Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 5 : เพลงกระบี่เก้าค้างคาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

5. เพลงกระบี่เก้าค้างคาว

                เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน มีข่าวแผ่ออกมาอย่างเป็นทางการว่า จี้หงหลิงและหู่หลง กำลังจะถูกส่งตัว ไปศึกษาต่อยังโลกภายนอก

เฟยหลงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับข่าวนี้ เพราะจี้หงหลิง ได้เคยบอกกล่าวกับเขา ล่วงหน้าแล้ว นับจากวันทดสอบศิษย์นักปรุงยาฝึกหัด เฟยหลงก็เก็บเนื้อเก็บตัวมากขึ้น ไม่ได้เสนอหน้า ออกไปยังที่อาศัยบ่อยหนัก 

ดังนั้น ศิษย์ภายในสำนัก ต่างลงความเห็นว่า เฟยหลงกำลังหลบหน้าพวกเขาอยู่ ไม่กล้าสู่หน้า หรือไม่สามารถย่อมรับ กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในด้านลบ ที่ตนเองก่อขึ้นได้ จึงทำตัวขี้ขลาด หลบอยู่แต่ภายในที่พัก

เหมือนลูกเต่าบาดเจ็บตัวหนึ่ง โดยคิดจะใช้เวลา ช่วยลบเลือนเรื่องราว ให้จางหายไป 

สุดท้าย ก็จะไม่มีใครพูดถึง และจดจำมันได้อีก

                แต่จริงๆ แล้วเฟยหลง ไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือความรู้สึกนึกคิดของใครหน้าไหน ทั้งนั้น เขากำลังวางแผนจะ เปิด ทำลาย 3 ประตู พื้นฐาน

อันได้แก่ อักขระประตูมังกร  ประตูกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และประตูพฤกษาวงกตเพลิง 

อักขระประตูมังกร และประตูกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ในขณะนี้ ลืมมันไปได้เลย ที่เขาจะมีสามารถจะเปิดมันได้ 

แต่ประตูพฤกษาวงกตเพลิง จะแตกต่างออกไป เพราะมันเป็น วิชาระดับต่ำ หนึ่งดาว การเปิด การทำลาย ประตูจึงไม่ได้เกินความสามารถของเขามากนัก และวิชาที่จะใช้ใน การเปิดและทำลาย 

เฟยหลงคิดว่าจะใช้วิชาเพลงกระบี่เก้าค้างคาว ซึ่งเปิดวิชายุทธ์จู่โจมเพียงวิชาเดียว ที่เขามีในครอบครอง ในขณะนี้ 

ครึ่งเดือนมานี้ เฟยหลงไม่ได้นั่งนิ่งๆ อยู่เฉยๆ เขาขยันขันแข็งฝึกฝนวิชากระบี่เก้าค้างคาวจนสำเร็จ สามารถร่วมเก้ากระบี่ให้เป็นหนึ่ง อันมีชื่อเรียกว่า กระบี่ที่เก้าโลหิตค้างคาว

………………..

                สุดท้ายวันนี้ ที่รอคอยก็มาถึง ครึ่งเดือนต่อมา เขาก็ประสบกับความสำเร็จ 

เฟยหลงสามารถ เปิดและทำลาย ประตูพฤกษาวงกตเพลิงประตูแรกได้สำเร็จ รางวัลที่ได้รับ สำหรับการเปิดประตูแรก ก็คือสมุนไพรวิญญาณระดับสูง 1ต้น และรางวัลสำหรับการทำลายประตูแรกได้ ก็คือ พลังจิตวิญญาณ อันแสนจะน้อยนิด 

เฟยหลงรู้สึกไม่พึงพอใจเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เขาวาดหวัง เอาไว้ มันคือเพลงกระบี่รากวิญญาณพฤกษา 

ที่จี้หงหลิง ได้รับมันเมื่อเปิดประตูที่ 2 และหู่หลง ได้รับมันเมื่อเปิดประตูที่ 8 

คาดหวังมาก ก็ผิดหวังมาก ฉันใดก็ฉันนั้น 

เฟยหลงจึงตัดใจ ยอมรับมันได้ในที่สุด คิดเสียว่า มันเพียงเป็นจุดเริ่มต้น ของคำว่าฝืนลิขิตฟ้า เท่านั้น 

หากเขา สร้าง เปิด ทำลาย ประตู ต่อไปเรื่อยๆ สักวันเขาจะต้องไขว้คว้าเส้นชัย แห่งความหวังนั้น เอามาไว้ในกำมือได้แน่นอน เขาจะต้องได้รับวิชาเพลงกระบี่รากวิญญาณพฤกษา มาไว้ในครอบครอง ไม่ช้าก็เร็ว 

…………..

                ดังนั้น เฟยหลงจึงตั้งใจบ่มเพาะ วิชาพฤกษาวงกตเพลิงขั้นพื้นฐาน ต่อไป อย่างขะมักเขม้น

สุดท้ายก็สามารถ สร้าง เปิด ทำลาย ประตูพฤกษาวงกตเพลิง ได้ 5 ประตู และรางวัลก็ยังคง เหมือนกันกับประตูแรก คือสมุนไพรวิญญาณระดับสูง 1 ต้น 

เฟยหลง หัวคิ้วขมวดจนจะเป็นปม มากกว่าหนึ่งปม นึกกล่าวโทษ จี้หงหลิง เธอจะต้องดวงดี ขนาดไหน ถึงได้รับเพลงกระบี่รากวิญญาณพฤกษา มาได้เพียง เปิดประตูที่ 2 เท่านั้น 

เธอจะต้องโกหกเขาแน่ๆ แต่เมื่อนึกสลับ คิดไปถึงหู่หลง ผู้มากด้วยพรสวรรค์ เฟยหลงก็ทำใจย่อมรับมันได้ เพราะหู่หลง ประสบความสำเร็จ เมื่อเปิดประตูที่ 8

                ไม่นาน เวลา 5 วัน ก่อนที่ จี้หงหลิง และหู่หลง จะออกเดินทางก็มาถึง วันนี้ ทุกคนนัดแนะกัน จะออกไปเก็บสมุนไพร บนภูเขาค้างคาว เฟยหลงเอง ก็จำเป็นต้องโผล่หน้าออกมาจากที่พักด้วยเช่นกัน เพื่อกล่าวคำอำลาอย่างเป็นทางการ 

ศิษย์พี่หู่หลง ได้ทำการร่ายรำ เพลงกระบี่ที่เก้าโลหิตค้างคาว ให้กับทุกคนได้ศึกษาเป็นครั้งสุดท้าย และลงจากภูเขาค้างคาวมาในยามเกือบพลบค่ำ

……………

                ระหว่างเดินลงจากภูเขาค้างคาว

เฟยหลง จึงชวน จี้หลงหลิง พูดคุยเพื่อฆ่าเวลา โดยหลีกเลี่ยงคำพูด ที่จะกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกอ่อนไหวของศิษย์ร่วมสำนัก คำถามจึงเป็นเรื่องของวิชายุทธ์ เช่นวิชาเพลงกระบี่เก้าค้างคาว 

เฟยหลงอยากจะรู้ถึง ประวัติความเป็นมาของเพลงกระบี่ชุดนี้จริงๆ

                “จี้หงหลิง เจ้าพอจะรู้ หรือไม่ เหตุใด เพลงกระบี่เก้าค้างคาว ถึงมีแต่เพลงกระบี่ แต่กับไม่มี วิชาบ่มเพาะพลัง แม้เพลงกระบี่ชุดนี้จะดี แต่มันก็ไม่ได้สอดคล้อง กับวิชาบ่มเพาะธาตุไม้ ของพวกเราเลย” 

จี้หลงหลิง หันกลับมามองเฟยหลง ก่อนจะทอดสายสายตา มองตรงไปยังหู่หลง พร้อมกล่าวว่า

                “ศิษย์พี่หู่หลง เกิดและเติบโตยัง สถานที่รกร้างแห่งนี้ ตั้งแต่ยังเด็ก คงจะทราบรายละเอียด มากกว่าข้ากระมัง”

หู่หลงกวาดสายตา มองเหล่าศิษย์ ร่วมสำนักคนอื่นๆ พวกเขา ต่างพยักหน้า ต่างให้ความสนใจกับคำถามของเฟยหลงเช่นกัน 

หู่หลงหยุดนั่งลง ยังก้อนหินเล็กๆ ก้อนหนึ่ง พร้อมทอดสายตา มองลงไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ด้านล่าง อย่างพยายามระลึกถึงเรื่องราวในวันวาน และเริ่มเรียบเรียง เรื่องเล่าของผู้อาวุโสภายในหมู่บ้าน พร้อมกล่าวว่า

                “หากพวกเจ้าอยากฟัง ข้าก็จะเล่าให้พวกเจ้าได้ฟัง มันก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร ให้ต้องปิดบัง กลัวแต่พวกเจ้า พอฟังแล้ว อาจต้องการอยากจะฟัง มันจนจบเสียมากกว่า”

                “ศิษย์พี่หู่หลง ล้อพวกเราเล่นแล้ว พวกเราต่างเทิดทูนศิษย์พี่ เห็นศิษย์พี่ เป็นเสมือนเส้นชัย ให้พวกเราได้ไล่ตาม สิ่งที่ศิษย์พี่คิด สิ่งที่ศิษย์พี่ทำ พวกเราจะให้ความสำคัญ กับมันทุกอย่าง

ศิษย์พี่หู่หลง บ่มเพาะวิชาประหลาดวิชาหนึ่ง เป็นวิชาหลัก หากพวกเราคาดเดาไม่ผิด วิชานั้นย่อมเกี่ยวข้องกับเพลงกระบี่เก้าค้างคาว อย่างแน่นอน” 

ศิษย์คนหนึ่ง กล่าวแทรกขึ้น หู่หลงมองศิษย์คนนั้น และพยักหน้า กล่าวว่า

                “ไม่ผิด เช่นนั้น ข้าจะเล่าถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ ให้พวกเจ้าได้ฟังก่อน เรื่องนี้ คงจะต้องเริ่มต้นนับย้อนกลับไปเมื่อ 100 ปีที่แล้ว 

อาณาจักรฟ้าคราม เมื่อก่อนมีแค่เพียง 3 แคว้น อันได้แก่ แคว้น จาง-หาน-จ้าว 

และแคว้นสวี่เมื่อ 100 ปีที่แล้ว ถูกเรียกว่า ดินแดนประตูศักดิ์สิทธิ์ ปกครองโดย พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ วิชาบ่มเพาะจึงมีชื่อว่า วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่จะบ่มเพาะวิชานี้ได้ ต้องมีธาตุทองและธาตุไม้ เป็นหลัก และที่สำคัญต้องมี กายวิญญาณมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับเส้นชีพจรมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ จึงจะสามารถบ่มเพาะวิชานี้ได้ ในระดับที่สูง”

                “ศิษย์พี่ แล้วมันเกี่ยวข้องอะไร กับวิชาเพลงกระบี่เก้าค้างคาว”

ศิษย์บ้างคน เร่งเรื่องราวให้เร็วขึ้น หู่หลงกล่าวว่า

                “ย่อมเกี่ยวข้อง กับวิชาบ่มเพาะมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน เมื่อสร้างเปิดทำลายประตูแรก ของวิชานี้ สิ่งที่ได้รับเป็นรางวัลมาก็คือ วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำ หนึ่งดาว แต่สำหรับพวกเราศิษย์ของโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว 

รู้จักมันในชื่อ เพลงกระบี่เก้าค้างคาว อย่างที่พวกเรา ต่างรับรู้กันดีว่า วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ผู้บ่มเพาะพลังจำเป็นต้องมีสองธาตุเป็นธาตุหลัก ถึงจะฝึกฝนวิชานี้ จนสำเร็จพื้นฐานได้

แต่เมื่อผู้ฝึกฝนมีเพียงธาตุไม้ เพียงธาตุเดียว พลังของวิชานี้ จึงแสดงออกมาได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น” 

................

ทุกคนต่างก็กระจ่างแจ้ง ต่อข้อสงสัยของเฟยหลง แต่เรื่องราว คงไม่จบลงเช่นนี้แน่ๆ เฟยหลงจึงกล่าวว่า

                “เกิดอะไรขึ้น กับพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เมื่อ 100 ปีที่แล้ว” 

หู่หลงนั่งนิ่งคุ้นคิดสักพัก เหมือนกำลังรำพึงรำพันกับตัวเองอยู่

                “พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ บ่มเพาะพลัง โดยการแย้งชิงแก่นโลหิต และแก่นพลังยุทธ์ ของผู้บ่มเพาะพลัง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูร ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์สายมาร ด้วยกันเองก็ไม่เว้น ก่อเกิดเป็นมรสุมโลหิตจำนวนมากมาย

ทำให้ทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ร่วมมือกับทวีปหงส์หิมะเพลิง ขับไล่พรรคมารนี้ กลับคืนเข้าสู่ ทวีปผลท้ออสูรฟ้า พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์สาขาเล็กๆ ในทวีปกิเลนฟ้าแห่งนี้ จึงไม่สามารถคงอยู่ต่อไปได้อีก

จากวันนั้น 100 ปีต่อมา จึงปรากฏแคว้นสวี่ ขึ้นมาแทน จนมาถึงปัจจุบัน”

…………….

                “เกิดอะไรขึ้นรอบๆ ภูเขาค้างคาว เมื่อ 100 ปีที่แล้ว และศิษย์พี่หู่หลง ท่านมีความเกี่ยวข้องอะไรกับพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่” 

เฟยหลง ตั้งคำถามที่เจอะจงลงไปมากขึ้น เพราะเฟยหลงคิดว่า จี้หงหลิงต่างมีความเป็นมาที่ไม่แน่ชัด ส่วนหู่หลงเอง ก็นับว่า เป็นคนที่มีความลับติดตัว ด้วยเช่นกัน 

เฟยหลงจึงคาดเดาว่า สถานที่แห่งนี้ ต้องมีปริศนาบางอย่าง ที่ไม่สามารถบอกกล่าวต่อผู้คนได้

…………….

                “เรื่องที่ข้า จะกล่าวต่อไปนี้ มันต้องย้อนเวลากลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน ภายหลังจากพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์สาขาย่อย ถอยร้นออกไปยังพื้นที่แห่งนี้ เมื่อ 100 ปีก่อน 

50 ปี ต่อมา ปรากฏบุคคลนิรนามคนหนึ่งขึ้น ไม่มีใครรับรู้ประวัติความเป็นมา ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน เขาถูกไล่ล่าจากพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ พรรคมารอื่นๆ อีกจำนวนมากมาย ร่วมกระทั้งพรรคต่างๆ ของ 5 ทวีป อันได้แต่ ทวีปมังกรทอง ทวีปสิงห์สายฟ้า ทวีปหงส์หิมะเพลิง ทวีปผลท้ออสูร ทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์”

                “บ้าไปแล้ว”

ศิษย์คนหนึ่งตะโกนขึ้น

หู่หลงพยักหน้ากล่าวว่า

“ใช่ มันบ้าไปแล้วจริงๆ แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ทวีป ต่างไล่ล่า คนเพียงคนเดียว ย่อมจะต้องมีเหตุผลที่ยิ่งใหญ่ ที่พวกเรา เหล่ามดปลวกตัวเล็กๆ ไฉนเลย จะสามารถทราบเหตุผล หรือความจริงๆ ที่ซ่อนอยู่เหล่านั้นได้”

                “ศิษย์พี่หู่หลง คงรับรู้สิ่งใดมาบ้าง ใช่หรือไม่” 

เฟยหลงตั้งคำถามไปตรงๆ อีกครั้ง 

หู่หลงพยักหน้า และส่ายหน้า พร้อมกัน 

“ข้าย่อมไม่รับรู้ความจริงใดๆ เลย และข้า ก็คิดว่าคนอื่นๆ ก็คงไม่มีใคร สามารถรับรู้ความจริงใดๆ เลยเช่นกัน แต่เรื่องเล่าอันตำนาน เล่าสืบต่อๆ กันมารุ่นสู่รุ่น จริงหรือเท็จ ไม่มีใครรับรองได้

ข้าหู่หลง ก็พอจะบอกเล่าเรื่องราวเช่นนั้น ได้เช่นกัน พวกเจ้าอยากจะฟังต่อไป หรือไม่” 

ศิษย์ทุกคนเงียบกริบ มีแต่เฟยหลงเท่านั้น ที่ให้ความสนใจ และตั้งใจฟัง

                “ข้าชอบฟังเรื่องเล่าสนุกๆ ศิษย์พี่หู่หลงเล่าต่อเถอะ” 

หู่หลงยิ้มน้อยๆ ให้กับเฟยหลง ก่อนจะกล่าวว่า 

“ได้ ถือว่าพวกเจ้า นั่งฟังนิทานสักเรื่อง ก็แล้วกัน” 

ทุกคนมองหน้ากันไปมา และเงียบเสียงลง พร้อมกันอีกครั้ง

                “แม้จะถูกไล่ล่า จากผู้ยิ่งใหญ่ จากทั้ง 5 ทวีป แต่บุคคลลึกลับนั้น กับหายสาบสูญไป เหมือนไม่เคยมีตัวตนมาก่อน จากการสันนิษฐานกันไปต่างๆ นานา ต่างลงความเห็นกันว่า 

บุคคลนิรนามนั้น เดินทางมาต่างดินแดนอื่น ตามตำนานโบราณ ดินแดนอื่น นอกจากทวีปทั้ง 5 แล้ว พวกเขาเรียกดินแดนแห่งนั้นว่า ดินแดนอักขระเก้าประตูมังกร

และเหตุผลที่ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ทวีป ต่างไล่ล่าบุคคลนิรนามนั้น ก็เพราะคัมภีร์บ่มเพาะโบราณ ที่มีชื่อว่า วิชาบ่มเพาะอักขระผันแปรห้าธาตุ

บุคคลลึกลับนั้น ฝึกฝนวิชามาร เขาย่อมจะต้องเป็นคนพรรคมาร เฉกเช่นเดียวกันกับ วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ต่างกันเพียงแค่วิชานี้ สามารถทำให้คนๆ หนึ่ง มี 5 ธาตุ ภายในร่างกาย สามารถดูดกลืนแก่นธาตุ ไม้ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง ของผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น เพื่อไปเพิ่มพลังการบ่มเพาะให้กับตนเอง ได้โดยไม่ถูกต่อต้านใดๆ ระหว่างฝึกฝน” 

หู่หลงมองหน้าทุกคน และยิ้มออกมาอีกครั้ง 

“พวกเจ้ากำลัง รู้สึกสับสน และงุนงง ทำไมยิ่งเล่า มันถึงยิ่งห่างไกล และไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้ มากยิ่งขึ้น แต่จริงๆ แล้ว ภูเขาค้างคาวแห่งนี้ ก็คือ สถานที่ที่บุคคลนิรนามคนนั้น ใช้เวลาฝึกฝนวิชาบ่มเพาะอักขระผันแปรห้าธาตุ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง 

เมื่อ 50 ปีที่แล้ว สถานที่แห่งนี้ กองสุมไปด้วยโครงกระดูก ของผู้ฝึกยุทธ์ธาตุไม้ หากพวกเจ้าเติมโต และมีความสามารถมากกว่านี้ พวกเจ้าสามารถขึ้นไปพิสูจน์โครงกระดูก บนยอดเขาค้างคาว นั้นได้ มันมีคำตอบมากมาย รอพวกเจ้าอยู่ 

แต่บนนั้น ก็เต็มไปด้วยอันตราย

พวกเจ้าอาจจะต้องแปลกใจ เมื่อพวกเจ้า พบว่า พวกค้างคาวบนนั้น จะปรากฏธาตุต่างๆ กันไป บ้างตัวมี ธาตุไม้ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง 

แม้พวกเจ้า จะพบทรัพยากรเหล่านั้น วางอยู่ตรงเบื้องหน้า พวกเจ้าก็ไม่สามารถนำมันมาใช้ประโยชน์ใดๆ ได้เลย หากพวกเจ้า ไม่มีวิชาบ่มเพาะเช่น วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ หรือวิชาอักขระผันแปรห้าธาตุ 

และแม้ พวกเจ้าจะคิดฝึกฝนวิชาเหล่านี้ โดยไม่มีกายวิญญาณมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเส้นชีพจรมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ พวกเจ้าก็จะร่างกายระเบิดตายในทันที หากคิดฝืนฝึกฝนมัน”

“แล้วศิษย์พี่หู่หลง ได้รับผลกระทบ จากวิชาบ่มเพาะมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่” 

หู่หลงยิ้มหน่อยๆ และตอบสั้นๆ คำเดียวว่า

“ไม่” 

ทุกคนต่างก็พอจะรู้แล้วว่า หู่หลงไม่คิดจะขยายความ เรื่องราวส่วนตัว ของตนเอง ให้ใครได้ฟังมากไปกว่านี้ ทุกคนต่างมีความลับ และความลับนั้น อาจจะฆ่าคนได้เช่นกัน 

“สุดท้ายนี้ พวกเจ้า ก็คงอยากจะถามข้าว่า ข้าได้รับวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ มาจากที่ใด คำตอบก็คือ ในถ้ำค้างคาวบนยอดเขาค้างคาว 

ข้าจะไม่ห้าม พวกเจ้าปีนขึ้นไป บนยอดเขานั้น การดิ้นรน เพื่อจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่ความผิด การฝืนลิขิตสวรรค์ย่อมได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง มากกว่าหนึ่งอย่าง ผลลัพธ์หนึ่ง ย่อมชักนำมาซึ่ง ผลลัพธ์ ที่แตกต่าง กันอีกมากมาย 

หากพวกเจ้า คิดจะปีนขึ้นไป พวกเจ้าก็ต้องยอมรับ กับผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด ที่ต้องจะเกิดขึ้น กับพวกเจ้าให้ได้ด้วยเช่นกัน

สุดท้าย พวกเจ้าอาจจะกลายเป็นมังกรทะยานฟ้า หรือเป็นกองโครงกระดูก ที่ทับถม เพิ่มขึ้น อีกหนึ่งกอง พวกเจ้าล้วนจะต้องตัดสินใจด้วยตนเอง”

………………..

จากวันที่ หู่หลง เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ เพลงกระบี่เก้าค้างคาว และจบลงที่ วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์

สุดท้าย จี้หงหลิง และหู่หลง ก็จากไป 

เฟยหลง ได้ไปยืนส่ง อยู่ด้านหน้าสำนัก และกล่าวคำอำลา อย่างแผ่วเบา ทุกคนต่างมองตามแผ่นหลังนั้น ด้วยจิตใจ ที่คาดหวังว่า สักวัน พวกเขาจะได้เดินจากไป และมีฝูงคนมากมาย มองพวกด้วยสายตา เช่นนั้นบ้าง 

วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เป็นความหวังหนึ่งเดียว ของพวกเขาในขณะนี้ สิ่งที่จะสามารถไล่ตามศิษย์พี่หู่หลง ไปได้ทัน ทุกคนจึงตั้งหน้าตั้งตา ที่จะปีน ขึ้นไปบนยอดเขาค้างคาว 

เช่นเดียวกันกับ เฟยหลง การที่จะ สร้างเปิดทำลาย ประตู ให้ได้ทั้ง 9 ประตู  วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ หรือ เพลงกระบี่เก้าค้างคาว 

เขาจะต้อง ฝึกฝนมัน ให้แสดงพลัง ให้อยู่ในระดับ 10 ส่วน ไม่ใช่เพียงครึ่งเดียว เช่นในปัจจุบัน

โดยแผนการที่วางเอาไว้ ร่างกายของเขา จะต้องสั่งสมธาตุทอง ให้ได้เสียก่อน 

คำตอบนั้นก็ คือ ค้างคาวห้าธาตุ 

บุคคลลึกลับนั้น ต้องทิ้งสมบัติอะไร เอาไว้บ้างอย่าง ไม่เช่นนั้น ฝูงค้างคาววิญญาณชั้นต่ำ ทำไมถึงสามารถบ่มเพาะแก่นแท้ 5 ธาตุได้ 

เฟยหลงแน่ใจ เป็นอย่างมากว่า หู่หลงเอง ก็สามารถรับรู้คำตอบนั้น แล้วเช่นกัน ไม่เช่นนั้น คงไม่สามารถฝึกฝนวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ได้

........................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #47 0831519610 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 02:10
    เขียนได้น้าเบื่อมาก
    #47
    0