

“คือ.. ไม่ต้องลำบากก็ได้” ตัวเล็กเริ่มจะกลัว

“อยู่ไหน” เสียงห้วนถามซ้ำอีกครั้ง

อีกคนที่อยู่ปลายสายเริ่มหน้าซีดลงทีละนิด คำปฏิเสธของเขาช่างไร้ความหมาย “อยู่หน้าชมรม”

“อีกสองนาทีจะไปถึง รอตรงนั้นนั่นแหละ”

สัญญาณขาดไปพร้อมกับหัวใจที่แกว่งไปแกว่งมา ดงแฮไม่รู้จะหยุดความรู้สึกไว้ที่คำใดระหว่าง กลัว เกรงใจ หรืออะไรอย่างอื่น ความรู้สึกมันขึ้นๆลงๆและค่อนข้างสับสนกับการกระทำของฝ่ายตรงข้ามที่มันดูจะเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างมาก ร่างเล็กนั่งคิดอะไรต่ออะไรไปเรื่อยเปื่อย ถอนหายใจยังไม่ทันจะเสร็จเสียงบิดรถก็ดังเข้ามาใกล้ เมื่อหันไปมองก็หันว่าเขาเบรกเอี๊ยดอยู่ที่ริมถนนแล้ว

“มัน.. ถึงสองนาทีแล้วเหรอ?” เขาทำตาปริบๆ รู้สึกเหมือนว่ามันยังไม่พ้นนาทีด้วยซ้ำ

“รถมันไม่ติดเหมือนตอนมาส่ง ไม่ต้องรอไฟแดงตรงหน้าโรงเรียน” เขาตอบเรียบๆแล้วส่งสายตามาบอกให้รีบไปขึ้นรถ

มือเล็กรับหมวกกันน็อกมาแบบรู้งาน ใช่ว่าเพราะสนิทแต่เพราะกลัวเขาจะดุเลยต้องรีบทำตามอย่างว่าง่าย ซึ่งพอคิบอมออกตัวก็รีบกอดเอวจนแน่นเพราะประสบการณ์มันทำให้เขารู้ว่าถ้านั่งโดยลำพังมันอาจจะทำให้หัวใจวายตายได้ และเพียงไม่นาน ร่างหนาก็พาเขามาถึงหน้าหอประชุมของวินเซอร์รูฟโดยที่ร่างกายยังครบส่วนและไม่มีอะไรปลิวหายไประหว่างทาง

คิบอมรอรับหมวกกลับมาคืนแล้วก็เดินนำเข้าไปโดยไม่พูดไม่จา สีหน้าของเขายังปกติและไม่ได้มีท่าทางอะไรอย่างอื่น บอกว่าจะไปรับก็แค่ไปรับ คงไม่คิดจะพูดจาอะไรด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นอย่างไร เขาแปลกอย่างที่ฮันกยองบอกเอาไว้จริงๆ

ระหว่างที่เดินห่างๆอย่างห่วงๆเพราะความกลัวก็สังเกตคนด้านหน้าไปด้วย วันนี้คิบอมสวมชุดไปรเวทปกติแต่มันดูจะไม่ปกติเพราะเขาสวมเสื้อโค้ทยาวทับกางเกงขาเดฟสีเทาเข้ม รองเท้าหนังหัวแหลมสีขาวดูเงาวาว ท่าทางเหมือนจะเป็นนายแบบมากกว่าพวกอันธพาลที่ชอบมีเรื่องกับชาวบ้านอย่างที่คนอื่นๆว่า

พอฮันกยองเห็นหน้าเพื่อนที่เดินหันซ้ายหันขวาตามหลังคิบอมเข้ามาแต่ว่าทิ้งช่วงห่างเกือบสามเมตรก็ตวัดสายตาไปจ้องหน้าอีกคนเพราะเมื่อครู่เจ้าตัวประหลาดออกไปโดยไม่ได้บอกอะไรใคร แต่กลับได้เจ้าเด็กตัวเล็กหน้าหวานกลับมาด้วยแบบนี้มันก็น่าแปลกใจพอสมควร

“ไปรับดงแฮมาเหรอ” ทอมหันไปถามเจอร์รี่ตัวใหญ่

“อือ”

“วันนี้ใจดีแฮะ”

“ไปส่งก็ต้องไปรับ หรือจะให้เดินกลับมา” สายตากวนๆหันไปจ้องแล้วก็ขึ้นไปช่วยคยูฮยอนบนเวทีต่อโดยที่ไม่ได้ใส่ใจจะมองอะไรอีก

ร่างบางมองตามเขาสักครู่ก็รีบเดินไปหาฮันกยอง สีหน้าของดงแฮดูก็รู้ว่ากลัวคิบอมขนาดไหน แต่จะว่าไปมันก็น่ารักอยู่ไม่น้อยที่ แต่ดูเหมือนว่าฮันกยองจะไม่ได้มองในจุดนั้นและดันมองในอีกมุมที่แตกต่าง

“มันทำอะไรนายหรือเปล่า”

“ทำ.. เค้าจะทำอะไรชั้น?”

“ก็ดุ หรือกวนอะไรหรือเปล่าไง” ตัวใหญ่ชี้แจง

“ไม่อ่ะ” คนสวยรีบส่ายหน้า “แทบไม่พูดกับชั้นเลยมากกว่า”

ได้ยินเช่นนั้นคนฟังก็หัวเราะ “ชั้นอยู่กับมันทุกวัน มันยังพูดกับชั้นแบบนับคำได้เลย ถ้าจ้อกับนายนี่น้ำคงท่วมเกาหลีอ่ะ”

คู่สนทนาหัวเราะหึ หึ แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งที่ตรงข้ามเพื่อน “มีอะไรให้ชั้นช่วยบ้างอ่ะ แล้วนี่นายทำอะไรของนายเนี่ย”

“ก็ตัดโฟมอยู่ ว่าจะใช้ติดบนเวทีอ่ะ”

“มันคืออะไร?”

“ประธานนักเรียนและอาจารย์ขอให้พวกชั้นขึ้นเล่นดนตรีในงานน่ะ แต่ยังหานักร้องไม่ได้เลย ตอนนี้เกี่ยงกันอยู่ว่าใครจะร้องเพราะคยูฮยอนมันเจ็บคอพอดี”

“ปกติคยูฮยอนเค้าร้องเพลงเหรอ” คิ้วเรียวโค้งขยับตามอารมณ์บนใบหน้า

“อืม มันเป็นแทบทุกอย่างนั่นแหละ ทั้งเปียโน คีย์บอร์ด ไวโอลิน ทรัมเป็ต คาริเน็ตก็ยังได้.. แต่คราวนี้มันบอกว่าขี้เกียจเลยอ้างว่าเจ็บคอ จริงๆแล้วชั้นว่ามันคงแค่ไม่อยากให้ใครมาสนใจมากมายล่ะมั๊ง แค่ที่มีอยู่นี่ก็สับรางแทบไม่ทันอยู่แล้ว ถ้าขืนได้ผู้ชายมาเป็นแฟนคลับเพิ่มอีกนี่มันคงเครียด”

“คนอื่นๆในกลุ่มร้องไม่เป็นเหรอ” ดงแฮถามไปเรื่อย

“คิบอมไม่เคยร้องเพลงนะ ส่วนซีวอนก็ดูมาดมันก่อน แบบนั้นคงไม่ไปร้องหรอก ..ส่วนชั้นก็ไม่อยากร้องเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆๆ”

“อ่า.. อีกไม่กี่วันก็จะเปิดงานแล้วนะ รีบๆหาล่ะ ชั้นเอาใจช่วย”

“แล้วทางไมอามีคนเสียงดีๆป่ะ มันจะได้ดูเหมือนเป็นการร่วมทีมระหว่างสองโรงเรียน”

คนตัวเล็กที่อยู่อีกโรงเรียนหยุดคิดแล้วก็ส่ายหน้า “ทางโน้นก็มีเวทีและก็แสดงดนตรีเหมือนกัน คงโดนกวาดไปขึ้นเวทีฝั่งนั้นหมดแล้วล่ะ นายก็รู้นี่ว่าสองฝั่งถนนน่ะแข่งกันจะตาย ไม่มีใครยอมมาขึ้นเวทีวินเซอร์รูฟหรอกถ้าฝั่งไมอาก็มีเวทีแบบนั้นน่ะ”

“ถ้าเป็นนาย นายยอมป่ะ”

“หืม?”

“ถ้านายเป็นพวกนั้นน่ะจะยอมมาขึ้นเวทีกับพวกชั้นมั๊ย ถ้าชั้นชวน”

“ไม่รู้สิ” ดงแฮยิ้มแห้งๆ เขาตอบคำถามนี้ลำบากเหมือนกัน “ถ้าไม่มีอะไรทำก็คงยอมมั๊ง มีงานทำดีกว่าเป็นพวกว่างงานไม่ใช่เหรอ”

“อืม”

สองเพื่อนรักในอดีตนั่งช่วยกันทำงานอยู่เงียบๆ สักครู่ซีวอนที่ไปคุมงานบริเวณอีกส่วนก็กลับเข้ามาในหอประชุม พอเห็นว่าดงแฮมาอยู่กับฮันกยองแล้วก็รีบเดินเข้าไปหาพร้อมกับสายตาที่อ่อนโยนผิดปกติ

“เสร็จงานแล้วเหรอ”

ร่างบางยิ้มตอบและหลบสายตาหวานๆในทันทีเพราะมันประหลาดเสียจนรู้สึกปั่นป่วน “เสร็จแล้ว ของหมดน่ะ ต้องรอพรุ่งนี้ถึงจะทำต่อได้”

“ทานอะไรยัง”

“แซนวิชน่ะ ที่ชมรมซื้อมาเลี้ยง” เขายิ้มตอบ

“อยากกลับหรือยัง งานยังไม่เสร็จเลยอ่ะ”

ดงแฮเริ่มรู้สึกประหลาดขึ้นมาในร่าง แค่ได้กลิ่นน้ำหอม ได้ยินเสียง ได้สบตาก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะลอยไปไกลแสนไกล ..ความรู้สึกนี้ช่างแปลกประหลาดจริงๆ

ร่างเล็กยิ้มอีกครั้ง “ชั้นไม่รีบหรอก กลับบ้านก็ไม่มีอะไรทำ อยู่ช่วยงานพวกนายก่อนก็ได้”

“อื้ม ขอบใจนะ”

ซีวอนตบไหล่เพื่อนซี๊เบาๆเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างกับฮันกยอง ซึ่งร่างหนาของสารวัตรคนดีก็มองตามแล้วนิ่งลงทันตา เขารู้ความหมายที่เพื่อนบอก แม้จะไม่อยากจะคิดอะไรก็อดที่จะกังวลไม่ได้ เพราะถึงจะรู้ว่าซีวอนเป็นคนดีแต่ถ้าหากคยูฮยอนเองก็สนใจดงแฮขึ้นมาแล้วตั้งป้อมแข่งขันมันก็คงจะเชียร์ไม่ได้สักฝ่าย

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเท่ากับเรื่องนี้..

“นายมีแฟนยัง?”

จู่ๆพอเพื่อนถาม ร่างเล็กก็หันขวับไปมอง “อะไรนะ”

“มีแฟนยัง” ท่าทางของคนถามยังปกติ ถามไปก็ตัดกระดาษไป เหมือนจะหาเรื่องคุยไปเรื่อยเปื่อยเสียมากกว่า

“ไม่มีอ่ะ อยู่ห้องเรียนกับชมรม กลับบ้านตอนเย็นก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย แบบนั้นจะเจอใครได้”

“อืม”

“ทำไมเหรอ?”

“เปล่า”

ฮันกยองพยายามที่จะสังเกตท่าทางของดงแฮเป็นระยะ เขารู้สึกเหมือนทั้งซีวอนและดงแฮจะต่างสนใจกันและกันอยู่ลึกๆ แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเล็กหน้าตาน่ารักๆตรงหน้านี้จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าชอบผู้ชายเข้าให้แล้ว แต่นั่นมันก็ยังยืนยันหรือพยากรณ์อะไรในอนาคตไม่ได้สักอย่าง เพราะคยูฮยอนมีลีลาการจีบสาวเหนือชั้นกว่าซีวอนมาก และเขาก็อาจจะทำคะแนนแซงชนิดไม่ทิ้งฝุ่นได้ในช่วงเวลาอันสั้น

ซึ่งแม้จะไม่สนับสนุนให้คบกับเจ้าคุณชายเพลย์บอยแต่ก็คงไม่มีสิทธิ์ห้ามหัวใจใครทั้งนั้น

นี่ผมคิดถูกหรือคิดผิดนะที่พาดงแฮมารู้จักกับเจ้าพวกนี้ ผมรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์ว่ามันจะต้องมีปัญหาตามมาเร็วๆนี้

แต่มันจะมีอะไรนี่สิ ..เฮ่อ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending Talk

 

กะแล้วว่าต้องมีคนบอกว่าเหมือนเอฟโฟร์ แต่ก็อ่านเอาว่ามันจะเหมือนหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67009 DreamPatty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 17:06
    เริ่มออกลายจีบแล้วล่ะ
    #67,009
    0
  2. #66957 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 19:08
    โอ๊ยๆๆๆ อยากเป็นดงเฮๆๆๆๆๆๆๆ

    อิจฉา ผู้ชายล้อมรอบ #ข้ามไป
    #66,957
    0
  3. #66776 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 01:44
    มันชักจะยุ่งเหยิงนะเนี่ย แต่ชอบลุคบอมมาก มันแบบว่าแบดบอยสุดๆค่า
    #66,776
    0
  4. #66466 kyumin*137 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2555 / 22:07

    สนุกอ่ะ! หมวยเสน่ห์เเรงง55

    #66,466
    0
  5. #66360 love you sungmin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2555 / 22:33
    คยูอย่ายุ่งกับด๊องนะ
    สงสารด๊อง บวมน่ารักอ่ะ
    #66,360
    0
  6. #66351 running (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 14:18
    จะเป็นรักหลายเศร้าชิม้ายยยย
    #66,351
    0
  7. #66261 KIHAE*129 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2555 / 02:02
    บวมเนียนน่ะแกอ่ะ

    ไม่ติดไฟแดงรึแกผ่าไฟแดงอ่ะ

    งานนี้เพื่อนจะแย่งกันหรอเนี่ย
    #66,261
    0
  8. #66145 Zelon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:12
    เอ่อ..นอกจากคุณชายวอนกะชายกี้ ผมว่าพี่ฮันต้องระวังม้ามืด(มาก)เป็นพิเศษมากกว่าครับ = =" รายนั้นน่ากลัวที่สุดละ
    #66,145
    0
  9. #66122 Sarang SUJU (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:58

    อิบวมโหดจัง หมวยแกเสน่ห์แรงมาก

    #66,122
    0
  10. #66086 kung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2555 / 00:19
    หมวยถ้ากลัวตกก็กอดแน่นๆนะ
    #66,086
    0
  11. #65998 chin-cha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 01:58
     โห้  หมวยของเราเสน่ห์แรง
    #65,998
    0
  12. #65994 sungmin sj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 19:32
    เสน่ แรงนะด๊องงง
    #65,994
    0
  13. #65723 Darker-40 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 / 16:04
    เอ้าๆๆ หมวยมาปิ๊งปั๊งไรวอนเนี่ย

    ถ้ามึีปัญหาเราจะช่วยป๋าอีกแรง*0*/
    #65,723
    0
  14. #65688 Witim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 00:48
    เอาแล้วไง หมวยสวยเครียดดดดดด
    #65,688
    0
  15. #65647 MTieluk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 14:23
    ด๊องเสน่ห์แรงไปนิ 
    #65,647
    0
  16. #65636 famously_DRH (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 11:49
     บอมมันชอบเฮแน่ๆ วอนหลีกทางเถอะ -0- *โดนกระทืบ*
    #65,636
    0
  17. #65532 A-lma (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2554 / 15:44
     แหนะ! บอมชอบด๊องอ่ะดิ๊  55

    #65,532
    0
  18. #65458 Xiahnow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2554 / 23:40
    คิมคิ...ม้ามืดนะ หึหึึ
    #65,458
    0
  19. #65407 Bubble_BUM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2554 / 14:31
    มีแต่คนชอบด๊องแล้วนะ
    บอมอย่านิ่งดิ เดี๋ยวด๊องก็โดนวอนเอาไปหรอก
    #65,407
    0
  20. #65351 PARISO'KH (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 22:35
    อ๊ากกกกกก คิใจดี อ๊ากกกกก คิเท่ อ๊ากกกกกกกก หลงคิ
    #65,351
    0
  21. #65253 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 17:15
    จะน่ารักเกินไปแล้วนะ >
    #65,253
    0
  22. #65147 satohara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 13:08
    เฮนี่สเน่ห์แรงจริงๆเลย
    มีแต่คนหล่อตามจีบ 
    อ๊ากกกกก อิจฉาอ่ะ ( วิบัตินิดนึงละกันนะคะ )
    แอบอิจฉาเฮจริงๆนะเนี่ย (ปล.แกไม่ต้องแอบแล้วนะ ข้างบนแกอ๊ากไปเรียบร้อยแล้ว )
    อยู่ท่ามกลางแต่คนหล่อ
    คยูนี่จะจีบแบบเปิดเผยเลยใช่มั้ยล่ะเนี่ย
    บอมนี่คงยึดคติช้าๆได้พร้าเล่มงามซะล่ะมั้งเนี่ย 5555
    สู้ๆต่อไปนะคะไรเตอร์
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ


    #65,147
    0
  23. #65124 NANA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 17:08
    น่าอิจฉาด๊องอ่ะ อยู่ในดงคนหล่อทั้งนั้น

    คยูมาแล้ว หูหางโผล่ทันทีเลย รอมินก่อนได้มั้ย!!!

    #65,124
    0
  24. #64955 vhan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 / 22:21
    เข้ามาอ่านรอบสอง 555+

    อ่านกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลยอ่า
    #64,955
    0
  25. #64746 IDidnt'Only (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 / 10:22
    กี้เก็บหู เก็บหาง หน่อย ฮ่าๆ
    บอมจีบแบบนิ่งๆว่างั้นเหอะ  =='
    #64,746
    0