Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร

ตอนที่ 11 : เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนกลาง (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    10 เม.ย. 63

Emperor of nine gate Dragon จักรพรรดิเก้าประตูมังกร EP.11

 

11. เข้าสู่พื้นที่อาณาเขตส่วนกลาง (3)

                คำบอกเล่าที่กล่าวว่า “สถานที่แห่งนี้ ต่างกองสุมทับถมไปด้วยโครงกระดูก จำนวนมากมาก” กับไม่ใช่ คำบอกกล่าวอันไรเหตุผล

                อาจจะกล่าวได้ว่า สถานที่แห่งนี้ งดงามอย่างยิ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วย บุปผาสีสันสดใส ใบไม้เขียวชอุ่มพุ่มพฤกษ์ แต่นั้น กับเป็นฉากหน้า อันหลอกลวงผู้คน ความจริงต่างซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความสวยงาม หากสังเกตให้ชัดเจน

                ต้นหญ้าวิญญาณมากมาย ได้ขึ้นแซมตามร่างหิน ตามกิ่งก้าน อันบานสะพรั่งของบุปผา และตามโครงกระดูกผุๆ ต่างได้รับจัดแต่งอย่างประณีตจากธรรมชาติอย่างลงตัว

                “แก๊ก...”

หลิวอันเหยียบกระดูกผุๆ จนหักเป็นสองท่อน บางส่วนสลายเป็นฝุ่นผง หลิวอันรีบยกเท้า ก้าวหลบทันที พร้อมร้องยี้ อย่างขยะแขยง และเหตุการณ์ เช่นเดียวกันนี้ ก็เกิดขึ้นกับสมาชิกทุกคนในกลุ่ม

                “หากกองกระดูกพวกนี้ ไม่มีสมบัติซ่อนอยู่ ข้าหลิวอัน จะไม่เข้ามาเหยียบอย่างเด็ดขาด มันช่างหลอนจนขนหัวลุกจริงๆ”

                การติดตามหาแหวนมิติ จากสมาชิกที่ล้มตายลง ของกลุ่มหลิวเหวิน สุดท้ายก็ ค้นพบขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ และมีค่ายิ่งกว่า นั้นก็คือสมบัติภายในกองกระดูกเก่าๆ ผุๆ เหล่านี้ 

ในอดีต กลุ่มผู้เสี่ยงโชคอย่างเช่น เดียวกันกับกลุ่มของเชียงจาง ซึ่งมีจำนวน อยู่จนนับไม่ถ้วน กลุ่มแล้วกลุ่มเหล่านั้น เป็นเช่นเสมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เป็นวัฏจักรเช่นนี้ 

สุดท้ายกลุ่มที่โชคร้าย ก็จำต้องทิ้งโครงกระดูก และสมบัติติดตัวทั้งหมด เอาไว้ยัง สุสานอันงดงามแห่งนี้ รอคอยกลุ่มใหม่มาสายต่อจิตปณิธานต่อไป

                “ข้าหลิวอัน เจออีกวงหนึ่งแล้ว” 

หลิวอันชูแหวนมิติขึ้น

                “ลองสำรวจดูว่ามีอะไร อยู่ข้างใน” 

หลู่ชื่อสนับสนุนขึ้น หลิวอันยิ้มๆ แล้วกล่าวว่า 

“ข้ากลัวมาก ตอนนี้ พลังจิตวิญญาณของข้า จึงอ่อนด้อยลงเล็กน้อย” 

เย่ฮาน ส่ายหน้า กล่าวว่า 

“หยุดอ้างโน่น อ้างนี้ ได้แล้วหลิวอัน มีสมบัติกองอยู่ตรงเบื้องหน้าของเจ้ามากมาย แต่เจ้ากับนำมันมาใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ข้าผิดหวังกับเจ้าจริงๆ”

                “เย่ฮาน เจ้ากล่าววาจา รุนแรงเกินไปแล้ว ข้าย่อมรับว่า ข้าพลังบ่มเพาะต่ำ พลังจิตวิญญาณก็ต่ำด้วย เจ้าพึงพอใจแล้วใช่หรือไม่ แหวนวงนี้ มันมีระดับสูงเกินไป ข้าไม่สามารถเปิดดูข้างในได้”

                “เย่ฮาน หลิวอันแม้จะ มีสิ่งที่ด้อยกว่าพวกเรา แต่ส่วนดีก็มีมากมาย เจ้าดูวันนี้ หลิวอันสามารถค้นหาแหวนมิติ ได้มากกว่า พวกเรารวมกันเสียอีก 

                ยามนี้ พวกเราพี่น้อง ประสบภัย เราต้องสามัคคีกัน ให้กำลังใจซึ่งกัน และกัน เจ้ากับหลิวอัน จับคู่ฝึกซ้อมด้วยกันมาโดยตลอด ข้าเชื่อว่าเจ้ารักประเป็นห่วงหลิวอันมากกว่าใครๆ แต่เจ้าจะเร่งรัดให้หลิวอัน มุมานะฝึกฝน จนเกินกำลังไม่ได้ พรสวรรค์ของแต่ละคน มันไม่เหมือนกัน”

                แล้วเชียงจางก็มองไปยังหลิวอัน กล่าวว่า 

“หลิวอัน เจ้าก็อย่าได้อารมณ์เสีย กับเย่ฮานอีก แต่ไหนแต่ไร เย่ฮานไม่ใช่คนช่างพูด หรือดูถูกใคร แต่ไหนแต่ไร ก็เป็นเย่ฮาน คอยจ้ําจี้จําไชให้เจ้าฝึกฝนวิชามาโดยตลอด แต่เจ้าก็มือไม่อ่อน หลบได้เป็นหลบ หากเจ้าเชื่อฟังเย่ฮาน ตั้งแต่วันนั้น วันนี้พลังบ่มเพาะของเจ้า จะต้องสูงกว่านี้แน่นอน”

                หลิวอันหน่าม่อยคอตก กล่าวว่า 

“ข้าไม่ได้ ละทิ้งการบ่มเพาะ แต่วิชาปรุงยา มันกินเวลาของข้าไปมากมายจริงๆ เพียงแค่จดจำสมุนไพรก็ต้องใช้เวลาไปตลอดทั้งเดือนแล้ว และยังต้องมาจดจำขั้นตอนการปรุงยาอีก ทั้งยังขั้นตอนการใช้ไฟอีก ศิษย์พี่ก็น่าจะรู้ และเข้าใจข้ามากกว่าใครๆ ข้าไม่ได้มีพรสวรรค์โดดเด่น และความจำดี อย่างเช่นพวกท่าน พวกท่านได้แต่เร่งรัดข้า ข้าจึงรู้สึกกดดัน

                สุดท้ายอะไรๆ ก็ดูแย่ไปหมด”

                “ข้าขอโทษ...ต่อไปนี้ ข้าจะไม่พูดอะไร ให้เจ้าเสียกำลังใจอีก” 

เย่ฮานเอ่ยขึ้น

                หลิวอันส่ายหน้า กล่าวว่า 

“เจ้าเป็นเหมือนพี่ชายของข้า ข้าหลิวอันย่อมดีใจที่สุด ที่มีคน คอยห่วงใย เอาใจใส่ข้า”

                เฟยหลงมองภาพเหตุการณ์ ความสัมผัสระหว่างพี่น้อง แล้วเกิดความอิจฉาขึ้นเล็กน้อย เพราะสิ่งที่งดงามที่สุดคือ ความรัก ความห่วงใย และให้กำลังใจกัน โดยเฉพาะในยามทุกข์ยาก และสุดท้ายคือการให้อภัยกัน เมื่ออีกฝ่ายทำผิด

                “ไหน ข้าขอดูแหวนวงนั้นหน่อย” 

เฟยหลงที่ยืนอยู่ใกล้ กันกับหลิวอันยืนมือออกไป

                “เฟยหลง พลังจิตวิญญาณ ของเจ้าแข็งแกร่งยิ่ง ข้าอิจฉาเจ้าจริงๆ รับมันไปเลย” 

หลิวอันยื่นส่งให้ เฟยหลงถ่ายเทจิตวิญญาณ เข้าไปในแหวนมิติวงนั้น ในทันที

                การสำรวจ สมบัติภายในแหวนใช้เวลาไม่นาน เฟยหลงแสดงท่าทางตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง กล่าวว่า 

“พวกเราค้นพบสมบัติ เข้าให้แล้ว”

                “อะไรอยู่ในแหวน”

หลิวอันถามกลับทันที

โดยไม่ต้องให้ หลิวอันต้องอดทนรอ เฟยหลงนำสิ่งของ ที่อยู่ในแหวนออกมา ทุกคนตื่นเต้นจนดวงตาเบิกโพลง

                “แก่นธาตุทองระดับต่ำ”

เฟยหลงกล่าวขึ้น 

“และยังมี อยู่ในแหวนอีกสี่ก้อน และที่เหลือล้วนเป็นแก่นธาตุอื่นๆ อีกสิบก้อน” 

เฟยหลง แจกแจงรายละเอียด

                “พวกเราร่ำรวยแล้ว”

หลิวอันเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ไม่ไหว ตะโกนขึ้นเสียงดัง

                แต่คำกล่าวที่ว่า คนตายเพราะสมบัติ นกตายเพราะอาหาร น่าจะเป็นความจริง ในป่าแห่งนี้ ย่อมจะมีคนอื่น แอบสุม หรือซ่อนตัวอยู่อีกเป็นจำนวนมาก 

เสียงเหยียบใบไม้แห้ง ก้าวถี่ๆ ตรงเข้ามายังกลุ่มของเชียงจาง และเงาร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้น

                .....................

                คำกล่าวที่บอกว่า “ผู้ดีไม่มา ผู้มาไม่ดี” น่าจะพอใช้ได้กับเหตุการณ์นี้

                ทั้ง 3 คน มีระดับพลังอยู่ที่ปราณก่อกำเนิดระดับ 9 ขั้นปราย และเป็นสมาชิก 3 ใน 10 คน กลุ่มของหลี่เทียน 

“คำกล่าวที่ว่า ไม้ที่โครงงอ ย่อมปรากฏเงาที่โคงงอ” 

ก็น่าจะเป็นความจริง ด้วยเช่นกัน 

เจ้านายนิสัยอย่างไร ลูกน้องก็ย่อมมีนิสัย และพฤติกรรม ไม่ได้แตกต่างกัน บางคนถึงกับเค้นรอยยิ้มน้อยๆ อย่างเป็นมิตรออกมา 

หากใช้รอยยิ้มนี้ ไปหลอกทารกเล็กๆ เด็กซุกซนเหล่านั้น จะต้องวิ่งตาม เกาะแข็ง เกาะขา ร้องเรียกพี่ชายๆ ที่แสนดี อย่างไม่ต้องสงสัย

                “เจ้าหนู รู้สึกว่าแหวนวงนั้น พวกเราจะทำตกเอาไว้” 

                ชายคนนี้ ท่าทางดุดัน ดวงตาโปนดุจกระดิ่ง สวมชุดนักบู๊สีแดง อายุ ราวๆ 20-25 ปี และอีกสองคนก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน

                “จื้อเฟิง เจ้าจะพูดจาพิรี้พิไร เยี่ยงอิสตรีไปทำไม แค่เด็กเหลือขอกลุ่มหนึ่ง ฆ่าทิ้งไปเสียให้หมด ก็สิ้นเรื่องแล้ว”

                ชายคนนี้ หน้าตาคล้ายลิง คอสั้นมอต่อ น่าจะเป็นผู้นำกลุ่ม

                “จริงด้วย ไอ้เด็กพวกนี้ กับกล้ามาแย้งชิงธุรกิจ หาเงินทองของพวกเรา พวกมันคงไม่ทราบว่า พื้นที่อาณาเขตรอบๆ นี้ อยู่ภายใต้การปกครองของพวกเรา มาช้านาน หากใครคิดจะเก็บเกี่ยวสิ่งของๆ เรา ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน หรือไม่เช่นนั้น ก็ต้องทิ้งชีวิตเอาไว้”

                ฃายคนนี้ ปากหนา ฟันห่าง น่าจะถูกปลูกฝัง ความเห็นแก่ตัวมาแต่กำเนิด

................

                ในวินาทีนี้ เชียงจาง และสมาชิกในกลุ่ม ไม่มีสิ่งใดจะกล่าว การส่งมอบสิ่งของออกไป ก็ไม่ได้รับประกันว่า พวกกลุ่มโจรแย้งชิง ทั้งสามคนจะยอมไว้ชีวิต

                “พวกเจ้าอย่าได้ขยับเขยื้อน หรือคิดจะวิ่งหลบหนี้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ลูกธนูเหล่านี้ มันย่อมไม่มีลูกตางอกเงยออกมา อาจจะพุ่งเจอะหัวกะโหลก ของพวกเจ้า คนใดคนหนึ่ง อย่างง่ายๆ ก็เป็นไปได้”

                ชายปากหนามองตรงมายัง เฟยหลง กล่าวว่า 

“เจ้าหนู เด็กที่รู้จักสถานการณ์ ย่อมมีชีวิตที่ยืนยาว จงส่งแหวนมิติวงนั้น มาให้ข้าซะดีๆ”

                ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งความตาย คำกล่าวนี้ ไม่ผิดเลยจริงๆ ชายปากหนาคนนี้ เพียงมองเห็นระดับบ่มเพาะระดับ 4 ของเฟยหลง ก็เข้าใจว่า ไร้พิษสง ไม่ได้เอะใจเลยว่า เฟยหลงกำลังแสร้งเป็นหมูหลอกกินเสืออยู่

                “เชียงเถี่ย เจ้าข่มขู่เด็กน้อย จนตัวสั่นใกล้จะร้องไห้แล้ว” 

ชายหน้าตาคล้ายลิงกล่าวขึ้น

                “ซูหู แก่จะมั่วมา ยุ่งวุ่นวายอะไร กับเรื่องของข้า อยู่ทำไม แหวนมิติไม่ใช่ว่ามีอยู่ แค่วงเดียวสักหน่อย ข้าว่าพวกมันต้องเก็บสะสมเอาไว้ อีกเป็นจำนวนมากมาย หากงานนี้ ข้าเชียงเถี่ยลงมือเองทั้งหมด ข้าจะต้องได้รับส่วนแบ่งเป็นสองเท่า”

                “พวกเจ้าอย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน  เดียวเด็กๆ จะเก็บเอาไปนอนฝันร้าย” 

จื้อเฟิง กล่าวสัพยอกขึ้น

                “เจ้าจงเก็บรวบรวมแหวนมิติ ที่พวกเจ้าได้รับมา และอย่าได้คิดริบังอาจ แอบเก็บซ่อนเอาไว้ หากข้าค้นหาพบ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทิ้งซะ” 

จื้อเฟิงกล่าวข่มขู่

                เชียงจาง และพวก ยามนี้ ต่างมือไร้แรงแม้จะฆ่าไก่ สูดลมหายใจเข้าไปคำหนึ่ง ผงกศีรษะรับอย่างยอมจำนน เก็บรวบรวมแหวนที่ค้นหามาได้ทั้งหมด แล้วยืนส่งมันให้กับเฟยหลง 

ซึ่งนับรวมได้ทั้งหมด 20 วง รวมทั้ง 3 วง ที่ ได้ออกหน้าขอหยิบยืมมาจากอาจารย์ในสำนักด้วย

                “ช่างเป็นเด็กดี ยอมเชื่อฟัง พวกข้าย่อมบังเกิด ความเมตตา” 

คำกล่าวแม้ดูดี แต่แววตากับปรากฏความเหยียดหยาม จิตสังหารยังคงคุกรุ่น

                “เจ้าหนู จะมั่วยืนรออะไร อยู่อีก” 

จื้อเฟิงเร่งรัดขึ้น

                เฟยหลงกำลังคิดว่า จะลงมือสังหารใครก่อน เป็นคนแรกดี ทั้งสามคนนี้ ล้วนแต่น่าฆ่าทิ้ง กันทั้งหมด จนเลือกไม่ถูก เลยจริงๆ 

คนพวกนี้ ไม่อาจจะปล่อยให้ได้เตรียมตัว ไม่เช่นนั้น ก็อาจจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับ กลุ่มของหลิวเหวิน มีทั้งระเบิดหยก มีทั้งสมบัติช่วยชีวิต

                แผนการสังหาร จะต้องรีบฉกฉวยโอกาส ลงมือสังหาร อย่างรวดเร็วทีสุด

                วิชากระบี่มารฟ้าศักดิ์สิทธิ์ แม้จะเปล่งอานุภาพเพียงครึ่งเดียว แต่เมื่อใช้กับการบ่มเพาะของเส้นชีพจรคู่ที่ 1 เส้นชีพจรกิเลนพิษมหาวิบัติ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ โจรร้ายทั้งสามคนนี้ รับมือได้ไหว 

                แต่นั้น ก็กินพลังปราณแท้ไปเกินครึ่ง เขาเชื่อว่า สามารถใช้เพลงกระบี่ นี้ได้อย่างน้อย 2 หรือ 3 กระบี่

                กระบี่แรก จะต้องสังหารให้ได้อย่างน้อย 1 ถึง 2 คน บุคคลที่โชคดีนั้น จะเป็นใครดี 

เฟยหลงกวาดสายตา มองสลับกันไปมาระหว่าง จื้อเฟิง-เชียงเถี่ย-ซูหู 

                เฟยหลงตัดสินใจได้ในทันที เขาไม่ชอบไอ้หน้าลิง กับไอ้ปากหนา ฆ่ามันทิ้งก่อน เลยแล้วกัน เหลือไอ้จื้อเฟิงเอาไว้เค้นหาข้อมูล เอาไว้สักคน

                “เจ้าหนู แกอยากจะตายมากใช่ไหม มองพวกเรายังกับ พวกเราเคย ไปฆ่าพ่อแม่ของแกมา”

                ซูหู ไอ้หน้าลิง เค้นเสียงเอย่างเย็นชา กล่าวขึ้น เฟยหลงยังคงแกล้งใสซื่อไม่รู้ไม่ชี้ อยู่เช่นเดิม

…………..

                มากล่าวถึง ข้อดี ของการแกล้งเป็นหมู หลอกกินเสือ กันสักนิด...

                อย่างแรก ต้องพลังยุทธ์ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ข้อนี้ เฟยหลงแกล้งได้เนียนมาก

                อย่างสอง ต้องอายุยังน้อย ข้อนี้ เฟยหลงก็ตีเนียน ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย

                อย่างสาม ต้องพร้อมจะร้องไห้ ท่าทางหวาดกลัว สั่นเทิ้ม แขนขาอ่อนปวกเปียก เนื่องจากอาชีพเก่าเป็นถึงนายตำรวจสายลับ การเล่นบทพื้นฐานง่ายๆ นี้ จึงผ่านได้ฉลุย รางวัลเกือบทุกสถาบันเป็นการันตี 

                “ข้ากำลังคิดว่า แหวนตั้งมากมายขนาดนี้ ควรจะมอบมันให้ใคร ในกลุ่มของเจ้า เก็บรักษาเอาไว้ 

หากพวกเจ้าไม่สนใจ จะมากล่าวหาว่าข้า ไม่รู้จักลำดับขั้นอาวุโส ที่หลังไม่ได้นะ”

……………

                “เจ้าเด็กน้อยนี้ฉลาด มีความคิด” จื้อเฟิงกล่าวขึ้น 

“ข้านี้ล่ะ หัวหน้ากลุ่ม” 

เซียงเถี่ย หันขวับ 

“จื้อเฟิง วันนี้ ข้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม เจ้าดูดวงอาทิตย์ เริ่มลับขอบฟ้าแล้ว” 

เชียงเถี่ย ชี้นิ้วตรงไปยังดวงตะวันรอนๆ กำลังถูก ขุนเขากลืนหายไปได้ครึ่งดวง จื้อเฟิง กล่าวสวนกลับว่า 

“ยังเหลืออีกครึ่งดวง เจ้าแหกตาดูดีๆ วันนี้ ข้าก็ยังเป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่” 

เชียงเถี่ยไม่พอใจ กล่าวอย่างไร้ยางอายว่า 

“เจ้าหนู รออีกสักครู่ ให้ดวงตะวันหายไป จนหมดเสียก่อน ค่อยส่งมอบแหวนมิติ”

                จื้อเฟิงโมโห ร้องเพ้ย กล่าวว่า 

“เจ้าหนู เจ้าจะยังรอคอยอะไร ส่งมอบแหวนมาเดียวนี้”

                “หยุด อย่าได้ส่ง หากเจ้ากล้าส่งมัน ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งซะ” 

แล้วหันไปมองยังเส้นขอบฟ้าไกลๆ แววตาเรืองโรจน์ หัวร่อฮาๆ ออกมา 

“ดู เจ้าจงดูให้ดีๆ ดวงตะวันได้ลับเหลี่ยมเขาไปหมดแล้ว” 

นับว่าไอ้ตลกนี้ ฉลาด แกล้มโกง ไร้ยางอายเหนือใครๆ

                เฟยหลงถึงกับอึ้ง ไม่ใช่อะไรอื่น เพราะเขากำลังจะลงมือฆ่าล้างคณะละครตลก ที่นับว่า มีความสามารถคณะหนึ่ง ในใจจึงรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย 

สิ่งที่เฟยหลงกล่าวมันออกไปอย่างเรื่อยเปลือย กับทำให้กลุ่มคณะตลกนี้ แตกคอกันจนได้เล็กน้อย ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ

                “ดวงตะวันลับหายไปหมดแล้ว”

เฟยหลงชี้นิ้วตรงไป ตอกย้ำบาดแผล จื้อเฟิง

                “วันนี้” เสียงประกาศชัยชนะ ดังขึ้น 

“ข้าเซียงเถี่ย คือหัวหน้ากลุ่ม เจ้าจงส่งแหวนมิติ มาให้ข้า ให้หมด” 

จื้อเฟิง เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน กวาดสายตามองเฟยหลง อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

……………

“ข้าขอถามสักคำถาม ได้หรือไม่”

เซียงเถี่ย ไม่พอใจ ในความโอเอพิรี้พิไร กำลังจะระเบิดอารมณ์ออกมา

“เจ้าถามมา ถือซะว่า ข้ามีเมตตา มอบคำถามสุดท้าย ให้เจ้าก่อนจะตาย” 

จื้อเฟิงข่มขู่ จิตสังหารลามไปทั่ว เฟยหลงก็ยังไม่ได้ให้ความสนใจอยู่เช่นเดิม

“ข้าอยากทราบว่า หากวันนี้ เซียงเถี่ย เกิดไม่สบายเป็นอะไรขึ้นมา ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่ม ควรจะตกเป็นของใครต่อไป”

“เป็นข้าเอง ซูหู เอง กลุ่มของพวกเรา มีธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนี้ มาช้านาน หากวันไหน ใครได้เป็นหัวหน้า จะได้รับส่วนแบ่งเป็นสองเท่า วันนี้ เจ้าทำให้จื้อเฟิง เสียผลประโยชน์ไปหนึ่งส่วน นับว่าเจ้าเกิดมาอาภัพ ได้ตายเป็นคนแรก”

เฟยหลงรู้สึกดีขึ้น แสดงว่า ยังมีคณะละครตลกคณะอื่นอยู่อีก ฆ่าล้างคณะนี้ไป ในใจก็ไม่ได้รู้สึกผิดมากนัก

“เจ้าจะพิรี้พิไร มามากเกินไปแล้ว ส่งแหวนมา” 

เชียงเถี่ย ตามทวงยิกๆ มึงไปอดอยากปากแห้ง มาจากไหน เฟยหลงอยากจะตะโกนออกไปดังๆ แต่กลัวว่าตัวเองจะหลุดคาแรคเตอร์ ลูกหมูผู้ใสซื่อ

ก่อนที่จะสังหาร สองคนได้ ในหนึ่งกระบี่ ต้องควบคุมคาแรคเตอร์ เอาไว้ไม่ให้หลุด ไม่เช่นนั้น จะทำให้เรื่องยุ่งยากวุ่นวายขึ้น โดยใช่เหตุ

จื้อเฟิง และเชียงเถี่ย จึงนับเป็นเป้าหมายใหม่ พวกมันประมาทกันเกินไป อาวุธสักชิ้น ก็ไม่หยิบออกมา ซูหูไอ้หน้าลิง ก็ยืนอยู่ห่างเกินไป หากพวกมัน ยืนใกล้ชิดเรียงเป็นแนวเดียวกันก็น่าจะดี ภายในกระบี่เดียว ก็น่าจะฆ่าพวกมันได้แบบยกแข่ง

แต่ฆ่าได้แค่สองคนก่อน ก็ไม่นับว่า ยอมรับไม่ได้ เซียงเถี่ยกำลังจะอ้าปาก ทวงแหวนอีกครั้ง เฟยหลงกล่าวว่า

“ข้าจะส่งมอบมันให้เดียวนี้”

เฟยหลงซอยฝีเท้า เดินตรงไป มือหนึ่งถือแหวน มือหนึ่งถือกระบี่เล่มเล็ก อันไร้พิษสง 

จื้อเฟิง และเชียงเถี่ย ไม่ได้มองกระบี่เล่มเล็กนี้ เลยแม้แต่น้อย นับว่าตรงกับคำกล่าวที่ว่า ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา บุคคลเช่นนี้ ตายไปย่อม ตายตาไม่หลับ 

เฟยหลงยื่นส่งแหวนให้ ด้วยมือสั่นๆ

เซียงเถี่ยยืนมือออกรับ แต่แหวนมีจำนวนมาก ย่อมตกหล่นตกพื้นบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่หารับรู้ไม่นั้น เป็นความตั้งใจ ของเฟยหลงแต่แรก 

เชียงเถี่ยไม่พอใจ กำลังจะก้มลงเก็บ มุมปากของเฟยหลงก็ยกขึ้น จิตสังหารละบาดไปทั่ว เส้นลำแสงสีขาวสองเส้นสว่างวาบบาดตา ศีรษะหนึ่งกลิ้งหลุ่นๆ โลหิตพุ่งกระฉูด ร่างล้มทรุดลง อีกหนึ่งร่างถูกกระบี่ฟันขาดสะพายแล่ง สองศพจบสิ้นลงด้วยประการละฉะนี้

ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วฉับไว หมุนตัวขวับ บิดปลายเท้ากับพื้น ความเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ คล่องแคล่วดุจอสรพิษ เป้าหมายต่อไปคือ ซูหูไอ้หน้าลิง

ระดับความเร็วตลอดจนความแม่นยำ อยู่ในการคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ทุกอย่างคล้ายกลับกลายเป็นเชื่องช้าลง แต่ความจริงรวดเร็วยิ่ง กระบี่เส้นที่สาม กลับกลายเป็นประกายเจิดจ้าสายหนึ่ง ฟันใส่แขนข้างหนึ่ง หลุดลอยไป

แขนที่ประดับด้วยแหวนหลายวง กระเด็นห่างออกไปไกล ซูหูจึงนับว่าไร้พิษสง โดยสิ้นเชิง

เฟยหลงได้ใช้ปราณแท้ ออกไปพร้อมกัน  3 กระบี่ นับว่าเกินกำลังแล้วจริง จึงตะเบ็งเสียออกไปว่า

“ศิษย์พี่ ลงมือสยบมันเอาไว้ อย่าให้มันหลบหนี้ ไปได้”

เชียงจาง เผิงไฮ้ หลี่จื่อ ฉะไหนเลยจะรอซักช้าได้ ความเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ ล้อมกักซูหูเอาไว้ เป็นค่ายกลแบบสามเส้า ด้วยอารามตกใจจนสุดขีด บาดแผลเริ่มปรากฏโลหิตไหลซึมออกมา ร่างกายโซซัดโซเซ 

จนสุดท้ายคุกเข้าลง ยอมจำนน ไม่คิดจะต่อสู้ขัดขืนอีกต่อไป

“ศิษย์พี่ ผนึกพลังบ่มเพาะของมันเอาไว้ แล้วมัดมันอย่าให้ เคลื่อนไหวได้”

ระหว่างออกคำสั่ง เฟยหลงเดินตรงไป ยังแขนที่ขาดออก หยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมา ถ่ายเทจิตวิญญาณเข้าไปค้นหาข้าวของ สิ่งที่เฟยหลงต้องการได้ปรากฏขึ้น เป็นเม็ดยาฟื้นฟูปราณแท้ระดับต่ำ หลายเม็ด

ข้าวของอีกหลายอย่างเฟยหลงไม่ได้ให้ความสนใจ

แม้จะนั้นเมือมองผ่านๆ มันคือ ระเบิดหยกดูดวิญญาณ 5 ก้อน มีแหวนมิติระดับต่ำอีก 4 วง และสมุนไพรระดับสูงเป็นจำนวนมาก ส่วนระดับนภา มีอยู่ไม่มากนัก 

เฟยหลงหยิบเม็ดยาฟื้นฟู พลังปราณแท้กลืนกินเข้าไป และนั่งลงฟื้นฟูพลังปราณในทันที

วิชาบ่มเพาะอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา เป็นเสมือนหลุมดำไร้ก้น ภายหลังจากได้รับเม็ดยาเข้าไป ก็ช่วยฟื้นฟูปราณแท้ ของเฟยหลงให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

เฟยหลงทอดถอนใจ อย่างมีความหวังอีกครั้ง ขอเพียงมีเม็ดยาจำนวนมากๆ เขาก็จะเป็นอมตะในสถานที่แห่งนี้

อนึ่งมากล่าวถึงพลังปราณกันสัก หน่อยหนึ่ง ปกติแล้ว

สำหรับพลังปราณของ ผู้บ่มเพราะของ ระดับก่อกำเนิด จะเรียกว่า ปราณปฐพีและสวรรค์ คือดูดกลืนพลังเข้าไปสะสมในร่างกาย แล้วจึงปลดปล่อยออกมา หากใช้หมดก็เริ่มสะสมใหม่ ส่วน

สำหรับพลังปราณแท้ จะเกิดขึ้นภายหลังจากบรรลุ ระดับหล่อหลอม เท่านั้น เพราะระดับนี้ ผู้บ่มเพาะจะต้อง หลอมรวมปราณปฐพีและสวรรค์ หล่อหลอมให้กลายเป็นเมล็ดพันธ์ อยู่ใต้ท้องน้อย หรือ จุดตันเถียน

การที่เฟยหลง ผู้ยังไม่ได้บรรลุขั้นหล่อหลอม สามารถหยิบยืมพลังปราณแท้ ข้ามระดับมาใช้ได้ ก็สืบเนื่องมาจาก การบ่มเพาะ วิชาบ่มเพาะอักขระเก้ามังกรประตูปริศนา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #25 vasabi2017 (@vasabi2017) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:55
    หนึ่งตอนเต็มๆสำหรับชิงแหวนมิติ
    #25
    0