The Miracle Of Wisarut : ปาฏิหาริย์โลกวิญญาณ

ตอนที่ 33 : ปาลีนัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 เม.ย. 63

ตะตะตัวอะไรวะผมทั้งตกใจและสงสัยระคนกันขณะเฝ้ามองดูพฤติกรรมประหนึ่งสัตว์เลื้อยคลานของมัน

ดูเหมือนจะเป็นเด็กอีกคนสาริกาที่ตั้งสติได้ก่อนเอ่ยออกมาแผ่วเบา สายฟ้าที่แลบแปลบปลาบเข้ามาผ่านช่องหน้าต่างกระทบร่างนั้นเห็นเป็นเด็กผู้ชายผิวดำดังถ่านใบหน้าซูบตอบตาโตโปนสวมใส่เครื่องแต่งกายแบบเดียวกับเด็กคนก่อนหน้า

เพียงแต่นุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้ม ฝ่ามือเล็กๆ ที่แปะป่ายไปตามแผ่นไม้ในลักษณะการคลานทิ้งศีรษะลงมาโดยใช้เท้าน้อยๆ คอยถีบส่งตัวให้เคลื่อนที่ลงมาอย่างช้าๆ ทำให้ผมกับสาริกาเข้าใจได้โดยพลันว่า

เด็กผู้ชายคนนั้นต้องไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน 

ผีเด็กหรือว่าบ้านนี้จะเลี้ยงกุมารทองผมสันนิษฐาน

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่กุมารทองหรอกไอ้เจ้าสองตนนี้มันเป็นรักยมต่างหากขอรับเสียงหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีของชายชราที่แทรกเข้ามากลางวงทำให้เราสองคนถึงกับร้องอุทานหน้าเหวอ 

โทษทีๆ ที่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ แฮ่ แฮ่ผู้เฒ่าซึ่งมีใบหน้าเรียวผิวดำแดงผมเผ้ารุงรังสีขาวแซมดำรวบไว้ด้านหลังเลี้ยงหนวดดกเคราเฟิ้มไปถึงอกนุ่งขาวห่มขาวคล้ายพราหมณ์สวมสร้อยลูกประคำสีดำสนิทพาดผ้าเฉียงเปลือยไหล่ขวากล่าวสีหน้าเก้อเขินก่อนจะแบะปากยิ้มจนเห็นซี่ฟันเขรอะๆ เรียงห่าง

ท่าทางที่ดูเป็นมิตรไมตรีของชายชราแปลกหน้าพอทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาได้บ้างแม้จะเห็นว่าแกเดินค้ำไม้เท้ามะเกลือสีนิลลักษณะพันเกลียวกันแลดูโบราณโผล่ออกมาจากฝาผนังก็ตามที

สวัสดีขอรับคุณผู้ชายคุณผู้หญิงพ่อเฒ่าค้อมศีรษะทักทายอย่างสุภาพอ่อนน้อมพลอยให้ผมแอบแปลกใจนิดๆ ขณะที่เราสองคนยกมือขึ้นพนมไหว้สวัสดี

 วันนี้มาตรวจงานหรือขอรับคุณนางฟ้าแกถามเนื้อเสียงทุ้มแหบ

ใช่ค่ะคุณตาหญิงสาวตอบพลางเชิดหน้าวางท่ากอดอก ว่าแต่เด็กอีกคนไปไหนเหรอคะที่อ้วนๆ ปากดีนั่นน่ะ

อ้อเจ้าอุมน่ะหรือ ก็อยู่แถวนี้แหละคุณ เมื่อตะกี๊ต้องขอโทษด้วยนะขอรับที่มันเสียมารยาทกับคุณนางฟ้าไอ้เด็กตนนี้มันหัวดื้อหัวรั้นนักเชียว

ไม่เป็นไรค่ะฉันไม่ถือสาหรอก แหมก็แค่ตกใจนิดหน่อยที่ถูกเรียกแบบนั้นเธอบอกทำเป็นสวมหัวโขนนางฟ้าใจอารีทั้งที่เพิ่งจะกรีดร้องเสียงแหลมไปอยู่หยกๆ

ป้าน่ะเหรอผมแซวด้วยอารมณ์เยาะหยันแต่ก็ต้องรีบหุบปากลงฉับเมื่อสัมผัสถึงรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายมา ยิ่งอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ด้วยหากเจ้าหล่อนเหวี่ยงหมัดใส่คงโดนเบ้าตาเหิกแหกไม่ก็หัวปูดเป็นลูกมะกรูดแน่ยกธงขาวไปก่อนดีกว่าเรา

ประเดี๋ยวผมจะจัดการมันให้นะขอรับชายชราบอกแล้วจึงยิ้มแหย ยกมือขวาขึ้นมาป้องปาก

เจ้าอุมมาหาตาสิเมื่อกี้ไปว่าอะไรคุณนางฟ้าเค้ามาขอโทษคุณนางฟ้าเค้าเร็วแกเปล่งเสียงเรียกเจ้าตัวก่อเรื่องก่อนจะลดมือลงแล้วบ่นพึมพำ ผมล่ะหน่ายกับมันจริงๆ

เขาเป็นใครน่ะ?” ผมแอบกระซิบถามอีกฝ่ายพร้อมกับบุ้ยใบ้ไปทางชายชุดขาวที่กำลังตะโกนโหวกเหวกอยู่

แกเป็นภุมเทวาชั้นจาตุมน่ะเธอบอกและคงสังเกตเห็นสีหน้างงงวยของผมเข้าจึงได้อธิบาย ก็เทวดาระดับล่างที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ เช่นนางไม้ เจ้าที่เจ้าทาง เป็นต้น อย่างคุณตาแกก็เป็นผีบ้านผีเรือนที่ถือพรตถือศีลคอยปกปักษ์รักษาบ้านหลังนี้ไว้ยังไงล่ะ

บ้านหลังนี้เนี่ยนะผมพูดพลางกวาดสายตาไปโดยรอบไม่อยากจะเชื่อว่าบ้านไม้หลังเล็กๆ สภาพโกโรโกโสเช่นนี้จะมีพวกภูติ ผี วิญญาณอาศัยรวมกันอยู่ถึงสามตน ดูท่าเจ้าของบ้านจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว

โดยปกติแล้วบ้านทุกหลังก็จะมีพวกผีบ้านผีเรือนคอยปกปักรักษาไว้อยู่แล้วล่ะส่วนใหญ่พวกนี้จะเป็นดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ เช่นปู่ ย่า ตา ยาย แต่บางครั้งก็มีพวกเทวดามาขออาศัยอยู่เหมือนกัน

ถ้าบ้านไหนโชคดีมีเทวาอารักษ์มาสิงสถิตอยู่ครอบครัวนั้นก็มักจะอยู่กันร่มเย็นเป็นสุขแคล้วคลาดจากอุปัทวันตรายทั้งปวงบ้างก็ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้สาริกาชี้แจง

กลับกันหากครอบครัวใดมีพวกสัมภเวสีที่มีจิตมุ่งร้าย ผีห่าซาตานเข้ามาพำนักพักพิงครอบครัวนั้นก็จะร้อนรุ่มดั่งไฟ มีแต่ปัญหาให้ต้องแก้กันมิได้หยุดหย่อนจนบางครั้งผู้อาศัยถึงกับต้องระเห็จออกไปเลยก็มี เพราะเจอพวกวิญญาณคอยกลั่นแกล้งก่อกวน

นี่แสดงว่านายเทิดศักดิ์ย่อมเป็นคนที่ประพฤติดีงามอยู่ในศีลในธรรมพอสมควรล่ะถึงเข้าตาพวกเทวดาให้มาพำนักพักพิงที่นี่ได้

อ๋ออื้มผมเปรยออกมาพร้อมกับพยักหน้าแสดงความเข้าใจ แล้วคุณเคยเจอกับคุณตามาก่อนเหรอ เห็นทักกันซะสนิทเชียว

ฉันเคยเจอกับแกหนหนึ่งตอนที่ลงมาโลกมนุษย์คราวก่อน ถ้าจะนับดูก็คงสิบกว่าปีมาแล้วละมั้งสาวในชุดเดรสผ้าชีฟองสีโอลด์โรสกระซิบตอบ

แค่นั้นก็ถือว่ารู้จักกันแล้วเหรอผมเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย

จะไปรู้จักกันได้ยังไงคะคุณชายเธอกล่าวพลางกระทุ้งศอกซ้ายใส่ท้องผมเบาๆ ทีหนึ่งก่อนจะพูดต่อ ฉันก็แค่เดินผ่านบ้านหลังนี้แล้วก็เจอแกนั่งเคี้ยวหมากหยับ หยับอยู่นอกชานเลยได้ทักทายกันสองสามคำเท่านั้นแหละ

เจ้าปาตาบอกแล้วใช่มั๊ยว่าอย่าคลานเป็นตุ๊กแกแบบนั้น รีบมาสวัสดีพี่ๆ เค้าเร็วเข้าเอ็งพ่อเฒ่าในชุดพราหมณ์ร้องบอกแล้วจึงส่ายศีรษะระอิดระอาให้แก่เด็กน้อยหน้าตาน่ากลัวที่กำลังกลิ้งกลอกลูกกะตาโปนคู่นั้นไปมารอบทิศ

ถึงขนาดว่านัยน์ตากลมโตสามารถหมุนเข้าไปในเบ้าจนเห็นเนื้อขาวโพลนก่อนจะพลิกกลับด้านออกมาได้ราวกับไม่มีเส้นเอ็นหรือเส้นประสาทใดใดคอยยึดโยง ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มแผล่ปล่อยน้ำลายไหลยืดย้อยหยดแหมะ แหมะ ฝ่ามือเล็กเรียวผอมจนเห็นกระดูกข้อต่อนิ้วปูดชัดคืบคลานลงมาช้าๆ เห็นแล้วก็ชวนให้ขนผองสยองเกล้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ข้ามาแล้วว ข้ามาแล้ววววเสียงเนิบนาบลากคำยาวดังกึกก้องแข่งกับเสียงท้องฟ้าคะนองภายนอก ก่อนที่เจ้าผีเด็กตัวดำมะเมื่อมจะค่อยๆ เอาฝ่ามือทั้งสองแปะลงบนแผ่นไม้ถีบเท้าส่งตัวลงมาหมอบราบอยู่บนพื้นได้ในที่สุดแล้วจึงหยัดกายยืนขึ้นทำให้เห็นได้ว่าแท้จริงแล้วรูปร่างของเด็กน้อยนั่นก็สูงชะลูดเอาการอยู่

ไอ้เจ้าปานี่มันชอบเล่นอะไรแผลงๆ แบบนี้เสมอแหละครับ ดูสิเป็นผีดีๆ ไม่ชอบนึกอุตริเลียนแบบเดรัจฉานชายในชุดพราหม์ค่อนว่าอย่างใส่อารมณ์คงหวังให้พวกเราคลายความกลัว แต่พอมองไปยังเงาดำสูงที่เดินโผเผมาแล้วก็ยังไม่น่าไว้วางใจอยู่ดีนั่นแหละ

ผอมอย่างกับลูกกรอกแน่ะสาริกาวิจารณ์หุ่นที่ผอมกะหร่องจนเห็นซี่โครงบานและไหปลาร้าชัด โหนกแก้มโปนแหลม ขาแขนยาวแต่ก็ลีบเล็กราวกับไม้ท่อนน้อยที่ดูเปราะบางเหลือเกิน

ลูกกรอก กับ กุมารทอง แล้วก็รักยมนี่มันต่างกันยังไง?” ผมเอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความสงสัย แม้จะพอได้ยินได้ฟังเรื่องพวกนี้มาบ้างแต่ก็ไม่เคยสัมผัสในระดับถึงลูกถึงคนเห็นจะจะตาแบบนี้มาก่อน 

นางฟ้าสาวนึกนิดหนึ่งแล้วจึงขยับริมฝีปากเคลือบสีชมพูอ่อนวาวเพื่ออธิบาย



B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

46 ความคิดเห็น