Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 7 : ปีนขึ้นเขาค้างคาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

7. ปีนขึ้นเขาค้างคาว

ยามเช้าตรู่ของวันใหม่

กล่าวถึงเชียงจาง และลูกสมุนผู้โง่งม เชียงจางใช้เวลาเดินค้นหา นายจ้างได้ตามที่ต้องการ ส่วนค่าจ้างไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน ค่าจ้างโดยทั่วไป เพราะผู้ติดตามขั้นต่ำสุด จำเป็นต้องมีระดับพลังอยู่ที่ ระดับปราณก่อกำเนิดระดับ 7 แต่กลุ่มของเชียงจาง ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เพียงแค่ 3 คน 

นายจ้างหลายคน ปฏิเสธที่จะรับพวกเขา เข้ารวมกลุ่ม บางกลุ่มถึงขนาดกล่าวว่า 

“พวกเราไม่ใช่ สถานสงเคราะห์ เด็กกำพร้า ไปให้พ้นๆ หน้า” 

เชียงจางแม้จะโกรธ แต่ก็ไม่กล้าโต้ตอบ ได้แต่เม้มปาก ค้อมตัวลงคารวะ แล้วเดินจากไป อย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไปหานายจ้างกลุ่มอื่นต่อ

....................

หยางสู่ เป็นชายวัยกลางคน อายุราวๆ 30-35 ปี มีพลังบ่มเพาะอยู่ระดับหล่อหลอม ระดับ 2 มีอาชีพเป็นนักล่าสัตว์อสูรมาตั้งแต่อายุ 17-18 ปี มีลูกสมุนในสังกัดอยู่ 10 คน ทุกคนมีอายุไล่เลี่ยกับหยางสู่ ระดับพลังบ่มเพาะ คือหล่อหลอม ระดับ 1 

ส่วนลิ่วล้อ ที่เข้ามาสมัคร มีจำนวน 50 คน เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ จะเหลือกลับมาเพียง แค่ครึ่งเดียว ที่เหลือล้วนกลายเป็นโครงกระดูก กองทับถม อยู่บนยอดเขาค้างคาว 

ข้อมูลเหล่านี้ เชียงจางและสมุนลาโง่ ย่อมไม่สามารถรับรู้ได้

“ศิษย์พี่ พวกเราจะย่อมทำงานฟรีๆ โดยไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ เลย มันไม่เป็นการเอารัดเอาเปรียบ พวกเราเกินไปหรือยังไง” 

เผิงไฮ้ สีหน้ากระอักกระอ่วน กล่าวถามขึ้น เชียงจางกล่าวว่า 

“แม้ไม่ได้รับค่าจ้าง แต่หากพวกเรา สามารถสังหารค้างคาววิญญาณได้สักตัว พวกเราก็นับว่า ไม่ได้กลับมามือเปล่า”

ข้อตกลง ระหว่างเชียงจาง และหยางสู่ ก็คือ พวกเขาจะต้องทำหน้าที่ เฝ้าเวรยาม ในตอนกลางคืน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการ ได้รับโอกาส ในการสังหารค้างคาววิญญาณสักตัว หรือเก็บสมุนไพรสักต้น และผลประโยชน์ใดๆ ที่หาได้ บนยอดเขาค้างคาว ย่อมจะต้องตกเป็นกลุ่มของเชียงจาง 

ศิษย์ทุกคน แรกเริ่มนับว่าไม่พึงพอใจ สุดท้าย ก็จำต้องย่อมรับเงื่อนไข เพราะทางเลือก ของบุคคลอันไร้ซึ่งพลัง มีให้เลือกอยู่น้อยนิด จนแทบจะเป็นศูนย์ แม้จะถูกเอารัดเอาเปรียบ มากกว่านี้ ก็ไม่กล้าปริปากบ่นใดๆ

…………………

“ขณะนี้ เข้าสู่เขตรอบนอกแล้ว พวกเราจะพักอยู่อาณาเขตนี้กัน 5 วัน ข้าไม่มีกฎใดๆ ในตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืน พวกเจ้าต้องมาพลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรยาม ตอนนี้ พวกเจ้าจะนั่งกันเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ได้ หรือจะออกไปค้นหาทรัพย์สมบัติใดๆ ก็ตามแต่ความสามารถของพวกเจ้า อันตรายใดๆ ที่บังเกิดขึ้น พวกเจ้าจะต้องรับผิดชอบกันเอาเอง”

หยางสู่ และพรรคพวก ในสังกัด ตั้งค่ายและพักผ่อน ส่วนลิ่วล้อ 50 คน ที่รับเข้ามาร่วมคณะเดินทาง ก็ต่างมีความคิดเป็นของตนเอง ร่วมถึงเชียงจางด้วย

.............................

“พวกเราไม่อาจจะแยกย้าย ออกไปค้นหาสมุนไพร เช่นที่อยู่ในสำนักได้อีกแล้ว ที่นี้มันมีอันตรายมากเกินไป พวกเราจะต้องรวมกลุ่มกัน เมื่อเจออันตราย จะได้ช่วยเหลือกันได้” 

เชียงจางวางแผน จะออกไปเก็บสมุนไพรวิญญาณรอบๆ รัศมี 1 กิโลเมตร เมื่อวานเชียงจาง ไปขอหยิบยืมแหวนมิติจากท่านอาจารย์ในสำนัก มาได้เพียง 3 วง 

โดยแบ่งให้ เผิงไฮ้ และหลี่จื่อ เป็นคนเก็บรักษาเอาไว้ เพราะทั้งสองคน เปรียบเสมือนเป็นแขนซ้ายขาวของเชียงจาง 

หลี่จื่อไม่ใช่คนช่างพูด เก็บเนื้อเก็บตัว นานๆ ถึงจะพูด หรือออกความเห็นสักครั้ง

“หลี่จื่อ เจ้าต้องคอยดูแล ศิษย์น้องทุกคนให้ดี ข้าไม่คิดไว้วางใจ กลุ่มผู้ติดตาม มากับหยางสู่นัก” 

เชียงจางออกคำสั่ง หลี่จื่อมองซ้ายมองขวาเลิกลั่ก ประเมินความสามารถของกลุ่มต่างๆ รอบข้างโดยเริ่มจาก

………….

กลุ่ม 1 ประกอบด้วยสมาชิก 11 คน ส่วนหนึ่งนั่ง ส่วนหนึ่งกำลังสร้างค่ายพัก ด้านหน้าเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 17-18 ปี มีพลังบ่มเพาะปราณก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปลาย สมาชิกในสังกัดมีระดับพลังอยู่ที่ 7-9 ปราณก่อกำเนิด

กลุ่ม 2 ประกอบด้วยคน 11 คนเช่นกัน กำลังทำกิจกรรม เช่นเดียวกันกับกลุ่มแรก กลุ่มนี้ มีหัวหน้ากลุ่มเป็นหญิงสาว อายุอยู่ระหว่าง 15-16 ปี สมาชิกเป็นหญิงสาวทั้งหมด พลังบ่มเพาะปราณก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปลาย สมาชิกในสังกัดมีพลังอยู่ในระดับเดียวกันกับกลุ่ม 1

กลุ่ม 3 ประกอบด้วยสมาชิก 10 คน หัวหน้ากลุ่ม เป็นชายวัยกลางคน มีระดับหล่อหลอมขั้นที่ 1 สมาชิก และมีระดับพลังครึ่งก้าวระดับหล่อหลอม 1 คน ส่วนที่เหลือ มีระดับปราณก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปลาย

กลุ่ม 4 ประกอบด้วยคน 10 คน หัวหน้ากลุ่ม เป็นหญิงวัยกลางคน มีระดับหล่อหลอมขั้นที่ 1  สมาชิกเป็นหญิงสาวทั้งหมด สมาชิกมีระดับพลัง เท่ากันกับกลุ่ม 3

ส่วนกลุ่มสุดท้าย เฟยหลงมองตรงไปยังเชียงจาง มีสีหน้ากระอักกระอ่วน นับว่ากลุ่ม 5 นี้ เป็นตัวประกอบ จะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ หากตายไป ก็คงไม่มีใคร มาคอยถามหา

........................

“ไหนใคร บังอาจมาบอกข้าว่า สมาชิกที่จะเข้าร่วมกลุ่มของหยางสู่ จะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ จะต้องมีพลังอยู่ที่ระดับ 7 ขึ้นไป ข้าจำต้องคัดสมาชิกทิ้งไปหลายคน เพราะคำวาจากล่าวบ้าๆ นั้น” 

สายตากวาดมอง กล่าวโทษสมาชิกร่วมกลุ่ม ก่อนจะชี้นิ้วตรงมายังเฟยหลง

“แต่ตอนนี้ ทำไมจึงมีไอ้หนู พลังระดับ 4 ปะปนมาด้วย” 

สมาชิกกลุ่มแรกกล่าวขึ้น เสียงหัวร่อเริ่มดังขึ้น สมาชิกในกลุ่มเอามือกุมท้อง ก้มหน้าหัวร่อตามๆ กัน อย่างเอิกเกริก เหมือนเป็นโรคระบาด บ้างก็กล่าวว่า 

“เจ้ามันจงใจทำให้ข้า หัวร่อ จนเจ็บท้องแล้ว” 

บางคนตะโกนเสียงดัง เหมือนจะเจตนาให้ทุกคนได้ยินด้วย 

“เจ้าหนูระดับสี่ เจ้าชื่ออะไร หนีออกจากบ้านมาใช่ไหม พ่อแม่ของเจ้า คงจะเป็นห่วงเจ้าแย่แล้ว” 

แล้วเสียงหัวร่อ ก็ดังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกลุ่มอื่นๆ ไปหยุด ลามไปถึงกลุ่ม 2-3-4

“กลุ่มเด็กพวกนี้ มันเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ ญาติ พี่ น้อง อะไรหรอก โรงหมอค้างคาว ด้านล่างนั้น เก็บพวกมันมาอุปกระเลี้ยงดูไว้”

สมาชิกคนหนึ่งขานรับ ตอบโต้สวนกันไปมา

“ออ เป็นเช่นนี้เอง ข้าก็คิดว่า เป็นเด็กน้อยหลงทางจากที่ไหน ที่แท้ก็เป็น เด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นี้เอง” 

เฟยหลงนั่งนิ่งไม่ปริปาก แต่มุมปากหยักขึ้น จดจำหน้าตา ของกลุ่มคนที่ ดูหมิ่นเขาเอาไว้ คนปากดี มักจะไม่ได้แก่ตาย เฟยหลงคิด 

เชียงจางลุกขึ้น ค้อมตัวคารวะ กลุ่มคนทั้ง 4 กลุ่ม ด้วยกิริยาพินอบพิเทา แทบจะเป็นการประจบ กล่าวว่า

“ข้ามีนามว่าเชียงจาง เป็นศิษย์ของโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว ขอฝากเนื้อฝากตัว กับผู้อาวุโสทุกท่านด้วย ส่วนศิษย์น้องเล็กของข้า มีนามว่าเฟยหลง เพียงติดตามพวกเรา ออกมาหาประสบการณ์เท่านั้น ขอให้ทุกท่านโปรดเมตตาด้วย”

“พวกเจ้า เงียบเสียงกันได้แล้ว” 

เสียงออกคำสั่ง ดังมาจากหัวหน้ากลุ่มที่ 1 เขาเป็นเพียงคนเดียว ในกลุ่มที่ไม่ได้หัวเราะเยาะเฟยหลง ทั้งไม่ได้หัวเราะ และไม่ได้ให้ความสนใจ ในเวลาเดียวกัน เขานับว่าเป็นคนที่ มีความระมัดระวังตัวพอสมควร พร้อมลุกขึ้นยืนค้อมตัวคารวะหัวหน้ากลุ่มที่ 2-3-4 และไม่ได้สนใจ จะแนะนำตัวกับกลุ่มที่ 5 เช่นเชียงจาง

“ข้ามีนามว่าหลิวเหวิน เป็นศิษย์ของสำนักดาบภูผา ข้าและศิษย์น้อง ร่วมสำนักออกมาหาประสบการณ์ ขอฝากเนื้อฝากตัว กับผู้อาวุโสทุกท่านด้วย”

และหัวหน้ากลุ่มที่ 2 เป็นหญิงสาวอายุน้อยที่สุดในคณะเดินทาง เธอนับว่า เป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง

“ข้ามีนามว่าม่านหลิว เป็นศิษย์ของสำนักเรือนศิลาฟ้า ข้าและศิษย์น้องร่วมสำนัก ออกมาหาประสบการณ์ ขอฝากเนื้อฝากตัว กับผู้อาวุโสทุกท่านด้วย” 

เสียงหัวร่อฮาๆๆ ดังแทรกขึ้น ชายวัยกลางคนไม่ได้ลุกขึ้นยืนแนะนำตัว ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ตะเบ็งเสียงว่า

“ข้ามีนามว่าหลี่เทียน และยัยแก่หนังเหี่ยวนั้น ก็คืออวี่ซิน ข้าสังกัดพรรคใต้หล้า เป็นเพียงสมาชิกระดับต่ำ เท่านั้น” 

ส่วนยัยแก่หนังเหี่ยว ที่หลี่เทียนกล่าวถึง ก็คือหัวหน้ากลุ่มที่ 4 นางไม่แก่อย่างที่เห็น มันเป็นเพียงคำพูดประชดประชันของหลี่เทียนเท่านั้น นางนั่งนิ่ง ไม่ได้ลุกยืนขึ้น แนะนำตัวด้วยเช่นกัน

นางมองค้อนขวับส่งจิตสังหาร ให้กับหลี่เทียน เสมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาก่อน จึงคอยจิกกัดล้อเล่นกันเล็กน้อย นางกล่าวว่า

“ข้าสังกัดพรรคเหนือตะวัน เป็นเพียงสมาชิกระดับต่ำ เช่นกัน” 

กลุ่มเฉพาะกิจนี้ ต่างก็มาจากต่างสถานที่ ต่างสำนักกันทั้งสิ้น ล้วนแล้วแต่ แอบซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้ หากมีใครบังอาจมาลำเส้น คงต้องกลายเป็นศพ หลังจากการแนะนำตัวเสร็จ ทุกคนต่างแยกกันไป ทำธุระที่ค้างคาของแต่ละกลุ่ม

....................................

เดินทางออกมาได้สักระยะ ทุกคนต่างแยกย้ายกัน ออกค้นหาสมุนไพร หลี่เทียน ผู้มักจะตะเบ็งเสียงดังอยู่ตลอดเวลา กล่าวว่า 

“พรรคใต้หล้า ยินดีจะรับซื้อสมุนไพรระดับสูงทุกชนิด ในราคาทั่วไปตามท้องตลาด หากท่านใด ไม่ต้องการจะเสียเวลา เดินทางไกล ไปขายสมุนไพรยังพื้นที่ไกลๆ ข้าหลี่เทียน ยินดีจะรับซื้อ จากพวกเจ้าเอง ข้าอาจจะขอหลักค่าธรรมเนียนสักหนึ่งส่วน หากพวกเจ้า สนใจก็นำมาขายให้กับข้าได้”

“พรรคเหนือตะวัน ก็ของข้าก็ หักค่าธรรมเนียมหนึ่งส่วนเช่นกัน ใครสนใจ ก็นำมาขายให้กับข้าได้” 

อวี่ซินกล่าวแทรกขึ้น หลี่เทียนร้องเพ้ยคำหนึ่ง แล้วสะบัดหน้า เดินแยกจากไป 

เฟยหลงไม่แปลกใจ ทำไมสองคนนี้ ถึงไม่กินเส้นกัน เพราะต่างแย้งชิง ผลประโยชน์เล็กๆ กัน ซึ้งๆ หน้า

...................

“พวกเราไปกันเถอะ” 

เชียงจางออกคำสั่ง ศิษย์ทุกคนจึงเดิมตาม ในรอบรัศมีหนึ่งกิโลเมตร สมุนไพรที่ค้นหาได้ ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรระดับต่ำ ไม่มีใครในที่นี้จะรับซื้อ เชียงจางจึงเก็บสะสมเอาไว้ แล้วนำลงไปขายยังร้านขายยา ที่หมู่บ้านค้างคาว ราคาที่ได้จะถูกมาก มักจะถูกกดราคา จนต่ำตรมยิ่ง

“ศิษย์พี่ พวกเราเดินทางออกไปไกล อีกสักหน่อยดีหรือไม ที่นี่มีแต่สมุนไพรระดับต่ำ ทั้งนั้น” 

สมุนไพรระดับสูง มักจะถูก ฝูงค้างคาววิญญาณ จับจ้องเอาไว้ก่อนแล้ว ถ้าอยากจะได้สมุนไพรระดับสูง จะต้องต่อสู้แลกชีวิต เป็นตาย กับฝูงค้างคาว เชียงจางจึงไม่ประมาทเช่นนั้น

“ไม่ได้ นี้เป็นเพียงแค่วันแรกเท่านั้น พวกเรา ความสามารถอ่อนด้อยที่สุด อย่าได้ประมาท” 

เชียงจางปั้นหน้า ตอบอย่างขึงขัง

“ศิษย์พี่ ข้าพบ ต้นสมุนไพรน้ำค้างตะวัน มันน่าจะเป็นสมุนไพรระดับสูง” 

เฟยหลงชี้ตรงไปบนยอดต้นไม้ เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ มองตามนิ้วมือตรงขึ้นไป มันคือน้ำค้างตะวันสมุนไพรระดับสูงจริงๆ มันเป็นเพียงแค่ ต้นเดียวที่พวกเขาพบในวันนี้

“มันคือ ต้นน้ำค้างตะวันจริงๆ ด้วย ข้าโชคดี บังเอิญได้พบกับมัน แล้วจริงๆ” 

เสียงยโส โอหัง แสดงความเป็นเจ้าของ อย่างหน้าด้านๆ เป็นสมาชิกกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีหัวหน้ากลุ่ม ชื่อว่าหลิวเหวิน 

คนที่ตะเบ็งเสียง ซึ่งเป็นเพียงตัวประกอบ ระดับล่างเท่านั้น 

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเทียบกับเฟยหลง ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ซึ่งตัวประกอบคนนี้ ก็ไม่ได้เลี้ยวแลเฟยหลง ที่ยืนนิ่ง อยู่ใต้ต้นไม้นั้นเลย แทบจะพลักดัน ให้เขาถอยออกไปให้พ้นๆ ทาง

“พวกเรา พบมันก่อน” 

หลิวอัน ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ เฟยหลง เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตะโกนขึ้น 

“พบแล้วจะยังไง ของทุกอย่างในป่าแห่งนี้ ล้วนแล้วแต่ไม่มีเจ้าของ ตราบใดที่พวกเจ้า ไม่ได้สลักชื่อติดเอาไว้ มันก็ยังคงเป็นของทุกคน ที่ได้มันมาเป็นคนแรก หากพวกเจ้ามีความสามารถ ก็จงขึ้นไปแย้งชิงเอา” 

หลิวอัน เหงื่อแตกพลั่ก ไม่กล้าปริปากอีกต่อไป

“ลู่ซือ ไปเอามันลงมา” ตัวประกอบท่าทางยโส โอหัง นั้นมีชื่อว่า ลู่ซือ มีพลังก่อกำเนิดระดับ 9

หลิวเหวิน ออกคำสั่ง โดยไม่เลี้ยวแล ท่าทางสิ้นหวัง ของสมาชิกกลุ่มของเชียงจางแม้แต่น้อย เวลาต่อมา สมุนไพรต้นนั้น ก็ตกไปอยู่ในมือของหลิวเหวิน 

แล้วพวกเขา ก็หันหลังเดินจากไป

ในมุมหนึ่ง พื้นที่ไม่ห่างไปไกลนัก ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ภายใต้สายตา ของสมาชิกอีกกลุ่มหนึ่ง

“น่าเสียดาย หากพวกเรา ลงมือเร็วกว่านี้ อีกสักนิด คงได้ต้นน้ำค้างตะวัน ไปแล้ว เจ้าหลิวเหวินนั้น มันโชคดีจริงๆ”

หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น นางมีอายุประมาณ 17-18 ปี แต่เป็นได้แค่ ผู้ติดตามของสตรี อีกคนหนึ่งเท่านั้น

“คนตายเพราะสมบัติ นกตายเพราะอาหาร หากไม่มีความสามารถ ก็ไม่สามารถครอบครองสิ่งใดได้” 

คนกล่าววาจา ไม่ได้เจอะจงเก็บงำสุ่มเสียง ทุกคนในระยะใกล้ไกลต่างก็ได้ยิน ร่วมถึงเฟยหลงด้วยเช่นกัน เขาหันหน้ากวาดสายตาจับจ้องมองม่านหลิว อย่างไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ 

เฟยหลงคิดว่า นางโชคดี ที่ไม่ได้เป็นคนขโมยของๆ เขาไป เพราะชื่อนั้น จึงยังไม่ได้ถูกจดเอาไว้ ในบัญชีคนที่จะต้องตาย

เมื่อทุกคน แยกย้ายกันไปหมดแล้ว เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ ต่างก็นั่งหน้าม่อยคอตก เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายไปที่ไหนต่ออีก ตลอดทั้งวัน 

เฟยหลงมองเห็นหยดน้ำใสๆ คลอเบ้าตาของเชียงจาง แม้จะพยายามเก็บกดมันเอาไว้แล้วก็ตาม 

เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ ต่างก็เป็นเด็กกำพร้า ที่โรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว เก็บเอามารับอุปการะไว้ แม้ว่าจะมีความสามารถเป็นถึงนักปรุงยาศึกหัดระดับสูง แต่พลังยุทธ์ และพรสวรรค์ด้านอื่นๆ กับไม่ได้โดดเด่นอะไร 

เฟยหลงคิดว่า บุคคลพวกนี้ ล้วนแล้วแต่น่าเวทนา และน่าสงสาร แม้จะดิ้นรนเพียงใด ก็ไม่สามารถจะหลุดพ้นจากกรอบที่สวรรค์กำหนดเอาไว้ได้เลย

เฟยหลงมองพวกเขา แล้วคิดจะฝืนลิขิตฟ้า ต้องการจะเปลี่ยนโชควาสนา และชะตา ของพวกเขา ที่ถูกสวรรค์ กดดัน บีบคั้น จนหมดทางจะไป ให้ได้มีพลังความสามารถเหนือกว่าทุกๆ คน 

ด้วยสูตรยาของดินแดนเทวะ เรื่องนี้ไม่น่าจะยากเกินความสามารถของเขานัก

“พวกเรา กลับไปยังที่พักกันเถอะ วันนี้พอแค่นี้ล่ะ เฟยหลง เจ้าก็อย่าได้เสียใจไปเลย พวกเรายังมีโอกาสอีกมาก สักวันพวกเรา จะต้องได้รับสมุนไพร ที่ดีกว่านี้อีกแน่” 

เฟยหลงพยักหน้าตอบรับส่งๆ ไป แต่ในใจ กับคุกรุ่นด้วยกองไฟ เพราะสิ่งที่เฟยหลงคิด ไม่ได้เกี่ยวกับสมุนไพรที่เสียไปเลย แต่มันคือ

โอกาส ที่เขาจะสามารถลงมือสังหาร คนที่กล้าแย้งชิง ของๆ เขาไปต่างหาก

เวลาค้นหาสมุนไพรของวันแรก ก็จบลง ด้วยประการฉะนี้

.............................

สถานที่พัก ถูกจัดวางค่ายกลเอาไว้เป็นห้าทิศ ตรงจุดกึ่งกลาง คือที่พักของหยางสู่ ทั้งห้าทิศ คือที่พักของห้ากลุ่ม แต่ละกลุ่ม จัดแบ่งเวรยามเอาไว้กระโจมละสองคน ที่เหลือล้วนพักผ่อนอยู่แต่ในกระโจม 

แต่เวลานี้ ทุกคนต่างอยู่ด้านนอกกระโจม สมาชิกแต่ละกลุ่ม จะก่อกองไฟ หนึ่งกองให้แสงสว่าง 

สามารถมองเห็นหน้ากัน เหมือนเป็นตอนกลางวัน เสียงหนึ่งดังขึ้น

“หลิวเหวิน ข้าได้ข่าวว่า เจ้าโชคดี ได้ต้นน้ำค้างตะวันระดับสูง มาต้นหนึ่ง หากเจ้าต้องการจะขายให้กับข้า ข้าจะให้กำไรเจ้าเป็นสองเท่า” 

คนกล่าว คือหลี่เทียน ผู้สังกัดพรรคใต้หล้า กระโจมของหลิวเหวิน และหลี่เทียน ถูกจัดวางเอาไว้อยู่ใกล้ๆ กัน จึงพูดคุยสนทนากันได้โดยสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องตะเบ็งเสียง ให้ระคายหู 

แต่สำหรับหลี่เทียนจะใกล้หรือไกล ก็จะตะเบ็งเสียงให้ทุกคนได้ยินกันทั่วอยู่เช่นเดิม

“หากท่าน ผู้อาวุโสต้องการ ข้ายินดีจะส่งมอบให้ท่านฟรีๆ เป็นการคารวะ เพื่อแสดงไม่ตรี หวังว่าวันหน้า หากประสบพบเจออันตราย ผู้อาวุโสจะเมตตายื่นมือเข้าช่วยเหลือ สักครา” 

หลี่เทียน ก็ยังคงบุคลิกของตนเอาไว้เช่นเดิม กล่าวว่า

“ดี ดี ดี เจ้ารู้จักระมัดระวังตัว อาจารย์ในสำนักของเจ้า คงจะสั่งสอนมาดี ข้าหลี่เทียน ไม่คิดจะสร้างความยุ่งยากให้กับรุ่นเยาว์เช่นเจ้า และยังไม่อยากจะล่วงเกิน ศิษย์อันโดดเด่นของสำนักดาบภูผา ด้วยเช่นกัน เจ้าวางใจได้”

หลิวเหวินค้อมตัวลงคารวะ กล่าวว่า 

“ข้าขอขอบคุณ ท่านผู้อาวุโสที่เมตตา”

แล้วจึงยื่นสมุนไพรน้ำค้างตะวันออกไป หลี่เที่ยน ดีใจจนรอยยิ้มฉีกออกเต็มหน้า และกล่าวว่า 

“ข้าจะไม่เอาเปรียบเจ้า รับเงินก้อนนี้ไปซะ” 

แล้วจึงโยนถุงใส่เงินออกไป หลิวเหวินรับไว้ และกล่าวคำขอบคุณอีกครั้ง ยื่นถุงใส่เงินให้กับสมาชิก ผู้เป็นแขนซ้ายแขนขวาเป็นผู้เก็บรักษาเอาไว้

เชียงจาง หลี่จื่อ เผิงไฮ้ มองเหตุการณ์พินอบพิเทาของหลิวเหวิน กับหลี่เทียน อยู่ตลอดเวลา แต่ไม่กล้าปริปากใดๆ หลี่เทียนกวาดสายตา มองมายังพวกเขาทั้งสามกล่าวว่า

“วันนี้ พวกเจ้าไม่มีสมุนไพรระดับสูง มาขายให้กับข้า ใช่หรือไม่” 

เชียงจางกุลีกุจอลุกขึ้นคารวะ กล่าวว่า 

“พวกเรา ฝีมืออ่อนด้อย เก็บสะสมแต่สมุนไพรระดับต่ำเท่านั้น หากท่านผู้อาวุโสสนใจ พวกเรายินดีส่งมอบให้” 

หลี่เทียนมุมปากหยักขึ้น ก่อนจะกล่าวว่า

“ข้าไม่สนใจสมุนไพรระดับต่ำ พวกเจ้าจงเก็บรักษา พวกมันเอาไว้ให้ดีเถอะ แหวนมิติของข้า ไม่ใหญ่พอที่จะเก็บเศษขยะพวกนั้น เอาไว้ให้สิ้นเปลืองพื้นที่” 

แล้วหลี่เทียน ก็เอนกายล้มลง แผ่นหลังอิงกับก้อนหิน หลับตาลง 

เชียงจางยังคงยืนนิ่ง ท่าทางสิ้นหวังอยู่เช่นเดิม หลี่จื่อจึงดึงแขนเสื้อฉุดให้นั่งลง เผิงไฮ้ตบหลังปลอบใจ

“หากใคร ยังมีสมุนไพรระดับสูงอีก พรรคเหนือตะวัน ของเรา ก็ยินดี จะรับซื้อไว้เช่นกัน” 

อวี่ซินสตรีวัยกลางคน กวาดสายตามองตรงไปยัง กลุ่มสตรีวัยเยาว์ อีกกลุ่มหนึ่ง ม่านหลิวรู้ตัวดี จึงกล่าวคารวะขึ้น

“กลุ่มของพวกเรา ก็ไม่นับว่า มีโชควาสนาอะไรนัก ได้รับเพียงสมุนไพรระดับต่ำทั้งนั้น หากผู้อาวุโสให้ความสนใจมันจริงๆ พวกเราก็ยินดีจะยกให้” 

อวี่ซินส่ายหน้ากล่าวว่า “ข้าก็ไม่สนใจสมุนไพรระดับต่ำ” 

แล้วค่ำคืนของวันแรก ก็เข้าสู่ช่วงพักผ่อนนอนหลับกันเสียที ทุกคนกลับเข้าไปยังกระโจม เหลือแต่เวรยามด้านนอกที่เฝ้า เอาไว้กระโจมละ 2 คน 

ผลัดแรกเป็นเฟยหลง กับหลิวอัน ผู้เคยกล่าววาจาว่า จะคอยปกป้องเฟยหลง ไม่ให้ได้รับอันตรายใดๆ

แล้วคืนนี้ ก็ถูกจับคู่ ให้เฝ้าเวรยามร่วมกัน

...............................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #21 fantasy4 (@FANTASY) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:41
    รับไม่ได้กับความอ่อนแอของพระเอกอ่ะ บายจ้าา
    #21
    0