[NCT] Pure Love จอมใจองค์ราชัน II [ JaeDo]

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : องค์ราชันจองแจฮยอนแห่งทงเย 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    28 เม.ย. 59

[Fic NCT]  Pure Love  [ #JaeDo , #TaeTen , #HanTa ft. Johnil]

By winata

Chapter  9 : องค์ราชันจองแจฮยอนแห่งทงเย

 

              หากมิใช่ว่าคะนึงหา                      ตั้งแต่คราแรกยามแรกพบได้สบตา

              ใยต้องทนฝ่าอุปสรรค                    เรือนแสนเพื่อให้เจ้ามาเชยชม

              วอนน้องน้อยอภัยพี่เถิด                  อย่าหมางเมินให้พี่ตรอมตรม

              ใจพี่จะรวดร้าวเกินจะเอ่ย               แย้มยิ้มนะเจ้าเอ๋ย...ยอดชีวา

 



              พระหัตถ์แกร่งขององค์ราชันแจฮยอนกำกระดาษสีอ่อนที่เพียรบรรจงเขียนเพลงกลอนง้องอน...พระคู่หมั้น...โดยอง ตามคำแนะนำของเหล่าทหารเสือคนสนิท 





              เจ้าตัวดีคนแรกที่เสนอก็ใช่ใครที่ไหนก็...ยูซอง  ที่ยังเคืองพระองค์อยู่ที่ไม่ยอมบอกเรื่องความลับ...แต่เรื่องบางเรื่องก็ควรเก็บให้เป็นน้ำทิพย์ชโลมใจในวันที่เหนื่อยล้า  ใช่เรื่องที่ต้องกล่าวเพรียกหาอยู่เป็นนิจ  ไว้หากพระองค์ทรงง้อพระคู่หมั้นได้แล้วเถอะจะจัดการรายคนเลยกับเหล่าทหารเสือคนสนิท 





              ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเหตุใดเหล่าทหารเสือคนสนิทถึงเสนอการเขียนเพลงกลอนงอนง้อ  ในขณะที่คนอื่นเสนอความคิดเห็นแต่กลับมีผู้หนึ่งที่นิ่งและเงียบกว่าเดิม...ลีแทยง  ในบรรดาเหล่าทหารคนสนิทที่เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแทอิล  ยูซอง  จงอิน และแทยง   ผู้ที่แจฮยอนสนิทและรักมากที่สุดประหนึ่งพระอนุชาของตนนั่นคือลีแทยง  




        แต่ยิ่งเวลาผันเปลี่ยนไปลีแทยงยิ่งเจียมตนและตีตนออกห่าง...ไม่ใช่ห่างจากพระองค์แต่หากจากพระอนุชาของพระองค์ลู่ฟางต่างหาก   ครานี้กลับไปยังทงเย  เห็นทีว่าพระองค์คงต้องยื่นมือเข้าไปช่วยสะสางปัญหาของทั้งคู่ให้ยุติเสียที  เพราะคราแรกตั้งใจเพียงแค่จะมองห่างๆ แต่ผ่านไปหลายขวบปีพฤติกรรมฝากสาสน์(รัก)ก็ยังอยู่   จนบัดนี้เจ้านกกระเรียนตัวน้อยจวนจะเต็มโหลแก้วล้นห้องทรงพระอักษรของพระอนุชาเสียแล้วกระมัง




              หากเปิดทางแล้วไซ้อีกฝ่ายยังนิ่งและเงียบอยู่เช่นเดิม  เห็นทีในฐานะพระเชษฐาที่แสนดีขององค์ชายลู่ฟาง   องค์ราชันจองแจฮยอนคงต้องสรรหาพระชามาดาเสียหน่อยแล้วกระมัง  แค่คิดก็สนุกแล้วเวลาเห็นสีหน้ายุ่งๆ ของลีแทยง





              พลันสายพระเนตรก็ต้องกับร่างเหน่งน้อยของพระคู่หมั้น   ที่บัดนี้ยืนอยู่กลางศาลากลางอุทยานหลวงของพูยอที่มีต้นซากรุที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งเต็มที่   ยามที่สายลมพัดมาต้องเหล่ากลีบดอกไม้แสนสวยก็หลุดร่วงลอยละล่องตามลม   ทำให้พระองค์ไม่รอช้าที่จะทรงปรับความเข้าใจ   เพราะแค่ทรงเห็นดวงเนตรเรียวรีที่ตัดพ้อนั่นมันยิ่งกว่าคมมีดของอริศัตรูที่ฟันลงมาเสียอีก!   ก่อนออกจากห้องรับรองก็ฉวยกระดาษสีอ่อนยับยู่ยี่ติดพระหัตถ์ไปด้วยเผื่อจะมีประโยชน์





              แค่เปิดประตูตำหนักรับรองออกมาเจอก็กับเหล่าทหารเสือคนสนิทที่ตั้งวงเล่นหมากรุกกันอยู่





              “ทรงจะเสด็จที่ใดพ่ะย่ะค่ะ  นี่ยังไม่ได้เวลางานเลี้ยงรับรองของทางพูยอเลยนะฝ่าบาท” มุนแทอิลทูลถามพร้อมยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบก่อนจะรี่ตามองผู้เป็นนายเหนือหัวตนเองอย่างล้อเลียน




              ...นาน ๆ ทีจะเห็นองค์ราชันแจฮยอนเดือดเนื้อร้อนใจเพราะพิษรัก...ฤาอาจเรียกว่าครั้งแรกก็ว่าได้




              “เราจะไปเดินเล่น  พวกเจ้าก็อยู่นี่ไม่ต้องตาม” ตรัสอย่างเจือหงุดหงิดก็แววตารู้ทันและล้อเลียนของเหล่าทหารเสือทำให้รู้สึกกระอักกระอวลใจ 




              “แต่พวกกระหม่อม   ต้องถวายการอารักษ์ขาพระองค์น้า...” เจ้าตัวคนพูดที่กำลังจ้วงขนมพื้นเมืองของพูยอเข้าปากมิขาดสายอย่างยูซอง...มันดูพร้อมไปทำหน้าที่ตรงไหน?




              พระเนตรคมตวัดมองจงอินและแทยงก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น




              “เจ้าสองคนไม่ต้องพูด  วังหลวงพูยอเราหลับตาเดินจนจำได้ทุกซอกมุม เรามีธุระส่วนตัวที่ต้องหารือกับองค์ชายน้อย” จบคำก็หมุนพระวรกายออกไปจากตำหนักรับรองทันที




              “ข้าดีใจที่ครานี้ทงเยจะได้มีองค์รานีเสียที” แทยงเอ่ยเบาๆ ก่อนยกน้ำชาขึ้นจิบบ้าง




              “แล้วตัวเจ้าเล่าแทยง  จะทำเยี่ยงนี้ไปถึงเมื่อใดในเมื่อต่างมีใจซึ่งกันและกัน” จงอินเอ่ยถามขึ้น  ถึงกับทำให้วงสนทนาเงียบทันที




              “ดอกฟ้าก็คือดอกฟ้า  ใยข้าต้องโน้มกิ่งลงมาให้เปื้อนดิน  ข้าขอตัวไปพักล่ะ” จบคำแทยงก็เดินหนีเข้าห้องพักของตนไปเลย




              “เฮ้อ  อนุภาพพิษรักนี่มันหายารักษายากกว่าการโดนยาพิษซะจริง ๆ โชคดีที่ตัวข้าไม่นึกพิสมัยผู้ใด”




              “มุนแทอิล   จุ๊ๆ ใยช่างกล้าพูดเช่นนี้  แล้วเหล่านางข้าหลวง  นางรำมากมายที่เจ้าไปเกี้ยวพาไว้ละ” ยูซองกระเซ้าเพื่อน



              “บุรุษไร้ซึ่งความเจ้าชู้  ฤาจะเรียกว่าบุรุษ  ยูซอง”




              “ฮาๆ ข้ากับยูซองจะคอยดูว่าจะมีผู้ใดมาลบเหลี่ยมเจ้ามุนแทอิล  คราใดที่เจ้ากลายเป็นแมวน้อยเชื่องๆ พวกข้าจะขำให้ดังไปแปดบ้านสิบบ้าน” จงอินเอ่ยอย่างหมั่นไส้

 




              องค์ชายน้อย...โดยอง   ที่ทนไม่ไหวกับการเก็บตัวอยู่ในตำนักของตนจนต้องออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยังอุทยานหลวง   ทั้งที่เมื่อก่อนยามมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดที่แรกที่ไปคือเรือนยาหลวง  แต่ครานี้เรือนยาหลวงก็ไม่สามารถช่วยบรรเทาความขุ่นข้องหมองใจของพระองค์บางไปได้เสียง่าย ๆ ยามคิดถึงตัวต้นเหตุ




              เนตรเรียวรีมองสร้อยข้อมือในมือตนด้วยความชั่งใจ  ใครจะคาดคิดว่านี่คือของหมั้นหมายของว่าที่องค์รานีของทงเย  อัญมณีสีดำสนิทนามว่า “นิล” เม็ดสวยที่ร้อยเป็นสร้อยอย่างสวยงาม  เหรียญเงินที่มีตราพญาอินทรีย์ที่ดวงตาประดับด้วยไพลินสีแดง   นั่นคือสัญลักษณ์ของดวงตราพระราชลัญจกรประจำตัวองค์ราชันแจฮยอน   ซึ่งตามราชธรรมเนียมโบราณคู่เมืองคือสิ่งที่องค์ราชันจะมอบให้ว่าที่องค์รานีก่อนการอภิเษกสมรสหรือคือของหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ   นอกจากจะเป็น เจ้าคนลามปาม โดยองต้องเพิ่มชื่อเรียกองค์ราชันแห่งทงเยไปอีกชื่อ คนเจ้าเล่ห์





              “มายืนทำอะไรตรงนี้  ลมแรงเดี๋ยวก็ไม่สบาย  เมื่อคืนก็ตากน้ำค้างมาแทบทั้งคืนแล้ว” ผู้มาใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พร้อมกับโดยองที่มัวแต่ใจลอยสัมผัสถึงความนุ่มของผ้าพันพระศอที่องค์ราชันแจฮยอนทรงสละถอดจากพระศอออกมาพันให้




              “...”



              “หรือยังเคืองเรา  ที่มัดมือชกเจ้าโดยมิได้ถามความสมัครใจเสียก่อน”



              “...”



              “งั้นเราจะไปบอกท่านอาจารย์ยุนโฮเอง  ว่าทุกอย่างที่ทำไปเพราะทงเยมีเจตนาช่วยพูยอเฉย ๆ ให้คิดเสียว่าการหมั้นเป็นโมฆะ” แจฮยอนพูดเสียงเรียบ...นี่พยายามจะง้อแล้วนะแต่เจ้าเด็กน้อยชักจะเอาใหญ่  พูดอะไรด้วยก็ไม่ยอมพูดด้วยตั้งแต่เจอหน้ากันที่ท้องพระโรงต่อหน้าพระพักตร์องค์ยุนโฮและองค์แจจุงแล้ว




              ร่างแกร่งต้องหยุดชะงักเพราะแรงดึงเบาๆ ที่ชายฉลองพระองค์   เมื่อหันไปก็เจอคนตัวเล็กที่ยืนแก้มแดงหน้าแดงก้มหน้างุดอยู่อดไม่ได้ต้องดึงเข้ามากอดเอาไว้พร้อมโยกตัวไป



              “เจ้าคนลามปาม” เสียงใสเอ่ยขึ้นเบาๆ นั่นทำให้แจฮยอนใจชื้นขึ้น



              “เราลามปาม...ก็ลามปามแค่กับเจ้าเท่านั้นละเด็กน้อย  บอกแล้วเราสองคนมีวาสนาต่อกัน”



              “เจ้าเล่ห์” องค์ชายน้อยแห่งพูยอยังมิวายค่อนขอด




              “เราเจ้าเล่ห์กับเจ้าแค่คนเดียวนะโดยอง  แล้วพี่มิคิดจะทำเช่นนี้กับผู้ใด  เชื่อใจพี่เถิดน้องน้อย”




              หากมิเชื่อใจ...เหตุใดจักต้องยอมยืนนิ่งให้ตระกองกอดจนจะเป็นเนื้อเดียวกันเช่นนี้เล่า...ดวงเนตรเรียวรีหลับลงซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดขององค์ราชันแห่งทงเย  ที่บัดนี้ต้องฝากอีกครึ่งชีวิตไว้จนกว่าจะหาไม่  รอยยิ้มหวานที่แจฮยอนไม่มีโอกาสได้เห็นเพราะเจ้าของซ่อนมันไว้




              กล้าหลอกเราให้ทุกข์ใจถึงเพียงนี้  องค์ราชันแจฮยอนเตรียมรับมือกับฤทธิ์ของพระคู่หมั้นจากพูยอได้เลย  องค์ชายโดยองมาดมั่นไว้ในพระหทัย




              “ไม่ว่าวันนี้หรือวันพรุ่ง   หัวใจพี่จะไม่เปลี่ยนไป” สิ้นเพราะดำรัสแล้วองค์ราชันแจฮยอน  คว้าหัตถ์บางให้ทาบทับยังพระอุระด้านซ้ายที่ครานี้มันเต้นแรงยิ่งกว่าเสียงรัวกลองรบ




              “หากภายหน้า  พระองค์จักเปลี่ยนไป  อย่าหาว่ากระหม่อมใจร้ายก็แล้วกัน”




              องค์ราชันแจฮยอนทรงพระสรวลเสียงดังแล้วจะเอ่ยตรัสข้างกรรณของร่างเหน่งน้อยในอ้อมกอดเบาๆ เพื่อให้ได้ยินเพียงสองพระองค์




              “อันนี้สุดแล้วแต่ว่าที่องค์รานีแห่งทงเยจะกรุณาพี่แล้ว...โดยอง”



              บางคราเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตก็ยากเกินกว่ามนุษย์จะหยั่งถึง  




           คนที่เกิดมาเป็นคู่แม้เคยพบกันเพียงครั้งเดียว  ทว่าเมื่อกงล้อแห่งโชคชะตาหมุนเวียนสบโอกาสด้วยฤทธิ์ของด้ายแดงก็นำพาทั้งคู่กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง  เฉกเช่นองค์ราชันแจฮยอนและองค์ชายน้อยโดยอง

 








              ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน


              โดยองที่หลบนางข้าหลวงยอนฮวาและคนอื่น ๆ ลอบเดินออกมาจากตำหนักของตนเอง  จนมาถึงคอกม้าหลวงเท้าเล็กสาวเท้าเร็วๆ ไปหาม้าคู่ใจของตนเอง  แต่ต้องชะงักและหลบหลังเสาอันใหม่เมื่อเห็นทหารนำม้าศึกที่มีสัญลักษณ์ของรอกแจเข้ามาเก็บยังคอกม้าบริเวณที่ใช้รับรองอาชาของอาคันตุกะจากต่างแดน



              ร่างบางถอนหายใจจนเจ้าจางโฮที่กำลังเลียน้ำอ้อยจากฝ่ามือบางเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับดวงตากลมของผู้เป็นนายที่ยามนี้มันหมองเศร้า  ก่อนมันจะงับชายเสื้อโดยองกึ่งดึงกึ่งลากเวลาที่จะอยากออกไปวิ่งเล่นนอกคอกม้าหลวงแห่งนี้



              “เป็นเด็กดีนะ  แล้วเราจะมาเยี่ยมเจ้าใหม่” ลูบขนคอขาวปลอดของม้าหนุ่มที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่ออกจากท้องแม่  ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังตำหนักของตนเอง  ทั้งที่เมื่อครู่นี้มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวโดยอง



              ชีวิตเป็นของตนใยจักต้องยอมให้ถูกคลุมถุงชน  ทั้งที่มีโอกาสหนีไปแล้วแท้ๆ สุดท้ายเลือดขัตติยะในวรกายบางก็เข้มข้นจนมิอาจละทิ้งศักดิ์และศรีแห่งองค์ชายพูยอ  รัชทายาทอันดับที่ 2 ไปได้



              ถอนหายใจอีกครา...อีกเรื่องที่ทำให้โดยองหนักใจเพราะยามใดที่เผลอจักต้องคิดถึงใบหน้าคมคายของเวณิชต่างแดน  มิใช่ไม่รู้ว่าตนเองเผลอใจคิดไปเป็นอื่น  แต่ก็ต้องหักใจเสียตั้งแต่ตอนนี้เพราะคงไร้ซึ่งวาสนาที่จะพบพานกันอีกครั้ง




              เมื่อระลึกถึงสายเลือดขัตติยะที่หมุนเวียนในกายตนนั้นจักต้องคำนึงถึงผลประโยชน์บ้านเมืองมากกว่าความสุขส่วนตน  เพราะมัวแต่อยู่ภวังค์ความคิดของตนจึงมิได้มองทางเดินข้างหน้าว่าบัดนี้มีผู้ใดดักหน้าตัวเองไว้



              “โอย!” เสียงใสอุทานด้วยความเจ็บเมื่อตัวเองเดินชนเข้ากับอะไรสักอย่างจนเกือบล้มลงโชคดีที่มีใครบางคนช่วยจับไว้ก่อน



              “เดินอย่างไร ฮึ  ถึงไม่ดูทางเสียบ้างเลย”



              เจ้าของเสียงทุ้มที่บัดนี้อยู่ในชุดฉลองพระองค์ตามฐานันดรองค์ราชันแห่งทงเยเอ่ยขึ้นอย่างหมายจะเย้าแหย่  องค์ชายน้อยที่บัดนี้ยังเงยหน้ามองพระองค์ด้วยสายตาตื่นตะลึง




              “ท่าน...” โดยองไม่รู้ตัวว่าเสียงที่เอ่ยออกมาสั่นแต่ไหน  แต่ยามนี้องค์ชายน้อยกลับรู้สึกดีใจจนมิอาจที่จะเอ่ยคำใดๆ ออกมาได้เมื่อเห็นหน้าบุรุษ...ผู้ที่ตนเองคิดถึง



              “ลืมเสียแล้วหรือ  หากเราได้เจอกันอีกครั้งเจ้าจะยิ้มให้เรา...เด็กน้อย” องค์ราชันแจฮยอนตรัสขึ้นหลังจากปล่อยให้องค์ชายโดยองยืนด้วยตนเอง







                                              +++++++++ที่เหลือค่ะ ><+++++++++++




 

              เมื่อครู่ที่แจฮยอนทรงควบม้าเข้ามาภายในวังหลวงของพูยอ  หลังจากก้าวลงจากหลังเจ้าโฮฮง  พระเนตรคมก็เห็นร่างบางของคนที่ตนมีจิตปฏิพัทธ์ด้วยกำลังจะเดินอยู่ระหว่างส่วนเชื่อมคอกม้าหลวงและอุทยานหลวง  ทำให้ต้องรีบสาวพระบาทอย่างว่องไวเพื่อมาดักหน้าร่างบางที่มัวแต่ใจลอยจนเดินมาชนกับพระองค์เองอย่างแรง  โชคดีที่เอื้อมพระหัสต์หนาคว้าร่างบางไว้ทันก่อนที่จะล้มลง




       ดวงตาเรียวสวยที่สะท้อนความดีใจยามที่เห็นพระพักตร์มันทำให้พระหทัยขององค์ราชันหนุ่มเต้นรัว   แต่ยังมิได้เอ่ยสนทนาใดไปมากกว่านี้เพราะมีผู้มาใหม่ที่ทำให้สถานการณ์การพบเจอกันครั้งนี้แย่ลง






              “อยู่นี่เอง  องค์ราชันแจฮยอนแห่งทงเย  ขอประทานอภัยที่กระหม่อมองค์ชายฮันซลมารับเสด็จพระองค์ช้าไป”





              องค์ชายโดยองที่บัดนี้ก้มลงตัวลงถวายพระพร “องค์ราชันแจฮยอน” ตามพระเชษฐา  ก่อนจะยันตัวขึ้นและหันหลังกลับเดินไปยังตำหนักของตนเองโดยที่ไม่แม้แต่จะหันไปมองด้านหลังที่มีใครบางคนมองด้วยสายพระเนตรละห้อยเลย




              นอกจากไม่ยิ้มให้  แววเนตรเรียวรีที่ตัดพ้อเสียองค์ราชันแห่งทงเยทรงรวดร้าวในพระหทัย!





              “เจ้าเจตนาใช่หรือไม่ฮันซล”   องค์ราชันแจฮยอนตวัดพระเนตรคมที่หากเปรียบเป็นมีด  องค์ชายฮันซลที่กำลังกลั้น

พระสรวลคงถูกคมมีดบาดจนตัวพรุน




              “อะไรกันเล่าฝ่าบาท   ไม่พบเจอกันแค่ไม่กี่ปีกลับมาใส่ร้ายกระหม่อมเสียนี่”




              “เราดีใจที่ได้เจอเจ้าอีกฮันซล” ตรัสเสร็จก็ดึงองค์ชายฮันซล รัชทายาทอันดับหนึ่งของพูยอเข้ามากอด



              “กระหม่อมก็ดีใจที่ได้พบกับ “ท่านพี่”



              สองพระองค์ต่างแย้มพระโอษฐ์ให้กันและกัน  เพราะเกือบสิบปีที่องค์ราชันแจฮยอนมิได้เสด็จมาเยือนพูยออีกเลยนับแต่ทรงเยาว์วัย ฮันซลที่มองตามพระเนตรขององค์ราชันที่ตนนับถือเยี่ยงพระเชษฐาไปก็อดจะกระเซ้ามิได้




              “โดยอง  มิใช่คนไม่มีเหตุผลแค่พระองค์ทรงง้อ...เอ่ยบอกเหตุผล  แต่ก้างชิ้นใหญ่ในท้องพระโรง  ครานี้จักต้องให้พระองค์ทรงจัดการให้เพราะกระหม่อมคงมิมีความสามารถพอ”




              แจฮยอนมิใช่ไม่เห็นดวงตาคมขององค์ชายฮันซลที่มันแพรวระยับยามที่ต้องเห็นพระองค์รับศึกหนักกับองค์ชายน้อยที่ดูท่าตอนโตจะงอนง้อยากกว่าเสียตอนเด็กๆ ยังไม่ทันได้เอ่ยความใดต่อก็ต้องตีพระพักตร์เคร่งขรึมเมื่อเห็นทหารคนทั้งสี่นายเดินตรงเข้ามาหาตนเอง





              ยูซองที่เดินก้าวนำคนอื่นมาถึงกับชะงักไปชั่วขณะก่อนจะเดินด้วยความเร็วปกติ  เข้าไปยืนยังด้านหลังองค์ราชันของตนเองซึ่งแน่นอนอากัปกิริยานั้นมิอาจรอดพ้นจากสายตาของแทอิล  แทยงและจงอินไปได้




              “เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ  เวลาล่วงมามากแล้ว” แม้จะเอ่ยทูลต่อองค์ราชันแต่สายตาคมขององค์ชายฮันซลกลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าใสของบุรุษร่างโปร่งที่มีดวงตากลมโตน่าค้นหาอย่างยูซอง




              พระขนงเข้มขององค์ราชันแจฮยอนเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่พระโอษฐ์จะแย้ม




              “เราเป็นแขก  เจ้าก็ควรรับรองเรานะฮันซล  ยามนี้หาใช่เวลาชมนกชมไม้ไม่” ตรัสเจือพระสรวลเพราะทหารคนสนิทที่จัดว่าปากดีของพระองค์ก้มหน้างุดไม่ยอมมองผู้ใดนั้นหามองได้ยากยิ่ง





              “แหม...พระองค์ก็ตรัสเกินไป  วังหลวงแห่งพูยอใช่ว่าพระองค์จะมิเคยเสด็จเสียนี่กระไร” ฮันซลทูลก่อนจะเดินนำองค์ราชันแจฮยอนและทหารคนสนิททั้งสี่นายเข้าไปยังโถงท้องพระโรงแห่งพูยอ




              ร่างสูงของคิมจงอินที่ตอนนี้ตีฝีเท้าเดินมาข้าง ๆ กับยูซอง  พร้อมกับดึงแขนเพื่อนสนิทไว้แล้วทิ้งจังหวะการเดินให้ช้าลงโดยให้แทยงเดินตามหลังองค์ราชันแจฮยอนและองค์ชายฮันซลไปก่อน




              “มีเรื่องอันใดที่เจ้ายังไม่บอกข้าหรือไม่”



              คนตากลมได้แต่ทำใบหน้าเหยเกจนแทบอยากร้องไห้  ทั้งที่ปกติตนเองกับจงอินเพื่อนรักกันมากคุยกันทุกเรื่องแต่เรื่องนี้ยังไงยูซองก็ไม่กล้าเล่าให้ฟัง  ยกเว้นองค์ราชันแจฮยอนไว้




              “จะมีอะไรได้เล่า  ทีเจ้ายังไม่บอกข้าเลยหยกโบตั๋นประจำตระกูลหายไปไหน”




              “ข้าถามเจ้าก่อนนะ  ไม่ใช่ให้เจ้ามาย้อนถาม  สายตาองค์ชายฮันซลนั้นมองมาแปลก ๆ หรือว่า....” จงอินหยุดพูดก่อนจะมองใบหน้าของเพื่อนอย่างพินิจ




              “จะ...เจ้าคิดมากไปเองจงอิน  ลืมแล้วรึไงพวกเรามาที่นี่เพราะเรื่ององค์ชายน้อยนะ” ยูซองเอ่ยตัดบทก่อนจะก้าวเท้าเร็ว ๆ ไปยังท้องพระโรงหลวงของพูยอ



              “ยูซอง  เหตุการณ์ใต้ต้นซากุระใช่ว่าข้าจะหูหนวกตาบอดจนมองไม่เห็นนะว่าเกิดอะไรขึ้น” 

              จงอินพูดเบา ๆ ตามหลังเพื่อนไป               



              บางอย่างก็รู้...แต่อยากจะเอ่ยถามเพื่อให้ได้ยินคำตอบจากเพื่อนสนิท  


         การที่จะเห็นคนอย่างยูซองต้องว้าวุ่นใจไม่ใช่แต่บ้าพลังซ้อมยุทธ์มันชวนให้คิมจงอินรู้สึกสนุกจนเกือบห้ามใจไม่ไหว  เพราะดูท่าองค์ชายฮันซลก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน  สงสัยครานี้ยูซองอาจมิได้ตามเสด็จองค์ราชันแจฮยอนกลับทงเยเสียแล้วกระมัง  ดูท่าตำแหน่งพระชายาแห่งพูยอคงไม่แคล้วจากยูซองเสียเป็นแน่!

 




            แต่อนิจาตอนนี้อาณาจักรทงเยนั้นไซ้กลายเป็นความวุ่นวายนับแต่รุ่งสางหลังกองทัพม้าเร็วออกจากเมืองไปแล้ว   จวบจนตะวันทอแสงอยู่กลางศีรษะ  ห้องบรรทมของพระอนุชาลู่ฟางแห่งทงเยกลับโกลาหลด้วยทั้งคุณข้าหลวง  หมอหลวง  รวมถึงเหล่ามุขมนตรีทั้งหลาย



            “ท่านหมอหลวง  ชักช้าอยู่ใยพระอาการพระอนุชาทรงเป็นเยี่ยงไร” คุณข้าหลวงนาอึนเอ่ยถามเสียงสั่นๆ 



          “รีบส่งสาสน์หาองค์ราชันเสียเถอะ   พิษที่พระอนุชาทรงโดนนั้นข้าจนปัญญาจะหาทางแก้แล้วตอนนี้ทำได้เพียงแค่พยุงอาการไว้  อย่างมากก็ยื้อให้สักห้าทิวาราตรี” จบคำของหมอหลวง  ท่านปาร์คจองซูหัวหน้ามุขมนตรีเป็นผู้เขียนสาสน์แล้วให้เหยี่ยวหิมะนำสาสน์ไปหาองค์ราชันที่พำนักอยู่ยังพูยอทันที




            “เหตุการณ์ครั้งนี้   จงอย่าได้มีผู้ใดปริปากออกไปเด็ดขาดจนกว่าองค์ราชันจะเสร็จกลับมาไตร่สวนด้วยองค์   แล้วจงไปนำตัวนางกำนัลรวมถึงพวกห้องเครื่องทั้งหลายมาสอบสวนเสียเดี๋ยวนี้”




            คุณข้าหลวงนาอึนที่จับพระหัตถ์บางขององค์ชายลู่ฟางที่ตอนนี้พระพักตร์เนียนใสซีดเซียวเสียจนใจหาย  เสี้ยววินาทีหลังทรงดื่มพระสุธารสชาแล้วสำลักออกมาเป็นลิ่มเลือดระหว่างทรงตรวจฎีกา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเหล่านางกำนัลนางในทั้งหลายทดสอบพิษแล้ว



            “ทูลกระหม่อม  อย่าทรงเป็นไรไปนะเพคะ  อดทนไว้ก่อน  องค์ราชันกับท่านแทยงกำลังจะมา”




           “ครานี้  เราอาจทนรอท่านพี่กลับมาไม่ไหวแล้ว  มอบมันให้พี่แทยงที” พระหัตถ์บางยื่นนกกระเรียนตัวน้อยสีขาวที่ถูกพับอย่างบรรจงแต่ปลายปีกกลับมีคราบเลือดของพระอนุชาลู่ฟางเปื้อนอยู่      



            คุณข้าหลวงนาอึนร้องไห้ก่อนจะยื่นมือไปรับนกกระเรียนมาก่อนจะทูลพระอนุชาลู่ฟางที่เลี้ยงดูและรักดุจดั่งบุตรของตนเอง



            “ต้องอดทนนะเพคะทูลกระหม่อม”




         “ท่านพี่...พี่แท...ยง”  คุณข้าหลวงแทบจะขาดใจได้เมื่อได้ยินพระสุรเสียงของพระอนุชาเอ่ยเรียกหาถึงผู้เป็นเจ้าของพระหทัยดวงน้อยแม้นจะไม่ได้สติแล้ว    นางเชื่อถึงจะไม่ได้ส่งสาสน์ทหารเสือคนสนิทอย่างลีแทยงโดยตรงแต่คุณข้าหลวงรู้ดีว่าผู้ใดจะเป็นคนแรกที่ฮ้อม้าเร็วกลับมายังทงเย!





            อนิจจาเอ่ย...แค่ต่างฐานันดรก็เพียงพอแล้ว 

            วอนขอเทวาทั้งหลาย  อย่าได้พรากให้จากกันชั่วนิรันดร์เลย!

 

 

 

 

 

 

 

+++++++++tbc+++++++++++

มาอัพแล้ววิ่งหนี><

เหลืออีก 4 ตอนสุดท้ายก็จะจบละสำหรับในพาร์ทของแจโด  มันจะเริ่มอินโทรเข้าสู่คู่ของแทเตนล์ใน Moonlight ควรให้เตรียมผ้าเช็ดหน้าไหมแต่คนแต่งร้องไห้ไปแล้ว T^T

แล้วเจอกันตอนหน้า

ปล  ขอบคุณทุกคนอ่าน(ที่รัก)และทุกคน(ที่รัก)ที่มาเม้น+กด fav    1 คอมเม้นของคุณคนอ่าน(ที่รัก)เป็นกำลังใจให้รีบปั่นและเอามาส่งจริงๆ อู้บ่ะด้ายเลยก้าาาาาาาาาาาาา

 

รู้รึยังว่าคนแต่งเป็นคนใจอ่อน ><

มีกำลังใจมากๆ พอเห็นคนอ่านเข้ามาอ่าน  รวมถึงคอมเม้นฟิคเรื่องนี้ที่ขึ้นเร็วมาก  #ดีกับใจคนแต่งมาก

เลยโฉบเอามาลงให้ก่อน  แล้วPure Love ก็ใกล้ถึงเวลามีฉากหวานๆแล้วเนอะ 55555555

บอกเลยนะ   ฉากที่หายไปจะมาตอนไหนไม่รู้ แฮร่  ตามหาได้ที่บล็อกของคนแต่ง 


ร่วมด้วยช่วยกันหวีดที่ #PLJaeDo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

627 ความคิดเห็น

  1. #600 pinkshoes (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 02:19
    น้องลูกกก อย่าเป็นอะไรนะคะคนเก่ง ;___;
    #600
    0
  2. #594 ReallyRy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 22:03
    อย่าเจ็บเลยนะ
    #594
    0
  3. #583 ploy wty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:15

    ลู่ฟางแข็งใจไว้ก่อน ฝ่าบาทโดนน้องงอน

    #583
    0
  4. #565 Panda~~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 13:46

    ลูฟางอย่าเป็นอะไรนะ แทยงกลับมาดูน้องเร็วๆ รีบกล้าทำตามใจตัวเองด้วย


    ส่วนองค์ราชัน สมที่โดนน้องน้อยโดยองงอน ฮ่าๆๆ


    #565
    0
  5. #558 เคเฮชเย็นเย็น (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 20:59
    แทยงรีบมาดูน้องแล้ววว
    #558
    0
  6. #549 iamchnp_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 16:08
    แงแทยงกลับมาหาลูฟางเร็ว
    #549
    0
  7. #535 jubjang21 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 14:13
    ทำไมแทเตนล์น่าสงสารแบบนี้T_T
    #535
    0
  8. #525 puzzle97 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 16:10
    พระอนุชาอย่าเป็นอะไรนะ TT
    #525
    0
  9. #518 anndirus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 21:24
    ขอหวีดตอนที่แจฮยอนเรียกโดยองว่าน้องน้อยค่ะ ฮื่ออออ น่าร้ากกกกก ดีใจที่น้องไม่โกรธพี่เขานะคะ;---;
    คู่แทเตนล์นี่ชวนร้องไห้เหลือเกิน ลู่ฟางอย่าเป็นอะไรนะ TT
    #518
    0
  10. #497 Mookxoxo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 00:49
    สงสารลู่ฟาง แทยงใจร้าย
    #497
    0
  11. #483 cyn'dy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 20:40
    แทเตนล์คนละฟีบกันกับแจโดเลยค่ะ ฮรือออิอออออ เตนล์์์์์ อย่าเพิ่งเป็นอะไรหนูููืรอพี่แทยง องค์ราชันแจฮยอน แล้วก็โดยองมารักษาก่อนนะ ;-; ว่าแต่แจโดนี่เขินมากค่ะ (คนอ่านเริ่มไบโพลาค่ะ จากยิ้มหน้าบานแจโด ฮันตะ มาหน้ายู่จะร้องไห้กับแทเตนล์ 555555555) นั่นแหละค่ะ เขาง้องอนกันน่าร๊ากน่ารัก อิอิ โดยองลูกแม่ก็ใจอ่อนกับพ่อค้าม้า(?)อย่างอูแจเสียแล้ว 5555555555 ส่วนฮันตะ ก็นะ ฮันซลสู่ๆเด้ออ้าย
    #483
    0
  12. #338 BBelliZ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 01:45
    แทเตนล์นี่หน่วงเกินไปแล้ววววว
    TTTT
    #338
    0
  13. #284 ihome_mie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 16:07
    โอ้ยยยย ความหน่วงของพระอนุชากับทหารหนุ่ม ฮือออออแ
    #284
    0
  14. #275 Superbroccoli. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 18:54
    โอ้ยยยยยยย หวีดทุกคู่เลยค่ะะะ หวีดแรงมากกกกกกกก ฮืออออออ
    #275
    0
  15. #256 Galaxy_HaiLang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 01:26
    งื้ออออสงสารคู้แทเตนล์มาก แต่คู่แจฮยอนกับโดยองนี่น่ารักอ่าน อ่านแล้วเขินนนน
    #256
    0
  16. #253 B_MOMORIN27 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 00:39
    ง่าาาา Moonlight นึกว่าเรื่องจอห์นอิลซะอีก ?? มีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกแล้ว ใครวางยาลู่ฟางกันนะ?? ห้ามตายนะ แง้ แต่ไม่ตายสิ ยังมีเรื่องต่ออีกนี่หว่า
    #253
    0
  17. #248 milk petty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 23:10
    ลู่ฟางห้ามตายน้าาา ????????
    #248
    0
  18. #247 bellbellb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 22:04
    ฮื่อออออออ ลู่ฟางอย่าเป็นอะไรนะ คู่นี้จะลงเอยยังไงเนี่ย ดราม่าหนักขนาดนี้ ส่วนองค์ราชันนี่ยังไม่ทันได้องค์รานีเลยค่ะ น้องโดนพิษ รีบพาโดยองมารักษาสิเพคะ
    #247
    0
  19. #246 Enjoy2NE1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 21:10
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ลู่ฟางต้องไม่เป็นอะไร TT
    #246
    0
  20. #245 neonice (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 20:40
    อย่าเปนไรน้าาาาาาาาาาาาาาาT^T
    #245
    0
  21. #243 kaewwie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 16:46
    ทำไมแทเตนล์ถึงเสร้าเพียงนี้เพคะเสด็จพี่ ฮืออออ
    #243
    0
  22. #242 twolu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 14:23
    ทำไมพระอนุชากับพี่แทยงถึงดราม่าเจ็บปวดแบบนี้ฮืออออไมาเอานะอย่าเป็นอะไรนะลู่ฟางสู้ๆนะคะไรท์เรารอ
    #242
    0
  23. #241 ความลับ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 13:55
    นี่ยิ้มหน้าบานในพาร์ทแจโด แต่พอพาร์ทแทเตนล์เท่านั้นล่ะ ยิ้มหายทันที ทำไมล่าาาาาา ทำไมลู่ฟางทำแบบนั้น ไม่เอาน๊าาาาาาา อย่าพรากเค้าจากกัน นี่มโนว่าลู่ฟางกินยาพิษเอง



    จงอินนี่เอาหยกไปให้ใครกันน๊าาาาาา



    แทอิลต้องเจอยองโฮจัดการนะ



    อิอิอิ สู้ๆนะไรท์
    #241
    0
  24. #239 Aumaim Katsuni (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 13:40
    งื้ออ ลู่ฟางอย่าเป็นอะไรนะ
    #239
    0
  25. #238 0874094443 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 11:46
    ทำไมดราม่าล่ะฮือออ สู้ๆนะ
    #238
    0