Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 14 : เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนใน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    12 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

 

14. เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนใน (1)

เมื่ออ่านข้อความบน แท่นจารึกผนึกดินแดน จบ เฟยหลงถึงกับอับจนคำพูด สรุปง่ายๆ ได้ว่า เจ้าจักรพรรดิมารฟ้า มันเป็นโคตรพ่อโคตรแม่ ของตัวโกง หรือตัวร้ายในละครซีรีส์ ใครๆ ก็สามารถฆ่าทิ้งได้

นับว่า เป็นจอมเผด็จการ ที่ไร้ยางอายที่สุด ถึงกับบีบบังคับให้ดินแดนๆ หนึ่ง ต้องกลายเป็นสาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ไม่เช่นนั้น ก็จะต้องถูกกักขังอยู่ยังดินแดนระดับต่ำนี้ ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้

……………

“ข้ากำลัง รอคำตอบอยู่” โจวหยุนเร่งรัดขึ้น

เฟยหลงเอ่ยถึง ข้อความอักขระรูนโบราณ บนแท่นจารึกผนึกดินแดน อย่างระเอียด ก่อนจะกล่าวว่า

“นับเป็นข้อความ อีกหนึ่งส่วน ที่เหลือได้หรือไม”

โจวหยุนปรบมือแปะแป๊ะ ยกมุมปากขึ้น กล่าวว่า

“นับว่าพวกเจ้า รอดชีวิตไปได้ รางวัลที่เจ้า และสมาชิก กลุ่มของเจ้า จะได้รับก็คือ วิชาบ่มเพาะวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน”

โจวหยุน ชี้นิ้วตรงไปยังพื้นที่อีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็นระเบียงเรียบ มีอักขระรูนโบราณจารึกเอาไว้เช่นกัน

“ข้าขอเตือนเจ้า และพี่น้องของเจ้า เอาไว้ยังที่แห่งนี้ เมื่อใดที่เจ้าเริ่มฝึกฝน บ่มเพาะวิชาวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน เมื่อนั้นพวกเจ้าจะก้าวเข้าสู่ พื้นที่ประตูแดนสังหาร ข้าแนะนำให้ เจ้าจงศึกษาเงื่อนไขเหล่านั้น ให้ดีเสียก่อน”

โจวหยุน ชี้ตรงไปยังอีกมุมหนึ่ง ที่ซึ่งเป็นระเบียง ที่มีอักขระจารึกเอาไว้เช่นกัน เฟยหลงและสมาชิกทุกคน เดินตรงไป

เฟยหลงเริ่มอ่านออกเสียงดังๆ เพื่อให้สมาชิกทุกคนได้ยินด้วย

....................

 

เงื่อนไขของ สมาคมจารึกอักขระวิญญาณ 5 ทวีป

1.ไม่อาจจะแย้งชิง แก่นโลหิต แก่นธาตุ แก่นพลัง ของผู้บ่มเพาะ เพื่อฝึกฝนวิชา

2.ไม่อาจจะ ใช้วิชาใดๆ ของพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ต่อสู้กับ ผู้บ่มเพาะ ที่มิได้ สังกัดพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ โดยเด็ดขาด

3. ยกเว้นเฉพาะ ภายใต้ พื้นที่ประตูดินแดนสังหารโบราณ เท่านั้น

 

ข้อบังคับ พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ทวีปผลท้ออสูร

1.สาวกระดับต่ำ ภายนอกทวีปผลท้ออสูร ไม่นับเป็นศิษย์ของ พรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์

2.สาวกพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ไม่อาจจะต่อสู้ กับสาวกที่มีระดับต่ำกว่าได้ ยกเว้นแต่ สาวกระดับต่ำ ขอให้ใช้กฎแดนสังหาร

2.สาวกระดับต่ำ ผู้สามารถผ่านบททดสอบแรก ได้ครอบครองไข่เบญจธาตุ นับเป็นศิษย์ของพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ตามข้อตกลงระหว่าง 5 ทวีป สามารถเข้าร่วมกับสำนัก 5 ดาว ได้ทุกดินแดน

3.สาวกผู้ใด ได้ครอบครอง ป้ายประกาศิตมารโลหิต นับเป็นศิษย์หลัก ของพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์

 

เงื่อนไข เข้าสู่ด่านทดสอบ ทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์

1.ด่านแรก ใน 1 ปี สามารถเข้าทดสอบได้เพียงแค่20 คน

2.ด่านสอง ใน 1 ปี สามารถเข้าทดสอบได้10 คน

3.ผู้บ่มเพาะที่จะเข้าสู่ด่านทดสอบ 1 ได้ จะต้องสังกัดสำนัก ระดับ 2-3 เท่านั้น

4.ผู้บ่มเพาะที่จะเข้าสู่ด่านทดสอบ 2 ได้ จะต้องสังกัดสำนัก ระดับ 4 เท่านั้น

5.ผู้มีสายโลหิตกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการยกเว้นทุกกรณี

................

เมื่ออ่านข้อความบนระเบียง มุมที่สองจบลง เฟยหลงสามารถสรุปได้ว่า เงื่อนไข ข้อบังคับ กฎเกณฑ์ เหล่านี้ ถูกเพิ่มเติม เข้ามาในภายหลัง เพราะพวกมันล้วนขัดแย้ง กับจิตปณิธานดั้งเดิมของ จักรพรรดิมารฟ้า ห้าถึงหกส่วน

“เป็นอย่างไร พวกเจ้ายังคิด จะฝึกฝน วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ อยู่อีกหรือไม่” โจวหยุนถามขึ้น

เฟยหลงไม่ได้ให้ความสนใจ ที่จะตอบคำถามโจวหยุน

เขาเดินตรงไปยังระเบียงแรก แล้วตั้งใจแพ่งสมาธิถ่ายเทจิตวิญญาณเข้าไป ข้อมูลจำนวนมากไหลเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณ มันคืดเคล็ดวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไป

เฟยหลงลืมตาขึ้น ถึงกลับโซซัดโซเซ ถอยหลังไปสามก้าว ก่อนจะยืนลำตัวตรงได้อย่างเดิม ยังโชคดีที่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาได้ดูดกลืนแก่นธาตุทองระดับต่ำไปห้าก้อน ไม่ใช่นั้นวันนี้ เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว

...................

เสียงปรบมือแปะแป๊ะ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“เจ้าช่างเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์จริงๆ ข้ารู้จักเด็กคนหนึ่ง มาจากสถานที่เดียวกันกับเจ้า เด็กนั้นมีชื่อว่าหู่หลง ตอนนี้ได้เป็นถึงศิษย์หลัก ของผู้อาวุโสท่านหนึ่ง แต่ไม่คิดว่า สถานที่เล็กๆ แห่งนี้ ยังเก็บซ่อนเด็กน้อย มากพรสวรรค์เอาไว้ด้วยอีกหนึ่งคน ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ”

เฟยหลงยังคงไม่ได้ปริปาก แต่เป็นหลิวอัน กล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เจ้ารู้จัก กับศิษย์พี่หู่หลง ของพวกเรา”

โจวหยุนหันมามองหลิวอัน ก่อนจะกล่าวว่า

“หู่หลง ยังนับเป็นศิษย์พี่ของพวกเจ้า อยู่หรือไม่ ข้าไม่รู้ แต่ข้ารู้ว่าหู่หลง จะไม่หันหลัง กลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกตลอดไป”

หลิวอัน รู้สึกสะเทือนใจ แววตาเศร้าสลดลง เฟยหลงเห็นเช่นนั้น และกล่าวว่า

“หลิวอัน อย่าได้ไปฟังคำพูด ของเขา”

“ใช่ ข้าไม่เชื่อว่าศิษย์พี่หู่หลง จะทอดทิ้งพวกเรา และยังต้องคิดถึงพวกเราอยู่ รอคอยพวกเราให้ติดตามไปหา”

หลิวอันหวนกลับคืนมามีกำลังใจอีกครั้ง

“ศิษย์พี่ พวกเรากลับกันเถอะ ที่นี่ไม่มีธุระอะไร ให้พวกเราต้องทำอีกแล้ว”

เชียงจางและสมาชิกคนอื่นๆ ยังไม่มีใครได้ดูดกลืนแก่นธาตุทอง การที่จะฝืนดูดกลืนข้อมูลมากมายเหล่านี้ ก็อาจจะทำให้เส้นชีพจรทั่วร่างระเบิดได้

วิชาที่เฟยหลงเก็บเอาไว้ ภายในทะเลวิญญาณ สามารถถ่ายทอดให้พวกเขา ได้ในภายหลัง ดังนั้นจึงไม่คิดจะอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ นานเกินไป แต่ทันใดนั้น

.............

“เจ้าหนู ในเมื่อเจ้าได้ครอบครอง วิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ นับว่าเจ้า ก็ได้เป็นสาวกคนหนึ่งแล้ว และข้าก็นับว่าเป็นศิษย์พี่ของเจ้า หากเจ้าเชื่อฟังข้า เจ้าก็สามารถเดินทาง ไปจากสถานที่แห่งนี้ได้”

“ศิษย์พี่ท่านนี้ คงจะเข้าใจอะไรผิดไปแล้ว จากข้อบังคับบนระเบียงจารึกนั้น ข้ายังไม่ได้เป็นสาวกพรรคมารฟ้าด้วยซ้ำ”

“ช่างข้อบังคับ ของทวีปผลท้ออสูร มันจะเขียนอะไร ก็เป็นเรื่องของมัน แต่ที่แห่งนี้ คือทวีปกิเลนฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะต้องเชื่อฟังศิษย์พี่เช่นข้า ไม่เช่นนั้น อย่าหาว่าข้ารังแกเจ้า”

เฟยหลงไม่อยากจะฆ่าใคร เมื่อมีสายตาหลายๆ คู่ จับจ้องมอง เขาคิดว่าเรื่องนี้ ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลี่เทียน คนผู้นี้ กำลังบีบบังคับเขาให้แสดงฝีมือ ไม่อย่างนั้น คงไม่คิดปล่อยพวกเขา ลงเขาไปได้ง่ายๆ แน่

และที่สำคัญ ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ ก็ไม่มีใครออกหน้า มาห้ามเลยสักคน แม้แต่โจวหยุนเอง ก็ยังนิ่งเฉย นับว่ากฎเกณฑ์ เงื่อนไข ข้อบังคับต่างๆ บนภูเขาลูกนี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องเลวไหลทั้งสิ้น

ข้อบังคับ เงื่อนไข จะถูกกล่าวอ้าง ก็ต่อเมื่อ มันเกิดประโยชน์ ฝ่ายของตนเองเท่านั้น

เมื่อพยายามที่จะหลีกเลียง ก็ไม่สามารถหลีกเลี้ยงได้ เช่นนั้นก็มาต่อสู้กัน ให้ตายไปข้างหนึ่ง เฟยหลงแย้มยิ้มออกมา และกล่าวว่า

“ศิษย์พี่คนนี้ สนใจจะใช้ กฎแดนสังหาร กับข้าหรือไม่”

กฎแดนสังหาร จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ สาวกที่มีระดับต่ำ ท่าต่อสู้กับสาวกที่มีระดับสูงกว่า และการต่อสู้จะจบลงได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายหนึ่งจบชีวิตลง

“หากท่านไม่กล้า ก็ถอยไปซะ อย่าขวางทางพวกเรา”

………….

บุรุษอายุประมาณ 25-26 ปี ใบหน้ากลม รูปร่างสูงใหญ่ ระดับบ่มเพาะก่อกำเนิด ระดับ 9 ขั้นปราย สวมชุดนักบู๊สีเขียว ในมือถือกระบี่เล่มยาว ซึ่งเป็นกระบี่ที่หลอมขึ้นเป็นพิเศษ

บุรุษผู้นี้ หันไปมองหลี่เทียน เพื่อขอการตัดสินใจ หลี่เทียนใบหน้าบึงตึง กล่าวเสียงกระด้างว่า

“ต่อสู้เต็มกำลัง ฆ่าไอ้เด็กเหลือขอนี้ ทิ้งไปซะ”

หลี่เทียน และเฟยหลง จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีเรื่องผิดใจกัน มากนัก ยกเว้นอยู่แค่สองเรื่อง คือการแย้งชิงสมุนไพรระดับสูงหนึ่งต้น และเฟยหลง ได้แอบสังหารสมาชิกในสังกัดไปแล้วสามคน

เฟยหลงคิดว่า นอกจากฝูงค้าวคาวบนเขาแล้ว หลี่เทียนไม่มีทางรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นได้ อย่างแน่นอน

มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้นคือ ขอเพียงแค่มีความสงสัย ก็ไม่อาจจะปล่อยไปง่ายๆ

ยิ่งหากเฟยหลง ลงมือต่อสู้ อย่างเต็มกำลัง มันก็จะยิ่ง เพิ่มข้อสงสัย ให้ก่อเกิดเป็นความแน่ใจ แม้เฟยหลงจะกล่าวปฏิเสธ ก็ไม่สามารถเอ่ยได้เต็มปากอีกเช่นกัน

..............

“เมื่อพวกเจ้าตัดสินใจ จะต่อสู้กันด้วย กฎแดนสังหาร ข้าโจวหยุน ก็จะเป็นพยาน ในเหตุการณ์ครั้งนี้เอง”

ลานประลองถูกจัดให้ อยู่บนพื้นที่เปิดโลง รอบข้างยืนไว้ด้วย กลุ่มต่างๆ อันได้แก่ หลี่เทียน อวี่ซิน ม่านหลิว หลิวเหวิน หยางสู่ โจวหยุน และสมาชิกที่เหลือ ล้วนจ้องมองอยู่ถัดไปด้านหลัง

“ในเมื่อเจ้าเป็นสาวกคนหนึ่ง ของพรรคมารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ข้าก็จะใช้เพลงกระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ต่อสู้กับเจ้า ดูสิว่าเจ้ามีฝีมือพอต้าน ข้าได้สักกี่กระบวนท่า”

“ติ่งฉี อย่าได้ประมาท”

หลี่เทียนเอ่ยวาจา เพื่อเตือนสติ

จากการประเมินของเฟยหลง ระหว่างจื้อเฟิง-เชียงเถี่ย- ซูหู ที่เขาได้สังหารไปก่อนหน้านี้ ติ่งฉี นับว่าลงมือยากกว่าเล็กน้อย สาเหตุการณ์ก็พอจะสรุปได้อย่างง่ายๆ

ติ่งฉี เตรียมตัวมาพร้อม ไม่ได้ประมาท อย่างเช่นคณะตลกทั้งสามคนนั้น การฉกฉวยโอกาส เช่นในครั้งก่อนหน้าจึงกระทำไม่ได้เป็นครั้งที่สอง

และวิชาที่ติ่งฉีใช้ ก็เป็นวิชากระบี่ เดียวกันกับที่เฟยหลงใช้ และที่สำคัญ ติ่งฉีน่าจะบ่มเพาะวิชามารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ อาจจะสร้างเปิดทำลาย ประตูได้แล้วหลายประตู วิชากระบี่ที่ แสดงออกมา ย่อมทรงพลังเป็นอย่างมาก

ผิดกับเฟยหลง เพิ่งจะดูดกลืนแก่นธาตุทอง ไปได้เพียงเล็กน้อย แม้จะแสดงพลังกระบี่ ได้แล้วแปดส่วน แต่ก็ไม่ได้มั่นใจว่า จะต้านเพลงกระบี่ของติ่งฉี ได้นานนัก

การต่อสู้ครั้งนี้ จึงไม่อาจจะยืดเยื้อได้ เขาจำเป็นต้องแสดงพลัง ของเส้นชีพจรคู่แรก จนถึงระดับสูงสุด และนั้นก็อาจะเปิดเผย ถึงสายโลหิตกิเลน ในร่างของเขาให้ทุกคนรับรู้ด้วย

...............

“เริ่มการประลอง กฎแดนสังหาร ได้นับแต่บัดนี้”

ร่ายของติ่งฉีพุ่งตรงเข้ามา ราวกับพายุบุแคม มันกวัดแกว่งกระบี่ อย่างหมายมั่น เฟยหลงยามคับขันไม่ลนลาน หยิบยืมพลังพุ่งตัวเข้าจู่โจมเช่นกัน

ดาบสองเล่ม กระทบกระแทกกัน เสียงดังครืนๆ ดุจฟ้าคำรนคำราม เฟยหลงสะกิดปลายเท้า ลอยกระเด็นถอยหลังกลับมาตั้งหลัก ฝุ่นละอองลอยละล่อง เต็มพื้นที่

เฟยหลงเอาฝามือ ปาดเช็ดเลือดออกจากมุมปาก ง่ามมือมีเลือดไหลซึมออกมา ส่วนติ่งฉี ก็มีสภาพไม่ต่างกัน

...................

“เด็กน้อยนั้น สามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะได้ในพริบตา จากก่อกำเนิดระดับ 5 ยกระดับถึง ระดับ 9 ขั้นปรายได้อย่างไร”

อวี่ซินตั้งคำถามขึ้น หลี่เทียนใบหน้าเคร่งเครียดกล่าวว่า

“เด็กน้อยนั้น แกล้งเป็นหมูหลอกกินเสือ มาโดยตลอด ข้าหลี่เทียนคิดได้ถูกต้อง”

“นั้น ต้องไม่ใช่พลังทั้งหมด ของเด็กน้อยนั้นแน่ๆ” หยางสู่กล่าวเสริมขึ้น

ม่านหลิวหันหน้าไปมอง หลิวเหวิน กล่าวว่า

“ข้าเคยบอกกับเจ้าแล้วว่า อย่าได้ไปเพาะสร้างศัตรู กับกลุ่มของเชียงจาง เจ้าคงมองเห็นถึง ความหวังดีของข้าแล้วกระมัง”

หลิวเหวินเหงื่อตก ฟันขบกันดังกรอดๆ หันไปมองสภาพของติ่งฉี และเปรียบเทียบกับตัวเอง หากพบกับพลังระดับนี้เข้าไป คงมีสภาพย่ำแย่กว่าติ่งฉีมากนัก

ติ่งฉีเอาฝามือ ปาดเช็ดเลือดที่ไหลซึมออกมาจากมุมปากเช่นกัน ก่อนจะกล่าวว่า

“หากเจ้ามีพลัง แค่นี้ ก็จงตายด้วยกระบี่สุดท้าย ของข้าซะ”

ท่ามกลางสายลมที่กำลังพัดเป็นเกลียว ดุจก้นหอย ละบาดเป็นวงกว้างไปทั่ว อาภรณ์บนร่างบาง บัดเดี๋ยวลู่ แนบไปกับลำตัว บัดเดี๋ยวโบกสะบัด ไปตามแรงลม แทบฉีกกระชากเสื้อผ้าบนร่างกายของเฟยหลง หลุดสลายหายไป

เฟยหลง ปลดปล่อยพลังแห่งโหลิตกิเลนฟ้า ซึ่งเป็นปราณกิเลนพิษมหาวิบัติ เต็มกำลัง รัศมีแผ่กระจายเป็นวงกว้าง

ยามนี้ดวงตาของเฟย หลงแดงก่ำดังเทพมาร จิตสังหารครอบง่ำสติสัมปชัญญะ ได้อย่างสมบูรณ์ มีเพียงคำว่า ฆ่า ตาย สังหาร เหลืออยู่เพียงแค่สามคำ

“ปราณพิษ ทุกคนกางอาณาเขตพลัง”

โจวหยุน ตะเบ็งเสียง บอกกล่าวกับทุกคน แน่นั้น กลับไม่อาจจะปฏิบัติได้อย่างทันท่วงที ครึ่งหนึ่ง ถูกปราณพิษจู่โจมพุ่งเข้าสู่เส้นชีพจรภายในร่างกาย เสียงร้องครวญครางดังระงม

ส่วนติ่งฉี ตัวแข็งดุจถูกคำสาป กระบี่ที่ตั้งใจจะพุ่งเข้าจู่โจม กับง้างออกได้เพียงครึ่งเดียว ก็ถูกพลังเพลงกระบี่ของเฟยหลงละบาดใส่

กระบี่อักขระเก้าประตูปริศนากลืนกิน”

เสียงนี้ ไม่ได้ดังออกมาจากปากของเฟยหลง แต่ดังออกมาจาก ภายในเส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ เมื่อพลังนี้ถาโถมเข้าสู่ร่างกายของติ่งฉี แก่นโลหิต แก่นธาตุ แก่นพลัง ถูกดูดกลืนกินไปจนหมดสิ้น ร่างกายของติ่งฉี ละลายเป็นละอองน้ำหายลับไป ในอากาศ

………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น