กรงรักมายาหัวใจ

ตอนที่ 16 : สิ่งที่ค้างคาใจและข้อสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 มี.ค. 56


 



ปารีสยังคงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษเหมือนเดิม เพราะสภาพหิมะปกคลุมบนเส้นทางระหว่างเดินทางกลับ ต่างกันตรงข้างตัวเขาเวลามองกระจกข้าง ควรจะได้เห็นใบหน้าสวยหวานของปาริสา กลับมีใครบางคนมานั่งทำหน้ามึนหัวโด่อยู่แทน เมื่อเขมิกาดันลากหนีบปาริสาให้ไปนั่งด้วย แล้วออกปากบอกให้ทวีปยัดตัวเองขึ้นไปนั่งด้านหน้า ชายหนุ่มเหลือบตามองกระจกหลัง เห็นแฟนเพื่อนกระซิบข้างหู เขาไม่รู้คำถามรู้แต่คำตอบเมื่อเห็นปาริสาส่ายหน้า ปารีสหมดความสนใจเพราะทราบดีว่าหญิงคนรักเอาตัวรอดได้สบาย เพราะเธอแอบเนียนมาตลอด

 

 

และสิ่งที่ปารีสไม่รู้อีกอย่างคือเมื่อคืนปาริสาเอาตัวรอดโดยแกล้งทำเหนื่อยเพลียและหลับยาวจนถึงเช้า แล้วรีบลุกขึ้นแต่งตัวลงมารอด้านล่างโถงล็อบบี้ของโรงแรมไม่รอให้เขมิกาตื่นมานั่งไล่เรียงซักไซ้เอาคำตอบ ใช้เวลานานกว่าตอนมา เพราะสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ทั้งหมดเดินทางมาถึงเมืองโตรอนโต มลรัฐออนตาริโอ ซึ่งพวกเขาพักอาศัยอยู่ อากาศดูต่างกันมากกับสถานที่ซึ่งจากมา

 

“ค่อยอุ่นขึ้นหน่อย ถึงจะมีหิมะให้เห็นตามข้างทาง แต่ก็ไม่ตกแล้ว แถมหนาวน้อยกว่าที่นั่น” เขมิกาบ่น

 

“โลกทุกวันนี้แปรปรวนไปหมดแล้ว เมื่อก่อนเมืองที่เราอยู่อากาศหนาวไม่เกินลบสิบองศา พายุหิมะถล่มเมื่อหลายวันก่อนเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี” ทวีปรีบบอกกล่าวแฟนสาวที่พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะพูด

 

“ก็เพราะมาจากฝีมือมนุษย์นี่แหละที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน” เขมิกาบ่นต่อ ก่อนจะพูดต่อท้ายเมื่อนึกขึ้นได้

 

“แต่ถ้าไม่เพราะพายุถล่มวันนั้น คงไม่ได้เจอกับริสา ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้พวกเรามาเจอกัน”

 

ปาริสาใช้วิธีการเดิมคือแกล้งทำเนียนเป็นหลับคอพับคออ่อน ถึงกับบ่นงุบงิบอยู่ในใจ ทำไมต้องวกเอาเรื่องนี้มาเกี่ยวด้วย ก่อนนั้นเจอคำถามจี้จุดกลางใจ ตนไม่อยากพูดอะไร ได้แต่สั่นหน้ากับพยักหน้าเท่านั้น เหลือบเห็นปารีสกำลังมองมาด้วยรอยอมยิ้มขณะจ้องหล่อนผ่านทางกระจก นึกอยากจะเอานิ้วจิ้มตาคมกริบทั้งคู่เสียเดี๋ยวนั้น กับการทำตัวสบายเกินเหตุ ตรงข้ามกันหล่อนกลับรู้สึกอึดอัดเวลาเจอสายตาของเพื่อนใหม่ชายหญิงอีกคู่ คงเรียกได้ว่าเป็นประเภท วัวสันหลังหวะเอาแต่คอยหวาดระแวง                                                                                            

 

“ใช่เลย มิกาพูดอีกก็ถูกอีก” ทวีปเสริมทัพเข้าขากับแฟนสาว ปาริสานึกอยากให้ปารีสออกโรงบ้าง แทนจะนั่งนิ่งเฉยเป็นหินผาไม่รู้สึกสะท้านร้อนสะท้านหนาว หล่อนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย                                       

 

“ดูสิหลับเป็นตาย” เสียงทวีปยังคงลอยมาให้ได้ยินในเมื่อหล่อนแกล้งหลับ “ท่าทางคงยังไม่หายเพลียจากการต้องไปเจอศึกหนักเมื่อวันก่อน” ปาริสาแอบสะดุ้งเมื่อโดนจี้จุดอีกรอบ เมื่อแม่ทัพนำศึกก็อยู่ในรถคันเดียวกัน       หล่อนรู้สึกอาย

 

“ต้องไปเจอเรื่องแบบนั้นริสาคงกลัวมาก” ทวีปเสริมอีกก่อนจะหันไปหาแม่ทัพตัวสูง “นายเป็นผู้ชาย ทำไมไม่ปลอบน้องเขาหน่อย คงจะหวาดผวาจนนอนไม่หลับ”

ปารีสหันขวับไปจ้องหน้าเพื่อน อยากจะตะโกนใส่หน้าเหลือเกินว่า คนที่นอนไม่หลับคือฉันต่างหากในเมื่อคืนนั้นคนหลับเป็นสุขแถมกอดเสียแน่นแล้วยังเอาลำขาเรียวเกี่ยวตวัดเขาไว้ราวกับเป็นหมอนข้างกลับเป็นปาริสา ตรงข้ามกันร่างกายแข็งแรงสัมผัสกับความนุ่มนวลกลิ่นหอมจากกายสาวในวงแขน จะมีผู้ชายหน้าไหนปิดตาหลับลงได้ เขาได้แต่ข่มกลั้นอดทนยอมทรยศต่อร่างกายตัวเองเพื่อเห็นแก่หัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกแทบทะลุ คำว่า รักอยู่เหนือกฎธรรมชาติ     

 

“ฉันพูดอะไรผิดหรือไง ถึงได้หันมาจ้องหน้ากันแบบนั้น” ทวีปถามหน้าตาเฉย

 

“ไม่ได้พูดผิดหรอก แต่พูดมากเกินไปต่างหาก” ปารีสย้อนสีหน้าเย็นเรียบเฉยเหมือนเดิมเป็นปกติ

 

“เลิกทำตัวเป็นผู้ชายเย็นชาได้แล้ว” ทวีปยังไม่เลิกพูดมาก “หัดทำคะแนนหน่อยสิวะเพื่อน เป็นแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะมีแฟนเสียที ฉันก็ขี้เกียจพูดอ้อมไปอ้อมมาให้เสียเวลา เอาเป็นว่า จีบน้องริสาเถอะ ฉันสนับสนุน”

 

“มองแบบนี้อีกแล้ว คราวนี้ฉันไม่กลัวนะโว้ย” ทวีปบอกเมื่อเจอสายตาพิฆาตของคู่กรณี เจ้าตัวเหยียบเบรกรถจอดกึกกับที่สนิท

 

“ลงจากรถฉันไปได้แล้ว” ปารีสหันไปบอกจริงจังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

“นายมันใจร้ายเกินไปแล้ว พูดแค่นี้ถึงกับไล่ลงข้างทางกันหรือไง” เป็นผู้ชายใครบอกน้อยใจไม่เป็น ทวีปรู้สึกหดหู่ เพราะไม่เคยโดนเพื่อนสนิทอย่างปารีสทำแบบนี้มาก่อน ข้างฝ่ายเขมิการีบเข้าไปสะกิด

 

“มิกาไม่ต้องมาห้ามพี่เลย วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ออกปากไล่กันแบบนี้มันเจ็บใจพิลึก สู้ไม่ต้องพูดอะไร แล้วถีบลงจากรถไปเลยยังจะดีเสียกว่า”                                                                                                           

“จะไม่ลงหรือไง” ปารีสถาม “เห็นทุกทีมาถึงนี่จะขอแวะก่อนทุกที แล้วค่อยกลับเอง” ทวีปเริ่มเหลียวมองรอบตัว

 

“ที่สะกิดเพราะจะบอกว่าถึงที่พักของมิกาแล้ว” คนสะกิดเก้อรีบบอกหลังจากอ้าปากค้าง ตามไม่ทันว่าแฟนหนุ่มของตนโวยวายด้วยเรื่องอะไร

 

“วันนี้ไม่ลง ไม่แวะ จะต้องรีบกลับไปท่องตำรา ใกล้สอบปิดภาคแล้ว” ทวีปเริ่มทำตัวเนียนเลียนแบบคนแกล้งหลับไม่ตื่น เมื่อเริ่มรู้ตัวเหมือนกำลังมีรอยร้าวอยู่บนใบหน้า  ก่อนจะหันไปบอกแฟนสาว “มิกาจ๊ะ วันนี้ขอโทษด้วยนะ คือพี่ต้องรีบกลับไปเตรียมตัวสอบ เป็นวิชาที่สำคัญด้วย”

 

“สำคัญถึงขนาดเมื่อวานยังมีจิตใจชวนฉันไปปีนเขาต่อหรือไง” ปารีสพูดบ้าง ทวีปแอบหันไปแยกเขี้ยวใส่

 

“ใช่พี่ปารีสพูดถูก” เขมิกาเอาบ้างสะบัดเสียงงอน “สมหวังแล้วนี่ เลยไม่คิดจะตามขึ้นไปนั่งคุยเล่นต่อ อยากจะบอกว่าไม่เคยออกปากชวนสักครั้ง” เขมิกาได้โอกาสบอก “ทุกทีก็ตามลงไปเอง ใครจะไปรู้ว่าเกิดนึกเปลี่ยนใจขึ้นมา รู้งี้ไม่สะกิดให้เมื่อยหรอก

 

หากเพราะทวีปไม่ทำมึน เรื่องความลับคงไม่เปิดเผย เมื่อถูกถามว่า สมหวังเรื่องอะไร?’ เขมิกาเลยจัดหนักตะโกนกลับไปเสียงดังกระจกแทบร้าวว่า ขโมยจูบแรกของมิกาไปแล้ว ผ่านไม่กี่วันทำลืม บ้าที่สุด! แล้วเจ้าหล่อนก็ปิดประตูรถดังปัง ทั้งที่เจ้าของรถตัวจริงคืออีกคน ทวีปตั้งท่าลงไปตามง้อแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ

 

“จะไม่ลงไปหรือไง” ปารีสถามด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ได้สะใจ แค่เห็นว่าคู่นี้น่ารักดี

 

“ผู้หญิงกำลังโกรธ จะลงไปให้เจ็บตัวทำไม” ทวีปหันมาบอก “รอให้คุณเธอใจเย็นก่อน วันหลังค่อยสะสาง นายก็รีบมีแฟนกับเขาเสียทีสิ จะได้เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงบ้าง ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามไม่มีจริงหรอก ของอย่างนี้ขืนชักช้าคนอื่นก็คว้าไปกิน ระวังเดี๋ยวตามฉันไม่ทัน”

 

ปารีสกระตุกยิ้ม หัวเราะกลั้วในลำคอ ร่างสูงทำเพียงเท่านั้น ได้แต่นึกอยู่ในใจว่าคนที่ตามไม่ทัน คือคนกำลังพูดไม่หยุดปากต่างหาก ในเมื่อตนเลยข้ามขั้นตอนนั้นไปแล้ว เขาเลิกสนใจเพื่อนพร้อมกับเคลื่อนรถต่อไปยังจุดหมายอีกแห่ง และความสนใจของทวีปไม่ได้จดจ่ออยู่กับคนขับ เมื่อสังเกตเห็นปาริสาค่อยๆ ขยับรู้สึกตัว เจ้าหล่อนทำหน้าซึมเซาอย่างคนเพิ่งตื่นนอน

 

“อ้าว ส่งมิกาถึงที่พักเรียบร้อยแล้วเหรอคะ” หญิงสาวถามขณะแสร้งทำลูบผมให้เข้าทรงแก้เขิน

 

“ครับ” ทวีปตอบ “ว่าแต่น้องริสาไม่สบายเปล่าครับ เห็นหลับมาตลอดทาง”

 

“เปล่าค่ะ” หล่อนตอบยิ้มฝืดๆ “ริสาแค่รู้สึกไม่ชินกับอากาศหนาวจัดเท่าไหร่ เลยรู้สึกง่วงนอนแค่นั้นเองค่ะ”

 

“ถ้าอย่างนั้นกลับที่พักแล้วก็พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ ถ้าเกิดไม่สบายโทรหามิกานะครับ ถึงพี่จะเป็นแค่นักศึกษาแพทย์ ยังไม่ได้เรียนเฉพาะทาง แต่อาการพื้นฐานทั่วไปพี่ก็พอวิเคราะห์รักษาได้อยู่ น้องริสาดูบอบบางเหมือนจะล้มพับได้ตลอดเวลาแบบนี้ พี่ทวีปก็อดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้”

 

“แล้วทำไมต้องเป็นห่วงริสาด้วย” ปารีสหันไปถามเสียงเข้มเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว กับน้ำเสียงหวานนุ่มน่าฟังเป็นพิเศษของเพื่อนสนิท แต่กลับระคายหูเขาพิกล “นายเป็นอะไรกับน้องเขา”

 

“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่หน้าที่สุภาพบุรุษพึงปฏิบัติต่อสุภาพสตรีแค่นั้น” ทวีปบอก ปาริสาคลี่ยิ้มรู้สึกชอบใจกับคำพูดนั้น ยิ่งทำให้ปารีสเห็นแล้วหงุดหงิดเข้าไปอีก ทวีปหรี่ตามองคนอารมณ์เสียรู้สึกแปลกใจ

 

“นี่ถ้าฉันไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว และนายเป็นแฟนกับน้องริสา ฉันต้องคิดว่าอาการแบบนี้กำลังหึงหวงแน่นอน”

 

ปาริสาตัวแข็งหุบยิ้มกับคำพูดของรุ่นพี่อีกคน ตวัดสายตามองคนที่สมควรได้ตุ๊กตาทองสาขาการแสดงยอดแย่นั้นไปครอง แต่ทำไมพอคำพูดสนทนาระหว่างสองหนุ่มกลับทำให้หล่อนรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเสียเอง ทั้งที่ควรจะดีใจกับสถานการณ์ที่ทวีปไม่สามารถจับพิรุธอะไรได้

 

“จะบ้าหรือไง ฉันยังสติดีอยู่ จะไปหึงหวงผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนได้ยังไง ถ้าจะเพี้ยน ผู้หญิงที่จะมาเป็นแฟนฉันได้ต้องไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาแน่นอน” ปารีสตอบเพื่อน

 

“อืมม์...มันก็จริง นายมันพวกคนสังคมชั้นสูง พวกเราก็ลืมคิดไป สรุปก็ไม่ควรลุ้นให้เหนื่อย”

 

“ใช่ เลิกวุ่นวายเรื่องของคนอื่นเถอะ” ปารีสย้ำเตือน “เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ” ทวีปพยักเพยิดหน้า

 

“โอเค ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องหัวใจของแกแล้ว ในเมื่อแกไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาอย่างฉัน ลุ้นไปก็เท่านั้น”

 

เรียวคิ้วบางของปาริสาขมวดแทบชนกันอย่างนึกสงสัย พวกสังคมชั้นสูง’ ‘ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาสองประโยคนี้ ทวีปหมายถึงสิ่งใด ยิ่งสีหน้าท่าทางของปารีสยามหันไปมองเพื่อนคนสนิท ถึงหล่อนจะรู้จักเขาไม่นาน ทว่าก็พอเข้าใจอ่านอากัปกิริยานั้นได้ว่า เป็นความหมายให้ หุบปากเงียบ หล่อนได้แต่ก้มหน้าหลบทำทีไม่สนใจฟัง เมื่อคนกำลังบังคับพวกมาลัยเหลือบมาทางกระจกหลัง

เขามีความลับอะไรที่กำลังปิดบังอยู่? คือคำถามที่ค้างคาใจหญิงสาว

 

 

ทำไมถึงมาส่งฉันก่อนทวีปหันไปถามปารีส เมื่อโดนออกปากให้ตนลงจากรถรอบที่สองเมื่อมาถึงยังบ้านพัก “ฉันรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ มาตลอดทาง เพิ่งนึกได้ตอนนี้”

 

“แปลกเรื่องอะไร” ปารีสถาม

 

“ก็ฉันสงสัยว่าทำไมนายต้องมาส่งฉันก่อน  ในเมื่อมันต้องผ่านที่พักของน้องริสาก่อน ทำไมไม่ส่งน้องเขาก่อน เราถึงกลับมาด้วยกัน”

 

ฝ่ายคนที่กำลังถูกพูดถึงเริ่มมีสีหน้าเริ่มแปลกใจบ้าง เมื่อตลอดทางนั่งมาไม่ได้สังเกตอะไร ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผ่านเส้นทางที่คนขับควรเลี้ยวไปส่ง ด้วยตกอยู่ในความคิดบางอย่างของตัวเอง แต่เมื่อมีตัวแทนกำลังซักไซ้สอบถามอยู่ หล่อนจึงทำเพียงแต่นั่งฟังเงียบๆ รอฟังคำตอบ ทว่าก็ไร้ประโยชน์เมื่อคนตัวสูงไม่คิดจะตอบ

 

“คราวหลังสงสัยอะไร ก็เก็บไว้ในใจบ้างก็ได้” คือคำพูดของปารีส “แล้วจะอยากรู้ไปทำไม ฉันเป็นคนขับรถ มันเป็นสิทธิ์ของฉันไม่ใช่หรือไงจะไปส่งใครก่อนใครหลัง”

ทวีปมองนิ่งไปอึดใจก่อนพยักหน้า

 

“อืม...ก็จริง มันเป็นสิทธิ์ของนาย ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอยากจะรู้ไปทำไม” คนพูดดีดนิ้ว “นายต้องลืมแน่ๆ ว่าน้องริสานั่งมาด้วย” ทวีปถอนหายใจ ก่อนจะหันไปปลอบหญิงสาวด้านหลัง หวังแก้ตัวให้เพื่อนสนิทแทน

 

“น้องริสาอย่าถือสาเลยนะครับ เพื่อนพี่คงชินกับการไปส่งเขมิกาแล้วตรงกลับบ้านพักทันที”  ปาริสาแค่ยิ้มส่งไปให้ไม่ได้พูดอะไร ส่วนคนปลอบก็หันไปหาคนนั่งข้างทันที

 

“ถึงนายจะไม่สนใจผู้หญิง แต่ก็ช่วยรู้สึกว่าน้องเขามีตัวตนสักนิดก็ยังดีนะเพื่อน”

 

“วันนี้เป็นวันอะไร นายแดกดันฉันหลายรอบแล้วนะ แถมพูดมากกว่าปกติได้ยาดีมาหรือไง” ปารีสถามเสียงขรึมเข้มอย่างนึกรำคาญเพื่อน ทวีปพยักหน้า

 

“ก็ความรักของฉันกำลังผลิบาน ก็ต้องรู้สึกคึกคักสดชื่นหัวใจเป็นธรรมดา ถึงราชสีห์อย่างนายมาอยู่ตรงหน้าก็ไม่หวั่น” ปารีสอดหัวเราะเบาๆ ในลำคอไม่ได้กับคำพูดเปรียบเปรยของเพื่อน

 

“อ้อ แล้วถ้านายปารีสพ่อยอดอัจฉริยะไม่รู้ว่าวันนี้คืออะไร  จะบอกให้ว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์”

พูดจบทวีปก็รีบคว้าประตูเปิดเอาตัวถลาลงจากรถอย่างไว ก่อนที่นายปารีสจะเห็นตนกลายเป็นคันเร่งรถคันเก่งเหยียบจมมิด ปารีสส่ายหน้ามองเพื่อนเดินหัวเราะ หันมาโบกมือลา

 

“ริสาย้ายมานั่งข้างหน้ากับพี่” เขาหันไปบอกเมื่อเห็นหล่อนไม่ยอมขยับ

 

“ริสานั่งข้างหลังก็ได้ค่ะ” ปาริสาตอบหน้าตาเฉย หล่อนไม่อยากพาตัวเองไปนั่งใกล้เขา เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ “เดี๋ยวถึงที่พักก็ต้องลงอีก ข้างนอกอากาศหนาวออก” เจ้าตัวรีบยกเอาสภาพดินฟ้าอากาศมาเป็นข้ออ้างสุดท้าย

 

“จะลงไปทำไม ปีนข้ามมานั่งด้านหน้าก็ได้ รถพี่ไม่ได้คับแคบจนแทบขยับตัวไม่ได้” ชายหนุ่มเสนอแนะ ทว่ากลับโดนปฏิเสธอีกรอบ “หรือจะให้พี่ปีนไปด้านหลังเพื่อสาธิตว่านอกจากนั่งเดินทางไปไหนแล้ว ยังสามารถไว้ทำอย่างอื่นได้ด้วย”

 

“คนบ้า! อย่ามาคิดทะลึ่งกับริสานะ”

ร่างบางหันไปเอ็ดใส่ร่างสูง ที่กำลังเอี้ยวตัวมามอง สายตาเอาจริงของเขาทำให้หล่อนต้องรีบกลืนน้ำลาย แล้วรีบหัวซุกหัวซุนพาตัวเองไปนั่งตามความต้องการคนตัวโตชอบวางอำนาจกับหล่อนเป็นบางครั้ง ปาริสาเม้มปากพลางรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อยกับรอยยิ้มพึงพอใจ เมื่อตนสนองตอบต่อคำสั่งเหมือนแกมบังคับ นอกจากเขาจะเป็นใจดีแต่ทว่าพร้อมใจร้ายได้เสมอเช่นกัน หญิงสาวสรุป

 

ดูเหมือนปารีสจะรู้ว่าหญิงสาวกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เขาจึงได้แต่ทำหน้าที่ขับรถย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิมอย่างเงียบๆ ไม่คิดชวนหล่อนคุยอะไรอีก ส่วนฝ่ายสาวรุ่นน้องก็นั่งเงียบเหมือนกัน เป็นความเงียบที่ราวกับรู้สึกได้ถึงเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย หล่อนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง ส่วนชายหนุ่มไม่อยากให้สาวคนรักถามในสิ่งที่กำลังสงสัย อย่างไรก็ตามในที่สุดปาริสาก็ต้องเป็นฝ่ายถามออกมาจนได้ เมื่อชายหนุ่มเล่นขับพาย้อนกลับเลยเส้นทางควรจะพาหล่อนกลับที่พัก

 

“พี่กำลังจะพาริสาไปไหนปาริสาสีหน้าเลิกลั่ก “เราขับผ่านมาแล้วนะคะ มาผิดทางแล้ว ต้องเลี้ยวกลับไป”

 

“ไม่ผิดทาง แล้วก็ไม่ผิดแผน” ปารีสตอบ “สองสามวันนี้น้องริสาต้องอยู่กับพี่ ไม่ต้องกังวลหรอก รับรองถึงที่หมายอย่างปลอดภัย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #44 p2506 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2555 / 13:25
    พี่ปารีสเนี่ยชอบดุจริงๆ แถมเอาแต่ใจแบบเนียนๆ อีกด้วย
    สงสัยต่อไปนางเอกของเราถ้าทำอะไรขัดใจพี่เค้า..ต้องแย่แน่ๆ เลย
    #44
    0