Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 3 : เริ่มการฝึกฝนวิชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

3. เริ่มการฝึกฝนวิชา

 

วิชาที่ใช้บ่มเพาะพลังถือเป็น ทรัพยากรที่ทรงคุณค่ามากที่สุด ศิษย์ส่วนใหญ่ของโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว จะต้องทำงาน ให้ได้ตามเงื่อนไขก่อนถึงจะได้รับวิชาบ่มเพาะ เพื่อเริ่มต้นฝึกฝนวิชา

เฟยหลงไม่ได้ให้ความสนใจ วิชาขยะระดับต่ำๆ เหล่านี้ มากมายนัก แต่ศิษย์ผู้ขาดแคลนคนอื่นๆ คิดต่างจากเขามาก ต่างมองเห็นวิชาบ่มเพาะเหล่านี้ เปรียบเสมือนเช่น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะนำมันมากราบไหว้ทุกเช้าเย็น 

วิชาบ่มเพาะสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ แล้วแต่คุณสมบัติของ ร่างกาย อายุกระดูก และตามธาตุต่างๆ ที่ร่างกายสามารถดูดกลืนได้ในขณะนั้น อาทิเช่นธาตุ ไม้ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง 

ดังนั้นนักปรุงยา ทุกคนมักจะเลือกวิชาธาตุไม้เป็นวิชาหลัก เพื่อใช้บ่มเพาะพลัง ฉะนั้นวิชาบ่มเพาะระดับสูงๆ ขึ้นไป ของแคว้นสวี่ จึงเป็นวิชาธาตุไม้ และประชาชน 9 ใน 10 ส่วน ต่างก็ดูดกลืนพลังปฐพีและสวรรค์ ธาตุไม้มาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาแล้ว

ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ที่ผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่ จะมีร่างกายธาตุไม้ อายุกระดูกธาตุไม้ พรสวรรค์ธาตุไม้ วิชาบ่มเพาะพื้นฐานจึงมีชื่อเรียกว่า วิชาพฤกษาวงกตเพลิง เป็นวิชาระดับต่ำ หนึ่งดาว

……………….

เฟยหลง แม้จะไม่ใช่คนภายในแคว้นสวี่ โดยกำเนิด แต่ร่างกายของเขากับมีธาตุไม้ อยู่ด้วยเช่นกัน การฝึกฝนวิชาบ่มเพาะพฤกษาวงกตเพลิง จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย 

จากความทรงจำดั้งเดิม ขององค์ชายเฟยหลง วิชาบ่มเพาะหลักของทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ คือ วิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ จักรพรรดิ เชื้อพระวงศ์ ขุนนาง เจ้าครองแคว้น ประชาชนทั่วๆ ไป ต่างก็ใช้วิชานี้ เพื่อบ่มเพาะพลังเป็นวิชาหลัก และวิชาอื่นๆ หากค้นหาได้ เป็นวิชาบ่มเพาะรอง แม้จะกล่าวเช่นนั้น 

ผู้สืบสายโลหิตจักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ อันเข้มข้นย่อมได้เปรียบกว่า คนที่มีสายโลหิตกิเลนเบาบาง ผลลัพธ์ที่ได้จึงแตกต่างกันอย่างมากมาย ราวฟ้ากับดิน

ดั้งนั้น ตอนนี้เฟยหลง จึงมีวิชาบ่มเพาะพลังรวมทั้งสิ้น 3 วิชา ได้แก่ 1.อักขระเก้ามังกรประตูปริศนา 2.กิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ 3.พฤกษาวงกตเพลิง 

หากเป็นบุคคลทั่วไป คิดที่จะฝึกวิชาเหล่านี้ พร้อมกันในครั้งเดียว ร่างกายคงจะทนทานรับไม่ไหว ร่างกายย่อมจะต้องระเบิดตาย 

แต่ร่างกายของเฟยหลง แตกต่างจากบุคคลทั่วๆ ไป อย่างมาก เพราะเฟยหลงมีเส้นชีพจรคู่ ซึ่งน้อยคนนักจะมีได้ อันได้แก่ 

1.เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ 2.เส้นชีพจรกิเลน

เส้นชีพจรแรก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเส้นชีพจร ต่อต้านสวรรค์ 

ส่วนเส้นชีพจรเส้นที่สอง สามารถเรียกได้ว่าเป็นเส้นชีพจร ฝืนลิขิตฟ้า 

ดังนั้นเฟยหลงจึงคิดที่จะใช้

เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ ฝึกฝนวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา เนื่องจากวิชาบ่มเพาะระดับต่ำ จะไม่ส่งผลใดๆ ต่อเส้นชีพจรกิเลนพิษ นี้ได้เลย แม้สักนิด มันจึงถือว่าเป็นการต่อต้านสวรรค์ไปในทันที ส่วน

เส้นชีพจรกิเลน จะใช้ฝึกฝนวิชา กิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และพฤกษาวงกตเพลิง ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคน ต่างก้าวเดินจากจุดต่ำสุด และพัฒนาไปที่ละก้าว อย่างยากลำบาก ล้วนแล้วแต่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ศึกยุทธ์ฝืนลิขิตฟ้าทั้งสิ้น

ดังนั้นการบ่มเพาะพลังของเฟยหลง ในขณะนี้ จึงถือได้ว่าหนักหน้า และยากลำบากมากกว่า ผู้บ่มเพาะพลังคนอื่นๆ นับสิบๆ นับร้อยๆ เท่า 

ทั้งต่อต้านสวรรค์ และฝืนลิขิตฟ้า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะผ่านวันคืนอันเงียบสงบนั้น ไปได้อย่างง่ายดาย

……………….

ภายหลังจากการเข้า เป็นศิษย์โรงหมอกระบี่เก้าค้างคาว ทรัพยากรชุดแรก ก็ถูกส่งมาให้ มันดูจะมากมายสำหรับศิษย์สำนักเล็กๆ แห่งนี้ แต่สำหรับเฟยหลง ต่อให้ใช้ทรัพยากร ทั้งหมดของสำนักแห่งนี้ ก็ไม่น่าจะเพียงพอ ในการบ่มเพาะพลัง แม้แต่หนึ่งในพันส่วนเลยสักนิด

ยังดีที่ตอนนี้ สิ่งที่เฟยหลง พึงพายังคงเป็นเม็ดยาสวรรค์ ที่ใช้ฝึกฝนร่วมกันกับวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา ตราบใดที่เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ ดูดกลืนพลังแห่งปฐพีและสวรรค์เข้าไปได้ ร่างกายอันไร้ค่าก็จะเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

ภายจากนั้น เส้นชีพจรคู่ที่สองก็จะสามารถเริ่มบ่มเพาะพลัง ขนานไปด้วยกันได้ แม้จะเชื่องช้าไปบ้าง แต่หากมีความอดทน บากบัน ย่อมจะต้องประสบความสำเร็จ ดังคำกล่าวที่ว่า

 “ความพยายามอยู่ที่คน ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า”

....................

ภายในมิติว่าง นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เฟยหลงเข้ามายังมิติแห่งนี้ 

เมื่อมีโอกาสสักเล็กน้อย เขาจะเข้ามาเพื่อดูดกลืนเม็ดยาสวรรค์ และฝึกฝนวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา ซึ่งมีชื่อว่า อักขระประตูมังกรพื้นฐาน มันมีด้วยกันเก้าประตู โดยคงต้องใช้เวลาเป็นล้านปี ถึงจะฝึกฝนจนสำเร็จ 

เพื่อความเข้าใจง่ายๆ จึงแยกแยะได้ดังนี้

แบ่งออกเป็น 4 ขั้น 9 ประตู ครึ่งแรก คือ 

อักขระประตูมังกรพื้นฐาน

อักขระประตูมังกรลึกล้ำ

อักขระประตูมังกรวิญญาณ

อักขระประตูมังกรเซียน

….ฯลฯ

แต่ที่น่าตกใจ มันเป็นเพียงแค่ครึ่งแรก ของวิชาบ่มเพาะนี้ เท่านั้น อีก 5 ขั้น ครึ่งหลัง

เจ้าพีระมิดประหลาดนั้น ยังคงแอบเก็บเอาไว้ มันคงคิดว่า แค่ 4 ขั้นแรก ต่อให้ผู้บ่มเพาะดินแดนเก้าประตูเทวะ ก็คงต้องใช้เวลาเป็นพันๆ ปี จึงจะฝึกฝนได้ หนึ่งในล้านส่วน 

“เออ เรื่องนี้ มันน่าจะคิดถูกจริงๆ ก็ได้” เฟยหลงรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย

มากล่าวถึงอุปสรรคสำคัญ ของการศึกฝนวิชากันสักนิด ปัญหาหลักเลยก็คือ เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ แบ่งอุปสรรคเป็น 9 สำคัญ อันได้แก่ 

อุปสรรคเส้นชีพจรกิเลนพิษ ระดับ 1 พิษกิเลนมหาวิบัติจะปรากฏขึ้นหนึ่งเส้น 

อุปสรรคเส้นชีพจรกิเลนพิษ ระดับ 2 พิษกิเลนมหาวิบัติจะปรากฏเส้นที่สองขึ้น

.... ฯลฯ 

อุปสรรคเส้นชีพจรกิเลนพิษ ระดับ 9 พิษกิเลนมหาวิบัติจะปรากฏเส้นที่เก้าขึ้น

หากเฟยหลง สามารถผ่ามหาวิบัติภัยทั้ง 9 เส้นนี้ ไปได้ นั้นก็หมายความว่า ร่างกายนี้ ก็จะเป็นอมตะ นับเป็นทุนรอน ที่จะไต่เต้าไปยังดินแดนอื่นที่แข็งแกร่งกว่า

.....................

การฝึกฝนอักขระประตูมังกรพื้นฐาน ประตูแรก ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว โดยใช่ตัวช่วย นั่นก็คือเม็ดยาสวรรค์ 

ดังนั้น มันจึงไปกระตุ้น เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติเส้นแรก ขึ้นมาด้วยเช่นกัน มันเปล่งลำแสงสีเหลืองอ่อนๆ อันงดงามขึ้นมา เมื่อใดที่ลำแสงสีเหลืองเข้มข้น จนถึงจุดหนึ่ง ภัยพิบัติที่ร่างกายนี้ จะต้องเผชิญ คงไม่สามารถคาดการณ์ใดๆ ได้

สุดท้ายใช้เวลา 3 เดือน ก็สามารถสร้างประตูมังกรประตูแรกได้สำเร็จ มันมีขนาดเท่ากับฝ่ามือ กว้าง 2 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว 

สิ่งที่สามารถผ่านประตูนี้ เข้าไปได้ น่าจะเป็นหนูตัวเล็กๆ เท่านั้น แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่อาณาจักรการบ่มเพาะ ของเส้นชีพจรคู่แรก ก็บรรลุถึงปราณก่อกำเนิดระดับเก้า

การฝึกวิชานี้ ขอเพียงมีเม็ดยาสวรรค์เป็นจำนวนมาก ก็จะสามารถฝึกฝนไปได้อย่างรวดเร็ว ราวกับร่ายเวทย์มนต์ แต่สิ่งดีๆ จะคงอยู่ไปได้นานจริงๆ หรือ ในอนาคตอันใกล้ เม็ดยาสรรค์ ก็ต้องมีวันหมดลง

เฟยหลงหยิบหยกดูดวิญญาณออกมา ภายในหยกมี ตำรายา และวิธีปรุงยา ของดินแดนเทวะ ไม่รอชักช้า ทำการดูดกลืนข้อมูลทั้งหมด เข้าสู่ภายในทะเลจิตวิญญาณทันที

ข้อมูลจำนวนมากมายหลั่งไหล เข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา ใช้เวลาอีก 1 เดือน จึงสามารถผสาน ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างสมบูรณ์

ภายในหัวสมองของเฟยหลง จึงกลายเป็นคลังข้อมูล เคลื่อนที่ ไม่มีสิ่งใดภายใต้สวรรค์แห่งนี้ ที่เขาจะไม่รู้ 

แม้จะเป็นการเอาเปรียบ นักปรุงยาคนอื่นๆ ไปบ้าง แต่ความโชคดี ก็นับเป็นความสามารถอย่างหนึ่งเช่นกัน

.................

เมื่อบ่มเพาะเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ หรือเส้นชีพจรต่อต้านสวรรค์ ถึงปราณก่อกำเนิดระดับเก้า

เฟยหลง จึงวางแผนที่จะฝึกฝนเส้นชีพจรคู่ที่ 2 ในทันที นั่นคือเส้นชีพจรกิเลน หรือเส้นชีพจรฝืนลิขิตฟ้า 

ในตอนนี้ เฟยหลง ได้ตั้งกฎเหล็กเอาไว้ว่า จะไม่ใช้เส้นทางลัดใดๆ เพื่อฝึกฝนเส้นชีพจรคู่ที่ 2 นี้ โดยเด็ดขาด เม็ดยาสวรรค์ เฟยหลงจะประหยัดเอาไว้ ใช้สำหรับฝึกฝนเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ เท่านั้น 

ดังนั้นทรัพยากร ที่จะใช้บ่มเพาะสำหรับเส้นชีพจรคู่ที่ 2 ก็คือ ทรัพยากรที่หามาได้ด้วย ความสามารถ จากโลกภายนอก เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

…………………

วิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และพฤกษาวงกตเพลิง ล้วนแล้วแต่เป็นวิชาพื้นฐาน แบ่งออกเป็น 9 ระดับ เช่นกัน คือการสร้างประตูกิเลนพื้นฐาน 9 ประตู และประตูพฤกษาพื้นฐาน 9 ประตู จึงจะถือว่าฝึกฝนสำเร็จ 

และต่อจากนั้น ก็ต้องใช้ความสามารถต่างๆ ที่ตนเองมี ต่อสู้ แย้งชิง ฆ่าฟัน ปล้น คดโกง ทำอย่างใดก็ได้ ที่จะค้นหาวิชาขั้น ลึกล้ำ วิญญาณ เซียน 

ไม่น่าแปลงใจเลยสักนิด ที่สำนักเล็กๆ แห่งนี้ ต่างก็พากัน ดิ้นรนที่จะออกเดินทาง ไปยังบ้านเมือง ที่มีเจริญรุ่งเรืองแห่งอื่นๆ เพื่อแสวงหาโชควาสนาของตนเอง ในโลกแห่งการฝึกตน มันคือกฎแห่งป่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก คนอ่อนแอ ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนที่แข็งแกร่งกว่า ฉันใดก็ฉันนั้น

……………….

5 เดือนผ่านไป สุดท้ายเฟยหลง ก็สร้างประตูกิเลน และประตูพฤกษาพื้นฐาน ประตูแรกสำเร็จ มันมีขนาดเท่ากับฝ่ามือ เช่นเดียวกัน กว้าง 2 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว มีขนาดเท่ากับหนูรอดผ่านไปได้เท่านั้น 

แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับกลับไม่เป็น ที่น่าพึงพอใจมากนัก เพราะอาณาจักรพลัง เพิ่มขึ้น เพียงแค่ปราณก่อกำเนิดระดับ3 เท่านั้น หรือเท่ากับ 2+1=3

สามารถแยกแยะความแตกต่างได้ดับนี้

วิชาอักขระประตูมังกรพื้นฐาน สร้างประตูพื้นฐานประตูแรก พลังเส้นชีพจรคู่ 1 คือ ปราณก่อกำเนิดระดับเก้า

วิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ สร้างประตูพื้นฐานประตูแรก พลังเส้นชีพจรคู่ 2.5 ปราณก่อกำเนิดระดับสองกับอีกครึ่ง

วิชาพฤกษาวงกตเพลิง สร้างประตูพื้นฐานประตูแรก พลังเส้นชีพจรคู่ 0.5 ปราณก่อกำเนิดครึ่งส่วน

ทั้งหมดทั้งมวล ต่างก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่คำว่า ต่อต้านสวรรค์ และฝืนลิขิตฟ้า ทั้งสิ้น พลังของเส้นชีพจรคู่ 1 จะกดข่มเส้นชีพจรคู่ 2 อยู่ตลอด เพราะยังต้องพึงพาความสามารถของเส้นชีพคู่แรกอยู่นั้นเอง  พลังบ่มเพาะของเส้นชีพจรคู่ที่ 2 จึงเป็นไปได้อย่างเชื่องช้า ไม่สมเหตุสมผล

...........................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #44 Kanokratphuk_42 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 07:09
    งง...บรรยายอะไรนักหนา...เข้ามาอ่านเพื่อความสนุก...ไม่ใช่เอาไปสอบนะโว้ยยยย
    #44
    0
  2. #43 Porsky Pooly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 07:58
    บรรยาย เยอะแยะ..แต่วน ๆ ซ้ำไปมา
    #43
    0
  3. #40 ate2120465 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 09:30
    ปวดหัวงง
    #40
    0