ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,951 Views

  • 323 Comments

  • 506 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,091

    Overall
    48,951

ตอนที่ 45 : แค่หมอนกั้นตรงกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    28 ก.พ. 62


            ฮ่องเต้ทรงได้รับรายงานว่าโอรสองค์ที่สิบเอ็ดเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้วพร้อมอาคันตุกะจากเฝิงเยว่ แม้จะไม่ค่อยสนิทกันนักแต่ก็ทรงมีความคาดหวังว่าเซิ่งหนานอ๋องจะมาเข้าเฝ้าที่วังหลวง แต่รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครมาสักคน จนต้องเรียกรุ่ยกงกงมาพบแทน         

            “หม่อมฉันให้คนไปตรวจสอบแล้วพะยะค่ะ ท่านอ๋องเข้าพักที่เรือนหลังเดิมของพระมารดา สาเหตุที่มาเข้าเฝ้าไม่ได้ก็เพราะว่าต้องจัดการเรือนให้เรียบร้อย”


        “มีสิ่งใดให้ต้องจัดการอีก เราให้คนเตรียมเรือนพักสำหรับรับรองแขกแล้วไม่ใช่หรือ” รุ่ยกงกงเหยียดยิ้มน้อยๆ ก่อนจะกล่าวรายงานตามความเป็นจริงว่าบ้านหลังนั้นไม่ได้รับการปัดกวาดจนพวกเขาต้องทำความสะอาดเอง และวันนี้กว่าจะเสร็จสิ้นก็คงไม่มีเวลามาเข้าเฝ้าแล้ว        

            “ใครเป็นคนจัดการเรื่องนี้”

            “รัชทายาทพะยะค่ะ” ประมุขแผ่นดินพยักหน้ารับทราบก่อนจะเปลี่ยนไปสอบถามถึงเรื่องการเตรียมงานและการเดินทางเข้ามาของเมืองต่างๆว่ามาครบตามเทียบเชิญหรือยัง ใบหน้าที่เรียบสนิทนั้นไม่มีผู้ใดทราบเลยว่ากำลังคิดในสิ่งใดอยู่


            “ท่านอ๋อง ให้ข้านอนตรงไหน”      

            “ก็นอนในนี้แหละ”          

            “ได้หรือเพคะ”    

            “ เรือนนี้มีห้องพักห้องเดียว ไปอาบน้ำได้แล้ว” ลู่เหม่ยจิงมองห้องนอนด้วยสายตาประหลาดใจพร้อมกับครุ่นคิดว่านางจะนอนตำแหน่งไหนของห้องดี ใบหน้าของนางที่มอมแมมอยู่แล้วมีเหงื่อไหลซึมออกตามไรผมเนื่องจากออกแรงช่วยเหล่านางกำนัลปัดกวาดเช็ดถูกว่าค่อนคืน   


            มู่เฉิงชางมองหน้านางด้วยความแปลกใจว่าสีดำที่ไหลพาดลงมาตามรอยเหงื่อนั้นเหตุใดจึงเป็นสีดำ เขาจ้องมองอยู่สักพักก่อนจะยกมือยื่นจะลองแตะดูแต่หญิงสาวขยับตัวถอยออกมาได้ทัน          

            “ท่านจะทำสิ่งใด”           

            “ข้ากำลังสงสัยว่าเรือนนี้มีฝุ่นมากหรือยังไงกันเหตุใดเหงื่อเจ้าจึงไหลเป็นสีดำ” ฝุ่นกับผีน่ะสิ ลู่เหม่ยจิงตกใจมากเพราะนางก็มัวแต่ทำงานลืมสำรวจหน้าตาตนเองก่อนเดินมาหาเขา ไม่รู้ว่าผงแป้งมันลบเลือนไปมากเพียงไหนแล้ว       

            “ข้าก็หลงดีใจแทบแย่นึกว่าท่านจะหอมแก้มให้รางวัลข้าเสียอีก”        

            “มอมแมมขนาดนี้คงทำได้หรอก”  

            “เช่นนั้นก็แสดงว่าหากงดงามแล้ว ทำได้หรือเพคะ”

            “ลู่เหม่ยจิง หากเจ้ายังจะชวนสนทนาเช่นนี้ สวนหญ้าที่หน้าเรือนยังว่างอยู่นะ นอนชมดาวตากน้ำค้างดูสักคืนไหม” เจ้าของร่างสูงสง่าถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ     

            “อาบแล้วเพคะ อาบน้ำตอนนี้เลยเพคะ” นางทำทีรีบวิ่งไปหาเสื้อผ้าของตนเองแล้วเผ่นออกนอกห้องทันที ขืนอยู่ต่อไปคงพลาดโดนจับได้อย่างแน่นอน ดีนะที่ไหวพริบนางดีหลอกล่อความสนใจของเขาไปทิศทางอื่นเสียก่อน ในช่วงเวลาที่ปิดบังอยู่นี้อย่าเพิ่งทำพลาดก็แล้วกัน นางยังอยากแกล้งท่านอ๋องอีกสักพักให้หายเจ็บใจ  

            นางหนีไปอาบน้ำกับจูเอ๋อร์ที่ฝั่งของเรือนพักอีกด้านซึ่งหลี่จื้อเหยาก็เตรียมการไว้ให้เป็นอย่างดีและพอนางกลับถึงห้องอีกฝ่ายก็ไม่อยู่ข้างในแล้ว    

            เขาอาบน้ำนานเพียงนี้เลยหรือไร   

            แต่จะว่าไปตั้งแต่แต่งงานกันมานางยังไม่เคยเห็นเขาอาบน้ำเลย อย่าว่าแต่อาบน้ำเลยเถอะจะมองใกล้ๆยังยาก แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหลายวันมานี้ท่านอ๋องดูผิดปกติไปมาก หงุดหงิดง่ายขึ้น ฉุนเฉียวไวขึ้นแล้วก็ชอบออกคำสั่งให้นางทำงานในสายตาของเขา    เมื่อก่อนนางก็อยากอยู่ใกล้หรอก แต่ตอนนี้กำลังหลอกลวงบางสิ่งอยู่ก็กังวลว่าจะโดนจับได้เลยไม่ค่อยอยากเข้าใกล้เขาสักเท่าไหร่           อยู่ใกล้กับไกลนางก็ไม่ได้มีค่าในสายตาของเขาอยู่ดี

            ลู่เหม่ยจิงนั่งครุ่นคิดถึงเรื่องที่บิดาและเหล่าขุนนางที่เซิ่งหนานตักเตือนก่อนออกเดินทาง ราชสำนักมีเรื่องให้ชวนปวดหัวและรับมือยากให้ระวังในทุกก้าวย่าง อย่าเชื่อใจใคร ตอนนี้นางไม่มีบิดาก็เสมือนว่าอยู่ตัวคนเดียว แล้วนางต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้างหนอ สวรรค์คงชิงชังนางไม่ยอมให้นางได้พักผ่อนเอาเสียเลย   

            “เจ้าใช้เวลาส่องกระจกนานเพียงนั้นเชียวหรือ” มู่เฉิงชางเปิดประตูเข้ามาพบว่าอีกฝ่ายนั่งเท้าคางมองกระจกนิ่งเหมือนคิดในบางสิ่งอยู่ 

            “ข้าเปล่าสักหน่อย จะส่องไปทำไมกระจก ส่องไปก็เหมือนเดิม”          

            “รู้ตัวนี่” 

            “ข้าก็ทราบมาตลอดนั่นแหละ ท่านไม่ต้องย้ำก็ได้กระมัง”                  

            “เจ้าเหม่อเรื่องอะไรกัน หรือว่าคิดถึงองค์ชายเฝิงเยว่”ถามออกไปแล้วก็รู้สึกยุบยับในใจไม่น้อย แต่ก็หลุดปากไปแล้วนางจะตอบยังไงเขาก็ต้องยอมรับอยู่ดี


  “ไม่ใช่สักหน่อย ข้ากำลังคิดเรื่องของท่านต่างหาก”  

            “เรื่องของข้า” มู่เฉิงชางคล้ายจะโล่งใจใบหน้านิ่งสงบเมื่อสักครู่คลายตัวลงก่อนจะเดินนั่งไปที่เตียง        

            “ใช่เพคะ ข้ากำลังคิดว่าเหตุใดเราต้องมาทำความสะอาดเองด้วยในเมื่อท่านก็เป็นองค์ชาย เดินทางมานี่เราก็มีกำหนดการณ์ จะไม่มีคนดูแลเรือนนี้เลยหรือเพคะ” เรื่องนี้เขาเข้าใจได้ดีเพราะตนเองไม่ได้เป็นที่โปรดปรานนักคงไม่มีใครอยากเสี่ยงดวงมาอยู่ร่วมกับเขาแน่นอน  

            “คนเมืองนี้คงลืมข้าไปแล้วกระมัง เจ้าเองก็เหมือนกันแน่ใจนะว่าจะรับมือไหว คนในวังไม่ได้ใจดีมีเมตตาหรอกนะ”            

            “ข้าจะพยายามก็แล้วกัน” ลู่เหม่ยจิงหาวออกมาหนหนึ่งก่อนจะเหลือบมองเตียงนอนเป็นเชิงถามว่านางควรจะนอนตรงไหนดี          

            “เจ้าเข้าไปด้านในเลย เอาหมอนกับผ้าห่มกั้นไว้ด้วย ไม่ต้องข้ามมานะ” 


           “ไม่ต้องบอกข้าหรอก ท่านบอกตัวเองเถิด”     

            “ข้าคงไม่หน้ามืดตามัวขนาดนั้นหรอก นอนได้แล้ว” เหม่ยจิงย่นจมูกใส่เขาก่อนจะบ่นในใจหากว่านางแปลงกายเมื่อไหร่จะมาหลงรูปนางก็แล้วกัน จะยั่วให้หัวปักหัวปำเลยทีเดียวแต่ด้วยความที่เดินทางมาเหนื่อยๆ ประกอบกับต้องปัดกวาดเช็ดถูเรือนจนหมดแรงนางจึงได้แต่ล้มตัวนอนอีกด้านของเตียงแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว  



++++++++++++++++

ไม่ได้ปีนเองนะ  ผู้ชายให้ปีนได้ แค่เอาหมอนกั้น

เป็นคนเขียน ปีนหมอนต่อจ้าาาาาาาาา

555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #106 swan28 (@swan28) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 22:15

    มีต่อสักหน่อยไหมบทแบบนี้
    #106
    0
  2. #54 prapapornkulsan (@prapapornkulsan) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:37

    มาน้อยๆๆๆลุ้นต่อๆๆๆ

    #54
    0