Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 6 : ค้างคาววิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

6. ค้างคาววิญญาณ

                ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 เฟยหลงประสบความสำเร็จในการ สร้างเปิดทำลาย ประตูพฤกษาวงกตเพลิง ประตูที่ 7 รางวัลที่ได้รับ ก็ยังคงเป็นสมุนไพรระดับสูง อยู่เช่นเดิม 

เฟยหลงคาดคิดว่า ประตูที่ 8 และ 9 เขาน่าจะทำลายมันได้ เร็วๆ นี้ 

                ในช่วงนี้ นอกจากจะฝึกฝนวิชา อย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว ยังต้องศึกษาหาข้อมูล ฝูงค้างคาววิญญาณ ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น อาณาเขต ฝูงค้างคาว แบ่งออกเป็น 3 เขต คือ เขตนอก เขตกลาง เขตชั้นใน

                ค้างคาวเขตนอก คือช่วงระยะตีนเขา มีระดับบ่มเพาะพลังปราณก่อกำเนิดระดับ 1-5

                ค้างคาวเขตกลางคือช่วงระยะตรงกลางหุบเขา มีระดับบ่มเพาะพลังปราณก่อกำเนิดระดับ 6-7

                ค้างคาวเขตชั้นในคือช่วงระยะตรงยอดเขา มีระดับบ่มเพาะพลังปราณก่อกำเนิดระดับ 8-9

                ค้างคาววิญญาณ ไม่ได้จำกัดอยู่ ที่ธาตุใด ธาตุหนึ่ง เมื่อมันปรากฏขึ้น ยังทวีปแห่งอื่น มันก็ปรับสภาพร่างกายให้เหมาะสมกับพื้นที่แห่งนั้นๆ แต่บนภูเขาค้างคาว นับว่าเป็นกรณีพิเศษ ค้างคาวส่วนใหญ่ จะมีแก่นพลังธาตุไม้ 1 ใน 10 ส่วน จะเป็นธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง

                ค้างคาววิญญาณ จะมีแก่นพลังวิญญาณ แก่นโลหิตวิญญาณ แก่นธาตุวิญญาณ 

ดังนั้น ทุกส่วนภายในร่างของค้างคาว จึงสามารถนำมาปรุงเป็นเม็ดยาได้ ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากสมุนไพรระดับสูง แต่อย่างใด การซื้อขาย ซากค้างคาว เนื้อ หนัง กระดูก ฯลฯ จึงถือเป็นธุรกิจ และแหล่งรายได้หลัก ของเหล่านักล่าค้างคาววิญญาณ จึงเกิดเป็นอาชีพนักล่าค้างคาววิญญาณขึ้น

                สุดท้าย ค้างคาววิญญาณ แม้ว่าจะมีระดับการบ่มเพาะ ไม่ได้สูงมากนัก แต่พวกมัน จะออกหากินกันเป็นฝูง การจะปีนขึ้นไปบนยอดเขาค้างคาว เพียงลำพัง จึงนับเป็นแผนการฆ่าต้องตาย

.......................

                “เฟยหลง แกจะมุดหัว อยู่แต่ในกระท่อม ไปจนถึงเมื่อไหร่ หรือเจ้าอยากแก่ตายอยู่ในนั้น นี้ก็หลายวันแล้ว แกควรออกมาลืมตาดูโลกกว้าง ด้านนอกได้แล้ว” 

                เซียงจาง คืออดีตลูกสมุนแขนซ้ายขวา ของหู่หลง มีระดับบ่มเพาะพลังระดับปราณก่อกำเนิดระดับ 7 ขั้นปลาย ภายหลังจากศิษย์พี่หู่หลงจากไป ก็ได้แต่งตั้งตัวเอง เป็นศิษย์พี่ใหญ่ คอยออกคำสั่ง และดูแลศิษย์น้องรุ่นต่อไป เชียงจางวางแผนจะปีนขึ้นไปบนยอดเขาค้างคาวเช่นกัน วันนี้จึงนัดรวมพล ปรึกษาแผนการ 

โดยทีเฟยหลง ยังคงเป็นศิษย์น้องเล็ก คอยเป็นเบ้ ให้โขกสับ คอยรับฟังคำสั่ง จากศิษย์พี่คนอื่นๆ อยู่เช่นเดิม

                 เฟยหลงเดินออกมาจากที่พัก ลูบจมูกเก้อๆ “คารวะศิษย์พี่จาง” 

เชียงจางโพกมือกล่าวว่า “ตามข้ามา ทุกคนกำลังรออยู่” 

…………….

สถานที่นัดพบ ยังคงเป็นตีนเขา อันเป็นสถานที่ซ่องสุมประจำ โดยรอบนั่งไว้ได้ อดีตลูกสมุนของหู่หลง มีจำนวนเจ็ดคน อันได้แก่ เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ หลู่ซือ เย่ฮาน หลิวอัน กวนหมิง

เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ มีพลังบ่มเพาะระดับ 7 ขั้นปลาย หลู่ซือ เย่ฮาน มีพลังระดับ 6 ขั้นปลาย หลิวอัน กวนหมิงมีพลังอยู่ระดับ 5 ขั้นปลาย

                หากคิดจะปีนขึ้นไป บนยอดเขาค้างคาว โอกาสจะรอดชีวิตกลับมาย่อมเป็นศูนย์ อย่างมาก ก็สามารถขึ้นไปได้แค่ พื้นที่อาณาเขตส่วนกลาง เพราะฝูงค้างคาว จะมีระดับบ่มเพาะอยู่ระหว่าง 6-7 และที่สำคัญ พวกมันจู่โจมสังหารผู้บุกรุกกันเป็นฝูง 

เฟยหลง คิดว่าอย่างมาก ก็พากันปีนไปได้แค่ตีนเขา ในเขตรอบนอกเท่านั้น นอกจากทุกคน จะมีแผ่นการอื่น มารองรับความเสี่ยงนี้ ให้ได้เสียก่อน

                “เฟยหลง ข้าดีใจกับเจ้าด้วย สุดท้ายเจ้าก็เพิ่มระดับบ่มเพาะ ถึงระดับ 4 ขั้นปลายสักที ไม่เสียแรง ที่เจ้าแอบสุ่ม บ่มเพาะอยู่นานสองนาน” 

หลิวอันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงประชดประชัน หยอกล้อเล่น อยู่เล็กน้อย เฟยหลงมุมปากหยักขึ้น โดยไม่ให้ความสนใจ

                “ขอบคุณศิษย์พี่ ศิษย์น้องคนนี้ พรสวรรค์ตื้นเขิน ไม่อาจจะเปรียบเทียบกับพวกท่านได้ จึงต้องขยันฝึกฝนมากกว่าคนอื่นๆ เป็นสองเท่า”

                “เห็นว่าเจ้ารู้ความ ต่อไป ข้าจะช่วย แนะนำสั่งสอนเจ้าเอง รับรองว่า เจ้าจะต้องตามข้าทัน อย่างแน่นอน” 

เฟยหลงแสร้งค้อมตัวคารวะ และกล่าวขอบคุณอีกครั้ง 

ศิษย์คนอื่นๆ ก็ไม่คิด จะให้ความสนใจ เฟยหลงอีก ต่างตั้งใจรอฟังคำสั่งของเชียงจาง

                “ข้านัดพวกเจ้าทุกคนมา ก็เพราะ การฝึกฝนพลังธาตุทองของพวกเรา การที่พวกเราจะไล่ ตามศิษย์พี่หู่หลงทัน

 พวกเราต้องมีความแข็งแกร่ง มากขึ้นกว่านี้ จะได้ไม่ไปเป็นภาระ ของศิษย์พี่หู่หลง เมื่อพวกเราได้พบกันอีก”

                “ศิษย์พี่จาง หากพวกเรา ต้องการจะแย้งชิงแก่นธาตุทอง จากฝูงค้างคาววิญญาณ มาปรุงเม็ดยา พวกเราจะต้องบุกขึ้นไปจนถึง อาณาเขตส่วนกลาง เราแปดคน หากไม่รู้จักประมาณความสามารถ คงจะต้องกลายเป็นอาหาร ของฝูงค้างคาว ไปเสียก่อน ศิษย์พี่ วางแผนการเอาไว้เช่นไร โดยไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต ศิษย์คนใดคนหนึ่งขึ้น” 

ศิษย์คนนี้ มีความคิดรอบครอบ แต่ความอาวุโส อ่อนกว่าเชียงจางเล็กน้อย จึงเป็นได้แค่ศิษย์น้อง บุคคลนี้มีนามว่า เผิงไฮ้

                เชียงจาง กล่าวอย่างจริงจังว่า

“มีหลายหนทาง ให้เลือก แต่พวกเราจะต้องลงมติ กันเสียก่อน

เส้นทางแรก การบุกขึ้น ไปบนยอดเขาตรงๆ นับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง มันคือการคิดฆ่าตัวตาย

เส้นทางที่สอง จ้างนักล่าสัตว์อสูร เช่นนั้น พวกเราจะต้องมีเงินทอง เป็นจำนวนมาก แต่สำนักพวกเรานั้น ยากจนกัน จนเกินไป ไม่มีเงินทอง พอที่จะสนับสนุนพวกเราได้ 

เส้นทางที่สาม ไปสมัครเป็นผู้ติดตาม คอยรับใช้นักล่าสัตว์อสูร ทั้งได้รับค่าจ้าง และได้ฝึกฝนวิชา ฝีมือไปในคราวเดียวด้วย

เส้นทางสุดท้าย หาเงินจำนวนมาก แล้วไปซื้อแก่นธาตุทอง จากนักล่าสัตว์อสูร โดยไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงชีวิตใดๆ เลย 

หากใครมี เส้นทางที่ห้า จงรีบกล่าวออกมาทันที ข้าพร้อมรับฟังความคิดของพวกเจ้า” 

ทุกคนทอดถอนใจ มองหน้ากันไปมา หน้าม่อยคอตก กล่าวอย่างหมดแรงว่า

                “ข้าเห็นว่าพวกเราควรหาเงินมากๆ แล้วไปซื้อแก่นธาตุทอง ทุกคนว่า ดีหรือไม่” หลู่ซือกล่าวเสียงเฉื่อยชาขึ้น

                เย่ฮานแย้งว่า 

“กว่าพวกเรา จะสะสมเงินทองได้ พวกเราคง ได้แก่ตายกันไปเสียก่อน แก่นผนึกธาตุทองระดับต่ำ 1 ผนึก ราคา 10 เหรียญเงิน หากเป็นผนึกธาตุทองระดับสูง ราคาก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงเลย พวกเราคงจะต้อง ทำงานจน ร่างกายเน่าตายไปเสียก่อน”

                หลู่ซือยิ้มอย่างโง่งมกล่าวว่า

“ข้าก็แค่ออกความเห็น เล่นๆ เจ้าก็อย่าได้จริงจัง ให้มันมากนัก เช่นนั้น เส้นทางนี้ ก็นับว่าเป็นไปไม่ได้ ร่วมถึงเส้นทาง ที่พวกเราจะต้องไปจ้าง นักล่าสัตว์อสูรด้วยเลย พวกเราก็ไม่มีเงินทองพอไปจ้างเช่นกัน

อย่างนั้น ก็เหลือเพียงแค่เส้นทางเดียว คือ พวกเราจะต้องไปสมัคร เป็นผู้ติดตามของนักล่าสัตว์อสูร ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่”

หลู่ซือกล่าวอย่างขุ่นเคือง

……………..

                การประชุมในครั้งนี้ ไม่นับว่ายืดเยื้อ เพียงตั้งคำถาม ตอบคำถาม ไม่กี่ประโยค ก็สามารถสรุปเนื้อหาได้ในทันที 

เฟยหลงนั่งมอง ศิษย์ร่วมสำนักอย่างปลงๆ พละกำลังอ่อนด้อย เงินทองไม่มี ไม่ได้รับความสนใจ หรือเอาใจใส่ใดๆ จากสำนัก

ศิษย์ไร้พรสวรรค์เหล่านี้ เมื่อเดินออกจากสำนักไป ในอนาคต ก็เป็นได้แค่ ผู้ติดตามของพ่อค้าสมุนไพร หรือนักปรุงยาระดับต่ำ ที่ไหนสักแห่ง เช่นที่จี้หลงหลิง เคยบอกกล่าว กับเขาเอาไว้ ก่อนจะจากไป 

ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ถูกขีดเส้น กำหนดชะตาชีวิต เอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว แม้มีความตั้งใจ ก็ไม่สามารถจะต้านทาน ความต้องการของสวรรค์ได้ 

หู่หลงก่อนจะจากไป ได้สร้างวิมาน ให้พวกเขา ได้ฝันเพ้อละเมอไปวันๆ 

“ว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และจะได้พบกันอีกครั้ง หากพวกเขายังมีความพยายาม ฝืนลิขิตสวรรค์” 

พวกเขาต่าง ก็พยายามยึดวิมานในฝันนั้นเอาไว้ แต่จริงๆ วิมานที่หู่หลงสร้างทิ้งเอาไว้ ไม่ได้แตกต่างจากกับดัก ที่สามารถฆ่าพวกเขาให้ตายได้เลย และอีกไม่นาน พวกเขาก็จะเริ่มตื่นขึ้น และรับรู้ว่า วิมานนั้น ไม่เคยมีอยู่จริง

                “ศิษย์พี่เชียงจาง เราควร จะให้ท่านอาจารย์ในสำนัก ช่วยเหลือ ดีหรือไม่” 

เฟยหลงกล่าวถาม ด้วยความประหม่า ศิษย์ทุกคน ทำสีหน้ากระอักกระอ่วน ศิษย์พี่เชียงจาง อึกอักอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า

“ข้าไม่ใช่ ศิษย์ที่มีพรสวรรค์โดดเด่น เช่นศิษย์พี่หู่หลง แม้แต่ศิษย์พี่หู่หลงเอง ก็ไม่ได้รับสิทธิ์พิเศษใดๆ จากสำนักเลย เช่นเดียวกัน หากเจ้าได้เข้าไปเป็นศิษย์ ของสำนักที่ใหญ่กว่านี้ เจ้าจะต้องเก็บสะสมคะแนนความดี ให้ได้มากๆ เมื่อถึงยามนั้น เมื่อเจ้าต้องการสิ่งใด เจ้าก็จะสามารถได้รับสิ่งนั้น เพียงแค่ใช้ คะแนนความดีแลกมา 

เจ้าคงจดจำ ศิษย์ผู้ติดตาม ของท่านทูตเผิงเทียนได้ เพียงแค่ท่านทูตกล่าวว่า จะหักคะแนนความดี 50 คะแนน ศิษย์คนนั้น ถึงกับจะล้ม ลงร้องไห้ ออกมาเลย 

ดังนั้นพวกเรา จงลืมเลือนมันไปได้เลย ที่จะเดินไปขอร้อง ให้ท่านอาจารย์ มาช่วยสนับสนุน เพราะท่านอาจารย์ ที่มาประจำยังโรงหมอเล็กๆ แห่งนี้ ทุกคนต่างก็มาเพราะคะแนนความดี ที่ทางสำนักงานใหญ่ จะมอบให้ พวกเขาเช่นกัน ท่านอาจารย์จะต้อง ไม่ยินยอมสูญเสียคะแนนความดี ไปอย่างเปล่าๆ เพราะศิษย์ ที่ไร้ซึ่งพรสวรรค์ เช่นพวกเราแน่ๆ”

“เช่นนั้น ก็เหลือเพียงแค่ เส้นทางเดียว ใช่หรือไม่ ศิษย์พี่” 

เฟยหลงถามอย่างกังขา

เชียงจางสะบัดแขนเสื้อ พร้อมตะเบ็งดังๆ ก่อนจะกล่าวว่า 

“ข้าตัดสินใจแล้ว ว่าจะไปสมัครเป็น ผู้ติดตามของนักล่าสัตว์อสูร ใครจะไป กับข้าบ้าง ยกมือขึ้น ส่วนใคร ไม่คิดจะไปด้วย ข้าก็จะไม่บังคับ 

เฟยหลง เจ้ามีพลังบ่มเพาะน้อยเกินไป การขึ้นไปบนยอดเขาค้างคาง มันอันตรายเป็นอย่างมาก เจ้าอย่าได้ติดตามพวกเรา ขึ้นไปเลย”

แล้วเชียงจางก็หันไป กวาดสายตามองศิษย์คนอื่นๆ เพื่อรอคำตอบ

เผิงไฮ้ หลี่จื่อ เม้มปากหัวร่อ กล่าวว่า “ข้าก็จะไปด้วย” 

ศิษย์คนอื่นๆ กล่าวเสียงละห้อยว่า “เมื่อพวกท่านไป พวกข้าก็จะไปด้วย” 

เฟยหลงทอดถอนใจเอื้อนเอยว่า

“ข้าก็อยากจะไปด้วย อันตรายใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับข้า พวกท่านไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ” 

หลิวอันตบต้นขาฉาดหนึ่ง กล่าวว่า 

“เจ้ายังนับว่าเป็นลูกผู้ชาย ต่อไปนี้ ข้าจะเป็นคน ค่อยดูแลความปลอดภัย ให้กับเจ้าเอง ศิษย์พี่เชียงจาง ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวล” 

เฟยหลง สีหน้าเริ่มกระอักกระอ่วน เพราะศิษย์คนที่กล่าวว่า จะดูแลเขา มีพลังเพียงแค่ระดับ 5 ขั้นปลาย เท่านั้น หากเกิดอันตรายใดๆ ขึ้น จริงๆ คงเป็นเขาเอง ที่จะต้องคอยช่วยเหลือ เสียมากกว่า

“ตกลงเอาตามนี้ พรุ่งนี้พวกเราก็ลงจากเขากัน หมู่บ้านค้างคาว มีนักล่าสัตว์อสูร อยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราค่อย มาลงความเห็นกันอีกครั้งว่า จะเลือกใคร เป็นนายจ้างของพวกเรา”

และวันนี้ การประชุมฉบับเร่งด่วนก็จบลง และต่างพากันแยกย้ายกับกลับไปเตรียมตัว

………………………

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #6 วัชรกาญจน์ (@watcharakarn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:57

    สนุกครับ บทนี้อ่านแล้วเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย ไม่ งง


    แต่อยากให้จัดหน้าให้เป็นระเบียบมากขึ้นก็จะดีครับ


    อันนี้ยังดูเบี้ยวไปมา อยู่


    มีที่ควรแก้ไข ดังนี้


    โดยรอบนั่งไว้ได้ >>> ตรงช่วงนี้ไม่เข้าใจครับ พิมพ์ผิดรึเปล่าเอ่ย


    นอกจากทุกคนจะมีแผ่นการอื่น >>> แผนการอื่น


    แย้งชิงแก่นธาตุทอง >>> แย่งชิง


    โดยรวมบทนี้โอเคครับ ชอบ ทำให้รู้สึกอยากอ่านต่อ และเป็นกำลังใจให้ตัวละคร

    #6
    0