Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 27 : สาวกระดับต่ำ พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกรEP.27

 

27. สาวกระดับต่ำ พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์

 

วันถัดมาเฟยหลงทำการ เปิดประตูอักขระรูนโบราณ เข้าไปยังดินแดนกระบี่นิรนามอีกครั้ง จุดหมายก็ยังคงเป็น “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” เช่นเดิม

ครั้งนี้จิตวิญญาณของเฟยหลง แข็งแกร่งขึ้นกล่าวเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว ทั้งยังพกหินผนึกพลังระดับสูง ติดตัวมาด้วยถึง 16 ก้อน

เช่นนั้น หากสามารถใช้บริการได้ 1 ก้อน ต่อ 1 วัน ก็จะใช้ได้ทั้งสิ้น 16 วัน

แน่นอนว่า เฟยหลงไม่สามารถใช้จิตวิญญาณ ได้ต่อเนื่องทุกวัน จึงวางแผนที่จะใช้ วันเว้นวันเท่านั้น เพื่อให้ร่างกายไม่ทำงานหนักเกิดไป และมีโอกาสได้พักฟื้นบ้าง และยังใช้เวลาที่เหลือบ่มเพาะวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน ซึ่งยังอยู่ที่ขั้นตอน การเปิดและทำลายประตูที่ 2 หากประสบความสำเร็จ พลังจิตวิญญาณก็จะพุ่งไปจนถึงขั้นกึ่งจิตวิญญาณรู้แจ้ง

จากนั้น ก็จะต้องทำการหล่อหลอมจิตวิญญาณ ให้กลายเป็น เมล็ดพันธ์จิตวิญญาณ จึงจะทะลายคอขวดก้าวเข้าสู่ขั้นจิตวิญญาณรู้แจ้ง ได้จริงๆ

การบ่มเพาะปราณแท้ และการบ่มเพาะจิตวิญญาณ มีลักษณะคล้ายกันคือ การบ่มเพาะปราณแท้ เมล็ดพลังจะต้องสมบูรณ์พร้อม จึงจะทะลวงก้าวเข้าสู่ระดับขั้นรู้แจ้งสวรรค์ ส่วนจิตวิญญาณ ก็ต้องสร้างเมล็ดจิตวิญญาณ ให้สมบูรณ์ก่อนเช่นกัน ถึงจะทะลวงขั้นก้าวเข้าสู่ขั้นจิตวิญญาณรู้แจ้ง ได้

................

วกกลับมายังการผลิตป้ายสิทธิ์ เฟยหลงเดินตรงไปยัง “บ่อจิตวิญญาณอักขระทบทวี” โยนหินผนึกพลังระดับสูงเข้าไปยังม่านแสง แล้วจึงมีข้อความแจ้งมาว่า เขาได้จ่ายค่าบริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงให้เขาดำเนินการขั้นตอนต่อไปได้

เฟยหลงกระทำเหมือนเมื่อคราวที่แล้ว โยนป้ายสิทธิ์ลงไปพร้อมกัน 3 ป้าย

แล้วอักขระรูนโบราณ ก็พุ่งมาโอบล้อมห่อหุ้ม ทั่วทั้งร่าง เหมือนเช่นรังไหม เฟยหลงถ่ายเทจิตวิญญาณไปยังสายใยบางๆ ที่เชื่อมต่อ กันด้วยอักขระจำนวนมากกมาย เวลาผ่านไปเรื่อยๆ สุดท้าย ก็มีข้อความแจ้งว่า พลังจิตวิญญาณของเขา ไม่สามารถจะคัดลอกอุปกรณ์วิญญาณ ได้อีกต่อไป การคัดลอกป้ายสิทธิ์วันแรก จึงสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้

ครั้งนี้ เขาคัดลอกป้ายสิทธิ์มาทั้งหมดถึง 50 ป้าย

เฟยหลงใช้เวลา วันถัดมา กินเม็ดยาฟื้นฟูจิตวิญญาณ และฝึกฝนวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน และกิจวัตรประจำวัน ตลอดทั้ง 30 วัน ก็เป็นอยู่เช่นนี้ มาโดยตลาด

สุดท้ายเฟยหลงก็สามารถ เปิดทำลายประตูที่ 2 ได้สำเร็จ พลังจิตวิญญาณ พุ่งทะยานไปถึงขั้นกึ่งจิตวิญญาณรู้แจ้ง

และป้ายสิทธิ์ ก็สามารถที่จะผลิตออกมาได้สูงถึง 1000 ป้าย นับว่าเกินความคาดหายจริงๆ เมื่อเวลาในดินแดนกระบี่นิรนามสิ้นสุดลง เฟยหลงก็กลับออกมาสู่ภายนอกอีกครั้ง

และในยามเช้า จึงได้เริ่มประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอาชีพเดียว ที่สามารถทำเงิน เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเล็กๆ นี้ได้ อย่างไม่เดือดร้อน

....................

“วันนี้ข้า ไม่ต้องการคะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง เพื่อแลกเปลี่ยนกับป้ายสิทธิ์ ข้าต้องการเปลี่ยนเป็นหินผนึกพลังระดับสูง 1 ก้อน ต่อป้ายสิทธิ์ 1 ป้าย หากใครมีโปรดลงชื่อเอาไว้ ข้าต้องการคนที่มีส่งสินค้าเท่านั้น หากข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้มี แต่คิดจะเข้ามาป่วน ข้าจะทำการลบชื่อของเจ้าทิ้ง และจะไม่มีการประกอบธุรกิจซื้อขายกันอีก ในอนาคต ทุกกรณี”

นี่คือข้อความที่เฟยหลง ส่งออกไป และปรากฏอยู่บน เสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ประสบการณ์ในครั้งที่แล้ว ทำให้รู้สึกว่า โดนเอารัดเอาเปรียบ ครั้งนี้ จึงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเล็กน้อย

และอีกประการหนึ่ง หากทางสมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์ รับรู้ว่า เขาประกอบธุรกิจจนร่ำรวย และเกิดคิดจะให้เขาต้องจ่ายภาษีรายได้ขึ้นมา กำไรที่ควรจะได้รับ ย่อมจะต้องลดน้อยลงไปอีก

สู่ใช้วิธีแลกเปลี่ยนกันด้วย หินผนึกพลังระดับสูง โดยตรงไม่ได้ ทั้งสะดวก และสามารถจับต้องสินค้าได้จริงๆ ไม่ใช่มองเห็นแต่เพียงตัวเลข วิ่งไปวิ่งมา อยู่แต่ภายในแหวน

ยามนี้ เขาจำเป็นที่จะต้อง สร้างเมล็ดพลังปราณแท้ ให้สมบูรณ์ เพื่อจะทะลวงสู่ระดับขั้น รู้แจ้งสวรรค์ หินผนึกพลังระดับสูง ย่อมมีส่วนช่วยเหลือเป็นอย่างมาก แล้วสิ่งนี้ ก็ย่อมสำคัญกับสมาชิกทุกคน ในอนาคตด้วยเช่นกัน

...............

ไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีข้อความแจ้งมาว่า

“ข้ามีหินผนึกพลังระดับสูง 10 ก้อน พร้อมส่งสินค้าทันที”

“ส่งสินค้าก่อน แล้วข้าถึงจะ จัดส่งป้ายสิทธิ์ตามไปให้”

แล้วการซื้อขาย ก็สามารถทำการปิดการขาย ได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็มีฝูงคน เข้ามาต่อแถวกันอีก เป็นจำนวนมากซื้อกันคนละ 5 ป้าย 10 ป้าย จนถึง 100 ป้าย สินค้ารอบนี้ ผลิตออกมาเพียงแค่ 1000 ชิ้น เท่านั้น จึงไม่พอที่จะขาย

ดังนั้นจึงมีลูกค้าตามตื้อ ต้องการให้ผลิตเพิ่มอีก เป็นจำนวนมาก แต่เฟยหลงได้แต่กัดฟัน นิ่วหน้าปฏิเสธไปอย่างเศร้าๆ

“ข้าคงต้องปิด การแลกเปลี่ยน ซื้อขายป้ายสิทธิ์ ลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะปรมาจารย์จารึกอักขระวิญญาณ ได้ใช้จิตวิญญาณ ไปจนหมดสิ้นแล้ว”

สิ่งที่เฟยหลงส่งข้อความไป ก็เพื่อต้องการจะแจ้งให้ทั้ง สมาคมจารึกอักขระวิญญาณ และสมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์ ไม่คิดที่จะติดตามไล่ล่า มาถึงตัวเขา เมื่อเรื่องทุกอย่างแดงขึ้น

เมื่อกลุ่มคนเป็นพันๆ คน แห่แหน ไปยืนรออยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า สู่พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ ซึ่งมันจะนำความไม่พึงพอใจ ให้กับผู้ยิ่งใหญ่ จำนวนมากมาย โดยเฉพาะ ท่านทูตกิเลนฟ้า เหยินเสี่ยวเจี้ยน

ผู้ซึ่งรับหน้าที่ เป็นตัวแทน ของอาณาจักรฟ้าคราม

เฟยหลงย่อมตระหนัก รู้จักหนักเบา หากโลภมากจนเกินไป อาจจะนำภัย มาสู่ตนเองได้ ธุรกิจนี้ แม้จะร่ำรวยในระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็ เป็นเงินร้อน สามารถลวกมือได้ จึงเพียงแค่คิดจะลักลอบกระทำ เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ไม่อาจจะปล่อยเวลายืดยาวจนฝันสลาย ต่อไปได้

เฟยหลงนั่ง นับหินผนึกพลังระดับสูง 1000 ก้อน อย่างพึงพอใจ แล้วคิดต่อไปว่า กลุ่มคนที่พลาด จากการทดสอบสิทธิ์ในการหลอมยาครั้งที่แล้ว คงจะเริ่ม ใจเย็นลงกันบ้างแล้ว เช่นนั้น เขาก็น่าจะออกไป ยังโลกภายนอก พบปะกับผู้คน ได้แล้วเช่นกัน

………….

15 วันต่อมา นับจากวันที่สัญญากับหลิวอันเอาไว้

หลิวอัน และสมาชิกทุกคน ได้เริ่มออกมาจากการเก็บตัว ซึ่งตรงกับวันที่ หลิวอันนัด กับเฟยหลงเอาไว้ พอดี

ระยะเวลา 2 เดือนครึ่ง เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ บรรลุระดับหล่อหลอมระดับ 9 ขั้นปรายสุด หลู่ซือ เย่ฮาน บรรลุระดับหล่อหลอมระดับ 9 หลิวอันบรรลุระดับหล่อหลอมระดับ2 กวนหมิงบรรลุระดับหล่อหลอมระดับ 3

นับว่าเม็ดยาจากดินแดนเทวะ ไม่ใช่มีดีแต่ชื่อเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับสิทธิ์ของสำนักระดับ 3 ดาว พวกเชียงจางนับว่า เป็นศิษย์หลักอันโดดเด่นได้เลย และมีฐานะ ไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มของหลิวฉิง แม้แต่น้อย ยกเว้นอยู่เพียงแค่ 2 คน คือหลิวอัน และกวนหมิง

เฟยหลงคิดว่า อีกไม่นานพวกเขา ก็จะต้องก้าวหน้า กันได้อย่างรวดเร็ว

“ขอแสดงความยินดี กับศิษย์พี่ทุกคนด้วย”

เฟยหลงเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงจริงใจ

“เจ้าก็บ่มเพาะ จนถึงระดับปราณก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปรายแล้ว แต่ข้าคิดว่า นั้นกับไม่ใช่ ระดับบ่มเพาะที่แท้จริงของเจ้า จริงไหม”

เผิงไฮ้กล่าวสัพยอกขึ้น

ขณะนี้ เส้นชีพจรคู่ที่ 2 ได้บรรลุถึงระดับก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปราย แล้วจริงๆ ขณะที่เขาติดอยู่ ภายในดินแดนกระบี่นิรนาม เมื่อไม่มีสิ่งใดให้ต้องกระทำมากนัก จึงได้สละเวลาเล็กน้อย เพิ่มระดับบ่มเพาะ จนประสบความสำเร็จ ให้ทุกคนได้สัพยอก กันเล่นสนุกๆ

“ศิษย์พี่ กล่าวล้อข้าเล่นแล้ว วันนี้เมื่อพวกเรา ออกมากันพร้อมหน้า ทำไมพวกเรา ไม่ลองไปยังสมาคมนักปรุงยาอักขระสวรรค์ กันสักครั้งล่ะ”

“เช่นนั้น ก็ดีเหมือนกัน หากได้เป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยา อนาคตก็ไม่จำเป็นต้อง เป็นกังวลเกี่ยวกันใบอนุญาตเดินทาง ผ่านเส้นแบ่งอาณาเขตกันอีกต่อไป พวกเราสามารถออกท่องเที่ยว ไปได้ทุกที่ ที่พวกเราต้องการจะไป”

ทุกคนต่างเห็นด้วย ในคำกล่าวของเชียงจาง เมื่อตัดสินใจได้แล้ว พวกเขาก็เริ่มออกเดินทาง

เส้นทางเดินขึ้นเขาเตี้ยๆ จะมีลักษณะลาดชัน ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ หมู่บ้านเล็กๆ ด้านล่าง เป็นเพียงจุดสีดำๆ มองเห็นธารน้ำไหลคดเคี้ยว ได้อย่างชัดเจน และเส้นทางเดิน บางช่วง จะแคบชัน หากไม่ระมัดระวัง อาจจะพลัดตกลงไปได้

ส่วนบ้านพัก จะอยู่สูงขึ้นไปภูเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของสำนักดาบภูผา สองเดือนที่แล้ว กลุ่มของเชียงจางได้สมัครเป็นศิษย์รับใช้ระดับต่ำ แม้ในขณะนี้ พวกเขาก็นับว่า ยังคงเป็นศิษย์อยู่เช่นเดิน ความจริงแล้วพวกเขาต้องการจะจากไปตอนไหนก็ได้ แต่ถูกเฟยหลง ให้พวกเขายังคงสถานะนี้เอาไว้

เพราะเฟยหลง ต้องการสถานที่แห่งนี้ ใช้สำกรับซ่อนตัวชั่วคราว จึงเริ่มใช้เงินทอง เพื่อแก้ไขปัญหาทุกเรื่องราว

กลุ่มของเชียงจาง จึงไม่จำเป็น ต้องทำงานรับใช้ใครๆ อีกต่อไป ขอเพียงแค่ เมื่อถึงสิ้นเดือน พวกเขาสามารถนำเงินมาจ่ายให้ตรงเวลาก็พอ

คำกล่าวที่ว่า มีเงินใช้ผีโม่แป้ง ล้วนแต่เป็นความจริง ไม่มีใคร อดทนต่อสิ่งล่อใจที่เรียกว่า เงินทองได้

....................

สุดท้ายการเดินลัดเลาะผ่านป่าเขา ก็มาถึงบริเวณหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง อีกไม่นาน ก็จะเข้าถึงตัวเมือง แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีบางอย่างเกิดขึ้น ลูกธนูดอกหนึ่ง พุ่งตรงเข้ามา เป้าหมายกับเป็นการสุ่มเลือกอย่างมั่วๆ เหมือนว่าเผิงไฮ้ จะมีโชคกับลูกธนู คราวก่อนก็ถูกหลี่เทียนยิงใส่ลูกหนึ่ง จนเกือบจะทิ้งชีวิตเอาไว้ บนเขาค้างคาววิญญาณ

ครั้งนี้ จึงสามารถหลบลูกธนูดอกนี้ ได้อย่างอย่างรวดเร็ว เสียงปรบมือดังแป๊ะแปะดังขึ้น กลุ่มคนจำนวน 10 คนเดินออกมา หัวหน้ากลุ่ม มีระดับพลังอยู่ที่ระดับหล่อหลอมระดับ 9 ขั้นปราย ส่วนที่ตามอยู่เบื้องหลัง มีระดับหล่อหลอม 8-9 ทุกคนพกกระบี่เป็นอาวุธ ยกเว้น อยู่เพียงแค่คนเดียว ถือทั้งกระบี่ และคันธนูติดตัว

“ข้ารอพวกเจ้ามาเกือบสองเดือน กำลังจะหมดความอดทน คิดว่าจะต้องขึ้นเขาไป ค้นหาพวกเจ้า อยู่พอดี”

บุรุษที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม กล่าววาจาอย่างหยิ่งผยอง แน่นอนเชียงจาง เผิงไฮ้ เฟยหลง ตลอดจนทุกๆ คน ยังไม่อาจจะจับต้นชนปราย ต่อเรื่องราวที่ปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้าได้

พวกเขาได้ไปเพาะสร้าง ความคับแค้น กับกลุ่มคนทั้งหมด เอาไว้ตั้งแต่เมื่อใดกัน

“พาตัวมันออกมา”

เสียงตะเบ็งออกคำสั่ง ลูกสมุนคนหนึ่ง เดินไปลากชายชรา ออกมาจากหลังพุ่มไม้ กล่าวว่า

“ใครมันเป็นคนสังหาร ลูกน้องของข้าไป”

ชายชรามือไม้สั่น แทบจะยกไม่ขึ้น ชี้นิ้วตรงมายังร่างของเฟยหลง กล่าวออกมา อย่างไม่เต็มเสียงว่า

“เป็นเด็กน้อยนั้น”

เฟยหลงสามารถจดจำชายชราคนนี้ ได้ทันที เมื่อสองเดือนก่อน เขาได้ฆ่าอันธพาลตายไปสองคน แล้วชายชราคนนี้ ก็รับเงินเขาไป 200 เหรียญทอง เพื่อนำศพไปโยนให้สุนัขแทะกิน

“ไอ้หนู ถ้าเจ้ายอมตัดแขนทิ้งไปหนึ่งข้าง ข้าจะให้ เจ้าได้ตายอย่างรวบรัด ไม่ต้องทรมาน ไม่เช่นนั้น ข้าจะทรมานเจ้าให้ได้ตายอย่างช้าๆ”

หัวหน้ากลุ่มยังคงข่มขู่ แล้วสำรวจเฟยหลง อย่างเหยียบหยาม เพียงแค่ระดับปราณก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปราย

“ตามที่ข้าสืบทราบมา เจ้าลงมือสังหาร ลูกน้องข้า อย่างโหดเหี้ยม ทั้งยังลงมือ ขณะที่พวกเขา ไม่ถืออาวุธเอาไว้ในมือด้วยซ้ำ เช่นนั้น ข้าก็จะกระทำเช่นเดียวกัน กับพวกเจ้าทุกคน”

แล้วจึงทอดสายตา ออกคำสั่งกับลูกน้อย ที่ยืนอยู่ข้างกายจำนวนห้าคน ทุกคนซักกระบี่ออกจากฝัก แล้วก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว

เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ หลู่ซือ เย่ฮาน ก็ชักกระบี่ ก้าวเดินออกไปเบื้องหน้า หนึ่งก้าวเช่นกัน นับเป็นการจับคู่ต่อสู้ที่สูสีกันเป็นอย่างยิ่ง

ท่ามกลางสายลม ที่กำลังพัดอู้ ผ่านระหว่างกลาง ของทั้งสองฝ่าย มันนับเป็นเสมือนเสียง ตะโกนบอกว่า ให้ทุกคนเริ่มลงมือจู่โจมสังหารกันได้แล้ว เช่นนั้นทั้งสิบคน ก็ถาโถมออกไปโรมรันพันตูกัน อย่างสับสนวุ่นวาย

เฟยหลงตระหนักได้ว่า ห้าคนแรก อาจจะไม่มีใคร ได้เปรียบเสียเปรียบ แต่หากว่ายังส่งมาเพิ่มอีก 4 คน ฝ่ายตนย่อมจะต้องเสียเปรียบ หลิวอัน กวนหมิง มีระดับพลังบ่มเพาะอ่อนด้อยเกินไป ไม่อาจจะรอให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

เช่นนั้น การต่อสู้ครั้งนี้ เขาจะต้องฉกฉวยชิงลงมือก่อน

5 คน ที่ยังไม่ได้ลงมือ คือหัวหน้ากลุ่ม ผู้ซึ่งมีพลังบ่มเพาะแข็งแกร่งที่สุด อีก 4 คน เป็นเพียงระดับขั้นหล่อหลอมระดับ 8 เฟยหลงคิดจะกำจัดทั้ง 4 คน นี้ทิ้งไปก่อน

ด้วยนิสัยชอบฉกฉวยโอกาส และชอบใช้ลูกไม้ ในการต่อสู้

เฟยหลงเคลื่อนย้ายร่างกาย ด้วยระดับความเร็ว ตลอดจนความแม่นยำ พุ่งเฉียดไหล่ ของหัวหน้ากลุ่มไป ฟาดฟันกระบี่กระบวนท่าที่ 9 ซึ่งแข็งแกร่งมากที่สุด อย่างไม่คิดจะออมกำลัง เพลงกระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เปล่งอานุภาพออกมา

“สะบั้นเพลิงกิเลนเก้าชั้นฟ้า”

สามคนตายในกระบี่เดียว เหลืออีกคนหนึ่ง ลนลานก้าวถอยหลัง

เฟยหลงโคจรเคล็ดวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน อาวุธจิตวิญญาณซึ่งเป็นเข็มสีดำ พุ่งเข้าไปทำลายทะเลจิตวิญญาณ ร่างที่ยังไม่ได้แม้แต่จะตระหนักว่า ได้เกิดสิ่งใดขึ้น ก็ฟาดโครมล้มกองลงกับพื้น นับว่าตายไปรวดรัด ถึงสี่คน ในชั่วพริบตา

เฟยหลงไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว อยู่เพียงเท่านั้น ฝ่ายตรงข้ามแม้จะแข็งแกร่ง แต่มีพลังบ่มเพาะ ไม่ได้แตกต่างจากศิษย์หลักอันโดดเด่นของสำนัก 3 ดาว แม้แต่น้อย เมื่อสองเดือนก่อน เขาและหลิวฉิง ต่อสู้กัน ด้วยผลลัพธ์เสมอ ซึ่งในยามนั้น เขามีระดับบ่มเพาะอยู่เพียงระดับหล่อหลอมระดับ 1 เท่านั้น

ยามนี้ เขาบรรลุถึงระดับกึ่งขั้นรู้แจ้งสวรรค์แล้ว

แม้แต่ศิษย์ผู้สืบทอด ของสำนักระดับ 4 ดาว ยังไม่แน่ว่า จะเป็นคู่มือของเขาได้ และศิษย์เหล่านั้น ก็ควรจะบรรลุถึงระดับขั้นรู้แจ้งสวรรค์ ระดับ 2 หรือ 3 แล้วด้วยซ้ำ

ส่วนหัวหน้ากลุ่ม ที่ไม่รู้จักประมาณตนเอง คนนี้ หากประฝีมือกันตัวต่อตัว เขาสามารถสังหารทิ้งได้ เพียงเสียวพริบตาเท่านั้น

เฟยหลงเคลื่อนย้ายร่างกาย อย่างต่อเนื่อง คล่องแคล่วดุจอสรพิษ จวงแทงไปที่กลางลำตัว ฝ่ายตรงข้ามนับว่ามีประสบการณ์ต่อสู้พอสมควร เรียกสติจากความแตกตื่นลนลาน หมุนตัวขวับ วาดกระบี่กวาดขึ้นบน ปัดกระบี่ของเฟยหลง ออกห่างจากจุดชีวิตไปได้หวุดหวิด

มือข้างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง หยิบหยกช่วยชีวิตออกมา หลายสิบก้อน กระหน่ำปาปูพรม กระจายออกทั่วทั้งสนามต่อสู้

เฟยหลงสะกิดปลายเท้ากับพื้น หยิบยืมพลัง พุ่งถอยหลัง เข้าไปช่วยเหลือหลิวอัน และกวนหมิง ซึ่งมีหยกระเบิดไม่ต่ำกว่าห้าก้อน กำลังพุ่งเข้าโจมตี ด้วยความรวดเร็ว

เฟยหลงเค้นอาวุธจิตวิญญาณก่อเกิด เป็นรูปร่างเข็มวิญญาณ พุ่งออกไปอย่างต่อเนื่อง จำนวน 2 เล่ม แทงทะลุหยกสองก้อน แตกสะลายไป

แต่ยังหลงเหลืออยู่อีก 3 ก้อน หากไม่อาจจะทำลายมันได้ หลิวอัน และกวนหมิง คงจะต้องสร้างสุสาน พากันฝังร่างอยู่ยังสถานที่อันรกร้างแห่งนี้ เป็นแน่

อาวุธเข็มจิตวิญญาณ ด้วยระดับบ่มเพาะของเฟยหลงในยามนี้ มันนับเกินขีดจำกัดแล้ว

ยามคับขันไม่ลนลาน เฟยหลงโคจรเคล็ดวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน เพลงวิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ก็ระบาดแผ่ปกคลุมทั่วพื้นที่

“กระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กระบวนท่าที่ 9”

เส้นรยางค์สีดำแดง สามเส้น พุ่งออกไปผูกรัดหยกระเบิดเอาไว้ อย่างทันท่วงที แล้วจึงสะบัด เปลี่ยนทิศทาง มันพุ่งตรงไปยังตำแหน่งพื้นที่ใกล้ๆ กลุ่มของเชียงจาง

จริงๆ แล้ว พวกพวกทั้งสิบคน ไม่ได้กำลังต่อสู้กันอีกต่อไป ทุกคนกำลังตื่นตระหนก อยู่กับระเบิดหยกจำนวนมากมาย ที่ปาปูพรมดุจสายฝน ไปทั่วทั้งสนามต่อสู้ ช่างเป็นการกระทำที่ไร้ยางอาย เพราะเป้าหมายไม่ได้ถูกจำกัด อยู่เฉพาะกลุ่มของเฟยหลง แต่เพียงฝ่ายเดียว

ทุกสิ่งทุกอย่าง คล้ายกลับกลายเป็นเชื่องช้าลง แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสี่ทิศแปดทาง ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยระเบิด โดยเฉพาะหยกสามก้อน ที่เฟยหลงเพิ่งจะเบี่ยงเบนทิศทาง อย่างกะทันหัน

แน่นอนว่า ยังไม่มีใคร ตระหนักได้ถึงอันตราย เข้าประชิดตัว หรือมีเวลาได้ต้านรับ เสียงระเบิดตูมๆ ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามครั้ง ผู้บ่มเพาะจำนวน 4 คน จึงจบชีวิตลงทันที

อีกหนึ่งคนกระเด็น หายออกไปจากบริเวณสนามต่อสู้ ไม่รับรู้ว่า เป็นหรือตาย

เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ หลู่ซือ เย่ฮาน ไม่ใช่มือใหม่ หรือมือเท้าอ่อนแอ ฆ่าไก่ไม่เป็นอีกต่อไป ต่างมีประสบการณ์ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย กันมาก่อนหลายครั้ง ยามคับขันต่างไม่ลนลาน ในมือถือกระบี่ออกร่ายรำต้านรับอย่างสุดกำลัง

“กระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ กระบวนท่าที่ 9”

เป็นกระบวนท่าเดียวกันกับที่เฟยหลงเพิ่มใช้ออกไป แม้ระดับพลังจะอ่อนด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ระเบิดที่พุ่งเข้าจู่โจม ก็อ่อนพลังลงถึงแปดในสิบส่วน เสียงตูมๆ ดังต่อเนื่อง เมื่อระเบิดถูกเบี่ยงเบนทิศทางไปยังตำแหน่งอื่น

..............

เฟยหลงกวาดสายตา กลับมามองหัวหน้ากลุ่ม ขณะนี้ในมือข้างหนึ่ง ถือสมบัติช่วยชีวิตเอาไว้ มันเป็นประตูอักขระรูนโบราณ และกำลังเปิดถึง ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

“พวกแก เหล่าสาวกระดับต่ำ ข้าจะขอจดจำพวกเจ้าเอาไว้ แล้วพวกเจ้า จะได้รับรู้ว่า สาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ จริงๆ มันแข็งแกร่งเพียงใด และจงจดจำชื่อของข้าเอาไว้ให้ดี ข้ามีนามว่า ไคว้เหลียง

แล้วประตูหลบหนี ก็เปิดขึ้น เจ้าไคว้เหลียง จึงวิ่งหางจุกตูด หลบหนีเข้าประตูไป

นับว่าบุรุษผู้นี้ รู้จักประมาณความสามารถของตนเอง ฉลาดแกมโกง ทั้งไร้ยางอาย มีครบทุกอย่าง ของคุณสมบัติของโจรชั่วร้าย

สามารถกระทำได้ทุกอย่าง เพียงเพื่อจะให้ตนเองมีชีวิตรอด ไม่มีลักษณะลนลาน ในยามขับขัน กับสามารถคิดวางแผนการ รับมือได้ในเสี้ยววินาที

และไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม ได้ขัดขวาง

นับว่า การเพาะสร้างความแค้นในครั้งนี้ ไม่อาจจะจบลง ด้วยการเจรจาพูดคุยกัน เจ้าไคว้เหลียง จะต้องมีผู้ยิ่งใหญ่ ในเมืองแห่งนี้ คอยให้การสนับสนุนผู้เบื้องหลัง

“ตายกันหมดแล้ว”

เย่ฮาน เดินสำรวจพื้นที่ โดยรอบ ตรวจสอบซากศพ ต่างๆ โดยละเอียด

“มีสิ่งใด พอจะยืนยันฐานะ ของพวกมันหรือไม่”

หลี่จื่อ ถามขึ้น

“ไม่มี แหวนมิติ มีเม็ดยาระดับต่ำ และสมุนไพร อยู่เล็กน้อยเท่านั้น มันคงเป็นกลุ่มอันธพาล ที่ใครก็ตาม สามารถจะว่าจ้าง ได้ด้วยเงินทอง เพียงไม่กี่เหรียญเท่านั้น”

หลู่ซือ เดินกลับมากล่าวว่า

“ชายชราคนนั้น ถูกระเบิดร่างแหลกเละ ไม่สามารถสอบถามข่าวสารอะไรได้เลย”

สุดท้าย พวกเขามีศัตรู ที่ไม่รู้ว่า เป็นใคร มาจากไหน รับรู้ได้เพียงชื่อ คนที่เพิ่งหลบหนีไป มันมีนาม ไอ้ไคว้เหลียง และมันก็น่าจะเป็น หนึ่งในสาวกระดับต่ำ ของพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เสียด้วย

..............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น