Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 13 : เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    11 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

13. เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนใน

“มันยังเป็นคนอยู่อีกหรือไม่ การเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง”

หลิวอันตั้งคำถามขึ้นอย่างใฝ่รู้ เฟยหลงกล่าวว่า

“คนๆ นี้ อย่างน้อยก็ ต้องก็ต้องเพาะสร้างเมล็ดพันธ์แห่งธาตุ ได้แล้ว 4 ธาตุ หรืออาจจะเป็น 5 ธาตุ เลยด้วยซ้ำ”

อนึ่งขออธิบาย เกี่ยวกับเมล็ดพันธ์ แห่งธาตุสักนิด กล่าวคือ

เฟยหลงในตอนนี้ ร่างกายมีธาตุไม้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็เป็นเพียงแค่พื้นฐานแห่งธาตุที่อ่อนแอที่สุด แต่หากคิดจะยกระดับพลังแห่งธาตุ ให้กลายเป็นเมล็ดพันธ์แห่งธาตุไม้

จะต้องฝึกฝน วิชาบ่มเพาะธาตุ วิชาเหล่านี้ สามารถหาได้ทั่วไป ขอเพียงมีเงินทอง แต่หากเป็นวิชาระดับต่ำ ก็คงต้องใช้เวลาฝึกฝนนาน กว่าจะสร้างเมล็ดพันธ์แห่งธาตุ ขึ้นมาได้ และยากยิ่งกว่า หากต้องการจะสร้างแก่นพลังแห่งธาตุ

โจวหยุน-สำนักแปรเปลี่ยนตะวัน เป็นถึงศิษย์สำนักระดับ 5 ดาว วิชาที่ฝึกฝน ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ จะหาซื้อได้ ตามท้องตลาดทั่วไป

การเคลื่อนไหวดุจภูตผี ของโจวหยุน ย่อมเป็นวิชา ที่ผสานรวมเข้า กันกับเมล็ดพันธ์ธาตุลม ซึ่งแม้แต่อาจารย์ในโรงหมอกระบี่เก้าค้างคาวก็ไม่สามารถมีได้

…………….

กลับมายัง เหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น สดๆ ร้อนๆ กันอีกครั้ง

การข่มขู่ที่จะสังหารทุกคน นับเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด...

ประการแรก คือไม่มีทาง ให้ได้ปฏิเสธ ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติตาม

เฟยหลงไม่หวาดกลัวที่จะต่อสู้ แต่หวาดกลัวที่จะนำสมาชิกทุกคนติดตามไปด้วย ค้างคาววิญญาณนับว่าไม่มีผลกระทบใดๆ แต่เล่ห์เหลี่ยม ที่ซุกซ่อนเอาไว้ ไม่อาจจะป้องกันได้ เต็มทั้งสิบส่วน

“ศิษย์พี่ พวกเราเร่งเดินทางกันต่อเถอะ พวกเราจะต้อง ไปให้ถึงเส้นแบ่งอาณาเขตส่วนใน ให้ได้ในวันนี้”

เฟยหลงกล่าวออกมา ด้วยความสิ้นหวัง เขาหวังเพียงว่าโจวหยุน จะไม่ใช่คนเลวร้าย ถึงขนาดไม่สามารถจะพูดคุยตกลงกันได้

....................

การเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้เรื่อยเปื่อยสนุกสนานอีกต่อไป หากบังเอิญพบต้นสมุนไพร ก็จะแวะเก็บ ไม่ได้ทอดเวลาให้ยาวนานเกินไป หากพบเจอโครงกระดูก ก็จะไม่มีการแวะคุ้ยเขี่ยเช่นเดิมอีก

เฟยหลงให้เหตุผลกับทุกคนว่า ครั้งนี้พวกเขามา เพื่อสั่งสมประสบการณ์ ครั้งหน้า พวกเขาจะขึ้นเขามา เพื่อรื้อภูเขาค้างคาว ไม่ให้เหลือแม้แต่รัง ให้ฝูงค้างคาวได้หลับนอน

การเดินทางในครั้งนี้ เฟยหลงสามารถเก็บรวบรวมสมุนไพร สำหรับปรุงยาได้ครบแล้ว ขาดแต่ แก่นโลหิตระดับสูง แก่นพลังระดับสูง

ซึ่งสิ่งของทั้งสองนี้ มีทางให้เลือกสองทาง คือ 1.ใช้เงินทองซื้อหามา ในวงเล็บ(เฟยหลงยากจนยิ่ง) 2. เขาต้องไล่ฆ่าสัตว์อสูรดุร้าย เป็นจำนวนมาก

การจะปรุงเม็ดยาสวรรค์ได้สักเม็ด นับว่า ต้องทำให้เกิดการนองเลือด ไปทุกหย่อมหญ้า เขาถึงจะต้องไต่เต้าไปถึงยังจุดยอดสุดได้

...............

วกกลับมายัง ปัญหาหลักของวันนี้กันต่อ พวกเขาใช้เวลาทั้งวัน สุดท้ายก็เดินทางมาจนถึง เส้นแบ่งอาณาเขตส่วนใน ได้เป็นผลสำเร็จ บุคคลที่รอคอยพวกเขาอยู่ ประกอบไปด้วย กลุ่มของ

หลี่เทียน อวี่ซิน หลิวเหวิน และม่านหลิว ใน 4 กลุ่ม ข้างต้น กลุ่มของม่านหลิว ยังคงรักษาสภาพ สมบูรณ์แบบ อยู่เช่นเดิม

หลี่เทียน เหลือสมาชิกเพียง 6 คน อวี่ซินเหลือสมาชิก 7 คน หลิวเหวินเหลืออยู่ 5 คน กลุ่มของม่านหลิวเหลือครบ 11 คน

“พวกเจ้าเห็นสมาชิกกลุ่มของข้า อีกสามคนหรือไม่”

หลี่เทียนไม่ได้เสียงแข็งกระด้าง เช่นวันก่อนๆ

เชียงจางผ่านประสบการณ์เลวร้าย มาหลายครั้ง ย่อมรู้จักสถานการณ์ หากบอกไปตรงๆ ว่า ทั้งสามคนถูกเฟยหลง ฆ่าตายไปหมดแล้ว คงจะต้อง เกิดการรบราฆ่าฟัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“กลุ่มท่านผู้อาวุโส ทิ้งพวกเราเอาไว้ ต้านทัพฝูงค้างคาว พวกเราได้แต่วิ่งหลบหนี้ ยังจะต้องสนใจ สมาชิกกลุ่มอื่นได้อย่างไร”

มีทั้งคำกล่าวโทษ และปฏิเสธ ไปพร้อมๆ กัน นับเป็นคำตอบที่รวบรัดตัดตอนยิ่ง

หลี่เทียนได้แต่สงสัย ไม่มีหลักฐานมายืนยัน ได้แต่สรุปว่า สมาชิกโชคร้ายทั้งสามคน คงถูกฝูงค้างคาวกินเป็นอาหารว่างไปหมดแล้ว

“พวกเจ้าเด็กน้อย ยังอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา นับว่าอาวุโสคนนี้ จะต้องประเมิน ความสามารถของพวกเจ้า กันใหม่เสียแล้ว”

อวี่ซิน –พรรคเหนือตะวัน วาจาเต็มไปด้วยความกังขา ขุ่นเคือง และสงสัย ยังมีอีกหลายความรู้สึกได้แต่กลืนลงท้องเก็บเอาไว้

ส่วนหลิวเหวิน ไม่ได้หยิ่งยโสอีกต่อไป นับว่ากลุ่มของหลิวเหวิน สูญเสียไปมากที่สุด ผู้รู้จักสถานการณ์ ย่อมรู้จักเวลาใดควรเงียบ เวลาใดควรหยิ่งยโส

ม่านหลิว ไม่ได้จ้องมองไปยังเชียงจาง แต่มองตรงมายังเฟยหลง นางยกมุมปากขึ้น กล่าวเสียงไพเราะ ดังเสียงสกุณาว่า

“เจ้าไม่ได้ ทำให้ข้าผิดหวัง”

เฟยหลงฉีกยิ้ม แสร้งกล่าวว่า “เจ้าก็ไม่ได้ ทำให้ข้าผิดหวัง เช่นกัน”

นางค้อนวงหนึ่ง ไม่คิดต่อปากต่อคำ ให้ผู้คนสงสัยอีก

.................

มาถึงวันนี้ พวกเขาไม่อาจจะประเมินความสามารถ ของกลุ่มใด เอาไว้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินได้อีก ไม่เช่นนั้น มีถึงร้อยชีวิต ก็คงรักษาเอาไว้ไม่ได้

กลุ่มของเชียงจาง ไม่ได้กล่าวถามถึง หัวหน้าคณะหยางสู่

เฟยหลงคิดว่า ทุกกลุ่ม น่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

และที่สำคัญ ทุกกลุ่มต่างพยายามหลีกเลี่ยงซึ่งกันและกัน

ส่วนกิจกรรมรอบกองไฟ ก็ไม่มีใคร ออกมาประกาศซื้อขายสมุนไพรอีก ทุกอย่างดูเงียบกริบ เหมือนรอคอยพายุลูกใหญ่ ถาโถมเข้าเร็วๆ นี้

...............

วันรุ่งขึ้น ทุกกลุ่ม ต่างแยกย้ายเดินทาง เป้าหมายก็คือ จุดบนสุดของภูเขาค้างคาว หลิวเหวินได้ใช้หยกดูดวิญญาณระดับ 5 เปิดเส้นทางโดยตลอด กลุ่มหลี่เทียน และอวี่ซิน ต่างก็ใช้อาวุธ ช่วยชีวิตระเบิด เปิดทางเช่นกัน

ยกเว้นกลุ่มของม่านหลิว และเฟยหลง พวกเขาทั้งสอง มีสายโลหิตกิเลนฟ้า เพียงปลดปล่อยจิตสังหารออกมาฝูง ค้างคาวในระยะ 500 ก็ไม่สามารถ เข้ามาใกล้ได้

เวลาพลบค่ำของ วันที่ 2 ที่ได้นัดเอาไว้กับโจวหยุน ก็จบสิ้นลง ทุกคนขึ้นมาถึง ยังจุดสูงสุดของภูเขาค้างคาวจนได้

............

แป๊ะ....ๆๆ

เสียงปรบมือ ดังตอนรับ เสียงก้องกังวานผิดปกติ ทุกคนจ้องมองไปยังตำแหน่ง ต้นเสียงนั้น บุรุษผู้กำลังปรบมือก็คือ โจวหยุน

วันนี้ หยางสู่นับว่าเป็นตัวประกอบ ยืนอยู่ห่างไกล พอสมควร ขนาบข้างด้วยกลุ่มคนในสังกัดอีก 9 คน

“สำนักแปรเปลี่ยนตะวัน ของเรายินดีตอนรับ สมาชิกทุกคน”

โจวหยุน ภายใต้หน้ากาก ดูลึกลับและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

“วันนี้ ข้าจะไม่ตัดเส้นทาง หรือโอกาสของใครทั้งสิ้น แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ที่ปฏิบัติกันมายาวนาน”

เมื่อจบคำกล่าว ที่เต็มไปด้วยปริศนานี้ โจวหยุนก็หันมามอง กลุ่มของเชียงจาง กล่าวให้ถูกต้องก็คือ กำลังจ้องมองเฟยหลงอยู่ กล่าวว่า

“เจ้ายังติดค้างเรื่องราวบ้างประการกับข้า เจ้าจงมองรอบๆ แล้วคาดเดาว่า สถานที่แห่งนี้ เอาไว้ทำการสิ่งใด หากเจ้าตอบผิด พวกเจ้าทุกคน จะถูกกลบฝังเอาไว้ ยังกองซากปรักหักพักแห่งนี้”

เฟยหลง ผู้ซึ่งพกพาคลังข้อมูล จำนวนมหาศาลเอาไว้ในสมอง ก้าวออกมา พร้อมสำรวจสถานที่ โดยรอบในทันที

พื้นที่แห่งนี้เป็นลานรูปทรงกลม ยอดเขาแห่งนี้ คล้ายถูกดาบฟัน ให้เรียบเสมอกัน ตรงกึ่งกลางมีแท่นหิน มีอักขระรูนโบราณจารึกเอาไว้

แท่นจารึกผนึกดินแดน---ลำดับที่ 1xxxxx

ข้าจักรพรรดิมารฟ้า ถูกขับไล่ลงลงมายังดินแดนแห่งนี้ อย่างไม่เป็นธรรม ดินแดนที่ข้าจากมามีนามว่า ดินแดนอักขระเก้าประตูมังกร

ข้าถูกเหล่าเซียนศักดิ์สิทธ์ ไล่ล่าอย่างอยุติธรรม ข้าต้องหลบหนี อย่างหมาจนตรอก และสิ้นหวัง

ข้าจึงได้ให้คำสัตสาบานว่า จะหวนกลับคืนไป เพื่อทำการแก้แค้น พวกเหล่าวิญญูชนจอมปลอมนั้น

...วันนี้ ข้าจะทำตามคำมั่นสัญญานั้น แต่หากข้า ไม่อาจจะบรรลุเป้าหมายได้ ในเวลาอันรวดเร็ว

ข้าจึงคิดจะหว่านเมล็ดพันธ์ แห่งความหวังรุ่นเยาว์...

ข้าหวังว่าเหล่าสาวกมารฟ้า จะช่วยเหลือข้าสานต่อปณิธาน ต่อไปนับล้านๆ ปี

...ข้าจึงได้ผนึก แก่นโลหิตมารฟ้า เอาไว้ ยังแท่นจารึกผนึกดินแดน

รอคอยเหล่าสาวกผู้มีพรสวรรค์ มาสืบสานต่อปณิธานแห่งข้า

ร่วมกันทำลายล้าง เหล่าเซียนศักดิ์สิทธิ์

นำความยิ่งใหญ่ กลับคืนสู่พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ของพวกเราอีกครั้ง

............

เพื่อให้พวกเจ้าเหล่าสาวก ได้ทำตามคำมั่นสัญญา ข้าจึงได้ทำการผนึกดินแดนแห่งนี้เอาไว้

หากเหล่าสาวก ต้องการจะเดินทางออก จากดินแดนแห่งนี้ จำเป็นจะต้องบ่มเพาะวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ของข้าเท่านั้น

เมื่อ สร้างเปิดทำลาย ประตูมารฟ้าศักดิสิทธ์ ประตูที่ 9 ได้

พวกเจ้าจะได้สิทธิ์ ดูดกลืน แก่นโลหิตมารฟ้า ของข้าได้ส่วนหนึ่ง

และยังได้รับสิทธิ์เข้าทดสอบ เพื่อรับ ไข่เบญจธาตุ ปลูกสร้าง เส้นชีพจรมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน

หากผ่านด่านแรกได้ พวกเจ้ายังมีสิทธิ์ ได้ทดสอบด่านที่สอง เพื่อรับ วิชาอักขระผันแปรห้าธาตุพื้นฐาน เพื่อเพาะกายวิญญาณมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน

เหล่าสาวกผู้มีพรสวรรค์ โปรดจง ติดตามหาข้า เมื่อพวกเจ้า บรรลุปณิธานขั้นพื้นฐานของข้า ทั้งหมดแล้ว

ข้าจะส่งมอบวิชาระดับสูง ให้กับพวกเจ้า ได้สานต่อปณิธาน ลัทธิมารฟ้าของพวกเรา

………….

สาวกผู้บ่มเพาะวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐานสำเร็จ หยดโลหิต ลงยังแท่นจารึกผนึกดินแดน ได้รับฐานะเป็น สาวกระดับต่ำ

สาวกผู้บ่มเพาะวิชาปลูกสร้างเส้นชีพจรมารฟ้าพื้นฐานสำเร็จ หยดโลหิต ลงยังแท่นจารึกผนึกดินแดน ได้รับฐานะเป็น สาวกระดับกลาง

สาววกผู้บ่มเพาะวิชาอักขระผันแปรห้าธาตุพื้นฐานสำเร็จ หยดโลหิต ลงยังแท่นจารึกผนึกดินแดน ได้รับฐานะเป็น สาวกระดับสูง

รางวัลที่ได้รับ คือ ป้ายประกาศิตมารโลหิต สามารถบัญชาสาวกทั่วหล้า

 

ลงชื่อ จักรพรรดิมารฟ้า รุ่นที่ 5xxx

..........................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น