[fic BTS]วาเลนไทน์ KOOKV HOPEV NUMJIN YUNMIN

ตอนที่ 2 : #2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ต.ค. 63

 “นี่พี่จะไปไหน?”ผมถามพี่โจ๊กเกอร์ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองที่เก็บกระเป๋าใบโตและควงกุญแจกรถสปอร์ตหรูสีดำด้านที่ทั้งแพงและแต่ง พี่ชายของผมอยู่ในชุดสูทสีเลือดหมูรองเท้าหนังสีน้ำตาลกลางทรงdeckshoes เขาขยับแว่นกันแดดราคาแพงและมองมาทางผม เขาเสยผมไปด้านหลังผมสีน้ำตาลอ่อนนั้น เขาดูหล่อ และรวยมาก ต่างกับผม - -

           “เขาเรียกว่า ปลีกวิเวกไงน้องชาย”

“ปลีกวิเวกบ้านพี่ดิ”

“ได้ข่าวว่านายอยู่บ้านฉันนะน้องชาย”คนพี่พูดกวนประสาท

“ไหนจะกิจการของพี่อีก พี่จะปล่อยให้มันบริหารตัวเองหรือยังไง”ผมบ่น

“พี่รวยพอแล้ว”คนที่รวยมากกกกกก ขยับแว่นกันแดดที่ใส่แม้จะอยู่ในร่ม น่าหมั่นไส้พะยะค่ะ

“พี่จะที่ไหน?”

“หมู่บ้านควีบัน”

“หะ??? หมู่บ้านอะไรนะ อีกทีดิ้”

“ควีบัน”

“?”

“ควีบัน ฉันรู้ว่านายได้ยินแล้ว - -”

“ผมไม่รู้จัก”

“ฉันก็ไม่รู้จัก”

“พี่!!!”ผมโวยวายทันที ไม่รู้จักที่ที่ตัวเองจะไปนี่นะ??

“อย่าใส่ใจเรื่องนั้น ฉันตั้งใจจะไปพักผ่อน ฉันทำงานมาทั้งชีวิตแล้วกรุง และฉันก็คิดว่าฉันต้องการเวลาพักบ้าง”

“และหมู่บ้านควีบันมันอยู่ที่ไหน”

“อยู่ในป่า เป็นหมู่บ้านที่แปลกดี พี่คาดว่ามันคงดีถ้าได้พี่ฮีลลิ่งที่นั้นอะนะ”

“ป่าอะนะ- - คนเมืองแบบพี่น่ะหรอจะเข้าป่า”

“พี่ทำเรื่องเข้าหมู่บ้านไปแล้ว พวกเขาดูเป็นมิตร เขาพึ่งเปิดหมู่บ้าน”

“และพี่จะกลับมาเมื่อไหร่”ผมถาม ถึงแม้จะไม่อยากให้พี่ชายเพียงคนเดียวต้องไปก็เถอะ แต่ถ้าพี่โจ๊กเกอร์จะไป ผมคงห้ามไม่ได้

“กลับมาเมื่อที่นี่ต้องการพี่”พี่โจ๊กเกอร์เสยผมและเลื่อนโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่อย่างสบายอารมณ์

“พี่โจ๊กเกอร์ ที่นี่ต้องการพี่...”

“...”

พี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้ตอบอะไร พี่เขาเลื่อนโทรศัพท์ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรทำ

ผมไม่มีพ่อแม่ พ่อของผมเป็นน้องชายของแม่พี่โจ๊กเกอร์ แม่ของพี่โจ๊กเกอร์มีศักดิ์เป็นป้าของผม พ่อแม่ของผมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ผมเลยได้มาอยู่กับพี่โจ๊กเกอร์ พ่อของพี่โจ๊กเกอร์แต่งงานใหม่ตั้งแต่ที่พี่โจ๊กเกอร์ยังเด็ก ซึ่งนั้นคือตอนที่ผมยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เพราะว่าผมห่างกับพี่โจ๊กเกอร์5ปี แม่กับพี่โจ๊กเกอร์ลำบากมากในตอนแรก แต่ทันที่ทีเรียนจบมัธยมต้น พี่โจ๊กเกอร์ก็เริ่มเก็บทุนจากการทำงานพิเศษสมัยมัธยมต้น พี่โจ๊กเกอร์เริ่มลงทุนในช่วงมัธยมปลาย เมื่อพี่เขาจบมัธยมปลาย พี่เขาตัดสินใจที่จะไม่เข้ามหาวิทยาลัยและเริ่มธุรกิจอย่างจริงจัง ธุรกิจที่พี่โจ๊กเกอร์เลือกทำนั้นเป็นธุรกิจเรือ พี่เขาเปิดบริษัทขนส่งทางเรือ พี่โจ๊กเกอร์เปิดผับ สร้างโรงแรม สร้างบ้านจัดสรรในภายหลัง และตอนนี้ร่ำรวยจนเรียกได้ว่าเป็นเจ้าสัวก็ได้

พ่อแม่ผมเสียตอนผมอยู่ประถม สมัยที่พี่โจ๊กเกอร์ยังไม่มีอะไรเลย แต่แม่พี่โจ๊กเกอร์ก็รับผมไปอยู่ด้วยกัน ถึงจะลำบากก็เถอะ ตอนนี้ผมพึ่งเรียนจบปี4มาดๆ พี่โจ๊กเกอร์ก็จะทิ้งงานซะแล้วหรอ?? เหตุผลคือรวยพอแล้วอะนะ

“แม่พี่ก็ต้องการพี่”

“แต่พี่ไม่ต้องการถูกบังคับ แน่นอนว่าพี่ไม่ทิ้งแม่และนาย แต่พี่จะไม่อยู่”พี่โจ๊กเกอร์พูด พี่เขาตัดสินใจแล้ว

หลังจากที่พี่โจ๊กเกอร์กลายเป็นคนมีฐานะ แม่ของพี่โจ๊กเกอร์ก็เป็นคุณนายตามไปด้วย ตอนนี้ป้าเขากำลังคลั่งในอำนาจเงินเลยละ และเขาก็อยากให้พี่โจ๊กเกอร์แต่งงานกับลูกสาวเพื่อนของเขา พี่โจ๊กเกอร์ไม่พูดอะไรสักคำหลังจากที่รู้ความประสงค์ของแม่ตน แต่พี่เขาเก็บกระเป๋าและบอกจะไปหมู่บ้านควีบันนี่ละ- -

“ดูแลตัวเองดีๆละน้องชาย ฉันไปละ”พี่โจ๊กเกอร์พูดและลากกระเป๋าออกไป…

 

(โจ๊กเกอร์)

ผมเสยผมและกดมือถือวนไป ตอนนี้ผมอยู่บนรถที่กำลังจะพาผมไปใกล้หมู่บ้านควีบัน อย่างน้อยก็ให้ใกล้ที่สุดอะนะ

ทุกคนคงสงสัยสินะ ว่าทำไมผมถึงรู้ที่อยู่ของหมู่บ้านประหลาดที่ใช้ทองคำหรือเงินแท้เป็นสกุลเงินได้ หมู่บ้านที่ดูไม่เป็นมิตรกับโลกแบบนี้อะ- - ผมแค่บังเอิญไปทำธุระที่รัสเซีย และบังเอิญไปเห็นกระดาษที่ดูเก่าๆแผ่นนึง ปลิวมาปิดหน้าผมไว้ ตอนนั้นผมกำลังรู้สึกเบื่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าและก็รู้สึกซวยด้วย แต่กระดาษนั้นมีข่าวการเปิดหมู่บ้านควีบันน่ะสิ วิธีติดต่อก็ทำผ่านจดหมาย ผมส่งจดหมายมาแล้ว พร้อมข้อมูลเบื้องต้นที่ผมคิดว่าอาจจะ(?)จำเป็นสำหรับวีซ่า(?)ที่ผมไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านนี่เลย สุดท้ายผมได้รับจดหมายตอบกลับ เขาส่งจดหมายไปหาผมตอนที่ผมอยู่ที่ฮาวาย(พักร้อนอีกตามเคย) ในจดหมายยินดีและวิธีการเดินทางไปที่หมู่บ้าน ผมอ่านดูและก็ได้รับรู้ว่ามันไม่ยากมาก แค่ต้องเดินเข้าไปในป่าสักหน่อยละมั้ง

ตอนนี้ผมเดินเข้าป่ามา10นาทีแล้ว ไม่เจอใครเลย ไม่เจอสัญญาลักษณะใดๆทั้งสิ้น ในจดหมายบอกให้เดินไปทางทิศตะวันออกเท่านั้น ผมก็เลยพกมาแค่เข็มทิศกากๆอันนึงที่หาได้จากร้านธรรมดาๆ

“นาย!”

“??”ผมสะดุ้ง เพราะผมถูกทัก???

ผมก้มหน้าก้มตาจ้องเข็มทิศและเดินมาเลื่อยๆ ไม่นึกว่าจะเจอคน

“นายตั้งใจจะเดินไปไหน”เขาถามผม

ผมพิจารณาเขาอย่างละเอียด เขาสวดชุดผ้าไหมวาววับสีเขียวอ่อนกางเกงผ้าไหมสีดำ เขามีเลือนผมสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาสีเดียวกัน

“หมู่บ้านควีบันน่ะ”

“พอดีเลยเลย นายเป็นคนที่จะมาวันนี้สินะ ฉันชื่อเบอร์บิว เป็นคนที่ต้องมารับนาย”เขาแนะนำตัวขึ้น

“ฉันชื่อโจ๊กเกอร์”ผมแนะนำตัวและยื่นมือไปหวังจะเชกแฮน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือแววตาประหลาดใจจากเบอร์บิวแทน

“นายจะเอาอะไรจากฉันงั้นหรอ?”

“...เอ่อ ปล่าว”ผมชักมือเก็บอย่างงงๆ

“งั้นรีบเดินเถอะ เรากลับหลังตะวันตกดินไม่ได้ มันจะลำบาก นายมาช้ามาจริงๆ”เบอร์บิวบ่น เขาเดินหันหลังตรงไปเลื่อยๆ

เหมือนผมเคยได้ยินนะ ว่าอย่าเดินตามใครที่เข้ามาตอนอยู่ในป่า… แต่ผมน่าจะคิดมากแหละ- -

สำนักหมู่บ้าน

“เขียนชื่อตรงนี้ และเข้าไปแนะนำตัวกับผู้นำหมู่บ้าน เขาชื่อผู้อาวุโสเหลาเออร์”เบอร์บิวพูดอธิบายไปเลื่อย และชี้ไปที่ประตูบานนึง

“อืม”ผมเซนชื่นใส่กระดาษ5แผ่นและเดินเข้าไปในห้องนั้น เบอร์บิวก็เข้ามาด้วย

“สวัสดีครับ ผู้นำหมู่บ้าน ผมชื่อโจ๊กเกอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก”ผมแนำนำตัวพร้อมกับรอยยิ้มนักธุรกิจ

“ฉันรู้จากข้อมูลที่เธอเคยส่งมาที่นี่แล้ว ฉันผู้อาวุโสเหลาเออร์ เบอร์บิวจัดการที”

“นี่คือหนังสือกฎของที่นี่ สำหรับนายที่เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว เราคงต้องบอกก่อนว่าเราไม่ใช่หมู่บ้านท่องเที่ยวหรอกนะ”ผมรับหนังสือนั้นมาเปิดอ่านหน้าแรกอ่านพลางๆ

“อืม”

“เพราะฉะนั้น เราไม่มีโรงแรมที่พักให้คุณ คนต้องหาที่พักเอาเอง”

“!? และผมจะไปอยู่ที่ไหน”ผมถามอยากตกใจ ซวยละสิ ไม่นึกว่าจะใหม่ถึงขั้นไม่มีที่พักหรือบ้านพักเลยแหะ ผมเปิดโรงแรมที่นี่เลยดีไหมเนี่ย แต่ดูท่าจะไม่คุ้มแหะ เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่เคยมีมาก่อน แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือวันนี้ผมต้องไปนอนไหน

“นายรู้เรื่องการแลกเปลี่ยนของเราหรือยัง?”

“ถ้าเงินหรือทองไม่มีปัญหา ฉันมีทุกสกุลเงิน อยากได้อะไรละ ปอนด์ ดอลล่า เหรินหมินปี้ ฝรังก์ เยน วอน บาท กิลเดอร์”

“พอๆ เราไม่ใช้สกุลเงินพวกนั้น เราใช่ทองคำกับเงิน เงินที่เรียกว่าซิลเวอร์”

ผมยังร่ายสกุลเงินที่ผมมีตอนนี้ไม่หมดเลยนะ…

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้เตรียมมา?”

“เอามา”ผมตอบเรียบๆ

“ก็ดี แต่มีอีกอย่างที่เราต้องบอกคุณ คือเราใช้ทองคำกับเงินในการแลกเปลี่ยนก็จริง แต่ถ้าให้พูดเราก็ไม่ค่อยใช้กัน คุณต้องลองไปเสนอทองคำกับชาวบ้านดู ว่าบ้านไหนเขาต้องการพอจะให้คุณเช่าที่พักได้บ้าง”

ลำบากจังวะ

“คุณหาให้ผมไม่ได้หรอ มิสเตอร์เหลาเออร์?”ผมหันไปหาผู้นำหมู่บ้านแทน

“...”

ครืนๆๆ

ผมเททองคำในกระเป๋าออกมาปริมาณ2พูนมือ และผลักมันไปให้มิสเตอร์เหลาเออร์

“นายอย่าเสียงมารยาทกับผู้อาวุโสเหลาเออร์สิ”เบอร์บิวตำหนิ

“ผมไม่ได้มีใจจะเสียมารยาทกับพวกคุณเลยครับ แต่ผมเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยรู้ที่มาที่ไปเสียเท่าไหร่ เพราะงั้นผมเลยได้รับความช่วยเหลือจากสำนักหมู่บ้านควีบัน”

“...”มิสเตอร์เหลาเออร์ยังคงเงียบและมองกองทองนั้น

“รับไปเถอะครับ หมู่บ้านควีบันยังใหม่ อาจจะจำเป็นต้องใช้เงินมาก และเรื่องนี้ผมช่วยได้ แต่แลกกับความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง เราสามารถเกื้อกูลกัน^^”รอยยิ้มนักธุรกิจอีกครั้ง

“ผมไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านจะตกลงหรือไม่ เธอคงต้องไปเจรจากับเจ้าของบ้านเอาเอง ฉันจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า… นายหน้า ให้แล้วกัน”

“?”เบอร์บิวมองผู้อาวุโสเหลาเออร์อย่างงงๆ

“ขอบคุณมากครับ^^”

“เบอร์บิว พาเขาไปบ้านวาเลนไทน์ที”

“วาเลนไทน์?! ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ ซิลโก้ เอ็มก็อยู่ที่นั้น นั้นมัน...”เบอร์บิวเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่พูดมันออกมา

“นายต่างหากที่กำลังเสียมารยาทเบอร์บิว”มิสเตอร์เหลาเออร์มองเบอร์บิวอย่างตำหนิ

“แต่ว่า...”

“ฉันมีเหตุผล และอีกอย่างฉันก็ไม่มั่นใจด้วยว่าวาเลนไทน์จะยอมให้ผู้ชายคนนี้อยู่ด้วยหรือเปล่า กับซิสโก้คนนั้น วาเลนไทน์ก็ดูเกลียดขี้หน้าแสดงออก”

ตกลงเขาจะส่งผมไปอยู่กับใครนะ?

“เห้อ ตามฉันมา”เบอร์บิวถอนหายใจอย่างหนักใจและโบกมือเรียกให้ผมตามไป

ผมพับแว่นกันแดดราคาแพงเหน็บไว้กับอกเสื้อและเดินตามออกไป มันมืดแล้ว ไม่ต้องเท่ก็ได้มั้ง…

ก็อกๆ

“วาเลนไทน์”เบอร์บิวพาผมมาเคาะประตูบ้านหลังใหญ่ๆหลังนึง มันก็ใหญ่มากจริงๆ น่าจะอาศัยอยู่ได้ประมาณ10คนได้เลยละ ดีไซส์ก็สวยแปลกตาดี

แก๊ก

“เบอร์บิว?”คนที่เปิดประตูออกมามองเบอร์บิวอย่างประหลาดใจน้อยๆ

เขามีผมสีอ่อนดวงตาสีอ่อน อยู่ในชุดผ้าไหมสีดำสนิททั้งตัว เขามองมาที่ผมอย่างงงๆ คนนี้หรอวาเลนไทน์?

“มิไฮ”

อ่าว ชื่อมิไฮ…

“มีอะไรหรอเบอร์บิว วาเลนไทน์ไม่ว่างน่ะ แต่แปลกปกตินายก็ไม่เคยมาตามหาวาเลนไทน์ และนั้นใคร?”คนชื่อมิไฮถามขึ้น

“ฉันมาทำธุระให้ผู้อาวุโสเหลาเออร์ คนคนนี้ชื่อโจ๊กเกอร์ เป็นนักท่องเที่ยว”เบอร์บิวแนะนำผม

“สวัสดี”ผมทักตามมารยาท

“แล้วพาเขามาที่นี่ทำไม?”มิไฮมองอย่างงงๆ

“ผู้อาวุโสเหลาเออร์จะให้เขามาติดต่อของพักบ้านวาเลนไทน์”

“! ห๊า”สิ้นคำพูดของเบอร์บิวมิไฮก็ดูเหมือนจะช็อกล้มไปตรงนั้น

“ใครมาทำอะไรหรอมิไฮ?”เสียงคนภายในบ้านดังขึ้น

“วาเลนมีคนมาหานายน่ะ- -”มิไฮเรียกคนชื่อวาเลนไทน์ให้เดินออกมามองผม

“นายก็หาทางเข้าไปให้ได้เอาเองละกัน ฉันกลับแล้ว”เบอร์บิวตัดหางผม และเดินออกไปปล่อยให้ผมเผชิญกับ2คนแปลกหน้า(นายนั้นละคนแปลกหน้า)

“นายเป็นใครหรอ?”ผู้ชายตัวเล็กคนนึงเดินออกมาเผชิญหน้ากับผม สวยจริงแหะ

เขามีเส้นขนสีขาวทุกอณู ผิวก็ขาวราวกับหิมะ เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นสีอ่อนไปทางขาว เทวดาหรือยังไงกัน

“ไม่ทราบว่าขอผมเข้าไปคุยข้างในได้ไหมครับ^^;”ผมยิ้มอย่างเป็นมิตร ผมหนาวเถอะ! อากาศที่นี่เย็นชะมัด

ผมนั่งไขว้ห้างและมองคู่สนทนาที่คิดว่าเป็นคุณวาเลนไทน์ คุณมิไฮที่เป็นคนเปิดประตูเขาเดินเข้าครัวไปเอาน้ำดื่ม

“นายมีธุระอะไรกับเราหรอ”อีกฝ่ายถามผม เขานั่งโซฟาตรงข้ามและถามผมอย่างงงๆ

“คือ… ขอบใจนะ”ผมหันไปขอบใจมิไฮที่เอาน้ำมาเสิร์ฟผม

“ผมมาขอพักที่นี่น่ะ”

“...”ทั้ง2คนเงียบและสบตากัน ผมไม่เข้าใจหรอกนะพวกเขาสั่งอะไรกัน แต่เหมือนจะปรึกษากันทางสายตานั้นละ ไม่ก็ด่าผม...

“ไม่มีใครบอกนายหรือไง ว่าไม่ควรยุ่งกับบ้านหลังนี้”วาเลนไทน์หันมาถามด้วยหน้าตาสงสัย สงสัยจริงๆไม่ได้แซะตามประโยค

“ไม่มีนะ”ผมเลิกคิ้วอย่างสงสัย ทำไมละ หรือว่าบ้านนี้หลังคารั่ว ดูจากสภาพก็ยังใหม่ออก

“เห้อ ผู้อาวุโสเหลาเออร์คิดอะไรอยู่”วาเลนไทน์หันไปบ่นกับมิไฮ

“พนันได้ว่าเขาต้องอยากใช้บ้านนายเป็นห้องรับแขกหมู่บ้าน- -.”

“คือว่า ถึงฉันจะมาขออยู่แต่ฉันไม่ได้มาขออยู่ฟรีนะ”ผมพูด

ผมยกกระเป๋าเดินทางใบเล็กอีกใบขึ้นมาวางบนโต๊ะ

“อะไรละนั้น?”วาเลนไทน์งงอย่างงงๆ

“ทองคำ”ผมตอบและเปิดกระเป๋าให้ทั้ง2คนดู

“-0-”ทั้ง2คนทำหน้าเหลอลาออกมาทันที เพราะว่ากระเป๋าทันกระเป๋าถูกผมใช้เงินสดเปลี่ยนเป็นทองคำแท่งและรูปพรรณบรรจุไว้เต็มกระเป๋า

“นายถือทองคำจำนวนนี้เดินเข้าป่าน่ะหรอ?? แปลกคนชะมัด”มิไฮพูดอย่างนึกตลก

“มันเล็กน้อยแต่ก็หนักเอาเรื่อง ผมให้คุณหมดเลยคุณวาเลนไทน์”

“หะ? ให้เราทำไม?”วาเลนไทน์ยิ่งงงหนักกว่าเก่า

“ถือเป็นค่าที่อยู่ ผมแลกกับการที่พวกคุณดูแลผมในเรื่องที่พักและอาหารหรือบางทีอาจจะเรื่องอื่นด้วย ทองคำในกระเป๋านี่คือทั้งหมดที่ผมเอามาแล้วละ แต่ถ้าต้องการอีกผมก็หาได้อีก แต่ต้องเข้าเมือง”ผมอธิบาย

“เอาความจริงเราไม่ได้ต้องการทองของนายหรอกนะ บ้านของเราไม่มีใครอยู่ก็จริง แต่เราต้องการความเห็นส่วนตัวค่อนข้างมากเลยละ”

“เห้อ งั้นคุณต้องการอะไรอีกละ เพชร พลอย?”

“ไม่ ที่เราหมายถึงคือ เราต้องการความเป็นส่วนตัว”

“...”นี่เขาจะปฏิเสธทองทั้งกระเป๋านี่จริงๆหรอ

“เราให้นายอยู่ที่นี่ก็ได้ ถ้านายสัญญากับเราว่าจะไม่ออกจากห้องนอนตอนกลางคืน และช่วยงานเราบ้าง”วาเลนไทน์พูด

ทำไมต้องตอนกลางคืน? และงานอะไร?

“เอาจริงดิวาเลน?”

“ก็… ตอนนี้มันก็4ทุ่มแล้ว ถ้าปล่อยเขาไปตามทางคงแย่ ข้างนอกอันตราย”วาเลนไทน์พูด

“ว่าแต่งานที่ว่าคืองานอะไรหรอครับ”ผมถาม

“งานสวนน่ะ หลังบ้านเราปลูกผักและผลไม้อยู่ หมู่บ้านเราอยู่กันแบบพึ่งพาอาศัยตนเอง ไม่ค่อยมีใครเขาใช้ทองคำมาแลกกันแบบคนเมืองเช่นนายหรอกนะ และทองคำนั้นก็เก็บไปเถอะ เราไม่ได้ขาดแคลน”

“...”ผมอึ้งมาก ทองคำก็ไม่เอา?? ให้อยู่ฟรีอีก???

“และนายจะอยู่ที่ไหนนานเท่าไหร่ หรือว่าจะให้เขาไปอยู่บ้านฉันดีละวาเลน?”มิไฮถามผมและหันไปเสนอกับวาเลนไทน์

“ไม่ได้หรอ บ้านนายมีแค่2ห้องนอนเอง เราโยนซิสโก้ไว้บ้านนายแล้ว เราไม่กล้าให้นายใช้ห้องของแม่หรอกนะ ให้อยูนี่ก็ได้ บ้านหลังนี้มีห้องเยอะอยู่แล้ว เพียงแค่ทำตามกฏมันคงไม่ยากอะไร ใช่ไหม? ห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัวอยู่แล้ว”วาเลนไทน์ถามผม

“ตกลง ถ้าไม่ฉุกเฉินผมจะอยู่ในห้องนอนตอนกล้าคืน”

“อืม-*-”มิไฮทำหน้างงใส่ผม ก็หมายความว่าเผื่อฉุกเฉินไง!

(ซิสโก้ เอ็ม)

8.00

ผมนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงถึงเวลานอนของผมแล้ว ผมเกลียดแสงสว่างชะมัด ผมหาผ้าคลุมสีดำมาปิดหน้าต่างที่แต่เดิมมีผ้าม่านอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของบ้านหลังนี้จะรักแสงสว่าง ม่านที่เขาใช้เป็นสีขาวโปร่งลูกไม้ ซึ่งผมที่ไม่ถูกโฉลกกันแสงอาทิตย์ เกลียดมันชะมัด

ผมเหลือบสายตามองไปยังบ้านหลังข้างๆที่มีขนาดใหญ่กว่า คล้ายกับวาเลนไทน์และมิไฮยกบ้านหลังนี้ให้ผมอย่างงั้นละ มิไฮมาบ้านหลังนี้2ครั้งหลังจากที่ตกลงให้ผมอยู่ ครั้งแรกคือเข้ามาสั่งว่าทำอะไรได้อะไรไม่ได้ และครั้งที่2คือมาเก็บเสื้อผ้า

ผมมองเห็นวาเลนไทน์นั่งหันหลังให้กับบ้านของมิไฮ เขากำลังเขียนอะไรสักอย่างอยู่ เหมือนว่าบ้านหลังจะนั้นจะมีคนเข้ามาอยู่เพิ่ม แต่หลังจากที่ผมเดินสำรวจหมู่บ้านก็ค้นพบว่าคนที่นี้ขยาดบ้านของวาเลนไทน์มากเลยละ แต่ไม่มีใครพูดสาเหตุที่แท้จริงออกมาว่าทำไมถึงไม่อยากเข้าใกล้วาเลนไทน์กับมิไฮเลย

วาเลนไทน์เกลียดขี้หน้าผม ผมก็ไม่ได้ชอบเขาสักเท่าไหร่หรอก ความรู้สึกไม่ถูกชะตา รู้สึกขัดใจตลอดเวลาที่เห็นหน้าเขามันก็ทำให้ผมหงุดหงิดเช่นกันแต่ประสบการณ์ชีวิต200ปีของผมสอนให้ผมเก็บอารมณ์ ซึ่งวาเลนไทน์ยังทำไม่ได้- - ความรู้สึกที่เหมือนเจอคนที่เหมือนเรามากเกินไป...

ใช่แล้ว ปีนี้ผมอายุ202 หน้าตาของผมถูกสตาฟไว้ที่อายุ20กว่าๆ

อะสงสัย สงสัยอีก

เดากันซะให้พอ แต่ไม่ต้องเดาและละ ผมจะเฉลยเลยละกัน

ผมเป็นแวมไพร์หลังกำเนิด…

พ่อแม่ของผมเป็นมนุษย์ ท่านเสียแล้วตามอายุไขของมนุษย์ปกติ

จุดประสงค์ในการมาที่หมู่บ้านควีบันคือตามหาคนที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ผมกำลังตามหาแวมไพร์ที่กัดและทำพิธีกับผม ผมไม่ได้เต็มใจในการเป็นแบบนี้ เขาเปลี่ยนผมและเขาก็ไปเหมือนจะปล่อยให้ผมตายตรงนั้นด้วยซ้ำ แต่เพราะว่าพิธีนั้นมันเลยทำให้ผมไม่ตายง่ายๆน่ะสิ

เนื่องจากผมกลายเป็นแวมไพร์ ความตายเลยรู้สึกไกลไปเลย… ผมรอดมาได้ ผมจำหน้าแวมไพร์ตนนั้นได้ และผมก็ตามหาเขามาตลอด180ปีนี้

ผมอยู่กับพ่อแม่จนผมอายุ60ท่านก็เสียเพราะโรคและอายุไขท่าน แต่หน้าและร่างกายผมยังคง20 เพราะว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ผมเลยเว้นระยะห่างจากพวกท่านและออกมาใช้ชีวิต เนื่องจากเวลานอนตีกลับ ผมมักง่วงในตอนกลางวันและตาสว่างตอนกลางคืน ดื่มเลือดเป็นอาหาร แต่ผมสามารถกินอาหารมนุษย์ปกติได้นะ แต่กินไปก็ไม่อิ่มและเหมือนจะไม่ย่อยด้วย สุดท้ายก็ต้องอ้วกออกมาและดื่มเลือดอยู่ดีและจะกินไปทำไมให้ฝืน? ผมเป็นพวกตามใจตัวเองอยู่ละ แต่ผมได้ไปกัดคอใครเขามั่วซั่วหรอกนะ ผมมีแหล่งซื้ออยู่

นอนดีกว่า เดี๋ยวกลางคืนค่อยออกไปสำรวจในป่าอีกรอบละกัน

ในบล็อกจะอัพเร็วกว่าในเด็กดีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น