ผิดหรือไงถ้าจะรักคุณแม่จอมมารน่ะ

ตอนที่ 4 : โรงเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 ส.ค. 62

บทที่ 4 โรงเรียน

หลังจากที่ ฟิโอน่า ต้องมาเข้าเรียนที่ M.A.S. อย่างไม่ได้เต็มใจมากนักเช้านี้เธอเลยต้องตื่นเช้าและนั่งรถส่วนตัวของจอมมารมาที่โรงเรียนโดยมี จอมมารเฮเลน่า กับ ลีน่า นั่งมาด้วยเป็นเพื่อนแต่ระหว่างทางคนอายุน้อยสุดและสวมเครื่องแบบของนักเรียน M.A.S. กับไม่ยอมพูดหรือมองจอมมารเลยตั้งแต่เมื่อคืน

“จะงอนฉันอีกนานไหม ฟิโอน่า”

“ก็คงไม่นานหรอกมั้งคะ”

ฟิโอน่า ตอบอย่างขอไปทีเพราะเธอกำลัง ‘งอน’ อีกฝ่ายอยู่จริงๆ เพราะงั้นจอมมารถึงพยาม ‘ง้อ’ อีกฝ่ายด้วยวิธีของเธอเอง

“ชุดใส่อยู่เข้ากับเธอดีเหมือนกันนะ”

“ข…ขอบคุณที่ชมค่ะ”

เพราะคำชมที่จู่ๆ ก็ออกมาจากปากของผู้เป็นแม่หรือจอมมารทำให้เด็กสาวเขินอายเพราะปรับอารมณ์ไม่ทันแต่พอเธอรู้ตัวก็พยามมองออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับซ่อนอาการเขินอายเอาไว้แต่ก็ไม่มิดเพราะใบหูที่แดงจัดของเธอไม่พ้นสายตาของจอมมารไปได้

“ฟิโอน่า”

“ค่ะ?”

“ถ้าสมมุติในเทอมแรกเธอคว้าอันดับหนึ่งของห้องมาได้”

“…”

“ฉันก็จะให้เธอขออะไรฉันก็ได้ หนึ่งอย่าง เอาไหม”

“อะไรก็ได้เหรอค่ะ”

ฟิโอน่าถามพร้อมกับเริ่มทำรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ผู้เป็นแม่ซึ่งพอลีน่าเห็นแบบนั้นก็ถึงกับถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เพราะเวลาจอมมารเอาอะไรมาล่อฟิโอน่าอีกคนก็มักจะขออะไรที่ที่มัน…ตลอด

“ใช่อะไรก็ได้”

“ตกลงค่ะ”

ฟิโอน่ารับคำของจอมมารโดยพยามซ่อนหน้าจอแสดงผลที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเรียกออกมาตอนไหนโดยที่เปิดโหมดบันทึกเสียงเอาไว้ด้วยและคนที่เห็นก็มีเพียง ลีน่า ที่นั่งอยู่ข้างๆ ฟิโอน่า เท่านั้นและ ลีน่า ก็ไม่คิดจะเปิดโปงให้จอมมารรู้เพราะเธอเองก็ชอบเวลาที่ ฟิโอน่า ขอรับรางวัลจากจอมมารที่สุด

“งั้นเหรอ…ถ้างั้นก็ทำให้ได้หละ ยัยหนู”

“แน่นอนค่ะท่านแม่ก็เตรียมตัวไว้ให้พร้อมเหมือนกันนะคะ”

“ได้สิ”

จอมมารรับคำพอดีกับที่รถของพวกเธอจอดนิ่งอยู่ที่หน้าอาคารขนาดใหญ่ที่สร้างมาจากหินและถูกตกแต่งให้งดงามอยู่เสมอ

“เอาหละลงกันเถอะฉันกับลีน่าต้องเอาเอกสารไปให้ ผอ.ของที่นี่แล้วเธอหละจะทำไงต่อ”

“หนูขอตามท่านแม่ไปด้วยได้ไหมค่ะ”

“ได้สิ…ฉันไม่เคยห้ามเธอหรอก”

“ขอบคุณค่ะ”

ทั้งสามคนเดินเข้าไปในตัวอาคารขนาด 5 ชั้นเพื่อตรงไปที่ห้องขนาดใหญ่ที่อยู่ชั้น 4 เป็นห้องของ ผอ.ของที่นี่ผู้เป็นเพื่อนของลีน่าตั้งแต่สมัยเด็ก

ก๊อก ก๊อก

“เชิญค่ะ”

เสียงของผู้หญิงวัยประมาณ 27-28 ดังออกมาจากห้องของ ผอ.แต่ฟิโอน่ากับพยามลบภาพของหญิงสาววัย 27-28 ออกไปจากหัวทันทีเพราะขนาดคนข้างๆ เธอสองคนก็มีอายุปาเข้าไปคนละ 300-400 ปีแล้วเพราะเป็นหนึ่งเผ่าที่มีอายุยืนยาว

“ขอรบกวนหน่อยค่ะ”

ลีน่า เป็นแรกที่พูดพร้อมกับเดินนำพวก ฟิโอน่าเข้าไปในห้องและภาพที่เด็กสาวเห็นก็คือภาพของคนที่อายุร่างกายนั้นถูกหยุดเอาไว้ที่วัย 28 ปีใบหน้าสวยสมกับวัยเรือนผมสีดำแต่มีผมสีแดงที่น่าจะมาจากการย้อมอยู่ใต้ผมสีดำแต่ที่เด่นไปกว่านั้นก็คือดวงตาสีโกเมนเข้มและใบหูสามเหลี่ยมที่บ่งบอกได้เลยว่าเธอเป็นเผ่าแวมไพร์

“ลีน่า? ลีน่าใช่ไหม!”

“ใช่แล้วค่ะ”

พรึบ!

หมับ!

พอลีน่าตอบคำถามของแวมไพร์สาวก็กระโดดเข้ามากอดลีน่าอย่างรวดเร็วจน ฟิโอน่า มองไม่ทันรู้ตัวอีกทีแวมไพร์สาวก็ใช้เพื่อนของตนเป็นเหมือนเสาค้ำส่วนตัวเองก็หมุนรอบตัวราวกับว่าตัวเองดาวบริวานที่หมุนรอบดาวเคราะห์

“โฮ~ไม่เจอกันตั้ง 158 ปี เธอยังดูหน้าเด็กเหมือนเดิมเลยนะ”

“กรุณาอย่าย้ำปีมันทำให้ฉันดูแก่”

“แหมๆ ก็ช่วยไม่ได้นิน่าก็เผ่าฉันกับเผ่าเธอเป็นเผ่าที่อายุยืนนิ…ว่าแต่ทำไมมาที่นี่หละหรือว่าคิดถึงฉัน?”

ฟิโอน่า สาบานได้ว่าเมื่อกี้แอบเห็นลีน่าแอบยิ้มก่อนที่เจ้าตัวจะทำเป็นเก็กหน้านิ่งแล้วกล่าวปฏิเสธอีกฝ่ายไป

“ปล่าวนิ”

“ปากแข็ง”

“พูดมาก”

“ก็มาปิดสิจ๊ะ…ปิดด้วยปากอะนะ”

“ยัยบ้า! ลามก! พูดอะไรออกมาน่าไม่อาย”

“คิกคิกชอบจังเวลาเธอเป็นแบบนี้เนี่ย”

“อะแฮ่ม! พอๆ กลับมาเข้าเรื่องกันเถอะทั้งสองคน”

จอมมารที่ทนดูผู้ใหญ่อายุกว่า 100 ปีสองคนไม่ไหวเลยพูดขึ้นเพื่อให้ทั้งคู่กลับมาสนใจเรื่องในคราวนี้และพอแวมไพร์สาวได้ยินเธอก็กลับมาคงมาทของครูใหญ่ทันที

“อึหื้ม! ต้องขอประทานอภัยด้วยค่ะท่านจอมมารที่หม่อมฉันแสดงกิริยาที่ไม่สมควรเมื่อสักครู่ พอดีว่าเราสองคนมิได้พบกันนาน”

“ไม่เป็นไรฉันเข้าใจ”

“ขอบคุณค่ะท่านจอมมารแล้วสาเหตุที่ท่านมาในวันนี้?”

“ฉันอยากเอาลูกสาวของฉันมาฝากเรียนที่นี่นะ”

“ลูกสาว?”

แวมไพร์ถามจอมมารด้วยความสงสัยพอดีกับที่จอมมารเบี่ยงตัวเพื่อให้หล่อนได้เห็นฟิโอน่าอย่างชัดๆ แต่ด้วยสายตาของคนที่อยู่มานานและเคยเป็นหนึ่งในนักรบของจอมมารรุ่นแรกทำให้เธอสามารถดูออกได้ในครั้งเดียว

“สวัสดีค่ะฉันชื่อ ฟิโอน่าค่ะ”

“สวัสดีจ๊ะฟิโอน่า…ท่านจอมมาร”

“อืม…อย่างที่เธอคิดหละฟิโอน่าเป็น มนุษย์”

“แล้วทำไม มนุษย์ ถึงเข้ามาในดินแดนของเราได้หละค่ะ”

“เพราะฉันพามาเอง”

“ท่านจอมมาร! ฉันต้องขอเสียมารยาทแต่ท่านกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ค่ะถึงได้เอาศัตรูเข้ามาในดินแดนของเราแบบนี้”

แวมไพร์สาวพูดพร้อมกับทั้งท่าพร้อมสู้ทันทีเพราะด้วยความที่เธอเคยเป็นหน่วยรบของจอมมารมาก่อนทำให้เธอต้องสูญเสียพวกพ้องไปเพราะพวกมนุษย์ดังนั้นถ้าจะให้เธอมาจิบชากับมนุษย์อะไรแบบนั้นหละก็ลืมไปได้เลย

“จงสงบลงก่อน”

“อึก!”

หลังสิ้นเสียงสั่งของจอมมารก็ทำให้ร่างกายของแวมไพร์สาวไม่สามารถขยับได้แถมเธอยังโดนแรงกดดันมหาสารจากจอมมารตรงหน้าอีกทำให้แม้แต่จะหายใจยังลำบาก

“ฉันเข้าใจว่าเธอกำลังโกธรแต่ขอให้สบายใจได้เพราะเด็กคนนี้ฉันเลี้ยงเค้ามาตั้งแต่ตอนเป็นทารกเพราะงั้นเขาไม่มีทางมีความคิดของพวกมนุษย์แน่ อีกอย่างเด็กคนนี้ก็ยังอยู่ในแผนการของสร้างผู้กล้าของฉันด้วย คงจะยอมให้มาตายง่ายๆ ไม่ได้”

“แผนการสร้างผู้กล้า…งั้นเรื่องที่เหล่าสภาลือกันก็เป็นเรื่องจริงเหรอคะที่ท่านจอมมารจะ”

“ใช่”

“ท่านจอมมาร! ได้โปรดคิดทบทวนใหม่เถอะนะค่ะกะอีแค่อาณาจักรของพวกมนุษย์นะแค่พวกเรายกกองทัพไปถล่มก็สามารถทำให้พวกมันหายไปได้ในพริบตานะคะ”

“ฉันไม่ชอบใช้กำลังทหารที่ตัวเองมีไปทำเรื่องแบบนั้นหรอกนะ…ถ้าทำแบบนั้นก็เหมือนกับ-”

“ก็จะเหมือนกับเด็กตัวใหญ่ที่ชอบไปรังแกเด็กที่ตัวเล็กกว่าใช่ไหมค่ะท่านแม่”

ฟิโอน่าต่อประโยคของจอมมารทันที ถ้าหากเป็นคนอื่นพูดขึ้นมาขัดประโยคของผู้ใหญ่แบบนี้ก็คงมีโดนดุกลับมาแน่แต่สำหรับจอมมารมันคือการเช็คว่ายัยหนูของเธอจำบทเรียนอะไรที่เธอสอนได้บ้าง

“ถูกต้อง”

จอมมารเฮเลน่าตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

“ต…แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะนะคะท่านจอมมาร”

“พอ…ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรฉันก็ไม่เปลี่ยนใจหรอกและทุกแผนฉันคิดดีแล้ว”

แวมไพร์สาวไม่กล้าเถียงกับคำพูดของจอมมารเพราะเคยมีบางครั้งที่จอมารลงมาบรรชาการรบด้วยตัวเองและแผนการของเธอก็ทำให้สงครามในครั้งนั้นประสบผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบชนิดที่ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเดินไปตามแผนการของเธอ

“เอาหละมาเข้าเรื่องกันดีกว่า…ผู้อำนวยการฉันอยากให้เธอปิดเรื่องของ ฟิโอน่า เป็นความลับจนกว่าสิ่งที่เธอพนันกับฉันจะกลายเป็นจริง”

“ขออภัยที่ถามนะคะ…เรื่องที่พนันกัน?”

“ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนนี้ค่ะ”

ฟิโอน่าตอบ แต่นั้นก็ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีส่วนแวมไพร์สาวพอได้ฟังแบบนั้นเจ้าตัวก็ได้ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ

“หึหึ…รู้หรือปล่าวว่าสิ่งที่เธอพูดหมายถึงอะไร”

“ก็การเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนไม่ว่าจะเรื่องผลการเรียนหรือทักษะที่จำเป็น”

“ถูกแต่ยังไม่หมด…การที่เธอจะเป็นอันดับหนึ่งของที่นี่เธอก็ต้องเป็นราชาของเหล่านักเรียนไม่สิต้องเรียกว่ากลายเป็น ‘ผู้พิทักษ์แห่งนภา” เพียงอย่างเดียว”

“ผู้พิทักษ์แห่งนภา?”

ฟิโอน่าเอียงคอสงสัยกับสิ่งที่แวมไพร์สาวพูดออกมา ก่อนที่เธอจะหันไปหาแม่บุญธรรมของตัวเองอย่าง จอมมารเฮเลน่า ซึ่งพอเจ้าตัวรู้ว่าโดนมองเธอก็ทำเพียงไขว่ไหล่เล็กน้อยก่อนจะอธิบายถึงตำแหน่งนั้นด้วยตัวเอง

“ผู้พิทักษ์แห่งเวหา คือตำแหน่งสูงสุดของนักรบที่ขึ้นตรงต่อฉันเพียงผู้เดียว เป็นกองกำลังของฉันโดยเฉพาะ”

“แล้วนอกจากตำแหน่งนั้นมีตำแหน่งที่สูงกว่าหรือเปล่าคะท่านแม่”

“แน่นอนค่ะคุณหนู…นอกจากตำแหน่งผู้พิทักษ์แห่งนภาก็จะมี…

สายลมแห่งนภา หรือระดับหัวหน้าของ ผู้พิทักษ์นภาจำนวน 1000 นักรบ

เสียงแห่งนภา หัวหน้าของสายลมแห่งสายลมแห่งนภาจำนวน 100 นักรบ

เทพนภา หัวหน้าหน่วยของเสียงแห่งนภาจำนวน 10 นักรบ

และผู้พิทักษ์ที่ถูกอนุญาตให้อยู่อารักขาท่านจอมมารอย่างใกล้ชิดที่สุดก็คือ

ปีกแห่งนภา จำนวน 2 คนค่ะ”

พอ ฟิโอน่า ได้ฟังคำอธิบายของลีน่าก็ทำให้เธอตารุกวาวเพราะถ้าเธอสามารถเป็นที่หนึ่งของที่นี่ได้ก็แล้วว่าเธอจะได้เป็นหนึ่งในกองกำลังที่สามารถปกป้องจอมมารเฮเลน่าได้นั้นเอง

“อะ…พี่เฮเลน่ค่ะแล้วตำแหน่ง ปีกแห่งนภาตอนนี้มีใครอยู่ในจุดนั้นบ้างเหรอค่ะ”

“สองในหนึ่ง ปีกแห่งนภา ก็คือคนที่เลี้ยงคุณหนูมาตั้งแต่เด็กอย่างฉันยังไงหละค่ะ”

พอได้ฟังดังนั้นก็ทำให้ฟิโอน่าตกใจแทบจะทันทีเพราะเธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เคยเข้ามาสอนการต่อสู้และมักจะดูแลเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่งจะดำรงตำแหน่งที่สุดยอดขนาดนี้

“ว้าว~แล้วอีกคนหละค่ะ”

“อีกคนเขาพึ่งจะลาออกไปเพื่อขออยู่กับครอบครัวนะสิ…แต่ไม่แน่สักวันเธออาจจะได้พบก็ได้นะ”

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิ”

จอมมารตอบกลับ ก่อนจะหันกลับมามองที่แวมไพร์สาวตรงหน้าพร้อมกับใช้สายตาข่มเธอเล็กน้อยเพื่อให้เธอยอมรับเงื่อนไขของตน

“เห้อ~ก็ได้ค่ะฉันจะรับเด็กคนนี้เข้ามาเป็นนักเรียนของ M.A.S.ก็ได้ค่ะ”

“เหรอ…งั้นก็ฝากด้วยนะ”

“ด้วยเกียรติของอดีตหัวหน้าหน่วยเสียงแห่งนภาขอสาบานว่าจะทำตามเงื่อนไขของท่านจอมมารถไปจนกว่าเด็กคนนี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้”

“ดี…ฟิโอน่า”

“ค่ะ…ขอบคุณนะคะท่านผู้อำนวยการ”

“ด้วยความยินดีจ๊ะ”

หลังจากที่จอมมารกับผู้อำนวยการเซ็นเอกสารเกี่ยวกับนักเรียนเสร็จ จอมมารกับลีน่าก็ขอตัวกลับทันทีโดยมี ฟิโอน่า ที่ตอนนี้เธอสวมชุดเครื่องแบบของโรงเรียนเต็มยศมาส่งพวกเธอ

“พอได้ผ้าคลุม กับ ชุดเกราะก็ดูดีขึ้นไปอีกนะเนี่ย”

“ขอบคุณที่ชมค่ะท่านแม่”

“ตั้งใจเรียนหละยัยแสบ”

“ค่ะ…ท่านแม่ก็อย่าโหมงานมากนะคะแล้วพบกันตอนเย็นค่ะ”

“เจอกันตอนเย็นนะ ฟิโอน่า”

จอมมารบอกลูกสาวพร้อมกับที่รถยนต์ส่วนตัวของเธอค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากสนามโดยมี ฟิโอน่า คอยยืนส่งรถลับสายตา

“อ้าวไปกันแล้วเหรอ”

“ค่ะท่านผู้อำนวยการ”

“น่าเสียดายแฮะอุส่าจะชวนลีน่าไปกินข้าวด้วยกันแท้ๆ เลย”

“ถ้ายังไงเดียวหนูบอกพี่ลีน่าให้ตอนกลับดีไหมค่ะ”

“ไม่หละ…เดียวฉันบอกกับเจ้าตัวเองดีกว่า แล้วก็นี่บัตรประจำตัวของเธอส่วนห้องก็เอาไว้หลังทดสอบความสามารถเสร็จแล้วกันนะ”

“ทดสอบความสามารถ?”

“ใช่พอดีโรงเรียนนี้ต้องคัดคนเพื่อเข้าเรียนตามสาขานะ และวันนี้ก็เป็นวันที่พวกเด็กใหม่จะมาทดสอบความสามารถกันเพื่อเข้าเรียน”

“บังเอิญจังเลยนะค่ะ”

“ไม่หรอกฉันว่าท่านจอมารคงรู้อยู่แล้วหละเอาตามมาสิเขาทดสอบกันที่โรงยิมนะ”

“ค่ะ!”

ฟิโอน่าเดินตามผู้อำนวยการไปยังโรงยิมขนาด 3 ชั้นที่ตอนนี้ภายในนั้นเต็มไปด้วยบรรดาผู้เข้าสอบกว่า 100 คนที่กำลังต่อแถวเช็คที่นั่งสอบของตัวเอง

“เลขที่นั่งสอบของเธอคือ M6268 นะรีบไปสะเดียวเขาจะเริ่มสอบกันแล้ว”

“ค่ะ…ขอบคุณนะคะ”

“เดียว”

ฟิโอน่ากล่าวขอบคุณผู้อำนวยการและกำลังจะเดินตรงไปยังห้องสอบของตัวเองแต่ก็โดนแวมไพร์สาวคว้าคอเสื้อของเธอเอาไว้ก่อน

“อะไรเหรอคะ?”

“ลีน่ากับท่านจอมมารเคยสอนอะไรให้กับเธอเกี่ยวกับพวกเราหรือปล่าว”

“แน่นอนค่ะถ้าเป็นเรื่องพื้นฐานของชาวแฟรี่หละก็ฉันรู้อยู่แล้วหละค่ะ”

“เหรอถ้างั้นฉันก็เบาใจละ…ไปๆ รีบไปสอบสะ”

“ค่ะ~”

ฟิโอน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะตรงเข้าไปยังห้องสำหรับสอบคัดเลือกและแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เจอก็คือข้อสอบข้อเขียนแต่ด้วยความที่ฟิโอน่านั้นถูกสั่งสอนโดยจอมมารเฮเลน่าผู้เป็นถึงผู้ปกครองของดินแดนนี้และยังได้ลีน่าหญิงสาวผู้เป็นถึงปีกแห่งนภาในการสอนด้วยทำให้ข้อสอบพวกนี้กลายเป็นข้อสอบเด็กอนุบาลสำหรับคนที่ถูกเลี้ยงให้เป็น ผู้กล้า หรือ เจ้าหญิง แห่งดินแดนนี้

“หืม? คุณหมายเลข M6268 ทำไมถึงนั่งพับกระดาษแบบนั้นหละ”

อาจารย์ผู้คุมสอบถามเมื่อเธอเห็น ฟิโอน่า กำลังนั่งพับเศษกระดาษขณะที่ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ กำลังทำหน้าเครียดกับข้อสอบตรงหน้า

“ออ…พอดีหนูทำเสร็จแล้วค่ะ”

“อ้อ~เหรองั้นฉันขอเก็บข้อสอบของเธอเลยแล้วกันนะ”

“เชิญค่ะแต่หนูขอออกจากห้องสอบด้วยนะคะ”

“ตามสบาย”

อาจารย์ผู้คุมสอบตอบอย่างขอไปทีเพราะหล่อนคงคิดว่าคนที่ทำเสร็จเร็วแบบนี้คงสอบตรงในพริบตาแน่ๆ แต่พอเจ้าตัวลองมองคำตอบของ ฟิโอน่า เธอก็กับได้พบคำตอบที่ถูกเกือบทุกข้อแม้เธอจะคิดว่ามันคงบังเอิญถูกแต่พอลองอ่านทุกข้อก็ทำให้อาจารย์ผู้คุมสอบถึงกับเหงื่อตกเพราะทุกคำตอบที่ถูกเขียนนั้นถูกต้องทั้งหมด แถมยังมีโจทย์บางข้อที่ที่ถูกเขียนแก้เพราะโจทย์ที่ผิดพลาด

“ก…โกหกน่ายัยเด็กนั้นตอบถูกหมดเลยเหรอเนี่ย”

อาจารย์ผู้คุมสอบสบทออกมาก่อนที่เผลอจะรีบวิ่งออกไปนอกห้องเพื่อเอาเอกสารนี่ไปให้ผู้อำนวยการเพราะตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมาก็ไม่เคยมีผู้เข้าสอบคนไหนสอบข้อเขียนได้คะแนนเต็มแบบนี้มาก่อน

“ว่าไง…ทำไมดูร้อนรนนัก”

แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือผู้อำนวยการแวมไพร์สาวยืนกอดอกอยู่หน้าห้องสอบ

“ผอ.พอดีเลยค่ะดูนี่สิคะ”

“หืม?”

แวมไพร์สาวหยิบกระดาษคำตอบจากมือของอาจารย์ตรงหน้าขึ้นมาอ่านก่อนที่เธอจะทำสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะคืนกระดาษนั้นให้อาจารย์ตรงหน้า

“เดียวเธอพาเด็กคนนั้นไปสอบภาคสนามได้เลยคืนปล่อยไว้คงมีหลับแน่”

“เอ๋ะ!? …แต่…ค่ะ”

อาจารย์สาวถึงกับเงิบเพราะคำสั่งของ ผอ. ตรงหน้าที่พึ่งให้คำสั่งสายฟ้าแลบแถมยังไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย

แต่พอผอ.แวมไพร์สาวเดินพ้นสายตาของอาจารย์ผู้คุมสอบมาหยุดอยู่ตรงมุมๆ หนึ่งของโรงเรียนพร้อมรอยยิ้มแห่งความประทับใจ

“สมกับเป็นเด็กที่ถูกสองผู้เก่งกาจที่สุดของแฟรี่สอนมาจริงๆ”

..

..

ฟิโอน่า เดินมาที่ห้องๆ หนึ่งที่ใช้สำหรับสอบภาคสนามก่อนผู้เข้าสอบคนอื่นๆ เพราะเธอได้รับอนุญาตจาก ผอ.ของโรงเรียนโดยตรง

“ว้าว~กว้างจัง”

“ที่นี่ถูกสร้างให้ใหญ่และก็เสริมด้วยผนังชั้นดีเพื่อให้พวกนักเรียนสายบ้าพลังใช้นะ”

“อย่างนี้นี่เอง”

“เอาหละการทดสอบ รอบนี้จะให้เธอสู้กับหุ่นฝึกซ้อมถนัดอาวุธอะไรหละ”

“อืม~ดาบปืนค่ะ”

ที่จริงแล้ว ฟิโอน่า ถนัดอาวุธทุกชนิดเพราะถูกจอมมารฝึกมาตั้งแต่เด็กเพื่อเวลาที่อาวุธถูกทำลายหรือไม่สามารถเอาอาวุธที่ถนัดมาใช้ได้ เธอก็ยังมีอาวุธอื่นมาใช้ป้องกันตัวได้

“งั้นก็เอาออกมาเลยสิ”

“ค่ะ”

ฟิโอน่า เรียกอาวุธของเธอออกมาจากเวทย์มิติส่วนตัวที่มีไว้สำหรับเก็บของทุกอย่างที่ผู้ใช้ต้องการแต่ขนาดของมิตินั้นจะขึ้นอยู่กับพลังเวทย์โดยกำเนิดของผู้ใช้กล่าวคือยิ่งผู้ใช้เก่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างมิติส่วนตัวได้ใหญ่ขึ้นเท่านั้น

“พร้อมแล้วค่ะ”

ฟิโอน่า พูดหลังจากที่เธอเรียกอาวุธที่ผสมกันระหว่างดาบกับปืนพกเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ส่วนอาจารย์ผู้คุมสอบก็กดปุ่มเพื่อเรียกหุ่นสำหรับซ้อมออกมา

“โอเครงั้นเริ่มกันเลยเนอะ”

“ค่ะ!”

“เหล่าวัตถุผู้มีโลหิตเป็นนายจงตื่นขึ้นเพื่อเป็นพลังให้เรา”

[วิชาหุ่นเชิด : ตุ๊กตากลสังหาร]

หลังจากที่ผู้คุมสอบร่ายเวทย์เสร็จหุ่นสำหรับฝึกซ้อมก็เริ่มเคลื่อนไหวทันทีก่อนที่มันจะพุ่งเข้าไปโจมตี ฟิโอน่า แต่เธอก็สามารบล็อกการโจมตีของมันได้อย่างง่ายดาย

“ระวังตัวหน่อยนะว่าที่นักเรียนเจ้าหุ่นนี่ถูก เวทย์ตุ๊กตากลสังหาร มันจะทำให้หุ่นสามารถโจมตีได้เหมือนมนุษย์และที่เวลาผ่านไปนานเท่าไหล่มันก็ยิ่งเก่งขึ้นตาม-”

ปัง!

“…”

“ว…เวลา”

ยังไม่ทันที่อาจารย์ผู้คุมสอบยังอธิบายไม่เสร็จ ฟิโอน่า ก็ยิงกระสุนเวทย์สีฟ้าครามใส่หัวของหุ่นฝึกจนหัวของมันหายไปทันทีพร้อมกับเวทย์ที่หยุดทำงานเพราะเงื่อนไขไม่ครบ

“แค่นี้ใช่ไหมค่ะ?”

“เอะ!? …อะ…อื่มหมดแล้วหละ”

“ถ้างั้นหนูขอตัวนะค่ะ”

“อ…อื้มเชิญจ๊ะ”

ฟิโอน่าเก็บอาวุธของตัวเองพร้อมกับเดินออกไปจากห้องที่ใช้สำหรับฝึกในทันทีปล่อยให้อาจารย์ผู้คุมสอบยืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว





ตอนนี้เป็นตอนโชว์เทพของน้องฟิโอน่าเลยจร้า~

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

และก็ต้องขออธิบายนิดหนึ่งโดยทั่วไปแล้วมนุษย์ธรรมดาจะไม่สามารถใช้เวทมนตร์แบบชาวแฟรี่ได้หรอกนะ แต่ถ้าอยากจะให้ก็ต้องใช้อาวุธของชาวแฟรี่เป็นระยะเวลานึงก่อนเพราะอาวุธของชาวแฟรี่ (รุ่นใหม่ๆ) จะมีระบบฟื้นฟูและปรับสภาพของผู้ใช้เข้ามาด้วยทำให้มนุษย์ธรรมดายิ่งใช้อาวุธแฟรี่มากเท่าไหร่ตัวเองก็เริ่มกลายเป็นชาวแฟรี่เร็วเท่านั้น แต่ถ้าร่างกายไม่สามารถปรับสภาพได้ตามอาวุธก็มีแต่จะถูกอาวุธควบคุมและตายลงในที่สุด เหมือนกรณีของ ไอ ที่ตอนจะใช้อาวุธของ มิโอะ ก็ถูกส่งไปในโลกอีกมิติถ้าตอนนั้นไอ ไม่สามารถทำให้ หอกแห่งชะตา ยอมรับเธอก็ไม่สามารถใช้อาวุธแฟรี่ได้แถมจะโดนระบบปรับสภาพร่างกายอย่างรวดเร็วจนร่ายกายปรับไม่ทันและตายไปเลยก็ได้


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3 ความคิดเห็น