ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,485 Views

  • 323 Comments

  • 513 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,625

    Overall
    48,485

ตอนที่ 50 : คนเดิมจะงามไปกว่าเดิมได้ไง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    10 มี.ค. 62

           

            หลิวเพ่ยหนิงเป็นผู้เต้นนำไปก่อนนางสะบัดแขนขาอย่างพริ้วไหวเนื่องจากได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแต่ลู่เหม่ยจิงก็ไม่ได้ยอมแพ้นางพยายามหลับตาฟังเสียงเพลงคิดถึงท้องนา คิดถึงทุ่งดอกไม้ในยามเยาว์วัยที่ได้วิ่งเล่นแล้วร่างกายของนางก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับเสียงเพลงได้อย่างน่าประหลาดใจ 
 

           ใบหน้างดงามของอีกฝ่ายเหยียดยิ้มก่อนจะหมุนกายเข้าไปใกล้พร้อมกระชากผ้าคลุมหน้าของลู่เหม่ยจิงออกอย่างแรงเพื่อจะให้ทุกคนได้มองว่านางขี้เหร่ถึงเพียงไหน เหม่ยจิงขยับกายพยายามจะหลบแล้วแต่ก็ไม่รอดจนได้แต่แผนนี้นางรับมือได้คิดจะทำให้นางขายหน้าเช่นนั้นหรือ  

            ฝันไปเถอะ        

            ฝีมือเด็กน้อยเช่นนี้นับว่าอ่อนเกินไป           

            “พระชายา” จังหวะที่โดนกระชากผ้าคลุมนั้นนางแสร้งหมุนตัวก่อนจะก้มหน้าลงไปด้านล่างแทนซึ่งจูเอ๋อร์รีบพุ่งเข้าไปหานางอย่างทันท่วงที เฝิงเหวินฟู่หยุดมือพร้อมกับมู่เฉิงชางเองก็ลุกขึ้นด้วยความตกใจเช่นกัน       

            หลิวเพ่ยหนิงยิ้มอย่างสะใจว่าพวกเขาคงได้เห็นโฉมหน้าของอีกฝ่ายแล้วต้องตกตะลึงแน่นอน แล้วก็เป็นจริงทุกคนในที่นั้นล้วนแต่นิ่งงันไปถ้วนหน้าเนื่องจากใบหน้างดงามของลู่เหม่ยจิงเงยขึ้นมาพอดีโดยเฉพาะฮ่องเต้กับฮองเฮาที่นิ่งสนิทแต่ก็มีผู้ที่ลุกขึ้นมายืนมองอีกคนนั่นก็คือท่านแม่ทัพเสิ่น พอสตรีที่ตั้งตนเป็นศัตรูหันมาบ้างลู่เหม่ยจิงก็ยักคิ้วให้อีกฝ่ายพร้อมกับย่อกายให้อย่างงดงาม      

            “เมื่อสักครู่เตรียมตัวมาไม่ดี เสียมารยาทคุณหนูหลิวแล้ว ต้องขออภัยด้วย”     

            “เจ้า”    

            “เพลงจบแล้วหากคุณหนูไม่ลงเวที ข้าเห็นจะต้องขอตัวก่อน” ขืนอยู่ต่อไปนางจะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย คนพวกนั้นมองนางมาเป็นสายตาเดียวขนาดนี้ จะโทษมากหรือโทษน้อยก็ต้องยอมรับกันแล้วล่ะ หญิงสาวหยิบผ้าคลุมหน้ามาปิดไว้ย่อกายขอบคุณเฝิงเหวินฟู่ก่อนจะเดินเลี่ยงกลับไปหามู่เฉิงชางที่นั่งนิ่งเงียบอยู่อีกด้านแทน แต่หลังจากกลับมานั่งที่เดิมแล้วเขาก็ไม่สนทนากับนางเลยจนกลับเข้าเรือน ในใจของนางเต็มไปด้วยความฉงนอย่างยิ่ง นางแต่งกายงดงามเพียงนี้ ล้างคราบผงแป้งจนหน้าตาหมดจดถึงขนาดนี้เขายังไม่สนใจนางอีกหรือ            

            “ท่านอ๋องข้าทำสิ่งใดผิดไปอีกหรือเปล่า”    

            “ทำไมถึงถามเช่นนั้นล่ะ” 

            “ท่านไม่พูดกับข้าเลยนะ หรือว่าวันนี้ข้างามไม่พออีกหรือยังไงกัน อุตส่าห์เอาแป้งพอกหน้า แถมบรรจงแต่งหน้าขนาดนี้แล้วนะเพคะ” นางแสร้งยกแขนที่ขาวสะอ้านขึ้นกรีดกรายใส่เขาพร้อมกับจงใจยื่นหน้าเข้าไปหาจนมู่เฉิงชางต้องดันนางออกไปให้ไกลตัว   ไม่ใช่เพราะนางงดงามไม่พอเขาแค่ไม่ชอบใจในการที่มีใครสักคนมองนางด้วยสายตาตกตะลึง โดยเฉพาะเฝิงเหวินฟู่ที่แทบจะเข้ามาประครองนางตลอดเวลา เขาไม่พอใจ ไม่อยากให้นางงดงามแล้วขี้เหร่แบบเดิมไปเถิดจะได้ไม่มีใครสนใจมอง            

            “ข้าว่าเจ้ากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมเถอะ เห็นเจ้าพอกหน้าขาวขนาดนี้ข้าไม่ค่อยชิน นึกว่าเขาแสดงละครให้ชมกัน” เขาทำเสียงเข้มใส่อีกฝ่ายก่อนจะเดินหนีเข้าไปด้านในแทน เหลือแต่ลู่เหม่ยจิงกับจูเอ๋อร์สองนายบ่าวที่หน้าประตู           

            “ข้าทำขนาดนี้ท่านอ๋องยังไม่สนใจข้าอีก เจ้าว่าเขาจะมีความผิดปกติหรือเปล่า” นางเริ่มสงสัยแล้วนะ ขนาดเผิงเสี่ยวโยวงดงามเพียงนั้นยังทะลวงเข้าไปในตำหนักใหญ่ไม่ได้เลย    

            “ยังไงหรือเพคะ”

            “เขาอาจจะมีจิตใจที่ไม่ชมชอบในสตรีอย่างไรเล่า”   

            “เป็นไปไม่ได้เพคะ ท่านอ๋ององอาจสง่างามเพียงนั้นไม่น่าจะเป็นอย่างที่พระชายาทรงคิด” จูเอ๋อร์รีบส่ายหัวไม่น่าจะเป็นไปได้           

            “เขาเอาแต่ขลุกอยู่กับท่านโหลวตลอดเลย หรือว่าพวกเขา...”

            โครม    

            เสียงวัตถุบางอย่างปลิวมาปะทะที่บานประตูเล่นเอาสะดุ้งกันทั้งนายบ่าว        “ถ้าเจ้าไม่ไปอาบน้ำแล้วกลับมานอนในหนึ่งเค่อ เจ้าก็นอนตากน้ำค้างตรงนั้นเลยนะ”         

            “ท่านอ๋อง ท่านจะบ้าไปแล้วเหรอข้าต้องขัดสีพวกนี้นานเลยนะ เค่อเดียวจะไปพออะไรกัน” ไม่ใช่ขัดสิหรอก นางต้องพอกสีคืนต่างหากกว่าจะทั่วตัวกว่าจะมั่นใจว่าไม่หลุดลอกอีกแค่เวลาหนึ่งเค่อมันจะไปทำได้ยังไงกัน 

            “นั่นมันเรื่องของเจ้า จูเอ๋อร์เจ้าให้ท่านหลี่เอาธูปมาปักให้ข้าด้วย”       

            “เพคะท่านอ๋อง”

            “เจ้าไปรับปากเขาทำไมกัน ข้าเป็นนายของเจ้านะจูเอ๋อร์”       

            “จะอะไรก็แล้วแต่เพคะ พระชายารีบไปห้องอาบน้ำก่อนเถิด เดี๋ยวก็ได้นอนกลางสวนจริงหรอก” นาทีนี้ทุกชีวิตล้วนสำคัญนางเองก็ต้องรักษาหัวน้อยๆเอาไว้เช่นกัน หลังจากผลักนายสาวให้ไปรอที่ห้องอาบน้ำแล้วนางก็รีบวิ่งไปตามท่านพ่อบ้านหลี่มาจัดการตามที่ผู้เป็นนายใหญ่บอกเช่นกัน     




            สุดท้ายแล้วนางก็มาช้าไปกว่าที่เขากำหนดจนได้แต่กลับกลายเป็นว่ามู่เฉิงชางยังอาบน้ำไม่เสร็จด้วยซ้ำไป ทำเป็นมาเร่งให้นางรีบอาบส่วนตนเองกลับเฉื่อยชาหน้าตาเฉย คนอะไรกัน           

            แต่ว่ามีผู้ชายอาบน้ำอยู่ไม่ไกลนางจะไปแอบมองสักหน่อยจะดีมั้ยนะ

            คิดแล้วก็ได้แต่ขัดเขินในใจ บ้าไปแล้ว บ้าบอ          

            “เจ้าเป็นอะไร” เพราะนางมัวแต่คิดเรื่องลามกในหัวเลยทำให้ลืมไปว่าตอนนี้มีเขาอยู่ในห้องด้วย กว่าจะนึกได้ก็เห็นเจ้าตัวมายืนหน้าบึ้งมองอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง         

            “ข้าเปล่า”          

            “แล้วนี่เจ้าง่วงหรือยัง ข้ามีเรื่องจะถาม”                  

            “ท่านอ๋องมีสิ่งใดว่ามาได้เลยเพคะ” นั่นแน่ เห็นนางตอนสวยๆ แล้วอยากคุยด้วยใช่มั้ยเล่า นางรู้หรอก จะชมว่านางงดงามก็บอกมาเถอะ      

            “เจ้าไปเรียนวิธีแต่งหน้ามาจากไหน”          

            “ข้าแต่งให้ท่านดูออกจะบ่อยตอนอยู่เซิ่งหนาน ท่านไม่เห็นเคยถาม”   

            “ไม่ใช่เช่นนี้”      

            “ท่านตอบออกมาได้ไงว่าไม่ใช่ ท่านไม่เคยมองข้าเลยไม่ใช่หรือยังไงกัน” 


          “ใครบอกว่าข้า... ถึงข้าไม่มองแต่ข้าคิดว่าเจ้าแต่งได้อัปลักษณ์กว่านี้มาก” เขามองนางตลอดถึงทราบว่านางไม่ได้แต่งตัวเช่นนี้ หรือเป็นเพราะนางจงใจยั่วโมโหเขากันแน่ แต่นี่เป็นหนแรกที่เขายอมรับว่าตนเองตกใจมากตอนที่นางเงยหน้าขึ้นมามามองตนเอง หัวใจเขามันทำงานผิดปกติไปมากจนอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะมีปัญหาเสียแล้ว           

            “แสดงว่าฝีมือของข้าดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว เช่นนั้นข้าจะแต่งหน้าแต่งตัวให้ท่านชมบ่อยๆดีมั้ยเพคะ” นางยิ้มแย้มลอยหน้าลอยตามองเขาอย่างจงใจยั่วประสาท       

            “คนก็คนเดิม ล้างหน้าออกก็เหมือนเดิมนั่นแหละ จะแต่งมากมายทำไมกัน” แน่นอนว่าวันนี้เขาพบว่ามีสายตาหลายคู่พุ่งมองไปยังนางมากกว่าเดิม เมื่อก่อนจะมีเพียงเฝิงเหวินฟู่แต่ตอนนี้แม้แต่เสด็จพ่อก็ยังมองนางด้วยความตกตะลึง เขาไม่ได้ชื่นชมความงามของนางในวันนี้นักหรอกแต่ก็แค่ไม่ชอบให้คนอื่นมามองสตรีของตนเองด้วยสายตาเยี่ยงนี้เท่านั้นเอง                             

            “แล้วท่านจะไม่ชมข้าหน่อยหรือ”   

            “จะให้ชมสิ่งใด” 

            “ข้าก็แค่อยากงดงามในสายตาท่าน แค่นี้ก็ให้กำลังใจกันไม่ได้หรือไร” นางว่าพลางกระโดดข้าม

เตียงนอนไปยังฝั่งของตนเองพร้อมกับบ่นงึมงำ 

            “หากข้าชมเจ้าก็ต้องถือว่าข้าโกหกตนเองแล้วล่ะ”    

            “ฮึ”       

            “แล้วอีกเรื่อง ทำไมเต้นรำใส่เสียงพิณรัชทายาทได้แม่นยำเพียงนั้น ใช่เจ้าแอบไปลักลอบซ้อมกับเขามาอีกแล้วใช่หรือไม่” คำถามแรกก็พอฟังได้แต่คำถามที่สองนั้นมันออกจะไม่น่าตอบสักหน่อย         

            “ข้าไม่ได้ออกไปไหนเลยท่านก็น่าจะทราบ ถามพี่หลี่ก็ได้ หรือทหารของท่านคนไหนก็ได้ข้าอยู่เฝ้าเรือนตลอดเลย” แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยเต้นใส่เพลงพี่เฝิงมาบ้างนิดหน่อยเท่านั้นเอง      

            “แล้วเหตุใดเขายอมมาดีดพิณให้เจ้า”        

            “ข้าได้ยินพวกนางกำนัลเขาคุยกันในระหว่างที่พวกเรานั่งชมในงานนั้นอย่างไรกัน ข้าเลยจะขอไหว้วานเขาสักหน่อย โชคดีที่เขารูปงามแล้วก็ใจดีเลยมาช่วยข้า”       

            “ข้าเองก็ยังไม่ได้ถามพ่อบ้านหลี่เลยนะว่าจัดเตรียมเสื้อผ้ามาทันได้อย่างไรกัน เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยถามก็แล้วกัน ส่วนเจ้าข้าจะถามอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือท่ารำพวกนั้นเจ้าไปเอามาจากไหน มันไม่ได้เหมือนพวกสาวงามรำที่เซิ่งหนานเลย”มีความใกล้เคียงแต่นางทำได้ดีกว่ามากแถมการร่ายรำยังคุ้นตาเขาเหมือนเคยชมมาก่อนอีกด้วย    

            “หม่อมฉันง่วงมากเลยเพคะ เอาไว้สอบถามวันหน้าไม่ดีกว่าหรือไร” นางหาทางออกด้วยการพูดแทนตัวและน้ำเสียงที่อ่อนหวานมากขึ้นเผื่อเขาใจอ่อนเลิกถามคำถามต่อไปได้แล้ว นางไม่รู้จะหาสิ่งใดมาตอบแล้ว    

            “เห็นแก่เจ้าที่ไม่ทำให้ขายหน้าวันนี้ จะเก็บเอาไว้สอบสวนวันหลังก็แล้วกัน”     

            “ขอบพระทัยเพคะ” กล่าวจบลู่เหม่ยจิงก็รีบขยับตัวไปนอนประจำที่ของตนเองทันที เหลือแต่มู่เฉิงชางที่พลิกกายหันหลังให้นางคิ้วเข้มขมวดมุ่นครุ่นคิดบางอย่างไปมาตลอดคืน เขาไม่แน่ใจนักว่าการมาเมืองหลวงครั้งนี้จะดีหรือร้ายมันมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูกแฝงอยู่เต็มไปหมด        

            แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องระแวงคนในเรือนเดียวกันก็พอแล้วกระมัง    



           

            ด้านนอกหลี่จื้อเหยากับจูเอ๋อร์นั่งฟังทั้งสองถกเถียงกันจนแน่ใจว่าไม่มีเรื่องอะไรแล้วจึงออกไปพักผ่อน ซึ่งก่อนจะแยกย้ายจูเอ๋อร์ก็เอ่ยถามในเรื่องที่นางสงสัยเช่นกันว่าทำไมรุ่ยกงกงถึงนำชุดมาให้ทันเวลา ในขณะที่พวกนางไม่ทราบเรื่องราวใดๆเลย           

            “ข้าเองก็ไม่ทราบเรื่องนี้มากนัก แต่ก่อนจะมาอยู่กับพระชายาท่านกงกงได้จ้างข้ามาดูแลนาง ก่อนจะส่งไปให้ท่านอ๋องที่เซิ่งหนาน มาที่นี่หนนี้ก็ได้เขาช่วยไว้หลายเรื่องเช่นกัน” เขาเองก็ไม่ทราบว่าท่านกงกงคิดสิ่งใดอยู่ แต่ประเมินแล้วก็ไม่มีเรื่องที่เจ้านายตนเองเดือดร้อนจึงได้รับความช่วยเหลือเอาไว้          

            “หรือบางทีเขาอาจจะทราบในบางเรื่องเลยพยายามช่วยเหลืออย่างลับๆ”         “คงมีอยู่บ้าง ท่านโหลวบอกว่าข้าเป็นจอมยุทธ์อาจจะไม่ทราบเรื่องราวในวังมากนัก แต่เขากำชับมาว่าจนกว่าจะกลับเซิ่งหนานห้ามสนิทกับใครในวังเด็ดขาด” องครักษ์โหลวสายตากว้างไกลคงเกรงว่าเจ้านายของเขาจะโดนเข้ามาสืบข่าวแล้วหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีกระมัง      

            “ท่านโหลวคงมีเหตุผล แต่ข้าเองก็กังวลเหมือนกันว่าหน้าตาพระชายาจะก่อให้เกิดปัญหาบางอย่าง”      

            “เจ้าคิดเหมือนข้าเลย ข้าว่าบางทีที่ท่านลู่พานางไปหลบซ่อนตัวในท้องทุ่งห่างไกลผู้คนอาจจะมีเหตุผลอื่นด้วยเช่นกัน” เขามองจากสีหน้าและสายตาของผู้ใหญ่หลายท่านในงานพิธีวันนี้พบว่ามันดูผิดแปลกไปหมด จะว่าดีก็ไม่ใช่ จะว่าร้ายก็ไม่เชิง                       

            “จะเกี่ยวกับดวงชะตานางหรือไม่เจ้าคะ”    

            “ไม่มีคนให้ถามเสียด้วยสิ คนรู้เรื่องก็ไม่อยู่ที่นี่เลยสักคน”      

            “แล้วเราต้องกลับเมืองเซิ่งหนานวันไหน” เซิ่งหนานเหมือนที่ปลอดภัยเดินเล่นยังไงก็ไม่อันตรายเท่าเมืองหลวงในความคิดนาง ไหนจะต้องมาเจอสายตาดูถูกจากเหล่าธิดาขุนนาง เหล่าพระชายาด้วยกันอีก นางไม่อยากให้พระชายาลู่ต้องไม่สบายใจ

            “น่าจะภายในสองสามวันนี้กระมัง งานสมโพชจบแล้ว เหล่าองค์ชายต่างๆคงทยอยกลับเมือง”  

            “เช่นนี้ก็สบายใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านหลี่เองไปพักเถิดวันนี้ท่านวิ่งวุ่นไปมาทั้งวันแล้ว” “เจ้าก็เหมือนกัน” หลี่จื้อเหยายิ้มให้นางก่อนจะลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆแล้วจากไปอย่างรวดเร็วเหลือแต่จูเอ๋อร์ที่ยืนยิ้มอย่างโง่งมเพียงลำพัง แต่นางคิดว่าเดินทางมาจินหวงหนนี้ไม่เสียเที่ยวนักเพราะเจ้านายทั้งสองพักห้องเดียวกันได้อย่างไม่มีปากเสียงนัก ต่างจากตอนที่อยู่เซิ่งหนานที่แม้กระทั่งตำหนักใหญ่พวกนางก็แทบไม่มีโอกาสเหยียบย่างเข้าไป บางทีสถานการณ์บังคับหลายอย่างก็อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นโดยไม่รู้ตัวก็ได้           


+++++++++++++++++++++++
 เมื่อก่อนบ่นว่าเขาไม่สวย พอเห็นเขาสวยอิอ๋องดันไม่อยากให้เขาแต่งตัว
ไบโพล่าสุดๆ 555555
แอบมาอัพยามดึกๆเช่นเคยจ้า
ยังมีคนอ่านอยู่ไหมน้ออออออออออออออออ                      
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #219 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 08:19
    ฮ้องเต้ นี่ก็ลูกชายเด้อ อย่ากดดันให้ต่างกันนัก
    #219
    0
  2. #62 prapapornkulsan (@prapapornkulsan) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 08:25

    ลุ้นต่อๆๆๆสนุกๆๆๆๆ

    #62
    0