Sharp :: Yaoi 'Kihae Hanchul Kyumin Won?'

ตอนที่ 3 : Charpter 1 : เพื่อนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    3 มิ.ย. 52

อากาศดีๆในช่วงที่หิมะเพิ่งเลิกตกนั้นสามารถผ่อนคลายอารมณ์ได้ค่อนข้างดี เสียงดนตรีดังตามท่วงทำนองหวานหูในเพลงของบีโธเฟ่นที่กำลังขับกล่อมบรรเลงโดยเด็กหนุ่มร่างโปร่งซึ่งสวมชุดนักเรียนที่มีป้ายติดตรงอกเป็นตราของ วินเซอร์รูฟ เครื่องแบบอันทรงเกียรติและเป็นโรงเรียนที่นักเรียนชายทั่วทั้งประเทศใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียน

แต่ทว่า มีเพียงน้อยนิดที่มีโอกาสได้ก้าวเข้ามาเหยียบสถานที่แห่งนี้ในฐานะนักเรียน

วินเซอร์รูฟคือโรงเรียนมัธยมชายของเอกชนที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่าร้อยปี ศิษย์เก่ามากมายได้กลายเป็นบุคคลมีชื่อเสียงของเกาหลีและสร้างชื่อให้กับประเทศ แม้แต่ประธานาธิบดีเองก็จบมาจากที่แห่งนี้แทบทั้งนั้น มันเป็นโรงเรียนสำหรับผู้ที่เหมาะสม โดยที่คนทั่วไปมักจะเรียกที่แห่งนี้ว่า โรงเรียนผู้ดี

อาจเป็นเพราะการปลูกฝังด้านความคิดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง นักเรียนที่จบจากที่นี่จึงยึดติดกับคำที่ว่า วินเซอร์รูฟคือโรงเรียนสำหรับคนมีฐานะ ชาติตระกูลดี และมีหน้ามีตาในสังคม ดังนั้นบรรดาศิษย์เก่าที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนจึงไม่มีใครยอมรับได้ ถ้าจะเปิดให้เด็กจากครอบครัวชนชั้นกลางเข้ามาปะปน เพราะถือว่าตนจะเสียเกียรติภูมิ

มันอาจฟังดูงี่เง่า ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่คนมีการศึกษาไม่น่าจะใส่ใจ แต่มันก็เป็นไปแล้ว

 

เสียงบรรเลงเปียโนจบลงด้วยรอยยิ้มที่หวานละไม เด็กหนุ่มลุกขึ้นและหันหลังไปมองที่นอกกระจก ด้านนอกยังคงมีหิมะบนพื้นดินหลงเหลืออยู่และบางส่วนก็ยังค้างอยู่บนใบไม้จนขาวโพลน วินเซอร์รูฟขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมที่งดงามอยู่แล้ว สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าจึงไม่ต่างอะไรจากการยืนชมภาพที่กวีบรรยายในนิยายสักเรื่องหนึ่ง

ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้า กริยาของเขาค่อนข้างนะสำรวมแม้จะอยู่เพียงลำพัง ตั้งแต่เล็กจนโตที่บ้านก็สอนสั่งเรื่องกริยามาอย่างดิบดีเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียเกียรติของอดีตราชนิกูล ดังนั้นต่อให้อยู่ที่ใดคยูฮยอนก็จะต้องพึงสำนึกไว้เสมอว่าตนมีเชื้อเจ้าอยู่ในร่างกาย

เขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกมาจากห้องดนตรีสุดหรู สอดส่ายสายตามองที่ด้านนอกแล้วก็ไม่พบใครจึงได้เดินข้ามไปที่อีกตึก

ความจริงตอนนี้ยังไม่เปิดเทอม แต่เนื่องจากเพื่อนๆในกลุ่มซึ่งเป็นคณะกรรมการนักเรียนต้องมาประชุมเขาจึงติดสอยห้อยตามมาด้วยเพราะขี้เกียจจะโดนทิ้งให้อยู่คนเดียว ร่างหนายกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาก็พอจะประเมินได้ว่าการประชุมคงจะเสร็จในอีกไม่นาน ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็ควรจะไปนั่งรอใกล้ๆห้องประชุมจะดีกว่า

คยูฮยอนหาที่นอนงีบได้ไม่ยากนักเพราะตอนนี้โรงเรียนค่อนข้างเงียบและไม่มีคน จะนั่งที่ใดก็คงจะไม่มีใครมากวน เขาทอดตัวลงบนม้านั่งตัวยาวแล้วหยิบเอาหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คที่ติดมือมาอ่านขึ้นมากางคว่ำบนหน้า

ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่จู่ๆก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อมีใครบางคนหยิบเอาอุปกรณ์ปิดหน้าของตัวเองออกไป

เด็กหนุ่มรีบเด้งตัวลุกขึ้นมอง พอเห็นว่าเป็นเพื่อนก็รีบคว้าแย่งเอาหนังสือกลับมาคืน “ประชุมเสร็จแล้วเหรอ”

“อืม”

“สองคนนั้นล่ะ?”

ร่างที่ใหญ่กว่าแสดงสีหน้าแบบปลงๆ “เล่นไล่จับกันอีกแล้วมั๊ง”

“คิบอมมันไปก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ ขนาดตัวอยู่ในห้องประชุมมันยังทำได้อีกเหรอ”

“ไม่รู้สิ” ซีวอนยักไหล่เบาๆ “แต่หายไปพร้อมกันอ่ะ คงมีคดีกันมั๊ง”

คนฟังพยักหน้า แต่พอเห็นสีหน้าของเพื่อนแปลกไปก็ชักสงสัย “ประชุมอะไรมาน่ะ หน้าเครียดเชียว”

“งานเข้า”

“หืม? งานอะไรอีกวะ นี่ก็จะเปิดเทอมอยู่แล้วนะ ทุกปีก็ไม่เห็นมีอะไรให้ทำเลยนี่นา”

คยูฮยอนพยายามนึกถึงช่วงเวลานี้ของสี่ปีที่เรียนที่นี่มา แต่ก็คิดไม่ออกเลยว่ามันจะมีอะไรให้ทำ นอกจากเตรียมงานปฐมนิเทศนักเรียนใหม่เท่านั้น ซึ่งดูแล้วมันก็ไม่น่าจะใช่

ซีวอนทรุดตัวลงนั่งที่ม้านั่งตัวข้างๆแล้วก็นิ่งไปอีกสักพักกว่าจะเอ่ยบอก “ทางกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายจะให้เรายุบรวมกับไมอา”

“อ๋อ..” คนฟังพยักหน้า พอประมวลความคิดเรียบร้อยก็ร้องลั่น “เฮ้ย!!!

“เออ ในห้องประชุมน่ะเครียดจนเลิกเครียด จนจะกลับมาเครียดใหม่อีกรอบแล้วเนี่ย”

“จะยอมกันหรือยังไง ก็รู้นี่นาว่าเรากับไมอาไม่ถูกกัน”

“ก็เค้าให้เหตุผลว่า เพราะเรากับไมอาตั้งอยู่คนละฝั่งถนนไง ก็เลยจะให้ยุบรวมกันซะ แล้วให้เปลี่ยนชื่อเป็น วินเซอร์รอยัล” ซีวอนบอกเนิบๆ ถึงจะเครียดแต่อารมณ์เขาก็เย็นเสมอ

“วินเซอร์รอยัล ..ฟังแล้วขนลุก”

“อืม มันฟังดูแปลกจริงๆนั่นแหละ ไม่คุ้นหูเลย”

“แล้วเค้าจะให้ยุบตอนเปิดเทอมนี้เลยเหรอ กระชั้นเกินไปหรือเปล่า เดี๋ยวพวกศิษย์เก่าก็มาอาละวาดตึกพังกันพอดี ถ้ารู้ว่ายุบรวมกับไมอาน่ะ” คนที่ผอมกว่าเริ่มประเมินสถานการณ์ “ที่ไมอาก็น่าจะโวยเหมือนกันนั่นแหละ”

“ปีนี้แค่ให้เรียนด้วยกัน ถ้าจัดการได้อย่างลงตัวหรือมีปัญหาน้อย ปีหน้าก็จะยุบรวมแบบถาวรน่ะ ตอนนี้เป็นแค่นโยบายแล้วก็ทดลองใช้ดูก่อน ถ้ามันเข้าท่า ปีหน้าก็คงได้เปลี่ยนชื่อ”

คยูฮยอนฟังแล้วก็หน้าหงิก ส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ชั้นไม่อยากเรียนจบแล้วได้ใบประกาศของไอ้ วินเซอร์รอยัล บ้าบอนั้นนะ ชั้นจะเอาชื่อวินเซอร์รูฟ อุตส่าห์เรียนมาตั้งสี่ปีแล้วเนี่ย เพื่อใบประกาศของวินเซอร์รูฟแท้ๆเชียว ถ้าไม่ได้ล่ะชั้นจะประท้วง”

“เอาน่า อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย ชั้นว่าเด็กที่ไมอาก็คงจะไม่ยอมเหมือนกันนั่นแหละ ดีไม่ดี ยุบแล้วมีปัญหาหนักกว่าเดิมก็คงต้องยกเลิกนโยบายนี้” ซีวอนวิเคราะห์ให้ตามประสาของคนช่างคิดช่างวางแผน

เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ เมื่อมองไปก็พบว่าเป็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขาสวมเสื้อผ้าที่ดูก็รู้ว่าเป็นเครื่องแบบของวินเซอร์รูฟ แต่มันเหมือนจะถูกนำไปดีไซน์เสียใหม่โดยดีไซเนอร์สักคน เพราะกางเกงก็เกือบจะเป็นขาเดฟ เสื้อกั๊กที่สวมก็ยาวชนกับขอบกางเกงที่ใส่ต่ำอยู่ตรงสะโพก แม้แต่รองเท้านักเรียนก็ยังไม่เหมือนชาวบ้าน ส่วนบนหัวก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะเล่นกร้อนข้างหนึ่ง ปัดเป๋ไปอีกข้างหนึ่ง แล้วยังจะไว้รากไทรยาวลงมาที่ต้นคอ ส่วนใบหูก็มีตุ้มหูอันเล็กๆเสียบอยู่สองสามอัน

นี่มันจะมาเรียนหรือมาเดินในงานแฟชั่นวีคกันแน่เนี่ย?

ดวงตาราบเรียบและนิ่งสงบกวาดจ้องเพื่อนทั้งสองโดยไร้คำพูด ไร้รอยยิ้ม คิบอมปั้นหน้าเหมือนจะมาหาเรื่อง ซึ่งมันก็เป็นปกติของเขาแล้วที่เวลานิ่งจะนิ่งเหมือนเป็นน้ำแข็งที่ขั้วโลก เย็นยะเยือก ไร้ความรู้สึกเดือดร้อนในสิ่งต่างๆ แต่ใครจะรู้ว่าที่แท้แล้วเขาจะคือไฟดีๆนี่เอง

“ทอมล่ะวะเจอร์รี่” คยูฮยอนร้องแซว

“ถูกจับไปแห่นางแมวแล้วมั๊ง” เสียงหนาทุ้มตอบกลับมา

คนฟังทั้งสองได้ยินก็หัวเราะร่วน ซีวอนมองหน้าตาที่พูดนิ่งๆแล้วก็ยิ่งขำ “ถ้ามันโดนจับไปแห่นางแมวจริงๆ ชั้นว่าแกน่ะคงเหงาแน่เลย ไม่มีฮันกยองคอยตามจับน่ะ”

“หึ หึ ..อาจจะ”

“แล้วนี่ไปไหนมา”

“เข้าห้องน้ำ” เขาตอบแบบไม่ใส่ใจอะไรนัก แต่พอเพื่อนมองหน้าก็ชักงง “ชั้นเข้าห้องน้ำไม่ได้หรือไง?”

“เปล่า ..ก็เห็นจู่ๆก็หายไปพร้อมๆกับฮันกยอง ก็นึกว่าไปเล่นโปลิศจับขโมยกันที่ไหน”

“ฮันกยองเข้าไปหาอาจารย์ฝ่ายปกครองน่ะ” คิบอมตอบเท่าที่รู้ “เห็นมันเดินแว๊บๆแถวหน้าห้องนั้นตอนที่ชั้นไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่ได้มองว่าเข้านานหรือเปล่า”

“ทำไมไม่สนใจล่ะ เผื่อเค้าวางแผนรวบตัวแกกันนะ” คุณชายหนุ่มผู้มีเชื้อเจ้ายิ้มล้อ

แต่อีกคนกลับเชิดหน้าแล้วส่ายเบาๆ “กลัวที่ไหน จะมาก็มา ..จับให้ได้ก็แล้วกัน”

สามหนุ่มนั่งคุยกันตรงม้าต่ออีกราวห้านาที คนที่พวกเขารอก็เดินหอบแฟ้มงานออกมาจากตัวตึก ฮันกยองเป็นคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในบรรดาเพื่อนๆในกลุ่ม เขามาทีหลังและเพิ่งอยู่กับเพื่อนๆได้แค่หนึ่งปีแต่ก็สนิทสนมกันมากเพราะเวลามีอะไรก็มักจะพูดตรงๆและตักเตือนด้วยความหวังดี ซึ่งนี่เองที่สามารถซื้อใจของสามเพื่อนรักได้

“นายดูคดีของนายเลยคิบอม” มือหนากระแทกแฟ้มลงโครม พร้อมกับจัดการเปิดให้ดูว่ามีอะไรบ้างที่ได้รับแจ้งมาเกี่ยวกับเพื่อนสนิท

คิบอมเดินไปชะโงกดูและกวาดตามองอย่างรวดเร็ว พอเห็นบางอย่างขัดหูขัดตาก็เอื้อมมือไปดึงปากกาที่มือคนบอกมาขีดอย่างรวดเร็ว “อันนี้ชั้นไม่รู้ ..อันนี้ชั้นไม่เกี่ยว ..อันนี้ไม่ใช่เว้ย .. อ่า แค่นี้แหละ นอกนั้นยอมรับ”

เพื่อนๆต่างถอนหายใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เขาเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ทำอะไรก็ยอมรับต่อให้มันผิดหรือเลวร้ายสักแค่ไหนก็ยังยืดอกรับแบบลูกผู้ชายเสมอ ซึ่งเมื่อคิบอมบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องใด ฮันกยองก็จะตัดเรื่องเหล่านั้นออกจากลิสต์ของเขาทันที แต่ส่วนที่เหลือก็ต้องสืบสวนและตามจับให้ได้อยู่ดี

“คิดแล้วก็รู้สึกแปลกๆอ่ะ ถ้าโรงเรียนเรามีเครื่องแบบของไมอามาเดินพล่านให้ทั่ว ..ทำใจไม่ได้จริงๆ”

คยูฮยอนขมวดคิ้วอีกครั้ง อาจเพราะตระกูลของตัวเองจบจากที่นี่แทบทั้งนั้น และด้วยความที่ถูกปลูกฝังเรื่องชาติตระกูลมาตั้งแต่เด็กๆจึงทำให้เขาค่อนข้างที่จะปฏิเสธในเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา แต่แปลกที่พอเวลาจีบสาวกลับไม่ได้สนใจว่าเจ้าหล่อนจะเป็นใครมาจากไหนเลยสักที

ฮันกยองที่เพิ่งเข้าเรียนได้แค่ปีเดียวนั้นกลอกตามองเพื่อนๆสลับไปมา  อาจเพราะเขาเคยอยู่โรงเรียนธรรมดาๆและไม่ได้หรูหราอะไรจึงได้ไม่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนมากนัก หลายๆครั้งที่ได้ยินเด็กนักเรียนของวินเซอร์รูฟพูดจาแบ่งชนชั้นกับโรงเรียนอื่นๆก็ไม่ค่อยพอใจเท่าใด เพราะตั้งแต่เล็กจนโตก็ถูกสอนมาว่าคนทุกคนเท่าเทียมกัน

คิบอมยืนล้วงกระเป๋าแล้วเดินวนไปวนมา เขาอยู่นิ่งนานๆไม่ค่อยจะได้จึงต้องหาเรื่องขยับร่างกายอยู่เสมอ

“เราเปิดเทอมกันวันไหนนะ เมื่อกี๊ชั้นลืมฟัง” เขาหันมาถามอีกสองคนที่เข้าประชุมด้วย

“อีกสองสัปดาห์” ทั้งฮันกยองและซีวอนพร้อมใจกันตอบ

ร่างโปร่งเบือนหน้ากลับไปแล้วยิ้มบางๆออกมา “หวังว่ามันจะมีแต่เรื่องดีๆเข้ามานะ”

 

 

ก่อนจะเปิดเรียน คณะกรรมการนักเรียนของทั้งวินเซอร์รูฟและไมอารอยัลจำต้องมาประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการจัดงานเชื่อมสัมพันธ์ของทั้งสองสถาบันในสัปดาห์แรกของการเปิดเรียน

ฮันกยองกับซีวอนในชุดเครื่องแบบของวินเซอร์รูฟ และคิบอมในชุดที่เหมือนจะเป็นเครื่องแบบได้มาร่วมประชุมตามหน้าที่ที่พึงกระทำ ทันทีที่ทั้งสามปรากฏ หลายต่อหลายคนที่สวมชุดของไมอาก็ต่างหันมามองเป็นตาเดียวพร้อมกับมีเสียงซุบซิบขึ้น

“นั้นสามคนที่เค้าเรียกกันว่า 4E Princes น่ะ ดูเท่ห์มากเลยนะ ..ว่าแต่อีกคนหายไปไหนล่ะ” ร่างเล็กๆซึ่งคงจะเป็นแฟนคลับของพวกเขาเอ่ยขึ้นเบาๆ

“นี่น่ะเหรอ 4E ที่เค้าพูดกันน่ะ ทำไมมาแค่สามล่ะ”

คำถามเดิมๆเริ่มสร้างความรำคาญให้กับคิบอมทีละนิด ปกติเวลาอยู่ในโรงเรียนของตัวเองก็มีแต่คนเคารพยำเกรง ไม่มีใครมาทำเสียงจ่อกแจ่กจอแจเป็นนกแตกรังและถามในสิ่งที่ไม่ควรถามเช่นนี้ ฮันกยองเหลือบมองก็พอจะรู้อารมณ์เพื่อนเลยเอื้อมมือไปกอดคอเอาไว้

“เค้าไม่รู้ ก็ต้องสงสัยเป็นธรรมดานั่นแหละน่า”

ร่างโปร่งพยักหน้าเบาๆแล้วข่มใจให้เป็นปกติ แต่แค่เสี้ยววินาทีที่มีร่างบอบบางร่างหนึ่งเดินสวนมาก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรมาสะกิดในหัวใจ แต่เสี้ยววินาทีนั้นเอง กลับเป็นฮันกยองที่หยุดเท้ากึกแล้วหันขวับไปมองตาม เมื่อแน่ใจว่าเป็นใครก็รีบเดินไปคว้าแขนเอาไว้อย่างรวดเร็ว

คนตัวเล็กๆผมละต้นคอที่ถูกรั้งเอาไว้นั้นหันมามองในทันที เมื่อสายตาสบประสาน สารวัตรนักเรียนรูปหล่อก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

“ดงแฮใช่มั๊ย? ..นายจำชั้นได้หรือเปล่า ฮันกยองไง.. ที่เมื่อก่อนเราเรียนอยู่ห้องเดียวกันแล้วนายก็ย้ายตามพ่อแม่ไปไง” ร่างใหญ่รีบบอก

คนที่ถูกทักนิ่งไปสักครู่ พอนึกได้ก็ยิ้มกว้าง “ฮันกยองเองเหรอ อะไรเนี่ย ไม่เจอตั้งนานทำไมตัวใหญ่ขึ้นตั้งเยอะแบบนี้ล่ะ ..นี่นายเรียนที่วินเซอร์รูฟเหรอ”

“อื้อ” เขาพยักหน้า “บังเอิญจังที่นายเรียนที่ไมอา ..แล้วนี่กลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่”

“หลายปีแล้วล่ะ ย้ายตามที่บ้านบ่อยๆมันก็ต้องเปลี่ยนที่เรียนบ่อยๆ กว่าจะปรับตัวได้แต่ละครั้งน่ะมันเสียเวลา เลยกลับมาอยู่ที่เกาหลีนี่แทน เรียนจบแล้วค่อยว่ากันอีกที”

ฮันกยองพยักหน้าเบาๆเพื่อบอกว่าเขาเข้าใจ บิดาของดงแฮเป็นทูตซึ่งก็ต้องย้ายไปประจำยังประเทศต่างๆตามที่ได้รับมอบหมาย ในตอนแรกดงแฮจำต้องย้ายตาม แต่เมื่อมันบ่อยเข้าก็คงจะทำให้เขาลำบากมากกว่าเป็นผลดี ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรยากมากมายนัก

คนอื่นๆที่รู้จักทั้งคู่ต่างจ้องมองมาเป็นตาเดียว พอร่างหนานึกได้ว่ามากับเพื่อนก็รีบดึงแขนเล็กๆเพื่อเข้าไปทักทายอีกสองคนที่ยืนปั้นหน้าหล่ออยู่ที่หน้าประตูห้องประชุม

“นี่ดงแฮ เพื่อนชั้นเอง” เขายิ้มกว้าง

ซีวอนยิ้มหวานละไมทักทายด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ผิดกับคิบอมที่ยืนจ้องมองจนร่างบอบบางแทบจะทะลุ ซึ่งมันก็สร้างความประหลาดใจให้กับดงแฮค่อนข้างมาก ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรกันแน่

“นี่คิบอมกับซีวอนนะ เป็นเพื่อนสนิทของชั้นเอง จริงๆมีอีกคนแต่เค้าไม่ได้เป็นคณะกรรมการ ไว้วันหลังชั้นจะแนะนำให้รู้จัก”

“สวัสดีครับ” ร่างเล็กยิ้มทักทาย

“สวัสดีครับ” ประธานปีสองของอีกโรงเรียนหนึ่งทักกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร รู้สึกว่าใบหน้าหวานๆของคนตรงหน้าช่างเตะตาเหลือเกิน

ฮันกยองเหลือบมองที่อีกคนซึ่งยังยืนนิ่ง คิบอมจ้องหน้าของดงแฮไม่ยอมหยุดเสียทีจนเพื่อนซี๊ต้องถองเข้าที่สีข้างเพื่อให้เขารู้ตัว

“โอ๊ย เจ็บนะเว้ย” เสียงห้าวคำรามใส่พร้อมกับสายตาดุๆที่จ้องมา

สารวัตรรีบกระแทกไหล่ผู้ต้องหาของตัวเองซ้ำอีกครั้ง “แกจ้องอะไรของแกนักหนาน่ะ”

“เปล่า” เขาปฏิเสธดื้อๆ ทั้งที่ยังเหลือบมองอยู่

“จะโกหกก็ให้มันเนียนหน่อยเถอะ” คนฟังกระซิบเบาๆ

ดวงหน้าหวานๆ กระพริบตาถี่ด้วยความไม่เข้าใจ นัยน์ตากลมโตที่ดูสดใสไร้เดียงสานั้นช่างน่ารัก ดงแฮค่อนข้างโดดเด่นเมื่อยามที่มองเขาอยู่ในกลุ่มนักเรียนของไมอารอยัล หน้าตาของเขาน่ารักและก็สวยหวานราวกับเป็นผู้หญิง รูปร่างที่บางระหงดูแล้วน่าปกป้องมากกว่าที่จะคิดอยากให้เขาออกกำลังทำอะไร

“ไหนเพื่อนๆนายล่ะ” คนที่ลากตัวเขามารีบถามทันทีที่นึกได้

ตัวเล็กส่ายหน้า “ในกลุ่มน่ะมีแค่ชั้นคนเดียวที่เป็นคณะกรรมการ ปกติชั้นก็เข้าประชุมคนเดียวอยู่แล้วล่ะ”

“งั้นก็ไปนั่งด้วยกันนะ”

“เพื่อนนายเค้าจะว่าอะไรหรือเปล่า” มือน้อยๆรีบกระตุกเบาๆที่สาบเสื้อของเพื่อนเก่า “คนนั้นน่ะ.. จ้องชั้นเหมือนจะไม่พอใจอะไรชั้นเลย”

“คิบอมน่ะเหรอ ..ปล่อยมันไปเถอะ เดี๋ยวผีเข้า เดี๋ยวผีออก เป็นแบบนี้นี่แหละ อย่าถือสาเลย”

คนสวยเหลือบมองอีกครั้ง พอเห็นหน้านิ่งๆ ตาดุๆ จ้องกลับมาก็รีบหันขวับไปหาคนข้างกาย “แล้วแบบนี้น่ะผีเข้าหรือผีออกอยู่อ่ะ”

“ออก” ร่างสูงตอบแบบไม่ต้องคิด “ถ้ามันยิ้มแล้วก็คุยกับนายแบบที่คนทั่วไปเค้าทำน่ะ นั่นแหละผีเข้า”

“แปลกคนจัง”

ทั้งๆที่เดินไปนั่งด้วยกันแต่ดงแฮก็เฝ้าระวังและพาตัวเองหลบสายตาประหลาดๆอยู่ตลอดเวลา เมื่อเลือกที่ได้แล้วก็นั่งเรียงกันโดยที่คิบอมและดงแฮนั่งริมคนละฝั่งโดยมีซีวอนกับฮันกยองอยู่ตรงกลางและคั่นเอาไว้

แต่ถึงกระนั้นรังสีที่แผ่จากร่างกายของรองประธานจอมซ่าส์ก็ยังตามมารังควาญดงแฮอยู่ดี

 

 

หลังจากประชุมเสร็จแล้วฮันกยองก็ยังดึงให้ดงแฮเดินออกไปพร้อมกับพวกเขาทั้งๆที่ก็รู้ว่าคนจำนวนไม่น้อยกำลังจ้องมองด้วยสายตาอิจฉาและริษยา บรรดาแฟนคลับที่หลงใหลได้ปลื้มในตัวของ 4E Princes ต่างอิจฉาดงแฮไปตามๆกัน เพราะแค่วันแรกก็ได้เดินเคียงกับเทพบุตรผู้โด่งดังในบรรดาเด็กไฮสคูลเสียแล้ว และยังมีหนึ่งในนั้นคอยดูแลเป็นอย่างดีอีกด้วย

“ตอนนี้นายพักอยู่ไหนอ่ะ”

“แถวคังนัม” เสียงหวานร้องตอบพร้อมรอยยิ้ม

“บ้านซีวอนอยู่แถวคังนัมพอดีเลย นายกลับยังไงล่ะ”

“รถไฟฟ้าใต้ดินแล้วก็นั่งรถเมล์ต่อ”

“งั้น..” เขาหยุดคิดสักครู่แล้วก็รีบหันไปหาเพื่อนตัวสูงของตนเอง “ซีวอน ชั้นฝากดงแฮติดรถนายไปหน่อยได้มั๊ยอ่ะ  เค้าพักอยู่แถวคังนัมเหมือนนายเลย”

คุณชายหนุ่มทายาทรัฐมนตรีหันมายิ้มหวานอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง สายตาประหลาดจับจ้องดวงหน้าของเพื่อนใหม่ไม่วางตา

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”

คิบอมเหลือบมองเพื่อนสนิททำตาหวานใส่เด็กหนุ่มตัวเล็กที่เพิ่งเข้ามาให้รู้จักแล้วก็เบือนหน้าหนี สีหน้าไม่บ่งบอกว่ารู้สึกแบบไหน แต่ก็เหมือนจะไม่ชอบใจอะไรบางอย่าง และจู่ๆเมื่อนึกอยากจะเดินออกจากกลุ่มก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่บอกไม่กล่าว ทำเอาอีกสามคนที่เหลือถึงกับงงกับท่าทางประหลาดนั้น

“หงุดหงิดอะไรของมันอีก”

“เค้าโกรธอะไรชั้นหรือเปล่าน่ะฮันกยอง” ดงแฮมองตามด้วยความไม่สบายใจ

“ไม่หรอก มันจะโกรธอะไรนายล่ะ ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด”

ร่างสูงที่เดินแยกไปนั้นคว้าเอารถมอเตอร์ไซค์คันโปรดของตัวเองที่จอดอยู่มาขับและบิดออกไปจากเขตโรงเรียนอย่างรวดเร็ว สีหน้าราบเรียบของคิบอมทำให้ไม่มีใครสามารถเดาความคิดของเขาได้ มันนิ่งสงบแต่รู้สึกได้ว่าไม่ปกติ เขาเป็นแบบนี้เสมอ และก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมันคืออะไร

เมื่อมาถึงรถของซีวอนที่จอดรออยู่ที่ลานจอดรถเพื่อรับ-ส่งนักเรียน ฮันกยองก็ขอตัวกลับเพราะเขาจะต้องเดินไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายฝั่งตรงข้ามและฝากฝังเพื่อนเก่าเอาไว้กับเพื่อนของตัวเอง ซีวอนยิ้มให้กับดงแฮอีกครั้งก่อนจะผายมือเพื่อบอกให้เขาขึ้นรถเมื่อคนขับรถอ้อมมาเปิดประตูให้

คนที่เคยชินแต่กับการใช้ชีวิตแบบปกติของนักเรียนไมอาฯ รู้สึกประหลาดเล็กน้อยที่จะต้องมาเจอกับพิธีรีตองที่มากมาย ปกติแล้วเพื่อนๆของดงแฮก็มีแต่พวกฐานะปานกลางและไม่ค่อยมีรถมารับมาส่ง พอมาเจอคุณชายไฮโซอย่างซีวอนเข้าก็ชักจะวางตัวลำบากขึ้นมา

รถคันหรูถูกขับออกไปโดนพนักงานที่ฝึกฝนมาอย่างดี และซีวอนก็พยายามที่จะชวนร่างเล็กพูดคุยเพื่อลดความประหม่า เขายิ้มแย้มและดูเป็นมิตร ผิดกับคิบอมลิบลับและนั่นมันก็ทำให้อีกฝ่ายเริ่มประทับใจ

ซีวอนเหมือนเจ้าชายจากในนิทานที่นอกจากจะหน้าตาดี บุคลิกดี ฐานะดี แล้วนิสัยโดยรวมก็ยังดูดีและเป็นมิตรอีกด้วย จึงไม่แปลกที่เด็กนักเรียนชายและนักเรียนหญิงโรงเรียนต่างๆจะหลงใหลได้ปลื้มในตัวเขา

“บ้านนายอยู่ทางเดียวกับบ้านชั้นเลยนะ ไว้เปิดเทอมแล้วจะกลับด้วยกันก็ได้นะ ชั้นยินดี” เขายิ้มหวาน สายตาที่แฝงไปด้วยความหมายมากมายเริ่มทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหว

ดงแฮรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าเมื่อสบตาและเห็นเขายิ้มแย้มให้ ยิ่งมาอยู่ใกล้ๆกันในรถแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าหัวใจจะไม่ปกติมากขึ้นทุกที ปกติก็ไม่เคยจะรู้สึกแบบนี้กับใคร แต่ตอนนี้มันกำลังหวั่นไหวกับผู้ชายตรงหน้า

นายอย่ามองชั้นแบบนี้สิซีวอน หัวใจของชั้นมันเต้นประหลาดมากขึ้นทุกทีแล้วนะ

ใช่แค่ร่างบอบบางที่รู้สึกประหลาดขึ้นมาในอก แต่อีกคนที่นั่งเคียงกันก็รู้สึกได้ว่าตัวเองหมั่นหันไปมองใบหน้าแสนหวานนั่นบ่อยจนแทบจะนั่งจ้อง อันที่จริงเขาพยายามที่จะมองไปทางอื่นบ้างและสบตากับดงแฮบ้างเพื่อสร้างความสนิทสนม แต่ก็กลายเป็นว่าละสายตาจากใบหน้าของชายหนุ่มร่างเล็กข้างกายไปไม่ได้สักที

ผมรู้สึกว่าเขาน่ารักเหลือเกิน กริยาท่าทางก็ดูพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป ..รู้สึกขอบคุณฮันกยองที่พาเขามาให้รู้จักยังไงก็ไม่รู้

พอโดนจ้องมากๆเข้า แก้มขาวก็เริ่มขึ้นสีทีละนิดจนต้องเบือนหน้าหันไปมองรถที่ถนนเลนส์ข้างๆที่กำลังวิ่งส่วนมาเพื่อลดความประหม่าที่อยู่ในอก กว่าจะถึงบ้านก็แทบจะนั่งตัวแข็งเป็นตุ๊กตาหินก็ว่าได้

“วันที่ต้องไปเตรียมงานที่โรงเรียน ชั้นจะแวะมารับนะ” รอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนส่งมาพร้อมกับสายตาที่กรุ้มกริ่มจนคนถูกมองเริ่มจะเขิน

“ลำบากนายหรือเปล่าน่ะ ชั้นไปเองได้”

“ทางผ่านพอดีนี่นา แวะรับนายแค่นิดเดียวจะเป็นอะไรไป ดีกว่านายต้องเสียเงินแล้วไปยืนอยู่บนรถสาธารณะนะ” คิ้วหนาขยับน้อยๆอย่างคนใจดี เขาเหลือบมองเข้าไปที่ในบ้านหลังเล็กแล้วก็ต้องแปลกใจเพราะมันเงียบเหลือเกิน

“นายอยู่กับใครเหรอ ทำไมมันเงียบจัง”

ดงแฮมองตามเข้าไปในบ้านของตัวเองแล้วก็ยิ้มน้อยๆ “คนเดียวน่ะ แต่จะมีแม่บ้านมาดูแลเป็นระยะ”

“แล้ว.. คนอื่นๆล่ะ” ซีวอนพยายามจะเลี่ยงในคำพูดที่อาจจะไม่เหมาะสมต่อความรู้สึกของคนฟังให้มากที่สุด เขากลัวว่าครอบครัวของดงแฮจะจากไปแล้ว

รอยยิ้มหวานๆขยับฉีกกว้างดูน่ารัก “ครอบครัวชั้นอยู่ฮังการี พ่อชั้นเป็นทูตอยู่ที่นั่นน่ะ ชั้นเป็นผู้ชายเลยไม่ค่อยชอบให้คนอื่นมายุ่มย่าม แม่เลยให้แม่บ้านมาทำความสะอาดแค่ช่วงกลางวันตอนชั้นไม่อยู่”

“แปลกแฮะ ทำไมนายไม่ไปอยู่กับครอบครัวล่ะ”

“เรียนจบก็คงไป ..เมื่อก่อนชั้นย้ายตามพ่อบ่อย เปลี่ยนโรงเรียนก็บ่อยจนทำให้เรียนไม่รู้เรื่องน่ะ เลยตัดสินใจขอกลับมาเรียนที่เกาหลี ตอนแรกพักบ้านคุณยาย แต่พอโตขึ้นก็เริ่มอยากอยู่คนเดียว เลยกลับมาอยู่บ้านหลังที่คนรู้จักเค้าประกาศขายน่ะ”

ชายหนุ่มร่างหนาพยักหน้าเบาๆ “อย่างนี้นี่เอง แล้วตอนเย็นนายทานข้าวยังไง”

“แวะทานหลังจากกลับจากโรงเรียนน่ะ บางทีก็ซื้อเข้ามาแช่ไว้ในตู้เย็น”

“วันไหนชั้นอยู่คนเดียวน่ะจะแวะมาทานด้วยได้มั๊ย?”

ใจคนฟังเต้นตึกตักขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาเอ่ย ถึงจะเป็นคำพูดธรรมดาๆของเพื่อนผู้ชายด้วยกัน แต่ในความรู้สึกของคนสองคนที่สื่อสารกันอยู่นั้นต่างรู้ดีว่ามันไม่ใช่

ดงแฮยิ้มน้อยๆแต่ไม่ได้ตอบอะไร ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรรับไมตรีจากคนๆนี้สักแค่ไหน แต่ช่วงเวลาเพียงไม่นานที่ได้อยู่ใกล้ๆก็รับรู้ได้ถึงเสน่ห์ที่เปี่ยมล้นในร่างกายของคนๆนี้ ไม่แปลกเลยจริงๆที่ใครต่อใครจะหลงใหลได้ปลื้มจนตั้งตัวเป็นแฟนคลับของคุณชายซีวอน

“ชั้นเข้าบ้านแล้วล่ะ ขอบใจนายมากนะ” ตัวเล็กรีบตัดบทก่อนที่ตัวเองจะรู้สึกประหลาดมากไปกว่านี้

ร่างหนาพยักหน้าเบาๆแล้วกลับเข้าไปในรถด้วยรอยยิ้ม ความจริงก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรแต่เหมือนร่างกายมันจะสั่งให้ทำไปโดยไม่รู้ตัว ..ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าส่งสายตาหวานๆไปกี่มากน้อย ไม่รู้เลยว่าในใจเริ่มเกิดความหวังขึ้นมา และจากจุดเล็กๆมันก็อาจลามและคลุมทั้งหัวใจในอีกไม่ช้า

“นายนี่นารักจังแฮะ”

 

 

ดงแฮเดินอมยิ้มเข้าบ้านโดยไม่รู้ตัว จู่ๆก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพื่อนใหม่คนนี้กำลังสร้างรอยยิ้มให้อย่างง่ายดาย ดวงหน้าของซีวอนลอยไปลอยมา แม้บางครั้งเขาจะดูนิ่งสงบราวกับรูปปั้น แต่มันก็เท่ห์ไม่หยอก

ความรู้สึกดีๆเริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด แม้วันนี้จะยังไม่มากมายแต่ก็เรียกได้ว่าเกิดขึ้นแล้ว

เมื่อเดินเข้าไปในบ้านและเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามา และเพราะว่าอยู่คนเดียว ไม่ว่าตอนนั้นจะอยู่ส่วนใดของบ้าน ดงแฮก็จำต้องวิ่งร้อยเมตรมารับเสมอ

“สวัสดีครับ ดงแฮพูดครับ”

“ชั้นเอง ..ฮันกยอง”

“อ่า.. ว่าไง”

“กลับถึงบ้านนานหรือยัง”

“สักครู่แล้วล่ะ ทำไมเหรอ?”

“เปล่า แค่โทรมาถามเฉยๆ” เขาหัวเราะเบาๆ “ชั้นเพิ่งถึงบ้านเมื่อกี๊ เล่าเรื่องวันนี้ให้แม่ฟัง ท่านยังให้ชวนนายไปที่บ้านอยู่เลย บอกว่าอยากจะเห็นว่าโตแค่ไหนแล้ว”

เด็กหนุ่มผมยาวหัวเราะเห็นเขี้ยว นึกได้ว่าเมื่อก่อนเคยพบแม่ของฮันกยองบ่อยๆเวลาที่หล่อนมารับลูกชายหลังเลิกเรียน บางครั้งยังซื้อขนมมาฝากเขาด้วย ตั้งแต่ย้ายบ้านก็ไม่เคยได้พบอีก ตอนนี้ก็อยากจะรู้ว่าคุณป้าใจดีจะสบายดีหรือไม่

“ไว้วันหลังชั้นจะแวะไปเยี่ยมท่าน ฝากสวัสดีแม่นายด้วยนะ”

“แม่ฮะ ดงแฮฝากสวัสดีฮะ” ปลายสายร้องไปด้วย พอตะโกนเสร็จก็รีบหันมาบอกคนที่คุยด้วย “บอกให้แล้ว”

“ได้ยินแล้วล่ะน่า”

“อืม ชั้นโทรมาถามแค่นี้แหละ นั่งรถไปกับซีวอนน่ะคงไม่อึดอัดอะไรใช่มั๊ย”

“ไม่นี่ เค้าก็ชวนชั้นคุยมาตลอดทางนั้นแหละ” พูดไปก็เผลอยิ้มไปด้วย “ทำไมเหรอ?”

“เปล่า เห็นเพิ่งรู้จักกัน ก็กลัวว่ามันจะทำให้นายอึดอัดน่ะ เมื่อกี๊ชั้นก็ลืมคิด มัวแต่คิดว่าทางเดียวกันเลยไม่อยากให้นายต้องไปโหนรถเมล์ แยกกันแล้วถึงเพิ่งนึกได้ว่าคนเพิ่งรู้จักกันมันอาจจะทำให้บรรยากาศไม่ค่อยดี”

“ก็โอเคดี ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

“อ้อ.. คิบอมน่ะมันเป็นแบบนั้นนั่นแหละนะ ตัวอันตราย เอาแต่ใจแล้วก็ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง บางทีมันคิดอะไรได้มันก็ทำของมันคนเดียว ไม่บอกไม่กล่าวเพื่อนฝูงก็มี”

พอพูดถึงคนนี้ รอยยิ้มที่มีก็พาลเหือดหายไปจากใบหน้า สายตาประหลาดที่จ้องมองมาตลอดการประชุมนั้นดงแฮยังจำได้ มันไม่ใช่สายตาที่เป็นมิตรแต่ก็ไม่ได้ชั่วร้ายอะไรนัก แค่มันไม่ใช่สายตาที่คนเพิ่งรู้จักพึงจะใช้มองกันเท่านั้นเอง

“ไม่เป็นอะไรหรอก ชั้นไม่ถือ” ตัวเล็กพยายามทำเสียงใส ทั้งๆที่สายตาคู่นั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ

“ไม่คิดอะไรก็ดีแล้ว ไว้ถ้าพวกเราไปเที่ยวกัน ชั้นจะชวนนายไปด้วยนะ นายอยู่บ้านคนเดียวคงจะเหงา .. เวลาอยู่ในโรงเรียนนายก็อยู่กับเพื่อนนายไป แต่เวลาอื่นก็มาอยู่กับพวกชั้นได้นะ เราเจอกันประจำอยู่แล้วล่ะ”

“อื้ม” ดงแฮพยักหน้าไปด้วย เพราะพูดถึงตรงนี้ก็นึกถึงซีวอนขึ้นมาแทนหน้าของไอ้คนแก้มป่องหน้าโหดที่ชื่อคิบอมทันที

“ไว้เจอกันนะ”

“อื้ม ไว้เจอกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending Talk

 

พยายามจะกลั่นกรอง ... แต่ปวดฟันเหลือหลาย มันเลยได้แค่นี้ 555+

 

 

 

ลูกเจ็บขา ม๊ามันปวดฟัน  ...คิเอ๊ย เลิกขายมือถือชั่วคราวแล้วมาดูแม่ดูเมียหน่อยเหอะ





ปล. Princes ... เจ้าชายหลายคน มันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ????   ถ้า Princess มันเจ้าหญิงนี่ ...4 ตัวนั้นมันจะเป็นเจ้าหญิงได้เยี่ยงไร????

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67,100 ความคิดเห็น

  1. #67008 DreamPatty (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 16:52
    อะไรนี่..แอบปิ๊งกันแล้ววว
    #67,008
    0
  2. #66956 แดกเด็กทั้งวัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 18:45
    ด๊องเสน่ห์ แรงนะลูก
    #66,956
    0
  3. #66942 Catfish (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2556 / 00:46
    วอนพากลับบ้านก่อน มีโอกาสได้ใกล้ชิดก่อน สปาร์กใจเต้นกันด้วย แต่คิบอม....โผล่มาจากไหนไม่รู้ พากอดเอวซ้อนมอเตอร์ไซค์เลยวุ้ย ไวแท้ วอนดูเหมือนจะปิ๊งๆกับเฮจริงๆ บอมก็เหมือนแอบชอบเฮไปแล้ว แต่คยู....เเค่สนุก อยากให้มินมาปราบคยูจอมเจ้าชู้ไวไว
    #66,942
    0
  4. #66775 แอ๋มแป๋ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 01:32
    ทุกคนจะตกหลุมเสน่ห์เฮแน่ๆเลย งานนี้
    #66,775
    0
  5. #66465 kyumin*137 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2555 / 22:03

    หมวยหวั่นไหวกะวอนซะงั้นน

    #66,465
    0
  6. #66358 love you sungmin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 / 21:46
    เหมือนว่าด๊องจะโดนรุม
    555 ทั้งวอน ทั้งบอม
    #66,358
    0
  7. #66350 running (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 12:31
    อย่าชอบวอนนะะะะะะะะะะะะะะะะ
    #66,350
    0
  8. #66260 KIHAE*129 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2555 / 01:14
    ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    หยุดๆทุกคนห้ามชอบหมวยน่ะ

    บอมชอบได้คนเดียว

    หมวยอย่าหวั่นไหว
    #66,260
    0
  9. #66144 Zelon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:54
    เขินฉากในรถเป็นบ้า (เขินทำไม??)



    ความรักวอนด๊องกำลังก่อตัว ^_^ ว่าแต่บอมเอ๊ย น่ากลัวไปนะ - -
    #66,144
    0
  10. #66121 Sarang SUJU (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:25
    อิบวม มัวแต่มอง วอนทำคะแนนไปเยอะแล้ว
    #66,121
    0
  11. #66085 kung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2555 / 00:15
    บอมแกจ้องอะไรหมวยนักหนา



    ชอบใช่มั้ยล่ะ



    อ้าว...หมวยไปกับวอนซะงั้น
    #66,085
    0
  12. #66074 mirchullove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2555 / 22:48
    วอนเฮน่ารักอ่า>////<
    #66,074
    0
  13. #65997 chin-cha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 01:37
     เขินวอนเฮ  หรือจะจิ้นคู่นี้ดี  แต่อย่าดีกว่า คิเฮแหละ ดีแล้ว ฮิฮิ
    #65,997
    0
  14. #65993 sungmin sj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2555 / 22:21
    ด๊องง น่ารักไปไปไหนค่ะ
    #65,993
    0
  15. #65887 KIM KIBUM ><" (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 13:12
    BUMMY !!! วอนมันทำคะแนนนำไปแล้วนะ นายต้องทำแข่งสิ นายนี่เดี๋ยโดนขาบด๊องไปหรอก
    #65,887
    0
  16. #65722 Darker-40 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 / 15:44
    สนใจหมวยหรอบอม

    -_-++

    วอนคะเเนนนำบอมไปแล้วอ่ะ =..=
    #65,722
    0
  17. #65687 Witim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 00:32
    บอมคิดไรห๊ะ?
    #65,687
    0
  18. #65645 MTieluk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 13:58
    ถ้าจะจ้องขนาดนั้นก็ฉุดกลับบ้านเลยเหอะบอม
    #65,645
    0
  19. #65635 famously_DRH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 11:34
     บอมมันยังไงเนี่ย แกแอบคิดอะไรอยู่ใช่ม้า?
    #65,635
    0
  20. #65531 A-lma (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2554 / 15:30
    โอ้วว บอม มองด้วยสายตาแทบทะลุ นี่คิดไรป่าวเนี้ย อิอิ
    #65,531
    0
  21. #65457 Xiahnow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2554 / 23:26
    ชายชเว...สุภาพบุรุษมาก



    ชายคิม...เย็นชาไปไหน?
    #65,457
    0
  22. #65406 Bubble_BUM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2554 / 14:27
    ด็องอย่าไปชอบวอนเลย
    วอนนี่ก็นะ
    #65,406
    0
  23. #65252 เจ้าชายหมาป่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 17:15
    บอมเงียบซะ = =
    #65,252
    0
  24. #65146 satohara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 13:01
    เฮอย่าเผลอใจไปกับวอนนะ
    ชอบบอมเรื่องนี้อ่ะ นิ่งซะ 
    ทอมกับเจอร์รี่ คิดได้ไงอ่ะไรเตอร์ แต่มันน่ารักดีนะ
    บอมก็จะจ้องเฮอะไรนักหนาล่ะเนอะ
    ทำเอาเฮเขากลัวไปแล้วมั้งน่ะ
    บอมเอ๊ยรีบๆทำคะแนนนะ เดี๋ยววอนเขาจะนำไปกันใหญ่
    สนุกมากๆเลยค่ะ
    สู้ๆนะคะไรเตอร์
    Fighting!!!!!!

    #65,146
    0
  25. #65123 NANA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 16:44
    ด๊องน่ารักเกินหญิงจริงๆ เลยนะ

    แต่ว่าทำไมถึงใจเต้นไปกับวอนหล่ะ



    บอมเวลาเหมือนคนปกติเรียกว่าผีเข้า

    แต่ถ้าผีออกเป็นตัวเองเมื่อไหร่ก็จะไม่เหมือนคนปกติ

    เอากับเค้าสิ
    #65,123
    0