[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย[ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

ตอนที่ 16 : TaoKai [คุณชายเล็ก] Chapter 013.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ก.พ. 57


[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย The Series  [ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

TaoKai [คุณชายเล็ก]

By winata

Note: can u contact  me with my twitter @ZZzerozero and update all my fiction at @winata1987

          , #ฟิคคุณชาย

 



 

Chapter 013.1



 

ฮวางจื่อเทาเดินผิวปากฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี  ทั้งที่ปกติออกจะแสนเบื่อหน่ายเวลาที่ต้องมาประชุมกับหุ้นส่วนทางธุรกิจกับคู่ค้าแต่เพราะแพ้หนี้พนันพี่ชายเรื่องคุณหมอคิมจงอินทำให้ต้องรับผิดชอบงานของตระกูลมากขึ้น



 

“คะ คือ คุณชายเล็ก” อาการจะพูดไม่พูดของเลขาตัวขาวอย่างจุนมยอน  ทำให้อดจะหงุดหงิดขึ้นมาเสียไม่ได้



 

“จะพูดอะไรก็พูดมาจุนมยอน  ฉันกะจะรีบประชุมรีบเสร็จเพราะวันนี้นัดทานข้าวเย็นกับอินนี่และน้องคยองไว้”



 

“หัวข้อการประชุมวันนี้  คือการสรุปแผนการก่อตั้งห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่และคอนโดมิเนียม” จุนมยอนบอกพร้อมกับทั้งคู่ก้าวเข้าไปในลิฟต์ของผู้บริหารในตึกชเวกรุ๊ปคอร์เปอเรชั่น



 

“มีอะไรที่ฉันควรรู้มากกว่านี้งั้นเหรอ” นัยน์ตาคมตวัดมองเลขาที่ตอนนี้ไม่ยอมหันหน้ามาสบตาด้วย


 

“พื้นที่ตรงนั้นคือหมู่บ้านของคุณหมอครับ  ซึ่งทางชเวกรุ๊ปประกาศเวนคืนที่ดินโดยที่ไม่แจ้งฝั่งเราก่อนเมื่อเดือนที่แล้ว”


 

“เฮ้อ  ให้ตายสิผู้หญิงคนนี้มันน่านัก  จับถ่วงทะเลดีไหม” แต่บนริมฝีปากบางกระตุกยิ้มที่มุมปากราวกับได้ของขวัญแสนถูกใจ


 

“แล้วเค้าจะเริ่มก่อสร้างเมื่อไหร่”


 

เอ่ยถามต่อก่อนจะรับแฟ้มไปอ่านเองอย่างละเอียดอีกครั้งเพราะอะไรที่มีชื่อของจงอินเกี่ยวด้วย  สิ่งนั้นมีความสำคัญ
สำหรับฮวางจื่อเทาเสมอ



 

“อาทิตย์หน้าครับ  แล้วที่เท่าที่ตรวจสอบดูคุณหมอยังหาที่พักใหม่ไม่ได้  ส่วนหอพักแพทย์ของทางโรงพยาบาลเต็มอยู่”



 

“ทำดีมากจุนมยอน” เอ่ยชมเลขาคนสนิทจากใจจริงแม้ไม่ต้องถามก็รายงานสิ่งที่ควรติดตามให้รับรู้เสมอ



 

บรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย  ทั้งที่หลายๆ คนอาจเกรงกลัวกับพายุอารมณ์ของคุณชายเล็กของตระกูลอู๋ที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ในการลงทุนครั้งนี้   แม้จะไม่ค่อยได้ออกงานสังคมเหมือนคุณชายใหญ่อู๋อี้ฟาน  หรือคุณชายน้องพยอนแบคฮยอน   แต่กิตติศัพท์ความเฉียบคมในทางธุรกิจก็ไม่เป็นสองรองกัน  เพราะในสามไตรมาสที่ผ่านมาผลประกอบกิจการในเครือโรงแรมพาราไดซ์มีกำไรมหาศาลและหุ้นดีดตัวสูงขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า



 

“เหมือนที่ทุกท่านได้เห็นแบบจำลองไป  ห้างสรรพสินค้าและคอนโดมิเนียมของเราจะสร้างแล้วเสร็จภายในระยะเวลาสองปี  และเราจะทำให้เป็นซิตี้คอมเพล็กซ์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งโซล   ซึ่งเราจะเริ่มรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป  ตามระยะเวลาที่แจ้งในรายงานการประชุม   อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเราจะเริ่มตอกเสาเข็ม”



 

ชเวโซฮยอนผู้รับหน้าที่บรรยายในการสรุปการประชุมเพราะหญิงสาวคือโปรเจคเมเนอร์เจอร์ที่ดูแลงานครั้ง


 

“ไม่ทราบท่านกรรมการท่านใดอยากมีข้อเพิ่มเติมไหมคะ  แล้วคุณล่ะค่ะ  คุณชายเล็กอยากให้เพิ่มเติมอะไรอีกรึเปล่า”


 

จื่อเทาที่เกือบจะเคลิ้มหลับคลี่ยิ้มหวานให้หญิงสาวก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มชวนฟัง


 

“ไม่ละครับ  สำหรับผม  โปรเจคนี้คือโปรเจคที่ยอดเยี่ยมมากๆ  ขนาดยังไม่ได้ทำการตลาดเต็มรูปแบบยังมีคนสนใจจำนวนมาก”


 

“ก็หวังให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ  เพราะเราจะทำการเปิดขายคอนโดมิเนียมแห่งนี้ล่วงหน้าเมื่อการก่อนสร้างไปแล้วห้าสิบเปอร์เซ็นต์  ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอปิดการประชุมเพียงแค่นี้ขอบคุณทุกท่านที่ไว้วางใจให้ชเวกรุ๊ปคอร์เปอเรชั่นดำเนินงานครั้งนี้”



 

หญิงสาวหนึ่งเดียวภายในห้องกล่าวปิดการประชุมก่อนจะยืนจับมือกับหุ้นส่วนทุกคนอย่างนอบน้อม   จนมาถึงชายหนุ่มคนสุดท้ายที่วันนี้เหมือนจะมีไมตรีมากกว่าปกติ


 

“ดีใจนะคะ  ที่วันนี้พี่จื่อเทามาประชุม” ยิ้มให้อย่างมีจริต


 

ชายหนุ่มมองมือบาง...ที่ยื่นมาจะจับแวบเดียวก่อนที่มือหนาจะลวงกระเป๋ากางเกงสแล็คของตนเองทำเอาหญิงสาวมีสีหน้าเก้อเลยทีเดียว


 

“ผมมาแทนพี่คริส   แต่ยังไงก็ตามคงต้องขอบคุณเธอนะ  ชเวโซฮยอนที่ทำให้อะไรหลายๆ อย่างมันง่ายขึ้น”


 

“เอ๋?” โซฮยอนเงยใบหน้าขึ้นมองสบตากับดวงตาคมที่จ้องมองมาด้วยสายตานิ่งๆ แบบงุนงง


 

“การเวนคืนที่ดิน  แล้วก็การขัดขว้างการหาที่อยู่ใหม่ของคุณหมอคิมจงอินทุกวิถีทาง” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพราะตอนนี้ทั้งห้องประชุมเหลือเพียงเค้าและหญิงสาวกับเลขานุการประจำตัวเท่านั้น


 

“รู้แล้วสินะ” ชเวโซฮยอนมองสบตาอย่างท้าทาย


 

“ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคุณหมอคิมจงอินที่ผมไม่รู้   ขอเตือนด้วยความหวังดีเห็นแก่ครอบครัวของพวกเราที่มีความสัมพันธ์อันดีมานาน  เลิกยุ่งเกี่ยวหรือวุ่นวายกับอินนี่ได้แล้ว”


 

โซฮยอนกำมือแน่นขึ้นจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อตัวเองจนได้เลือด  เพราะน้ำเสียงนุ่มที่เรียกชื่อ อินนี่ ชื่อที่แม้กระทั่งเธอที่เคยคบหากับคิมจงอิน  หรือแม้กระทั่งปาร์คชานยอล   เจ้าของชื่อก็ยังไม่ยอมให้เรียกด้วยความเต็มใจสักครั้ง  แต่ฮวางจื่อเทาคนนี้กับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่นราวกับว่ามันเป็นแค่ชื่อเล่น ๆ ธรรมดา


 

“แล้วถ้าฉันไม่ทำตามล่ะ”


 

“ฮึ” จื่อเทากวาดสายตามองชนิดที่คนโดนมองขนลุกซู่


 

“แล้วเธอจะได้รู้ว่านรกมีจริง  ถ้ากล้ามายุ่งกับของของฉัน  ชเวโซฮยอน” ไม่มีแล้วน้ำเสียงสุภาพเหลือไว้เพียงน้ำเสียงที่ดุดัน


 

“....”


 

“ตระกูลอู๋คงไม่ล่มจมลงไป   เพียงเพราะถอนตัวจากโปรเจคนี้หรอกนะ  ฉันเป็นคนพูดจริงทำจริงอย่ามาล้ำเส้นให้มากเกินไปกว่านี้    ส่วนเรื่องที่ผู้ใหญ่เคยพูดเรื่องเกี่ยวดองกันไว้นั้นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่  ฉันไม่รับรู้อะไรด้วยเพราะตอนนี้ระหว่างฉันกับอินนี่เราตัดสินใจคบกันแล้ว”


 

โซฮยอนน้ำตาคลอกับวาจาเชือดเฉือนที่แสนตรงไปตรงมาของชายหนุ่มตรงหน้า


 

“เธอ  สวยและมีความสามารถ  การเปิดใจหาใครสักคนเข้ามามันไม่ใช่เรื่องยาก  อย่ามายึดติดเพราะคำพูดของผู้ใหญ่เลย  ยังไงซะระหว่างเราสองคนคงเป็นอะไรที่มากกว่านี้ไม่แล้ว  หันไปมองคนที่เห็นคุณค่าของเรามันจะดีกว่า  หวังว่าเธอคงไม่ได้สวยแต่โง่ที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลหรอกนะชเวโซฮยอน”  พูดจบคุณชายเล็กก็เดินออกจากห้องประชุมทันทีโดยมีจุนมยอนเป็นฝ่ายเปิดประตูให้


 

“ไม่ใจดำกับเธอไปหน่อยเหรอครับ”


 

“แค่นี้ถือว่าฉันใจดีแล้วนะ  ที่ยังกล้ามายุ่งกับอินนี่ของฉัน   นี่ถ้าไม่เกรงใจคุณป้ากับพี่ซีวอนอยากจะสั่งสอนสักนิด”


 

จื่อเทาพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะจิ้มมือถือส่งข้อความหาคุณหมอที่ไม่เจอกันมาเกือบหนึ่งอาทิตย์เพราะต้องบินไปเซ็นสัญญาที่ญี่ปุ่นแทนคุณชายใหญ่    ที่ตอนนี้เอาแต่เที่ยวพักผ่อนกับว่าที่คุณนายใหญ่ของตระกูลอู๋ที่ปักกิ่ง


 

“กลัวว่าเธอจะไม่ยอมรามือง่าย ๆ ”


 

จุนมยอนอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เพราะท่าทางคุณหมอคิมจงอินเปรียบเสมือนนักมวยคนละรุ่นเมื่อเทียบกับเล่ห์เหลี่ยมที่เจนสนามกับคุณหนูชเวโซฮยอน


 

“คนแบบชเวโซฮยอน   รักศักดิ์ศรีและหยิ่งเกินกว่าจะลดตัวลงมาทำอะไรแบบนั้น    เธอเป็นนักธุรกิจเข้าเส้นเลือดการจะทำอะไรต้องเล็งเห็นผลกำไรที่คุ้มค่า  จะดึงดันทำไปทำไมถ้าผลลัพธ์มีแต่ตัวเองที่จะเสียแล้วเสียอีก”


 

จุนมยอนมองคุณชายเล็กแบบชื่นชม  ไม่คิดมาก่อนว่าคุณชายของเขาจะเติบโตและเฉียบแหลมจนมองทะลุปรุโปร่ง  อย่างว่าล่ะงานนี้คนที่ได้กำไรเห็นๆ ก็คือฮวางจื่อเทา  ที่เพิ่งมาปรึกษาว่าอยากจะชวนคุณหมอกับน้องชายมาอยู่ด้วยกันร่วมกันสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ของตัวเองสักที 


 

แต่ดูเหมือนช่วงนี้อะไรจะยุ่งไปหมดตั้งแต่คุณชายใหญ่บินไปพักผ่อนยาวที่ปักกิ่ง  ทำให้งานต่างๆ ตกมาอยู่คุณชายเล็กที่ต้องดูแลคนเดียว  



 

ส่วนคุณชายรองก็ตกลงปลงใจอาศัยอยู่ที่บ้านมะนาวกับโอเซฮุน  และคุณชายน้องที่ตอนนี้กำลังปริญญาโทที่ปารีสแต่ดูท่าคงไม่กลับมาอยู่เกาหลีใต้แบบถาวรแน่ ๆ เพราะคงไม่ปล่อยปาร์คชานยอลให้รอดสายตาแน่ ๆ

 



 

“ถามหน่อยสิ  พี่แทคยอนพูดยังไง...ตอนขอพี่นิชคุณคบอย่างเป็นทางการ”


 

ประโยคคำถามที่เอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยขณะรับประทานอาหารเย็นที่กรุงโตเกียวหลังเดินทางมาเซ็นสัญญานำเข้าสินค้า  ทำเอาอ๊คแทคยอนสำลักชาเขียวร้อนทันที   เพราะคุณชายใหญ่อู๋อี้ฟานให้แทคยอนและนิชคุณ สองเลขาคนสนิทให้มาช่วยคิมจุนมยอนสอนงานฮวางจื่อเทา


 

“ก็พูดปกติละครับ  ไม่มีอะไรมาก”


 

“เห้อ  ปกตินะปกติแบบไหน  นี่ฉันหมดมุขจะขออินนี่แล้วนะ”


 

บ่นเบาๆ หลังจากเปิดเช็คข้อความในมือถือที่วันนี้ยังไม่มีตอบกลับจากคุณหมอคิมจงอินเลยสักนิด


 

“ฮาๆ ผมคงไม่มีคำแนะนำอะไรมากให้คุณชาย    แต่อยากจะบอกว่าความจริงใจเท่านั้นละครับที่จะชนะทุกสิ่ง  แล้วอีกอย่างถ้าคุณหมอไม่คิดอะไรกับคุณชายจริงๆ จะยอมอะไรตั้งมากมายเหรอครับทั้งที่ปกติไม่มีนิสัยแบบนั้น”


 

“อินนี่จะคิดแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม?  แต่ช่างเถอะถ้าปากแข็งนักจะจับปล้ำอีกทีแม่งเลย” อีกครั้งที่คุณชายเล็กยังคงแสดงความเป็นเด็กออกมา  


 

โธ่....คุณชายเล็ก  ถ้าทำจริงแทนที่จะได้ความรักตอบจะโดนอีกฝ่ายเกลียดเข้าให้  เพราะว่าอู๋อ้ายหลงเลี้ยงคิมจุนมยอน   อ๊คแทคยอน  นิชคุณมาด้วยกัน  ซึ่งจื่อเทาเปรียบเสมือนน้องชายคนเล็กที่พี่ๆ ต่างปกป้องให้ปลอดภัยจากอันตรายและความเจ็บปวดต่างๆ  แม้ว่าจะตัวโตกว่าเพื่อน -_-;;


 

“เชื่อแทคยอนเถอะครับ   ผมก็คิดว่าถ้าคนเค้าไม่คิดอะไรเลยคงไม่ยอมอยู่นิ่งๆให้คุณชายเข้าหาแบบนี้หรอก” 


 

จุนมยอนพูดเสริมขึ้นมาอีกคน    ได้แต่มองใบหน้ามุ่ยๆด้วยความไม่ชอบใจของคุณชายเล็กส่งกลับมา  เพราะคงมีแค่เรื่องคุณหมอคิมจงอินเท่านั้นที่ทำให้คุณชายเล็กของตระกูลอู๋วิตกจริตได้ถึงขั้นนี้

 

 




 

เสียงออดดังจากหน้าบ้าน  ที่บ่งบอกอารมณ์คนกดได้ดีว่าใจร้อนแค่ไหนซึ่งมันเป็นเอกลักษณ์ของคน...คนเดียวไปแล้วที่กดออดบ้านคนอื่นแบบไร้ซึ่งความเกรงใจเพื่อนบ้าน


 

“พี่จื่อเทากับพี่จุนมยอนแน่ๆ เลย  เดี๋ยวน้องคยองไปเปิดเองน้า  พี่ชาย..” เด็กชายตากลมโตอาสาขึ้น


 

“ส่องตาแมวก่อนเปิดประตูนะน้องคยอง   เผื่อไม่ใช่” จงอินบอกตามหลังน้องชายที่ตอนนี้วิ่งลงบันไดลงไปชั้นล่างของบ้านแล้วเรียบร้อย 


 

ในขณะที่มือเรียวกำลังเก็บหนังสืออ่านเล่นลงกล่องเพื่อเตรียมย้ายไปอยู่ที่ใหม่ที่ตัวเองยังอดแปลกใจไม่ได้ที่เกือบเดือนหาที่อยู่แทบตายทุกทีล้วนเต็ม  แต่พอว่างนี้คือว่างทุกที่ที่เขาเคยติดต่อไป



 

กลิ่นน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่มาพร้อมกับเจ้าของอ้อมกอดที่ตรงเข้ามากอดร่างโปร่งบางจากทางด้านหลังทำให้คุณหมอจงอินต้องยิ้มออกมา



 

“ใจร้าย  มีอะไรไม่ยอมบอกกัน”



 

“ถึงไม่บอกนายก็ต้องรู้อยู่แล้ว” ตอบกลับแบบไม่สนใจน้ำเสียงแง่งอนที่ไม่ได้เข้ากับคนพูดเลยสักนิด  ทั้งที่มือเรียวยังคงเก็บหนังสือลงกล่องไป


 

“เรามาคุยกันหน่อยนะครับ นะ ๆ อินนี่” จื่อเทาจับไหล่ของจงอินให้หันกลับมามองสบตากับตนเอง


 

“มีอะไรเหรอ” จงอินก้มหน้าลงหลบสายตาคมเข้ม


 

“เรื่องย้ายบ้าน  ทำไมไม่บอกฉันล่ะ  รู้ไหมว่าตอนได้ยินเรื่องนี้จากคนอื่นฉันเสียใจแค่ไหน”


 

...เยอะ...

เจ้าบทบาทเรียกความเห็นอกเห็นใจ 

อย่าคิดว่าสายตาแพรวพราวระคนดีใจจะรอยสายตาคุณหมอคิมจงอินไปได้   เห็นว่าหลัง ๆ ไม่ทักท้วงนี่ลายออกทุกวันเลยนะคุณชายฮวางจื่อเทา



 

“ก็เพราะรู้ว่านายจะจัดการทุกอย่างให้นะสิ   ฉันถึงได้ไม่บอก” มือบางเอื้อมไปกุมมือหนาของจื่อเทาก่อนที่ช้อนตาขึ้นมามองสบตากับดวงตาคมที่มองทอดมาอยู่แล้ว


 

“ฉันอยากจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองก่อน  ไม่ใช่อะไรก็มีนายคอยทำให้อยู่ตลอดเวลา  ฉันไม่ชินกับการมีคนทำให้ทุกอย่าง”

 

“โธ่อินนี่  ก็อย่างที่เคยบอกไงครับ  อะไรที่เป็นของฮวางจื่อเทาก็คือของ..ของคิมจงอิน  ทำไมต้องคิดอะไรมากมาย  การที่ได้ทำอะไรให้คนที่เรารักไม่ใช่เรื่องที่ลำบาก  แต่มันเป็นเรื่องที่ฉันมีความสุขต่างหาก” นับจากวันที่พาเขาไปเจอคุณนายใหญ่มา     ไม่เคยมีสักวันที่จื่อเทาจะไม่ใช้น้ำเสียงสุภาพและกิริยาออดอ้อนที่แสนน่ารักเวลาที่อยากให้คล้อยตาม



 

เก่งเชียวละ...เรื่องหลอกล่อ



 

“เข้าใจฉันหน่อยนะ    ฉันก็แค่อยากจะยืนหยัดอยู่ด้วยความเท่าเทียมกับนายไม่ต้องการที่อยากได้ทุกอย่างเพียงเพราะนายอยากจะทำให้”


 

จื่อเทาอมยิ้มก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ   เพราะเนิ่นนานกว่าจะได้เข้าใกล้กว่าจะทำให้ร่างโปร่งบางยินยอมพร้อมใจให้สัมผัสได้ต้องใช้เวลานาน  เหมือนกับความรู้สึกดี ๆ ที่ทั้งคู่มีให้แก่กันที่ตอนนี้มันเริ่มหยั่งรากลึกลงไปเรื่อย ๆ


 

“ถ้าอินนี่อยากจะเท่าเทียมจริงๆ  มันต้องเริ่มจากตรงนี้”


 

พูดปุ๊บก็ทำทันทีโดยการฉุดร่างโปร่งบางลงนอนบนเตียงหนานุ่มภายในห้องนอนของคุณหมอคิมจงอิน


 

“เฮ้ย  ได้คืบจะเอาศอกรึไง”


 

“ไม่ใช่แค่จะเอา    แต่เอาจะอินนี่ทั้งตัวและหัวใจต่างหาก” ปากบอกในขณะที่มือหนาก็ลูบไล้ผิวเนียนเรียบอยู่ใต้เสื้อยืดตัวบาง    จงอินที่ตอนนี้เกยตัวอยู่ด้านบนของร่างหนาที่นอนส่งสายตาวาบหวามพร้อมกับมือซนที่ยังเลื้อยไปใต้เสื้อไม่หยุดหย่อน


 

“น้องคยองอยู่ด้านล่าง  ไหนจะจุนมยอนอีกไว้วันหลังนะ” บอกเสียงสั่นๆ เพราะตอนนี้ดูท่ายังไงก็คงนี้ไม่รอดในเมื่อมือหนาของคนด้านล่างยังลากต่ำลงไปเรื่อยๆ


 

“สบายใจได้ให้จุนมยอนพาน้องหนูไปเที่ยวสวนสนุกแล้ว  ถ้าไม่โทรตามไม่ต้องกลับมา  อย่าเสียเวลาเลยเนอะ  แต่กว่าเราจะเท่าเทียมกันคงใช้เวลานานโข  เอาเป็นว่าฉันยอมให้อินนี่เอาเปรียบ” 


 

ส่งยิ้มกระชากใจให้ก่อนพลิกตัวขึ้นไปอยู่ด้านบนก่อนที่คุณชายเล็กจะแนบริมฝีปากอุ่นทาบทับลงมาแนบสนิท  มือหนาปัดป่ายไปทั่วร่างผอมบาง  ริมฝีปากหนาได้รูปสวยของคุณหมอจูบตอบปากบางที่ทาบทับอยู่เนิ่นนานปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัด  ตอบรับแลกความหอมหวานซึ่งกันและกัน


 

เสื้อยืดตัวบางถูกถอดออก  อวดผิวกายสีน้ำผึ้งที่เปล่งประกายแข่งกับแสงแดดที่ลอดผ่านม่านของหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา  นิ้วเรียวเล็กแทรกลงไปจิกทึ้งเส้นผมหนา  ปลายคางเล็กเชิดขึ้นเมื่อร่างสูงละริมฝีปากมาลิ้มรสหวานจากผิวนุ่ม



 

♥taokai






 

“รักอินนี่นะครับ” จื่อเทาที่ยังครางหอบกดจูบลงบนหน้าผากเนียนที่ชื้นเหงื่อ  ก่อนจะเลื่อนลงไปกดจูบหนักๆ ลงบนริมปากหนาที่เจ้าของกำลังคลี่ยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน


 

“อืม”เสียงหวานขานรับพร้อมกับหันตัวเข้าซุกกับอ้อมกอดของฮวางจื่อเทาที่นับวันจะคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยๆ


 

“ย้ายไปอยู่ด้วยกันนะครับอินนี่ไปเริ่มต้นครอบครัวของเราด้วยกัน” กระซิบถามแผ่วเบาที่ริมใบหู


 

“อืม ตามใจนายสิ”  แค่ได้ยินเท่านี้รอยยิ้มกว้างก็เกิดขึ้นบนใบหน้าคม


 

“หลับก่อนก็ได้เดียวปลุกเองนะครับ” จื่อเทาคว้าร่างผอมบางที่ชื้นเหงื่อเข้ามาไว้ในอ้อมแขน  ก่อนจะโอบกระชับรอบเอวบางเอาไว้ในขณะที่นอนเคียงข้างกัน


 

ก่อนที่เขาจะเคลิ้มหลับตามจงอินไปนั้นก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือที่วางไว้โต๊ะข้างเตียง


 

“คือ  คุณชายครับ  จะให้ผมพาน้องคยองกลับไปส่งตอนไหนครับ” จุนมยอนเอ่ยถามอย่างหวาดๆ  ทันทีที่ผู้เป็นเจ้านายรับสาย


 

“ฝากพาน้องไปค้างที่บ้านกับคุณแม่ใหญ่ทีสิคืนนี้   แล้วพรุ่งนี้ค่อยพามาส่ง” กดวางสายอย่างไม่รอคำตอบจากเลขาตัวขาวที่จื่อเทา  รู้ดีกว่าใครอีกฝ่ายคงทำหน้าปั้นยากอยู่เพราะดูท่าคยองซูจะถูกใจเลขาของเขามากกว่าปกติ   ไม่ใช่ไรนะถ้าเป็นคิมจุนมยอนแล้วละก็ทั้งเขาและจงอินไว้ใจให้ดูแลโดคยองซูได้ 



 

นี่ฮวางจื่อเทาไม่ได้หาทางเอาคืนที่อีกฝ่ายชอบเอาคลิปที่เขาใส่หูแมวเกิร์ลกรุ๊ปเต้นลูกหมีสามตัวมาขู่จริง ๆ นะเวลาที่คิดอยากจะโดดงานไปหาคุณหมอตัวบาง


 

ก่อนจะลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำของจงอินที่ห้อยอยู่หน้าประตูเสื้อผ้ามาสวมก่อนจะรีบเดินไปอาบน้ำชำระร่างกาย    จากนั้นก็มาจัดการเช็ดตัวให้ร่างโปร่งบางที่ยังคงหลับสนิทอยู่พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วก้าวขึ้นนอนบนเตียงหนานุ่มแล้วดึงคุณหมอคิมจงอินที่ตัวผอมบางเข้ามากอดอย่างหวงแหน

 

 


 

+++++tbc+++++++++++++

ตอนหน้าเจอกับ 13.2 พาร์ทของซูโด้น่ารักๆ กัน    เพราะมันจะยาวไปถ้าใส่พาร์ทเดียวกัน

ฟิคนี้มีแท๊กสครีมแล้วนะคะ  #ฟิคคุณชาย

ถถถถถถถถ  ลงจนจะจบแล้วค่อยนึกถึงแท๊กทางทวิต ><

ขอบคุณ... SasiprapaSuebpa ด้วยนะคะ ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

258 ความคิดเห็น

  1. #190 MiMMe (@bolck-vvip) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 22:05
    งะะะะะะ น้องคยองรุกตั้งแต่เด็กเลยนะ 55555555
    #190
    0
  2. #121 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:51
    โอ้ยเขินแทนอินนี่อ่า~~~~~~~~~~~~~
    #121
    0
  3. #118 ladymoon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:10
    จื่อเทาตรงเเละเเรงมาก โซฮยอนถ้ายังดึงดันจะเล่นงานจงอิน คงเละเเน่เเท้ สะใจที่สุด

    #118
    0
  4. #115 Maengpo<3 (@loveloveanime123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:32
    รอค่ารอ
    #115
    0