Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 25 : วันอันสงบเงียบของเฟยหลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกรEP.25

 

25. วันอันสงบเงียบของเฟยหลง

นับจากวันที่ทดสอบแย่งชิงสิทธิ์ เพื่อเข้าสู่พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ ก็ผ่านมาแล้ว 2 เดือน เฟยหลงผู้มีชนักติดหลังนับว่ามีผู้คนลงขันฆ่ามากมาย จึงจำเป็นต้องหลบหน้า กลุ่มคนที่ไร้เหตุผลนั้นชั่วคราว จะเรียกว่าจำศีลได้ไหม ก็น่าจะมีส่วนอยู่บ้าง

เฟยหลงเปิดแหวนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง อยากลองสำรวจดูข่าวสารใหม่ๆ ทีมีประโยชน์ แล้วจึงเลือกไปยังเมนูข้อมูลข่าวสารทั่วไป แล้วต้องเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“ใครรู้จักไอ้เด็กเลว เหลือขอ พ่อไม่ไม่สั่งสอน ที่ชื่อเฟยหลงบ้าง บ้านช่องห้องหับมันอยู่แห่งหนใด หากใครรู้ข้อมูลสามารถให้ข้า ค้นหามันจนพบ ข้ายินดีมอบคะแนนอักขระสวรรค์รู้แจ้ง ให้ 500 คะแนน ข้าผู้นี้ มีธุรกิจสำคัญจะต้องพูดคุยกับมัน เป็นการส่วนตัว”

ข้อความโดยรายละเอียด ล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดข่มขู่ บางคนถึงกับคิดจะวางเพลิงเผาบ้าน บางคนบรรยายชะตากรรมในความอยุติธรรมที่ได้รับ ทำไมคนที่มีความสามารถโดดเด่น ถึงต้องพลาดการทดสอบแย่งชิงสิทธิ์

กลุ่มคนที่รวม ชะตากรรมเดียวกันต่างเข้ามากดไลน์ กดแชร์ เป็นแสน เป็นล้าน พวกที่ชอบความสะใจก็เข้ามาผสมโรงไปด้วย ข้อความอันไร้สาระนี้ จึงพุ่งทะยานขึ้นติดอันดับ 1 ใน 10 ของข้อความปักหมุดบนเสาศิลาอักขระสวรรค์รู้แจ้ง อย่างรวดเร็ว

“ข้าเองก็จะมอบให้ 1000 คะแนน สำหรับใครสามารถค้นหาตัวมันจนพบ ข้าเกือบจะหลอมเม็ดยา ได้สำเร็จอยู่แล้ว แต่เพราะสายฟ้านั้น ข้าจึงต้องพลาดโอกาสดีๆ ไป พอข้าฟื้นขึ้นมา ข้ากับได้ข่าวว่า มันได้รับสิทธิ์ไปถึง 3 สิทธิ์ หนึ่งในนั้น จะต้องมีของข้าอยู่ด้วยแน่ๆ ข้าจะต้องให้มัน ชดใช้สิทธิ์ที่ข้าจะต้องได้รับ คืนให้กับข้า”

แม้แต่คำกล่าวไร้ยางอายเช่นนี้ ก็ยังมีฝูงคนเข้ามากดไลน์ กดแชร์ กันนับหมื่นๆ แสนๆ คน ข้อความนี้ ก็ถูกปักหมุด เป็นข้อความยอดนิยมด้วยเช่นกัน

เฟยหลงนั่งมองแหวนของตนเอง จนหน้าเครียด

“สำนักระดับ 3 ดาว ของข้า ยินดีจะรับเฟยหลง เข้าเป็นศิษย์ผู้สืบทอด ขอให้เฟยหลง โปรดติดต่อกลับ มายังสำนักของเรา โดยด่วน”

เฟยหลงร้องเพ้ยออกมา คำหนึ่ง คงเห็นข้าเป็นห่าน ออกไข่เป็นทองคำอยู่ล่ะซิ ถึงอยากจะเชิญข้าเข้าไปเป็นศิษย์ ได้ทั้งลูกจ้าง ได้ทั้งทาส ช่วยผลิตเม็ดยาให้ฟรีๆ ทั้งได้ทั้งสิทธิ์ ที่ข้าอุตส่าห์แย่งชิงมา อย่างยากลำบากด้วยอีก จ้างให้ข้าก็ ไม่หลงกลกับแผนการโง่ๆ ของพวกแกหรอก

เฟยหลงไล่ดูข้อความ อีกกว่า 100 หน้า ต่างล้วนแล้วแต่มี เนื้อหาเกี่ยวข้องกับตัวเขาทั้งสิ้น บางข้อความต้องการซื้อสิทธิ์ โดยเสนอราคาที่สูงเกินหน้าเกินตาคนอื่นๆ จนเฟยหลงก็อยากจะรีบๆ ตอบตกลงในทันที

แต่เวลานี้ กับไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก เขายังไม่คิดจะเคลื่อนไหวใดๆ เพราะมันอยู่ในช่วงอันตราย หากฝ่ายตรงข้ามต้องการขุมหลุมเพื่อให้เขาก้าวลงไปล่ะ ระมัดระวังตัวไว้ก่อน ย่อมเป็นการดีที่สุด

เฟยหลงทอดทอนใจอย่าง รู้สึกเหนื่อย เขาใช้ สมอง ร่างกาย จิตวิญญาณ อย่างหนักหน่วง เคี่ยวกรำ ตัวเองมามากจนเกินไปแล้วจริงๆ เขาอยากที่จะให้ร่างกาย ได้มีเวลาหยุดพักสักระยะหนึ่งบ้าง วันนี้ จึงใช้เวลาทั้งวัน นอนจ้องมองท้องฟ้า สายลม แสงแดด และก้อนเมฆ ที่กำลังล่องลอยผ่านหน้าไป ที่ละก้อนๆ แล้วจึงหลับตาดื่มดำกับบรรยากาศรอบข้าง ไปเรื่อยๆ

“เฟยหลง เจ้าดูพลังบ่มเพาะของข้า เพียงระยะเวลาสั้นๆ ข้าก็บรรลุถึงระดับก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปรายแล้ว”

หลิวอันวิ่งเข้ามา ขัดความสุนทรียะ ด้วยท่าทางดีอกดีใจ

เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เฟยหลงก็เริ่มหลอมยา เพิ่มระดับพรสวรรค์ เม็ดยาทะลวงขั้น ของดินแดนเทวะ ให้กับทุกคนได้กินกันเป็นจำนวนมาก สมาชิกในกลุ่ม มีพลังบ่มเพาะพุ่งขึ้น อย่างก้าวกระโดด แม้แต่หลิวอัน ที่มีพรสวรรค์อ่อนด้วยที่สุด ยังเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดหูผิดตา

“ข้าดีใจ กับเจ้าด้วย แต่เจ้าต้องหมั่นฝึกฝน ให้มากกว่านี้ เพราะข้ายังมี วิชาบ่มเพาะอื่นๆ อีกมากมายๆ ที่จะมอบให้กับเจ้า”

หลิวอันแววตาเรืองวูบขึ้น แต่ท่าทางเซื่องซึมเล็กน้อย กล่าวว่า

“ข้าบ่มเพาะวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน สามารถ สร้างเปิดทำลาย ประตู ได้ 7 ประตูแล้ว และวิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน ของข้าก็ก้าวหน้าขึ้น เป็นอย่างมาก หากเจ้ายังไม่เชื่อ พวกเรามาทดสอบฝีมือกันก็ได้”

เฟยหลงหลอมเม็ดยาสร้างเม็ดธาตุทอง แจกจ่ายกับทุกคน ยามนี้ สมาชิกทุกคน ภายในร่างกายต่างก็สะสมเต็มไปด้วยพลังแห่งธาตุทั้งห้า

เฟยหลงจึงได้ส่งมอบเคล็ดวิชาทั้งหมดให้กับพวกเขา อันได้แก่

วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน

วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์

วิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้าพื้นฐานสำเร็จ

เคล็ดวิชาบ่มเพาะอักขระผันแปรห้าธาตุ

วิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน

ไข่เบญจธาตุ-แก่นโลหิตมารฟ้า

สำหรับคนที่ทะลวงไปถึงระดับหล่อหลอมได้แล้ว จึงจะสามารถฝึกฝนวิชาเหล่านี้ได้ เพื่อจะได้เริ่มสร้างเมล็ดแก่นธาตุพื้นฐาน ในอนาคตพวกเขาจะได้ มีทนรอน เพื่อที่จะสามารถบ่มเพาะกายวิญญาณมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน กันได้

.................

“หวินอัน ก่อนที่เจ้าจะท่าสู้กับเฟยหลง เจ้าเอาชนะข้าให้ได้ก่อน ดีหรือไม่”

กวนหมิง นับว่าเป็นผู้มีฝีมือในเชิงกระบี่เป็นอย่างมาก และพรสวรรค์ก็ยังใกล้เคียงกับหลิวอัน แต่กวนหมิง มักจะหมกมุ่นอยู่กับการบ่มเพาะพลัง มากกว่าหลิวอัน แต่ในขณะเดียวกัน หลิวอัน กับหมกมุ่นเกี่ยวกับการปรุงยา มากกว่าการฝึกฝนวิชาฝีมือ ทั้งสองคนจึง ต่างมีข้อดีข้อเสีย กันไปคนละอย่าง

“กวนหมิงข้าไม่อยากจะเล่นกันเจ้า ข้าอยากจะใช้เวลาสนิทสนมใกล้ชิด กับเฟยหลงมากกว่า เจ้าอย่าได้เข้ามาขัดขวางเวลาของข้า”

“หลิวอัน หรือว่าเฟยหลง ไม่จำเป็นต้องพักผ่อนบ้าง เจ้าจะรบกวนใคร ก็จงรู้จักเวล่ำเวลากันบ้าง”

กวนหมิงกล่าวตำหนิไปตรงๆ หลิวอันแววตาละห้อย เฟยหลงเห็นเช่นกันจึงกล่าวว่า

“หลิวอัน เจ้ามีสิ่งใด ก็กล่าวกับข้า มาตรงๆ เถอะ”

หลิวอันรู้สึกว่าเฟยหลง ต่างหาก คือผู้ที่เข้าใจเขา มากที่สุด จึงกล่าวว่า

“ข้าหลอมเม็ดยาปีกสวรรค์ระดับต่ำ ได้สำเร็จแล้ว ข้าอยากจะไปเข้าทดสอบ เป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับต่ำ เจ้าไปเป็นเพื่อน กับข้าได้หรือไม่”

เฟยหลงรู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะไป แต่เวลานี้ เขาออกไปไหนไม่ได้เลยต่างหาก หลังจากจบศึกแย่งชิงสิทธิ์ เฟยหลงก็ไม่ได้เล่าทุกเรื่อง ให้กับกลุ่มของเขาได้ฟัง ว่าเขาไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง

วันๆ ทั้งวัน เขาใช้เวลาไปกับการหลอมยาเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงมองว่า เรื่องที่เขาไปก่อเอาไว้ มันไม่ได้สลักสำคัญอะไร สมาชิกในกลุ่มคงไม่จำต้องเป็นกังวล

“หลิวอันเจ้ารออีกสัก 15 วัน ได้หรือไม่ ให้เชียงจาง และทุกๆ คนออกมาจากการเก็บตัวก่อน ข้าจะพาพวกเจ้าไปพร้อมๆ กันเลย แล้วเวลาที่เหลือ เจ้าก็น่าจะลอง หลอมเม็ดยาระดับสูงให้ได้ บ้างที่เจ้าอาจจะ ได้เป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับกลาง แทนที่จะเป็นเพียงแค่ระดับต่ำเท่านั้น”

หลิวอันในสมองคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวว่า

“เช่นแล้ว ด้วยพรสวรรค์อย่างข้าหลิวอัน ภายใน 15 วัน ข้าจะต้องหลอมยาระดับสูงออกมาได้ และกลายเป็นอาจารย์ฝึกสอนปรุงยาระดับกลางให้ได้”

แล้วหลิวอันก็กลายเป็นเหมือนหุ่นยนต์ ที่ติดตั้งคำสั่งเอาไว้ เมื่อยามใด มีใครเอ่ยถึงการหลอมยา หลิวอันก็เหมือนถูกสะกด ด้วยคำสั่งนั้นโดยอัตโนมัติ แล้วจึงรีบหมุนตัววิ่งกลับไป ยังห้องของตนเอง

เฟยหลงมองตาม และส่ายหน้า กวนหมิงกล่าวว่า

“เฟยหลง หากเจ้าเหน็ดเหนื่อย ก็พักซะบ้างเถอะ เจ้าอย่าได้ตามใจ หลิวอัน ให้มากนัก”

เฟยหลงยิ้มๆ แล้วมองกวนหมิงอย่างลึกซึ่งมากขึ้น กล่าวถามว่า

“เจ้าสร้างเปิดทำลายวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ได้กี่ประตูแล้ว”

กวนหมิงตอบว่า “ข้าสร้างเปิดทำลายได้ 8 ประตูแล้ว เหลือเพียงแค่ ประตูเดียว ข้าก็จะฝึกฝนวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ได้สำเร็จ”

เฟยหลงไม่ได้รู้สึกแปลกใจ กวนหมิงนับเป็นคนที่มี ความมุมานะคนหนึ่ง ทั้งยังได้กินเม็ดยา จากดินแดนเทวะ เข้าไปเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เก็บกดเอาไว้ ยอมถูกระบายออกมา ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

ในที่นี้ กวนหมิงระบายมันออกมาในรูปแบบของการฝึกฝนวิชาฝีมือ ซึ่งในอดีตกวนหมิง เคยได้แต่ฝัน กลับไม่มีโอกาสได้สัมผัส ยามนี้ นับเป็นโอกาสที่เด็กกำพร้าไร้อนาคตคนหนึ่ง จะกลายเป็นมังกร ที่ใครๆ ต่างก็จะต้องเหลียวหลังกลับมามอง

“เมื่อเจ้าสร้างเปิดทำลายประตูที่ 9 ได้สำเร็จแล้ว ข้าอยากให้เจ้า รอจนกว่าจะทะลวงขั้น เข้าสู่ระดับหล่อหลอมแล้ว จึงคอยฝึกวิชาเหล่านี้ต่อไป หากคิดฝึกฝนมันในยามนี้ ร่างกายของเจ้า อาจจะทนรับมันไม่ไหว”

แล้วเฟยหลงก็นำหยกดูดวิญญาณออกมาหลายก้อน ยื่นให้กับกวนหมิง ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาทั้งหมด ที่เคยส่งมอบให้กับเชียงจาง และสมาชิก คนอื่นๆ ก่อนหน้านี้

ส่วน เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ หลู่ซือ เย่ฮาน ทุกคนต่างก็สร้างเปิดทำลายประตูที่ 9 ได้สำเร็จนานแล้ว ยามนี้ พวกเขาจึงกำลังเก็บตัว บ่มวิชากันอย่างขะมักเขม้น ดังนั้นระยะนี้ จึงมีแต่เพียงหลิวอัน กับกวนหมิงเท่านั้น ที่ออกมาทักทายเขา เมื่อมีเวลาว่าง

..............

วกกลับมาสำรวจ วิชาบ่มเพาะของเฟยหลงดูกันบ้าง เริ่มจากวิชาอักขระประตูมังกรพื้นฐาน ประตูแรก เพียงแค่เกิดรอยร้าว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการจะเปิดและทำลาย

พฤกษาวงกตเพลิง เป็นวิชาที่ สร้างเปิดทำลาย ได้ 9 ประตูนานแล้ว รางวัลที่ได้รับก็คือ เพลงกระบี่รากวิญญาณพฤกษา แต่กลับไร้ประโยชน์ในยามนี้ เพราะมีระดับต่ำเกินไป และรางวัลที่ 2 ที่ได้รับ ก็คือแผนที่ 1 แผ่น จุดที่แผนที่ ชี้ตรงไปคือ จุดศูนย์กลางของแคว้นสวี่

วิชากิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เป็นวิชาที่ สร้างเปิดทำลาย ได้เพียง 1 ประตู รางวัลที่ได้รับก็คือ กระบี่จักรพรรดิกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีทั้งหมด 9 กระบวนท่า แต่เฟยหลงในยามนี้ ฝึกฝนได้เพียงแค่ 1 กระบวนท่า เท่านั้น คือ สะบั้นโลหิตกิเลนฟ้า

วิชาของพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์นับว่าน่าปวดหัวที่สุด เพราะมีเงื่อนไข เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากมาย อาทิเช่น

วิชาบ่มเพาะมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน เฟยหลง สร้างเปิดทำลายได้แล้ว 9 ประตู รางวัลที่ได้รับเป็นเพียงแก่นธาตุระดับสูงเท่านั้น

วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน เฟยหลงเอง ก็ฝึกฝนจนสำเร็จแล้ว แต่อานุภาพ ต่างก็ขึ้นอยู่ กับหลายปัจจัยอาทิเช่นกัน เช่น เมล็ดพลังธาตุทอง หรือจะให้ทรงพลังมาก ขึ้นไปอีก ก็จะต้องสร้างแก่นธาตุทองให้ได้เสียก่อน

และนี้ ยังคงเป็นเพียงแค่ ปลายยอดของวิชามารนี้ เท่านั้น เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ต่อไปอีก เช่น

วิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้าพื้นฐาน วิชาบ่มเพาะนี้ เฟยหลงก็ได้เริ่มบ่มเพาะบ้างแล้ว แต่เป็นไปอย่างล่าช้า เหตุเพราะจำเป็นต้องดูซับไข่เบญจธาตุ ให้สำเร็จเสียก่อน แต่สภาพร่างกายของเขายามนี้ ยังไม่พร้อมที่จะเริ่ม ปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้า จึงยังไม่คิดจะเร่งรีบ

วิชาบ่มเพาะอักขระผันแปรห้าธาตุ วิชานี้ เฟยหลงนับว่า สบความสำเร็จไม่น้อยเลย ยามนี้ เขาสร้างเมล็ดพันธ์ธาตุออกมาได้บ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึงขนาดสร้างแก่นธาตุจนสำเร็จได้ ดังนั้นก็จงลืมไปได้เลยว่า จะสามารถเพาะสร้างกายวิญญาณมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน ขึ้นมาได้ ในเวลาอันรวดเร็ว

สุดท้ายแก่นโลหิตมารฟ้า เฟยหลงโชคดีมากๆ ที่สามารถดูดซับ มันมาได้เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเอ่ยถึงความโชคดี ก็จำเป็นต้อง เอ่ยถึงความโชคร้าย ไปพร้อมๆ กันด้วย

เพราะมันกับถูกเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ แย่งชิงไปถึง 8 ใน 10 ส่วน ยามนี้ แก่นโลหิตมารฟ้า จึงไม่เหลือให้เฟยหลง ได้นำออกมาใช้ประโยชน์ใดๆ มากนัก

ส่วนที่กันเอาไว้ ก็แบ่งปันให้กับสมาชิกในกลุ่ม ไปได้คนละเล็กคนละน้อยเท่านั้น อย่างที่ม่านหลิวกล่าวเอาไว้ เขาต้องฆ่าสาวกคนอื่นๆ เพื่อแย่งชิงแก่นโลหิตมารฟ้าเท่านั้น ถึงจะฝึกฝนวิชานี้ จนสำเร็จได้

วิชาสุดท้ายที่เพิ่งแย่งชิงมาได้ก็คือ

วิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน ยามนี้ เฟยหลง สร้างเปิดทำลาย ประตูแรกได้แล้ว รางวัลที่ได้รับย่อมเป็นพลังจิตวิญญาณ ที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ยามนี้ จิตวิญญาณของเฟยหลง บรรลุระดับวิญญาณหล่อหลอมระดับ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หากมีรายการทดสอบ แย่งชิงสิทธิ์เกิดขึ้นอีกครั้ง เฟยหลงเชื่อว่า เขาจะสามารถหลอมเม็ดยาได้ไม่ต่ำกว่า 5 เม็ด

จากการบ่มเพาะวิชาอักขระจิตวิญญาณสวรรค์พื้นฐาน ยามนี้ เฟยหลง ยังสามารถก่อกำเนิดเข็มแห่งจิตวิญญาณออกมาได้เล่มเล็กๆ เพื่อใช้เป็นอาวุธแห่งจิตวิญญาณ

................

ดังนั้น เมื่อการพักผ่อน ในวันนี้ สิ้นสุดลง เฟยหลงตั้งใจที่จะ เปิดและทำลายประตูแรกของ วิชาอักขระประตูมังกรพื้นฐาน ที่ค้างคาเป็นปมในใจมาเนินนาน ให้สำเร็จ ให้ได้ ในวันนี้ เพราะไม่เช่นนั้น พลังบ่มเพาะเส้นชีพจรคู่ 1 ของเขา ก็จะหยุดนิ่งอยู่เพียงแค่ขั้นหล่อหลอมระดับ 1 เช่นนี้ ตลอดไป

และมันก็จะส่งผลเสีย ต่อวิชาบ่มเพาะอื่นๆ อีกหลายวิชา หรือแม้แต่เส้นชีพจรคู่ที่ 2 ก็ไม่อาจจะสามารถจะทะลวงขั้นต่อไปได้เช่นกัน

การพักผ่อนของวันนี้ ก็คงจะต้องจบสิ้นลง แต่เพียงเท่านี้ เฟยหลงลุกขึ้นเดิน เข้าไปภายในห้องของตนเอง แล้วเริ่มนั่งลงขัดสมาธิ โคจาเคล็ดวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา

ยามนี้ ภายในมิติว่างขนาดใหญ่ เฟยหลงกำลังยืนมอง ประตูขนาดเท่ากับฝ่ามือ ที่เกิดรอยร้าวแล้ว 7 ใน 10 ส่วน อย่างจดๆ จ้องๆ

ในมือมีกระบี่เล่มหนึ่ง เฟยหลงฟาดฟันออกไป ซ้ำๆ อย่างสุดกำลัง ด้วยเคล็ดวิชากระบี่ที่ทรงอำนาจมากที่สุด หากเป็นหลิงฉิง ตั้งรับเพลงกระบี่นี้อีกครั้ง คงจะต้องตายไปหลายสิบครั้ง

สุดท้ายประตูแรก ที่ไม่มีวันเปิดออกได้ ก็เริ่มอ้าออกที่ละนิดๆ เฟยหลงอยากจะรู้ว่า ด้านในประตูที่หนาแน่นนี้ซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่ มันถึงได้ยากเย็นนักที่จะเปิด

กระบี่นี้ จะต้องเปิดมันออกได้แน่ๆ เฟยหลงถาโถมตัวจนสุดกำลัง

“สะบั้นโลหิตกิเลนฟ้า”

แล้วประตูก็เปิดออก และทันใดนั้น ก็มีประตูอักขระรูนโบราณ พุ่งออกมา มันคล้ายคลึงกับสมบัติช่วยชีวิตที่ใช้หลบหนี แต่โดยรายละเอียดแล้วมันแตกต่างกันมาก สิ่งนี้มีกับมีรูปร่างของประตูจริงๆ ขนาดเท่ากันกับฝ่ามือ เป็นหยกสีดำดุจนิล

แต่สิ่งที่เรียกว่าประตูหลบนั้น มันกลับมีลักษณะเป็นหยกดูดวิญญาณสีเขียว และมีอักขระรูนโบราณจารึกเอาไว้ เพียงเล็กน้อย

หรือว่าบานประตูอักขระรูนโบราณสีดำนี้ จะทำหน้าที่เหมือนกันกับ บานประตู ที่ดูดไข่เบญจธาตุ และป้ายประกาศิตมารโลหิตกลับคืนไป อย่างนั้น ด้านหลังประตูนี้ ก็ย่อมต้องมีอะไรบ้างอย่าง เก็บซ้อนเอาไว้

คงต้องพักเรื่องราวน่าปวดหัวที่เอาไว้สักครู่หนึ่งก่อน แล้วค่อยมาค้นหาคำตอบกันใหม่ ขอให้ข้าเฟยหลงทำลายประตูนี้ ให้สำเร็จเสียก่อนดีกว่า

แล้วเฟยหลงก็เริ่มฟาดฟัน ทำลายประตูแรก จนแตกสลายไป รางวัลที่ได้รับก็คือ จิตวิญญาณจำนวนมหาศาล พุ่งเข้าสู่ ทะเลวิญญาณ จิตวิญญาณของเดิม บรรลุระดับวิญญาณหล่อหลอมระดับ 2 ยามนี้ พุ่งไปจนจนถึงขั้นวิญญาณหล่อหลอมระดับ 9 ขั้นปรายสุด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในขณะเดียวกัน ระดับบ่มเพาะที่หยุดนิ่งอยู่ ที่ขั้นหล่อหลอมระดับ 1 ก็พุ่งทะยานไปจนถึงกึ่งขั้นรู้แจ้งสวรรค์ เหลืออีกเพียงแค่ก้าวเดียว ก็จะทะลวงขั้นเข้าสู่ขั้นรู้แจ้งสวรรค์

ก่อนการทะลวงขั้น จำเป็นที่จะต้องบ่มเพาะเมล็ดพลัง ให้แข็งแกร่งกว่านี้อีกสักหน่อย ไม่เช่นนั้น เมื่อทะลวงขึ้นไป เมล็ดพลังอาจจะเกิดรอยร้าวได้

เฟยหลงลืมตาขึ้น อย่างรู้สึกพึงพอใจ เพียงแค่ประตูแรก พลังบ่มเพาะก็พุ่งทะยานไปถึงระดับนี้ หากเปิดประตูที่ 2-3-4...9 ประตู สร้างเปิดทำลาย ได้ล่ะ มันคงเป็นเรื่องมหัศจรรย์เลยที่เดียว บางที่เขาอาจจะ สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างเช่น ท่านทูตกิเลนฟ้า เหยินเสี่ยวเจี้ยน เลยก็ได้

...............

เมื่อแก้ปมในใจได้สำเร็จแล้ว เฟยหลงก็หันมาขบคิด ถึงรางวัลที่ตนเพิ่งจะได้รับมา หรือว่าจะลองเปิดมันออกดู เฟยหลงวาดฝ่ามืออักขระรูนโบราณพุ่งไปยังเปิดประตูบานนั้น แสงสว่างเจิดจ้าจนแสบตา ดูดกลืนร่างของเฟยหลงเข้าไปในทันที

เฟยหลงลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เขามองเห็นได้เป็นสิ่งแรกก็คือ กระบี่เล่มยักษ์เล่มหนึ่ง ระยะจุดที่เขายืนอยู่กับกระบี่เล่มนั้นนับว่าไกลจนสุดลูกหูลูกตา ความใหญ่โตของมัน ไม่อาจจะมองเห็นรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะมันเสียบทะลุท้องฟ้าขึ้นไปสูงมาก

อักขระโบราณหมุนวนรอบกระบี่ มีข้อความ นับล้านๆ อักขระข้อความ มีทั้งอักขระเทวะ อักขระมืด อักขระมิติมืด ระหว่างบ่มเพาะวิชาอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา เฟยหลงศึกษาได้เพียง อักขระเทวะ อักขระมืด เบื้องต้นเท่านั้น แต่อักขระมิติมืด เฟยหลงไม่มีความสามารถพอที่จะไปเตะต้องมัน

“กระบี่อักขระเก้าประตูปริศนากลืนกิน”

เมื่อเห็นสิ่งนี้ เฟยหลงก็เริ่มโยงไปถึงเหตุการณ์ บนยอดภูเขาค้างคาววิญญาณ เมื่อคราวที่เขาถูกครอบงำจากวิชากระบี่ ที่แท้จุดเริ่มต้นทั้งหมด ก็เกิดขึ้นจากกระบี่ใหญ่โตเล่มนี้นั้นเอง

หรือว่าสถานที่แห่งนี้ ก็คือ พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ เป็นซากปรักหักพัง จากยุคบรรพกาล

.........................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น