ผิดหรือไงถ้าจะรักคุณแม่จอมมารน่ะ

ตอนที่ 3 : เลี้ยงเด็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ส.ค. 62

Novel : Maou okasama daisuki

(ผิดหรือไงที่ถ้าจะรักคุณแม่จอมมารนะ)


     บทที่ 3 เลี้ยงเด็ก

     วันเวลานับจากที่จอมมารได้รับ ฟิโอน่า มารับเลี้ยงก็ได้ผ่านมานานถึง 5 ปีในตอนนี้เด็กน้อย ฟิโอน่า ก็ได้มีอายุ 5 ขวบและเธอก็ถูกอบรมและเธอก็ถูกอบรมสั่งสอนโดยจอมมารโดยตรง

     “นับจากอดีตกาลสมัยที่ผู้กล้าทั้งสองได้เกิดความแตกหักกันจนเกิดเป็น เผ่านักล่า และเผ่าแฟรี่บรรพบุรุษของเราที่เคยอยู่กับเห่านักล่าได้ทำการปฏิวัติเพราะไม่ชอบระบบการปกครองของราชาแต่พวกเรากับเป็นฝ่ายแพ้และถูกส่งมายังจะโลกแห่งนี้แต่พอมาถึง-”

     ปึก!

     “โอ้ย!”

     จอมมารใช้สันหนังสือที่ตนถืออยู่ฝาดลงที่หน้าผากของเด็กสาวที่แอบงีบอยู่บนโต๊ะด้วยความหมั่นไส้

     “....”

     “เจ็บนะคะท่านแม่”

     “เจ็บสิดีจะได้จำแล้วตอนนี้ฉันไม่ใช่ท่านแม่เธอ....เข้าใจไหม”

     “ค่า....อาจารย์เฮเลน่า”

     “ดีมาก...แล้วทำไมถึงมาหลับระหว่างที่ฉันสอน”

     จอมมารจ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาคาดคั้นแต่เด็กน้อย ฟิโอน่า ก็พยามหลบสายตาของจอมมารเพราะไม่อยากตอบคำถาม

     “เออ...คือ”

     “ฟิโอน่า”

     “ม....เมื่อคืนบลูมีไข้สูงมากหนูเลยอยู่ดูแลมันทั้งคืนจนไม่ได้นอนคะ”

     แพ้อีกแล้ว

     คำคำนี้โผล่ขึ้นมาในความคิดของ ฟิโอน่า เพราะเธอมันจะแพ้อีกคนทุกครั้งที่เธอเรียกชื่อของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ดูอบอุ่น

     “เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว...และสั่งให้ลีน่าพามันไปหาหมอเมื่อเช้าแล้ว”

     “จริงเหรอคะ!”

     ฟิโอน่าหันมาถามอีกคนอย่างดีใจราวกับเธอได้ของขวัณวันเกิดที่ล้ำค่าเพราะว่า บลู มอนเตอร์จิ้งจอกขาวหูยาวตัวสูงไม่เกินแมวบ้านธรรมดาทั่วไป ฟิโอน่า เก็บมันมาเลี้ยงหลังจากตอนที่จอมมารพาเธอไปพักผ่อนแถวชานเมืองตอนนั้น ฟิโอน่า เจอ บลู กำลังบาดเจ็บสาหัดแต่ด้วยความเป็นเด็กเธอเลยไม่รู้ว่าจะช่วยมัน อย่างไรก็เลยไปขอร้องจอมมารซึ่งเธอก็ใช้เวทย์รักษาจนมันหายดีและกะว่าจะปล่อยมันไป แต่พอเดินเข้าไปในป่าเพื่อส่งมันพวกเธอกับเจอซากของ จิ้งจอกขาวที่ตัวใหญ่กว่านอนตายและเจ้าบลู เข้าไปคลอเคลียกับร่างนั้นทำให้เรารู้ว่าเจ้านั้นน่าจะเป็นแม่มันก็เลยลงเอยที่ ฟิโอน่าอาสาที่จะเลี้ยงมันเองจอมมารก็เลยอนุญาต

     “ทีนี้กลับมาตั้งใจเรียนได้หรือยัง ฟิโอน่า”

     “งืม...แต่หนูยังง่วงอยู่นิคะ”

     “นั้นเป็นเพราะเธอฝืนตัวเองเกินไปไงเอาหละวันนี้ฉันจะยอมให้เลิกเร็วสักวันแล้วกันนะ”

     “เออ....ขอบคุณค่ะท่านแม่”

     พูดจบจอมมารก็เก็บหนังสือและเดินไปจูงมือของฟิโอน่าออกไปจากห้องนั้นเพื่อจะส่งเธอกลับไปนอนที่ห้องแน่นอนว่าด้วยความเป็นเด็กช่างถามฟิโอน่าเลยชอบถามคำถามต่างๆ ระหว่างทางเวลาเธอเดินไปไหนมาไหนกับจอมมาร เพียงสองคน

     “ท่านแม่”

     “หืม?”

     “ทำไมท่านแม่ถึงช่วยหนูหละคะ”

     “คำถามนี้อีกแล้วเหรอ ฟิโอน่า”

     “ก็หนูชอบฟัง”

     ได้ยินแบบนั้นจอมมารก็ได้แต่ถอนหายใจเพราะต่อให้เธอไม่พูดยัยตัวเล็กนี่ก็ชอบมาเซ้าซี้ไม่เลิกตลอด

     “ฉันไม่อยากให้เธอโตมาในสังคมแบบนั้นมันมีแต่จะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำเดิม”

     “แล้วเรื่องพ่อแม่ตัวจริงของหนูทำไมท่านแม่ถึงฆ่าหละคะ”

     “ผู้ใหญ่นั้นอีโก้สูงยากที่จะเปลี่ยนความคิดหรือความเชื่อง่ายๆ ต่างจากเด็กๆ เช่นเธอ ฟิโอน่า พวกเธอนะขาวสะอาดราวกับผ้าขาวถ้าฉันยังปล่อยให้พ่อแม่เธอฆ่าฉัน ก็มีแต่พวกเขาจะโดนสังคมผู้มีอำนาจกว่า หลอกใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจ และจะค่อยๆ กลายเป็นแบบเดียวกับคนในสังคมนั้นและพวกเขาก็จะสอนสิ่งเหล่านั้นต่อมายังเธอ”

     “เพราะแบบนั้นท่านแม่ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงเลยฆ่าพ่อแม่หนู....แล้วท่านแม่จะใช้หนูเป็นเครื่องมือแบบนั้นหรือเปล่าคะ”

     จอมมารยิ้มกับคำถามของฟิโอน่าก่อนที่เธอจะตอบคำถามของเด็กน้อยแสนฉลาดแบบเธอกลับไป

     “หลังจากเธอฆ่าฉันได้ก็เท่ากับฉันยอมรับเธอว่าเหมาะสมกับการเป็นผู้กล้าในอุดมคติของฉันที่จะไม่เพียงช่วยแค่เผ่าแฟรี่ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นหรือจะเป็นพวกมนุษย์ที่สามารถอยู่ร่วมกับพวกเราได้ในสักวัน แต่”

     “แต่?”

     “แต่หากหลังจากเธอกำจัดฉันนแล้วเธอยังคงมีความฝันอื่นที่อยากทำเธอก็จงทำมันอย่างจริงจังเถอะ ฟิโอน่า ฉันไม่บังคับเธอเพราะอนาคตของเธอเป็นของเธอไม่ใช่ฉัน เพราะฉันมีหน้าที่แค่สนับสนุนเท่านั้น”

     “....”

     “อีกอย่างสมบัติในปราสาทนี้ก็มีมากมายจนไม่สามารถใช้ได้หมดเธอจะเอามันไปเท่าไหร่ก็ได้เพื่อสร้างความฝันเธอเพราะยังไงเธอก็เป็นลูกสาวฉัน”

     ฟิโอน่ามองใบหน้าของผู้เป็นแม่ของเธอด้วยความประทับใจ ในวิธีคิดของคนเป็นแม่ไหนจะการแสดงให้เห็นอีกเพราะตั้งแต่เธอ จำความได้เธอก็เห็นท่านแม่จอมมาร คอยปกครองชาวแฟรี่อย่างยุติธรรม และเป็นกันเอง ไม่เคยแบ่งชนชั้นมาตลอด

     “เอาหละถึงแล้ว ฟิโอน่า”

     จอมมารพูดพร้อมกับเปิดประตูห้องนอนของ ฟิโอน่า ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะวิ่งตรงไปที่ที่นอนของตัวเองอย่างเร็วเพราะความง่วงปล่อยให้จอมมารแอบหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะตามเธอเข้าไป

     “ท่านแม่”

     “หืม?”

     “หนูมีเรื่องสงสัยอีกเรื่อง”

     “อะไรเหรอ”

     “ท่านแม่รักหนูไหม”

     “รักสิ....รักเหมือนลูกแท้ๆ ”

     ฟิโอน่า แทบจะอยากหุบรอยยิ้มแต่ต้องพยามเก๊กไว้เพื่อถามอีกคำถามที่อยู่ในใจเธอ

     “งั้นเรื่องความฝันหนู”

     “....”

     “ท่านจะสนับสนุนความฝันหนูจริงๆ ใช่ไหม”

     “ถ้าเกิดเธอรู้ตัวว่าชอบหรือรักในการทำสิ่งใดที่ฉันคิดว่ามันดีงามก่อนที่จะถึงวันที่เธอพร้อมกับคำว่า ผู้กล้า หละก็ฉันยินดีสนับสนุนเธอทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ”

     พอได้ยินแบบนั้น ฟิโอน่า ก็กลับมายิ้มอย่างดีใจอีกรอบก่อนเธอจะยกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าจอมมาร

     “สัญญานะคะ ท่านแม่”

     “อืม...สัญญาจ๊ะ”

     ทั้งสองเกี่ยวก้อยสัญญากันกับคำสัญญาที่จอมมารพึ่งให้เด็กน้อยไปเมื่อครู่

     ...

     ..

     ..

     7 ปีต่อมา

     เพล้ง!

     เสียงของอาวุธดาบที่กำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือดอย่างต่อเนื่องดังมาจากทางเนินกว้างริมทะเลสาบที่ตอนนี้มีร่างของหญิงสาวสองคนที่กำลังฝึกซ้อมเพลงดาบอยู่

     “ง่ายไป เอาใหม่!”

     “หย้ากกกก!”

     เพล้ง เพล้ง

     “ดีขึ้น เอาหละเปลี่ยนอาวุธ!”

     หญิงสาวผู้ไม่ได้มีสีหน้าหรือริ้วรอยที่ดูแก่ขึ้นแต่กับยังคงสภาพของหญิงสาววัยประมาณ 25 – 26 ปีเอาไว้ได้มาตลอด 700 กว่าปีพุ่งเข้าหาร่างของเด็กสาววัยรุ่นเรือนผมสีขาวในตาสีโกเมนที่เปลี่ยนอาวุธจากด่าบมาเป็นโล่เพื่อบล็อกการโจมตี

     ตึง!

     เสียงของเหล็กที่ปะทะกันจนเกินแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเนินเขาแต่ร่างของเด็กสาวก็ยังคงยืนอยู่ได้เหมือนเดิม

     “เลือกได้ดีแต่ว่า”

     จอมมารกล่าวชมก่อนที่เธอจะเอามือแตะเข้าที่โล่เหล็กพร้อมกับการร่ายเวทย์

     “แรงกระแทกราวกับวงน้ำที่ทำลายเป็นวงกว้าง”

     [วิชาคลื่นกระแทก : โล่วงน้ำ]

     ตึง!

     “อ๊ากก!”

     ทันทีที่เธอร่ายเวทย์จบก็เกิดแรงกระแทกทำให้โล่ของเด็กสาวลอยขึ้นไปบนฟ้าเปิดโอกาสให้จอมมารเข้าประชิดตัว

     “เสร็จแล้วหละ”

     “แน่ใจเหรอคะ”

     “หืม?”

     ร่างของเด็กสาวกลายเป็นก้อนน้ำที่ค่อยๆ แปรสภาพเป็นห่วงรัดร่างกายของจอมมารเอาไว้จนเธอขยับไม่ได้แถมยังปลดอาวุธเธออีก

     “นี่มัน เวทย์กระจกน้ำกับพัฒนาการแห่งวงน้ำสินะ”

     จอมมารยิ้มกับผลงานตรงหน้าและเธอก็คิดว่าในไม่ช้าเจ้าตัวที่วางแผนต้องโผล่มาแน่ๆ

     “เสร็จหละ!”

     เด็กสาวกระโดดออกมาจากที่ซ้อนพร้อมกับตั้งท่าเตรียมฟันร่างของจอมมาร

     “หึบ!”

     ตุบ!

     “อึก!”

     แต่จอมมารกับหลบได้อย่างง่ายดายแถมใช้ขาเธอแตะเข้าไปที่ท้องของเด็กสาวจนกระเด็น

     “ยอมแล้วหรือยัง”

     “ยังหรอกน่า! ขออ้อนวรเหล่ามิโกะแห่งแสงได้โปรดชำล้างวิญญาณร้ายด้วยเถิด!”

     [วิชาโจมตี : บอลแสงแห่งการชำระ]

     ว่าจบลูกบอลแสงอมฟ้าจำนวน 6 ลูกก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเด็กสาวก่อนที่มันจะพุ่งไปหาร่างของจอมมารด้วยความเร็วสูงแต่จอมมารกับไม่มีท่าทีเดือดร้อนแต่อย่างใดเธอดีดนิ้วหนึ่งทีพร้อมกับเกิดบอลแสงแบบเดียวกับเด็กสาวพุ่งปะทะกันจนกลายเป็นการหักร้างของพลัง

     “อะไรกัน”

     “จบแล้วหละ”

     “หะ!?”

     ตูม!

     เด็กสาวเงยหน้ามองมองไปที่จอมมารและมันก็มีบอลแสงพุ่งเข้ามาหาเธออย่างเร็วจนเธอตั้งรับไม่ทัน

     “อัค! ...... เจ็บง่า”

     เด็กสาวล้มลงกลางพื้นหญ้าและนั้นก็ทำให้เวทย์ที่จับกุมจอมมารอยู่คลายออกในทันที

     จอมมารมองเธอราวกับจะถามว่าอีกรอบไหมซึ่งคำตอบของอีกคนคือการส่ายหน้า

     “ท่านแม่โกหกไหนบอกว่าจะไม่ใช้เวทย์ไง”

     “ในสนามรบย่อมเต็มไปด้วยคำโกหกและเล่ห์กลมากมายเพราะงั้นฉันเลยอยากสอนเธอเรื่องนี้ยังไงหละ”

     ถึงแม้จะอธิบายเหตุผลไปอย่างนั้นแต่เด็กสาววัย 11 ใกล้ 12 อย่าง ฟิโอน่า ก็ได้แต่ทำแก้มป่องแถมยังเบือนหน้าหนีจอมมาร

     “ท่านแม่โกหก”

     “เห้อ~ฟิโอน่าหน้าที่ของเธอคืออะไร”

     “เป็นผู้กล้าที่เหมาะสมกับการฆ่าจอมมาร”

     “ถูกต้อง ทุกอย่างที่ฉันฝึกเธอก็เพื่อรอคอยวันนั้น”

     “แต่หนูไม่อยากฆ่าท่านแม่!”

     ฟิโอน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโห จอมมารที่เห็นแบบนั้นก็ทำได้เพียงมองดูคนที่เธอรักเหมือนลูกที่เริ่มเข้าวัยต่อต้านขึ้นทุกวัน

     “ถ้าเธอทำไม่ได้ฉันก็คงต้องหาคนใหม่”

     “ไม่! หนูไม่ยอมให้ใครมาฆ่าท่านแม่แน่ๆ เพราะหนูเป็นลูกของท่านแม่และจะเป็นผู้กล้าในอนาคต”

     ฟิโอน่าพูดพร้อมกับจับดาบตั้งท่าเตรียมต่อสู้กับจอมมารแน่นอนว่าจอมมารรู้ว่าตอนนี้ลูกสาวเธอต้องการระบายอารมณ์โกธรดังนั้นเธอจึงเรียกดาบของเธอออกมา

     “ความโกธรจะทำให้เธอเสียงานนะ”

     “หย้ากกกกก”

     “เห้อ~~ยัยเด็กนี่”

     ….

     …

     ..

     ..

     “เจ็บ เจ็บ เบาๆ หน่อยได้ไหมคะพี่ลีน่า”

     “นี่ก็ทำแบบเบาสุดๆ แล้วคะคุณหนู”

     หลังจากที่เด็กน้อยฟิโอน่ากลับมาที่ปราสาทเธอก็ได้เมดสาวคนสนิทคอยช่วยทำแผลให้เธออยู่ในตอนที่เธอกำลังงอนผู้เป็นแม่อยู่ตอนนี้

     “แล้วคราวนี้ทะเลาะอะไรกันหละคะ”

     “ก็....”

     “หรือว่าเรื่องผู้กล้า?”

     “หึ!”

     สาวน้อยแก้มป่องทันทีที่อีกคนพูดเรื่องผู้กล้าแต่มันก็เป็นคำตอบที่ดีสำหรับเมดสาวที่ตอนนี้ต้องถอนหายใจเพราะสองแม่ลูกนี่มักจะทะเลาะกันเรื่องนี้ประจำ

     “อีกแล้วสินะคะคุณหนู”

     “ทำไม....ทำไมท่านแม่ถึงต้องสร้างผู้กล้ามาเพื่อฆ่าตัวเองด้วยหละมันยังมีวิธีอื่นอีกไม่ใช่หรือไงแต่ทำไมต้องเลือกการฆ่าด้วย”

     ลีน่า เห็นด้วยกับความคิดของ ฟิโอน่า แต่จากที่เธอคอยรับใช้และติดตามจอมมารผู้เป็นนายมาหลาย 100 ปีก็ทำให้เธอได้พบเจอผู้กล้ามากมายที่จอมมารเสนอวิธีแก้อย่างสันติตลอดแต่พอพวกเขาเหล่านั้นตายจากหรือหายสาบสูญพวกมนุษย์ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมตลอดและนั้นเป็นเหตุผลที่จอมมารคงจะเบื่อเต็มทน

     “คุณหนูคะ....คุณหนูรู้ใช่ไหมคะว่าท่านจอมมารมีอายุที่แทบจะเป็นอัมตะแถมยังต้องสู้กับผู้กล้ามามากมาย”

     “อืม”

     “แต่ทุกครั้งที่ท่านจอมมารเลือกที่จะแก้ไขความขัดแย้งของชาวแฟรี่กับมนุษย์ด้วยวิธีสันติก็มีแต่พวกมนุษย์ที่ยังคงกลับมาทำเรื่องราวแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

     “....”

     “ท่านจอมมารเลยเบื่อนะคะท่านคิดว่าหากตัวตนของจอมมารหายไปจะเป็นประโยชน์กับมนุษย์มากกว่าและจะเป็นการหยุดวงจรนี้สะที”

     “แล้วถ้าเป็นแบบนั้นพวกพี่ลีน่าหละจะทำยังไงเหรอคะถ้าเกิดมันถึงยุคที่ไม่มีท่านแม่แล้ว”

     ลีน่ายิ้มกับความเป็นห่วงของคุณหนูของเธอแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่คุณจะรู้เรื่องราวนั้นในตอนนี้เธอจึงเลี่ยงที่จะตอบ

     “ท่านจอมมารได้คิดแผนการหลังจากที่ท่านเสียให้กับพวกเราแล้วและเมื่อถึงเวลาคุณหนูก็จะรู้เองคะ”

     ลีน่าพูดพร้อมกับเก็บกล่องพยาบาลแล้วเดินออกไปจากห้องนั้นเพื่อให้คุณหนูขของเธอได้มีเวลาส่วนตัว

     ฟิโอน่า ล้มตัวลงนอนกับเตียงของเธอและมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าบลูกระโดดขึ้นมาบนเตียงและเอาหน้ามาคลอเคลียกับหน้าของเธอ

     “กรู๊ววว”

     “นี่บลูทำไมท่านแม่ต้องเลือกการจบชีวิตตัวเองด้วยนะ”

     “กรู๊ววว”

     เจ้าบลูเอียงคอสงสัยกับสิ่งที่เจ้านายของมันพูดและเพราะอาการของมันที่แสดงออกมาทำให้ ฟิโอน่า รู้สึกว่าตัวเองชักจะบ้าสะแล้วที่คิดว่าเจ้าสุนัขจิ้งจอกมันจะให้ความเห็นเธอได้

     “เห้อ~ขอโทษบลูฉันมันบ้าเองหละที่เอาเรื่องคนมาถามแก…หิวไหม”

     “กรู๊ววว!”

     “ที่นี้หละฟังออกเชียวนะเจ้าตัวแสบ”

     ฟิโอน่ายิ้มขำกับการแสดงออกของเจ้าบลูเธอเลยลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปหยิบอาหารมาเทลงจานข้าวเจ้าหมาจิ้งจอกน้อยที่กระโดดลงจากเตียงเดินมาพร้อมเธอ

     “ทานให้อร่อยนะสาวน้อย”

     “กรู๊ววว”

     เจ้าบลู ก้มหน้าก้มตาทานอาหารตรงหน้าทันทีปล่อยให้เจ้านายของมันหัวเราะกับท่าทางที่น่ารักของตัวเอง

     “ฮะฮ่าๆ ……เห้อ~มันต้องมีสักทางหละน่าที่ฉันจะช่วยท่านแม่ได้โดยที่ท่านไม่ต้องตายนะ”

     …

     ..

     “ลีน่า เดียวช่วยเอาเอกสารนี่ไปให้ทางฝ่ายบัญชีทีนะ”

     “ค่ะ…ท่านจอมมาร”

     ลีน่ารับเอกสารจากมือของจอมมารที่กำลงนั่งเซ็นเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของอณาจักรแต่ลีน่ากับยังยืนนิ่งไม่ยอมขยับจนจอมมารที่นั่งเคลียร์เอกสารสงสัยจนต้องเหล่มองเพราะไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูหรือเวทย์ส่งของเลย

     “มีอะไรหรือเปล่า”

     “วันนี้ท่านจอมมารทะเลาะกับคุณหนูอีกแล้วเหรอคะ”

     “เห่อ~ยัยแสบเล่าให้ฟังอีกหละสิ”

     จอมมารถอนหายใจพร้อมกับเอนหลังพิงเก้าอี้ของตัวเองก่อนจะกอดอก มองลีน่าอย่างเซ็งๆ

     “เปล่าคะฉันเดาจากอาการของคุณหนูเอง…ว่าแต่คราวนี้เรื่องเดิมเหรอคะ”

     “ใช่นะสิ…รู้สึกพักนี้จะถามบ่อยขึ้นด้วยนะไม่รู้ว่าทำไม”

     “ถ้าจะให้ฉันแสดงความคิดเห็น คุณหนูนั้นรักท่านมากและไม่อยากเสียท่านไปหละมั้งคะ”

     “เรื่องนั้นฉันรู้ เพราะฉันก็รักเธอเหมือนลูกหรือน้องสาวคนหนึ่ง”

     “แถมอาจเพราะคุณหนูอยู่แต่สังคมทีมีแค่พวกเราดูแลตลอดทำให้เธอกลัวมั้งคะ”

     “กลัวเหรอ?”

     “คะ กลัวที่จะเสียพวกเราคนใดคนหนึ่งไปนะคะ”

     “เห้อ~แล้วเธอพอมีไอเดียแก้ไหม?”

     “ไม่คะเพราะฉันไม่กล้าทำร้ายเธอเลยไม่เคยคิดไว้”

     จอมมารทำท่าครุ่นคิดกับสิ่งที่ลีน่าเสนอเธอคิดว่าอาจเพราะเธอเลี้ยงฟิโอน่าให้อยู่แต่ในปราสาททำให้เด็กกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเองแต่จากการที่เธอนั้นมีชีวิตที่ยาวนานเลยทำให้เธอเห็นการที่คนคนหนึ่งต้องสูญเสียสิ่งสำคัญของตัวเองไปหลายต่อหลายครั้งแต่ก็สามารถลุกขึ้นสู้ต่อได้เพราะงั้นหากเธอยังเลี้ยงฟิโอน่าราวกับไข่ในหินแบบนี้อีกเด็กน้อยคงไม่มีภูมิคุ้มกันต่อการสูญเสียแน่

     “ลี่น่า”

     “คะ”

     “เจ้าแสบของเราอายุเท่าไหร่นะ”

     “อีก 2 อาทิตย์ก็ครบอายุ 12 คะ”

     “เหรอ…งั้นช่วยเตรียมเอกสารสมัครเรียนของ M.A.S. เอาไว้ให้หน่วยนะ”

     “MAS เหรอคะ?”

     “ใช่ ฉันจะเอายัยหนูไปเข้าเรียนที่นั่นอย่างน้อยยัยหนูก็จะได้มีเพื่อน”

     “แต่…หลักสูตรของทางโรงเรียนนั้นมัน”

     “ลีน่า บางครั้งเธอก็ต้องเชื่อใจ ฟิโอน่านะ”

     “แต่……”

     “ไม่มีแต่ ลีน่ารีบเอาเอกสารไปให้ฝ่ายบัญชีได้แล้ว อ้อแล้วถ้าหากเตรียมเอกสารของ MAS เสร็จเมื่อไหร่ก็เรียกยัยหนูมาหาฉันด้วย”

     “ทราบแล้วค่ะ”

     จอมมารนั่งมองลีน่าถือเอกสารออกไปจากห้องจนเธอมั่นใจว่าลีน่า  น่าจะเดินไปไกลพอสมควรแล้วจอมมารเลยถอนหายใจพร้อมกับเดินมายืนที่หน้าต่างห้อง

     ‘คุณหนูนั้นรักท่านมากและไม่อยากเสียท่านไปหละมั้งคะ’

     ระหว่างที่เธอกำลังยืนชมทิวทัศน์ที่สวยงามของสวนดอกไม้ด้านล่างเธอก็คิดถึงคำพูดของ ลีน่า ด้วยและนั้นยิ่งทำให้เธอมีความกังวลใจมากกว่าเดิม

     “หวังว่าเธอคงไม่ได้หลงรักฉันในฐานะอื่นนะ ฟิโอน่า”

     หลังจากที่จอมมารได้สั่งงานกับลีน่าไปได้สักพักเธอก็พา ฟิโอน่า มาหาเธอ

     “ท่านแม่เรียกหนูเหรอค่ะ”

     “อืม…ฉันมีเรื่องที่อยากจะให้เธอทำหน่อยนะ”

     คำพูดของจอมมารทำให้ ฟิโอน่า ถึงกลับตาโตด้วยความตกใจแต่เธอก็สามารถปรับอารมณ์เป็นปกติได้อย่างรวดเร็วเพราะมีบ่อยครั้งที่จอมมารมักจะใช้ให้เธอมาคอยช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ตลอด

     “อะไรเหรอคะท่านแม่”

     “ฟิโอน่า ในพรุ่งนี้เธอต้องเข้าเรียนที่ M.A.S.นะ”

     “ท……ทำไมหละคะ!”

     “ก็ตอนนี้เธออายุ 12 แล้วนิควรได้เวลาสร้างสังคมเพื่อนเอาไว้บ้างนะ”

     “แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วนิคะ”

     “ฟิโอน่า”

     “ก็หนูไม่อยากห่างท่านแม่นิ”

     “พูดอะไรหรือปล่าว?”

     “ปล่าวค่ะ! แล้วหนูต้องเริ่มไปเรียนเมื่อไหร่ค่ะ”

     “นี่ไม่ได้ฟังเลยสินะ…”

     “…”

     “พรุ่งนี้ เอกสารและของใช้เธอฉันให้ ลีน่าเตรียมไว้แล้วล่ะ”

     “เข้าใจแล้วค่ะ…แล้วมีอะไรอีกไหมค่ะ”

     “ไม่มีแล้วล่ะ”

     พอได้ฟังแบบนั้นฟิโอน่าก็คิดจะเดินออกไปทันทีแต่เธอต้องหยุดแล้วหันหลังกลับไปมองใบหน้าของจอมมารแวบนึง แต่พออีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจเธอเลยเดินกลับห้องทันที

     ปึ่ง!

     เสียงปิดประตูที่ดังมากแสดงให้รู้ถึงความไม่พอใจของสาวน้อยที่พึ่งออกไปจนจอมมารต้องถอนหายใจพร้อมกับหมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่างด้านหลัง

     “ขอโทษนะ ฟิโอน่า แต่ฉันอยากให้เธอรักคนอื่นมากกว่ามาหลงรักฉัน”

     …

     ..

     ..

     “ท่านแม่นะท่านแม่ ทำไมจะต้องให้เราไปเข้าเรียนที่นั่นด้วยนะ”

     “กรู๊วว”

     ฟิโอน่า บ่นก่อนที่เธอจะกระโดดลงไปนอนที่เตียงโดยมีเจ้าบลูนอนอยู่ก่อนหน้าเธอเงยหน้าขึ้นมาด้วยความสงสัย

     “นี่บลูวันนี่ท่านแม่เรียกฉันไปพบหละ”

     “กรู๊ว?”

     “แล้วก็นะ แล้วก็นะ ท่านแม่นะสั่งให้ฉันเข้าเรียนที่ M.A.S.หละทำไมท่านแม่ถึงต้องให้ฉันไปเรียนที่นั่นด้วยนะ!”

     “กรู๊ว”

     “ก็จริงที่ว่าฉันอาจจะไม่ได้มีเวทมนตร์เยอะเท่าท่านแม่แต่ฉันก็มั่นใจนะว่าฉันเก่งกว่าเด็กในวัยเดียวกันนะ”

     “กรู๊ว~”

     พอ ฟิโอน่า เริ่มพูดไม่สิเริ่มโม้ถึงความสามารถของตนเจ้าลูกหมาจิ้งจอกก็ทำเป็นขดตัวนอนทันทีราวกับจะบอกว่า ‘เบื่อพวกขี้โม้อะ’ ซึ่งนั้นไม่พ้นสายตาของฟิโอน่าแน่นอนเจ้าหล่อนเลยทำการปาหมอนใส่เจ้าเพื่อนรักขนปุยทันที

     “อย่ามาเมินกันนะ บลู เธอต้องฟังฉันให้จบสิ”

     “กรู๊ว”

     “อย่ามาทำหน้าตาเหมือนเบื่อนะ”

     “กรู๊ว กรู๊ว”

     “ก็ได้ๆ สัญญาว่าถ้าเธอฟังจนจบฉันจะยกข้าวเย็นวันนี้ส่วนหนึ่งให้”

     “กรู๊ว ^^”

     “ยัยหมาเห็นแกกิน ต่อนะท่านแม่บอกให้ฉันต้องเข้าเรียน พรุ่งนี้เลยด้วยนะทั้งที่ ทั้งที่ฉัน……”

     “กรู๊ว?”

     “ทั้งที่ฉันรักและอยากอยู่กับท่านแม่ตลอดแท้ๆ”

     ฟิโอน่าพูดพร้อมกับซ่อนใบหน้าที่แดงจัดกับหมอนใบโปรดของตัวเองก่อนจะเผลอปล่อยหยดน้ำตาให้ไหลออกมา

     “กรู๊ว~”

     “เห้อ~ช่างมันเถอะบลูยังไงสะฉันก็ทำได้แค่ทำตามคำสั่งของท่านแม่อยู่ดีหละเนอะ”

     “กรู๊ว~”

     “อีกอย่างท่านแม่คงคิดดีแล้วล่ะ………มั้งนะ”

     น้ำเสียงและคำพูดของ ฟิโอน่า เต็มไปด้วยความน้อยใจจนเจ้าบลูสัมผัสได้มันเลยเดินเข้ามาเอาใบหน้าเล็กๆ ของมันถูกับแก้มของ ฟิโอน่า เพื่อปลอบใจ

     “อืม~ รู้แล้วน่าขอบใจที่ให้กำลังใจนะบลู”

     “กรู้ว!”

     “บางทีการไปโรงเรียนอาจจะไม่แย่ก็ได้เนอะ”


——————————

     ตอนใหม่มาแล้วจร้าาาาา เป็นบ้างกับชีวิตประจำวันของสองแม่ลูกตอนต่อไปจะเป็นแนวรั้วโรงเรียนแล้วนะ ฟิโอน่า จะปรับตัวได้ไหมหรือจะเกิดเหตุการอะไรขึ้นบ้างก็รอดู รออ่าน ได้เลยยย อิอิ



T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #1 Sei,Myu&Yun (@riwdorin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:38
    ดีงามมม
    #1
    1