The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 4 : เธอคือนางฟ้า!?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 มี.ค. 63

         

คุณเป็นนางฟ้าเหรอ?” ผมสันนิษฐานไปส่งๆ จากรูปร่างหน้าตาอันงดงามและแสงออร่าสีขาวที่ล้อมรอบตัวเธออยู่ตลอดเวลา ความจริงแล้วบนโลกนี้มีพวกผีสางเทวดานางฟ้าที่ไหนกันเล่า

ทว่าเธอกลับพยักหน้าแล้วจึงตอบว่า

ใช่ฉันคือนางฟ้าฉันชื่อสาริกา

เอ๋?!”

            ว้ากกก ผี กลัว กลัว กลัวแล้วๆ!” ผมหลับตาปี๋ยกมือไหว้ปะหลกๆ ไอ้หย๋านี่เธอตายไปแล้วจริงๆ ด้วยเหรอนี่

            เป้ง!”

            โอ้ย!” จู่ๆ ผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นก็เอาอะไรไม่รู้มาตีหัวผมฉาดหนึ่งจนหน้ายู่ จึงต้องรีบเบิกตาดูที่แท้มันคือฝากล่องคุกกี้สีแดงทรงกลมพิมพ์ภาพเหล่าทหารรักษาพระองค์ใส่เครื่องแบบสีแดงสดสวมหมวกสีดำทรงสูงตีกลองแต๊กนั่นเองนี่เธอไปเอามันมาจากไหนกัน?

            เป็นไงเปรี้ยวมั๊ย ทำหน้าเบี้ยวใหญ่เลยหึหึเธอพูดเยาะก่อนจะทำเสียงดุใส่ เลิกบ้าได้แล้ว ฉันไม่ใช่ผี นายต่างหากล่ะที่ตอนนี้กลายเป็นผีไปแล้ว

หลังจากนั้นผู้กระทำจึงกอดอกสะบัดหน้าพรืดแบบงอนๆ  ถ้าสงสัยนักก็ลองมองดูสารรูปตัวเองสิ

            ผมก้มหน้าลงทันควัน

ที่ใต้หว่างขานั้นมีศีรษะของใครคนหนึ่งหันเอียงไปข้างๆ ฟุบหน้ากับหมอนอยู่

เหวออ!”  อารามตกใจทำให้ผมกระเด้งตัวจนไถลตกโครมลงมาจากเตียงแขนกระแทกพื้นเต็มแรงก่อนจะรีบพลิกตัวหงายถีบเท้าและใช้สองมือยันส่งตัวให้ถอยถัดๆ ออกมาตั้งหลัก

ฮิฮิสาริกายกมือข้างหนึ่งปิดปากหัวเราะคิกคักด้วยความขบขัน

ใบหน้าของผมที่นอนตาเหลือกลิ้นห้อยตกน้ำลายหยดย้อยเปื้อนหมอนในชุดเสื้อยืดขาวกางเกงผ้าร่มสีแดงแปร้ด ตายอยู่บนเตียงซึ่งเกลื่อนกลาดไปด้วยเม็ดยานอนหลับดูทุเรศทุรังเกินกว่าจะรับได้

นะนะนะนี่นี่นี่ผะผะผมตายไปแล้วเหรอ?!” ผมปรารภปากคอสั่นหนัก ทั้งกลัวทั้งตกใจ หยดน้ำใสๆ ไหลรินกบตาอีกหน

ก็ไม่เชิงหรอกสาวสวยที่นั่งอยู่ตรงริมขอบเตียงบริเวณช่วงหัวเข่าของร่างผมตอบออกมาสั้นๆ อย่าทำเป็นฟูมฟายไปหน่อยเลยน่า

หลังจากนั้นเธอก็ลุกยืนขึ้นแล้วเยื้องย่างมาทางผม สาวงามเอวบางร่างน้อยดูสวยสง่าอยู่บนรองเท้าท็อปบูทยาวส้นเข็มสีเดียวกับถุงมือ ก็นายไม่ใช่เหรอที่อยากจะตายน่ะนายวิศรุฒิ  แสงพรไพโรจน์

หญิงสาวหยุดยืนอยู่ข้างๆ  ก่อนจะทอดสายตาลงมาแล้วจึงพูดต่อ

เอาล่ะฉันในฐานะเจ้าพนักงานบนสวรรค์จะขออธิบายให้นายฟังสั้นๆ ละกันนะ และฉันคงจะพูดอะไรมากไม่ได้เพราะมันเป็นกฎบัญญัติข้อที่สามพันหกร้อยเก้าสิบห้าซึ่งระบุไว้ว่า ห้ามแพร่งพรายข้อมูลใดใดทั้งสิ้นเกี่ยวกับสวรรค์ให้แก่มนุษย์ได้รับทราบซึ่งถือเป็นโทษมหันต์ต้องได้รับการลงทัณฑ์สถานหนัก จองจำสิบทิวาตรีบนสวรรค์ หรือเท่ากับหนึ่งพันปีบนโลกมนุษย์ทีเดียวเชียวล่ะ

อุ๊ยตายแล้วไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ฉันเธอเปรยเสียงตระหนกพลางยกสองมือขึ้นกุมขมับย่นคิ้วทำหน้ากลุ้ม

เมื่อตะกี๊ยังหัวเราะร่วนอยู่เลยทำไมตอนนี้นี่ทำหน้าราวกับโลกจะแตกซะงั้นเฮ้อผู้หญิง หนอ ผู้หญิง

จะไม่ให้ฉันเครียดได้ยังไงเล่า ก็ถ้าเทพองค์ใดรู้เข้าว่าฉันแอบละเมิดกฎสวรรค์ลงมาช่วยนาย ฉันคงมีแต่ซวยกับซวย น่ะสิสาริกาโต้เสียงขุ่น จนผมตะลึงพรึงเพริด

นี่คุณรู้ด้วยเหรอว่าผมคิดอะไรอยู่ แล้วไหนจะชื่อผมอีกล่ะคุณรู้มาจากไหนผมถามรู้สึกระแวงความแปลกพิสดารในตัวเธอขึ้นมาทุกทีๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยที่ผมได้พบนางฟ้าตัวเป็นๆ กระดุกกระดิกได้แบบนี้

ก็ใช่น่ะสิ รู้ตั้งแต่ตอนที่นายวิพากษ์วิจารณ์นมฉันแล้วล่ะย่ะ ส่วนชื่อนายประวัติของนายเคยทำบุญมาเท่าไหร่ทำบาปมากี่ครั้งฉันก็รู้หมดนั่นแหละร่างเพรียวในชุดขาวกล่าว ก่อนจะเดินเอาแขนซ้ายขึ้นตั้งฉากจับปลายคางวางศอกลงหลังมือขวาซึ่งสอดอยู่ใต้ราวหน้าอกและช่วงเอวคอด เดินวนรอบตัวทำท่าพินิจพิจารณาโดยหันมาพิศมองผมเป็นระยะๆ  ประเดี๋ยวหนึ่งก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่รู้นึกครึ้มอะไรขึ้นมา

อืมมแต่จะว่าไปแล้วสถานะของนายในตอนนี้ก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วนี่นา คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ฮิฮิและแล้วเธอก็หัวเราะ

….ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ….

เป้งง!”

อ๋อยย…”

หยุดบ่นได้แล้วเธอพูดขณะที่มือขวายังค้างถาดอยู่บนศีรษะผม แม้เจ้าประคุณฟาดลงมาซะหัวแทบแบะ

เจ็บนะเฟ้ยยยัยนางฟ้าโรคจิตแค่เผลอคิดอีกฝ่ายก็รู้ทันเอานิ้วชี้หน้าผมเป็นเชิงขู่

อยากเปรี้ยวอีกเหรอ?”  

นี่เธอกล้าท้าาาผมเหรอเนี่ย!!! แน่นอนสุภาพบุรุษอย่างผมมีรึจะลงไม้ลงมือกับผู้หญิง ก็เลยได้แต่นั่งหน้าเจี๋ยมเจี้ยมลูบหัวป้อยๆ ยัยบ้านี่คงชอบดูตลกคาเฟ่แหงม

หลังจากนั้นนางฟ้าแสนสวยแต่โหดชะมัดยาดจึงวางมาดเป็นวิทยากรจำเป็นเอ่ยปากอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้ผมซึ่งนั่งขัดสมาธิวางมือสองข้างยันพื้นฟังด้วยความตั้งใจ ผมชำเลืองมองไปที่ร่างที่นอนทอดยาวอยู่บนเตียง แอบรู้สึกเศร้าสลดนิดๆ กับความตายที่ผมหยิบยื่นมันให้แก่ตัวเอง


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #18 กินช้อน (@kinchorn23032018) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 16:06

    มาต่อจากเดิมครับ ตอนที่ 4 น่าจะเปิดเผยชื่อของนางฟ้าที่ไม่ได้บอกไว้ในตอนทีสาม และก็เป็นอย่างที่ผมคาดจริงๆ ด้วย ฮ่าๆๆ

    .

    อย่างที่บอกว่าคุณบรรยายลักษณะนี่นั่นโน่นได้ดี ซึ่งมันก็เห็นภาพได้เลย ผมชอบนะ แต่ดันไม่เห็นอารมณ์ของตัวละครที่บรรยายในเรื่อง เอ...มันไปอยู่ไหน อ้าวเฮ้ย!? ไหงมาต่อหลังประโยคพูดล่ะครับ!? ท้ายประโยคที่เป็นความคิดของพระเอกนั่นควรยกมาบรรยายสิครับ เอ้อ ทั้งๆ ที่บรรยายท่าทาง ลักษณะ บรรยากาศ แต่ไม่บรรยายความคิดตัวละครให้มากกว่านี้แล้วผมจะอ่านอะไรเล่า

    .

    เรื่องประโยคคำพูดที่มาปนกับส่วนบรรยายคำพูดนี่ เหมือนกับตอนที่แล้วที่กล่าวไว้ครับ ยกตัวอย่างเช่น

    "ว้ากกก...กลัวแล้วๆ!" ผมหลับตาปี๋ยกมือไหว้ปะหลกๆ -หย๋านี่เธอตายไปแล้วจริงๆ เหรอนี่

    ผมนี่เจอประโยคนี้แล้วกะพริบตาปริบๆ เลยครับ ถ้าจะให้ผมแก้ ก็จะให้ลองอ่านสองแบบดูนะครับ

    "ว้ากกก...กลัวแล้วๆ!" ผมหลับตาปี๋ยกมือไหว้ปะหลกๆ เพราะรู้ความจริงที่เธอตายไปแล้ว

    กับ

    "ว้ากกก...กลัวแล้วๆ!" ผมหลับตาปี๋ยกมือไหว้ปะหลกๆ

    -หย๋านี่เธอตายไปแล้วจริงๆ เหรอนี่

    เห็นใช่มั้ยครับ

    .

    ผมงงๆ กับการเอาคำว่า "เปรี้ยว" มาใช้เหมือนกัน ก็สงสัยว่าทำไมเป็นคำนี้เพราะผมไม่เคยเห็นคนใช้เหมือนกัน แต่ก็แปลกดี

    .

    ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื้อเรื่องก็สนุกดีครับ แต่แอบสั้นไปหน่อย เพราะเดินเรื่องยังไม่ทันไรก็จบซะแล้ว อยากให้ยาวกว่านี้ครับ

    #18
    1
    • #18-1 วัชรกาญจน์ (@watcharakarn) (จากตอนที่ 4)
      17 เมษายน 2563 / 23:16
      ศัพท์คำว่าเปรี้ยวนี่ มีช่วงนึงฮิตกัน สั้นๆ ครับ เรื่องนี้ผมแต่งไว้นานแล้วน่ะ เลยมีศัพท์ยุคก่อนมานิดนึง 555+

      ส่วนเรื่องความคิดที่หลุดมา ขอน้อมรับไว้พิจารณานะครับ แบบว่าถ้าแก้ไขหมดคงเรื่องใหญ่เหมือนกันแหละครับ อุอิ

      ขอบพระคุณมากครับที่พยายามอธิบายให้ผมเห็นได้ชัดเจน เรื่องนี้แต่งยากมากครับ เพราะต้องเป็นวิญญาณ แล้วใช้การเล่าแบบบุคคลที่หนึ่งด้วย

      ยากจริงๆ สำหรับผมนะ
      #18-1