ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,796 Views

  • 323 Comments

  • 508 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,936

    Overall
    48,796

ตอนที่ 44 : เรือนที่จากมานาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    24 ก.พ. 62

            เพราะความหงุดหงิดในใจจึงไม่อาจทำให้มู่เฉิงชางเดินทางตามสบายเช่นแต่ก่อน เขาสั่งให้ทหารออกเดินทางเพื่อให้ถึงนครจินหวงเร็วขึ้นจะมีบ้างก็แวะพักม้าเพียงไม่นานแล้วก็เริ่มเดินทางต่อ จนกระทั่งเข้าสู่เมืองหลวงที่รุ่งเรืองในช่วงเวลาใกล้ค่ำจนได้ ขบวนเดินทางมาถึงประตูเมืองก็มีทหารออกมายืนรอต้อนรับ มู่เฉิงชางเปิดผ้าม่านออกไปมองก่อนจะตระหนักได้ว่าทหารพวกนี้หูไวตาไวเสียจริงยังไม่ทันส่งข่าวก็ออกมารอเสียแล้ว                      
 

           “ข้าว่าเซิ่งหนานกว้างใหญ่แล้ว มาเจอเมืองจินหวงนี่เล่นเอาเล็กไปถนัดตาเลย” ข้างรถม้าของเขาฝั่งที่ลู่เหม่ยจิงนั่งอยู่เป็นเฝิงเหวินฟู่ที่นึกสนุกออกมาขี่ม้าเองแล้วไล่องครักษ์ไปนั่งรถม้าแทนรู้สึกตื่นตาเป็นอย่างมาก เฝิงเยว่เป็นเมืองที่มั่งคั่งแต่ก็ไม่ได้อาณาเขตกว้างใหญ่เพียงนี้เขาเองชื่นชอบการค้าขายอัญมณีมากกว่าการขยายดินแดนแค่รักษาไว้ไม่ให้ใครมารุกรานได้ก็ถือว่าพึงพอใจแล้ว         

            “ท่านเองก็สมควรจะเข้าไปในในราชรถได้แล้วกระมัง”          

            “ข้านั่งมานานแล้ว นั่งม้าเช่นนี้ก็สบายใจดี เจ้าสนใจหรือไม่เสี่ยวจิง” สาวน้อยที่นั่งเงียบมานานพยักหน้าตอนที่เขาสอนให้นางขี่ม้านั้นรู้สึกสนุกมากแต่เพราะท่านอ๋องสั่งไว้ว่าก่อนจะเข้าที่พักในเมืองหลวง ไม่ให้ลงไปข้างล่างเพราะเกรงว่านางจะก่อเรื่องหญิงสาวจึงไม่กล้าขยับตัว    

            “ขี่ม้าเป็นหรือยังไง”         

            “เป็นเพคะ พี่เฝิงสอนข้าเมื่อวันก่อน”         

            มู่เฉิงชางเหลือบสายตามองสายน้อยหน้าตามอมแมมข้างกายก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง เอาเวลาไปขี่ม้ากันอีก   

            เกินไปแล้วจริงๆ  แต่ยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใดออกมาก็มีทหารชั้นผู้ใหญ่มาหยุดขบวนรถเอาไว้เสียก่อน      

            “ไม่ทราบว่าขบวนนี้เป็นองค์ชายจากเมืองไหนหรือ”  

            “ข้ามู่เฉิงชาง มาจากเซิ่งหนาน”    

            “ที่แท้เซิ่งหนานอ๋อง องค์ชายสิบเอ็ดนั่นเอง เชิญเสด็จพะยะค่ะ” พอทราบว่าเป็นใครมาจากไหนพวกเขาก็รีบกระจายข่าวทันที เซิ่งหนานอ๋องไปอยู่ท่ามกลางป่าเขานานปีก็จริงแต่หลายเดือนก่อนนี้เขาเป็นที่รู้จักเนื่องจากมีการคัดตัวพระชายาไปประทานให้ ดังนั้นนอกจากท่านอ๋องที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นแล้วทุกคนก็อยากเห็นพระชายาที่เลื่องลือกันว่ารูปลักษณ์ไม่น่าพิสมัยมากพอกัน  

            “ท่านอ๋อง แล้วข้าต้องเข้าไปในวังกับท่านหรือเปล่า” อยู่ๆ นางก็เริ่มมีความกังวลขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่าตนเองจะเข้าไปในวัง ตลอดทางมานั้นนางผ่อนคลายจนแทบลืมไปแล้วว่าตนเองกำลังจะเดินทางไปที่ไหน แต่พอนึกได้ก็คล้ายจะหนักอกหนักใจไปเสียหมด    

            “เจ้าพึ่งนึกได้หรือว่าตนเองต้องเข้าวัง เห็นมีความสุขตลอดเวลา”

            “แล้วในวังน่ากลัวจริงหรือไม่”       

            “อืม... ถ้าถึงที่พักแล้วหากข้าไม่อนุญาตเจ้าไม่ต้องออกไปไหน คนในวังทุกคนล้วนแต่ไม่น่าไว้ใจไม่ต้องไปสนิทกับใครอื่นด้วยเช่นกัน” ลู่เหม่ยจิงพยักหน้ารับทราบนางเองก็ไม่มีเพื่อนที่นี่ ด้วยรูปร่างและหน้าตาเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเข้าหานางแน่นอน แต่สหายคนเดียวทีนางมีล่ะ         

            “แล้วพี่เฝิงล่ะ ข้าคุยกับเขาได้หรือไม่”        

            “ได้ แต่ไม่สมควร เจ้าเป็นชายาของข้า เขาเป็นองค์ชายของต่างเมือง ทำสิ่งใดไม่ระวังก็อาจจะส่งผลต่อชีวิตได้” นี่ไม่ใช่คำขู่เพราะตอนนี้สนามการเมืองค่อนข้างเข้มข้น ฮ่องเต้พระชนมายุมากขึ้นแล้วแน่นอนว่าองค์ชายคนอื่นๆก็ย่อมต้องเริ่มระวังตนเอง เรื่องนี้เขาทราบดีกว่าใครอื่น           

            งานเลี้ยงเช่นนี้จัดขึ้นทุกปีแต่เขาก็ไม่เคยเข้าร่วม      

            ไม่เคยมีเทียบเชิญ          

            แต่หลังจากพระบิดาเสด็จเซิ่งหนานหนก่อนก็คล้ายกับว่าเขากำลังถูกจับตามอง คนมีความผิดติดตัวมาตั้งแต่เกิดยังไงก็คงไม่คลายความระแวงง่ายๆแน่นอน        

            “ถ้าเขามาชวนสนทนาเล่า”          

            “เขาจะมาทำไมกัน ตำหนักรับรองของเขาก็มี หรือเจ้าอยากพบเขาเสียเอง”      

            “ข้าแค่ถามเผื่อไว้เฉยๆ ไม่ได้หรือ” 

            “ไม่ได้ หากคนจากตำหนักอื่นมาหาเจ้าต้องให้พ่อบ้านหลี่หรือจูเอ๋อร์รายงานข้าก่อน ทุกเรื่อง เจ้าทำได้ใช่หรือไม่” สีหน้ากับน้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ตอนแรกก็ยังธรรมดาแต่พอมีชื่อของเฝิงเหวินฟู่ติดมาเขาก็ไม่อาจจะข่มอารมณ์แปลกประหลาดลงได้ 

            “ข้าทราบแล้ว” ทั้งสองหยุดการสนทนาเมื่อรถม้าหยุดการเคลื่อนไหว หลี่จื้อเหยาเดินเข้ามารายงานว่าถึงที่พักแล้วซึ่งพอเขาเปิดม่านออกไปก็พบว่าเป็นตำหนักเดิมของตนเองก่อนจะมีคำสั่งให้ย้ายไปประจำที่เซิ่งหนาน

            ผ่านมานับสิบปีแล้ว ในที่สุดก็ได้กลับมาสักที          

            “ท่านอ๋องขอรับ สภาพตัวเรือนพัก...” หลี่จื้อเหยาที่เข้าไปสำรวจก่อนหน้านี้แล้วไม่กล้ากล่าวออกไป         

            “จัดคนลงไปทำความสะอาดช่วยกัน เรือนนี้ไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่เพียงพอสำหรับคนของเซิ่งหนานแน่นอน” ไม่มีความผิดหวังเพราะไม่ได้คาดหวังมู่เฉิงชางเองก็ไม่คาดคิดเรื่องใดๆอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะไม่มีคนปัดกวาดเรือนนี้ก่อนเขาจะมาถึงจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ  

            ลู่เหม่ยจิงเดินลงมามองตัวอาคารด้วยสายตาแปลกใจก่อนจะคลี่ยิ้มด้วยความชอบใจ แม้จะเก่าแก่สภาพก็ไม่ได้ผุพังแต่อย่างใดเพียงแค่ว่าฝุ่นอาจจะมากไปหน่อยเท่านั้นเอง          

            “เจ้าจัดนางกำนัลไปดูแลข้างในก่อน ไม่ได้อยู่หลายปีคงไม่พร้อมจะใช้งานนัก”

            “ได้เลย ข้าไม่ได้ทำอะไรเช่นนี้มานานแล้ว งานพวกนี้ข้าถนัดมาก ไปกันเถอะจูเอ๋อร์” นางย่อกายทำความเคารพสามีในนามก่อนจะเดินลิ่วนำหน้าเหล่านางกำนัลเข้าไปด้านใน แม้มู่เฉิงชางจะไม่เข้าใจนางนักแต่เขาก็ให้คนระดมกำลังจัดห้องหับหลับนอนให้เรียบร้อย อย่างน้อยคืนนี้พวกเขาก็ต้องได้พักผ่อน      

            เช่นนั้นก็จัดเตรียมชีวิตกับพลิกฟื้นตำหนักเก่าแก่หลังนี้ให้พอได้พักอาศัยก่อนก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                +++++++++++++++


นี่ว่าท่านอ๋องน่าจะต้องพบแพทย์แล้วล่ะ

หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ

อาจเป็นไบโพล่าได้นะ555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #217 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 07:49
    ภรรยาออกจะน่ารัก หายตาถั่วไวๆ
    #217
    0