Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 37 : กำเนิดสัตว์วิญญาณเทวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

37. กำเนิดสัตว์วิญญาณเทวะ

ขอคั่นเวลาฉากบู๊กันสักนิด จากการประเมินของเฟยหลง ตัวประกอบ ซึ่งเป็นสาวกหลักพรรคมารฟ้าคนนี้ น่าจะฝึกฝนวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน และวิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ได้สำเร็จ บางส่วนแล้ว

โดยเฉพาะวิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ 9 กระบวนท่า อันได้แก่

1.กลืนกินศิลาฟ้า 2.กลืนกินโลหิตฟ้า 3.กลืนกินกฏแห่งฟ้า 4.กลืนกินมิติฟ้า 5.กลืนกินวิญญาณฟ้า 6.กลืนกินอักขระฟ้า 7.กลืนกินย้อนทวนฟ้า 8.กลืนกินแก่นสวรรค์ 9.กลืนกินเทวะสิ้นสูญ

โดยพื้นฐานทั่วไปแล้ว เหล่าสาวกหลัก จะฝึกฝนวิชากระบี่นี้ ได้เพียงแค่ ขั้นพื้นฐาน ระดับสูง ระดับล้ำลึก เพียงสามระดับเท่านั้น แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่ว่า หากสาวกคนใดก็ตาม มีความสำเร็จ เกี่ยวกับการฝึกฝน วิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้าพื้นฐาน และยังสามารรถ สร้างเปิดทำลาย ประตูแรก ได้สำเร็จ วิชากระบี่นี้ ก็อาจจะถูกยกระดับไปถึงระดับขั้นที่ 4 คือ ผู้เชี่ยวชาญ ได้เลยที่เดียว

และสาวกคนนี้ จากการประเมินของเฟยหลง ก็อาจจะบรรลุวิชากระบี่ถึงระดับ ผู้เชี่ยวชาญ แล้วเช่นกัน

.............

เฟยหลงจำต้องยอมรับกับตนเองว่า ไม่ได้มีความสำเร็จ เกี่ยวกับวิชากระบี่นี้มากนัก โดยเฉพาะระดับผู้เชี่ยวชาญ เนื่องมาจาก ปัญหาและอุปสรรค ของเส้นชีพจรภายในร่างกาย ที่ไม่ได้เหมือนกันกับ ผู้ฝึกยุทธ์ ทั่วๆ ไป

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เช่นกลุ่มของเชียงจาง พวกเขามีเส้นชีพจรระดับมนุษย์ ทั่วๆ ไป เป็นเพียงเส้นชีพจรที่หาได้ตามท้องถนน ทั่วๆ ไป ไม่ได้มีลักษณะอันโดดเด่นอะไร เมื่อดูดกลืนไข่เบญจธาตุเข้าไป มันจึงนับว่า เป็นการเริ่มต้นของการพัฒนาเส้นลมปราณ ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านจาก เส้นชีพจรของมนุษย์ธรรมดาๆ ให้กลายเป็น เส้นชีพจรมารฟ้า

และเมื่อได้ฝึกฝนวิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้าพื้นฐาน เส้นชีพจรของพวกเขาจึงได้กลายเป็น เส้นชีพจรมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ได้ทันทีทันใด ไม่ต่างจากปลาหลี่กระโดดข้ามประตูมังกร แต่ประการใด

................

ส่วนอุปสรรคของเฟยหลง

แม้จะดูดกลืนไข่เบญจธาตุ ไปเป็นจำนวนมาก แต่เส้นชีพจรคู่ของเขา อันได้แก่ เส้นชีพจรต่อต้านสวรรค์ และฝืนลิขิตฟ้า กลับไม่คิดจะยอมรับ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อย ใดๆ เลย เฟยหลงคิดว่าเขาคงจะต้อง ก้าวผ่านภัยพิบัติของ เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติเส้นแรก ไปให้ได้เสียก่อน อุปสรรคต่างๆ ที่กำลังขวางกั้นอยู่ จึงจะเริ่มคลายลง

ในเมื่อเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ มันดูดกลืนแก่นโลหิตมารฟ้า อย่างตะกละตะกลาม ไปเป็นจำนวนมาก มันก็ควรจะส่งผลดีๆ อะไรกลับบ้างในอนาคต ไม่ใช่ทำตัวดื้อด้านเช่นนี้ อยู่ตลอดเวลา

.............

วกกลับมายัง เหตุการณ์ที่กำลังตึงเครียดที่ปรากฏ อยู่ตรงเบื้องหน้า ในยามนี้ เฟยหลงแม้ว่า จะวางท่าทางอันเขื่องโข แต่เพลงกระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กับฝึกฝนได้เพียงแค่ระดับล้ำลึก เท่านั้น และสาวกหลักคนนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสักหนึ่งหรือสองกระบวนท่า ที่ฝึกฝนจนบรรลุถึงระดับผู้เชี่ยวชาญแล้ว

เฟยหลงนับว่า พ่ายแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งเลยที่เดียว หากจะคิดสัประยุทธ์ กันอย่างตรงไปตรงมา เฟยหลงคิดว่าสุดท้ายแล้วน่าจะจบลง ที่ผลลัพธ์ของการเสมอกันเท่านั้น แต่นั้นไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เฟยหลงต้องการ เมื่อเพลงกระบี่มารฟ้าไม่สามารถจะนำออกมาใช้ได้ เขาก็ยังมีวิชาก้นหีบ อยู่อีกหลากหลายวิชา ที่จะนำออกมาต่อสู้ได้

อาทิเช่น วิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน อาวุธเข็มจิตวิญญาณ ที่เคยทำให้เหลียวเหิงหวง พ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสัประยุทธ์ กันเลยด้วยซ้ำ

“ระวังมันใช้วิชา จิตวิญญาณเล่นงานเอา”

เฟยหลงหันไปจ้องมองเหลียวเหิงหวง ที่หวังดีร้องเตือนขึ้น

แววตาเฟยหลงทอประกาย ยังกับจะกินเลือดกินเนื้อ นี้ยังนับเป็นการต่อสู้กันอย่างยุติธรรมอยู่อีกหรือ มันเรียกว่าหมาหมู่รุมกัดต่างหาก

ไอ้สาวกหลักพรรคมารเชิดปาก ร้องเฮอะ ออกมาคำหนึ่งกล่าวว่า

“คิดว่าข้า เป็นม้าแก่ ที่ไร้ประสบการณ์ หรือยังไง ใครๆ ก็รู้ว่าผู้จารึกอักขระ ต่างก็ฝึกฝนวิชาจิตวิญญาณกันทั้งนั้น ข้าย่อมจะต้องเตรียมการรับมือมาเป็นอย่างดี”

ไอ้ตัวประกอบสะบัดมือ ปรากฏกระจกกั้นจิตวิญญาณ ขึ้นบนฝ่ามือ แล้วโยนมันขึ้นไปลอยคว้างอยู่เหนือศีรษะ ทอม่านลำแสงครอบร่างกายเอาไว้

เฟยหลงหน้ามุ่ย อยากตะโกนออกมา ด้วยความอัดอั้นตันใจ สองวิชาหากินของเขา กับไร้ประโยชน์ ในสถานที่แห่งนี้เสียแล้ว

“เหลียวเหิงหวง เจ้ามันวุ่นวาย วอนหาที่ตาย จริงๆ”

เฟยหลงร้องขู่คำรามขึ้น เหลียวเหิงหวง ยักไหล่ แสยะยิ้ม หลิ่วตาเยาะเย้ย ไม่ได้นึกหวาดกลัว กับคำขู่เลยแม้แต่น้อย

“เจ้าหนู ก่อนที่จะข้ามหน้าข้ามตา ไปข่มขู่คนอื่นๆ จงสำรวจสภาพอันย่ำแย่ ของตนเอง ก่อนจะดีกว่าไหม”

ไอ้ตัวประกอบ ก็กล่าววาจาเยาะเย้ย ย่ำเตือนขึ้นอีกคน พวกมันต่างไร้ยางอาย คิดรุมเล่นงานเขาคนเดียว ข้าจะต้องสังหารพวกเจ้าให้ตายๆ กันไปให้หมด จิตสังหารของเฟยหลงหลั่งไหลออกมา อย่างไม่ลืมหูลืมตา ปราณพิษก็แผ่ระบาดของมา จากภายในร่างกายเขาด้วยเช่นกัน

นอกจากปราณพิษที่แผ่ระบาดออกมาแล้ว สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงก็คือ กลิ่นอายของสายเลือดกิเลนฟ้าที่สร้างแรงกดดันอันมหาศาลออกมา

“ที่แท้เขา ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง กับราชวงค์กิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ นี้เอง”

ซุนเค่อหยุน รำพึงรำพันขึ้น อย่างประหลาดใจเหลือล้น แม้แต่ หวางตง-ถิงอู้จิ้ว-เฉิงหวู่-เหลียวเหิงหวง-หลิวหลัวซุย ก็เก็บความรู้สึกอันประหลาดใจนี้ เอาไว้ไม่ได้เช่นกัน ต่างจ้องมอง อย่างตกตะลึงตาค้าง

เบื้องหลังของเฟยหลง ปรากฏเป็น ร่างของสัตว์วิญญาณเทวะลอยคว้างอยู่ตัวหนึ่ง ความจริงมันก็คือ กิเลนศักดิ์สิทธิ์แรกเกิด ลำตัวของมันมีขนเป็นสีแดงอ่อนๆ มันมีขนาดเท่ากันกับลูกแมวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ท่าท่างของมันช่างหยิ่งยโสเป็นอย่างมาก มันอ้าปากหาวหวอดๆ อยู่สองสามครั้ง แล้วถึงจะเหลือบสายตามองเฟยหลง อย่างดูถูกดูแคลน

มันมีรูปร่างกลมๆ จ้ำม่ำ อ้วนท้วนน่ารัก มันจะก้าวเดินเตาะแตะ เดินไปได้เพียงก้าวสองก้าว ก็จะล้มคว่ำหน้าลง บนศีรษะของมีมงกุฎสีแดงสวมเอาไว้ แม้ว่ามันจะเดินล้มลุกคลุกคลานสักกี่ครั้ง มงกุฎประหลาดนี้ ก็ไม่เคยหลุดล่วงออกมาจากศีรษะของมันเลยสักครั้ง

เฟยหลงคิดว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นนี้ ทำให้เขารู้สึกขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่มันควรจะเกิดขึ้นก็คือ กิเลนรูปร่างบึกบึน ร่างกายสูงใหญ่ ท่าทางน่าเกรงขาม อ้าปากขู่ร้องคำราม เสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งท้องฟ้า ประกาศศักดิ์ดา ให้ทุกคนได้หวาดกลัว ไม่ใช้ออกมาหาวหวอดๆ เช่นนี้

ไอ้ลูกแมวตัวนี้ มันช่างไร้ประโยชน์เสียจริงๆ ขนาดเดิน ยังเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

แถมยังมองเขา ยังกับ เขาไปติดหนี อะไรมันเอาไว้ จับมันมาย่างกินซะดีไหม หมั่นไส้ ในความอวดดีของมัน

ตั้งแต่เฟยหลงเริ่มบรรลุขั้นรู้แจ้งสวรรค์ ระดับ 1 เขาก็เริ่มจะสัมผัสได้ถึงเงาร่างนี้ มาโดยตลอด แต่ไม่เคยจะแจ่มชัด ได้ถึงเพียงนี้ มาก่อนเลย นี้นับว่าเป็นครั้งแรก ที่ลูกแมวประหลาดนี้ปรากฏออกมา โดยมีร่างเลือดเนื้อ เช่นสัตว์อสูรทั่วๆ ไป

...............

เมื่อถูกเจ้าลูกแมวน้อยตัวนี้ เรียกความสนใจไปช่วงเวลาหนึ่ง เฟยหลงไม่คิดจะทอดเวลา ให้ยืดยาวต่อไปอีกเขาเรียกกระบี่โลหิตแก่นอสูร ออกมา และเริ่มโคจรเคล็ดวิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เรียกใช้วิชากระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กระบวนท่าแรก ในทันที

สะบั้นโลหิตกิเลนฟ้า

เฟยหลงวิ่งถาโถมราวติดจรวด ออกไปเป็นเส้นตรง ฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว เฟยหลงซึ่งเป็นนักฉกฉวยโอกาส มาแต่ไหนแต่ไร หรือในหมู่นักเลงหัวไม้ ต่างรับรู้กันดีว่า ใครเปิดก่อนย่อมได้เปรียบ สาวกหลักพรรคมารเป็นฝ่ายตั้งรับ เงื้อมือขวาต้านทางกระบี่ ที่เตรียมจะฟาดใส่ศรีษะ

กลืนกินศิลาฟ้า

กระบี่และดาบกระทบกระแทกกัน เกิดเสียงดังครืนครั่น ดุจฟ้าคำรนคำราม วิชากระบี่แรก ของเฟยหลงบรรลุระดับตำนาน เพลงกระบี่เกรี้ยวกราด เป็นเพลงกระบี่ สายเพิ่มพูน ส่วนวิชากระบี่ของสาวกพรรคมาร บรรลุถึงระดับผู้เชี่ยวชาญแล้วจริงๆ แต่มันกับ เป็นเพลงกระบี่ สายดูดกลืนกิน นับว่าเป็นเพลงกระบี่สองขั้วที่แตกต่างกัน

การเข้ามาประหัตประหาร หยั่งเชิงกันในครั้งแรก นับว่าเฟยหลง ได้เปรียบอยู่เล็กน้อย

ทั้งสองฝ่ายถูกคลื่นพลังย้อนทวน จนม้วนตลบถอยหลังกรูด ห่างกันสิบก้าว ง่ามมือปรากฏโลหิตไหลซึมออกมา เฟยหลงไม่ได้ให้ความสนใจกับบาดแผลเล็กๆ นี้ สาวกพรรคมารปาดเลือดที่ไหลซึมออกมาจากมุมปาก ซึ่งมีอาการหนักหนากว่าของเขาอยู่บ้าง ซึ่งโดนทั้งวิชากระบี่อันเกรี้ยวกราดจู่โจมใส่ โดนทั้งปราณพิษระบาดใส่

ซึ่งสามารถยืนอยู่ได้เช่นนี้ ก็นับว่า มีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ

เฟยหลงไม่คิดจะให้ฝ่ายตรงข้าม ได้มีเวลาหยุดพัก เขาพุ่งออกไปโจมตีอีกครั้ง กระบวนท่าที่ 2 ก็ได้ระเบิดขึ้น

สะบั้นวิญญาณอสูร

สาวกหลักพรรคมาร ร่างกายสั่นเทิ้ม แต่ก็ยังคงกำดาบเอาไว้ อย่างมั่นคง โคจรเคล็ดวิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้า อย่างสุดชีวิตจิตใจ แล้ววาดกระบี่กระบวนท่าที่สอง ออกมาเช่นกัน

กลืนกินโลหิตฟ้า

ระดับของวิชากระบี่ ยังคงเหลื่อมล้ำกันอยู่เช่นเดิม กระบี่ของเฟยหลงยังคงเป็นระดับตำนาน ส่วนของอีกฝ่ายเป็นเพียงระดับผู้เชี่ยวชาญ แต่พลังอำนาจของเพลงกระบี่ ของทั้งสองกับไม่ได้เสียเปรียบได้เปรียบกันมากนัก

................

อนึ่ง ไม่อาจจะเปรียบเทียบ ได้แค่วิชากระบี่ ของผู้บ่มเพาะเพียงแค่สองคน ได้อีกต่อไป ในที่นี่จะต้องกล่าวถึง ทวีปทั้งสองทวีปถึงจะถูกต้อง อันได้แก่ ทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และ ทวีปผลท้ออสูรฟ้า ซึ่งมีพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ครอบครองความยิ่งใหญ่

เช่นนั้น ทั้งสองทวีป จึงมีความภาคภูมิใจ ในวิชาบ่มเพาะของตนเองเป็นอย่างยิ่ง เช่นนั้น จึงไม่สามารถจะกล่าวได้ว่า วิชากระบี่ของใคร เหนือกว่าของใครได้เลย

แต่ที่เฟยหลงแม้จะมีวิชากระบี่เหนือกว่า แต่พลังบ่มเพาะยังคงอ่อนด้อยกว่าอยู่นิดหน่อย ปัจจุบันเฟยหลงมีพลังบ่มเพาะอยู่เพียงแค่ระดับขั้นรู้แจ้งสวรรค์ ระดับ 1 เท่านั้น แม้จะสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ แต่ก็ไม่อาจจะใช้ได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

เช่นนั้น แม้เฟยหลงจะต่อสู้อย่างไร ผลแพ้ชนะ ก็จะไม่มีวันจะปรากฏออกมาได้เพียง หนึ่งหรือสองกระบวนท่า

“เจ้าหนูพวกเราเลิกแล้ว ต่อกันไป ดีหรือไม่ ข้ายินดีจะเปิดทางให้เจ้าก้าวผ่านประตูนี้ไป และข้าคิดว่า คงไม่มีผู้บ่มเพาะคนใด คิดจะออกมาขวางทางเจ้าอีกแล้วเช่นกัน”

จะบ้าเหรอ หากคิดจะมีปัญหากับรุ่นเยาว์ ของราชวงค์กิเลน แม้มีขวัญบังอาจเทียมฟ้า มากมายสักปานใด ใครยังจะกล้าไปยั่วยุ เหล่าผู้อาวุโส อันไร้เหตุผล ต้องพิโรธกันเล่า สำนักๆ หนึ่ง อาจจะหายวับไปกับตา หากได้รับทราบข่าวมาว่า มีผู้บ่มเพาะบางคน ไปทำให้สายเลือดราชวงค์กิเลน ได้รับบาดเจ็บแม้สักกระผีกริ้น

เฟยหลงอยากจะสังหาร ไอ้สาวกหลักคนนี้จริงๆ แต่จากการประเมินของเขาแล้ว แม้อาจจะสังหารมันได้ เขาก็ไม่ใช่เทพเทวดา ที่มีพลังปราณแท้ใช้ไม่มีวันหมด เขาสามารถจะใช้เพลงกระบี่ระดับตำนาน ได้สูงสุดเพียงแค่ 3 กระบี่ เท่านั้น นี้ก็ใช้ออกไปสองกระบี่แล้ว มันเกินขีดจำกัด ของพลังบ่มเพาะของเขาไปมากแล้ว

แต่พวกไร้ยางอาย มันกับมีอยู่อย่างมากจริงๆ ชนะคนหนึ่งได้ แต่คนที่สอง ที่สาม บลาๆ ยังต่อแถว อยู่อีกเป็นจำนวนมาก เขาย่อมไม่มีความสามารถสังหาร ได้ทั้งหมดทุกคน

หากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยามนี้ มีเพียงแค่ตัวเขา กับไอ้สารเลว สาวกหลักพรรคมารคนนี้ เขาจะยอมดื้อด้านวิ่งเข้าชน แลกชีวิตกับมันในทันที

วันพระไม่มีเพียงวันเดียว ปล่อยพวกมันไปชั่วคราว ก่อนแล้วกัน

…………….

“พวกเจ้าจงเปิดทางให้ข้า อย่าคิดเล่นลูกไม้ กับข้าโดยเด็ดขาด”

เฟยหลงกวาดสายตามองไปยัง เหลียวเหิงหวง หลิวหลัวซุย พวกเขาก็ถอยหลัง หลีกทางให้เช่นกัน

“พวกเจ้า คิดจะกักขังข้าเอาไว้ หรือจะยอมเปิดทางให้ข้าเสียดีๆ”

หวางตง ไม่คิดจะให้เฟยหลง เดินเข้าประตูไปเพียงคนเดียวแน่ๆ สมบัติตั้งมากมาย ใครจะยินยอมให้เด็กน้อยคนหนึ่งกวาดไปได้ทั้งหมด

เหลียวเหิงหวง กล่าวว่า

“เจ้าหวางตง ซุนเค่อหยุน เฟยหลง ผ่านไปได้ คนที่เหลือต้องดูว่า มีความสามารถ พอที่จะผ่านพวกเราไปได้หรือไม่”

ผู้บ่มเพาะหัวใสคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ข้ายินยอม มอบพลังปราณเทวะ ให้เจ้าบางส่วน”

ผู้บ่มเพาะคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เหลียวเหิงหวง กล่าวว่า

“หากเจ้ายินยอมแบ่งปันให้กับข้า ข้าก็ยินดีจะปกป้องเจ้า”

ผู้บ่มเพาะคนนั้น สะบัดฝ่ามือพลังปราณเทวะ ไหลเข้าไปภายป้ายสิทธิ์ของเหลียวเหิงหวง จนไต่ระดับเป็นระดับนักรบ จากที่เป็นเพียงฝ่ายศัตรู ยามนี้เหลียวเหิงหวง กับเลื่อนฐานะเป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือก เดินเข้ามาร่วมกลุ่มกับผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ

“ข้าก็ยินดีจะส่งมอบ พลังปราณเทวะบางส่วนเช่นกัน”

ครั้งนี้เป็นหลิวหลัวซุย ก้าวออกมา แล้วนางก็ได้รับการแบ่งปันพลังปราณเทวะ จนกลายเป็นผู้ถูกเลือก ไปอีกคนหนึ่งเช่นกัน

..............

เดี๋ยวก่อนเดี๋ยวก่อน หยุดคิดกันสักนิด ถ้าหนึ่งคนสามารถจะแบ่งปันได้เพียงแค่คนเดียว เช่นนั้นก็หมายความว่า จะต้องมีคนที่ผิดหวังและไม่ได้รับการแบ่งปัน อยู่อีกถึง 5 คน

แต่ก็เร็วเท่ากับความคิด เหลียวเหิงหวง หลิวหลัวซุย และสาวกหลักพรรคมารฟ้า แววตาทอจิตสังหาร ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวระลอกหนึ่งแผ่ซ่านออกมา ทุกคนใจเขม็งตึงเครียด

กระบี่สามเล่มปรากฏขึ้นในมือ วาดกระบี่ออกพร้อมๆ กัน ห้าเส้น ร่างผู้บ่มเพาะจำนวนห้าคน ถูกลบทิ้งไปในทันที สุดท้ายทุกคน ก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันอีกต่อไป ยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนกำลังได้ขึ้นสวรรค์

ทุกคนต่างได้รับการแบ่งปันพลังปราณเทวะ กันอย่างถ้วนหน้า และยังได้รับเพิ่มมาจาก ผู้บ่มเพาะที่เพิ่งจะถูกสังหารไปอีกห้าคน จึงไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนกันอีกต่อไป

เฟยหลงแสยะยิ้ม และส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญา นับว่าไม่มีมิตร และศัตรูถาวรจริงๆ มีเพียงแค่ผลประโยชน์เท่านั้น

ทุกคนกำลังยิ้มแย้มอย่างพึงพอใจ และกำลังนับคนที่หลงเหลืออยู่ อย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ทันใดนั้นเส้นสีแดงเส้นหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นแล้วหายไป เพียงเสี้ยววินาที ที่ทุกๆ คน กำลังคลายระยะการป้องกันตัวเอง ร่างๆ หนึ่ง ก็ล้มฟาดลง กับพื้นดังโครมใหญ่

พวกคนต่างหันไปมอง อย่างตื่นตระหนก ลูกแมวตัวหนึ่งกำลังคาบ แก่นพลัง แก่นธาตุ และยิ่งไปกว่านั้น มันกำลังดูดกลืนกิน แก่นโลหิตมารฟ้า อยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว มันนั่งคล้ายเหมือนเด็กทารก เคี้ยวกร้วมๆ อยู่บนร่างอันไร้วิญญาณนั้น เมื่อกลืนแก่นพลังลงท้องไปจนหมด มันก็คว้าเอาแก่นธาตุ ขึ้นมาเคี้ยวกร้วมๆ ไปจนหมดอีกอัน

ทุกคนต่างก็พากันตื่นตะลึกจนตัวแข็ง เหมือนกำลังถูกคำสาป แม้แต่เฟยหลงเอง ก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบ นี้เขากำลังให้กำเนิดเอเลียนจากดวงดาวไหนขึ้นมากันแน่

เมื่อร่างที่มีกลิ่นคาวเลือด ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าแมวน้อย ได้กัดกินอีกแล้ว มันก็กลายเป็นกลุ่มควันสีแดง พุ่งหายเข้าไปภายในร่างของเฟยหลง และที่สำคัญเฟยหลงกับรู้สึกว่า พลังบ่มเพาะของตนเอง กำลังจะถูกเลื่อนระดับขึ้นมาอีกขั้น

เฟยหลงมองร่างที่ไร้วิญญาณ ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น มันก็คือ สาวกหลักพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่เขาอยากจะฆ่าแต่ฆ่ามันไม่สำเร็จ แต่ถูกเจ้าแมวน้อย ฆ่าตายได้ในชั่วพริบตา มันจะดูถูกฝีมือกันมากเกินไปเสียแล้ว

................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #20 TeeddY (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 16:47
    เเมวน้อยโหดเเท้555
    #20
    0