Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 26 : บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    24 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกรEP.26

 

26. บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี

เฟยหลงตั้งใจมองสำรวจ สถานที่รอบข้างอย่าละเอียด สามารถบรรยายได้ว่า มันนับว่าเป็นเมืองๆ หนึ่ง อาคาร บ้านเรือนต่างทรุดโทรม หลังคาหักพัง กำแพงยุบตัวลง ประตู หน้าต่าง แตกสลาย ฝุ่น และหยากไย่ เกาะอยู่ตามข้าวของเครื่องใช้ ที่คว่ำเกลื่อนกราด อยู่เต็มพื้น ในอดีตนับย้อนไปหลายแสน หลายล้านปี สถานที่แห่งนี้ ย่อมต้องเกิดการฆ่าฟันครั้งใหญ่ขึ้น พื้นที่บางแห่ง ถึงกับถล่มกลายเป็นหุบเหวลึกสุดลูกหูลูกตา

ถึงกระนั้น เมืองแห่งนี้ ยังคงหลงเหลือปราการอักขระซึ่งเป็นค่ายกลปกป้องเอาไว้ แต่มันก็น่าจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาบางส่วนแล้ว เฟยหลงมองขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ เห็นครอบแก้วอันโปร่งใส ปกคลุมเมืองร้างผู้คนแห่งนี้เอาไว้

นี้ยังเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของอาณาเขต ทั้งหมดของดินแดนกระบี่นิรนามแห่งนี้เท่านั้น

ดินแดนอันห่างไกลออกไป ด้านนอกปราการอักขระนี้ เฟยหลงไม่สามารถจะรับรู้ได้เลยว่า ยังมีสิ่งใด ที่ดำรงคงอยู่อีกบ้าง แม้แต่การสำรวจสถานที่แห่งนี้ เขาคงจะต้องใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปี ถึงจะสามารถสำรวจ มันได้ครบทุกพื้นที่

เฟยหลงเดินสำรวจเมืองโบราณนี้ ไปเรื่อยๆ มีเก๋ง กับศาลาพักเท้า ถูกสร้างเอาไว้ตามรายทาง เป็นจำนวนมาก มีบุปผาสีสันสดใส ใบไม้เขียวชอุ่มพุ่มพฤกษ์ แซมอยู่ตลอดทั้งเส้นทาง กลางถนนมีกลีบปุปผาปลิวกันให้ว่อน สถานที่แห่งนี้ ในอดีตยอมจะต้องเป็นเมือง ที่เจริญรุ่งเรือง และน่าอยู่เมืองหนึ่ง

จนสุดท้าย ก็เดินมาจนถึงสถานที่อันแปลกประหลาดแห่งหนึ่ง มีต้นไม้หนาใหญ่ปกคลุม มีพันธ์ไม้เลื้อยพันอยู่ตามกิ่งก้าน เขียวชอุ่มดกครึ้ม มีป้ายข้อความอักขระรูนโบราณเขียนเอาไว้ว่า

“บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี”

สถานที่แห่งนี้ อยู่ตรงกึ่งกลางของเมือง แสดงให้เห็นว่า มันคือสถานที่ สำหรับให้ทุกคน ออกมาพบปะพูดคุย และสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นส่วนกลาง แห่งนี้ร่วมกันได้อย่างอิสรเสรี ดังนั้นจึงน่าคงจะมี ผู้บ่มเพาะมากมายแวะเวียนมายังพื้นที่แห่งนี้ อย่างไม่ขาดสาย

สถานที่แห่งนี้ จัดวางผังเมืองเอาไว้อย่างประณีต มีระดับขั้นตอนที่แน่นอน และมีป้ายขีดเขียนกฎระเบียบ การใช้ “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” เอาไว้อย่างเข้มงวด

เฟยหลังเดินเข้าไปอ่านเงื่อนไขนั้น อย่างตั้งใจ

ข้อแรก ค่าใช้บริการ ต่อหนึ่งครั้งเท่ากับ หินผนึกพลังระดับสูง 1 ก้อน

ข้อสอง สามารถใช้บริการ 1 ครั้ง ต่อ 1 วัน

ข้อสาม สิ่งของที่นำมาใช้บริการ ต้องเป็นอุปกรณ์วิญญาณ และอื่นๆ ที่ไม่มีขนาดใหญ่เกินไป

ข้อสี่ ผู้ใช้บริการ ต้องไม่บีบบังคับ หยิบยืมพลังจิตวิญญาณของผู้อื่น หากบุคคลอื่นไม่เต็มใจ ไม่เช่นนั้นจะมีบทลงโทษต่อไป

แล้วก็มีการอธิบายถึงขั้นตอนการใช้โดยละเอียด เฟยหลงคิดว่า เจ้าเมืองแห่งนี้ คงจะต้องเป็นคนมีจิตใจเป็นกุศล มีความเมตตา กรุณา ซึ่งเห็นได้จาก จัดเตรียม “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” ให้ประชาชนได้ใช้กันอย่างอิสระ และในราคาที่ต่ำ

แต่ยามนี้ เฟยหลง ยากจนยิ่งนัก แม้ว่าจะราคาต่ำเพียงใด ก็คงจะไม่มีปัญญาใช้บริการ หินผนึกพลังระดับต่ำสักก้อน เขายังไม่มีติดตัวเลยด้วยซ้ำ อย่าได้เอ่ยถึง หินผนึกพลังระดับสูงสัก 1 ก้อนเลย

แต่ทันใดนั้น สายตาก็กวาดมองไปเห็นหินสีดำก้อนหนึ่ง มันถูกฝังเอาไว้ในหลุมตื้นๆ มันอาจจะหลงเหลือ หรือถูกใครโยนทิ้งเอาไว้ จากเหตุการณ์ล้มสลายของเมืองแห่งนี้

เฟยหลงใช้มือขุดมันขึ้นมา มันเปล่งพลังปราณแท้ ออกมาอย่างเข้มข้น หากเขาคิดดูดกลืน หินผนึกพลังระดับสูงก้อนนี้เข้าไป ระดับพลังบ่มเพาะเส้นชีพจรคู่ที่ 2 ของเขาจะต้องพุ่งทะยานบรรลุถึงระดับ 7 ได้ในทันทีแน่นอน

แต่ความสงสัย เกี่ยวกับ “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” อยู่เหนือ กว่าความต้องการใดๆ ในยามนี้ ในเมื่อมาถึงสถานที่ประหลาดแห่งนี้แล้ว ก็คงจะต้องลองกระทำตัว เป็นพลเมืองเถื่อนๆ คนหนึ่ง ดูสักครั้ง

เฟยหลงเดินตรงไป แล้วโยนหินผนึกพลังระดับสูง เข้าไปภายในม่านแสงอักขระ ก่อนจะมีข้อความแจ้งว่า

“ท่านได้จ่ายค่าบริการ เป็นที่เรียบร้อย ท่านต้องการจะใช้บริการคัดลอกสิ่งใด โปรดโยนมันลงไปยัง “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี”

เฟยหลงคุ้นคิดอยู่สักครู่ นึกถึง สิ่งของที่มีค่า มากที่สุดของเขาในยามนี้ เขารู้สึกเศร้าเสียใจ เขาไม่มีสิ่งของมีค่าดีๆ สักชิ้นติดตัว มีแต่สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินได้ ซึ่งมันก็คือป้ายสิทธิ์ ซึ่งมีราคาประมูลสูงถึง 4 แสนคะแนน

“ทำไมข้า ไม่คัดลอกป้ายสิทธิ์ พวกนี้ ออกมาจำนวนมากๆ แล้วทำการวางประมูล มันซะเลยล่ะ มีคนต้องการจะซื้อเป็นล้านๆ คน ผลิตออกมาเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันจะเพียงพอที่จะขาย หากข้าสามารถผลิตได้เยาะๆ ข้าก็จะกลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน”

เฟยหลงล้วงป้ายสิทธิ์ จำนวนสามชิ้น โยนลงไปในบ่อ แล้วก็มีข้อความปรากฏออกมาว่า

“อุปกรณ์วิญญาณระดับต่ำ ไร้ประโยชน์ จำนวนสามชิ้น เริ่มกระบวนการคัดลอก”

แล้วอักขระวิญญาณจำนวนมาก จึงพุ่งมาปกคลุมร่างของเฟยหลง ผู้บ่มเพาะที่ศึกษาเกี่ยวกับอักขระรูนโบราณย่อมรับรู้เป็นอย่างดีว่า มันกำลังจะเกิดสิ่งใดขึ้น

เฟยหลงเอง ก็รับรู้ได้ทันทีว่า กำลังจะเกิดอะไรขึ้น มันกำลังจะดูดกลืนจิตวิญญาณของเข้าออกไป

เฟยหลงโคจรเคล็ดวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน แล้วถ่ายเทจิตวิญญาณ ออกไปที่ละนิดๆ เข้าไปเติมเต็มสายน้ำ อักขระที่อยู่ภายใน “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” เวลาผ่านไปไม่นาน ก็มีข้อความเตือนขึ้นมาว่า

“พลังจิตวิญญาณของเจ้า สามารถคัดลอกได้เพียง 15 ชิ้นเท่านั้น เจ้ายังจะต้องการคัดลอกต่อไป อีกหรือไม่”

ยามนี้ พลังจิตวิญญาณของเฟยหลง ใช้ออกไปแล้วจำนวน 7 ใน 10 ส่วน หากเขาฝืนใช้จิตวิญญาณต่อไป เขาคงต้องพักฟื้นพลังจิตวิญญาณไม่ต่ำกว่า 5 วัน ถึงจะกลับมา เป็นปกติได้อีก แต่หากใช้เม็ดยาจิตวิญญาณช่วยเหลือ ก็อาจจะลดลงเหลือเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

“เฟยหลงอดทนต่อไป แล้วมีข้อความแจ้งว่า ท่านคัดลอกได้เพิ่มเป็น 20 ชิ้น พลังจิตวิญญาณของท่าน ไม่มีเหลือที่จะคัดลอกต่อไปได้อีกแล้ว”

แล้วป้ายสิทธิ์จำนวน 23 ชิ้น ก็พุ่งออกมาจาก “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” เฟยหลงแขนขาอ่อนเพลีย จึงล้มลงนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น มือที่พอมีแรงเหลือ หยิบเม็ดยาจิตวิญญาณ และเม็ดยาเพิ่มระดับพลังปราณแท้ ออกมากลืนกินลงไป อาการเหน็ดเหนื่อยจึงเริ่มดีขึ้นเล็กน้อย

แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมากที่สุดก็คือ ป้ายสิทธิ์ที่คัดลอกออกมาได้ มันมีจำนวนถึง 20 ป้าย นับว่าครั้งนี้เขาร่ำรวยแล้วจริงๆ

สถานที่แห่งนี้ นับว่ายอดเยี่ยมจริงๆ ขอเพียงเขาสามารถค้นหา หินผนึกพลังระดับสูง ได้ในจำนวนมากๆ ก็จะสามารถมีทรัพยากร ให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือ

เช่นนั้นเวลาที่เหลืออยู่ เขาทำไมไม่ใช้ไป กับการค้นหาสมบัติกันล่ะ

เที่ยวเดินลัดเลาะไปทั่ว ปรากฏว่า พื้นที่โดยส่วนใหญ่กับมีปราการม่านพลังอักขระปกป้องไว้ เฟยหลงไม่สามารถเข้าไปสำรวจได้ด้วยพลังบ่มเพาะในยามนี้ เฟยหลงเพียงสำรวจได้ เฉพาะพื้นที่ข้างทาง แต่ไม่อาจจะก้าวผ่านเข้าไปยังอาคาร และสถานที่ที่สำคัญๆ ได้

และการที่จะทำลายปราการปกป้องให้ได้ คงจะต้อง มีระดับบ่มเพาะอย่างต่ำ อยู่ที่ขั้นรู้แจ้งสวรรค์ระดับปราย หรืออาจจะขั้นภิภพแห่งฟ้า

เฟยหลงเดินสำรวจต่อไป ได้อีกสักระยะ จนรู้สึกเหนื่อย สุดท้ายก็มาถึงพื้นที่อันเป็นลานกว้างใหญ่ อีกแห่งหนึ่ง มันน่าจะเป็นสนามประลองฝีมือ เพราะตรงกลางเป็นพื้นยกสูง รอบข้างจัดเตรียมเอาไว้สำหรับให้นั่งชม และถัดไป จัดวางอักขระรูนโบราณเอาไว้ มันคือประตูเคลื่อนย้ายมิติ ใช้สำหรับการขนส่ง เพื่อให้ประชาชนจำนวนมาก ได้เดินทางไป และกลับ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

เฟยหลงไม่ได้สนใจว่า เวลานี้ มันจะยังใช้การได้อยู่หรือไม่ หรือพักทลายไปแล้ว แต่ที่แน่ๆ การที่จะให้มันเริ่มทำงานก็คงจะต้อง มีหินผนึกพลังระดับสูง เป็นจำนวนมาก

เฟยหลงสามารถรับรู้ได้เลยว่า สถานที่แห่งนี้ ต่างเต็มไปด้วยหินผนึกพลังระดับสูง ขอเพียงเขา มีความสามารถที่จะทำลายปราการบ้าๆ เหล่านี้ แล้วเดินเข้าไปนำพวกมันออกมาเท่านั้น

เฟยหลงรู้สึกเหนื่อยล้า ที่จะสำรวจพื้นทีต่อไป จึงคิดจะกลับออกไปจากดินแดนแห่งนี้ เสียที จึงเรียกประตูอักขระรูนโบราณ ออกมา แต่กับมีตัวเลขปรากฏขึ้น บนบานประตู มันคือตัวเลข บ่งบอกจำนวนวัน เริ่มด้วย เลข 1-2-3...30 วัน เวลานี้ มันปรากฏตัวอักษรสีแดง ที่ที่ตำแหน่งหมายเลข 29 วัน

หมายความว่า เขาจะต้องติดอยู่ ยังสถานที่แห่งนี้ ต่อไปอีก 29 วัน ประตูอักขระรูนโบราณ ถึงจะอนุญาตให้เขากลับออกไปจากสถนที่แห่งนี้ได้

บ้าไปแล้ว เขาได้นัดกับหลิวอันไว้ ในอีก 15 วัน เช่นนั้นไม่ใช่ว่า เขาจะต้องผิดนัดหรอกหรือ และยังป้ายสิทธิ์อีก มันก็คงจะไร้ประโยชน์ หากทุกคนต่างพากัน เข้าไปยังพื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ กันหมดแล้ว

ประตูอักขระรูนโบราณบ้านี้ มันกำลังจะทำให้เขากลายเป็นบ้า เฟยหลงทำได้แต่เพียงนั่งเอามือกุมหัว เมื่อทำสิ่งใดต่อไม่ได้อีกแล้ว เมื่อต้องใช้เวลาต่อไปอีก 29 วัน

แต่คงไม่อาจจะนั่งอยู่เฉยๆ โดยไม่คิดทำสิ่งใดได้ อย่างนั้นก็ใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์สักหน่อยแล้วกัน

เฟยหลงจึง ตั้งใจฝึกฝน กระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กระบวนท่าที่ 2 อย่างขมักเขม่น จนเวลาล่วงเลยผ่านไป 29 วัน กระบวนท่าที่ 9 ก็ประสบความสำเร็จ

“สะบั้นเพลิงกิเลนเก้าชั้นฟ้า”

แล้วข้อความบนประตูอักขระรูนโบราณ ก็ปรากฏเลข 0 แสดงว่า ได้กำหนดเวลาเดินทาง ออกจากสถานที่แห่งนี้แล้ว เฟยหลงวาดฝ่ามืออักขระรูนโบราณ พุ่งเข้าไปยังประตู แสงสว่างเจิดจ้าดูดกลืนร่างของเขาเข้าไป และปรากฏร่างอีกครั้ง ภายในห้องพักส่วนตัว เมื่อ 30 วันก่อน

ข้าคงต้องออกไปขอโทษหลิวอัน สักหน่อยแล้ว เฟยหลงเดินตรงไป ยังห้องพักของหลิวอัน แล้วเคาะประตู หลิวอันโผล่หน้าออกมา ถามว่า

“เฟยหลง เจ้ามีธุระอะไรกับข้าหรือไม่ ยามนี้ เม็ดยาของข้ากำลังเริ่มก่อรูปร่าง เจ้ารออีกสักครู่ได้หรือไม่”

เฟยหลงรู้สึกมึนงง ถามไปว่า

“เจ้ากับข้า เราพบกัน ครั้งล่าสุด เมื่อไหร่กัน”

หลิวอันทำหน้างุนงงกล่าวว่า

“เฟยหลง เหตุใดเจ้าถึงมี ความทรงจำเลอะเลือน ได้ถึงเพียงนี้ หรือเจ้าเกิดไม่สบาย เป็นอะไรมากหรือไม่ เจ้ากับข้า เพิ่งแยกจากกันได้เพียง 1 วัน เท่านั้น อีก 13 วัน เจ้าจะต้องไปเป็นเพื่อนข้า ทดสอบอาจารย์ฝึกสอนปรุงยา หรือเจ้าต้องการ จะมาปฏิเสธข้า เช่นนั้น ก็ไม่เป็นไร ข้าหลิวอัน ย่อมไม่ต้องการ จะสร้างความลำบากให้กับเจ้า”

เฟยหลงจับน้ำเสียงน่าสงสารของหลิวอันได้ จึงกล่าวว่า

“เปล่าหรอก ข้าเพียงอยากมาดูจ้าว ว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว ข้าอาจจะพอแนะนำ เจ้าเพิ่มได้เล็กน้อย หากเจ้าไม่เข้าใจตรงจุดไหน”

หลิวอันยืดตัวตรง ใบหน้าแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง กล่าวว่า

“เฟยหลง ความจริงข้ามีเรื่องสงสัยมากมาย แต่ข้ากลัวจะทำให้เจ้า ต้องเสียเวลา ข้าจึงไม่ต้องการรบกวนเจ้ามากนัก ข้าหลิวอันต้องขอขอบคุณเจ้า ที่เสียสละเวลาเพื่อข้า”

แล้วทั้งสองคน ก็พูดคุยเกี่ยวกัน วิธีการหลอมยา สมุนไพร ศิลาเพลิงปฐพีและสวรรค์ พลังจิตวิญญาณ หลิวอันเป็นนักเรียนที่ดี ขยันหมั่นเพียร จึงเริ่มรู้แจ้งประเด็นยากๆ ได้ทันที ดังนั้นศาสตร์แห่งการปรุงจึงก้าวหน้าในเวลาอันรวดเร็ว

................

เฟยหลงล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง และพอจะสรุปได้ว่า ประตูอักขระรูนโบราณ มันก็คือห้องมิติแห่งกาลเวลา ซึ่งมีอัตราส่วน 1 วัน ของโลกภายนอก เท่ากับ 30 วัน ของดินแดนกระบี่นิรนามนั้น

นับได้ว่านี้ เป็นสิ่งที่เขา กำลังต้องการอยู่พอดี เขายังมีเคล็ดวิชาจำนวนมากมาย ที่ยังจะต้องฝึกฝน ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาเป็น ร้อยๆ ปี จึงจะฝึกสำเร็จ และทั้งยังต้องหลอมเม็ดยาสวรรค์อีก ถึงจะสามารถฝึกฝนวิชาอักขระประตูมังกรพื้นฐาน ได้จนครบทั้ง 9 ประตู

ยิ่งคิดมากมายเปลือกตา ก็เริ่มจะหนักขึ้น จึงกล่าวว่า วันนี้ข้าคงจะต้องขอตัวหลับก่อนสักงีบ พรุ่งนี้ ข้าจะได้มีเรี่ยวแรงเปิดธุรกิจ ซื้อขายป้ายสิทธิ์

แล้วเฟยหลงก็นอนหลับไป ในลักษณะนี้เอง...

...............

วันรุ่งขึ้น เฟยหลงรีบลุกจากเตียง โดยยึดหลักตามสำนวน ที่ว่า “วิหคโง่งมบินกลับป่าก่อน คนโง่เขลารีบตื่นลุกก่อน” แปลได้ว่า คนที่มีความสามารถด้อยกว่าต้องมุมานะ มีความอุตสาหะ และเตรียมตัวเร่งทำก่อนผู้อื่น จะได้เท่าทัน ไม่ล้าหลัง และประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

เฟยหลง อาบน้ำ แต่งเนื้อแต่งตัว ในชุดทำงาน หวีผม ปะแป้ง ดูหน้าตาแจ่มใส หยิบแหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ออกมา สร้างชื่ออวตาร นึกชื่อใคร ไม่ออก จึงได้ใช้ชื่อของหลิวอัน ได้ก่อนละกัน จึงเริ่มเขียนข้อความสั้นๆ ว่า

“ประมูลป้ายสิทธิ์ เข้าสู่พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ จำนวน 20 ป้าย ต้องการคนที่พร้อม จะโอนเท่านั้น”

“ใครเชื่อมัน ก็โง่แล้ว มันจะไปเอา มาจากไหนตั้ง 20 ป้าย ใครไม่กลัวโดนมันหลอก ก็เชิญก่อนเป็นคนแรก”

คนที่มีเหตุผลคนหนึ่ง กล่าวเตือนสมาชิก เฟยหลงรู้สึกหมั่นไส้ พวกที่มีจิตสำนึก แห่งคุณธรรมค่ำจุลโลก คนนี้เสียเหลือเกินจริงๆ

“ถ้ามันกล้าโกงข้าๆ ข้าจะตามไปถล่มแม่มัน ข้าขอประมูลด้วย คะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง 4 แสนคะแนน นับเป็นการปิดการขายในครั้งเดียว ไม่มีใครกล้าเสนอราคาอีก”

เฟยหลงเขียนข้อความต่อไปว่า

“โอนแล้ว ข้าถึงจะส่งของให้”

“โอนไปให้ใคร”

“เช็คข้อความลับ”

การโอนคะแนน ไม่สามารถระบุชื่ออวตารได้ นี้นับเป็นข้อเสีย อย่างหนึ่ง ของแหวนวงนี้ และหากคิดโกงคนอื่น ทางด้าน สมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์ จะต้องออกหน้าไต่ถามความยุติธรรม แล้วออกไล่ล่า ติดตามไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว

แล้วเวลาก็ผ่านไปสักพัก ก็มีข้อความเด้งขึ้น เป็นจำนวน 4 แสน คะแนนจริงๆ นับว่าเป็นการโอนที่เรียบร้อยดี เฟยหลงจึงเลือกเลือนไปที่เมนู จัดส่งสินค้า และระบุชื่อผู้รับปลายทาง แล้วโยนป้ายสิทธิ์เข้าไป ช่องว่างมิติ จึงได้นำส่ง สิ่งของไปในทันที

ปลายทางแจ้งกลับมาว่า “ได้รับป้ายสิทธิ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

จากนั้น ก็เสมือนฝูงผึ่งแตกรัง มีกลุ่มคนเข้าร่วมเสนอราคา ไม่หวาดไม่ไหว เฟยหลงจัดส่งสินค้าล็อตแรกสำเร็จ ได้คะแนนมาทั้งสิ้น 8 ล้านคะแนน

แล้วชื่ออวตารของหลิวอัน ก็เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว บางคนบอกว่า หลิวอัน คือศิษย์สำนักระดับ 5 ดาว ทางบ้านประกอบธุรกิจโรงงานผลิตป้ายสิทธิ์ออกขายโดยเฉพาะ มีทั้งคนที่เชื่อ และไม่เชื่อปะปนกันไป

ส่วนชื่อเฟยหลง ที่เกิดเป็นประเด็นมาตลอด 2 เดือน ทุกคนต่างมองข้ามไป เพราะชื่อ อย่างไรก็สามารถซ้ำกันได้ และเฟยหลง ก็มีป้ายสิทธิ์อยู่เพียงแค่ 3 ป้าย แต่คนที่ใช้ชื่ออวตาร กับมีถึง 20 ป้าย ดังนั้นทุกคนจึงสรุปได้ว่า จักต้องไม่ใช้เป็นคนๆ เดียวกันแน่ๆ

.................

แล้วการค้าขาย ของวันนี้ ก็สิ้นสุดลง...บางคนที่ยังไม่ได้ หรือเข้ามาไม่ทัน ก็ยังส่งข้อความ เข้ามาสอบถามว่า พรุ่งนี้จะยังนำมาขายเพิ่ม อีกหรือไม่ เฟยหลงตอบกลับไปว่า แน่นอน ข้าจะนำมันออกมาขายให้วันละ 20 ป้าย เป็นอย่างต่ำ จนกว่าพื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณจะเปิด

ฝูงคนมากมาย ต่างพากันกระหน่ำ กดไลน์ กดแชร์ อย่างไม่ลืมหูลืมตา...ส่วนเฟยหลงก็เริ่มปิดแหวนสื่อสารหันกลับมานั่งนับเงินทองอย่างสบายใจ

แต่ดีใจได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น เพราะ...

....................

“ข้าอยากซื้อ หินผนึกพลังระดับสูง ใครมี ติดต่อกลับมาด่วน”

“ข้ามี เจ้าต้องการกี่ก้อน”

“ราคาก้อนละเท่าไหร่”

“5 แสน คะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง”

เฟยหลงหงายหลัง ตกลงจากเก้าอี้ จะบ้าหรือ ทำไมมันถึงได้แพงขนาดนี้ นับว่าขาดทุนจริงๆ ขายป้ายสิทธิ์ได้ป้ายละแค่ 4 แสน แต่หินก้อนเดียว ราคากับสูงถึง 5 แสน แต่เมื่อนำบวกลบแล้ว ก็ยังพอจะได้กำไร หลายเท่าอยู่

เฟยหลงใช้คะแนน 8 ล้าน ซื้อมาได้16 ก้อน แล้วคืนนี้ ก็เตรียมตัว เพิ่มระดับพลังจิตวิญญาณอย่างเร่งด่วน เพื่อจะกลับไปยัง

“บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี”

อีกครั้ง โดยครั้งต่อไป จะต้องผลิตออกมาให้ได้ไม่ต่ำกว่า 200 ป้าย เป็นอย่างต่ำ เฟยหลงจึงโคจรวิชาวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน อย่างตั้งอกตั้งใจฝึกฝน อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และสุดท้ายก็สามารถสร้างประตูจิตวิญญาณประตูที่ 2 ออกมาได้สำเร็จ เหลือเพียงแค่ เปิดและทำลายมันเท่านั้น

................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #14 TeeddY (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 20:03
    คือจิรวยคัน555
    #14
    0