กรงรักมายาหัวใจ

ตอนที่ 15 : เมนูรัก part 2 (อัพเมื่อจันทร์ที่ 27 ส.ค เข้ามาแก้คำผิด 29 ส.ค ค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 มี.ค. 56

 


ไม่นานนักบรรดาอาหารตามรายการก็ทยอยมาเสิร์ฟยังโต๊ะของ

ลูกค้าชาวไทย และลูกครึ่งไทยแคนาดา อีกคน ปาริสาทนหิว

มานานแล้ว ทันทีสะเต็กหมูย่างซอสบาร์บีคิววางลงตรงหน้า

หล่อนก็รีบฉวยมีดกับส้อมอุปกรณ์ที่วางเป็นชุดอยู่แล้วบนโต๊ะ

ทว่าจานอาหารกลับลอยวืดหายไป มีดกับส้อมจึงปักอยู่บนโต๊ะ

แทนจะอยู่ตรงชิ้นเนื้อ ร่างบางสะบัดหน้าหันไปมองคนตนเหตุ

ทำให้เจ้าสิ่งที่กำลังส่งกลิ่นยั่วน้ำลายอันตรธานไปกับมือของเขา

 เรียวปากบางได้แต่อ้าค้างหยุดคำพูดทุกอย่างไว้ที่ปลายลิ้น

 เมื่อชายหนุ่มนำจานของเขามาวางไว้แทน

                                                                  

“เอาจานนี้ไป” เขาบอก “พี่หั่นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”

                                                                  

ไม่ใช่แค่ปากเผยอค้าง หล่อนยังมองเขาตาค้างพร้อมกับสีหน้า

ลำบากใจ เมื่อเห็นคนฝั่งตรงข้ามถืออาวุธอาหารอยู่ในมือไว้

อย่างนั้นโดยยังไม่ยอมจัดการกับศัตรูความหิวที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะ

พวกเขากำลังจ้องแบบลืมกิน สลับกันไปมาระหว่าง

ปาริสาและปารีส    

                                                                                               

“ทำไมไม่กิน” คนต้นเหตุยังอุตส่าห์พูดอีก “ท่าทางหิว

หรือจะให้พี่ป้อน”                                          

หญิงสาวแทบสำลักน้ำลายตัวเอง

                                                                  

“มะ...ไม่ต้อง ค่ะ ริสาทานเองได้”  รีบบอกเขาก่อนจะเอาส้อม

ปักลงไปในชิ้นเนื้อเข้าปาก ตามด้วยน้ำอีกอึกใหญ่ เพราะ

รู้สึกฝืดคอพิกล

                                     

                                                                  

“ทำไมพูดแบบนั้น” ทวีปทักน้ำเสียงยั่วแหย่ “ดูสิน้องริสาเขิน

จนหน้าแดงแล้ว” คนพูดหันไปทางแฟนตัวเองบ้าง กล่าวสัพยอก

 

                                                                                                                  

“มิกา เห็นทีเราสองคนคงไม่ต้องออกแรงเชียร์ให้เหนื่อยแล้วล่ะ”

ทวีปพยักพเยิดหน้าไปทางปารีส “นายปารีสดูสนใจเพื่อนของเธอ

เป็นพิเศษ ออกนอกหน้าเสียขนาดนั้น”

                                                                            

“จริงด้วย” เขมิกาเห็นตามแล้วหันไปทางเจ้าของเรื่องฝ่ายหญิง

“ริสา ถามจริง เมื่อวานเธอไปทำอีท่าไหน ถึงทำให้ผู้ชายแบบพี่ปารีส

เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”

                                                                                               

“ริสาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เขาต่างหากเป็นคนทำ”

ปาริสาหลุดปากโดยไม่รู้ตัว เพราะอยู่ในอารมณ์ประหม่าแกมตกใจ

ได้สติเมื่อมีเสียงบางอย่างตอบสนอง

                                                                                     

“ห๊า!”ทวีปเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง   

                                                                            

“อะไรนะ!” เขมิกาอุทานแกมประหลาดใจ ว่าสิ่งที่หล่อนคิดสงสัย

และกลัวว่าเพื่อนสนิทคนใหม่จะพลาด ได้เกิดขึ้นจริง

                                                                                                                  

“ทำไมต้องทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกอย่างนั้น” ปารีสไม่สะทกสะท้าน

ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “ใช่ฉันเป็นคนทำ ถ้าไม่เพราะฉันอยากไปเล่น

สกีแบบโลดโผนอย่างที่เคยทำ คงไม่ต้องเจอหิมะถล่มติดอยู่กับพายุ

อย่างช่วยไม่ได้”

                  

ทวีปวางช้อนลง ตบโต๊ะดังปังเบาๆ

                                                                                     

“สุดยอด ฉากสถานการณ์คลาสสิกเลยวะเพื่อน ถ้าเป็นละครน้ำเน่า

แบบไทยๆ ก็ติดอยู่กระท่อมร้างกลางป่าท่ามกลางสายฝนตกหนัก

แล้วนายล่ะไปอยู่บนนั้นรอดมาถึงเช้าได้ไง”

                                                         

“มีกระท่อมของพวกนักล่าสัตว์หรือไม่ก็พวกนักเดินทางปีนภูเขา

อยู่บนยอดเขาสูงขึ้นไป เราเลยไปพักกันที่นั่น”  

 

“บังเอิญจัง” เขมิกากล่าวอย่างต้องการหาเรื่องคุย เพราะไม่อยากกิน

ด้วยยังอิ่มจัดกับอาหารมื้อก่อนนั้น ก่อนจะเจาะเข้าประเด็น

“หรือเจตนา ทำไมไม่หาทางกลับลงมาข้างล่าง อุตส่าห์ปีน

ขึ้นไปอีก”     

                                     

ปารีสไม่สนใจตอบ กลับใช้มีดเฉือนเนื้อแล้วใช้ส้อมจิ้มอาหาร

เข้าปาก สีหน้านิ่งขรึมเยียบเย็น บรรยากาศเหมือนกำลังย้าย

โต๊ะอาหารไปวางนั่งอยู่ท่ามกลางลานหิมะขาวโพลนจนหนาว

สะท้าน ทวีปเห็นอาการเพื่อนสนิทก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังเซ็งและ

ไม่อยากใส่ใจกับเขมิกา เพราะไอ้ท่าทางแบบนี้จนบรรดาคน

รอบข้างที่ไม่สนิทด้วยต่างพากันคิดว่า ปารีสเป็นผู้ชาย

ถือตัวและหยิ่งยโส  

                                                                                               

“เธอจะบ้าหรือไงเขมิกา” ทวีปช่วยแฟนสาวด้วยกันหันไปเอ็ด

“ไม่ได้ยินเหรอพวกเขาไปเจอหิมะถล่ม แถมพายุก็ตกหนัก

รอดตายมาได้ก็บุญแล้ว ยังจะให้เขาถ่อสังขารเสี่ยงชีวิต

อีกทำไม เธอจะไปคาดคั้นเอาอะไรพี่ปารีส”

                            

“พี่ทวีปไม่รู้อะไรก็เงียบไปเถอะ” ฝ่ายชายกลับโดนเข้าบ้าง

“กระท่อมร้างกลางป่าฝนตกหนัก กับกระท่อมบนยอดเขาหิมะ

ตกหนัก อากาศติดลบสามสิบกว่าองศาแบบนั้น สถานการณ์

มันต่างกัน”

                                               

“แล้วเธออยากจะรู้อะไร” ทวีปถามจริงจัง

                                                                  

“ก็อยากรู้ว่า พวกเขาอยู่บนนั้นได้ไงทั้งคืน โดยไม่มี

อะไรเกิดขึ้น หรือว่าเกิด”

                                               

ประโยคหลังเขมิกาหันไปมองปาริสาซึ่งกำลังพยายามอย่าง

ยิ่งยวดไม่แสดงว่ามีตัวตนอยู่แถวนั้น หล่อนรีบกลืนอาหาร

ลงกระเพาะอย่างยากเย็น กลั้นใจหลับหูหลับตาตอบโกหก

หลีกเลี่ยงความจริง

                                               

“เปล่าไม่มีอะไร” ปาริสาฉีกยิ้มหวาน “บนนั้นสบายมาก

มีเตาผิงให้ความอบอุ่นทั้งคืน” เตาผิงมีชีวิตที่นั่งข้างหันไป

มองหญิงสาวพยายามกลั้นยิ้ม “แถมมีตะเกียงพายุให้ความ

สว่างอีกต่างหาก บรรยากาศสบายมากราวกับบ้านพัก

ตากอากาศ มีเบียร์มีเหล้าให้ดื่ม เหมือนไปพักผ่อน

มากกว่าไปติดพายุหิมะเสียอีก”

                                               

พูดจบร่างบางถึงกับลอบถอนหายใจกับความเป็นตุเป็นตะ

กำลังปั้นน้ำเป็นตัวเสียยืดยาว

                            

“มีเบียร์ มีเหล้าด้วย” เขมิกาถามย้ำ “แล้วเธอกินหรือเปล่าริสา”

คนถูกถามทำเพียงส่ายศีรษะไปมา ไม่อยากพูดอะไรที่ไม่เป็น

ความจริงอีก ตอบอยู่ในใจ เปล่ากินแค่ดื่มหมดขวดแค่นั้นเอง

                                                         

“เฮ้อ! ค่อยโล่งอก ดีนะ คนคอไม่แข็งอย่างเธอยอมทำตาม

สิ่งที่เคยบอกว่าต่อไปหากอยู่กับผู้ชายตามลำพังสองต่อสอง

 ห้ามดื่มพวกของมึนเมาเด็ดขาด เดี๋ยวจะเกิดเรื่องเอา” 

                                                         

ปาริสาอยากกลั้นหายใจตายลงตรงนั้น ถ้าสถานการณ์

ไม่บีบบังคับ หล่อนก็อยากทำตามอยู่หรอก

                            

“ได้ยินแบบนี้แล้วชักอยากไปแล้วสิ” ทวีปพูดขึ้นบ้าง

หันไปทางปารีส “ไว้พรุ่งนี้ พวกเราทั้งหมดไปออกกำลังกาย โดย

การปีนเขา แล้วขึ้นไปพักกันบนนั้นดีไหม”

                                                                                     

“เป็นความคิดที่ดีค่ะพี่ทวีป” เขมิกาเห็นด้วย ทวีปจึงรีบสรุป

                                                         

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ให้พวกเขาพักผ่อนเอาแรงให้เต็มที่

แล้วพรุ่งนี้ค่อยลุยต่อด้วยกัน”

                                     

“ไปกันเองสองคนเถอะ” ปารีสปฏิเสธอย่างไม่เสียเวลาเอาใจ

เพราะตนมีแผนอื่นสำรองอยู่ในใจ “พรุ่งนี้ฉันไม่ว่าง”

                                                                                                                            

“อ้าว!” ทั้งทวีปและเขมิกาอุทานเกือบพร้อมกัน ฝ่ายทวีป

อาสาโวยขึ้นอย่างสงสัยและรู้ดี

                                     

“อย่าบอกนะว่าจะไปซ้อมเล่นสกี อย่างนายต่อให้งดฝึก

สักสามวันติดต่อกันก็ไมทำให้พลาดเหรียญทองหรอก

เพราะฉะนั้นมาครั้งนี้ เปลี่ยนแผนสักหน่อยไม่ได้หรือไง”

                                                                            

“ฉันมีแผนอื่นแล้ว” ปารีสตอบสั้นๆ       

                                                                            

“แผนอะไร มีเรื่องอื่นที่สนุกกว่าหรือไง ก็ได้ไหนลองว่ามาสิ”

ทวีปกระตือรือร้น ลองเป็นแผนหรือความคิดของปารีส

ซึ่งนานๆ จะออกนอกกรอบเสียที ต้องไม่ธรรมดา

                                                                            

“พรุ่งนี้เราจะกลับกัน ฉันจะขับรถไปส่งทุกคนกลับที่พัก แผนนี้

มีแค่สำหรับฉันเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคนอื่น”

ปารีสย้ำชัดด้วยสายตาที่มองจ้องเพื่อนสนิท เท่านี้ทวีปก็รู้ตัว

ว่าตนไม่ได้อยู่ในโปรแกรมพิเศษของเพื่อน ทว่าก็อดถามเพราะ

ความอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเพื่อนไม่ได้อยู่ดี    

                                                                            

“บอกได้ไหมว่าจะไปทำอะไร”

                                                                                     

“ถ้าบอกได้ฉันบอกไปนานแล้ว ไม่รอให้แกต้องถามหรอก”

ปารีสย้อนแบบกวนอารมณ์ตามประสาคนคุ้นเคยอย่าง

เพื่อนสนิทที่พูดจาทำนองนี้เป็นเรื่องปกติ        

                                                                            

“ว้า! แย่จัง เป็นครั้งแรกที่ชวนริสา มาเปิดหูเปิดตา ตอน

พี่ปารีสมาฝึกสกี น่าจะอยู่พักผ่อนที่นี่ต่อ”

                            

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงริสา ริสาเองก็อยากกลับเหมือนกัน

ไม่ค่อยชอบอากาศหนาว หิมะเยอะแบบนี้”

                  

ปาริสากำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง รีบเงยหน้าบอก

เพื่อนสนิทคนใหม่ให้หายกังวลเรื่องของตน นึกอยู่ในใจว่า

หล่อนเปิดหูเปิดตา แถมเปิดตัวอย่างเป็นทางการมากพอแล้ว

แค่ช่วงเวลาหนึ่งวันและค่ำคืนที่ผ่านมา การกลับไปยังรังนอน

ของตัวเองเป็นความคิดที่ดีไม่น้อย จะได้ทบทวนเรื่องชีวิตของ

ตนในอนาคต โดยขออยู่ตามลำพัง และรักษาระยะห่างจาก

เขาสักพักก็ยังดี

                                                                                               

เสียงสัญญาณสั้นๆ บ่งบอกว่ามีข้อความเข้ามาในโทรศัพท์

มือถือของปารีสซึ่งวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ โดยไม่ได้เก็บไว้ในกระเป๋า

เสื้อกันหนาว เพราะก่อนนั้นใช้โทรตามแจ้งการมาถึงของเขา

และปาริสาให้อีกสองคนที่เฝ้ารอคอยอยู่ยังโรงแรมที่พักแห่งนี้

ได้รับรู้ ทว่านอกจากเจ้าของเครื่องจะเหลือบมองแล้ว

ทวีปเองก็เห็นเช่นกันเมื่อวัตถุเทคโนโลยีล่าสุดขนาดกะทัดรัด

อยู่ฝั่งใกล้เขาเหมือนกัน

                                                                                               

“ใคร ยายแม่มด” ทวีปถามนึกสงสัย “ไม่เคยได้ยินแกพูดเกี่ยวกับคนนี้

หรือชื่อแปลกๆ แบบนี้โทรคุยด้วย”

 

ใคร? ที่กำลังพูดถึง ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเอร็ดอร่อยกับอาหาร

ทำไม่รู้ไม่ชี้

                                                                  

“ไม่ต้องรู้สึกเรื่องได้ไหม” ปารีสย้อนตอบเสียงเรียบสนิทเช่นเคย

ทวีปจำต้องตอบไปอย่างหมั่นไส้

                            

“ได้ ฉันไม่รู้เรื่องแกแค่เรื่องสองเรื่องคงไม่ถึงกับขาดอากาศ

หายใจตายหรอก”

                                               

“นี่สิ เขาถึงเรียกว่าเพื่อนแท้รู้ใจ” ปารีสกล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ

“ไว้ถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เอง”

                                     

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเปิดอ่านพร้อมกับ

รอยอมยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าสาวข้างกายส่งข้อความ

มาอย่างไร

                                                                                                                  

พี่ปารีสไหนรับปากว่าจะแสดงบทให้แนบเนียน นี่มัน

แนบสนิทต่างหาก เลิกคุยกับริสาได้แล้ว และไม่ควร

เอาอกเอาใจ ต่อหน้าสองคนนั้นด้วย จะคุยอะไรกัน

ก็คุยก็ทำไป แต่หลีกเลี่ยงเรื่องที่มีริสาไปเกี่ยวข้องด้วย

                            

เขาอ่านจบก็ไม่ได้วางลงทันที ดูเหมือนมีข้อความมาอีกครั้ง

พอเปิดอ่านก็เห็นว่าเป็นของ ยายแม่มดคนเดิมของเขา

หล่อนคงรีบพิมพ์ต่อส่งทันที เมื่อได้ยินเรื่องราวที่สนทนา

กันกลางวงรับประทานอาหาร

                            

เราจะกลับกันพรุ่งนี้เป็นความคิดที่ดีค่ะ พี่คงมีธุระสำคัญ

ถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้องโทร.หรือมาหาริสานะคะ ริสาไม่คิดมาก

และไม่ต้องเป็นห่วง ไว้กลับไปซ้อมการแสดงให้แนบเนียน

กว่านี้แล้วค่อยกลับมาหา โชคดีค่ะ

                                     

ไม่นานจากนั้นหลังจากปารีสพิมพ์ข้อความโต้ตอบ หล่อนก็

ค่อยๆ กระมิดกระเมี้ยนเหมือนไม่ค่อยสนใจหรือกระตือรือร้น

อยากอ่าน หรือแสดงว่ามันเป็นข้อความสำคัญ ปาริสายังคง

ทำตัวได้แนบเนียนกว่าเหมือนเดิม ร่างบางเปิดออกอ่าน

                                                                                                                   

แล้วจะเสียใจ

สั้นๆ ถึงจะมีความหมาย แต่ก็ไม่ได้ขยายความให้ชัดเจน

หญิงสาวเม้มปากแน่น นึกต่อว่าเขาอยู่ในใจ ทีพูดละก็ยาว

เป็นกิโล พิมพ์ข้อความกลับมาแค่ไม่เกินหนึ่งนิ้ว

                                                                  

หล่อนจะเสียใจทำไมกับการที่เขาไม่โทร หรือไม่มาหา เมื่อ

เป็นความต้องการของตนอยู่แล้ว เพื่อขอเวลาทบทวนตัวเอง

โดยไม่มีผู้ชายที่ชื่อปารีสมามีอิทธิพลถ่วงน้ำหนักกับเหตุผล

ในการตัดสินใจปรับแผน หรือเดินหน้าไปตามแผนเดิมที่

วางไว้ หญิงสาวรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอีกครั้ง

                                               

แล้วจะรอความเสียใจปารีสได้อ่านถึงกับหัวเราะร่วน

เจ้าของข้อความถึงกับสะบัดหน้าหันไปมองเม้มปากแน่น

มือสองข้างยังกุมประคองโทรศัพท์อยู่ในมือ

                                                                                     

“สองคนนี้ยังไงกัน”

ทวีปพูดขึ้นหลังจากนั่งมอง ระหว่างแทะเล็มอาหารที่ละเล็ก

ละน้อย เพราะปริมาณดูเหมือนแทบจะล้นกระเพราะเมื่อ

ลงไปสมทบของเดิม

“คนหนึ่งหน้าตาอารมณ์ดีหัวเราะชอบใจเมื่อได้รับข้อความ

ส่วนอีกคนก็หน้าเครียดกับข้อความที่ส่งเข้ามา”

พูดจบก็หันไปทางเขมิกาที่ก่อนนั้นเอาแต่กังวลเป็นห่วง

เพื่อนสนิทคนใหม่  

                  

“มิกา พี่ว่าเธอควรเลิกกังวลได้แล้ว ว่าการที่สองคนนี้หายไป

ด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้น ขนาดเสียงหัวเราะของพี่ปารีส ยังทำ

ให้น้องริสาหงุดหงิดได้เลย”         

                                                                            

“ใช่ค่ะ” ปาริสาวางตัวเองเนียนมาตลอดรีบตอบ สวมรอย

ตามคำกล่าวอ้าง     

                                                                                                   

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^                                            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #43 p2506 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 11:29
    พี่ปารีสชอบทำมึน  แกล้งน้องริสาเรื่อยเลยอ่ะ !!
    #43
    0