[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย[ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

ตอนที่ 15 : TaoKai [คุณชายเล็ก] Chapter 012

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 915
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 ก.พ. 57




[Fic EXO] [คุณชายมาเฟีย The Series  [ Taokai,Krislu,Hunkris,Chanbaek]

TaoKai [คุณชายเล็ก]

By winata

Chapter 012



 

 “พี่ชาย  พี่ครับ  คิมจงอิน”  เด็กชายตากลมคยองซูที่เพิ่งฟื้นตัวจากการปลูกถ่ายไขสันหลังขึ้นเสียงให้ดังขึ้นเมื่อเห็นพี่ชายไร้ปฏิกิริยาตอบรับ


 

“คะ ครับ ทำไมน้องคยองเสียงดังจังเลย  พี่ชายก็นั่งอยู่แค่นี้เอง”  คุณหมอหันมายิ้มน้อยๆ ก่อนจะบรรจงพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่  เพราะวันนี้จะเป็นวันที่คยองซูจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วหลังจากที่เข้าพักรักษาตัวมาปีกว่าๆ



 

“ช่วงนี้พี่ชายทำงานหนักไปรึเปล่าครับ”


 

“ไม่ใช่หรอกครับ  แค่พี่ชายตื่นเต้นที่น้องคยองจะได้กลับบ้าน...บ้านของเรา”


 

โดคยองซูมองรอยยิ้มจอมปลอมบนริมฝีปากของพี่ชายด้วยความไม่ชอบใจ  ถ้าจะยิ้มแบบคนใกล้จะได้แบบนี้
น้องคยองอยากจะตะโกนดัง ๆ ให้พี่ชายได้ยินจริงๆ อย่ายิ้มเลย



 

รอยยิ้ม ที่เห็นมาตลอดเวลาเกือบเดือนที่พักฟื้นหลังจากการผ่าตัด  พอ ๆ กับที่สังเกตเห็นพฤติกรรมการเล่นซ่อนหาของผู้ใหญ่สองคน


 

ถ้าเวลาที่ฮวางจื่อเทามาเยี่ยม  คุณหมอคิมจงอินจะหายตัวไปเหมือนนกรู้  คลาดกันไปมาตลอด

บ้างครั้งเด็กอย่างคยองซูก็ไม่เข้าใจผู้ใหญ่สองคนว่าคิดอะไรกันอยู่!!!


 

“โอเค  เสร็จแล้ว  เราไปกันเถอะน้องคยอง”


 

ร่างโปร่งบางลุกขึ้นยืนก่อนจะส่งมือให้น้องชายที่ใส่ชุดเอี๊ยมกางเกงยีนส์ขาสั้นที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียงผู้ป่วย


 

“อีก 5 นาทีครับพี่ชาย”


 

“เอ๋?”


 

จังหวะเดียวกันประตูห้องถูกเปิดพร้อมกับร่างสูงของฮวางจื่อเทาที่ส่งยิ้มมาให้อย่างสดใส


 

“หวังว่าพี่ไม่ได้มาช้าไปนะครับน้องคยอง”


 

“ช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกก  เลย รู้เปล่าพยาธิในท้องน้องคยองร้องหากับข้าวอร่อย ๆ แล้ว”


 

“โอเคครับ  งั้นเราไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันเลย  วันนี้พุงไม่แตกเราจะยอมกลับกันเนอะน้องคยอง”


 

จื่อเทาบอกอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับลูบศีรษะของเด็กชายตากลมโตอย่างเอ็นดู  โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจ
คุณหมอหนุ่มที่ยังยืนนิ่งตามสถานการณ์ตรงหน้าไม่ทัน



 

“ดะ...เดี๋ยวก่อน”


 

เด็กชายย่นจมูกก่อนจะหันหน้ากลับมาหาพี่ชายที่ตอนนี้ยืนอยู่กลางห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโต



 

“นี่มันเที่ยงกว่าแล้ว  พี่ชายคงไม่ใจร้ายพอที่จะไม่ให้น้องคยองไปทานข้าวกับพี่จื่อเทานะครับ” บอกพร้อมกับน้ำใสๆ เริ่มคลอที่ดวงตาตากลมโต  ที่พร้อมจะหลั่งได้ทุกเมื่อ


 

คราวนี้คุณหมอหนุ่มไปไม่เป็นทีเดียว “น้ำตา” นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ชายอย่างจงอินแพ้!!!


 

แล้วยิ่งน้องชายที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับฮวางจื่อเทา  เสียงพูดตะกี้ใช่ว่าจะเบาใครได้ยินคงมองว่าชายหนุ่มเป็นพี่ชายใจร้ายไม่ยอมให้น้องชายกินข้าวเที่ยง  ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งทานข้าวโรงพยาบาลไปเกือบหมด


 

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าสิ่งที่น้องชายพยายามทำอะไร


 

แต่ตอนนี้...คิมจงอินไม่มีความกล้า...ความกล้าที่จะมองคุณชายเล็กของตระกูลอู๋ที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้แบบเต็มตาอีกแล้ว

 

 


 

+++++++++++++++++++++++++



 

ชายหนุ่มร่างผอมในชุดเสื้อกาวน์ที่ถือกระเช้าของบำรุงร่างกายมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยวีไอพี  ที่มีชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำยืนเฝ้าประตูอยู่สองคน  ก่อนจะส่งยิ้มอย่างมีไมตรีแต่รอยยิ้มนั้นต้องชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงที่ลอดออกมาจากห้องพักผู้ป่วย


 

น้ำเสียงหวานใส  ที่แม้ไม่เห็นหน้าของเจ้าของ...จงอินก็จำได้ดีว่านั้นคือเสียงของใคร!!!


 

“นี่คะ  พี่อี้ฟานของเยี่ยม  น้องกับคุณแม่ทราบเรื่องที่พี่ใจดีบริจาคไขกระดูกสันหลังเลยเตรียมของมาเยี่ยม”


 

“ยังไงก็ฝากขอบคุณ  คุณน้าด้วยแล้วกันมีโอกาสไว้พี่จะไปขอบคุณด้วยตนเอง  อ๋อ...เรียกพี่ว่าคริสจะดีกว่านะ”
คุณชายใหญ่ที่กำลังพักฟื้นได้สองสามวันเอ่ยตามมารยาทที่พึงมี




 

“เรื่องแค่นี้เล็กน้อยเองค่ะ  ยังไงเราก็ทำธุรกิจร่วมกันอยู่แล้วก็ถือว่าเป็นคนเอง” หญิงสาวยิ้มแก้เก้อ


 

คิ้วเข้มของอู๋อี้ฟานเลิกขึ้นนิด ๆ  ก่อนจะมองใบหน้าสวยหวานที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างหาที่ติไม่ได้


 

“เช้าขนาดนี้คุณชายเล็ก   ไม่เข้ามาเยี่ยมพี่หรอกครับน้องโซฮยอน”


 

จะเป็นไรไปหากอู๋อี้ฟานจะลองเทียบเคียงดูอาการของทั้งหญิงสาวในห้องพักผู้ป่วยและใครอีกคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วยที่เห็นเพียงแวบ ๆ จากหางตา


 

“แหม  น้องตั้งใจมาเยี่ยมพี่คริสนะคะ” หญิงสาวตอบกลับก่อนจะหัวเราะแบบเขินอาย


 

“คุณนายใหญ่ชื่นชมน้องโซฮยอนมากเลยรู้ไหมครับ  ที่มาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจนชเวกรุ๊ปมีผลประกอบการมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ”  ชายหนุ่มหยอดคำชม


 

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ  น้องยังมือใหม่กับการบริหารธุรกิจ  ต้องการที่ปรึกษามาคอยให้คำปรึกษาอยู่”


 

“อย่างน้องโซฮยอนคงมีคนอาสามาเป็นที่ปรึกษาเยอะอยู่แล้วล่ะ  สวยและเพียบพร้อมขนาดนี้  หวังว่าถ้ามีโอกาสพี่คงได้ไปงานแต่งน้องสาวคนสวยเร็วๆ นี้  อย่างที่คุณนายใหญ่เปรยไว้”


 

“หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ  นี่น้องรบกวนเวลาพักผ่อนของพี่คริสมานาน  คงต้องขอตัวกลับก่อนไว้ถ้าว่างจะมาเยี่ยมใหม่”



 

คนที่นอนพักฟื้นอยู่ลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงผู้ป่วยทันที  ที่หญิงสาวหายลับออกไปจากห้องพักจังหวะเดียวกับที่ลูกน้องด้านนอกเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกระเช้าของบำรุง  ที่บอกว่ามาจากใคร


 

“นายคิดยังไงนิชคุณ  แทคยอน” ถามเลขาคนสนิททั้งคู่ที่ยืนทำหน้านิ่งๆ อยู่


 

“ถ้ารูปร่างหน้าตา  ขอบอกว่าตรงสเปคของคุณชายเล็กทุกอย่าง  แต่นิสัยและบุคลิกไม่ผ่านครับ”


 

“หึ....” หัวเราะในลำคอเล็กน้อยถูกใจกับที่เลขาพูด


 

แม่เหล็กที่เป็นขั้วเดียวกันยังไงก็ผลักออกจากกันเสมอ 


 

“แล้วถ้าเป็นคุณหมอจงอินละ”  คุณชายใหญ่เอ่ยถามต่อ


 

“ต่อให้หนีแค่ไหนก็หนีคุณชายเล็กไม่พ้นหรอกครับ”



 

อู๋อี้ฟานถามทั้งรู้คำตอบอยู่แก่ใจ   หากไม่มีใจให้ด้วยมันไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างอวางจื่อเทาจะใส่ใจใครแบบนี้ 
แม้คนเป็นน้องชายจะไม่เอ่ยปากบอกตรง ๆ แต่พฤติกรรมมันส่อแวว    ต้องคอยดูว่าแม่เหล็กต่างขั้วที่ไม่ยอมเข้ามาเยี่ยม
จะทำอย่างไรต่อไป
    เพราะท่าทางกระดูกเบอร์ใหญ่อย่างคุณหนูชเวโซฮยอนก็พร้อมจะกระโจนลงเล่นเกมนี้ด้วย!!!




 

“แค่ด่านแรก  คุณหมอจงอินจะไหวไหมน้า   โอย...เจ้ากวางดื้อยังไม่ยอมเปิดมือถืออีกอย่าให้ถึงขั้นนั่งเครื่องไปรับถึงปารีสนะ”

 


 

+++++++++++



 

จงอินที่นั่งอยู่ม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาล  เงยหน้าขึ้นมองเงาของผู้มาใหม่ที่บดบังแสงแดด


 

“สวัสดีคะพี่จงอิน   โลกกลมนะคะที่มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง”


 

“สวัสดีครับโซฮยอน”


 

หญิงสาวทรุดตัวนั่งลงข้างๆ คุณหมอหนุ่มโดยที่คนติดตามยืนเฝ้าอยู่ห่างๆ


 

“ฉันรู้ว่าพี่ได้ยิน”



 

“...”


 

“คงไม่ต้องให้ฉันพูดมากความว่าพี่ควรทำยังไงในสถานการณ์นี้    ถอยห่างออกไปจากพี่จื่อเทาซะ”


 

จงอินหันมามองสบตากลมโตของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นแฟนของตัวเองด้วยสายตานิ่ง ๆ


 

“เธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ  พี่กับเค้าไม่ได้เป็นอะไร”


 

ทันทีที่ได้ฟังหญิงสาวอยากจะกรีดร้องดังๆ  ใช่.....ไม่ได้เป็นอะไรกัน   แต่ชายหนุ่มอีกคนนั้นพร้อมที่จะอยากเป็นอะไรกับผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ


 

สิ่งหนึ่งที่คิมจงอินไม่เคยเปลี่ยนนั้นคือการโกหกไม่เป็น


 

“ขอให้เป็นยังงั้นเถอะ  พวกเราแตกต่างกันมาก  จงอยู่ในที่.......ที่ตัวเองควรอยู่เถอะ”


 

“ชเวโซฮยอน!!!” จงอินเรียกชื่อหญิงสาวเสียงเข้ม


 

เพราะความหมายที่ซ่อนอยู่โดยนัยของคำพูดที่สื่อกระทบไปถึงชายหนุ่มอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้ด้วย


 

“ฉันเตือนด้วยความหวังดี  เพราะยังไงเราก็เคยสนิทกันมาก่อน”


 

“...”


 

หญิงสาวลุกขึ้นยืนและมองจ้องกับดวงตากลมสีน้ำตาลของคุณหมอจงอิน


 

“ดูแลน้องคยองให้ดีเถอะค่ะ”


 

“เธอจะทำอะไรน้องคยอง” จงอินคว้าแขนเรียวเล็กของหญิงสาวไว้


 

“ฉันจะทำอะไรได้ล่ะค่ะพี่จงอิน    แต่ถ้าพี่ยังไม่เลิกยุ่งกับพี่จื่อเทาล่ะไม่แน่”


 

ยิ้มหวานให้กับคิมจงอินที่กำลังขบกรามแน่น


 

“พี่ก็รู้จักนิสัยฉันดี  อะไรที่ฉันอยากได้ก็ต้องได้  แต่ถ้าฉันไม่ได้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้และฉันพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องพินาศ”


 

“...”


 

“คราวนี้   ต่อให้มีสิบปาร์คชานยอลมาขวางไว้  ฉันก็จะไม่ยอมรามือไปง่าย ๆ แน่นอน”


 

จงอินปล่อยมือออกจากแขนหญิงสาว  ก่อนจะหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงที่เดินจากไปแล้ว  
ปล่อยความคิดให้ย้อนนึกไปถึงตอนที่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งที่ได้รู้จักกับดาวมหาวิทยาลัยจากคณะบริหารธุรกิจอย่าง
ชเวโซฮยอน  ความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงอย่างรวดเร็วภายในปีการศึกษาเดียว




 

นั้นเป็นครั้งแรกที่คิมจงอินได้เรียนรู้คำว่าคบเอาไว้ใช้งานและการเป็นสะพานไปหาปาร์คชานยอลเพียงเพราะเขาคือเพื่อนสนิทของอีกฝ่ายตั้งแต่อยู่บ้านอุปถัมภ์   ประสบการณ์ครั้งนั้นถึงกับทำให้คุณหมอจงอินปิดตายหัวใจไปเลย  



 

แม้จะรู้ว่าเพื่อนร่างสูงอย่างชานยอลจะรู้สึกพิเศษด้วย...แต่ก็ไม่สามารถฝ่ากำแพงในใจจงอินเข้ามาได้ 
ไม่ใช่ว่ายังคงรักชเวโซฮยอนอยู่   เพียงเพราะเจ้าของจดหมายที่เจือกลิ่นวนิลาที่ส่งมาจากผู้อุปถัมภ์
และให้ทุนการศึกษาแก่เขาต่างหาก  ที่ทำให้หัวใจของคิมจงอินกลับมาเต้นรัวได้อีกครั้ง
!!!

 

 


 

+++++++++++ส่วนที่เหลือ ^^ ++++++++++++++



 

              ชายหนุ่มร่างสูงที่ก้าวลงมาจากรถลีมูซีนของสนามบิน    ต้องหยีตาทันทีเมื่อเจอแดดยามบ่ายแสนจัดจ้าน ของโซลที่ดูเหมือนจะแรงกว่าแดดของฤดูร้อนปารีสเลยทีเดียว  มือหนากระชับสายเป้แบ็คแพ็คใบเก่งก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านอุปถัมภ์ของคุณแม่มาเรีย   บ้านหลังแรกของชานยอลก่อนที่ครอบครัวปาร์คจะรับเขาไปอุปการะเมื่อสิบกว่าปีก่อน



 

“ชานยอล” คุณแม่มาเรียที่เป็นแม่ใหญ่ของเด็ก ๆ ทุกคนในบ้านเอ่ยทักชายหนุ่มร่างสูงที่เดินเข้ามาอย่างดีใจ


 

[สบายดีนะครับคุณแม่]


 

“สบายดีจ้ะ  จงอินอยู่สวนด้านหลัง” คุณแม่มาเรียบอกอย่างใจดี  เพราะคงมีแต่ชายหนุ่มตรงหน้าที่ช่วยลูกรักของเธออีกคนหนึ่งแก้ปัญหาได้  เพราะบางอย่างถึงเราจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว...เหลือแค่รอคอยคนบางคนมาสนับสนุนคำตอบนั้นให้มันหนักแน่นขึ้นก็เท่านั้นเอง


 

[ขอบคุณครับคุณแม่]



               “เจ้าเด็กคนนี้  โตจนป่านนี้ยังไม่เลิกใช้ภาษามืออีกนะเรา”




 

“ผมชินกับการใช้มันยิ่งการพูดนะครับ  แล้วผมจะพยายามพูดบ่อย ๆ” ร่างสูงพูดด้วยน้ำทุ้มใหญ่ที่ออกจะขัดกับหน้าตาหล่อเหลาที่ออกไปทางน่ารักปนหวานหน่อย  แถมตอนนี้ผมยังยาวเลยติ่งหูที่เจ้าตัวหวีแสกข้างมองผ่าน ๆ อาจคิดว่าเป็นสาวน้อยที่นิยมแต่งตัวแบบทอมบอยได้


 

...ใช่แล้ว...เมื่อตอนเด็ก ๆ ชานยอลคือเด็กที่ครอบครัวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตและทำให้ช็อกจนเสียงผิดปกติทำให้พูดไม่ได้ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ  จนญาติๆที่ไม่พร้อมจะดูแลเอามาฝากไว้ที่บ้านอุปถัมภ์คุณแม่มาเรียจนได้เจอกับจงอินที่อาศัยอยู่ที่นี้ตั้งแต่เกิด


 

คิมจงอิน คือเพื่อนคนแรกในชีวิตของปาร์คชานยอล   จากเพื่อนรักกลายมาเป็นรักแรกและแน่นอนรักแรก
มักไม่สมหวัง  เพราะหัวใจของจงอินมีใครบางคนอยู่ก่อนแล้ว  คุณพ่อขายาวหรือผู้อุปถัมภ์ของบ้านอุปถัมภ์คุณแม่มาเรีย 
ตอนนั้นชานยอลไม่เข้าใจว่าเพื่อนคิดอะไรอยู่  ทำไมถึงได้หลงรักคนได้ง่าย ๆ แค่ผ่านตัวอักษรที่ไม่มีแม้กระทั่งการลงชื่อ
 
สิ่งนี้มันคาใจของเขามาตลอดจนตัดสินเลือกไปอยู่กับครอบครัวปาร์คที่แวะเวียนมาทำความรู้จักและขออุปการะเขาไปเลี้ยง  และแน่นอนชานยอลต้องย้ายจากเกาหลีใต้ไปอยู่ที่ฝรั่งเศสเพราะคุณปาร์คทำงานเป็นเชฟให้กับโรงแรมใหญ่ในปารีส



 

พวกเขากอดลากันที่สนามบินที่อินชอน   ตอนนั้นพวกเขาทั้งคู่ต่างเรียนจบชั้นประถมแล้ว


 

“พยายามรักษาตัวให้หายนะ  ฉันอยากได้ยินเสียงนาย”


 

[ฉันสัญญา  ฉันจะพูดกับนายเป็นแรกจงอิน] ชานยอลทำภาษามือบอกเพื่อนรักที่รู้จักกันตั้งแต่เจ็ดขวบจนตอนนี้พวกเขาอายุครบสิบสามปีแล้ว



 

การรักษาเส้นเสียงของชานยอล     ที่ใช้เวลายาวนานหลายปีจนเข้าเรียนระดับในระดับมหาวิทยาลัย
ปาร์คชานยอลถึงได้กลับมาพูดอีกครั้ง และนั้นทำให้เขาตัดสินใจอนุญาตครอบครัวกลับมาเรียนต่อที่เกาหลีใต้อีกครั้ง
แต่นั่นเหมือนเป็นการตัดสินใจผิด   เพราะชานยอลคือต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนรักอย่างคิมจงอินมีน้ำตาเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวอย่างชเวโซฮยอน  ที่เลือกใช้เพื่อนรักของชานยอลเป็นสะพานข้ามมาหาตัวเขา 
อะไรมันจะเจ็บไปกว่าการที่ถูกคนที่ตัวเองหักหลังอย่างเลือดเย็น






 

เพราะความเครียดจากเรื่องนี้จนทำให้ชานยอลโมโห...โมโหที่คิมจงอินยืนรับฟังผู้หญิงร้ายกาจนั่นบอกเลิกได้หน้าเฉยจนทำให้เส้นเสียงมีปัญหาอีกครั้ง   ทำให้ต้องบินกลับไปรักษาตัวที่ฝรั่งเศสอีกครั้ง



 

“ฉันขอโทษ” วันนั้นคิมจงอินพูดขอโทษซ้ำ ๆ จนชานยอลจำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายพูดไปกี่ครั้ง   เขาได้แต่กอดเพื่อนรักเอาไว้   แล้วบอกความในใจออกไป



 

[ฉันชอบนาย]


 

“ฉันขอโทษ” แววตาเสียใจที่จงอินแสดงออกมา  ถึงไม่อยากจะยอมรับแต่ปาร์คชานยอลก็รู้ดีกว่าไม่มีทางที่จะก้าวเข้าไปในหัวใจของคิมจงอินได้มากกว่าการเป็นเพื่อนรัก  ตอนนั้นเขาได้แต่หวังว่าหากจงอินจะเปิดหัวใจรับใครสักคนเข้าไปในหัวใจคน ๆ นั้น อาจจะเป็นตัวเขา...นั่นเป็นได้แค่การวาดฝันของเขาก็เท่านั้น


 

ร่างผอมที่ดูผอมมาก ๆ กว่าสามเดือนก่อนที่ชานยอลเคยเห็น  นั่งมองแม่น้ำฮันในท่านั่งกอดเข่าแล้วเอาคางเกยไว้ที่หัวเข่า  ตั้งแต่เด็กคุณหมอคิมจงอินเคยนั่งยังไงก็อย่างนั้น  และทุกทีที่พวกเขาทะเลาะกันหรือจงอินทะเลาะกับคุณแม่มาเรียก็จะหนีมานั่งจุ้มปุ๊กที่สวนหลังบ้านอุปถัมภ์ที่อยู่ติดแม่น้ำฮัน



 

ชานยอลทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ เพื่อนรักโดยไม่สนใจเลยว่าหญ้าสีเขียวหรือพื้นดินจะทำให้กางเกงสีน้ำตาลครีมของ
ตัวเองเปรอะเปื้อนแค่ไหน



 

 “ชานยอล”


 

[ไง  ไม่เจอกันนานอยากเล่าอะไรให้ฉันฟังไหม] ชานยอลยังเหมือนเดิมแม้จะกลับมาพูดได้แต่ถ้าลืมตัวก็จะใช้ภาษาสื่อสารตลอด


 

“ฉันขอโทษ”

 

...อีกครั้งที่คิมจงอินขอโทษ   แต่การขอโทษครั้งนี้กลับทำให้ชานยอลยิ้มกว้าง...

 

[ฉันก็ต้องขอโทษนายเหมือนกันนะจงอิน]


 

“ห๊ะ ทำไม  นายมีอะไรที่ต้องขอโทษฉัน” จงอินลดขาลงนั่งขัดสมาธิพร้อมหันหน้ามามองเพื่อนรักอย่างเต็มตา  เพราะเพื่อนรักตัวสูงโย่งทำหน้าเขิน ๆ อยู่


 

“จำสัญญาที่เคยให้ไว้ได้ไหม  ที่ฉันมาวันนี้เพราะจะมายกเลิกสัญญานั่น” คราวนี้ชานยอลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มและมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองพูด


 

“หมายความว่า...”


 

“ตอนนี้ฉันรู้สึกรักน้องหมาน้อยตัวนึงเข้าแล้ว   มันรู้สึกแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  เพราะงั้นนายอย่ารู้สึกผิดกับฉันเลยถ้าจะเปิดใจให้กับใครสักคน” ชานยอลบอกก่อนจะตบไหล่เพื่อนรักเบา ๆ


 

“นายจำคุณพ่อขายาวของฉันได้ไหม?”


 

“เอ๋?  อย่าบอกนะว่านายเจอเขาแล้ว” ชานยอลเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเพราะนึกว่าหลายปีที่ผ่านมานี้นับ
ตั้งแต่ตระกูลโดรับจงอินไปอุปการะ เขานึกว่าเพื่อนรักจะเลิกติดต่อกับผู้อุปการะรายใหญ่ของบ้านอุปถัมภ์คุณแม่มาเรียเสียแล้ว




 

“ฉันเจอเขาแล้ว” จงอินบอกก่อนจะหรุบตาไม่ยอมสบสายตาคมของเพื่อนรัก


 

“งั้นนายจะรออะไร  ชีวิตคนเรามันสั้นจะตาย  อยากทำอะไรก็รีบทำซะก่อนที่จะไม่มีโอกาส  ความสุขถ้ามันลอยมาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว  ไม่ผิดนะที่เราจะคว้ามันไว้” ชานยอลพูดพร้อมกับนึกถึงคนตัวเล็กเอ่ยลูกหมาน้อยบีเกิ้ลหูตูบที่เผลอเก็บมาเลี้ยง  ไม่รู้ป่านนี้จะทำร้านคาเฟ่ของเขาพังไปรึยัง


 

“ฉันไม่...”


 

“จงอิน  จำไว้ถ้านายเจ็บกลับมายังมีฉัน  มีคุณแม่มาเรีย มีน้องคยอง  เราทุกคนจะเป็นที่พึ่งพิงให้นายเองตอนที่นายเสียใจ   แต่ฉันว่าอีตาคุณชายเล็กนั่นคงรักเพื่อนฉันน่าดู...ทุ่มให้ซะขนาดนี้  โอ๊ยยยย...เจ็บนะ”


 

ร่างสูงหลบมือบาง ๆ ของจงอินที่ฟาดเข้าให้ที่ไหล่  แถมใบหน้าสีน้ำผึ้งขึ้นริ้วสีระเรื่อซะจนน่าแกล้ง  ใช่แล้วทุกเรื่องราวของจงอินถูกอีแทมิน...พร้อมด้วยชเวมินโฮ  คอยรายงานความเคลื่อนไหวให้รับรู้ตลอดมา


 

[ต่อจากนี้ไปพวกเรา  ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะจงอิน]


 

คุณหมอจงอินยิ้มกว้างก่อนจะตอบกลับไปด้วยภาษามือ   ภาษาที่เขาตั้งใจเรียนเพื่อจะได้ใช้สื่อสารกับปาร์คชานยอลได้


 

“ขอบคุณนะชานยอล”


 

[จากนี้ไปขอให้มีความสุขมาก ๆ กับที่นายเลือกนะเพื่อนรัก]








 

 “พี่ชายระวัง”


 

เสียงคยองซูเรียกทำให้คิมจงอินหลุดออกจากภวังค์พร้อมกับที่หลับตาปี้เมื่อเห็นว่าตัวเองหยุดไม่ทันต้องชนประตู
ห้องอาหารของโรงแรมแน่ๆ



 

“นี่จะปล่อยอินนี่ให้คลาดสายตาไม่ได้เลยใช่ไหม”


 

“ฮวางจื่อเทา....”


 

ใบหน้าคมเข้มของคุณชายเล็กเกิดรอยยิ้มพรายที่ยิ้มทั้งตาและปาก


 

“ดีใจจัง  ตั้งหลายอาทิตย์ที่ไม่ได้เจอกัน  คำแรกที่ได้ยินจากปากอินนี่คือชื่อฉัน”


 

“ไปกันเถอะ”  บอกพร้อมกับสอดนิ้วมือเข้านิ้วของคุณหมอคิมจงอินที่รู้สึกได้ทันทีว่ามีขนาดเล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อย  ก่อนที่มืออีกข้างจะจูงมือเด็กชายคยองซู


 

“เดี๋ยวก่อน....” ร่างโปร่งบางขืนตัวเองไว้


 

“ปล่อยให้ผู้ใหญ่คอยนานคงไม่ดีแน่  คนเคร่งครัดมารยาทอย่างอินนี่คงรู้ดี”


 

ผู้ใหญ่?


 

คราวนี้คุณหมอหนุ่มแทบจะอยากกระชากมือของตัวเองให้หลุดจากมือหนาที่เหมือนคีมที่คีบเอาไว้แน่นหนาที่สะพัดยังไงก็ไม่หลุด   ไหนจะน้องชายตัวเล็กที่พยายามจะช่วยอีกคนลากเขาเข้าไปในห้องอาหารให้ได้


 

“แม่ใหญ่ครับ  นี่คุณหมอคิมจงอิน  แล้วก็น้องคยอง  โดคยองซู”  ตามนิสัยของผู้ชายที่ชื่อฮวางจื่อเทาที่นึกอยากทำก็ทำ   อยากพามาแนะนำตัวก็พามาแนะนำตัว


 

ผู้ชายเอาแต่ใจ...


 

“สวัสดีครับคุณท่าน”


 

จงอินรีบโค้งตัวเกือบเก้าสิบองศาทั้งที่มือยังเกาะเกี่ยวกับคุณชายเล็กตระกูลอู๋อยู่


 

“สวัสดีครับ  แต่เอ๋??  น้องคยองไม่เรียกคุณท่านหรือคุณป้าได้ไหม  แบบคุณผู้หญิงยังสาวอยู่เลย”


 

“อุ้ยตาย  ปากหวานจริงน้องคยอง  งั้นมาหานายแม่มาค่ะ  มานั่งข้างนายแม่กับพี่อี้ฟาน  อี้ฟางเร็วเข้า   อ้าวสองคนนั่นก็นั่งสิจ๊ะ  เค้าจะได้เสิร์ฟอาหาร  เสียดายนะน้องแบคน่าจะอยู่ด้วยรับรองต้องเป้นเพื่อนเล่นให้น้องคยองได้แน่ ๆ ”  คุณซอนซาที่ตอนนี้กำลังคุยงุ้งงิ้งกับน้องคยองอย่างออกรส


 

“แม่ใหญ่ท่านฝันตลอดมาว่าอยากได้ลูกอีกสักคน  แต่ท่านมีไม่ได้เพราะสุขภาพไม่ดี แต่ตอนนี้คงได้ลูกชายคนคนใหม่สมใจแล้ว”


 

จื่อเทากระซิบข้างใบหูของคุณหมอที่ยังใส่ตุ้มหูที่ตัวเขาเคยทิ้งไว้ที่โรงแรมอยู่


 

“ทำไมต้องทำแบบนี้”


 

“แล้วทำไมอินนี่ต้องย้อนถามทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่ว่าเพราะอะไร”


 

จงอินมองลึกลงไปในดวงตาของคนที่จับจ้องมาก่อนจะเสไปมองอย่างอื่น  เพราะความหมายที่ซ่อนอยู่ในแววตานั้นมันมากกว่าที่เคยเห็นมันชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ


 

“สองคนนั้น  หันมาสนใจคนร่วมโต๊ะหน่อยก็ดีนะ”


 

อู๋อี้ฟานที่เพิ่งวางสายเอ่ยปากแซวคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม


 

“พี่อี้ฟานต้องเข้าใจคนที่ไม่ค่อยได้เจอกันบ้างน้า  มันต้องมีการพูดคุยตามประสา......” คยองซูยังพูดไม่จบก็โดนปราม


 

“น้องคยอง”

 

“นายแม่~   พี่ชายโกรธน้องคยองแล้ว    พี่ชายขึ้นเสียงใส่น้องด้วย  ฮื้อๆ” เด็กชายเอ่ยเสียงสั่นๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกลงมาอาบแก้มเหมือนก๊อกน้ำ



 

“โอ๋ๆ คนดีของนายแม่ไม่เอาไม่ร้องนะคะ  ตาสวยจะช้ำหมด  เรื่องแค่นี้เอง...เดียวนายแม่จัดการให้” ว่าแล้วนายหญิงของตระกูลอู๋ก็หันขวับมาตัวต้นเหตุ

 

“น้องคยองแค่แซวเล่นนะคะคุณหมอ  ไม่เห็นต้องเขินเลยนี่เราก็คนกันเองทั้งนั้น  อีกไม่นานก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”


 

“เอ่อ  คือ......”


 

“โอย  ไปๆ ค่ะลูก....คุณชายเล็ก  มีอะไรก็ไปเคลียร์กันให้รู้เรื่อง  ส่วนน้องคยองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายแม่กับ
อี้ฟางดูแลเองเนอะ” หันมาขอความเห็นจากลูกชายคนแรกที่ยิ้มหวานให้



 

“น้องเล็กไปคุยกับคุณหมอให้รู้เรื่องเถอะ  ส่วนน้องคยองพี่จะดูให้” แน่นอนถ้าอี้ฟางออกด้วยอีกคนย่อมไม่ใครกล้าขัดอยู่แล้ว


 

อู๋อี้ฟานกันขำจนตัวโยนเมื่อเห็นน้องชายกึ่งจูงกึ่งลากตัวคุณหมอให้เดินตามออกไปยังสวนพฤกษาศาสตร์ของโรงแรม


 

“เอาออสการ์ไปเลยไหมน้องคยอง” แซวเด็กชายตากลมที่กำลังเงยหน้าให้คุณซอนซาเช็ดน้ำตาให้อยู่


 

“พี่อี้ฟานก็พูดเกินไป   อิ...อิ  น้องคยองสมบทบาทใช่ไหมครับนายแม่   นี่ทำตามที่พี่อี้ฟางสอนทุกสเต็ปเลยน้า”


 

“มากค่ะลูกน้องคยอง  เดียวทานข้าวเสร็จนายแม่จะพาไปดูโรงเรียนแล้วก็ช็อปปิ้งชุดนักเรียนกันน้า 
ทานเยอะๆ ค่ะลูก  อี้ฟางด้วยนะคะ...นี่คุณโอดูแลเราตอนอยู่โน้นไม่ดีรึไงถึงผอมเอา...ผอมเอาแบบนี้”



 

“ไม่ใช่หรอกครับนายแม่  คุณโอดูแลลูกดีมากต่างหากแต่พยายามทานแล้วก็ยังไม่อ้วนขึ้น”


 

“อี้ฟางไม่ใช่เจ้าน้องแบคนะครับนายแม่  ที่กินจนอ้วนแทบจะกลิ้งได้   นี่ถ้าคุณชานยอลเลี้ยงไม่ไหวส่งกลับมาคืนแย่แน่ๆ”


 

“อี้ฟานนะ  นิสัยไม่ดีนินทาน้อง” อี้ฟางตีแขนแฝดตัวเองด้วยความหมั่นไส้


 

คุณชายใหญ่อมยิ้มเพราะเหมือนจื่อเทาจะหาของเล่นลูกใจให้กับนายหญิงของตระกูลอู๋  รวมถึงคุณชายรองอย่าง
อู๋อี้ฟางได้ตรงจุดทีเดียว  และถ้าคุณชายน้องอย่างพยอนแบคฮยอนได้เจอก็คงจะเหมือนกันแม้ว่าครั้งนี้จะเป็น
ครั้งที่สามที่นายหญิงของตระกูลอู๋ได้มีโอกาสพบกับเด็กชายตากลมหลังจากเคยไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลสองครั้ง


 

“ถูกใจมากไหมครับนายแม่”


 

คุณซอนซาเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับคุณชายใหญ่


 

“ถ้าน้องว่าดี  แม่ว่าดี”


 

สั้นๆ ง่ายๆ  จากนายหญิง  ชายหนุ่มเลยอดถามทีเล่นทีจริงเสียไม่ได้


 

“แล้วถ้าผมจะ......”


 

“คุณชายใหญ่โตเกินกว่าที่จะขอคำปรึกษาจากแม่แล้วนะคะ  การมีคำตอบอยู่ในใจแล้วไม่จำเป็นต้องมาถาม”


 

เฉียบคมและราวกับมานั่งกลางใจของอู๋อี้ฟาน   นี่ล่ะมั้งที่เจ้ากวางน้อยจอมดื้อมีคล้ายคลึงกับมารดา


 

“เฮ้อ....แย่จังกะปรึกษานายแม่แล้วเชียว”


 

“อิอิ  ตลกพี่อี้ฟานจังเลย”  คยองซูเงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยไอศกรีม


 

“ขำอะไรน้องคยอง”


 

“ก็หน้าตาพี่ไม่บ่งบอกว่าเครียดเลยไง    แต่อย่าลืมน้า  ต้องพาว่าที่พี่สะใภ้มาให้น้องคยองรู้จักด้วยคนแต่แอบเสียดายจัง  นี่กะว่าถ้าพี่อี้ฟานโสด  น้องคยองจะแนะนำใครบางคนให้รู้จัก”


 

“ริเป็นพ่อสื่อตั้งแต่ตัวแค่นี้เลยเหรอคะลูก...น้องคยอง” คุณซานซาอดไม่ไหวหยิกแก้มยุ้ยๆ ไปที


 

“อิอิ  ก็นึดนึงครับนายแม่   อ้าวพี่จุนนนนนนนนนนนนน   น้องคยองคิดถึงไม่เจอกันตั้งหลายวัน”


 

ผู้ใหญ่ทั้งสามที่นั่งอยู่บนโต๊ะต่างอมยิ้มเมื่อเห็นเด็กชายตากลมโตที่ลุกขึ้นวิ่งพร้อมกับโถมตัวเข้ากอดคิมจุนมยอนเลขาและคนสนิทของคุณชายเล็กจนเกือบเสียหลักไปด้วยกันทั้งคู่


 

“คิดถึงเหมือนกันครับน้องคยอง”

 

 




 

ภายในโซนวีไอพีของห้องอาหารโรงแรมชื่อดังของกรุงโซลเจือไปด้วยความสุขที่แทบจะสัมผัสได้จากบรรยากาศ  
ช่างแตกต่างกับบรรยากาศภายในสวนพฤกษาศาสตร์ที่ความร่มรื่นและเย็นสบายของมวลไม้ยังไม่สามารถช่วยให้ความตึงเครียดลดลงไปได้เลย



 

“วันนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง.....คุณหมอ”


 

“นาย  ใช้คำพูดผิดไปนะ  พะ..เพราะฉัน.....” จงอินบอกพร้อมกับพยายามแกะมือตัวเองให้เป็นอิสระ


 

ริมฝีปากหนาได้รูปสวยที่เอ่ยถ้อยคำไม่ถูกใจออกมานั้นมันทำให้คุณชายเล็กอวางจื่อเทาอดไม่ได้ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเองประคองใบหน้าหวานคมสีน้ำผึ้งเอาไว้ก่อนจะก้มลงไปสัมผัสอย่างรวดเร็ว


 

“ฮือ  นายจะทำอะไร......”


 

“คิดถึงจะขาดใจตายอยู่แล้ว”  เอ่ยสั้นๆ ก่อนจะรั้งร่างโปร่งบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดหลังจากที่จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากอีกครั้ง....และอีกครั้ง


 

มือบางขยำเสื้อเชิ้ตของจื่อเทาก่อนจะหลับตาพริ้มเพื่อซึมซับไออุ่นจากอ้อมกอด



 

มาถึงตอนนี้คิมจงอินปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่พยายามหลบหน้าฮวางจื่อเทาไปนั้น  
ความรู้สึกที่ยังไม่เคยแน่ใจกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ  แม้จะไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกไปแต่เขารู้แน่ๆ ว่าผู้ชายที่ยืนตระกองกอดอยู่นี้รับรู้.......ว่าตัวเขาเองก็คิดถึงอีกฝ่ายไปไม่น้อยกว่าเช่นกัน




 

บางทีความสุขก็อยู่รอบ ๆ ตัวเรา  แค่เพียงแต่กล้า...กล้าที่ยื่นมือเข้าสัมผัสกับความสุข

 

 

 

 

++++++++++++tbc++++++++++++

ปล. เปิดตัวชานยอลเต็ม ๆ ไปแล้วนะ  คงไม่งงนะขออธิบายนิด  โซฮยอน  คือ แฟนคนรักที่จงอินคิดว่าคือความรัก...แบบรักแรกแบบแฟนไรแบบนี้  แล้วเลิกกัน แล้วจงอินเคยสัญญาไว้กับชานยอลว่าถ้าจะคิดจะรักใครจะให้โอกาส
กับชานยอลคนแรก   แต่ตอนนั้นหวั่นไหวกับคุณชายเล็กที่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นใครเลยเรียกฉายาคุณพ่อขายาว
ไปก่อน
และคุณชายเล็กก็เดินทางมาจนเกือบจะจบแล้วนะ  เหลือตอนหลักอีกแค่ 2 ตอนและ 1 บทส่งท้ายเท่านั้น  ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้
>3

จะมีคนสังเกตไหมว่าเราทิ้งปมซูโด้ไว้ คริๆ

ส่วน ลู่หาน เซฮุน ชานยอล จะรู้จักกันได้ยังไงต้องติดตามต่อในคุณชายใหญ่นะคะ

นี่ใจลอยไปอยากเอา คุณชายรองกับคุณโอ ลงแล้วนะ....แต่ต้องตามคิว 555555 แม่ยกคริสลู่ยัดเงินใต้โต๊ะมาเยอะกว่า

เจอตอนหน้า ^^

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

258 ความคิดเห็น

  1. #253 ArisaraJae (@rerla) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 23:59
    เราว่าเเล้วว่าต้องซูโดเเน่ๆ อ่านทอล์คจบปุ้ปตะโกนลั่นเลย เราเดาถูก!
    #253
    0
  2. #221 ข้าวสวย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 03:26
    น่ารักกกก นี่รออ่านหลายๆคู่น่า
    #221
    0
  3. #213 HwaRyeo (@hwaryeo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 15:31
    อ่อ เบื้องหลังมันสลับซับซ้อนอย่างนี้นี่เอง ชานยอลน่าสงสารอ่ะ อยากอ่านคู่ชานยอลมั่งละ ชานยอลไปเป็นคนของลู่หานได้ไงเนี่ย
    #213
    0
  4. #189 MiMMe (@bolck-vvip) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 21:46
    งื้อออออออ คุณฮวางคนหื่น -.,-
    #189
    0
  5. #119 zamvire (@zamvire) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:12
    แอบสังเกตคู่ซูโด้อยู่ อิอิ
    เด๋วต้องกำจัดนางร้ายออกไปก่อน นางไม่ยอมแน่ๆ
    จงอินก็บอกเทาไปสิว่านางขู่ทำร้ายน้องคยอง นางไม่เหลือซากแน่ๆ
    #119
    0
  6. #117 pu su (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:00
    ขอให้ความรักทั้งคู่ไม่มีอุปสรรค์นะ
    #117
    0
  7. #116 ladymoon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:53
    ยังไงจื่อเทาก็ต้องช่วยปกป้องจงอินเเละน้องคยองจากผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอยู่เเล้ว

    จงอินอย่าคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียวซี้~
    #116
    0
  8. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 08:36
    จงอินนี่
    ยอมจื่เทาซะดีๆ เถอะ 
    *0* !!!!!!!!!!!
    #114
    0
  9. #113 KimKaiWife (@endlessmoment13) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:31
    มาต่อเร็วๆน้าาาา จิขาดใจตาย ค้างๆๆๆ
    #113
    0
  10. #111 house of love (@moondaki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:54
    จงอินอย่ายอมไฝว้เลย
    จื่อจัดหน่อยเถอะหมั่นไส้นาง
    #111
    0
  11. #110 ladymoon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:31
    โซฮยอน ยัยผู้หญิงร้ายกาจ อย่ามายุ่งวุ่นวายอะไรกับจงอินนะ

    น่าจะให้จื่อเทามาจัดการซะให้เข็ด
    #110
    0
  12. #109 bastin (@passawee-17) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 09:00
    อ้ากกกกกก หนุกๆๆๆมาอัพต่อเร็วๆนะ อยากอ่านๆอยากเจอปาร์คชานยอลอ่า^ ^
    #109
    0