Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 4 : ทดสอบศิษย์นักปรุงยาฝึกหัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    12 เม.ย. 63

 

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

4. ทดสอบศิษย์นักปรุงยาฝึกหัด

 

เข้าสู่เดือนที่ 6 แม้จะฝึกฝนบ่มเพาะมาโดยตลอด แต่ไม่ใช่ว่า เฟยหลงไม่เคย ออกมาพบเจอศิษย์พี่คนอื่นๆ เลย

เฟยหลงจะสละเวลา หนึ่งชั่วโมง หรือหนึ่งวัน ออกมาพบปะศิษย์พี่คนอื่นๆ อยู่บ้าง วันนี้ กิจวัตรก็ยังคงเป็นเช่นวันอื่นๆ คนแรกที่ได้พบก็คือจี้หงหลิง

“ข้ากำลังจะไป ตามหาเจ้าอยู่พอดี”

น้ำเสียงใสๆ เอ่ยขึ้น

เฟยหลงยิ้มรับ ด้วยความสนิทสนมกันมากขึ้น เฟยหลงคิดว่านาง เปรียบเสมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่ง ที่กำลังเอาใจใส่พี่ชายไร้ค่า ด้วยความห่วงใย

“วันนี้ เจ้าต้องเข้าทดสอบนักปรุงยาฝึกหัด ตอนนี้ เหลือเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ยังไม่ได้เข้ารับการทดสอบ หากล่าช้าไปมากกว่านี้ เจ้าจะต้องรออีกหกเดือน ถึงหนึ่งปี กว่าทูตตัวแทนระดับสูง ระดับห้าดาว จาก โรงหมอระดับสูง ถึงจะแวะเวียน ผ่านมายังสำนักของเราสักครั้ง”

“ข้าจะไป เข้ารับการทดสอบ”

เฟยหลงกล่าวตอบ อย่างขอไปที ด้วยคลังข้อมูลในสมองจำนวนมาก คงไม่มีใคร เทียบเคียงกับเขาได้ ในดินแดนระดับต่ำแห่งนี้

แล้วจึงเดินสับเท้าถี่ๆ ทอดสายตา ติดตามนางไป ระหว่างทาง มีศิษย์หลายคน มองตามพวกเขาอยู่บ้างประปราย และได้ยินศิษย์บางคนพูดขึ้นว่า

“เจ้ารู้หรือยัง ว่าศิษย์พี่หู่หลง ทดสอบได้เป็นนักปรุงยาศึกหัดระดับสูง ห้าดาวแล้ว ข้าอิจฉา พวกเกิดมาฉลาดและมีพรสวรรค์ ผิดมนุษย์มนาพวกนี้เหลือเกิน”

และศิษย์อีกคนก็กว่าเสริมขึ้น

“ข่าวเก่าแล้ว นี้จึงเป็นข่าวใหม่ ศิษย์พี่หู่หลงบ่มเพาะวิชาพฤกษาวงกตเพลิงจนสามารถสร้างประตูพฤกษาได้ 9 ประตูแล้ว แถมแปดในเก้าประตู ศิษย์พี่หู่หลง ยังสามารถเปิดมัน และทำลายมันได้แล้วด้วย อาจารย์กล่าวว่า ศิษย์พี่ได้รับโชคดี อย่างมหาศาล จากภายในประตูที่เปิด ได้นั้นด้วย ข้าล่ะ อิจฉาจริงๆ”

……………

จากข้อความ ที่มีศิษย์มากมายพูดคุยกับ เฟยหลงสามารถอธิบาย ให้เข้าใจได้ ประมาณว่า การบ่มเพราะพลังระดับพื้นฐานจะมี 3 ขั้น ตอน คือ สร้างประตู เปิดประตู และทำลายประตู เช่นตอนนี้

เฟยหลงสร้างประตูได้ 3 ประตูคือ อักขระประตูมังกรพื้นฐาน ประตูกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน และประตูพฤกษาวงกตเพลิงพื้นฐาน ลำดับต่อไป

เฟยหลงจะต้อง เปิดประตูทั้งสามนี้ให้ได้ และจะได้รับรางวัล จากการเปิดประตู ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป อาจจะได้เป็นคัมภีร์ฝึกยุทธ์ เม็ดยาวิญญาณ ผนึกแก่นโลหิตอสูร สมุนไพรระดับสูง อาวุธวิญญาณ และอื่นๆ อีกมากมาย

และลำดับสุดท้าย ก็คือการทำลายประตู โชคหรือรางวัลที่ได้รับก็คือ พลังจิตวิญญาณ ยิ่งเป็นนักปรุงยาด้วยแล้วพลังจิตวิญญาณ คือเป็นทรัพยากรที่ประเมิน ค่ามิได้เลย ยิ่งผู้ฝึกยุทธ์ มีจิตวิญญาณที่สูง ก็จะสามารถปรุงยาที่มีระดับที่สูงตามไปด้วย และยังเป็นที่ต้องการ ของสำนักฝึกยุทธ์ระดับสูงๆ อีกมากมาย

แต่สำหรับหู่หลง การสร้างประตู เปิดประตู และทำลายประตู ด้วยวิชาบ่มเพาะพื้นฐานระดับต่ำ หนึ่งดาวเช่นนี้แม้จะมองดูว่า มีพรสวรรค์ในสถานที่เล็กๆ แห่งนี้ แต่ในโลกภายนอก กลับมองมัน ไม่ได้เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ใดๆ เลย

“ศิษย์พี่หู่หลง ได้รับโชคอะไร ภายในประตูพฤกษา”

เฟยหลง ชวนคุยระหว่างเดิน ไปยังสถานที่ทดสอบ

“เพลงกระบี่รากวิญญาณพฤกษา” จี้หงหลิงตอบ

“เจ้าก็เคยได้รับ เพลงกระบี่นี้ มาแล้วเช่นกัน หรือ” เฟยหลงถามต่อ

“ข้าได้รับมันมา เมื่อเปิดประตูในครั้งที่ 2 ประตูแรก ข้าได้เป็นสมุนไพรระดับสูง”

นางรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจนัก สำหรับรางวัลที่ได้รับ

“เจ้าสร้างประตูพฤกษา ได้กี่ประตูแล้ว”

เฟยหลง อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น เขาทราบดี ถึงพรสวรรค์ผิดมนุษย์มนา ของเด็กหญิงตัวน้อยนี้ มาก่อนแล้ว

“ข้าสร้างประตูพฤกษา ได้แล้วเก้าประตู เปิดได้เก้าประตู ทำลายได้แล้ว เก้าประตู”

เฟยหลง รู้สึกตกใจเล็กน้อย นางบ่มเพาะพลัง เพียงแค่พลังปราณก่อกำเนิดระดับ 8 แต่นางสามารถ สร้าง 9 เปิด 9 ทำลาย 9 แสดงว่า พรสวรรค์ของนาง มากกว่าศิษย์พี่หู่หลง อย่างไม่สามารถคาดเดาได้

“เจ้าคงจะฝึกฝนเพลงกระบี่เก้าค้างคาว จนสำเร็จ 9 กระบี่แล้ว ใช่ไหม จึงสามารถทำลายประตูได้ ถึงเก้าประตู ได้รวดเร็วถึงเช่นนี้”

นางหันมามองเฟยหลง อย่างยิ้มๆ ก่อนจะกล่าวว่า

“วิชาบ่มเพาะของข้า ไม่ใช่วิชาบ่มเพาะของอาณาจักรฟ้าคราม ข้าเดินทางมาจากอาณาจักรอื่น ที่เจ้าไม่มีความสามารถจะเดินทางไปถึงได้ ในตลอดชั่วชีวิตของเจ้า วิชาขยะๆ พวกนี้ ข้าฝึกฝนมันเล่นๆ เพื่อฆ่าเวลาไปอย่างนั้นเอง ใช้เวลาแค่วันสองวัน ข้าก็ฝึกฝนมันสำเร็จได้แล้ว ข้าได้ให้ความสำคัญ กับการฝึกฝนวิชาบ่มเพาะหลัก ของข้ามากกว่า”

เฟยหลงตกใจ ไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้

“ทำไมเจ้าถึง บอกเรื่องนี้กับข้า”

เฟยหลงถามถึงด้วยความสงสัย

“อีกไม่นาน ข้ากับท่านอาจี้ ก็จะไปจากที่นี้แล้ว ถึงจะบอกเจ้าไป ก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะเส้นทาง แห่งโชคชะตาของพวกเรา คงไม่มีวัน เดินทางมาบรรจบ พบกันได้อีกแล้ว ดินแดนแห่งนี้ มันกว้างใหญ่มากๆ เจ้าว่าจริงไหม”

………….

หากตีความในคำพูดของนางตรงๆ ก็คือ เศษขยะไร้ค่า ในดินแดนระดับต่ำสุดๆ แห่งนี้ ไม่ต่างจากเศษของเศษ ผงธุลี

มีชีวิตอยู่ไม่ต่างจาก ผีเสื้อตัวน้อยๆ ที่ไร้พลัง จะต้านคลื่นลม แม้พยายามโบยบินอย่างสุดแรงเกิด สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลง ระหว่างทาง อย่างไร้ค่า ไร้ราคา ไร้คนสนใจใยดี

“ข้าไม่ได้พูด เพื่อให้เจ้า รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังในชีวิต หรือดูถูกความสามารถของเจ้า แต่อยากให้เจ้า รู้จักประเมินความสามารถของตนเอง

เจ้าไม่ต่างจาก นก ที่ไร้กำลังจะโบยบิน สุดท้ายย่อมต้องมีจุดจบที่ไม่ได้ดีนัก ข้าอยากให้เจ้า ใช้ชีวิตอย่างมีค่า เมื่อออกจากสำนักแห่งนี้ไปแล้ว เจ้าจะได้ มีบ้าน มีอาชีพ เจ้าอาจจะไปเป็นพ่อค้า ติดตามหมอปรุงยา และมีครอบครัวที่อบอุ่น ด้วยความสามารถเช่นเจ้า ข้าเชื่อว่า เจ้าต้องทำมัน ได้อย่างแน่นอน”

นางกับคิด วางแผนชีวิตเอาไว้ให้กับเขา ก่อนที่นางจะจากไป เพื่อนางจะได้ไม่รู้สึกผิด ภายในมโนสำนึกของนาง นาง อาจจะก่อเกิดความรับผิดชอบ เมื่อได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

“ข้าทำเช่นนี้ ก็เพราะ คำว่า โชคชะตาเพียงคำเดียวเท่านั้น เจ้าคงจำได้ หรือจำไม่ได้เลย เรื่องราวเมื่อครึ่งปีก่อน แต่เจ้า น่าจะจดจำค่ำคืน ในวันฝนตกหนัก นั้นได้บ้างจริงไหม

คืนนั้น ข้าฝันว่า เห็นเด็กชายคนหนึ่ง มาร้องขอความช่วยเหลือ ข้าดีดตัว สะดุ้ง ตกใจตื่น เจ้าเชื่อหรือไม่ สิ่งแรกที่ข้าทำคืออะไร ข้าวิ่งออกไปที่หน้าโรงหมอ เพราะในความฝัน ข้ามองเห็นเจ้า กำลังจะถูกฝูงค้างคาววิญญาณ นับสิบๆ ตัวกินเจ้า เป็นอาหาร

ข้าต้องใช้ ความสามารถทั้งหมดที่มี ถึงจะช่วยชีวิตเจ้า และขับไล่ ฝูงค้างคาวกระหายเลือดเหล่านั้นไปได้”

………….

จากสิ่งที่นางบอกเล่าให้ฟัง ค้างคาววิญญาณเหล่านั้น ตัวที่มีพลังบ่มเพาะต่ำสุดคือระดับห้า สูงสุดคือระดับเก้า นางสามารถต่อสู้ จนสามารถขับไล่ฝูงค้างคาวเหล่านั้นไปได้ นางจะต้องแข็งแกร่งอย่างมากเลยทีเดียว

“เมื่อข้า กำลังจะจากไป ข้าจึงคิดว่า จะไม่ให้เจ้าต้องอยู่อย่างยากลำบาก มากมายนัก ข้าได้ให้ทรัพยากรบ่มเพาะกับเจ้าไปอย่างมากมาย ในช่วงครึ่งปีนี้ ก็เพื่อต้องการช่วยให้เจ้า มีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสามารถพอที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้ และไม่ให้ใคร มารังแกเจ้าได้

แต่ก็ช่างน่าผิดหวังนัก เจ้ามีพลังบ่มเพาะเพียงแค่ระดับ 3 เท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงวิชากระบี่เก้าค้างคาว เจ้าคงฝึกฝนมัน ไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

นางทอดถอนใจ ก่อนจะกล่าวต่อว่า

“ข้าให้ท่านอาจี้ ฝากฝังเจ้าไว้กับพ่อค้ายา ในหมู่บ้านค้างคาว พ่อค้ายาคนนี้ เป็นคนดีมาก ติดหนี้ชีวิตของท่านอาจี้เอาไว้ เขาจะช่วยดูแลเจ้าเป็นอย่างดี

วันนี้ เพียงแค่เจ้า ทดสอบได้เป็นนักปรุงยาฝึกหัด เจ้าก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ในอนาคตเจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะอดตาย เจ้าคงพอเข้าใจ ในความหวังดีของข้าแล้ว ใช่ไหม เฟยหลง”

นางวางแผน หาบ้าน หาอาชีพ หาคนดูแล เตรียมไว้ให้กับเขา อย่างพร้อมสรรพ ขาดแต่เพียง หาคู่หมั่นหมายหญิงสาวสวยสักคน มาแต่งงานด้วย สร้างครอบครัว ให้เป็นปึกแผ่น มีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมืองเท่านั้น

“ข้าจะเชื่อฟังเจ้า”

เฟยหลงรู้สึกขำ ในคำตอบของตัวเอง แต่จำต้องตอบส่งๆ ไป

เพราะเฟยหลงเชื่อว่า โชคชะตา วาสนาของตนเอง จะไม่มีวันหยุดนิ่ง อยู่ยังภูเขาเล็กๆ แห่งนี้ แน่ๆ เจ้าพีระมิดประหลาดกล่าวว่า เขาสามารถทะลุทะลวงไปยังดินแดนเก้าประตูเทวะ ได้ด้วยซ้ำ และยังไปได้ไกล กว่าใครก็ตามภายในดินแดนแห่งนี้ นั้นอาจจะรวมถึง จี้หงหลิง ด้วยเช่นกัน

..................

สถานที่ทดสอบ นักปรุงยาฝึกหัดระดับต่ำ หนึ่งดาว มันคือพื้นที่ ลานฝึกซ้อมของเหล่าศิษย์ในโรงหมอ หากในโลกชีวิตก่อนหน้า มันก็ไม่ได้แตกต่างจากสนามฟุตบอล ขนาดย่อส่วนให้เล็กลงมา หนึ่งในสิบส่วนมากนัก สภาพสนามตรงกึ่งกลางในวันนี้ ปรับสภาพพื้นที่ ให้แปลกตาออกไป จะเพิ่ม โต๊ะ เก้าอี้ นำมาจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ แยกตามตำแหน่งผู้อาวุโส

โดยทูตผู้มาควบคุมการทดสอบ นั่งเป็นประธานพิธี และท่านอาจารย์ของโรงหมอ ประมาณ 10 กว่าคน เป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์

เฟยหลงเดินเข้ามา จนถึงกึ่งกลางลานกว้าง ค้อมตัวลงคารวะ และน้ำเสียงเข้มงวดก็ดังขึ้น

“เจ้ามีนามว่าเฟยหลง อายุ 10 ปี ธาตุไม้ ความสามารถ บด คัด แยก ฝาน หัน สมุนไพรได้ ในระดับที่สูงมาก แต่ระดับบ่มเพาะของเจ้า กับต่ำเกินเยียวยา อยู่เพียงระดับ 3 เท่านั้น

แต่นั้น ข้าจะมองข้ามมันไป วันนี้ เพียงแค่เจ้า สามารถระบุชื่อสมุนไพรได้ 1000 ชนิด และบอกถึงคุณสมบัติของสมุนไพรได้ถูกต้อง ข้าจะให้เจ้าผ่าน เป็นนักปรุงยาฝึกหัดในทันที หยกดูดวิญญาณ วางอยู่ตรงเบื้องหน้าของเจ้า มีสมุนไพรอยู่ทั้งหมด 5000 ชนิด เจ้าเพียงตอบถูกหนึ่งในห้า ข้าจะถือว่าเจ้าทดสอบผ่าน”

ทูตผู้ทำหน้าที่ ควบคุมการทดสอบ แทบจะไม่ชายหางตาเหลือบแล มองมาทางเฟยหลงเลย เหมือนมองผ่านอากาศธาตุ อันไร้ซึ่งความสำคัญใดๆ มือข้างหนึ่ง ยกถ้วยชาขึ้นละเลียดจิบ ที่ละนิดๆ มืออีกข้าง ถือม้วนหนังสือคัมภีร์เล่มหนึ่ง นั่งอ่านอย่างตั้งใจ

“ศิษย์ทราบแล้ว”

เฟยหลงเอื้อมมือ ออกไปหยิบหยกก้อนนั้นขึ้นมา พร้อมกับถ่ายเทพลังจิตวิญญาณ เข้าไปภายในหยกดูดวิญญาณ

ระหว่างนั้น ทูตตัวแทน ผู้กำลังตั้งมั่น เพ่งสมาธิชมนกชมไม้อยู่ ก็ชายหางตามามองเฟยหลง แวบหนึ่ง แล้วหันไปจิบนำชาเช่นเดิม พร้อมกล่าวว่า

“พลังบ่มเพาะไร้ประโยชน์ แต่พลังจิตวิญญาณ กับพอไปวัดไปวาได้”

แล้วก็หันไปจิบน้ำชาต่อไป

เฟยหลง ภายหลังจากดูดกลืนข้อมูลสมุนไพรทั้งหมด 5000 ชนิด เสร็จสิ้นหมดแล้ว ก็เริ่มบันทึกชื่อ และคุณสมบัติของสมุนไพรลง ภายในหยกก้อนนั้น ในทันทีเช่นกัน

เวลาผ่านไป 10 นาที เฟยหลงก็สามารถบันทึกคำตอบ ได้จนครบทั้ง 5000 ชนิด แต่ก็ยังไม่คิด ที่จะส่งผลลัพธ์ ที่ได้ออกไป ให้เร็วเกินไปนัก

จึงแกล้งถ่วงเวลา ต่ออีก 1 ชั่วโมง เพราะ ผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น มักถูกอิจฉาริษยาได้ง่าย

ระหว่างปฏิบัติงาน ก่อนที่จะทะลุมิติมา เฟยหลงมักจะจดจำ สำนวนพื้นๆ ไว้ สองประโยคคือ

“ต้นไม้ใหญ่มักเรียกลม หรือ ต้นไม้ที่สูงเด่น ในป่าย่อมถูกลมพัดจนโค่นล้มก่อนต้นอื่น”

ดังนั้นรอต่ออีกสักนิดแล้วกัน แต่ไม่คิดว่า รอจนทำให้ทุกคนเริ่มหงุดหงิด

จนอาจารย์ และคนรอบข้าง เริ่มรู้สึกไปพอใจ

“เฟยหลง เจ้าไม่รู้คำตอบ ก็อย่าได้แกล้งถ่วงเวลา ต่อไปอีกเลย ปีนี้ สอบไม่ผ่าน ปีหน้า ก็ค่อยกลับมา แก้ตัวใหม่อีกครั้ง

ข้าทดสอบซ้ำ มาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เจ้าซึ่งด้อยกว่าข้ามากๆ หากเจ้าทดสอบครั้งนี้ ไม่ผ่านก็ไม่นับว่า ขายขี้หน้าแต่อย่างใด”

ศิษย์ทุกคนรอบข้าง ต่างพากันหัวร่อกัน ครืนใหญ่ จนอาจารย์ต้องตบโต๊ะห้ามเอาไว้ ถึงได้พากัน เงียบเสียงลงได้

“เฟยหลง แม้ว่าจะไม่ได้มีกำหนดระยะเวลา ทดสอบเอาไว้ก็ตาม แต่เจ้าใช้เวลามากเกินไปแล้ว เจ้าเป็นศิษย์ใหม่การที่จะทดสอบไม่ผ่านในครั้งแรก จึงไม่นับเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร”

ความหมายจริงๆ ในคำกล่าวก็คือ เจ้าสมควรส่งคำตอบได้แล้ว เจ้าขยะไร้ค่า

“ขอรับท่านอาจารย์จี้ ข้าเพิ่ง ตอบคำถามสุดท้าย เสร็จพอดี”

จี้ฉางหลาน อาจารย์ฝึกสอน และเป็นท่านอาของจี้หงหลิง การแต่งกาย อยู่ในชุดนักปรุงยาสีเทาพลิ้วไหว เช่นเดียวกับอาจารย์ทุกคน ตรงปกเสื้อ จะปักกระถางสีเหลือง และมีดาวอีกห้าดวงติดเอาไว้ มันเป็นการระบุตำแหน่ง ซึ่ง

หมายความว่า อาจารย์ฝึกสอน ระดับกลาง ระดับห้าดาว

ส่วนทูตตัวแทน ที่ทำหน้าที่ ทดสอบเฟยหลง มีกระถางสีเขียว ระดับห้าดาว

หมายความว่า อาจารย์ฝึกสอน ระดับสูง ระดับห้าดาว

ส่วนอาจารย์ ตัวประกอบรอบข้าง ๆ จะมีกระถางเป็นสีขาว ระดับดาว ก็จะมีตั้ง แต่ 1-2-3-4-5 ดาว

หมายความว่า อาจารย์ฝึกสอน ระดับต่ำ ระดับดาวยิ่งมาก ก็แสดงว่ามีความสามารถมากตามไปด้วย

จี้ฉางหลาน รับหยกจากมือของเฟยหลง แล้วส่งต่อมันให้กับ ท่านทูตตัวแทน ผู้กำลังปลีกวิเวกอยู่อย่างโดดเดี่ยว

“ท่านทูตเผิงเทียน โปรดตรวจสอบ คำตอบด้วย”

“อาจารย์จี้ ท่าน ทง-ท่านทูต อะไรกัน เราต่างเป็นคนกันเอง เรียกข้าว่า ศิษย์พี่เถอะ จะได้ดูใกล้ชิด สนิทสนมเป็นกันเองมากขึ้น”

จี้ฉางหลานยิ้มรับ กล่าวว่า

“ศิษย์พี่เผิงเทียน”

อีกฝ่ายหัวร่อฮาๆ ชอบใจ

เฟยหลง มองผู้ชายสองคนนี้ พูดจาเกรงใจกันไปมา ยังกับ กำลังจ้องมองคู่รัก ที่กำลังเริ่มตามจีบกันใหม่ๆ ท่านทูตหันขวับ ใช้สายตา จู่โจมเฟยหลงในทันที ยังกับสามารถรับรู้ ความคิดประชดประชันของเฟยหลงได้

“เจ้าหนู เจ้าใช้เวลาไปนานมาก ในการทดสอบของวันนี้ หากคำตอบที่ได้รับ ไม่เป็นที่น่าพอใจ ข้าจะลงโทษเจ้า ให้นั่งบดยาขี้ค้างคาว สักหนึ่งเดือน ฮึ”

ย่นจมูก และขมวดคิ้วอย่างไม่พึงพอใจ

“ไปเอาเครื่องตรวจคำตอบวิญญาณมา เพราะว่ามันเที่ยงตรงมากที่สุด ข้าคงทน อ่านหยกก้อนนี้ ไม่ได้จริงๆ ข้ากลัวว่าจะบีบบี้มัน จนละเอียดคามือ ก่อนที่จะอ่านมันจนจบ”

ศิษย์ผู้ติดตาม วิ่งหายไปสักระยะ พร้อมกลับมาอย่างรวดเร็ว ด้วยอาการเหนื่อยหอบ พร้อมอุปการณ์รูปทรงประหลาดในมือ แต่ก่อนที่จะได้ยื่น อุปกรณ์นั้นออกไป น้ำเสียงแข็งๆ ไม่พอใจ ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“เข้าเห็นว่า เจ้ามีความสามารถ จึงให้มาเป็นศิษย์ผู้ติดตาม ส่วนตัวของข้า ได้ออกท่องเที่ยวไปทั่ว แต่วันนี้เจ้าใยทำผิดพลาดเช่นนี้ ใยเจ้าถึงได้เอาเครื่องตรวจคำตอบวิญญาณนี้มา

วันนี้ข้า ทดสอบศิษย์นักปรุงยา ระดับต่ำ ระดับหนึ่งดาว แต่เครื่องตรวจสอบคำตอบวิญญาณของเจ้า กับเป็นนักปรุงยาระดับสูง ระดับห้าดาว เจ้าไปอยู่เสียที่ไหนมา ถึงไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรเลย

ข้าจะหักคะแนนความดีเจ้า 50 คะแนน เป็นการลงโทษ ที่ทำให้ข้าเสียหน้า ไปเอาเครื่องตรวจคำตอบวิญญาณอันที่ถูกต้องมาใหม่”

ศิษย์ผู้ติดตามคนนั้น แทบจะยืนร้องไห้ อยู่ตรงเบื้องหน้านั้น น้ำเสียงจึง ตะกุกตะกักเล็กน้อย

“ศิษย์---ศิษย์ ไม่ได้นำเครื่องตรวจสอบคำตอบวิญญาณ มาผิด แต่---แต่ หยก-ดะ-ดูด-วิญญาณก้อนนั้น มันเป็นหยกดูดวิญญาณ สำหรับใช้ทดสอบศิษย์นักปรุงยาระดับสูง ระดับห้าดาวจริงๆ ทะ-ท่านอาจารย์ เป็นคนมอบหยกก้อนนั้นให้กับศิษย์เองกับมือ และศิษย์ได้นำมัน ไปวางเอาไว้ บนโต๊ะตัวนั้น กับมือ ศะ-ศิษย์ ย่อมจะจดจำได้ อย่างแม่นยำ”

ภายหลังได้ยินคำตอบ อาจารย์ และศิษย์ทุกคน แทบจะถูกสาป ต่างเงียบกริบ ทุกคนที่เฝ้าสังเกตการณ์ ถึงกับตกตะลึง แต่คนที่ตกตะลึงมากที่สุด ก็คือ ศิษย์พี่เผิงเทียน ของจี้ฉางหลาน

หากท่านทูต สนใจการทดสอบครั้งนี้ สักนิด หรือนั่งชมนกชมไม้ ให้น้อยลงสักหน่อย และควรจะตรวจสอบหยกดูดวิญญาณให้เรียบร้อยเสียก่อน จะส่งมอบ มันก็คงจะไม่เกิด เรื่องผิดพลาด วุ่นวาย ใดๆ เกิดขึ้น

แต่ที่น่าตกใจมากกว่า ก็คือ เจ้าศิษย์ปัญญาอ่อน คนนี้ ผู้เข้าทดสอบคนสุดท้าย กับเสือกดันทุรัง ทำตัวอวดเก่ง มันคงจะเดาคำตอบมั่วๆ และยังหน้าด้าน ส่งมอบหยกคำตอบผิดๆ คืนมา ให้กับเขา ตรวจสอบอีก

มันเป็นการประชดประชันกันซึ่งๆ หน้า คงคิดจะฉีกหน้าเขา ให้คนอื่นๆ หัวเราะเยาะ ใช่หรือไม่

เจ้าหนูคนนี้ มันต้องเป็นตัวแสบ ของกลุ่มเด็กเกเร แน่ๆ ข้าจะต้องลงโทษให้มัน ไปล้างห้องน้ำ ของสัตว์อสูรสักปี

ท่านทูตเผิงเทียน ใบหน้าบูดบึ้ง แทบจะติดปีกโบยบิน หายเข้ากลีบเมฆ หรือแทรกแผ่นดินหนี ด้วยความอับอาย

“เจ้าหนู ข้าควรจะทำอย่างไร กับเจ้าดี หากเจ้ารู้ว่า หยกดูดวิญญาณก้อนนี้ มันผิดพลาด ใยจึงไม่แจ้งต่อข้าก่อน และขอเปลี่ยนเป็นหยกก้อน ที่ถูกต้อง”

เฟยหลงตอบสวนกลับไปว่า

“ศิษย์เพิ่ง จะเคยเข้าทดสอบเป็นครั้งแรก ไฉนเลย จะทราบว่า หยกก้อนไหน ถูกหรือผิด”

ทุกคนโฮร้อง ต่างก็จนปัญญา จะกล่าวโทษเฟยหลงได้

จี้ฉางหลาน เห็นว่าบรรยากาศ ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก จึงกล่าวว่า

“ศิษย์พี่เผิงเทียน ศิษย์น้อง คิดว่า การทดสอบครั้งนี้ ถือเป็นโมฆะ ดีหรือไม่ เราหยุดพักกันสักครู่ แล้วค่อยมาทดสอบกันใหม่”

เมื่อมีทางให้ลง อย่างถนอมน้ำใจซึ่งกันและกัน ใครบ้างจะไม่คิดก้าวลง อย่างมีสมเกียรติ

“ครั้งนี้ เป็นความผิดพลาดของข้า ที่บกพร่อง ดังนั้น ข้าจะให้เจ้าหนูนี้ ทดสอบใหม่ เพื่อเห็นแก่ความสามารถอันน้อยนิด ของเจ้าหนูนี้ ข้าจะกำหนดเงื่อนไข ให้เป็นกรณีพิเศษ เจ้าเพียงแค่ตอบคำถามได้ 500 ชนิด ก็ถือว่าทดสอบผ่านได้เลยแล้วกัน

ข้าไม่อยาก จะเสียเวลาอยู่ที่นี้ นานมากนัก เจ้าหนู มารับหยกนี้ไป”

เฟยหลงยังไม่คิดจะ ขยับร่างกายแต่อย่างใด

ท่านทูตเผิงเทียน จึงได้เข้าใจ การกระทำอย่างเฟยหลง ผิดพลาดไปอีกครั้ง

“ตกลงเพียงแค่ 300 ชนิดก็ได้ มารับเอาไปทดสอบใหม่ซะ”

เฟยหลง ก็ยังไม่คิดจะขยับร่างกายเช่นเดิม

“เจ้าหนู อย่าได้คืบจะเอาศอก ข้าเมตตา กับเจ้ามากแล้ว รับไปซะ”

เฟยหลงส่ายหน้า คิดจะปฏิเสธการทดสอบรอบสอง

คิดจะยืนยันให้ ตรวจสอบหยกดูดวิญญาณ ก้อนแรกใหม่อีกครั้ง แม้เฟยหลงจะไม่ได้ต้องการชื่อเสียงอะไร แต่การทดสอบใหม่อีกรอบ มันก็น่าเบื่อเกินไป

.................

“ 100 ชนิด จะทดสอบ ไม่ทดสอบ ก็ตามแต่ใจเจ้า รับหยกนี้ไป ทดสอบซะ”

เฟยหลงกำลังเอ่ยปากยืนยันความตั้งใจ

แต่น้ำเสียงใสๆ ดังแววเข้ามาเสียก่อน

“เฟยหลง รับหยกก้อนนั้นไปเร็ว เจ้าควรคำนึกถึงอนาคตของเจ้า มาก่อนเป็นอันดับแรก ความสามารถในอนาคตเจ้าสามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ แต่ศิษย์นักปรุงยาฝึกหัด ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ เจ้าเชื่อข้าเถอะ รับหยกก้อนนั้นมาโดยเร็ว”

จี้หงหลิงตะโกนขึ้น อย่างร้อนรนใจ

เฟยหลงถึงกับ ทำอะไรไม่ถูกได้แต่อึ่งไป

“เฟยหลง เจ้าขยะไร้ค่า เจ้าจะเอารัดเอาเปรียบ คนอื่นเช่นนี้จริงๆ ข้าทดสอบซ้ำๆ มาสามรอบ ถึงจะผ่านได้ หากเจ้าหน้าด้าน รับหยกก้อนนั้นมาทดสอบจริงๆ ข้าจะดูถูกเจ้า ข้าจะดูถูก ตระกูลของเจ้าเก้าชั่วโคตร แม้ข้ากลายเป็นผีร้อยชาติ ข้าก็จะดูถูกเจ้า”

จี้หงหลิง ดวงตาแดงก่ำ จ้องจู่โจมศิษย์ปากมากคนนั้น หากสายตาฆ่าคนได้ ศิษย์คนนั้นคง ร่างกายแหลกเละไปแล้ว

“ใช่ การทดสอบครั้งนี้ เจ้าจะเอารัดเอาเปรียบคนอื่นไม่ได้ พวกข้าก็ไม่เห็นด้วย”

กองเชียร์ ข้างสนามต่างตะโกนอย่างอึงอล เซ็งแซ่

เสียงตบโต๊ะดังขึ้นในทันที เสียงทุกเสียงจึงเงียบลงอีกครั้ง

“เรื่องนี้ เฟยหลงจะต้อง เป็นคนตัดสินใจ ด้วยตัวเอง”

จี้ฉางหลาน คาดคั้นเอาคำตอบจาก เฟยหลง เสียงทอดถอนใจดังขึ้น ก่อนจะกล่าวว่า

“ข้าจะทดสอบรอบสอง อีกครั้ง”

มันคือการตัดปัญหา ไม่ให้เรื่องทอดยาวเกินไป

จี้หงหลิง แววตาเรืองโรจน์อย่างสมใจ ศิษย์คนอื่นๆ หน้าตาบูดบึ้ง ไม่พึงพอใจ ในการตัดสินใจของเฟยหลงเป็นอย่างมาก

“ดี ดี ดี หากจากตอบคำถามถูกเพียง 100 ชนิด ของสมุนไพรวิญญาณระดับต่ำเหล่านี้ ข้าจะให้เจ้าเป็นศิษย์นักปรุงยาระดับต่ำทันที เริ่มทดสอบใหม่ได้”

การทดสอบรอบนี้ เฟยหลงใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้น ก็ตอบคำถามเสร็จเรียบร้อยแล้ว ศิษย์ผู้ติดตามก้าวออกมา ส่งเครื่องตรวจคำตอบวิญญาณ ประกบเข้ากับหยกดูดวิญญาณ ได้ยินเสียงกริ๊ก หยกดูดวิญญาณเข้าไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง ผสานเป็นเนื้อเดียวกัน

เกิดลำแสงสว่างเจิดจ้า ขึ้นรอบทิศทาง พร้อมน้ำเสียงชราดังขึ้น

“ยินดี ด้วยศิษย์นักปรุงยาฝึกหัดระดับต่ำ เจ้าตอบคำถามถูกต้องสมบูรณ์ ครบทั้ง 100 ชนิด เจ้าไม่ได้รับรางวัลใดๆ เลยสักชิ้น เพราะเจ้ามันไร้ค่า”

และลำแสงสว่างนั้น ยังคงสว่างอยู่เช่นนั้น เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ตอกยำความล้มเหลวของเฟยหลง พร้อมรูปภาพสมุนไพรวิญญาณระดับต่ำ 100 ชนิด ปรากฏขึ้นวนไปเรื่อยๆ ให้ทุกคนได้ศึกษา

“เจ้าโกง เจ้ามันขี้โกง เจ้าขยะไร้ค่า เฟยหลง”

ศิษย์คนหนึ่งตะเบ็งเสียง อย่างสะใจ เป็นคนแรก และศิษย์คนอื่นๆ ก็ตะโกนขึ้นติดตามกัน

เฟยหลงยังคงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ กล่าวว่า

“ข้าสอบผ่านแล้ว ใช่ไหม”

“ใช่ เจ้าทดสอบผ่านแล้ว”

ท่านทูตเผิงเทียน หันหลัง และเดินจากไป พร้อมเสียงดังแววผ่านสายลมมาว่า

“เจ้าได้เป็นศิษย์นักนักปรุงยาฝึกหัด ที่อ่อนด้อยที่สุด ของอาณาจักรฟ้าคราม”

“ศิษย์ทราบแล้ว”

เฟยหลงรู้สึกว่า สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งคนนัก การทดสองครั้งแรก มันสมควรจะทำให้เขา ได้ประกาศให้โลกรับรู้ถึงความสามารถอันโดดเด่นของเขา

แต่ทุกคน กับคิดว่า เขาส่งคำตอบ เป็นกระดาษเปล่า เดาสุ่มมั่วๆ เพื่อจะทำให้ท่านทูตผู้ควบคุมการทดสอบเสียหน้า

การทดสอบครั้งที่ 2 กลับกลายเป็นว่า เขาได้รับสิทธิพิเศษ เกินหน้าเกินตา ทำให้ศิษย์ร่วมสำนักทุกคนสาปแช่งเขา

ท่านทูตผู้ควบคุมสอบ คล้ายจะจงใจ ทำให้เขา ได้อับอาย และเป็นศัตรูกับ ศิษย์คนอื่นๆ นั่นคงจะเป็นบทลงโทษ ที่เขาก่อกวน ทำให้ท่านทูตเสียหน้า ต่อสายตาของจี้ฉางหลานอย่างแน่นอน

สุดท้าย ในสายตาของศิษย์ทุกคน เขาก็ยังคงหลบหนี้ไม่พ้น กับคำกล่าวที่ว่า ขยะไร้ค่าเฟยหลง เช่นเดิม

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เฟยหลงก็ไม่ได้ ให้ความสำคัญกับการทดสอบ พื้นฐานง่ายๆ นี้แต่อย่างใด แม้แต่ตำแหน่งศิษย์นักปรุงยาฝึกหัด ก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขา

คลังข้อมูลในหัวสมองเขาต่างหากที่เขาให้ความสนใจ เพราะมันนับเป็นทุนรอน ที่เขาจะรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากดินแดนอันโหดร้ายแห่งนี้ได้

....................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #3 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 17:27
    เเบบ... -จะโทษคนอื่นก็ไม่ได้ป่ะ -ไม่ยอมส่งเองอ่ะ จะรอเวลาเพื่อไร - บทป่วยชิบหาย รับไม่ได้

    ขออภัยในคำหยาบเเต่นิยายเรื่องนี้คือเรื่องเเรกเลยที่เม้นหยาบเเบบนี้
    #3
    2
    • #3-1 wirath1987(จากตอนที่ 4)
      12 เมษายน 2563 / 18:45
      ขอบที่เข้ามาอ่านคับ
      #3-1
    • #3-2 Suthatnan(จากตอนที่ 4)
      8 พฤษภาคม 2563 / 00:16
      ชีวิตจริงข้อสอบ100ข้อยังใช่เวลากันหลายชั่วโมงเลยนะครับนี่5000ข้อแค่1ชั่วโมงนี่ผมว่าก็ไวเกินแล้วนะครับ
      #3-2