(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 8 : SEVEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    8 ม.ค. 61



SEVEN

การง้อของแวมไพร์หน้าตาย




นาแจมินนั่งมองหิมะที่ตกลงมาจากท้องฟ้าผ่านหน้าต่างบานใหญ่ได้สักพักหนึ่งแล้ว ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันนั้นมีทั้งอากาศร้อน ฝนตก ตลอดจนหิมะที่โปรยปรายในเวลาแบบนี้ อาจเพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของท่านพ่อก็เป็นได้ ตอนนี้แม้เข็มให้เลือดจะถูกถอดออกไปแล้ว แต่ข้อมือของเขาก็ยังมีเข็มให้น้ำเกลือที่ยังคาอยู่ ร่างกายของเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะพลังรักษาของเจโน่ กับยาสุดพิเศษของอาอี้ชิง


อันที่จริง จะบอกว่าแจมินนั่งมองหิมะก็ไม่ถูกสะทีเดียว แจมินกำลังนั่งจ้องตากับใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างนอกหน้าต่างนั่นต่างหาก ใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างล่างนั่น แล้วเงยหน้าขึ้นมองมาที่ห้องของเขา ราวกับจะทำตามสัญญาที่พูดไว้เมื่อคืน


แทยงนั่งมองน้องชายที่เอาแต่นั่งเหม่อมองหิมะอยู่นานสองนาน เพราะทนไม่ไหวที่ถูกน้องอ้อนวอนให้ช่วยพาไปนั่งใกล้หน้าต่าง จึงต้องอุ้มเจ้าเด็กดื้อให้ไปนั่งบนขอบหน้าต่างจนได้ ส่วนเจ้าเด็กดื้อมือก็ถือถุงน้ำเกลือไป หัวเราะคิกคักไป มันก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่หรอก ที่แจมินไม่ได้ตื่นมาแล้วทำท่าซึมเศร้าอะไร แต่พอได้มานั่งจ้องหิมะนานๆ แล้ว ดวงตากลมของน้องชายเขาก็สะท้อนความเศร้าออกมาอยู่ดี


“แจมิน หิวข้าวรึยังลูก” คุณแม่ตัวเล็กเดินเข้ามาในห้องพร้อมคนรักตัวใหญ่ที่เป็นพ่อของสองพี่น้อง ดวงตาคมของคนเป็นพ่อมองไปที่เตียงไม่พบร่างลูกชายคนเล็กก็กวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างเล็กๆ ที่นั่งอยู่บนขอบหน้าต่างที่ยื่นออกมา


“แจมิน ทำไมไม่พักผ่อนอยู่บนเตียง” น้ำเสียงทรงพลังดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินตรงเข้าไปหาลูกชายแล้วจัดการอุ้มแจมินขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็คว้าถุงน้ำเกลือที่ถูกแขวนไว้อยู่บนหน้าต่างขึ้นมาด้วย แล้วตรงสู่เตียงหลังใหญ่ทันที


“พี่อี้ฟาน บังคับลูกอีกแล้ว” จงแดบ่นคนรักออกมาเสียงเบา ก่อนหน้านี้ก็คุยกันเสียดิบดีว่าจะไม่บังคับฝืนใจลูกชายคนเล็กแล้ว แต่จงแดก็เข้าใจคนรักแหละ ก็เพราะว่าห่วงมากไปหน่อย ถึงได้เผลอบังคับแจมินเสียทุกครั้งไป


“ไม่อยากอยู่ในห้องแล้ว?”


“..ครับ” แจมินก้มหน้าต่ำพลางตอบคนเป็นพ่อเสียงเบา คงเพราะกลัวจะโดนดุ แต่กลับได้ยินเสียงถอนหายใจของคนเป็นพ่อ พร้อมกับมือใหญ่ที่แสนเย็นเฉียบแตะลงบนกลุ่มผม


“แทยงไปเรียกอาอี้ชิงให้พ่อหน่อย” แทยงละสายตาจากน้องชายตัวเอง ก่อนจะหันมามองหน้าพ่อ ใบหน้าคมพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่ร่างของแทยงจะหายไปพร้อมกับหมอกควันในแทบจะทันที


“เดี๋ยวพ่อให้อี้ชิงมาถอดสายน้ำเกลือให้ พอกินข้าวเสร็จ เราออกไปเดินเล่นกันดีไหม”


“จริงหรอครับ” แจมินยิ้มกว้างออกมาจนเห็นฟันครบทุกซี่ เป็นภาพที่คนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว อี้ฟานยิ้มตอบรับลูกพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลง เท่านั้นแจมินก็เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมากทีเดียว


“ว่าไงกันหลานคนเก่งของอา ดีขึ้นรึยัง”


“ดีขึ้นแล้วครับ ไม่เจ็บไม่ปวดตรงไหนเลย” แจมินยิ้มกว้างให้กับอาที่เพิ่งเดินเข้ามา อี้ชิงที่เห็นท่าทางอารมณ์ดีของแจมินแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนถึงกับชะงักแล้วต้องหันไปมองหน้าคนท่ีตัวเองนับถือเป็นพี่ทันทีด้วยสายตาอึ้งๆ


“งั้นก็ดีแล้ว แล้วตรงรอยสามเหลี่ยมนี่หละ” พอได้รับคำถามนี้้ รอยยิ้มแจมินก็เริ่มจืดเจือนลงแต่ก็ไม่ถึงกับเศร้าหมอง อี้ชิงค้อมศีรษะให้พี่ชาย ที่ทำหน้าบึ้งทันทีที่ตนเองได้เปิดประเด็นที่ไม่น่าพูดขึ้นมาจนทำให้แจมินหุบยิ้มอีกครั้ง


“ยังเจ็บบ้างครับ แต่มันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” แจมินตอบรับอย่างว่าง่ายกว่าทุกครั้ง ครอบครัวอู๋ต่างพากันเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ราวกับว่าเขาได้นาแจมินคนเดิมกลับมาอีกครั้ง แต่กลับไม่รู้สึกสบายใจเลยสักนิด นาแจมินที่ยิ้มแย้มกับอะไรง่ายๆ นาแจมินที่พูดจาฉะฉานคนนั้นเหมือนได้กลับมา แต่น่าแปลก อะไรที่ทำให้แจมินกลับมาเป็นแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง


“น้องแจมทำไม..”


“ตอนที่หลับไปหนะ..น้องแจมเจอมินฮยอนด้วย..มินฮยอนดุน้องแจมใหญ่เลย แถมยังตีน้องแจมไม่หยุดด้วย มินฮยอนบอกว่า ถ้าเจอน้องแจมอีก มินฮยอนจะไม่ยอมพูดกับน้องแจมแล้ว” แจมินยิ้มเศร้าก่อนจะพูดต่อ


“..น้องแจมยังอยากคุยกันมินฮยอนอยู่นะ น้องแจมไม่อยากให้มินฮยอนเกลียดน้องแจม น้องแจมจะเข้มแข็ง”


“อยากให้มินฮยอนไปตีไอ้เจโน่มันบ้างจัง”​ แทยงกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ ไม่รู้หรอกว่าน้องชายเขาเจออดีตคนรักของเขาจริงๆ รึเปล่า แต่ถ้านั่นทำให้น้องแจมคนเก่ากลับมาได้จริงๆ ก็คงต้องขอบคุณมินฮยอนมาก คนๆ นี้ดีกับครอบครัวของเขาเสมอ


“หึ ดีแล้วหละ ทุกคนรักน้องแจมมากนะ ถ้าไม่เป็นไรแล้ว อาขอตัวก่อน” อี้ชิงยิ้มให้กับหลานรักก่อนจะหันไปสบตากับอี้ฟานก่อนจะเดินออกไปจากห้อง จงแดที่ยืนอยู่มุมห้องก็เดินเข้ามาใกล้เตียงของลูกชายทันที แทยงที่ยืนอยู่ใกล้คนเป็นแม่ก็โอบกอดร่างเล็กๆ เอาไว้แทบจะทั้งตัว ยังไม่ทันจะกอดดีก็โดนคนเป็นพ่อผลักกระเด็นไปทางอื่นอย่างซะก่อน


“ท่านพ่ออะ!” แทยงบ่นออกมาด้วยเสียงไม่เบานัก ตั้งแต่เล็กจนโต ท่านพ่อไม่เคยยอมให้เขาแตะตัวท่านแม่ได้นานเกิน 2 วิเลยสักครั้ง !


“อีกแล้วนะพี่อี้ฟาน” จงแดหันไปทำตาดุใส่คนรัก ได้แต่นึกสงสัยว่าเมื่อไหร่คนรักจะเลิกหวงเขากับลูกชายคนโตเสียที แต่ดูท่าทางคงจะไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน คนตัวสูงยิ้มร้าย ก่อนจะดึงร่างผอมบางไปจูบอย่างดูดดื่มโชว์ลูกชาย แทยงเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ มือใหญ่รีบยกขึ้นปิิดดวงตากลมๆ ของน้องชายตัวเองที่นั่งมองพ่อกับแม่จูบกันตาแป๋วอย่างใคร่รู้


“อื้ออ ! พี่อี้ฟาน อายลูกบ้างเถอะ” จงแดโวยวายเสียงเบาทั้งที่แก้มขาวขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ารัก ชวนให้หยิกแก้มแดงๆ นั่นด้วยความมันเขี้ยวเสียเหลือเกิน


“หึ..จะได้รู้ว่าของใครเป็นของใคร” ดูสิดู นี่ลูกนะเว้ย แล้วไอ้ท่าทางเหนือกว่านี่มันคืออะไรกัน แทยงละอยากจะบ้ากับพ่อของตัวเองจริงๆ ให้ตายสิ


“พอเลยๆ หยุดทะเลาะกัน แล้วก็แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว”


“ได้ไงอะท่านแม่ แทยงจะไปกินข้าวด้วย” ถ้าใครมาได้ยินเสียงองค์รัชทายาทเบอร์หนึ่งทำเสียงงอแงแบบนี้คงต้องตกใจมากแน่ๆ ใครจะคิดกันว่าคนที่เอาแต่ทำหน้าตายไปวันๆ จะทำเสียงแบบนี้เป็นได้ด้วย แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยๆ ในสายตาของคนในครอบครัวอู๋นั่นแหละ


“ไม่ ไปนอนพักบ้างเถอะ นี่ก็นั่งเฝ้าน้องมาทั้งคืนแล้ว”


“แต่ว่า..”


“ไม่มีแต่”


“ถ้างั้นท่านพ่อก็ต้องไปนอนด้วย” อี้ฟานที่กำลังช่วยพยุงร่างแจมินให้ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อที่จะพาไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำถึงกับชะงัก แทยงเผลอหลุดยิ้มออกมากับท่าทางเหวอๆ ของคนเป็นพ่อ นึกขำที่มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกับตัวเอง


“พี่จะไปด้วย”


“ไม่เอา พี่เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ ไปนอนเถอะ พาแทยงไปนอนด้วย ไม่งั้นก็ไม่ยอมไปพักสักที” ราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่ยืนรอลูกชายคนเล็กอยู่หน้าห้องน้ำกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความเบื่อหน่อย ก่อนจะจ้องเขม็งไปยังลูกชายตัวดีที่ยืนยิ้มร้าย แสบนักนะ


“ท่านพ่อกับแทยงไปนอนเถอะครับ แล้วตอนเย็นเรามาทานข้าวด้วยกันนะครับ” แจมินที่เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อผ้าตัวใหม่ยิ้มออกมาอย่างน่ารักพร้อมกับพูดจาเสียงหวานจนแวมไพร์สองชีวิตในห้องได้แต่ยืนนิ่งๆ ที่เขาว่าราชาผู้ยิ่งใหญ่กับองค์รัชทายาทเบอร์หนึ่งแพ้ความน่ารักของคิมจงแดกับนาแจมินสงสัยจะเป็นเรื่องจริง


“โอเค”


“ก็ได้”


จงแดเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความน่ารักของพ่อลูกที่ตอบออกมาเสียงอ่อยพร้อมๆ กับเมื่อโดนแอดแทคจากรอยยิ้มซื่อของแจมินเสียจนไปไหนไม่รอด


“งั้นไปนอนกันนะ เดี๋ยวตอนกลางวันนี้ผมจะดูแลแจมินเอง” จงแดยิ้มพร้อมกับเดินไปจูงแขนลูกชายคนเล็ก แล้วพากันเดินไปส่งพ่อลูกแวมไพร์ให้กลับไปพักผ่อนในโลงของตนเอง เมื่อแน่ใจว่าทั้งคู่นอนหลับพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว จงแดถึงได้พาแจมินเดินลงไปข้างล่างเพื่อทานอาหาร



ภายในห้องอาหารของปราสาทส่วนตัวในเวลานี้นั้นเงียบจนน่าวังเวงเพราะแวมไพร์ต่างพากันไปนอนกันหมดแล้ว ในห้องอาหารจึงเหลือเพียงแจมินกับจงแดเท่านั้น..อันที่จริงก็ไม่ซะทีเดียวหรอก


“คุณหนูอยากทานอะไรครับ ผมจะทำให้” คิมมินซอกองค์รักษ์อีกคนของอี้ฟานถามออกมาพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้แวมไพร์หนุ่มนั้นตัวติดกับจงแดมากกว่าอี้ฟานที่เป็นเจ้านายจริงๆ ของตนเองเสียอีก


“ไม่เป็นไรครับพี่มินซอก เดี๋ยวผมทำให้ลูกเองก็ได้” มินซอกแอบอมยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของร่างเล็ก จงแดมีความเป็นแม่สูงมาก ผิดกับเมื่อก่อนที่ยังคงเป็นเด็กน้อยใสซื่อทำอะไรไม่เป็น ทำให้เขาต้องคอยเป็นห่วงอยู่เสมอ


“ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมก็ต้องเตรียมอาหารให้มนุษย์ท่านอื่นอยู่แล้ว”


“หืม? หมายความว่ายังไงหนะ”


“ก็หมายความว่าพวกเราก็กลับมาเหมือนกันยังไงเล่าคุณหนูเตี้ย !” เสียงผู้มาใหม่ดังลั่นไปทั่วจนไหล่บางของจงแดกับแจมินสั่นไหวด้วยความตกใจ ชานยอลที่เดินมาพร้อมกับเจ้าของเสียงถึงกับต้องถอนหายใจออกมากับความเสียงดังของคนรักของตัวเอง ไม่มีใครเสียงดังเกินพยอนแบคฮยอนได้อีกละ


“แบคฮยอน?” จงแดร้องออกมาเสียงเบา แต่พอหันหลังไปพบกับครอบครัวของตัวเองด้วยก็ถึงกับพูดไม่ออก นอกจากจะมีแบคฮยอนแล้วก็ยังมี จงอิน จุนมยอน และเซฮุนที่เดินเข้ามาพร้อมกัน


“โคตรคิดถึงนายเลยจงแด” แจมินมองชายหนุ่มผิวสีแทนเดินเข้าไปกอดร่างของแม่เขาด้วยความงุนงง แล้วคนอื่นมากอดแม่ของเขาแบบนี้เขาควรจะขัดขวางแทนท่านพ่อรึเปล่า? คนตรงหน้านี้เขารู้จักเพียงแค่อาจุนมยอนกับแบคฮยอนที่เป็นคนรักของชานยอลเท่านั้น ส่วนคนอื่นเขาไม่คุ้นหน้าเลย ไม่สิ..คนที่กอดท่านแม่คนนี้ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน


“พี่ก็คิดถึงนาย อ่ะ นี่ ลูกชายคนเล็กของพี่เอง นาแจมิน” พอคนเป็นแม่หันมาแนะนำเขา ทุกสายตาก็พุ่งเป้ามาที่แจมินทันที จนคนตัวผอมทำตัวไม่ถูก


“เอ่อ..สวัสดีครับ ผมนาแจมิน”


“ฮึ้ยย น่ารักเหมือนนายเลยจงแด สวัสดีนะ น้าชื่อคิมจงอิน” คนผิวแทนยิ้มกว้างพร้อมกับดึงแก้มของแจมินจนแยกออกจากกัน  ฮื้อ เจ็บ เขาว่าเขาพอจะจำได้แล้วหละ คิมจงอินเป็นน้องชายของแม่ของเขา ส่วนคนตัวขาวอีกคน..


“ฉันชื่อโอเซฮุน เป็นเพื่อนจงอิน”


“แล้วก็เป็นแม่ของยูตะกับฮันซล”


“พูดมาก นายก็เป็นแม่ของวินวินกับคุนเหมือนกันนั่นแหละ”


แจมินได้แต่มองภาพตรงหน้าตาปริบๆ อย่างว่า ผู้ชายสองคนตรงหน้านั้นมีหน้าตาแมนสมชายชาตรีทั่วไป ไม่ได้มีหน้าตาน่ารักตัวเล็กเหมือนกับแม่ของเขาหรืออาจุนมยอน ถ้าใครบอกว่าเป็นแม่ มันก็คงจะดูแปลกๆ ไปหน่อย แต่พอนึกถึงคุณลู่หานกับคุณจื่อเทาก็พอจะเข้าใจทันทีว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้มีสถานะเป็นแม่


“เอ่อ..แฝดเป็นยังไงบ้างครับ” พอถึงตอนนี้แจมินก็นึกเป็นห่วงวินวินขึ้นมา ภาพแวมไพร์หนุ่มทรุดลงไปต่อหน้าต่อหน้านั้นยังติดตาเขาอยู่ดี


“วินวินไม่เป็นไรแล้ว ส่วนคุนรายนี้ไม่เป็นอะไรเลย เดี๋ยวคงจะตื่นตอนค่ำๆ กันนั่นแหละ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”


“ผมขอโทษนะครับที่ทำให้ลูกๆ ของพวกคุณลำบากไปด้วย..” แจมินก้มตัวขอโทษเซฮุน จงอิน กับจุนมยอนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผู้ใหญ่ทั้ง 3 ได้แต่ยืนนิ่ง พลางสบตากับจงแดที่ยืนทำหน้าเศร้าอยู่ข้างๆ ลูกชาย


“อย่าคิดมากเลยนะแจมิน พวกเราคือครอบครัว ครอบครัวต้องปกป้องกันอยู่แล้ว เข้าใจไหม” จงอินพูดอย่างใจดี แล้วลูบผมหลานชายด้วยความรักใคร่ แจมินนั้นคล้ายพี่ชายตัวเล็กของเขาไม่มีผิด เขารู้สึกราวกับว่ากำลังคุยกับพี่ชายที่อยู่ในร่างของแจมินยังไงยังงั้น


“ขอบคุณครับ” แจมินโผกอดจงอินแทบจะทันที ในตอนแรกชายหนุ่มก็ชะงัก ก่อนจะโอบกอดหลานรักที่เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกเพื่อให้แจมินได้แน่ใจว่าเขาจะไม่ทิ้งแจมินไปไหน


“ท่าทางจะไม่หลงพี่คนเดียวแล้ว แต่หลงหลานด้วยสิเนี่ย” เซฮุนแซวเพื่อนไปหัวเราะไป ใครๆ ก็รู้ว่าจงอินนั้นหลงพี่ชายมากขนาดไหน แต่สงสัยตอนนี้จะหลงหลานเพิ่มอีกคนแล้ว


“แหม หลานคนโตไม่ยอมให้กอดแบบนี้นี่นา แถมหลานคนเล็กก็น่ารักขนาดนี้ ใครจะทนไหว”  เดี๋ยวครับ เป็นน้าเป็นหลานกันไม่จำเป็นต้องมองกันด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์แบบนั้นก็ได้รึเปล่าครับ ฮืออ





แทยงนอนพลิกตัวไปมาอยู่ในโลง เขาเหลือบมองพ่อของเขาที่แอบลุกเดินออกจากห้องทันทีที่แม่กับน้องของเขาเดินออกไป ผ่านบานประตูที่ปิดไม่สนิท คงจะแอบหนีไปคุยกับอาอี้ชิงสองคน แม่งโคตรน่าเบื่อ แวมไพร์หนุ่มลุกขึ้นนั่งหลังตรง มองไปรอบๆ ห้องก่อนจะหันไปเห็นก้อนอะไรสักอย่างที่บนเตียงของเขา


เจ้าของห้องจ้องมองร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มของเขาแล้วต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย ให้ตายสิ ลืมไปเลยว่าเขาพาเด็กนี่กลับมานอนที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่นา


“ท่านแทยง !”  คนที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงในตอนแรกลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว พอๆ กับตัวที่กระเด้งลุกขึ้นมานั่งหลังตรงบนเตียงของเขา แล้วหัวทิ่มลงบนเตียงอีกครั้งเนื่องจากลุกเร็วเกินไป แทยงก็เกือบจะหัวเราะออกมาอยู่หรอก แต่ก็กลั้นเอาไว้ทัน เขาทำหน้าขรึมอย่างที่ชอบทำ อืม..ประสาทสัมผัสไวใช้ได้นี่นา เจ้าเด็กนี่


แทยงมองร่างอวบที่เกร็งตัวอย่างรุนแรงจนเห็นได้ชัด คงจะกลัวเขามากๆ เลยสินะ แถมท่าทางเงอะงะที่กำลังจะพยายามปีนลงจากเตียงนั่นอีก ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ามัน..


..น่ารัก


“!!!!” ดูสิ ท่าทางสะดุ้งนั่น ทั้งๆ ที่เขาขยับตัวนิดเดียวเนี่ยนะ ตัวเขาเองที่เป็นลูกชายคนโตของราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของแวมไพร์ผู้น้อยเท่าไหร่หรอก


“นอนต่อไปเถอะ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน” แทยงเลิกสนใจร่างบนเตียง เขาถอดเสื้อออกจากตัว เผยให้เห็นผิวเนียนที่รับกับหน้าท้องที่มีกล้ามเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งแวมไพร์ผู้น้อยที่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่บนเตียง


ไม่นานแทยงก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อผ้าตัวใหม่ ดงฮยอกยังคงนั่งอยู่บนเตียงสภาพเดียวกับก่อนที่เขาจะเดินเข้าห้องน้ำไป ดวงตาคมมองมือน้อยที่กำผ้าปูที่นอนเสียแน่นจนมันยับยู่ยี่ ในตอนที่เขาเดินไปนั่งลงบนเตียงข้างกับอีกฝ่าย แวมไพร์ผู้น้อยก็สะดุ้งเฮือก พร้อมกับตะกุยตะกายลงไปนั่งที่พื้นอย่างรวดเร็ว


“เอ่อ..กระผมไม่บังอาจนั่งเทียบเท่าองค์รัชทายาท” แทยงมองร่างเพรียวที่นั่งมอบอยู่ที่พื้นใกล้ๆ เตียง ให้ตายสิ ท่าทางแบบนั้นมันน่าหงุดหงิดจริงๆ


“อะไรของนาย”


“แค่ท่านแทยงช่วยกระผม และเมตตาให้มาพักที่ห้องนอนของท่านก็นับว่าเป็นบุญของกระผมแล้ว”


“นายเป็นคนโบราณรึไง บุญอะไรของนาย ลุกขึ้นมา” ยิ่งเขาพูดเสียงแข็ง อีกฝ่ายก็ตัวสั่นหนักกว่าเดิมเสียอีก แทยงขมวดคิ้วแน่น ยอมรับก็ได้ว่าถ้าไม่ใช่คนตรงหน้านี่ เขาก็ไม่ยอมให้มาอยู่ในห้องของเขาแบบนี้หรอก อย่าว่าแต่ให้เข้าห้องเลย คงไม่อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ


ว่าแต่เด็กนี่ชื่ออะไรนะ..


ดงฮยอกรึเปล่า?


“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ อี ดงฮยอก”


“นายท่าน ! อย่าโกรธกระผมเลย” เอ้า ไปกันใหญ่ ตัวสั่นกว่าเดิมเสียอีก แทยงถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง แน่นอนว่าการกระทำของเขาทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งตกใจได้ไม่ยาก


“แม่ฉันสั่งให้ฉันกลับมาห้องเพื่อพักผ่อน..” แทยงพูดเกริ่น คนตัวสูงก้มลงช้อนเข้าใต้ข้อขาบางก่อนจะอุ้มเจ้าแวมไพร์เด็กที่เอาแต่สั่นกลัวเขาขึ้นมาแนบอก ที่พอโดนอุ้มก็หยุดสั่น แต่เหมือนจะช็อคไปแล้ว “..แต่ฉันจะไม่ได้พักผ่อน ถ้านายไม่ยอมขึ้นมานอนบนเตียงดีๆ สักที”


“….”


“เฮ้ ยังมีสติอยู่ไหม” มือเรียวโบกผ่านดวงตาของอีกฝ่ายไปมา หลังจากที่เขาพาอีกฝ่ายขึ้นมานอนบนเตียงแล้วเรียบร้อย


“ค..ครับ” เจ้าแวมไพร์เด็กสบตาเขาอยู่ชั่วครู่นึงก่อนจะหลุบตาต่ำไปอย่างเดิม แทยงกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความเบื่อหน่าย แต่ก็ขี้เกียจจะพูดอะไรให้มากความ


“นอนได้แล้ว”


“..ครับ”


แทยงขึ้นมานอนข้างๆ ดงฮยอก เตียงก็ออกจะกว้าง นอนกันคนละครึ่งยังไม่รู้สึกอึดอัดเลยด้วยซ้ำ ทำไมจะแบ่งกันนอนไม่ได้ เขาคิดอย่างหงุดหงิด แล้วลอบมองใบหน้าซีดของเจ้าแวมไพร์เด็กไปพลาง


ไม่นาน ดงฮยอกที่นอนตัวเกร็งก็หลับไปเพราะความอ่อนเพลีย แหง การนั่งท้าแดดแรงๆ แบบเมื่อวานหนะ ทรมานสุดๆ เลยหละ เขารู้สึกเหมือนจะอายุสั้นไปอีกสิบปี ให้ตาย ขนาดเขายังรับรู้ว่ามันรุนแรงขนาดไหน เจ้าแวมไพร์เด็กนี่ไม่กลายเป็นฝุ่นเหมือนพวกแวมไพร์เกรดซีก็ดีแค่ไหนแล้ว


ลูกชายคนโตของแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่ พลิกตัวเข้าหาแวมไพร์ผู้น้อยที่หลับตาพริ้ม ดวงตากลมลอบสังเกตใบหน้าอ่อนเพลียของอีกฝ่าย ไล่ไปตามลำตัวและมือขาวๆ ที่ยังมีร่องรอยบาดแผลให้เห็นอย่างชัดเจน รอยไหม้ที่มีประปรายอยู่ตามใบหน้าและลำตัวนั้นบอกได้ดีว่าอีกฝ่ายมีผิวบางมากขนาดไหน


เป็นแวมไพร์ที่น่าเป็นห่วงอะไรแบบนี้นะ





ตึง !



ดวงตาคมลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงรบกวน แทยงขยับตัวยุกยิกก่อนจะหันมองตามที่มาของเสียง ดวงตาคมหรี่ตามองร่างกลมๆ ของเจ้าแวมไพร์เด็กที่นอนจุมปุ๊กอยู่ที่พื้นห้อง ให้ตายสิเจ้าเด็กนี่ ทำไมซนแบบนี้นะ


“บอกให้นอนอยู่นิ่งๆ ก็ไม่ยอมเชื่อ”


“ข..ขอโทษครับ”


“แล้วเจ็บไหมละ” แทยงบ่นเสียงเบา เหมือนพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะว่าเจ้าเด็กน้อย ร่างเพรียวขององค์รัชทายาทขยับตัวขึ้นนั่งบนเตียง เขาเหลือบมองนาฬิกาที่ติดอยู่ตรงผนัง ก่อนจะกลับมามองเจ้าเด็กแวมไพร์อีกครั้ง และก็เหมือนเดิม เมื่อแทยงขยับตัว ดงฮยอกก็สะดุ้งตัวอย่างแรง แทยงถอนหายใจแรงๆ เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเร็วแล้วตรงเข้าไปรวบเจ้าดงฮยอกน้อยขึ้นมาอุ้มไว้ แล้วพาเข้าห้องน้ำไปพร้อมกัน


เดี๋ยว หยุดความคิดบ้าๆ นั่นไว้ เขาแค่จะพาเจ้าเด็กนี่ไปอาบน้ำแค่นั้นแหละ


ทำไมเงียบจังวะ.. แทยงคิดในใจ เขาก้มมองร่างในอ้อมแขน ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายเหมือนจะช็อคไปแล้วเรียบร้อย ให้ตายสิ อะไรมันจะขนาดนั้น เมื่อตอนกลางวันก็ทีนึงละ


“เฮ้..ยังอยู่ไหม” องค์รัชทายาทหนุ่มพูดเบาๆ ขณะที่วางร่างอวบให้ยืนอยู่ในอ่างอาบน้ำ ก่อนจะจัดแจงช่วยถอดเสื้อผ้าให้ดงฮยอกอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้นเจ้าแวมไพร์เด็กถึงได้รู้สึกตัวขึ้นมา มืออวบนั่นรีบคว้ากางเกงของตัวเองด้วยความตกใจ เมื่อคนตรงหน้าทำท่าจะดึงกางเกงของตัวเองออก


“คุณ..คุณแทยง..”


“ว่าไง”


“ค..คือ”


“นายเป็นคนติดอ่างรึไง” องค์รัชทายาทบ่นออกมาอย่างรำคาญ มือใหญ่ยังคงพยายามดึงกางเกงของดงฮยอกอยู่ดี แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ เมื่อถอดกางเกงสำเร็จแวมไพร์โตกว่าก็จัดการปากางเกงสีเข้มพร้อมกับกางเกงชั้นในที่ติดมาด้วยนั่นทิ้งไว้ที่พื้น แล้วจัดการเปิดน้ำอุ่นให้เสร็จสรรพ แล้วก็เดินออกไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว


“รีบๆ อาบน้ำ เสร็จแล้วออกไปนั่งรอบนเตียงก็ได้”


ดงฮยอกมององค์รัชทายาทตัวสูงเดินทำหน้าตายออกไปจากห้องน้ำ ขาขาวอ่อนยวบลงจนทรุดตัวลงไปนั่งในอ่างอาบน้ำจนน้ำกระเซ็นออกมา ฮื้อ ให้ตายสิ โดนเห็นหมดแล้ว จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน




ก๊อก ก๊อก




“เสร็จรึยัง ไม่หิวรึไง” เด็กหนุ่มแวมไพร์สะดุ้งด้วยความตกใจ เสียงจากองค์รัชทายาทดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งของประตูห้องน้ำ ทำให้ดงฮยอกรีบลุกขึ้นจากน้ำแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ให้มาคลุมตัว ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องเพื่อหาเสื้อผ้าตัวใหม่ แต่มันไม่มี !


“เอ่อ..ผมไม่มีเสื้อผ้า..”


“รอแป๊ปนึง” เสียงฝีเท้าของแทยงห่างออกไป ก่อนประตูห้องน้ำจะเปิดออก เผยให้เห็นอีกฝ่ายยืนทำหน้าตายอยู่หน้าประตู ในมือก็ถือเสื้อผ้าชุดใหม่มาด้วย


“ขอบคุณครับ”


“เร็วๆ คนอื่นเขารออยู่” ดงฮยอกรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่รู้ว่าคนอื่นที่แทยงว่านั้นคือใคร แต่พอถึงที่หมายที่อีกฝ่ายพาเขาเดินไป ก็ทำให้ช็อคจนอยากจะวิ่งหนีกลับไปหามาร์คเสียตอนนั้นเลย




“อ้าว ลงมากันแล้ว” เสียงของควีนนั้นหวานใสเสียจนดงฮยอกรู้สึกชื่นชม เขาแอบลอบมองหน้าควีนอย่างระแวดระวังเพื่อไม่ให้เสียมารยาทจนเกินไป ก่อนจะไล่มองใบหน้าทุกคนจนครบ พอเห็นชัดๆ ว่าใครบ้างที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารก็รู้สึกเกร็งตัวจนไม่กล้าจะเดินต่อไป ถ้าไม่ติดว่าโดนแทยงลากแขนให้เดินตามไปด้วย เขาก็คงจะยืนนิ่งอยู่แบบนั้น


“คุณดงฮยอก มานั่งด้วยกันสิ” แจมินที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ควีนร้องเรียกเขาพร้อมรอยยิ้ม อ่า..ดูเหมือนแจมินจะอาการดีขึ้นมากๆ จนไม่น่าเป็นห่วงแล้ว องค์รัชทายาทตัวสูงดึงแขนให้เขาไปนั่งลงใกล้ๆ กับน้องชายตัวเอง ก่อนที่ตัวเองจะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา ดงฮยอกเกร็งตัวเล็กน้อยที่ทุกคนพุ่งสายมาทางเขา ในตอนที่แจมินเรียกเขาว่า คุณ


“เอ่อ..จะดีหรอครับ ให้กระผมนั่งร่วมโต๊ะด้วย..” ดงฮยอกที่ถือว่าตัวเองเป็นแวมไพร์ผู้น้อยที่สุดในห้องเอ่ยออกมาเสียงแผ่วด้วยความไม่แน่ใจ “ให้กระผมออกไป..”


“ไม่เป็นไร นั่งเถอะ” ฮึก..ดงฮยอกตัวสั่นจนอยากจะร้องไห้ออกมา เมื่อเสียงทรงพลังดังขึ้น ฮือ คุณมาร์คของเขาอยู่ไหน เขาอยากไปนั่งกินข้าวกับคุณมาร์คมากกว่ามานั่งกินข้าวร่วมกับราชวงค์แบบนี้เป็นไหนๆ ถ้าแวมไพร์ข้างนอกนั่นรู้เรื่อง คงต้องพากันมาถลกหนังหัวเขาแน่ๆ


“ข..ขอบคุณครับ” ดงฮยอกตอบเสียงสั่นพร้อมกับค่อยๆ เคลื่อนตัวนั่งลงข้างๆ กับแจมิน บนโต๊ะมีอาหารน่ากินเต็มไปหมด แต่ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารของมนุษย์เท่านั้น


“!!!” ดงฮยอกสะดุ้งเล็กน้อย ที่มีคนโผล่มาข้างหลัง เขาหันไปมองข้างหลังหวาดๆ ก่อนจะพบร่างสูงของชานยอลที่ยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร อีกฝ่ายยืนตัวตรง ก่อนจะค่อยๆ วางแก้วไวน์ทรงสูงที่บรรจุเลือดอย่างดีให้ตรงหน้าเขาเบาๆ แล้วถอยหลังเดินออกไป  


“ประสาทสัมผัสดีจังนะ” ดงฮยอกเงยหน้ามองคนพูดด้วยท่าทางสับสน ไม่ค่อยเข้าใจว่านั่นคือคำชมหรือว่าพูดจาเสียดสีกันแน่


“เฮ้ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ชมโว้ย” ฮันซลลูกชายคนโตของบ้านฮวางทำหน้าเบื่อ ก่อนจะหยิบองุ่นปาใส่เขา แวมไพร์ผู้น้อยหลบได้อย่างทันท่วงที แต่ถึงอย่างนั้น คนตัวใหญ่ก็โดนดุอยู่ดี


“ฮันซล ทำตัวดีๆ กับแขกหน่อย” จงอินดุลูกชายเสียงเข้ม ส่งผลให้คนโดนดุทำหน้าหงิกทันที ก่อนจะบ่นพึมพำด้วยความขัดใจ แล้วส่งสายตาไปหาพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่จื่อเทาก็ทำแค่ยิ้มขำลูกชายเท่านั้น


“ใช่ๆ นิสัยไม่ดีเลย เดี๋ยวคนเขาเข้าใจผิดหมด ว่าราชวงศ์ทุกคนจะนิสัยเหมือนนาย” หนึ่งในฝาแฝดทำหน้ายู่ใส่คู่หมั้นของตัวเอง ฮันซลจึงจัดการบีบจมูกขาวเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้


“โอ้ยย แม่เห็นไหม คุนบอกแล้วว่าฮันซลนิสัยไม่ดี” คนตัวขาวหันไปฟ้องแม่ทันที จงอินได้แต่ถอนหายใจกับความวุ่นวายของลูกชายตัวเอง ส่วนเซฮุนที่เป็นแม่ของเด็กตัวขาวหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วทำท่าเป่าจมูกเจ้าตัวแสบเพื่อให้หยุดงอแงสักที


ดงฮยอกแอบยิ้มกับตัวเอง บรรยากาศตรงหน้าช่างผ่อนคลายเกินไปจนเขารู้สึกแปลกใจ เขานึกว่าการร่วมโต๊ะอาหารของคนในราชวงศ์จะตึงเครียดแต่ผิดคาด


“หยุดงอแง แล้วกินข้าวกันต่อสักที” เสียงทรงอำนาจดังขึ้น น้ำเสียงติดจะรำคาญนิดๆ เสียด้วยซ้ำ แม้ว่าแก้วทรงสูงตรงหน้าคริสจะว่างเปล่าแล้ว แต่ราชาผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่ได้ลุกหนีไปไหน ยังคงนั่งมองรอยยิ้มของคนรักกับลูกชายของตัวเองอยู่อย่างนั้น


“ครับ!” หึ ใครๆ ก็กลัวท่านคริสสินะ ดงฮยอกได้แต่คิดอยู่ในใจ


“คุณดงฮยอกก็ทานบ้างสิครับ”


อึก !


เอาอีกแล้ว พอคำว่า คุณ โผล่มาทีไร บรรยากาศก็มาคุขึ้นมาทันที ยังไงเขาก็เป็นแค่แวมไพร์ธรรมดา จะให้ลูกชายของราชาผู้ยิ่งใหญ่มาเรียกว่าคุณได้ยังไงกันละเนอะ


“ทานสักหน่อยสิครับ” แก้วทรงสูงถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากของแวมไพร์ผู้น้อย บรรยากาศในห้องยิ่งพากันมาคุมากกว่าเดิมเสียอีก ถ้าดงฮยอกจะสังเกตสักนิด เขาจะรู้ว่าที่มาของบรรยากาศมาคุนั่นไม่ใช่เพราะแจมินเรียกตนเองว่าคุณ แต่เป็นเพราะเจ้าของเสียงหวานใสที่เรียกดงฮยอกต่างหาก แล้วที่บรรยากาศมาคุหนักกว่าเดิมก็เพราะแจมินยกแก้วทรงสูงให้ดงฮยอกต่างหากเล่า พวกเขายังไม่มีโอกาสแบบนั้นเลยสักนิด ให้ตายมันน่าหงุดหงิดชะมัด


“เอ่อ..”


“อ่าาา ให้ตายสิ อิจฉาเว้ยย” ใครสักคนร้องออกมาเสียงดัง ดงฮยอกโคตรอยากจะร้องไห้ ร่างอวบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ร่วงลงไปที่พื้น แวมไพร์ผู้น้อยโค้งตัวขอโทษทุกคนก่อนจะรีบวิ่งออกไป


“ขอโทษนะครับ”


“อ่า..” แจมินก้มหน้าลง เขาทำอะไรผิดไปรึเปล่า ทำไมดงฮยอกถึงวิ่งออกไปแบบนั้น เขาไม่เข้าใจเลย


“เพราะแกเลย” ยูตะที่นั่งข้างฮันซลที่เป็นคนโวยวายเมื่อกี้กระทุ้งศอกใส่พี่ชายตัวเองแรงๆ ถ้าฮันซลไม่โวยวาย ดงฮยอกก็คงไม่ตกใจจนหนีไป แจมินก็ไม่ต้องทำหน้าเศร้าแบบนี้หรอก


“ให้ตายสิ ฉันก็นึกว่าจะได้กินข้าวกันแค่สี่คนพ่อแม่ลูก” แทยงบ่นออกมาบ้าง อุตส่าห์วางแผนจะอ้อนน้องชายกับแม่สักหน่อย แต่แขกดันเต็มโต๊ะสะนี่


“อะไรของนาย ตัวเองก็ไปหนีบคนอื่นมาด้วยไม่ใช่รึไง” ฮันซลหมายถึงดงฮยอก แทยงทำหน้างอทันที ดูเหมือนว่าจะเกิดสงครามบนโต๊ะขนาดหย่อมๆ ขึ้น แจมินมองเหตุการณ์ตรงหน้าตาปริบๆ ก่อนจะหันไปเห็นเจโน่ที่นั่งเงียบๆ อยู่ข้างแจฮยอน เมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมองหน้าตัวเองอยู่ แจมินก็ก้มหน้าหนีทันที


“เอ่อ..คือผมอิ่มแล้ว ขอตัวนะครับ”


“ให้ตายสิ พัง ! พังหมดแล้ว !” แทยงโอดครวญ ดวงตาคมมองแผ่นหลังบางของน้องชายที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยความเสียดาย อุตส่าห์ดีใจที่จะได้กินข้าวร่วมกับน้องแท้ๆ เพราะฮันซลเลย ดวงตาคมตวัดสายตามองตัวสร้างเรื่องด้วยความไม่พอใจ บรรยากาศในห้องมาคุขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหมดลงเมื่อองค์รัชทายาทอันดับหนึ่งโดนคนเป็นแม่เขกหัวไปหนึ่งที


“โอ๊ย ท่านแม่งะ” บอกเลยว่าสภาพแทยงตอนนี้หนะ โคตรเด็ก ไม่เหมือนกับที่ใครต่อใครเห็นเพราะเวลาอยู่ข้างนอก แทยงมีมาดเสมอ แต่มาดพวกนั้นไม่ได้ถูกใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหนะสิ


“อย่าทำบรรยากาศเสียสิ” จงแดบ่นลูกชายคนโตเบาๆ อีกอย่าง เขากลัวว่าอี้ฟานจะรำคาญแล้วเกิดโมโหขึ้นมา เดี๋ยวจะพาแย่กันไปใหญ่


“ฮันซลมันทำก่อนเถอะ” ยัง ยังไม่เลิกบ่น


“เอ่อ..ขอโทษที” คนต้นเรื่องพูดเสียงเบา เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา “ขอโทษด้วยนะครับ”


“ไม่เป็นไรหรอกๆ นี่ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้วรึเปล่า ทานเสร็จก็ไปเตรียมตัวได้แล้ว” พวกผู้ใหญ่พูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนบางคนจะเริ่มแยกย้ายออกจากห้องอาหารไป แต่อีแทยงก็ยังนั่งกอดอกทำหน้าบูดอยู่เหมือนเดิม ส่วนคนเป็นพ่อก็ได้แต่เท้าคางมองลูกชายด้วยความเบื่อหน่าย


“เมื่อไหร่จะโตสักที อีแทยง”


“โธ่ ท่านพ่อ” แทยงทำหน้างอหนักกว่าเก่า เมื่อโดนคนเป็นพ่อว่า


“อาการเห่อน้องแบบนี้เหมือนจงอินไม่มีผิด” เซฮุนหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของหลาน ก่อนจะเป็นจงแดที่ทำหน้างอต่อ


“พี่เป็นพี่ของจงอินนะ ไม่ใช่น้องสะหน่อย”


“โธ่ พี่จงแด..ผมก็แค่เปรียบเปรยเฉยๆ”



.

.



แจมินเดินออกมาจากปราสาทส่วนตัว ก่อนจะเดินตรงไปยังหอพักของตัวเอง ในตอนที่ไปถึงเขาก็ไม่พบใครอยู่ที่ห้องเลย จึงคิดว่าทุกคนคงจะอยู่ที่โรงอาหารกลางกัน ร่างผอมหยิบหนังสือเรียนและของใช้ที่จำเป็นก่อนจะเดินไปที่โรงอาหารกลางเพื่อไปหามาร์คกับเตนล์


ตลอดทางที่เดินผ่านพวกแวมไพร์ พวกนั้นต่างพากันโค้งตัวให้กับเขาเพื่อทำความเคารพ แจมินไม่รู้สึกคุ้นเคยสักนิด บรรยากาศช่างแตกตากจากวันแรกที่เขามาเป็นไหนๆ คนเรามันปรับเปลี่ยนได้ไวขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย


“ยัยตาโต หายดีแล้วหรอ” พอมาร์คเห็นแจมินที่เดินเข้ามา ร่างเพรียวก็รีบลุกขึ้นยืนกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาพาแจมินให้ไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะ


“อ่าครับ หายแล้ว”


“โอ้โห ยาของคุณอี้ชิงนี่มันช่างวิเศษจริงๆ” พลังของเจโน่ด้วยนั่นแหละ..แจมินแอบคิดต่อในใจ พอพูดถึงเรื่องนี้ก็คิดถึงวันนั้นที่เขาโดนเจโน่ จู...บ อ่า ไม่สิ มันคือวิธีรักษาต่างหากนาแจมิน คิดอะไรของนายอยู่เนี้ย


“เฮ้ย หน้าแดงใหญ่แล้วยัยตาโต เป็นไข้รึเปล่า” มาร์คร้องด้วยความตกใจ มือขาวรีบยกขึ้นมาแตะลงบนหน้าผากของแจมินอย่างรวดเร็ว “อ่า..ตัวก็ไม่ร้อนนี่”


ฉ่า..


“ม..ไม่ ไม่เป็นอะไรครับ” ฮืออ นาแจมินอยากจะร้องไห้


“ถ้าเกิดรู้สึกไม่สบายตรงไหนต้องรีบบอกเลยนะ” คนตัวผอมพยักหน้ารับ ถึงอย่างนั้นมาร์คก็ยังทำหน้าไม่สบายใจเท่าไหร่ แหงสิ สภาพแจมินที่เขาเห็นวันก่อนมันสาหัสมาก จนไม่อยากเชื่อว่าเจ้าเด็กตาโตจะสามารถมานั่งยิ้มแฉ่งอยู่ตรงนี้ได้ไวขนาดนี้ คนทั่วไปเขาอาจจะต้องนอนซมอยู่อีกหลายวันไม่ใช่หรอวะ ที่แน่ๆ ไม่น่าจะสามารถฟื้นขึ้นมาได้ในเวลาแค่คืนเดียวแน่ๆ บางทีมาร์คก็สงสัยว่าที่หายเร็วขนาดนี้เพราะอี้ชิง หรือเพราะแจมินมีสายเลือดของราชาผู้ยิ่งใหญ่กันแน่ เป็นถึงลูกชายของอู๋อี้ฟาน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นแวมไพร์ แต่ก็น่าจะพิเศษกว่าคนอื่นรึเปล่า จริงไหม?


“แล้วคุณดงฮยอกไม่มาหรอครับ”


“ใจคอจะเรียกทุกคนว่าคุณหมดเลยรึไง” มาร์คอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา เป็นถึงลูกชายคนใหญ่คนโต ไม่จำเป็นจะต้องเรียกใครด้วยคำสุภาพขนาดนั้นก็ได้แท้ๆ


“…”


“ก็ได้ๆ วันนี้คงไม่มาหรอก เมื่อกี้เห็นรีบวิ่งมาหา พูดอะไรไม่รู้ แล้วก็วิ่งกลับห้องนอนไปเลย” พอพูดถึงแวมไพร์ผู้ติดตามก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา ไม่รู้ว่าวิ่งหนีใครมาถึงได้ทำท่าตื่นตูมขนาดนั้น เมื่อวานที่เห็นล่าสุดก็ไปอยู่กับแทยงไม่ใช่หรอ หรือว่าจะโดนองค์รัชทายาทหน้าตายนั่นแกล้งมา?


“งั้นหรอครับ..”


“มีอะไรกันรึเปล่า”


“ก็ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ” แจมินเงยหน้าขึ้นยิ้มให้มาร์คอย่างสดใส จนหัวใจเจ้ากรรมเผลอเต้นถี่รัว โอ้ย น่ารักงะ คนงามทำไมถึงมีคู่หมั้นแล้ว เออ พูดถึงคู่หมั้น


“แล้วตกลงนายจะแต่งกับเจโน่รึเปล่า”


“มาร์ค” นั่นไง เผลอถามออกไปตรงๆ อีกละ แจมินที่กำลังลุกขึ้นชะงัก เตนล์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ตีเขาอย่างแรงพร้อมกับทำหน้าดุใส่ อ่า..ก็อยากรู้นี่นา


“อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้คุยกันเลย?” อดไม่ได้ที่จะถามอีกแล้ว โอ้ย ปากหนอปาก


“ก็ยังไม่ได้คุยกัน” มาร์คเดินประกบข้างแจมินข้างหนึ่ง ส่วนเตนล์ก็เดินอีกข้างหนึ่ง ให้แจมินอยู่ตรงกลาง พวกเขาคุยกันในระหว่างที่เดินไปที่ห้องเรียน เดินได้ไม่เท่าไหร่แจมินก็หยุดชะงักเมื่อเห็นใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียน


ชัดเลย


มาง้อเขาเห็นๆ


แจมินดูลังเลอย่างชัดเจน ร่างผอมก้าวเดินไปข้างหน้าสามก้าวแล้วก็ถอยหลังไปข้างหลังอีกสามก้าวอยู่อย่างนั้น สักพักก็หยุดยืนนิ่งๆ แล้วก้าวเท้าเดินไปตรงหน้าเร็วๆ เพื่อหวังจะไปเข้าประตูหลังแทน แต่มันต้องผ่านคนที่ยืนอยู่ท่ีประตูหน้าก่อนไง ! ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สังเกตเห็นแจมิน แต่ลืมอะไรไปรึเปล่า นั่นอีเจโน่นะ แวมไพร์อีเจโน่หนะ ! มันต้องได้กลิ่นแจมินรึเปล่าวะ เห็นพวกแวมไพร์ก็พูดกันอยู่ว่าแจมินหอมมาก


หมับ !


“แจมิน..” นั่น ไม่ทันจะเดินผ่านก็โดนคว้าแขนเอาไว้แล้ว มาร์คกับเตนล์ถึงกับสะดุ้งตามแจมิน สายตาของเจโน่นั้นไม่ใช่สายตาเย็นชาอย่างเคย แต่เป็นสายตาเว้าวอน ให้อีกฝ่ายยอมคุยกันสักที


“เอ่อ คือผมต้องเข้าเรียน”


“จะไม่ยอมคุยกันแล้วหรอ” พอโดนเจโน่พูดตัดพ้อ แจมินก็ทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ ทำเอาคนมองรู้สึกโหวงตาม ดูเหมือนก็อยากคุยกับเขาไม่ใช่หรอ ทำไมถึงไม่ยอมคุยด้วย หรือโกรธเรื่องเมื่อวาน มาร์คก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะตอนเจโน่โดนทำโทษแจมินก็นั่งอยู่ด้วยไม่ยอมไปไหน


“…ก็ได้ ไว้จะมาหาใหม่” แวมไพร์หนุ่มพูดอย่างจำยอมก่อนจะเดินจากไป จังหวะนั้นดวงตาเรียวเล็กก็หันมองมาทางมาร์คกับเตนล์ ให้ตายสิ สายตาต่างกับที่มองแจมินเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง ทั้งมาร์คทั้งเตนล์ต่างก้มหน้า แล้วหลีกทางให้เจโน่เดินออกไปอย่างรวดเร็ว


“ยังโกรธเจโน่อยู่หรอ” เตนล์ที่เงียบอยู่นานอดไม่ได้ที่จะถามออกมา ดูเหมือนเหตุการ์ณจะสลับไปหมด จากตอนแรกที่เจโน่ทำเป็นไม่สนใจแจมิน แต่ตอนนี้ถึงกับมายืนรอที่หน้าห้องเรียนเพื่อขอคุยด้วย แม่งโคตรแปลก


“ผมไม่มีสิทธิโกรธเขาหรอกครับ..ผมกลัวเขาจะอึดอัด ถ้าเห็นหน้าผม”


ว้อททท ?!


เตนล์กับมาร์คสบตากันทันที ที่ไม่ยอมคุยกันเพราะกลัวเจโน่จะอึดอัดเนี่ยนะ แล้วคนอึดอัดที่ไหนเขาจะมายืนรอคุยด้วยแบบนี้กันเล่า


“นายนี่เข้าใจยากจริงๆ เลย” มาร์คตบหน้าผากแรงๆ หลายที ก่อนจะฝุบหน้าลงบนโต๊ะเรียนด้วยเความเหนื่อยหน่าย บรรยากาศในห้องเรียนกลับมาน่าเบื่อเหมือนเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างในโรงเรียนก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมด้วย ราวกับเรื่องราวเลวร้ายเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้น ยกเว้นบรรยากาศอึมครึมระหว่างแจมินกับเจโน่เนี่ยแหละที่ทำให้รู้เหตุการณ์เมื่อวานเกิดขึ้นจริง




นู่นนน เลิกเรียนก็มายืนรอยู่ที่หน้าประตูอีกแล้ว



“นาแจมิน ครั้งนี้ห้ามหนีนะเว้ย ไปคุยให้รู้เรื่อง” มาร์คกดเสียงต่ำ เขาไม่อยากให้หน้าห้องเรียนต้องมีแวมไพร์หนุ่มยืนอึมขรึมอยู่ตรงนั้นตลอดไปหรอกนะ นี่มันอาทิตย์หนึ่งแล้วนะเว้ย ! เฮ่นนโหล๊ววว! ที่แจฮยอนพูดคงจะเป็นเรื่องจริง ที่เจโน่ชอบแจมินมากๆ


“วันนี้อากาศเย็น ทำไมไม่ใส่เสื้อออกมา” แจมินเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเจโน่ ยังไม่ทันท่ีคนตัวเล็กจะได้พูดอะไร แวมไพร์หนุ่มก็ชิงพูดก่อน เจโน่ถอดเสื้อนอกให้กับแจมินอีกครั้ง แวมไพร์หนุ่มใส่เสื้อให้กับแจมินอย่างอ่อนโยน มนุษย์ตัวน้อยถึงกับทำตัวไม่ถูก


“อ่า..ตัวนั้นก็ยังไม่ได้เอามาคืนเลย” สวมเสื้อนอกให้ไม่พอ มือเย็นยังยกขึ้นแตะแก้มของแจมินอย่างอ่อนโยนอีกต่างหาก หัวใจของนาแจมินไม่ปลอดภัยจริงๆ


“ไม่เป็นไร ของๆ ฉันก็คือของๆ นาย”


ตู้มมม !


ได้ยินเสียงอะไรระเบิดรึเปล่า มันคือหัวใจของนาแจมินเอง พูดได้หน้าตายสมกับเป็นอีเจโน่


“ทำไมถึงมาทำดีด้วย..ถ้าเป็นเพราะรู้สึกผิดเรื่องเมื่อวันก่อน มันไม่เป็นไรจริงๆ ครับ มันก็สาสมกับที่ผม..อื้มม !!” ร่างผอมเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อโดนแวมไพร์หนุ่มรั้งร่างเข้าไปใกล้จนลำตัวแนบกันทุกส่วน ทั้งริมฝีปากเย็นๆ ที่ประกบลงมาอย่างนุ่มนวลนั่นอีก


แขนขาวพยายามผลักอกของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่แวมไพร์หนุ่มกลับกอดรัดร่างของเขาแน่นกว่าเดิม

“อ..อึก..เจ..อื้ม !!” ลิ้นเย็นๆ ที่แทรกเข้ามาในโพรงปากของแจมินทำเอาคนตัวเล็กหูอื้อตาลายไปหมด หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวอย่างแรงจนแจมินกลัวว่ามันจะกระเด้งออกมาข้างนอก แวมไพร์หนุ่มปล่อยปากบางให้เป็นอิสระเพียงชั่วครู่ ก่อนจะประกบลงมาอีกครั้ง และอีกครั้ง ราวกับจะจูบเพื่อทดแทนเวลามากมายที่เสียไป


มาร์คกับเตนล์ที่เป็นผู้ร่วมเหตุการณ์ถึงกับทำตาโต เฮ้ยย เฮ้ยยย นี่มันหน้าห้องเรียนนะเว้ยยยย ถึงคนอื่นจะเดินออกไปหมดแล้ว แต่พวกเขายังอยู่โว้ยยย มาร์คกับเตนล์ที่ทำอะไรไม่ถูกถึงกับยกมือขึ้นปิดตากันและกันด้วยความเขอะเขินกับภาพตรงหน้า พวกเขามึนงงไปหมดจนแทนที่จะรีบเฟดออกจากห้องไป พวกเขากลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแทน


“แฮ่ก..แฮ่ก เสียสติไปแล้วหรอ” คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงขาดห้วง แก้มขาวแดงเถือกทั้งน่ารักทั้งน่าเอ็นดูในสายตาเจโน่ มุมปากบางกระตุกยิ้มเล็กน้อย อ้อมแขนแกร่งก็ยังไม่ยอมละไปไหน


“อืม ก็คงจะเสียสติจริงๆ นั่นแหละ” เสียงทุ้มพึมพำอยู่ข้างหู ใบหน้าคมยังคลอเคลียอยู่กับแก้มนุ่มสลับกับซอกคอขาวอย่างออดอ้อน แต่เฮ้ แจมินเห็นนะเว้ย ว่ามุมปากเขี้ยวงอกออกมาหนะ


“คุณคงไม่คิดจะกัดผมหรอกใช่ไหม”


“เรียกเจนเหมือนเดิมไม่ได้หรอ” พูดเสียงปกติแจมินก็จะตายอยู่ละ นี่ดันใช้เสียงสองพูด แจมินรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะละลายเหมือนกับขี้ผึ้งที่โดนไฟลนยังไงยังงั้น ให้ตายสิ เกิดอะไรขึ้นกับอีเจโน่คนเย็นชา คนที่พร้อมจะฆ่าเขาทุกเมื่อถ้าเขาเผลอกัน


“ขอโทษครับ เมื่อวันนั้นผมพูดไม่ทันคิด”


“เรียกเจนเถอะ..นะ น้องแจม


ตึก ตึก


ไม่ไหวแล้ว หัวใจของเขาเต้นแรงเกินไปแล้ว ฮือ แม่ช่วยน้องแจมด้วย น้องแจมรับมือกับเจโน่ในมุมนี้ไม่ไหวจริงๆ ดวงตากลมพยายามหันไปมองมาร์คกับเตนล์เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับไม่พบใครตรงนั้น ทั้งห้องเหลือเพียงแค่เขากับเจโน่แค่นั้น


“เอ่อ..ปล่อยนะ”


“เรียกสิ” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้อีกครั้งจนแจมินต้องเบือนหน้าหนีริมฝีปากเย็นๆ ของเจโน่ที่โน้มเข้ามาใกล้เพื่อหวังชกชิงลมหายใจของเขาไปอีก


“เจน..ปล่อ..อื้มมม”




JENO WIN !














------------------------------------------
 เขาจูบกันแล้ววววว *ยกมือปิดตาตามน้องมาร์คกับพี่เตนล์ 












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #504 WSwen (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 09:32
    พี่เจนกับน้องแจม *ยกมือปิดตา*
    #504
    0
  2. #451 Hiphophop (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 00:16
    พี่เจนนนน น้องแจมมมมม /กรีดร้อง
    #451
    0
  3. #415 puchan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 01:22
    พูดด้วยสิ เจนนนน
    #415
    0
  4. #396 Hongsyok (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 02:33
    ง้อน้องแล้ววว
    #396
    0
  5. #390 LoveD.O. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 23:55
    เจโน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #390
    0
  6. #356 Kn_llo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 22:03
    เขินๆๆๆๆๆๆๆๆๆอร้ายยยยย
    #356
    0
  7. #288 Pattho (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 21:21
    งื้ออออ เขินมากอะแงงงง เจโน่ละมุนมากเวอร์ โง้ยยย
    #288
    0
  8. #240 porkpak111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 00:01
    เจโน่โหมดนี้ทำใจสั่นเลย อืออเป็นการง้อที่แบบ ฟหกด่าสวๆๆๆ โอยปากน้องแจมหวานไหมคะ แต่ระวังนะถ้าพ่อกับพี่ชายเขารู้ขึ้นมา หึหึ ของรักของหวงของครอบครัวเลยนะนั่น
    #240
    0
  9. #228 Butsaya.89 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 21:24
    คิดถึงมากๆเลยค่ะ
    #228
    0
  10. #206 JutamasPromyota (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 08:06
    ฮืออออไรท์กลับมาแล้ว คิดถึงมากเลย คู่พี่เจนกับน้องแจมน่ารักมากเลยค่ะ เราไม่ปิดตาหรอก55555 ส่วนดงฮยอกจะกลัวอะไรขนาดนั้นรูกกกก
    #206
    0
  11. #205 little-kyung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 15:33
    แงๆๆๆๆ มั่ยหวัยยยยยย เราไม่ไหว ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆาดสฟสเานๆาเสๆสแสยๆาๆ
    #205
    0
  12. #204 PaSeWoHunThai94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 21:07
    งื้ออออละมุนนน่ารักกกกก
    #204
    0
  13. #203 faiiswnd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 00:50
    งื้ออน่ารักกก ของๆใครนะคะ? ช่วงนี้ขยันทำให้นาแจมินเขินจังเลยนะ | เราเพิ่งเห็นเรื่องนี้เพราะมีคนแนะนำในทวิต เลยเห็นว่าไรท์ไม่ได้มาต่อนานมาก ดีใจที่ไรท์กลับมาต่อนะคะ รอติดตามอยู่น้า
    #203
    0
  14. #200 bunnyxfox (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:54
    ฮื่ออ ชอบจังเลย วนกลับมาอ่านตอนแจมินเรียกคุณดงฮยอกมานั่งด้วยกันสิ~ ทานสักหน่อยสิครับ~ แล้วบรรดาญาติๆก็อิจฉากัน น่ารักมากกๆๆ ฮื่อออ ชอบบบ
    #200
    0
  15. #199 wareeandsoul (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 16:13
    ขอบคุณที่ไรท์กลับมานะคะ TT บรรยากาศดีขึ้นเยอะ อย่างน้อยก็ไม่มึนตึงใส่กันแล้ว คุณแวมไพร์หมั่นหยอดหมั่นออเซาะเยอะๆนะ สู้ๆ
    #199
    0
  16. #198 fujikozung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 09:34
    ตอนนี้ครอบครัวสุขสันต์มากกกกกก มากันครบทุกคนเลย แทยงก็แสดงตัวตนในแบบที่คนภายนอกไม่มีทางได้เห็นแน่ๆอีกแต่รู้สึกว่าจะอะไรกะดงฮยอกเกินไปหน่อยนะคุณรัชทายาทอันดับ1 55555555 แล้ว แล้ววววววว เจโน่ทำอะไรหน้าห้องเรียนแบบนั้นนนนนนนนนนน เกรงอกเกรงใจคนอื่นบ้างงซิ
    #198
    0
  17. #197 Limonin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 18:33
    แม่ น้องเขิน ฮื่อ!!!! แต่น้องจะไม่ปิดตาหรอกนะ อิอิ
    #197
    0
  18. #185 Chez-moi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:34
    ฮื้ออออ กลับมาแล้วววว เจโน่นี่บทจะอ้อนก็เอาซะแจมินไปไหนไม้รอดเลยนะ ฮืออออ
    #185
    0
  19. #183 bunnyxfox (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 15:39
    เขินมากกกก กรี้ดดดดดดดกดดดดด T////////T
    ดีใจมากกกกๆๆๆๆค่าาา ที่ไรท์กลับมาาา ฮือออ ฟิคอันดับหนึ่งของเราเลยนะตอนนี้ อย่าหายไปนานอีกนะคะ ถือว่าขอ ฮืออออ
    #183
    0
  20. #182 TBbyun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 15:31
    ในที่สุดไรท์ก็กลับมา เจโน่มุมนี้ไม่อ่อนโยนกับใจเลย ฮือ เขาจูบกันแล้ว! รอนะคะ
    #182
    0
  21. #181 หมามีสี่ขา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 14:16
    ถึงกับต้องไปย้อนอ่านตั้งแต่ตอนแรก ไรท์กลับมาล้่วววววววว
    #181
    0
  22. #180 P'lu N'hun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 08:24
    เขินอ่าาาาาาา ฮื่อออออ พี่เจนของน้องแจม
    #180
    0
  23. #179 0897795423 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 20:49
    อ้ากกกกกก ในที่สุดดดดไรต์คัมเเบล็คเเล้วววววโว้ยยยยย
    หนูรอเรื่องนี้มานานมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ไรต์จะกลับมาอัพอีกทีเมื่อไหร่น้าาาา
    รอนะค่าาา
    #179
    0
  24. #178 fah_phetmanee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 20:47
    ในที่สุดดดดดดดไรต์ก็คัมมมแบล็คคคคค
    ตอนนี้ดีต่อใจมากกกกกเจโน่ทำไมตอนนี้รุกหนักมากกกกเล่นซะเเจมืนไปไม่เป็นเลยยย
    #178
    0
  25. #177 fah_phetmanee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 20:46
    ในที่สุดดดดดดดไรต์ก็คัมมมแบล็คคคคค
    ตอนนี้ดีต่อใจมากกกกกเจโน่ทำไมตอนนี้รุกหนักมากกกกเล่นซะเเจมืนไปไม่เป็นเลยยย
    #177
    0
  26. #165 JutamasPromyota (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 07:08
    ไรท์อยู่หนายยยยยเค้าเขามาส่องหลายรอบแล้วววว รอเด้อออออ
    #165
    0
  27. #164 Jutamas promyota (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 22:17
    ไรต์แล้วอย่าลืมมาต่อเน้อออออ รีดจะรอไรตที่ท่าน้ำ555 รักไรต์จังงงงง
    #164
    0
  28. #162 Jae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 18:43
    เราได้ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆเลย (แม้เราจะไม่ได้เป็นแฟนคลับวงนี้แต่ก็เอ็นดูเด็กๆทุกคนเลยย ) เราติดตามไรต์จากเรื่องก่อนๆไรต์เขียนได้ดีขึ้นมากๆเลยคะ^^
    #162
    0
  29. #160 txxrxxq (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 10:49
    สู้ๆนะคะฮือ คิดถึงจนวนกลับมาอ่านหลายรอบเลย
    #160
    0
  30. #159 m.ppmm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 18:55
    รอนะคะ ฮือออ สงสาร
    #159
    0
  31. #151 Fahhsii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 15:07
    รอนะคะ><
    #151
    0
  32. #150 Mochi. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 20:25
    ฮือออ รอนะคะ
    #150
    0
  33. #147 fayoonnie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 19:06
    พอย้อนกลับไปอ่านใหม่แร้วร้องไห้อีกรอบค่ะซิสสงสารยัยแจมมากTTบวกกับอารมณ์ที่มาจากข่าวลือยัยแจมอิชั้นช้ำใจสองเท่าTT
    #147
    0
  34. #146 kanyalak9279 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 06:17
    เย้ๆๆ ไรท์มาแล้ววววว คิดถึงไรท์ที่สุด สู้ๆนะคะไรท์รออ่านเรื่องนี้ของไรท์อยู่ จุ้บๆๆ
    #146
    0
  35. #145 naxx10 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 05:50
    คิดถึงงไรท์ รอนะค้าบบ
    #145
    0