เนเฟอร์ตีตี จอมราชินีลุ่มน้ำไนล์

ตอนที่ 16 : บทที่ห้า ผู้ชิงชัย (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 เม.ย. 58


.....ภายในห้องทรงแปดเหลี่ยมที่ประดับประดาอย่างงดงามและสว่างไสวด้วยแสงไฟจากคบตะเกียงในตำหนักของเจ้าชายเคเฟรน ผู้ทรงเป็นพระนัดดาของฟาโรห์อเมนโฮเทบ องค์ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของตำหนักกำลังทรงประทับอยู่บนตั่งไม้เตี้ยๆที่ปูทับด้วยผ้าเนื้ออ่อนนุ่ม โดยกำลังทรงสำราญกับน้ำจันทน์เลิศรสและนางข้าหลวงรูปงามหลายนางที่คอยนั่งแวดล้อมถวายรับใช้เอาใจอยู่  

ในครู่ต่อมานั้นเอง ราโมสขุนนางคนสนิทของเจ้าชายก็เข้ามาในห้อง

ทันทีที่ทรงทอดพระเนตรเห็นอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาขัดจังหวะความสำราญ เจ้าชายหนุ่มก็ตรัสถามขึ้นด้วยพระเสียงดุๆว่า"มาหาข้าในยามนี้ มีเรื่องอะไรกัน"

"ข้าบาทมีเรื่องสำคัญมาทูล พ่ะย่ะค่ะ" ขุนนางคนสนิททูลบอก

"เรื่องอะไรของเจ้า ที่ว่าสำคัญ"

"เรื่องของสาวน้อยนามเนเฟอร์ตีตี พะย่ะค่ะ"

เมื่อทรงได้ยินเช่นนั้น เจ้าชายเคเฟรนก็โบกพระหัตถ์ไล่นางข้าหลวงทุกคนในที่นั้นออกไป ก่อนจะรับสั่งถามด้วยพระเสียงกระตือรือร้นว่า "ได้ความเช่นไรบ้าง จงรีบเล่ามา"

"นางเป็นบุตรสาวของอัยย์ ข้าหลวงแห่งนครอัคมิมร์ โดยบิดาของนางได้พานางเข้าวังมาเป็นนางกำนัลของพระมเหสี พะย่ะค่ะ"อีกฝ่ายทูลตอบ

เจ้าชายหนุ่มทรงขมวดคิ้วอย่างข้องพระทัย"น่าแปลกนัก ที่จู่ๆ อัยย์ก็ส่งบุตรสาวของตนเข้ามาเป็นนางกำนัลเยี่ยงนี้"

"เรื่องนี้ ข้าบาทได้ทราบความมาว่า การที่เขาส่งบุตรสาวมาเป็นนางกำนัลนั้น ก็เพื่อวางแผนให้นางเข้าถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาขององค์รัชทายาท โดยที่ในการนี้ พระนางไทยีเองก็ทรงมีท่าทีเห็นชอบ ด้วยว่าอัยย์นั้นมีศักดิ์เป็นพระญาติของพระมเหสีด้วย พะย่ะค่ะ"

"มิน่าเล่า"เจ้าชายหนุ่มทรงพยักพระพักตร์เล็กน้อย "แล้วรัชทายาททรงรับนางหรือยัง"

"จนบัดนี้ นางก็ยังไม่มีโอกาสเข้าเผ้ารัชทายาทด้วยซ้ำไปพะย่ะค่ะ"

"เช่นนั้น ข้าก็มีโอกาสน่ะสิ"

"แต่จะดีหรือพะย่ะค่ะ "ราโมสทูลทักท้วงอย่างเกรงพระทัย" ถึงอย่างไร ยามนี้ นางก็ถือเป็นสตรีที่จะต้องถูกส่งเข้าถวายตัวต่อองค์รัชทายาทแล้วนะพะย่ะค่ะ"

"แต่ตราบใดที่นางยังมิได้เข้าถวายตัวต่อรัชทายาท ข้าก็ย่อมถือว่านางผู้นั้นยังมิได้ตกเป็นสิทธิขาดของผู้ใด" เจ้าชายเคเฟรนตรัสอย่างช้าๆก่อนจะทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย ขณะที่สายพระเนตรเต็มไปด้วยแววมุ่งหมาย"แลตัวข้านั้น ก็ชื่นชอบการชิงชัยในเรื่องเช่นนี้อยู่แล้ว" 

                                                                   ****************

ยามสายของวันรุ่งขึ้น หลังจากที่พระมเหสีเสด็จออกจากพระตำหนักไปแล้ว เนเฟอร์ตีตีกับไอริสก็ลงจากพระตำหนักและมารอพบเมโนฮัทที่จุดนัดพบในอุทยานหลวง หลังจากเวลาผ่านไปได้ครู่ใหญ่ๆ ทั้งสองก็เห็นชายหนุ่มเดินฝ่าเปลวแดดมาแต่ไกล

"เจ้ามารอนานแล้วหรือยัง" เมโนฮัทถามเด็กสาวทันทีที่เห็นหน้า " พอดีว่า ข้ามีธุระเล็กน้อยที่ต้องทำให้เสร็จเสียก่อน จึงมาถึงช้า"

"ก็มินานสักเท่าใดหรอก เพราะตัวข้าเองก็เพิ่งมาถึงที่นี่ได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น" เนเฟอร์ตีตีตอบ ก่อนจะถามอีกฝ่ายว่า "แล้ว ยามนี้ พวกเราจะออกไปกันได้หรือยัง"

"ก่อนจะออกไปข้างนอก ข้าอยากให้พวกเจ้าปลอมตัวสักเล็กน้อย" ชายหนุ่มส่งห่อผ้าที่ถือมาด้วยให้เด็กสาว"เจ้ากับพี่เลี้ยงไปเปลี่ยนชุดเสีย เพราะหากแต่งกายออกไปเยี่ยงนี้ จะเป็นที่สังเกตได้ง่าย"

อีกฝ่ายพยักหน้าตอบตกลงก่อนจะรับห่อผ้าและเดินหลบเข้าไปด้านหลังพุ่มไม้แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับบริวเณนั้นพร้อมกับนางพี่เลี้ยง

ครู่ต่อมา เมื่อทั้งสองกลับออกมาแล้ว เมโนฮัทก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจก่อนจะออกปากถามขึ้นว่า "แล้ว พี่เลี้ยงของเจ้า ไม่ไปด้วยหรือ เหตุใดนางจึงยังมิเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย"

"ข้าบอกให้นางอยู่คอยรับหน้าคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต"เนเฟอร์ตีตีตอบ

"เจ้านี่ ช่างเป็นคนรอบคอบทีเดียวนะ" ชายหนุ่มกล่าวชม ขณะเดียวกันก็นึกดีใจที่จะได้อยู่กับอีกฝ่ายสองต่อสอง โดยไม่มีนางพี่เลี้ยงอยู่ด้วย

"แล้วเจ้าจะพาข้าออกไปทางใดหรือ"เด็กสาวถาม

"เรื่องนั้น เจ้ามิต้องกังวล ข้าเตรียมเส้นทางเอาไว้แล้ว" เมโนฮัท หรือ เจ้าชายอเมนโฮเทบกล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย " ข้ารับรองว่าจะไม่ถูกผู้ใด พบเห็นเป็นอันขาด"

เมื่อได้ยินแบบนั้น เด็กสาวก็ยิ้มบางๆอย่างพอใจ
 
แต่ก่อนที่นางจะตามชายหนุ่มออกไปจากบริเวณนั้น ไอริสพี่เลี้ยงของนางได้กล่าวกำชับด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า"..ออกไปข้างนอกแล้ว นายหญิงน้อยต้องระวังตัวให้มากนะเจ้าคะ  แล้วก็กลับมาเร็วๆด้วยนะเจ้าคะ " 

"ข้ารู้แล้ว" เนเฟอร์ตีตีบอกอย่างรำคาญนิดๆ

เมื่อเห็นว่าพี่เลี้ยงของเด็กสาวยังมีท่าทางกังวลใจ เมโนฮัทจึงหันหน้ามากล่าวกับนางพี่เลี้ยงด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังว่า "เจ้ามิต้องกังวลไปหรอก ไอริส ,ข้ารับรองด้วยเกียรติแห่งข้าว่า จะพานายหญิงน้อยของเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย ก่อนถึงยามอาทิตย์ตกดิน"

แม้ว่าจะยังคงมีความห่วงกังวลผู้เป็นนายอยู่ แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าและแววตาของชายหนุ่มตรงหน้าแล้ว ไอริสก็เกิดความรู้สึกเบาใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มีบางสิ่งบางอย่างในกริยาท่าทางของบุรุษผู้นี้ ที่ทำให้นางพี่เลี้ยงเกิดความรู้สึกว่า นายหญิงน้อยของนางน่าจะปลอดภัยเมื่อได้อยู่ในความดูแลของเขา  

"เช่นนั้น ข้าก็ขอฝากนายหญิงของข้าด้วยนะเจ้าคะ"ไอริสพูดอย่างเกรงๆอีกฝ่าย
ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปและพาเนเฟอร์ตีตีเดินออกไปจากบริเวณนั้น 

ไอริสยืนอยู่ที่เดิมขณะที่มองตามจนทั้งสองคนเดินลับไปจากสายตา ก่อนจะถอนหายใจยาว พลางนึกภาวนาขอให้เหล่าทวยเทพช่วยคุ้มครองนายหญิงน้อยของนางด้วย….  

                                                   *******************

 บริเวณตลาดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในลานจตุรัสใหญ่ของนครธีบส์ แม้จะเป็นยามสายใกล้เที่ยงแล้ว และอากาศค่อนข้างร้อน แต่ก็ยังมีผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยกัน เพิงขายสินค้าจำนวนมากตั้งเรียงรายกันเป็นทิวแถว เสียงต่อรองราคา ซื้อขายแลกเปลี่ยนดังอยู่ไม่ขาดสาย 

      เมโนฮัทกับเนเฟอร์ตีตีเดินคู่กันมาบนช่องทางเดินเล็กๆที่ผ่านเข้าไปกลางตลาด เด็กสาวมองดูสิ่งของรอบตัวด้วยความสนใจโดยไม่นำพากับอากาศร้อนอบอ้าว 

"ไม่น่าเชื่อว่า การออกมาข้างนอกจะง่ายดายกว่าที่ข้าคิดไว้มาก"เนเฟอร์ตีตีกล่าวกับชายหนุ่ม "ดูเหมือนว่าตลอดทางที่เราออกมา จะไม่มีคนเฝ้าอยู่เลยด้วยซ้ำ"

อีกฝ่ายซ่อนยิ้มในหน้า "ข้าบอกเจ้าแล้วอย่างไรว่า ข้าทำได้"

"นี่หาก วันใด ข้าอยากหนีออกมาจากที่นั่น ข้าคงต้องขอให้เจ้าช่วยแล้วกระมัง"

 เมโนฮัทเลิกคิ้วอย่างข้องใจ"แล้วเหตุใด เจ้าจึงคิดจะหนีออกมาด้วยเล่า"

"เอ่อ..ข้าเพียงแต่พูดเล่นเท่านั้น" เด็กสาวกลบเกลื่อน ก่อนจะรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องอื่น" คราแรกข้านึกว่าชาวธีบส์จะออกจับจ่ายซื้อของกันเฉพาะแต่ยามเช้าเสียอีก แต่นี่ ใกล้เที่ยงแล้วแท้ๆ กลับยังมีผู้คนพลุกพล่านถึงเพียงนี้"นางกล่าวพลางมองไปรอบๆตัว

"ที่นี่เป็นตลาดนัดใหญ่ของนครหลวง ซึ่งจะมาจัดขึ้นยังบริเวณลานจตุรัสกลางนครแห่งนี้สัปดาห์ละครั้ง โดยจะมีพ่อค้านำสินค้ามาวางขายกัน ตั้งแต่ยามสายไปจนถึงยามเย็น จากนั้นก็จะย้ายไปจัดที่อื่น หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป " เมโนฮัทเล่าให้เด็กสาวฟัง " แลถ้าหากเมื่อใด มีงานเฉลิมฉลองขึ้นในกรุงธีบส์ ลานจตุรัสแห่งนี้ก็จะถูกใช้เป็นที่จัดงานด้วย"

"ผู้คนพวกนี้หลายคนล้วนแต่งกายแปลกตายิ่งนัก ข้ามิเคยพบเห็นมาก่อนเลย"

"บรรดาผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อขายสินค้าที่นี่ มีอยู่มากที่มิใช่พลเมืองของเคมเมตเหมือนเช่นตัวข้าหรือว่าเจ้า หากแต่เป็นพ่อค้าที่มาจากต่างแดน อย่าง คานาอัน ไซปรัส ลิเบีย และซีเรีย " ชายหนุ่มอธิบายอย่างอารมณ์ดี "นอกจากนี้ แม้พลเมืองของนครธีบส์เองก็ใช่ว่าจะมีแต่ชาวเคมเมตเท่านั้น หากแต่ยังมีพลเมืองที่สืบเชื้อสายมาจากชนชาติอื่นๆปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน"

เด็กสาวพยักหน้าแทนการรับรู้ ก่อนจะหันไปทางขวามือพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นอีกว่า"แล้วแนวกำแพงสีขาวทางด้านนั้นคืออะไรหรือ" 

อีกฝ่ายมองตาม "นั่นเป็นมหาวิหารของอมุน เทพประจำนครธีบส์"

"อมุนที่เป็นองค์อวตารของจอมเทพรา ใช่หรือไม่"

"นั่นเป็นเรื่องที่เหล่านักบวชแห่งอมุนได้เขียนขึ้นมา เพื่อเชิดชูเทพเจ้าของพวกเขาให้ยิ่งใหญ่กว่าเทพเจ้าองค์อื่นๆ"เมโนฮัท กล่าวด้วยเสียงค่อนข้างเคร่งขรึม

"ข้าฟังน้ำเสียงเจ้าแล้ว ดูมิค่อยชอบใจเหล่านักบวชแห่งอมุนสักเท่าใด"เนเฟอร์ตีตีตั้งข้อสังเกต

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยอย่างรู้สึกตัว "มิได้ น้ำเสียงข้าก็เป็นไปเช่นนั้นเอง"เขากล่าวด้วยเสียงปกติ "ข้ามิเคยรู้จักมักคุ้นกับพวกเขา แล้วเหตุใดข้าต้องไม่ชอบใจพวกนักบวชเหล่านั้นด้วยเล่า"

เมื่อได้ยินอีกฝ่ายหนึ่งกล่าวเช่นนั้น เด็กสาวก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรอีก นางละสายตาจากคู่สนทนาและหันมาให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวอีกครั้ง ไม่นาน นางก็แลเห็นเพิงขายสินค้าหลังหนึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปจากที่ที่ทั้งสองยืนอยู่เพียงเล็กน้อย

"ทางด้านนั้นมีร้านขายเครื่องประดับอยู่ด้วย ข้าว่า พวกเราเข้าไปแวะชมกันสักหน่อย ดีไหม" เนเฟอร์ตีตีเอ่ยชวนชายหนุ่ม

"ไปสิ "อีกฝ่ายไม่ขัด

ครู่ต่อมา คนทั้งสองก็เดินมาถึงร้านขายเครื่องประดับซึ่งเป็นเพิงไม้ขนาดใหญ่มุงหลังด้วยผ้าสีฟ้าสด มีแคร่ไม้เตี้ยๆที่ปูทับด้วยผ้าลินินสีขาวสำหรับใช้วางเครื่องประดับจำนวนหลายสิบชิ้น มีทั้งต่างหูและสร้อยคอ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำมาจาก หินเทอคอยซ์และพลอยหลากสี คนขายซึ่งเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วม ร้องเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาแวะชมสินค้าของตนด้วยเสียงอันดัง

"เชิญขอรับ! เชิญขอรับ ขอเชิญทุกท่านเลือกซื้อเลือกหากันได้ตามประสงค์ เครื่องประดับทุกชิ้นที่เห็นนี้ ล้วนแต่ทำจากอัญมณีอันมาแต่เหมืองในทะเลทรายตะวันออกทั้งสิ้น" 

เนเฟอร์ตีตีแทรกกลุ่มคนเข้าไปยืนอยู่ที่หน้าแคร่วางเครื่องประดับ ก่อนจะก้มมองดูสร้อยคอและเครื่องประดับอื่นๆที่วางอยู่ ขณะเดียวกัน ความงามของนางก็ได้ทำให้ลูกค้าคนอื่นๆที่กำลังยืนเลือกซื้อสินค้าอยู่ก่อนแล้วหันมามองด้วยความสนใจ 

 ครู่ต่อมา เด็กสาวก็เห็นสร้อยที่ทำจากหินพลอยสีแดงเส้นหนึ่งวางอยู่  

"ดูสิ สร้อยเส้นนี้สวยมากเลย "นางกล่าว ก่อนจะหยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาดูใกล้ๆ พลอยสีแดงที่ผ่านการเจียระไนแล้วสะท้อนแสงเป็นประกายแวววาว  

"เจ้าชอบหรือ"เมโนฮัทถาม

 " ข้าว่ามันก็สวยดี" เนฟอร์ตีตีพูด" แต่เสียดายที่ข้ามิได้พกสิ่งใดมาแลกซื้อด้วยเลย" นางมองสร้อยอีกครั้งก่อนจะวางมันลงที่เดิม  

ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางคนขาย" สร้อยเส้นนี้ ราคาเท่าใด" 

"คิดเพียงทองคำสามคีเทเท่านั้น ขอรับ นายท่าน"อีกฝ่ายตอบ

เมโนฮัทหยิบเบี้ยทองคำน้ำหนักหนึ่งคีเท** ขึ้นมาสามอันจากถุงผ้าใบเล็กสีน้ำตาลที่แขวนไว้กับสายคาดเอวและส่งให้กับคนขาย ก่อนจะหยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมา

"สร้อยนี้เป็นของเจ้าแล้ว" ชายหนุ่มส่งมันให้กับเด็กสาว

 "แต่มันจะดีหรือ" นางกล่าว ด้วยท่าทางลังเลด้วยว่าตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยรับของกำนัลจากมือชายใดมาก่อน"ข้ามิอยากรบกวนเจ้า อีกทั้งของสิ่งนี้ก็มีราคาอยู่มิใช่น้อย"

"ข้าขอให้เจ้าโปรดรับมันไว้เถิด" ชายหนุ่มบอก"ก็เมื่อครู่ เจ้าบอกว่า อยากได้มันอยู่มิใช่หรือ "

"อืม..." เด็กสาวมองดูสร้อยเส้นนั้นครู่หนึ่งอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจรับของดังกล่าวมาจากมือของอีกฝ่าย"ถ้าเช่นนั้น เอาไว้กลับไปแล้ว ข้าจะเอาทองคำมาใช้คืนให้กับเจ้า"นางกล่าว ก่อนจะลองสวมสร้อยเส้นนั้นเข้ากับลำคองามระหง

"มิต้องหรอก" เมโนฮัทรีบปฏิเสธ "ข้าอยากมอบสร้อยเส้นนี้ให้เป็นของที่ระลึกกับเจ้า เผื่อว่า เมื่อใดที่เจ้าเห็นมัน ก็จะได้ระลึกนึกถึงข้าบ้าง" เขากล่าวพร้อมกับมองตาอีกฝ่ายอย่างมีความหมาย

สายตาของชายหนุ่มทำให้เนเฟอร์ตีตีรู้สึกว่าใบหน้าของนางร้อนผ่าว ด้วยว่าตัวนางเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงความหมายที่แฝงอยู่ในสายตาคู่นั้นได้เป็นอย่างดี
"เอ่อ ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ต้องขอขอบใจเจ้าด้วย สำหรับสร้อยเส้นนี้" เด็กสาวรีบปรับสีหน้า
ของตนให้กลับเป็นปกติก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตนเอง" ว่าแต่ หมดจากตลาดแห่งนี้แล้ว เจ้ายังมีสถานที่ใดจะพาข้าไปเที่ยวชมอีก"  

"แล้วเจ้าต้องการไปเที่ยวชมที่ใดเล่า"เมโนฮัทถาม

อีกฝ่ายทำท่านิ่งคิด ก่อนตอบด้วยเสียงสดใสว่า"ข้าอยากจะไปชมวิหารของพระนางฮัทเชปซุท เจ้าพอจะพาข้าไปที่นั่นได้หรือไม่"

"วิหารของพระนางฮัทเชปซุท.. " ชายหนุ่มกล่าวทวนคำ" แต่วิหารแห่งนั้น ตั้งอยู่ห่างไกลจากที่นี่มากนัก ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งค่อนวัน ข้าเกรงว่าวันนี้ เราคงไม่มีเวลาพอ" 

"หมายความว่า เจ้าพาข้าไปมิได้เช่นนั้นหรือ" เด็กสาวผิดหวังเล็กน้อย

" หากเป็นวันนี้ ข้าคงไม่อาจพาไปได้ เอาไว้เป็นคราวหน้า ข้าจะพาเจ้าไปเอง" เมโนฮัทให้สัญญาเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย "ว่าแต่ เหตุใดเจ้าจึงอยากไปที่นั่น"

"ข้าเคยอ่านเรื่องราวของพระนางมามาก จึงอยากไปเยี่ยมชมวิหารของพระนางให้ประจักษ์แก่ตาตัวเองสักครา"เด็กสาวตอบ

"ข้ามิรู้มาก่อนว่า เจ้าจะเป็นสตรีที่ใฝ่การศึกษาหาความรู้เช่นนี้" ชายหนุ่มกล่าวอย่างแปลกใจ

"แล้วการที่สตรีจะใฝ่ความรู้นั้น มันเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับเจ้ามากนักหรือไร"เนเฟอร์ตีตีขมวดคิ้วพร้อมกับย้อนถาม 

"หามิได้"เมโนฮัทรีบปฏิเสธ "เพียงแต่ข้ากำลังจะบอกว่า เจ้านอกจากจะงดงามแล้ว ยังเฉลียวฉลาดและใฝ่รู้อีกด้วย หากชายใดได้เจ้าเป็นคู่ครองคงนับเป็นวาสนายิ่งนัก"

แม้จะรู้สึกปลาบปลื้มใจในคำชมของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่เด็กสาวก็ยังคงทำเป็นไว้เชิงอยู่ "ข้าว่ายามนี้ เจ้าเลิกกล่าววาจาเยินยอข้าเสียเถอะ แล้วก็บอกมาดีกว่าว่า เมื่อมิอาจพาข้าไปชมวิหารของพระนางฮัทเชปซุทได้แล้ว เจ้าจะพาข้าไปที่ใดแทน"นางแกล้งทำเสียงขึงขัง

ชายหนุ่มทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากเสนอขึ้นว่า "ถ้าเช่นนั้นวันนี้ ข้าจะพาเจ้าไปล่องเรือชมล้ำน้ำไนล์แทนเป็นการชดเชย เจ้าจะไปไหม"

 "เอาสิ"อีกฝ่ายตอบรับอย่างสนใจในข้อเสนอนั้น "ข้าเองก็อยากล่องเรือชมเมืองอยู่เหมือนกัน"

"เช่นนั้น เราไปที่ท่าเรือกันเถอะ"เมโนฮัทกล่าว ก่อนจะพาเด็กสาวเดินออกจากตลาดในจตุรัสกลางเมืองไปยังท่าเรือเล็กๆริมฝั่งแม่น้ำไนล์

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปตามถนนดินแคบๆที่ตัดผ่านกลุ่มบ้านเรือนสองซึ่งตั้งอยู่ตลอดข้างทางนั้นเอง ทั้งคู่ก็เห็นผู้คนจำนวนมากทั้งชายหญิงที่อยู่ข้างหน้ากำลังวิ่งหนีกันเป็นที่อลหม่าน และก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกของพวกชาวบ้านก็ดังขึ้น

"ระวัง วัวหลุด!"
 -----------------------------------------------------------------------------------------------------




*คีเท - มาตราชั่งของอียิปต์โบราณ ใช้สำหรับชั่งโลหะมีค่า หนึ่งคีเท = 9.1 กรัม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

287 ความคิดเห็น

  1. #206 sweet dreamer (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 15:02
    อืมมมมมม.... ก็ต้องย้อนกลับไปบทแรกๆใหม่ว่านางเอกไม่ใช่คนเมืองธีปส์ ก็เลยไม่ค่อยรู้จักวิถีชีวิตของธีปส์
    แต่น่าจะทวนให้บ่อยๆว่าเธอมาจากอัคมิม หรือเคยมีกิจวัตรประจำวันอย่างไรจึงแปลกถิ่น หรือตื่นตาตื่นใจกับมันนักหนา เพราะ SD หรือคนออ่านอื่นๆก็อาจจะยังติดอยู่ที่ว่า ในเมื่อเจ้าหล่อนเป็นชาวอิยิปต์ร่วมสมัยเดียวกัน แล้วจะยังตื่นเต้นราวกับไม่เคยเห็นตลาดร้านค้า มันก็ยังไงๆอยู่ ถ้าเจ้าหล่อนเป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่ไม่เคยย่างกรายเข้าเมืองก็ว่าไปอย่าง แต่เธอเป็นธิดาขุนนางแห่งอัคมิม SD ก็เลยติดอย่างแรง พี่ wipoo น่าจะปรับว่าเนเน่จัง เดินเที่ยวตลาดไปตามปกติ แล้วก็เปรียบเทียบให้เห็นภาพระหว่างสองเมืองก็จะสนุกขึ้น หรือพ่อทูนหัวชวนให้ซื้อของแปลกๆอะไรบ้างก็ตามเรื่องตามราว

    ตินิดหน่อย ตรงบรรยายห้องแปดเหลี่ยม มีบ่อยๆคนอ่านก็เอียนนะค่ะ และนึกไม่ค่อยออกด้วย แค่หกเหลี่ยมยังพอถูไถ แต่ 8 เหลี่ยมมันรูปร่างยังไหว่า ใช้แค่ว่าห้องทรงงาน ห้องทรงอักษร ห้องสำราญ ห้องนู่นนี่นั่นให้หลากหลายขึ้นคงจะให้อารมณ์ร่วมดีขึ้นนะค่ะ

    เฮ่อๆๆ ยัยเนเฟอร์ก็ช่างคิวตี้จริงๆ หนีเที่ยวเดี๋ยวก็โดนตีหรอก
    #206
    0
  2. #116 mydei (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2552 / 13:20
    รอออออออออออออออออออออออออออออออ
    #116
    0
  3. #109 Zozo - Lazy - FoX (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2552 / 23:33

    อืมม...แอบคิดมานานละว่านางเอกเวอร์ชั่นนี้นี่...แอบบริหารเสน่ห์นิดๆนะ ^^"

    #109
    0