เนเฟอร์ตีตี จอมราชินีลุ่มน้ำไนล์

ตอนที่ 17 : บทที่ห้า ผู้ชิงชัย (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 พ.ค. 58

 

 ทันทีที่สิ้นเสียงตะโกนดังกล่าว ก็มีวัวตัวใหญ่ขนสีดำปลอดเขายาวโง้งท่าทางดุร้ายตัวหนึ่งกำลังวิ่งตะบึงมาตามถนนจนฝุ่นตลบ ขณะที่พวกชาวบ้านซึ่งกำลังเดินไปมาอยู่บนถนนต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีออกข้างทางด้วยความตระหนกตกใจ ข้าวของที่ตั้งวางขายอยู่ถูกชนตกกระจายเกลื่อน

และในขณะนั้นเอง ฝูงชนที่กำลังแตกตื่นตกใจพวกนั้น ก็วิ่งเบียดเสียดกันเข้ามา จนทำให้เนเฟอร์ตีตีพลัดหลงกันกับชายหนุ่ม
"เนเฟอร์ตีตี! เนเฟอร์ตีตี!"เมโนฮัทร้องตะโกนเรียกด้วยความตกใจเมื่ออีกฝ่ายหายไปในท่ามกลางความชุลมุนของฝูงชน

ในขณะนั้นเองเด็กสาวได้ถูกพวกชาวบ้านที่วิ่งผ่านมาชนเอาจนล้มลงกับพื้น ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่วัวดำตัวนั้นควบตะบึงมาถึงพอดี  แต่ก่อนที่วัวดุร้ายจะเหยียบกีบเท้าอันหนาหนักของมันลงบนร่างของนาง ก็มีมืออันแข็งแรงข้างหนึ่งฉุดเธอหลบเข้าข้างทางได้ทันท่วงที 

   หลังจากที่วัวตัวนั้นวิ่งเตลิดออกไปแล้ว เนเฟอร์ตีตีก็หันมายังผู้ที่ช่วยชีวิตหล่อนเอาไว้  คนผู้นั้นเป็นชายหนุ่มวัยราวยี่สิบปีเศษๆ รูปร่างสันทัด แต่งกายเรียบๆ โดยพันกายท่อนล่างด้วยผ้าลินินสีขาวชายผ้ายาวเลยเข่า ไหล่ทั้งสองข้างคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสั้นเนื้อบางมีลายทางสีน้ำตาลขาวและไม่มีเครื่องประดับอื่นใด นอกจากำไลสวมข้อมือที่ทำจากทองคำ ผิวของเขาออกจะขาวกว่าชาวเคมเมตทั่วไป ผมสีดำสนิทหยักศกยาวถึงต้นคอ ที่หน้าผากคาดทับด้วยแผ่นหนังเล็กๆที่ตัดมาจากหนังเสือดาว รูปหน้ายาว จมูกเป็นสันงุ้มลงเล็กน้อย ริมฝีปากค่อนข้างบาง คิ้วเข้ม ดวงตาทั้งคู่คมลึกเป็นประกายสีเหล็กกล้า
"เจ้าเป็นอะไรบ้างหรือไม่ แม่นางน้อย"ชายผู้นั้นถาม

"ข้ามิเป็นอันใด "เด็กสาวกล่าวก่อนจะก้มลงมองมือของของนางที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย"เอ่อ ..ถ้าอย่างไรช่วยปล่อยมือข้าก่อนได้ไหม"

ชายหนุ่มก้มลงมองมือข้างนั้นของตน ก่อนจะชะงักอย่างเพิ่งนึกขึ้น"ข้าขอโทษด้วย...ที่เสียมารยาท"เขารีบพูดพร้อมกับปล่อยมือของเธอออก

"หามิได้ " เนเฟอร์ตีตีกล่าวกับอีกฝ่านพร้อมกับค้อมศรีษะลงเล็กน้อย "ข้าเองต่างหาก ที่ต้องขอขอบคุณท่านที่ได้ช่วยข้าเอาไว้"

"เรื่องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มิเป็นไรหรอก "ชายหนุ่มผมหยักศกพูดขณะที่สายตาจับอยู่ที่ดวงหน้าของอีกฝ่าย"ว่าแต่เจ้ามาตามลำพังหรือ บนถนนหนทางเช่นนี้ อาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นได้โดยมิคาดฝัน หากมาเดินตามลำพัง เจ้าสมควรต้องระวังตัวให้มาก"

"เอ่อ..ที่จริงแล้ว ข้ามากับสหายน่ะ" เด็กสาวกล่าวพร้อมกับรีบดึงชายผ้าคลุมศรีษะที่เปิดอยู่ให้ปิดลงมา "ข้าคงต้องขอตัวแล้ว ประเดี๋ยวสหายของข้าจะรอนาน ขอขอบน้ำใจท่านอีกครั้งที่ช่วยข้า เมื่อครู่นี้" 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อีกฝ่ายก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้มศรีษะลงพร้อมกับกล่าวว่า "เช่นนั้น ก็ขอให้เทพคุ้มครองเจ้าด้วย แม่นางน้อย"

"ท่านก็เช่นกัน" เนเฟอร์ตีตีกล่าวตอบก่อนจะแยกจากชายหนุ่มแปลกหน้าและเดินกลับเข้าไปในฝูงชน ขณะที่ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองตามเด็กสาวไปจนลับตา..

                                                        ********************

ครู่ต่อมา เนเฟอร์ตีตีก็พบกับเมโนฮัทอีกครั้ง ทันทีที่เจอกัน ชายหนุ่มก็รีบเอ่ยถามขึ้นทันทีด้วยความเป็นห่วง"เจ้าเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า,เมื่อครู่ ข้าตกใจแทบตายที่ไม่เห็นเจ้า"
"ข้าไม่เป็นอะไรหรอก"เด็กสาวตอบ "แล้วเจ้าล่ะ"

"แค่ได้แผลถลอกนิดหน่อยเท่านั้น"ชายหนุ่มบอก" ได้เห็นเจ้าปลอดภัยเช่นนี้ ข้าก็โล่งอกแล้ว นี่ถ้าหากเจ้าเป็นอันใดไป ข้าคงมิอาจทนได้เป็นแน่"
เด็กสาวอมยิ้ม "ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ"
"แล้วเจ้าคิดว่า คนเราจะอยู่ต่อได้อย่างไร หากหัวใจของเขาดับสลายลง"
"เจ้าใช้คำหวานอีกแล้วนะ" 
"หากจะเป็นคำหวาน ก็เป็นคำหวานจากใจจริง"
"เรื่องนั้น เอาไว้ให้ข้าตัดสินเองจะเหมาะกว่ากระมัง"เด็กสาวกล่าวก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนาโดยกล่าวว่า"ยามนี้ ข้าคิดว่า เจ้ารีบพาข้าไปลงเรือได้แล้ว"
"เช่นนั้น ก็ตามข้ามาเถิด" ชายหนุ่มบอก ก่อนจะพาอีกฝ่ายเดินไปยังสะพานไม้ที่ทอดยาวไปถึงท่าเรือเล็กๆซึ่งมีเรือแจวซึ่งผูกจากต้นกกจอดเทียบท่าอยู่หลายลำ….

     กลางลำน้ำไนล์ เรือกกลำเล็กรูปร่างเพรียวแล่นแหวกสายน้ำอย่างช้าๆ สายลมบางเบาที่พัดมา ประกอบกับแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มลดความแรงกล้าลง ช่วยทำให้บรรยากาศเย็นสดชื่นมากขึ้น ที่บริเวณตอนกลางของเรือลำดังกล่าว เมโนฮัทและเนเฟอร์ตีตีนั่งอยู่ด้วยกัน โดยมีชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงผู้หนึ่งทำหน้าที่เป็นคนแจวอยู่ตอนท้ายเรือ  

"ข้ามิเคยล่องเรือชมลำน้ำเช่นนี้มาก่อนเลย " เนเฟอร์ตีตีเอ่ยขึ้นพลางยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ถูกลมพัดลงมาระหน้าผาก"ทิวทัศน์ที่นี่งดงามยิ่งนัก"
"ข้าดีใจที่เจ้าชอบ" ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยกล่าว ขณะที่สายตาของเขายังคงจับอยู่ที่ใบหน้านวลผ่องของเด็กสาว เส้นผมสีดำยาวสลวยของนางพลิ้วไหวเล็กน้อยยามมีลมพัดมา นางนั่งอยู่ใกล้ จนเขาสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นรัญจวนใจจากกายของนาง ในยามนี้ชายหนุ่มบอกกับตัวเองว่า ตัวเขาคงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากการได้อยู่ใกล้ชิดกับสาวน้อยผู้นี้ ได้เห็นรอยยิ้ม และได้ฟังเสียงหัวเราะของนาง

      ตลอดเวลาดังกล่าวนั้น เนเฟอร์ตีตีมองไปยังภาพทิวทัศน์ตลอดแนวฝั่งแม่น้ำไนล์ด้วยความสนใจ นางเห็นทุ่งนาที่เต็มไปด้วยต้นข้าวสาลีที่ออกรวงสีทองเหลืองอร่ามครอบคลุมพื้นที่กว้างไกลไปจนถึงแนวต้นปาล์มและอิทผาลัมสีเขียวขจีที่ขึ้นอยู่บนเนินดิน โดยมีกลุ่มบ้านเรือนสองสามหลังที่สร้างขึ้นด้วยอิฐตากแดดสีน้ำตาลอ่อน มุงหลังคาด้วยฟางแห้งตั้งอยู่ในดงไม้เหล่านั้น  ส่วนในแม่น้ำห่างออกมาจากบริเวณริมฝั่งเล็กน้อย มีเรือกกของชาวบ้านอยู่หลายลำที่ออกมาจับปลาด้วยการใช้ฉมวกและแห ขณะที่เด็กเลี้ยงวัวกลุ่มหนึ่งช่วยกันต้อนฝูงวัวลายด่างสีน้ำตาลขาวเขายาวโง้งจำนวนหลายสิบตัวลงมากินน้ำ ฝูงวัวพวกนั้นทำให้นกยางสีขาวฝูงใหญ่ที่กำลังเดินหากินอยู่บริเวณนั้นตื่นตกใจจนโผบินขึ้นฟ้า แลดูคล้ายกับดอกไม้สีขาวละลานตา  

" มิน่าเชื่อว่า ทุ่งนาที่นี่จะกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้" เนเฟอร์ตีตีกล่าว

"แม้ว่าทุ่งนาเหล่านี้จะกว้างใหญ่ก็จริงอยู่ แต่ครั้นพอถึงฤดูน้ำหลากแล้ว ท้องทุ่งที่เจ้าแลเห็นทั้งหมดนี้จะจมหายลงไปใต้สายน้ำในเวลาเพียงไม่กี่วัน" ชายหนุ่มบอก

เด็กสาวหันมามองอย่างฉงน "หากเป็นเช่นนั้น ผู้คนที่นี่มิลำบากกันแย่หรือ"
"จะว่าไปแล้ว การที่น้ำท่วม ก็มิได้ทำให้ผู้คนที่นี่ลำบากกันแต่อย่างใดหรอก ด้วยว่าพวกชาวบ้านล้วนแต่ปลูกบ้านเรือนของตนอยู่บนเนินสูง เลยจากบริเวณนี้ออกไปอีก และการที่น้ำไนล์หลากบ่าท่วมทุ่งนานี้ ยังส่งผลดีต่อการเพาะปลูกด้วย เนื่องด้วยว่า ตะกอนดินที่ถูกพัดมากับน้ำท่วมจะตกค้างและกลายเป็นอาหารแก่พืชพันธุ์ชนิดต่างๆ" อีกฝ่ายอธิบาย

"เจ้าเคยบอกกับข้าว่า เจ้าเป็นแต่เพียงทหารรักษาวังธรรมดาๆ แต่เหตุใด เจ้าจึงรู้เรื่องราวพวกนี้ดีเหลือเกิน"เนเฟอร์ตีตีตั้งข้อสังเกต

เมโนฮัทหรือที่จริงคือเจ้าชายอเมนโฮเทบชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดกลบเกลื่อนไปว่า"อันที่จริง ข้าเคยทำงานเกี่ยวกับไร่นามาก่อน จึงทำให้พอรู้เรื่องราวพวกนี้อยู่บ้าง"

"อย่างนั้นหรือ" เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปยังฝั่งแม่น้ำอีกด้านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ทิวทัศน์ทางด้านนั้นได้เปลี่ยนจากภาพของทุ่งข้าวสาลีสีทองมาเป็นภาพของดงต้นกกปาปิรัสสีเขียวขจีต้นสูงท่วมศรีษะที่ขึ้นกันอย่างหนาแน่น ฝูงห่านป่าอียิปต์ตัวใหญ่ขนสีน้ำตาลท้องขาวจำนวนหลายสิบตัวลอยน้ำผ่านเรือของทั้งสองไป นกกระเต็นสีน้ำเงินสดเกาะอยู่บนโขดหินริมน้ำพร้อมกับคาบปลาไว้ในจงอยปากยาวของมัน นานๆครั้งจะแลเห็นศรีษะขนาดใหญ่ของพวกฮิปโปโปเตมัสผลุบๆโผล่ๆอยู่กลางลำน้ำ ซึ่งทุกครั้งที่แลเห็นพวกมัน คนแจวเรือก็จะนำเรือเบนหัวให้ห่างออกจากพวกมัน เนื่องจากฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์ที่คาดเดาอารมณ์ได้ยากและพวกมันอาจพุ่งเข้าโจมตีเรือที่แล่นเฉียดเข้าไปใกล้ได้ 

  ไกลออกไปจากริมฝั่งที่อุดมไปด้วยดงกก มีแนวผาสีน้ำตาลแดงทอดยาวไปยังหุบเขาแห่งหนึ่ง  ที่ซึ่งเนเฟอร์ตีตีสังเกตเห็นว่ามีรูปสลักขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนสันเขา 

"แล้วหุบเขาที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกโน่นเล่า คือสถานที่ใดหรือ ข้าสังเกตเห็นว่ามีรูปสลักขนาดยักษ์ตั้งอยู่ที่นั่นด้วย"นางหันมาถาม

"นั่นคือหุบเขาอันเป็นที่ฝังพระศพของฟาโรห์และพระมเหสี" ชายหนุ่มตอบ "ตลอดแนวหน้าผาของหุบเขาแห่งนั้น ได้ถูกเจาะสกัดเข้าไปเพื่อทำเป็นสุสานหลวง"

"ดูเป็นสถานที่รกร้างกันดาร ผิดกว่าทางนี้มากนัก" เด็กสาวออกความเห็นพร้อมกับมองไปยังแนวสันเขาสีน้ำตาลแดงที่แทบจะไม่มีต้นไม้ปรากฏให้เห็นเลย

"เรื่องนั้นย่อมแน่นอน ด้วยว่าที่นั่น ค่อนข้างขาดแคลนแหล่งน้ำ ซ้ำยังแทบไม่มีผู้ใดอยู่อาศัยอีกด้วย"เมโนฮัทบอก " บางคนเรียกสถานที่แห่งนั้นว่า หุบเขาแห่งมรณะ" 

"ช่างเรียกได้สมชื่อจริงๆ"เนเฟอร์ตีตีกล่าวพลางห่อไหล่เล็กน้อยอย่างอดรู้สึกขนลุกในบรรยากาศอันดูรกร้างและไร้ซึ่งชีวิตของหุบเขาแห่งนั้นมิได้ 

… 

…..เรือกกที่พาทั้งสองหนุ่มสาวล่องแม่น้ำไนล์กลับเข้าเทียบท่า ก่อนเวลาเย็นเพียงเล็กน้อย หลังจากขึ้นมาบนฝั่งแล้ว เนเฟอร์ตีตีได้หันมากล่าวกับเมโนฮัทว่า
" วันนี้ ข้าต้องขอบใจเจ้ามากนะ  ที่พาข้าออกมาเปิดหูเปิดตาเช่นนี้"

"ได้เห็นเจ้ามีความสุขเช่นนี้แล้ว ข้าก็ดีใจ"อีกฝ่ายพูด "และหากวันหน้า ข้าจะมีโอกาสทำสิ่งใดให้กับเจ้าได้อีก ขอเจ้าจงออกปากมา โดยมิต้องรั้งรอ ข้ายินดีทำตามทุกสิ่งที่เจ้าประสงค์"

เด็กสาวยิ้มเล็กน้อย "เหตุใด เจ้าต้องทำดีต่อข้าเยี่ยงนี้"

"เจ้ามิรู้จริงๆน่ะหรือ" ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาของสาวน้อย 

เนเฟอร์ตีตีก้มหน้าหลบสายตาอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเขินๆ ชั่วขณะนั้น นางรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าเหมือนเช่นทุกครั้งที่สบสายตาของชายหนุ่มผู้นี้ เด็กสาวนิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นเป็นการตัดบทว่า"เอ่อ...ยามนี้ก็เย็นมากแล้ว ข้าว่าพวกเรากลับกันเถอะ ข้ามิอยากให้ไอริสต้องเป็นห่วงกังวลมากไปกว่านี้ ข้าคิดว่า แค่เพียงเท่านี้ นางก็คงจะกระวนกระวายจนอยู่ไม่เป็นสุขแล้วกระมัง"

"ถ้าเช่นนั้น ตามใจเจ้า ก็แล้วกัน"เมโนฮัทกล่าวรับอย่างไม่ขัดข้อง ก่อนจะพาเด็กสาวเดินออกจากบริเวณท่าเรือแห่งนั้นไป
                                                                   *****************
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

287 ความคิดเห็น

  1. #133 mydei (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2552 / 12:59
    อัพอีกนะจ๊ะ
    #133
    0
  2. #130 เพลงใบไม้(เจ้าน้ำตา) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2552 / 01:10

    แวะมาให้กำลังใจค่ะ

    กำลังสนุกเลย

    #130
    0
  3. #128 mydei (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2552 / 03:39
    อัพพพพพพพพพพพ

    รออ่านอยุ่นะจ๊ะ
    #128
    0
  4. #118 บุษบาพาฝัน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2552 / 19:47

    กำลังสนุกค่ะอัพบ่อยๆนะคะ พี่บุษมาให้กำลังใจค่ะ

    #118
    0