เรื่องสั้นของทวีคูณ

ตอนที่ 3 : นารา (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ย. 63

นารา

วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุด! นาราคิด… เพราะวันนี้พ่อ และแม่ของเธอได้พาเธอ และน้องสาวฝาแฝด เดินทางไปฉลองปีใหม่ที่บ้านคุณยายในจังหวัดเชียงใหม่!

“นรีอย่าแยกขนมพี่นาราสิลูก…” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กที่มีใบหน้าเหมือนกับพี่สาวไม่มีผิดเพี้ยนกำลังแย่งขนมกรุบกรอบที่พึ่งลงจอดซื้อจากร้านสะดวกซื้อเมื่อสักครู่ออกไปจากมือพี่สาว

“โธ่คุณพ่อขา…นรีแค่แกล้งพี่นาราเล่นเฉยๆ” นรีร้องโอดครวญ ก่อนจะหันไปอ้อนผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่

เบาะข้างหน้าตน

“คุณแม่ดูคุณพ่อสิคะ! อะไรๆ ก็พี่นาราตลอดดดดดด!” นรีพูดฟ้องพลางเบ้ปากเล็กปากยื่นใส่ผู้เป็น

พ่อได้อย่างน่ารักน่าชัง ทำให้พ่อ แม่ และนาราหัวเราะอย่างขบขัน

“คุณพ่อแค่แกล้งนรีเล่นเฉยๆ ใช่ไหมค่ะ?” นาราพูดขึ้นยิ้มๆ พลางยื่นหน้าไปถามผู้เป็นพ่อที่กำลัง

ควงพวงมาลัยเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามถนน

“จ้าๆๆ ยังไงพ่อก็รักลูกทั้งสองคนเท่ากันอยู่แล้ว” ผู้เป็นพ่อตอบด้วยแววตาที่เปี่ยมสุข พร้อมกับ

ยกมือขึ้นมาโยกหัวเล็กๆ ของลูกสาวเบาๆ โดยไม่ได้หันมามอง เพราะตนกำลังขับรถอยู่

“แล้วคุณแม่ล่ะคะ?” นรีหันหน้าไปถามผู้เป็นแม่ที่นั่งหัวเราะเบาๆ อยู่ข้างๆ

“แม่ก็รักลูกทั้งสองคนเท่ากันนั่นแหละจ๊ะ เพราะอะไรเอ่ย!?”

“เพราะพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน!!!” เด็กทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน หลังจากนั้นพ่อ แม่

และลูกก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างมีความสุข เวลาผ่านไปสักพักฟ้าก็เริ่มมืด แต่เสียงพูดคุย

ของเด็กทั้งสองก็ยังไม่หยุด

“พี่นารา…นรีอยากให้เรามาทำสัญญากัน!” นรีพูดพลางทำหน้าเคร่งขรึมให้ดูเหมือนผู้ใหญ่ แต่มันกลับดูน่าขบขันเสียมากกว่า

“สัญญาอะไร?” นาราถามอย่างงงๆ พลางกลั้นหัวเราะเอาไว้

“สัญญาว่าเราจะรักกันตลอดไป เราจะเป็นฝาแฝดที่รักกันที่สุดในโลก!!!” นรีตะโกนขึ้นเสียงดังอย่างร่าเริงทำให้ผู้ฟังอดอมยิ้มไปกับความสดใสของนรีไม่ได้

“ได้! แต่เราปรับปรุงสัญญานิดหน่อยนะ…” นาราพูดยิ้มๆ

“ยังไง?” นรีมองหน้าพี่สาวอย่างงงๆ

“พี่สัญญาเราจะรักกันตลอด…และเราจะไม่พรากจากกันไปไหน…” นาราพูดเสียงเบาราวกับกระซิบ ทำให้นรีมองหน้าพี่สาวยิ้มๆ ก่อนจะพยักหน้าตกลง

“ได้…เราจะไม่พรากจากกัน ฉันคือพี่…”

“พี่คือเธอ…” เด็กทั้งสองจับมือทำสัญญากัน พ่อ และแม่ที่นั่งฟังลูกๆ ของตนพูดคุยอยู่นาน หันมองหน้ากันยิ้มๆ เพราะดีใจที่ลูกสาวฝาแฝดของตน รักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่ดีใจได้ไม่ถึงห้าวินาที เสียงร้องของเด็กหญิงทั้งสองก็ดังขึ้นมา!!!

“พ่อระวัง!!!”

“คุณค่ะ!!!”

ปรี๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!

แสงสว่างเจิดจ้าสาดจากไฟของรถบรรทุกที่กำลังขับเข้ามาทำให้ผู้เป็นพ่อหักหลบเข้าข้างทาง! แต่ทว่า! ตอนนี้พวกเขากำลังขับรถอยู่บนเขา จึงทำให้รถเก๋งพลิกตะแคงไปทางซ้ายถลาไปกับพื้นถนนจนเกือบตกเขา!!!

“แค่กๆๆ” เสียงไอของนาราดังขึ้น ทำให้ผู้เป็นแม่ที่นอนหลับตานิ่งอยู่นั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความเจ็บไปทั่วทั้งตัว ร่างกายแน่นิ่งขยับไม่ได้ดั่งใจ เพราะแรงกระแทกจากการชนทำให้ทั้งจุก ปวดและเจ็บไปทั่วร่างกายจากการถูกเศษกระจกทิ่มแทงไปทั่วตัว อีกทั้ง ขมับด้านซ้ายที่เกิดจากแรงกระแทก ถลาของรถ ทำให้มันกลายเป็นแผลบานเบอะ! จนน่ากลัว! เธอรู้ดีว่า…งานนี้เธอคงจะไม่รอดแน่ๆ เพราะแม้แต่คนที่อยู่กับเธอมาตลอด 20 ปี ก็ได้นอนแน่นิ่งอยู่ข้างๆ ไม่มีแม้แต่แรงกระเพื่อมของอกที่แสดงว่ากำลังหายใจอยู่…น้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลออกมาโดยไร้เสียงในขณะที่ใช้สายตามองหน้าคนรัก…

“ช่วยด้วย!!! ฮือๆๆๆๆ ช่วยหนูด้วย!!!” เสียงร้องของนรีทำให้นาราที่กำลังนั่งไอสั่นหยุดชะงัก แล้วหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ไร้วี่แวว ตอนนี้เด็กสาวรู้สึกเวียนหัวเป็นอย่างมาก เพราะรถกำลังตะแคงข้าง ดีหน่อยที่เธอคาดเข็มคัดนิรภัยเอาไว้จึงมาทำให้เธอไม่บาดเจ็บมากนักนอกจากที่ศีรษะ

“นรี…นรีอยู่ไหน?” นาราตะโกนเรียกหาผู้เป็นน้องเสียงแผ่ว

“ฮือออออ! พี่นารา…นรีอยู่ตรงนี้! ห้อยอยู่ตรงนี้!!!” นรีร้องไห้โวยวายเสียงจ้า จึงทำให้พอรู้ว่าต้นกำเนิดเสียงมาจากที่ไหน นาราจึงล้มตัวนอนไปทางที่นั่งด้านซ้ายโดยที่ไม่ได้ปลดเข็มขัดนิรภัย เพราะถ้าขืนเธอปลดมัน เธอก็จะไถลลงไป นารายื่นหน้าส่องหาน้องสาวก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อนรีกำลังห้อยอยู่ตรงประตูรถที่เปิดอ้าอย่างหวาดเสียว!

“พ่อขา!!! แม่ขา!!! ช่วยนรีด้วย!!!” นาราตะโกนเรียกพ่อ และแม่ของตนเสียงดัง แต่ก็ไร้เสียง…นาราจึงค่อยๆ เอนตัวไปหาผู้เป็นพ่อ แล้วเขย่าไหล่ของผู้เป็นพ่อไปมา

“คุณพ่อขา…ฮึก! คุณพ่อขา…ช่วยน้องด้วย…” นาราพูดไปร้องไห้ไป แต่พ่อของตนก็ไม่มีแสดงอาการอะไรเลยนอกจากนอนนิ่งให้ลูกสาวเขย่าไปมา…เมื่อเห็นว่าพ่อไร้ปฏิกิริยาตอบกลับจึงหันไปหาผู้เป็นแม่ที่กำลังหายใจรวยริน

“แม่ขา…”

“ปะ…ปล่อยนะ…น้อง…” พูดได้แค่นั้นผู้เป็นแม่ก็แน่นิ่งไปอีกคน…

“!!!!” นาราตกใจมากที่เห็นผู้เป็นแม่หมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา แต่สิ่งที่ตกใจยิ่งกว่าคือสิ่งสุดท้ายที่แม่บอกตนก่อนตาย ปล่อยน้องหรือ? มันหมายความว่าอย่างไร!?

“ฮึก!!! ฮืออออออออ….” นาราร้องไห้ออกมาอย่างเขื่อนแตก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองไปที่ประตูที่เปิดอ้าอยู่นั้นอย่างเด็ดเดี่ยว เธอเป็นแค่เด็กอายุสิบสอง! เธอยังเด็ก! และเธอก็อยากมีชีวิตอยู่…มีชีวิตที่ดี! แต่การมีชีวิตอยู่ของเธอ ถ้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเธอเองก็ไม่ต้องการเหมือนกัน…

ฮึบ!

นาราเอนตัวไปทางด้านซ้าย ยื่นมือไปจับที่ห้อยเสื้อผ้า นรีพาเธอเรียกอย่างนั้น! เพราะแม่ของเธอชอบเอาเสื้อผ้าชุดทำงานของพ่อห้อยตรงนี้เสมอ เมื่อจับไว้มั่นแล้ว นาราก็ยื่นมืออีกข้างไปหาน้องสาว

“ส่งมือมา!!! เร็วเข้านรี!!”

“ฮือออออออ! หนูกลัว! ฮืออออออออ!”

“ไม่เป็นไร! พี่ไม่ปล่อยเธอแน่ ยื่นมือมา! เร็วเข้า!!!”

นรีมองมือของพี่สาวที่ยื่นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งไปหาพี่สาว นาราเมื่อเห็นว่าน้องสาวยื่นมือมาแตะไว้ได้ก็ออกแรงบีบมือของนรีไว้แน่น

“ค่อยๆ ไต่มานะ…อย่างนั้น…ค่อยๆ”

พรึ่บ!!!

นาราหันไปมองยังที่มาของเสียงก็พบว่าไฟกำลังลุกรามมาที่รถของเธอเรื่อยๆ นั่นทำให้นาราถึงกับใจหายวับ! แล้วจู่ๆ เธอก็นึกถึงประโยคสุดท้ายของแม่ที่บอกเธอ

ปล่อยน้อง…

ปล่อยน้องงั้นหรอ?

นาราหันไปมองนรีที่กำลังค่อยๆ ขยับมือไต่เข้ามาใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ

ไม่!

อีกนิดเดียวนรีก็จะถึงแล้ว…

“อ๊ะ!”

เคร้ง!

พรึ่บ!!!

“นรี!!!” นาราร้องออกมาอย่างตกใจมือเห็นว่าประตูนั้นพังหลุดออกไปทำให้นรีไม่มีที่จับยึดไว้ให้เธอไต่มาได้แล้ว นรีจึงใช้มือทั้งสองข้างกุมมือเพียงข้างเดียวของนาราเอาไว้แน่นด้วยความกลัว

“ฮืออออออ! พี่นารา…ช่วยด้วย…” นารากัดฟันแน่น เพราะรู้สึกเจ็บที่แขนข้างที่นรีจับไม่น้อย นาราจึงพยายามตั้งสติ แล้วคิดว่าวิธีทางช่วยน้องสาวฝาแฝด แต่…ไม่เลย!!! เธอคิดไม่ออกเลยว่าเธอจะช่วยนรีด้วยวิธีไหน? แถมไฟก็ยังลามมาเรื่อยๆ อีกด้วย หรือเธอควรจะปล่อย…บ้าน่า! นี่เราคิดอะไรอยู่กันเนี๊ย?

เมื่อเห็นว่านาราเงียบ นรีจึงเงยหน้ามองพี่สาวที่กำลังแสดงสีหน้าลังเลอย่างตกตะลึง ก่อนจะยิ้มขื่นๆ แล้วโพล่งถามนารา

“เราจะไม่พรากจากกันใช่ไหมพี่นารา…พี่จะไม่ทิ้งหนูใช่ไหม!?” คำถามของนรีทำให้นาราหยุดชะงัก มองหน้าน้องสาวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“พี่….”

6 ปีต่อมา…

“นรี!!!!” เสียงแหลมเรียกตะโกน ทำให้เด็กหญิงในชุดนักเรียนมัธยมปลายหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเท่าเธอกำลังวิ่งมาหา

“เป็นไงบ้างไปทำบุญที่บ้านคุณยาย” พอวิ่งมาถึงก็คว้าตัวเพื่อนสาวเข้ากอด ก่อนจะเดินกอดคอกันเข้าไปในโรงเรียน

“ก็ดีนะ…ได้ทำบุญไปให้พี่นารา พ่อ และแม่ รู้สึกดีมากเลย!” นรีตอบ

“ดีแล้วๆๆ จะว่าไปแล้ว…ก็คิดถึงนาราเหมือนกันนะ รู้อย่างนี้ฉันน่าจะไปทำบุญด้วย”

“เอาน่า! อย่าเศร้าไปเลยกระทิ! ไว้ค่อยไปทำคราวหน้าก็ได้นี่นา…” นรีพูดพลางดึงแขนเพื่อนรักอย่างเย้าแหย่

“จ้าๆๆ เราไปเข้าแถวกันเถอะ” พูดจบกะทิก็ลากแขนนรีไปเข้าแถว นรีมองเพื่อนยิ้มๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากรอยยิ้มเป็นหน้านิ่งทันที…คิดถึงนารางั้นหรอ? ...จะว่าไปแล้วเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องในตอนนั้นมานานแค่ไหนแล้วนะ?

ย้อนไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว….

“พี่…” นารานิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มขมขื่นให้กับน้องสาวของเธอ

“ถ้าเป็นไปได้…พี่ก็อยากจะเป็นเธอ เป็นคนที่ห้อยอยู่ตอนนี้แทนเธอ แต่ว่า…พี่ไม่ใช่นรี! พี่ยังมีเวลาที่จะมี…ชีวิตอยู่!”

“!!!!!” นรีมองหน้าพี่สาวอย่างตกตะลึง ก่อนที่น้ำตาจะไหลพรากออกมา เมื่อพอจะรู้คำตอบของพี่สาว

ไหนบอกว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป…จะไม่พรากจากกัน…นั่นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ… นรีคิดประท้วงอยู่ในใจ

“ขอโทษนะนรี!” พูดจบนาราก็สลัดมืออกจากการจับกุมของนรีทันที ทำให้นรีเบิกตากว้างด้วยตกใจ ก่อนจะกรี๊ดร้องออกมาอย่างโหยหวน!

“พี่ขอโทษ…” นารามองภาพที่นรีตกลงทั้งน้ำตา ภาพของน้องสาวที่มองเธอด้วยความผิดหวังระคนโกรธเคืองนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นฆาตกร! และสำหรับเธอ! เธอก็ไม่ต่างจากฆาตกรจริงๆ เธอ! เพิ่งฆ่าน้องสาวฝาแฝดไปต่อหน้าต่อตา

นารามองไปยังประกายที่กำลังใกล้มาถึงรถด้วยความกังวล แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะหนีออกจากรถคันนี้! นาราขยับตัวไปนั่งตามปกติก่อนจะยันตัวเองออกไปทางหน้าต่างที่แตกนั้น แล้วกระโดดออกมาจากรถคันนั้น เธอรู้สึกว่าตัวของเธอเบาหวิว ไม่รู้สึกเจ็บปวดจากการถูกเศษแก้วบาดเลย ความรู้สึกนี้มันคืออะไร? มันเกือบจะหนักอึ้ง แต่ก็ปลอดโปร่ง หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วขณะที่วิ่งออกห่างจากรถเก๋งคันนั้น

เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน!!!

ภาพที่อยู่บนรถเมื่อครู่ ภาพแห่งความสุขลอยย้อนเข้ามาฉายภาพนั้นซ้ำไปซ้ำมา พร้อมกับสิ่งที่เธอสัญญาเอาไว้กับน้องสาวของเธอ…น้องสาวที่เธอพึ่งลงมือฆ่า! ไปเมื่อกี้…

“พี่คือเธอ…”

“ฉันคือพี่…”

นาราไม่รู้สึกเลยว่าตัวสั่นมากแคไหน ขณะกำลังยืนมองภาพของไฟที่กำลังโหมไหม้รถแห่งความทรงจำ เธอรู้สึกแค่ว่ามือข้างนี้ของเธอมันหนักอึ้งไปหมดเพราะมันได้ลงมือฆ่าน้องสาวฝาแฝดไปไม่กี่นาทีนี้เอง…

ไม่ผิดหรอก…ไม่ผิด…ก็แม่บอกให้เราปล่อยน้อง…บอกให้ปล่อยนี่นา…

“หนูๆๆๆ หนูเป็นอะไรรึเปล่า!? เฮ้! มีเด็กรอดคนหนึ่ง ทางนี้!!” เสียงของผู้คนโหวกเหวกโวยวายช่วยกันดับไฟที่กำลังโหมไหม้รถกันอย่างแข่งขัน ไม่ได้ดังเข้ามาในหัวเธอเลยแม้แต่น้อย ใครถามอะไรเธอก็ไม่ตอบ เพราะตอนนี้เธอรู้สึกถึงแต่ภาพของนรีที่ตกเหว ภาพของน้องสาวที่แสดงสีหน้าตกใจ ระคนโกรธ และหวาดกลัวนั้นฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวของนาราไม่หยุด จนเมื่อมีมือหยาบกร้านของใครบางคนมาดึงเธอเข้าไปกอด…

“หลานยาย!!! โฮฮฮฮฮฮ! ไม่เป็นไรนะลูก…นารา…เอ๊ะ! หรือนรีลูก…”

ฝาแฝด….

เราเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันมาก…ไม่มีใครแยกออก…นอกจากพ่อ และแม่…

“ไม่ใช่นาราค่ะ! หนูคือนรี…” นาราตอบเสียงแผ่ว…

นาราได้ตายไปแล้ว…และจะตายไปนับตั้งแต่วันนี้…ที่เหลืออยู่จะมีแค่นรี…นี่เป็นสิ่งเดียว

ที่เธอจะทำได้ เพื่อน้องสาว…ที่เธอได้สลัดมือทิ้งไป…

“นรี!!! คิดอะไรอยู่? เรียกตั้งนานแล้ว…เหม่ออะไรอยู่!?” กะทิเรียกเพื่อนสาวเสียงดังทำให้ ‘นารา’ ในคราบนรีหันไปมองกระทิอย่างยิ้มๆ

“เปล่า…แค่คิดว่าวันนี้จะกินอะไรดี?”

“แหม...คิดไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยหรอเนี่ย! ไม่กินข้าวเช้ามาหรอ? งั้นเราโดดไปกินข้าวกันดีไหม?” กะทิเสนอความคิด นั่นทำให้นาราส่ายหัวยิ้มๆ ก่อนจะเออออไปด้วยว่าไปกินก็ดีเหมือนกัน…กะทิจึงจับมือนาราไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยความกระตือรือร้น หลังจากนั้นสองสาวก็โดดเรียนไปนั่งกินข้าวด้วยกัน…

พี่คือเธอ…

ฉันคือพี่…

พี่จะไม่เอ่ยคำขอโทษเธออีกแล้วนรี…เพราะคนที่ตายคือพี่…ฝาแฝดที่ตายคือนารา…ไม่ใช่นรี…

 

-จบ-

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น