ห้ามรักเธอ (Don't lie to me)

ตอนที่ 4 : ร้องไห้ให้พอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    30 ส.ค. 61








บทที่ 4

                             ร้องไห้ให้พอ      

 

 

 

 

 

          คืนนี้เป็นคืนที่แสนทรมาน สำหรับซินเดอเรล่าผู้โชคร้ายที่ไม่ได้เจอกับเจ้าชายเหมือนในนิทาน แต่กลับเจอกับซาตานใจร้ายเลือดเย็นที่พร้อมจะฆ่าเธอทุกลมหายใจ

          เธอไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ นอนร้องไห้ทั้งคืนจนแทบไม่เหลือน้ำตา สมองว้าวุ่นข้นเครียดจนแทบระเบิด หัวใจทุกข์ตรมและรวดร้าวราวกับมีเข็มสักพันเล่มมาทิ่มแทงก้อนเนื้อหัวใจในคราวเดียวกัน

          “อืม...เราจะเผชิญกับความจริง...”  ความจริงที่แสนโหดร้ายและเลือดเย็น ซึ่งเกิดจากคนที่เธอมอบหัวใจทั้งดวงให้ คนที่เธอไม่คิดว่าจะทำร้ายเธอได้ คนที่บอกรักเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันโดยไม่รู้จักเบื่อ “และสู้กับมันให้ได้”

          เธอบอกตัวเองให้เข้มแข็ง เพื่อพร้อมเผชิญกับความเลวร้ายในชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้ เธอกล่อมตัวเองให้เชื่อว่าเธอทำได้ เธอสั่งตัวเองให้ลุกขึ้นสู้  

          “คืนนี้...เราจะร้องไห้ให้พอ เราจะร้องให้สะใจไปเลย ร้องให้น้ำตามันไม่เหลือ แต่แค่คืนนี้นะบัว” เธอสั่งตัวเองพลางน้ำตาไหลไม่หยุด “เพราะหลังจากนี้ เราจะไม่ร้องไห้ให้คนใจร้ายใจดำอีก เราจะเสียใจแค่นี้ ร้องให้พอ ห้ามร้องต่อหน้าเขาเด็ดขาด เราจะไม่ให้เขาเห็นน้ำตาแม้แต่หยดเดียว !!

          บัวบูชาตั้งใจไว้อย่างนั้น หากน้ำตาของเธอหมายถึงชัยชนะของเขาล่ะก็ เธอจะทำให้เขาผิดหวังและเจ็บปวด เธอจะทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่เขาจะมารังแกได้โดยง่าย

          “นอนเถอะบัว พรุ่งนี้ต่างหาก คือชีวิตจริง” เธอพยายามข่มตาให้หลับอีกครั้ง แต่ก็ทำได้ยากยิ่ง เพราะสมองกับใจของเธอวิ่งวุ่นไม่หยุด ใบหน้าของเขาเข้ามาวนเวียนอยู่ในดวงตาและความคิดของเธอตลอดเวลา

          “โอย...ดื่มเบียร์สักโหลดีมั้ย จะได้หลับยาวไปถึงเย็นพรุ่งนี้เลย หรือไม่ก็กินยานอนหลับสักกำมือให้รู้แล้วรู้รอด” เธอเผลอพูดออกมาเพราะรำคาญตัวเอง ไม่ได้คิดจะทำจริง แต่กลับรู้สึกผิดต่อลูกน้อยในท้องจนแทบไม่อยากให้อภัยตัวเอง “แม่ขอโทษลูก แม่แค่พูดเล่นนะ แม่สัญญาว่าจะไม่พูดแบบนี้อีกนะ แม่จะพยายามนะลูก แม่จะเข้มแข็ง แต่ตอนนี้แม่ควรทำยังไงคะ?”

          ความเป็นห่วงลูกน้อยในท้องทำให้เธอเกิดความพยายามมากกว่าเดิม ความรักที่เธอมีต่อเลือดเนื้อเชื้อไขทำให้เธอนึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนจากศาสนา เธอจึงลองพึ่งรายการธรรมะจากยูทูปดู แล้วมันก็ได้ผล ธรรมะช่วยกล่อมเกลาจนเธอใจเย็นลงและสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น  

          เธอหลับไปเกือบสิบชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าเกือบสิบโมงเช้าเข้าไปแล้ว เธอคว้าหยิบโทรศัพท์จากบนหัวเตียงมาดูเพื่อเช็คสายโทรเข้า ถึงได้เห็นว่าแบตหมดไปแล้ว คงเป็นเพราะรายการธรรมะจากยูทูปที่เธอเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนนั้นเอง

          “ดีเหมือนกัน...” เพราะเธอไม่อยากจะพูดกับใครเลยสักคน แม้แต่เพื่อนสนิท “เขาบอกว่า...ห้ามเราปิดเครื่อง ห้ามเราไม่รับโทรศัพท์เด็ดขาด...ไม่งั้นเขาจะลงโทษ...ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเขาจะลงโทษเรายังไง”

          เธอนอนมองเพดานด้วยสายตาเลื่อนลอย พลางถอนหายใจซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้สักกี่ครั้ง ก่อนจะตัดสินใจลุกจากที่นอน แล้วเดินเข้าห้องน้ำเหมือนคนไม่ค่อยมีแรง  

          “เราจะต้องทำได้สิ...เฮ่อ !” เธอมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาเศร้า รู้สึกเวทนาตัวเองอย่างบอกไม่ถูก จากที่คิดว่าตัวเองโคตรโชคดีที่ได้เจอกับผู้ชายแสนดีคนนี้ แต่สุดท้าย มันกลับกลายเป็นเพียงฝันร้ายที่แสนเศร้า

          เธอยืนอยู่ใต้ฝักบัวที่ปล่อยน้ำอุ่นลงมาชโลมร่างกายสวยงามของเธอราวชั่วโมงเศษ น้ำอุ่นที่ช่วยกระตุ้นเลือดเนื้อและหัวใจของเธอให้ตื่นตัวอีกครั้ง

          หลังอาบน้ำเสร็จ เธอสวมชุดเดิม แล้วออกจากห้องน้ำมานั่งแหมะอยู่ที่ปลายเตียง คิดนั่นนี่ไปเรื่อย กระทั่งเสียงเคาะประตูห้องฉุดเธอให้หลุดจากภวังค์ ซึ่งเธอรู้ดีว่าเป็นใคร   

          “มีอะไรตา”

          “แกอาบน้ำแล้วเหรอ จะแต่งตัวรึยัง”

          “ยังไม่เที่ยงเลยนะ จะรีบไปไหน”

          “โอ๊ยไม่ได้สิ นี่มันงานสำคัญของแกเลยนะ ฉันนัดช่างประจำไว้แล้ว แต่รอยัยกุลแต่งตัวก่อน ส่วนว่าที่เจ้าสาวอย่างแกควรจะไปที่ร้านได้แล้ว ไปเลยมั้ย เดี๋ยวฉันไปส่งแกเองก็ได้ แกนัดช่างไว้ร้านไหนล่ะ”

          “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันไปเอง”

          “หรือว่านัดช่างมาที่ห้อง สงสัยจะเป็นน้องฉัตรแน่เลยอ่ะ”

          บัวบูชายิ้มเยาะตัวเอง “อืม ช่างใหญ่เลยแหละ รับรองว่าสวยเลิศที่สุดในงานแน่นอน พวกแกแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มไปเลยนะ เพราะฉันเองก็จัดเต็มเหมือนกัน ยังไงเจอกันที่งานตอนหนึ่งทุ่มเลยก็แล้วกัน ส่วนตอนนี้ฉันขอตัวไปขัดเนื้อขัดตัวต่ออีกสักหน่อย ผิวพรรณจะได้ข่าวผุดผ่องเป็นยองใย สมกับเป็นลูกสะใภ้ตระกูลใหญ่ไง”

          “โอเค งั้นเจอกันที่งานนะ”

          เธอบอกลาเพื่อนพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะปิดประตูลงแล้วถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ความเคร่งเครียดและกดดันยิ่งทบทวีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาใกล้เข้ามา  

          “เมฆ...คืนนี้คุณรู้สึกกับฉันยังไง ช่วยแสดงออกมาให้เต็มที่เลยนะ ทำให้ฉันเกลียดคุณให้ได้นะ แล้วเราจะได้จบกันแบบสวย ๆ ต่อหน้าทุกคนไง”

          บัวบูชากลับเข้ามาในห้อง เก็บโทรศัพท์มือถือและสิ่งของใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายเหมือนเดิม เธอตัดสินใจเช็คเอ้าท์ออกจากห้องพัก แล้วกลับไปยังบ้านหลังน้อยท้ายซอย บ้านขนมไทยที่แสนอบอุ่นของเธอ  

          “อ้าวบัว กลับมาแล้วเหรอลูก” บิดาที่กำลังนั่งตัดใบตองอยู่บนแคร่หน้าบ้านทักเธอทันทีด้วยน้ำเสียงยินดี “น้าเป็นไงบ้าง ผ่าตัดปลอดภัยดีมั้ย”

          “โอเคแล้วค่ะ พ่อไม่ต้องห่วงนะ” เธอเช็คอาการของน้าสาวจากการโทรคุยกับน้องชายซึ่งเป็นลูกชายของน้าสาวเรียบร้อยแล้ว เธอจึงกล้าตอบบิดาไปอย่างนั้น “แม่ล่ะคะ”

          “ออกไปขายขนมที่ตลาดแล้ว”

          “จริงด้วย” เวลานี้ มารดาของเธอควรจะอยู่ที่ร้านแล้วสินะ มารดายังคงทำมาหากิน แม้ใกล้งานแต่งลูกสาวเต็มที นั่นเพราะไม่อยากเป็นขี้ปากใครเรื่องที่ลูกสาวได้ผัวรวย “พ่อทำอะไรอยู่เหรอคะ”

          “จะทำข้าวต้มมัดเอาไว้ขายตอนเย็นที่หน้าบ้านน่ะ แต่พรุ่งนี้จะทำขนมมงคลนะ” เพื่องานของลูกสาว เธอรู้ดี...

          “ขอบคุณนะคะพ่อ ที่ทำเพื่อหนูมาตลอดเลย หนูสัญญาว่าหนูจะไม่ทำให้พ่อผิดหวังนะคะ”

          “บัวไม่เคยทำให้พ่อผิดหวังอยู่แล้ว”

          “ค่ะพ่อ แต่พรุ่งนี้หนูมีเรื่องสำคัญจะบอกพ่อด้วยล่ะ แต่คืนนี้ขอเคลียร์ให้รู้เรื่องก่อน”

          “เรื่องสำคัญ อะไรหรือบัว”

          “ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกค่ะ พ่อไม่ต้องกังวล อยากทำขนมอะไรก็ทำเถอะนะคะ เดี๋ยวบัวช่วยพ่อเอง” เธอนั่งลงทันที บิดาก็ร้องเหวออกมา

          “แต่วันนี้บัวต้องไปงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่รีบไปแต่งหน้าแต่งตัวล่ะ”

          “ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ งานเลี้ยงหนึ่งทุ่มโน่น บัวช่วยพ่อทำข้าวต้มมัดให้เสร็จก่อนดีกว่า”

          ลูกสาวคนสวยไม่ฟังคำทัดทานจากบิดา อยู่ช่วยทำข้าวต้มมัดจนเสร็จพร้อมขาย ซึ่งเวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบสี่โมงเย็นเลยทีเดียว

          “ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วไป เดี๋ยวไปงานไม่ทัน”  

          “เดี๋ยวหนูช่วยตั้งร้านให้เสร็จก่อนค่ะ”

          “ไอ้ลูกคนนี้นี่ บอกว่าไม่ต้องช่วยไง”

          แต่ลูกสาวก็ดื้อ ช่วยตั้งร้านที่หน้าบ้านจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงจะยอมกลับเข้าห้องนอนส่วนตัว ซึ่งเป็นห้องนอนขนาดเล็ก ถูกจัดแต่งอย่างน่ารัก เรียบง่าย และสะอาดสะอ้าน

          “ห้องนี้สินะ ที่เหมาะกับเราที่สุด” เธอจัดการชาร์ตแบตโทรศัพท์ เพราะคิดว่ามันนานเกินไปแล้วที่เธอขาดการติดต่อกับเขา ซึ่งอาจทำให้เขาสงสัยได้ว่าทำไมเธอจึงแปลกไป เขาไม่ควรรู้ว่าเธอรู้ความจริงแล้ว เขาควรได้ทำอย่างที่อยากทำ เขาควรได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้

          และทันทีที่โทรศัพท์ของเธอฟื้นตัวขึ้น เขาก็โทรเข้ามาทันที เธอรับสายแล้วพูดกับเขาด้วยความใจเย็น ไร้อาการตื่นเต้นกังวลทุกชนิด

          “ค่ะที่รัก”

          “บอกแล้วไงว่าอย่าปิดเครื่อง !! ทำไมคุณต้องทำให้ผมเป็นห่วงอยู่เรื่อย ผมบอกแล้วไงว่าห้ามขาดการติดต่อ” เขาแสดงอาการหงุดหงิดและโมโหใส่เธอชุดใหญ่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความรักที่เขามีต่อเธอ “คุณทำให้ผมแทบคลั่ง”  

          เธอยิ้มแทบไม่ออก “ขอโทษด้วยนะคะ เพิ่งรู้ว่าแบตหมดก็เย็นแล้ว คิดว่าคุณยุ่งอยู่ซะอีก ที่ไม่ยอมโทรหาเลย”

          “แล้วคุณไม่คิดจะโทรหาผมบ้างเหรอ”

          “บัวขัดตัวอยู่น่ะค่ะ แล้วก็ทำอะไรอีกตั้งหลายอย่างเพื่อความสวย ก็คุณบอกให้บัวสวยที่สุดไม่ใช่เหรอ บัวขอโทษนะคะที่ทำให้คุณไม่สบายใจ”

          เขาฟังเหตุผลของเธอแล้วใจเย็นลง “ให้อภัยก็ได้ ไม่อยากทำให้วันดีๆของเราต้องมัวหมอง ความจริงแค่คุณปลอดภัยผมก็พอใจแล้ว ว่าแต่ แน่ใจนะว่าไม่ให้ไปรับ”

          “แน่ใจค่ะ บัวไปเองดีกว่า เพราะคืนนี้บัวมีเซอร์ไพรซ์ให้คุณด้วยนะ เอาไว้เจอกันที่งานนะคะที่รัก”

          “ก็ได้ ผมจะรอที่งานนะ ผมรักคุณนะ”

          “ค่ะ...ฉันก็รักคุณ”

          เมื่อกดวางโทรศัพท์แล้ว เธอเกือบจะร้องไห้ออกมา แต่กลั้นเอาไว้ได้ทัน  

          “คุณบอกรักฉันได้ไงทุกวันนะเมฆ”

          บัวบูชาสลัดความทุกข์ออกจากหัว เพราะไม่อยากให้ตัวเองจมทุกข์มากไปกว่านี้ เธอไม่อยากให้ความทุกข์ของเธอ กระทบกระเทือนไปถึงลูกน้อยของเธอ แม้เขาจะมีอายุครรภ์แค่สองสัปดาห์เท่านั้น

          “ใช่ คืนนี้แม่จะต้องสวยที่สุดเลย”

          แต่เธอไม่ได้ใส่ชุดแบรนด์เนมที่เขาซื้อให้หรอกนะ เธอคิดว่ามันไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิดเดียว เธอควรจะใส่ชุดที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า

          “เราต้องทำได้ !” เธอเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วหยิบชุดที่เธอใส่ไปช่วยแม่ขายขนมในตลาดเป็นประจำออกมา นั่นก็คือเสื้อยืดที่สกรีนคำว่าร้านขนมไทยยายบัวขาว และกางเกงยีนส์ขาสั้นจุ๊ดจู๋ขาด ๆ ซีด ๆ ตัวโปรด   

          “อย่างนี้สิ มันถึงจะสมกับเป็นแม่ค้าตลาดสด!!

          เธอสวมเสื้อผ้าชุดนั้นด้วยความมั่นใจ แต่งหน้าจัดเต็ม ทาปากแดงแปล๊ด แล้วมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาเย้ยหยัน

                    ผมยาวสวยดีจังที่รัก ผมชอบผมคุณที่สุดเลย

          เขาเคยพูดประโยคนี้พร้อมกับจูบหอมเส้นผมสลวยของเธออย่างโหยหา เขาเคยสระผมให้เธอด้วยนะ นวดศรีษะแผ่วเบาเอาใจและทะนุถนอมราวกับเธอเป็นเด็กน้อย เขาแสดงความรักใคร่จนเธอไม่เอะใจเลยสักนิดว่ามันเป็นแค่การเสแสร้ง

         “มันคงถึงเวลา...ที่เราจะพูดความจริงกันแล้วนะเมฆ พูดออกมาให้หมดนะ ร้ายออกมาเลย เอาให้สุด ๆไปเลย”


B
E
R
L
I
N
Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น