The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 32 : อุมชิฬา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง

 เฮ้ยย…!” ผมร้องด้วยอารามขวัญผวา แม้ตอนนี้จะกลายเป็นวิญญาณไปแล้วก็ยังคงกลัวผีสางไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่น้อย 

พอได้ก้มมองดูก็เห็นเป็นลูกบอลยางขนาดเท่ากำปั้นลายสีน้ำเงินสลับขาวใส่ลูกกระพรวนไว้ด้านในคล้ายเป็นของเล่นเด็ก แล้วก็นึกฉงนระคนหวั่นกลัว

นายจะตะโกนโหวกเหวกโวยวายไปทำไมเนี่ยนางฟ้าสาวเงยหน้าขึ้นมาเอ็ดใส่ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นท่าทีสงสัยเมื่อมองเห็นสิ่งที่ตกอยู่บนพื้นบ้าน 

ของใครน่ะ?” เธอถามราวกับว่าผมล่วงรู้คำตอบอย่างนั้นแหละ 

กะกะก็ขะของของผมพูดเสียงสั่นพร้อมกับย่อตัวลงเก็บลูกบอลปริศนานั้นขึ้นมาพินิจดู คราวแรกคิดจะขว้างมันทิ้งไปแต่คงไม่ทันแล้ว 

เอาของข้าคืนมาเสียงกระโชกโฮกฮากดังขึ้น

เหวออออ!” ผมตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อเห็นร่างอวบอ้วนผิวสีขาวเผือกของเด็กอายุแปดเก้าขวบคนหนึ่งซึ่งเปลือยท่อนบนนุ่งโจงกระเบนสีแดงสดคาดสร้อยสังวาลสีเหลืองอร่ามเส้นน้อยประดับทับทรวงเม็ดทับทิม

สวมกำไลทองผิวเกลี้ยงหัวบัวเช่นเดียวกับข้อเท้ายืนจังก้าอยู่ตรงหน้า วางท่าแบมือขอ ส่วนแขนซ้ายยกเท้าสะเอว คิ้วข้างหนึ่งเลิกสูงทำสีหน้ายียวนเห็นแล้วก็ยั่วโทสะของผมชะมัด

ไอ้เด็กนี่นอกจากแต่งตัวพิเรนแล้วยังดูกวนประสาทอีกแหะ

ของหนูเหรอ?” ผมถามพลางค้อมตัววางลูกบอลคืนให้เจ้าหนูไว้ผมจุกปักปิ่นทองก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปลูบหัวกลมๆ นั้นป้อยๆ พยายามวางตัวเป็นมิตรด้วย แต่ไม่ทันไรสายสัมพันธ์ที่ทอดไปก็ถูกตัดฉับสะบั้นลงเมื่อไอ้เด็กเวรนั่นปาลูกบอลอัดใส่หน้าผม

ปุ๊!” ลูกยางกลมๆ ที่กระแทกเข้ามาตรงสันจมูกและหน้าผากจังเบ้อเร่อแล้วกระดอนไปทำให้ผมถึงกับหน้าหยี

โอ๊ยยย ไอ้เด็กบ้า!” หนอยแน่เตี้ยตะแมะแคะออกอย่างนี้ยังมีหน้ามาทำซ่าอีกเหรอ ผมเดือดปุด ปุดขึ้นมาทันใดอยากจะเตะก้นสั่งสอนสักป้าบสองป้าบ แต่เด็กหัวจุกกลับรู้แกวปรี่เข้าไปบีบน้ำตากับนางฟ้าสาวอย่างหน้าไม่อาย

ฮือๆๆ มันจะทำร้ายข้า ข้าอยู่ดีๆ มันก็มาข่มเหง รังแก ช่วยข้าด้วยนะ ช่วยด้วย

เฮ้ยไม่ใช่ เปล่านะหน้าตาก็น่ารักน่าชังดีอยู่หรอกแต่ทำไมสันดานแบบนี้วะเนี่ย….ดูมันใส่ไฟใหญ่ไอ้เด็กเวรเอ้ยยย                                                                                                                

โอ๋ โอ๋ หนูไม่เป็นไรนะคะเธอเดินเข้ามาโอบกอดร่างตุ้ยนุ้ยนั้นไว้ด้วยความอาทร มิหนำซ้ำยังต่อว่าต่อขานผมเสียยกใหญ่

นี่คุณไปด่าน้องเค้าทำไมเป็นผู้ใหญ่แล้วไปรังแกเด็กแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนดูสิทำน้องเค้าร้องไห้เลยเห็นมั๊ย

เฮ้ยผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคุณ!’ ผมนึกเถียงในใจ

ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีก เหอะไม่คิดเลยว่านายจะเป็นคนแบบนี้ร่างเพรียวในชุดสีโอลด์โรสตำหนิเสียงฉุนก่อนจะโอบศีรษะไอ้เด็กหัวจุกนั่นซบเข้าหาตนเพื่อปลอบขวัญ

ฮือๆๆตัวก่อเรื่องที่กำลังซุกหน้ากลมๆ อยู่กับช่วงเอวคอดแอบเอียงหน้ามาแลบลิ้นใส่

หึยยย ไอ้เด็กสตรอว์เบอร์รี่!!’

นี่ทำพี่เจ็บแล้วยังไม่ขอโทษอีกเหรอ!” ผมตวาดลั่นอย่างเหลืออด

ฮือๆๆ แงแงแงพอโดนดุเข้าหน่อยมันก็ยิ่งร้องห่มร้องไห้เสียงดังขึ้นไปอีกมารยาสุดฤทธิ์เลยนะเอ็ง

นี่ฉันยังไม่เห็นน้องเค้าทำอะไรนายเลยนะ โอ๋ โอ๋ อย่าร้องนะจ้ะหนูหญิงสาวพูดเข้าข้างอีกฝ่ายอย่างออกนอกหน้าแล้วจึงโน้มตัวลงใช้ริมฝีปากประทับศีรษะเหม่ง พลางลูบหลังปลอบโยนไอ้เด็กนั่นอย่างเอ็นดูรักใคร่ก่อนจะยองตัวลงนั่งข้างๆ

นี่หนูชื่ออะไรจ้ะแล้วนี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับแม่พระไม่ยอมฟังคำทัดทานจากผมบ้างเลยโธ่

 เป็นเทวาอารักษ์แบบไหนกันบอกพี่มาซิกุมารทองใช่รึเปล่าเอ่ย?”

ข้าชื่ออุมชิฬาเด็กหัวจุกกล่าววาจาฉะฉาน แล้วป้าล่ะชื่ออะไร

อุ๊ยว้ายหนูจ้ะไม่เอานะคะไม่เอาหญิงสาวรีบแย้งเสียงหลงพร้อมกับเอามือทาบอกด้วยความตกใจเรียกพี่สิคะพี่เธอจีบปากเน้นคำว่า พี่คงหวังว่าอีกฝ่ายจะพูดตามแต่เปล่าเลย

ป้า…” ไอ้เด็กชื่อเรียกยากนั่นยังคงกวนประสาทไม่เลิก ไม่เห็นหรือไรว่าคนฟังหน้าเสียไปหมดแล้ว

นี่พี่ดูแก่ขนาดนั้นเลยเหรอคะน้องสาริกาเลื่อนสองมือขึ้นมาสำรวจตรวจตราใบหน้าตนเองในทันที

เรียกพี่ดีกว่านะจ้ะเด็กดีหญิงสาวพยายามกล่อมให้อุมชิฬาเปลี่ยนคำสรรพนามของเธอใหม่แต่ดูท่าจะไม่เป็นผล

จะทำไมข้าจะเรียกแบบนี้แหละ ป้า ป้า ป้า มันตะคอกก่อนจะแลบลิ้นใส่

แบร่…”

พอได้ยินดังนั้นเจ้าหล่อนก็ถึงกับเบิกตาโตด้วยความตะลึงแต่กว่าจะรู้ตัวอีกทีเด็กน้อยแสนน่ารักของเธอก็เปิดแนบหายเข้ากลีบเมฆ เอ้ย เงามืดไปเสียแล้ว ทำให้คนถูกว่าถึงกับออกอาการโมโหโกรธายกใหญ่ 

อร๊ายย อีเด็กผีมาเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไงกันยะนางฟ้าสาวกรีดร้องเสียงสูงโถมตัวจะตามไปเอาเรื่อง ผมจึงยกมือยกไม้เอาตัวขวางไว้ก่อนเหตุการณ์จะวุ่นวายไปมากกว่านี้

พอ พอ พอได้แล้วคุณ

ก็ไอ้เด็กเตี้ยนั่นมันเรียกฉันว่าป้าคุณไม่ได้ยินรึไงเล่าเธอโวย

เด็กก็คือเด็กละน่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณนี่ตลกดีนะเมื่อตะกี๊ยังกางปีกปกป้องน้องเค้าอยู่เลยไม่รักเด็กแล้วรึคุณท่าทางเกรี้ยวกราดของอีกฝ่ายทำให้ผมอดขำด้วยความเอ็นดูออกมาไม่ได้ ทว่าทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ยานคางดังก้องมา

อุมชิฬาาาาไม่ดี  นิสัยยยยไม่ดี  ไม่ดี  ไม่ดี 

เฮ้ย!?” ผมอุทานพลางหันขวั่บไปยังทิศทางของเสียงเหนือขึ้นไปตรงฝาผนังที่อยู่เบื้องหลังมุ้งนอนในทันที

ว้ายผี!” เสียงร้องของหญิงสาวทำให้ผมผินหน้าไปมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองเงาดำที่เป็นรูปเป็นร่างน่ากลัวลักษณะเหมือนคนตัวผอมแกร็นลำตัวยาวกำลังค่อยๆ ป่ายปีนลงมาตามแผ่นไม้ทีละคืบ ทีละคืบ


 

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

45 ความคิดเห็น