(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 9 : EIGHT

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    6 มี.ค. 61




8

แขกของเจโน่




“นี่องค์ชาย ตกลงแล้วยังจะหมั้นกับอีเจโน่อยู่ไหมหละ”


ร่างผอมในชุดเสื้อเชิ้ตตัวบางทับด้วยเสื้อนอกที่ถูกระเบียบเรียบร้อยหากแต่ไม่ใช่ชุดของตัวเองหยุดกึกตามเสียงทักทาย ดวงตากลมหันมองแวมไพร์แปลกหน้าที่นั่งเท้าคางด้วยท่าทางเบื่อหน่ายเช่นเดียวกับเสียงที่ใช้ถามเขาก่อนหน้านี้ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ในใจก็พยายามคิดว่าตัวเองเคยเห็นคนตรงหน้านี้ที่ไหนรึเปล่า แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกสักนิด


“ถามอะไรของนายหนะ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” มาร์คที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกโรงปกป้องแจมินทันที ถึงแม้คำถามนี้จะติดในใจเขาอยู่หลายครั้ง แต่เพราะถามออกไปหลายครั้งแล้วไม่ได้คำตอบกลับมา เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะถามแจมินไปแล้ว


“ว่าไงหละ องค์ชาย” อะไรกัน ท่าทางกวนประสาทแบบนี้


“…”


“นี่ เห็นว่าอีเจโน่เป็นของตายรึไง คิดว่าเขาจะรอการตัดสินใจขององค์ชายตลอดไปหรอ”


“หมายความว่ายังไง” แจมินขมวดคิ้วมองแวมไพร์ตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายจะสื่อ ทำไมพูดอย่างกับรู้จักเจโน่ดีแบบนั้นหนะ


“หึ..ก็แค่มาเตือนด้วยความหวังดี รีบตัดสินใจซะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจ”


“อะไรของมันวะ” มาร์คที่ยืนอยู่ข้างๆ เองก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจตามแจมิน นี่มันมาเตือนหรือมันมาหาเรื่องกันแน่ หรือว่าไอ้เด็กแวมไพร์ตรงหน้านี่มันชอบเจโน่เหมือนกัน?


“เฮ้ออ น่าเบื่อจังเลย..นี่ คุณนานะ อ่ะ คุณนาแจมิน คนเราหนะ รักได้ก็เบื่อได้นะครับ” แวมไพร์ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะหันมามองหน้าแจมินอีกครั้งราวกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่า


“เฮ้ จองอู มาทำอะไรที่นี่หนะ !” เสียงผู้มาใหม่เรียกความสนใจจากหนึ่งแวมไพร์สองมนุษย์ได้เป็นอย่างดี แจมินมองแจฮยอนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้พวกเขาขึ้นเรื่อยๆ พอเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสังเกตเห็นเขากับมาร์คคิ้วหนาก็เริ่มขมวดเป็นปมขึ้นมาทันที


“พอดีได้กลิ่นเจโน่แถวนี้ก็เลยตามมาดูหนะ ไม่คิดว่าคนที่เจอจะไม่ใช่เจโน่ แต่เป็น..”


“เป็นอะไรวะ พูดให้มันดีๆ นะเว้ย ไอ้ท่าทางมองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้านี่มันอะไร” มาร์คแทบจะพุ่งเข้าใส่คนแปลกหน้า ถ้าแจฮยอนไม่รีบออกมายืนบังซะก่อน โอ้ยให้ตายสิ นาแจมินรู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้นยังไงก็ไม่รู้ เขาสบตากับแจฮยอนอยู่หลายครั้ง ก่อนจะเป็นฝ่ายโค้งตัวให้อีกฝ่ายแล้วลากมาร์คให้ออกมาพร้อมกัน


“ให้ตายสิ พูดอะไรของมันวะ แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ”


“ใจเย็นๆ นะครับ ผมหนะไม่เป็น..”


“ไม่เอาน่าฮินะ”


“อยู่เฉยๆ น่าอีเจโน่”


อึก..


เสียงของแจมินเหมือนจะถูกดูดหายไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตจ้องมองหญิงสาวกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างล่าง ถัดจากพวกเขาที่กำลังเดินลงบันไดไม่ถึงครึ่งชั้นด้วยซ้ำ คำถามมากมายพุดขึ้นมาราวมกับก๊อกน้ำที่เป็นรูรั่ว


ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร


ทำไมมือนั่นถึงอยู่บนแก้มของเจโน่


แล้วทำไมเจโน่ถึงจับมือผู้หญิงคนนั้น


“ฮึ้ย นั่นคุณฮินะกับคุณเจโน่ใช่รึเปล่า หรือว่าข่าวลือที่บอกว่าคุณแจมินถอนหม้ันกับคุณเจโน่จะเป็นเรื่องจริง”


“จะว่าไปคุณฮินะก็เหมาะกับคุณเจโน่มากกว่านะ คุณแจมินหนะถึงจะเป็นลูกของท่านคริส แต่ก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา”


“นั่นสินะ ถ้าเป็นมนุษย์เลือดพิเศษอย่างคุณคิมก็ว่าไปอย่าง”


“แต่กลิ่นคุณแจมินก็หอมอยู่นะ ถึงมันจะเจือจางก็เถอะ อาจจะเป็นเป็นเลือดพิเศษก็ได้”


“นี่พวกเธอ ! ถ้าจะนินทาก็ช่วยพูดเบาๆ หน่อยได้ไหมวะ หรือไม่ก็ช่วยสังเกตหน่อยว่าคนที่นินทาอยู่หนะ เขาอยู่แถวนี้รึเปล่า !!!!” ไหล่บางของแจมินสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงตะโกนของมาร์ค แจมินก็นึกอยากจะขอบคุณมาร์คหรอกที่ช่วยเขาโดยไม่เกรงกลัวว่าคนที่ตัวเองตะโกนด่าปาวๆ จะพุ่งเข้ามากระซวกตัวเอง แต่เพราะมาร์คทำแบบนั้นแวมไพร์สองตนที่อยู่ข้างล่างก็ได้ยินด้วยหนะสิเว้ย นั่นไง เจโน่เงยหน้าขึ้นมามองแล้ว


“ฮ้า..ฉันบอกแล้วใช่ไหมหละ คุณแจมิน” น้ำเสียงเรื่อยๆ ที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ ดังขึ้นข้างหู แต่พอหันไปมองหน้าอีกฝ่าย แจมินก็เห็นถึงความสนุกออกมาจากสีหน้าของอีกฝ่าย พร้อมๆ กับเหลือบไปเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของแจฮยอน


“นายบอกอะไรกับแจมิน จองอู” แวมไพร์ตัวผอมตรงหน้าเขาโดนเจโน่ที่ไม่รู้ว่าโผล่มายืนข้างเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กระชากออกไปทันทีด้วยความรุนแรง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉย ตอนนี้กลับแสดงถึงความบึ้งตึงอย่างชัดเจนบวกกับบรรยากาศที่เริ่มกดดันจนแจมินยังรู้้สึกได้


“อยากรู้หรอ? งั้นก็ถามคุณแจมินดูสิ” รอยยิ้มของอีกฝ่ายทำให้แจมินแอบรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ร่างผอมบางก็เลือกที่จะเงียบต่อไป เจโน่ปล่อยมือจากคอเสื้อของจองอู ก่อนจะยืนจ้องคนตัวผอมที่เอาแต่ยืนก้มหน้าสลับกับใบหน้าของพี่ชายของตนเอง


“มีอะไรกันหรอ จองอูแกล้งเจโน่อีกแล้ว ไม่ดีเลยนะ” ไหล่บางของแจมินแอบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงหวานใสของหญิงสาว เรียวขาบางเผลอถอยหลังหนีออกไปหลายก้าว แต่ก็โดนเจโน่ดึงแขนเอาไว้ทำให้เขาหนีไปไหนไม่ได้ไกลอย่างที่ใจคิดเท่าไหร่นัก


“หึหึ ไม่ได้แกล้งเจโน่สักหน่อย” แวมไพร์แปลกหน้าที่ชื่อจองอูพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ ซึ่งแจมินรู้สึกไม่ชอบมันเลย ร่างผอมอยากจะหายตัวออกไปเสียตอนนี้เลยด้วยซ้ำ ไม่ได้แกล้งเจโน่แต่แกล้งเขาหละสิไม่ว่า


“หืม..ไม่คิดว่าเจโน่จะมีเพื่อนเป็นมนุษย์ด้วย” โห ยิ้มโคตรหวาน น่ารักขนาดนี้ถ้าเจโน่จะชอบก็คงไม่แปลก ยังไงผู้หญิงก็คงดีกว่าผู้ชายอยู่แล้วนั่นแหละ ตัวเองเขาเองไม่มีอะไรเหมาะกับเจโน่เลยสักนิดอย่างที่คนอื่นพูด


“ไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นคู่หมั้นต่างหากเล่า !” วันนี้มาร์คปรี๊ดแตกรอบที่เท่าไหร่แล้วแจมินก็ไม่สามารถอธิบายได้จริงๆ เขารู้สึกซึ้งใจที่อีกฝ่ายคอยรู้สึกโมโหแทนเขาทุกครั้ง ทั้งๆ ที่จริงแล้วไม่จำเป็นเลยสักนิด ให้ตายสิ เราเจอกันนานแค่ไหนนะ ทำไมถึงได้ดีกับเขาแบบนี้


“เอ๊ะ..”


“เอ่อ ผมขอตัวนะครับ” ไว้ก่อน ตอนนี้เขารู้สึกไม่ไหวแล้ว ถ้าต้องยืนอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ ถ้าเธอบอกว่าเธอเป็นคู่หมั้นคนใหม่ของเจโน่ เขาคงรับไม่ไหวแน่ๆ


“แจมิน ! เดี๋ยว !”


“เดี๋ยวก่อนเจโน่ นี่หมายความว่ายังไง”


แจมินอยากจะหัวเราะเสียงดังออกมาเมื่อได้ยินเสียงแว่วๆ ของหญิงสาว เธอรั้งเจโน่เอาไว้ ทำให้เจโน่ไม่ได้เดินตามเขามา ให้ตายสินาแจมิน นายหวังอะไรของนายกันอยู่นะ เป็นแบบนี้มันก็ถูกแล้ว จะเสียใจทำไมกัน


“พวกนายแม่งโคตรน่ารำคาญ โอ้ยให้ตาย! ยัยตาโตรอฉันด้วย !”


แจมินหยุดรอมาร์คที่วิ่งตามมาทีหลัง ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกัน ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของแวมไพร์ทั้งหลายที่มองตามมา


“อย่าคิดมากนะยัยตาโต เออนี่ นายชอบดนตรีไหม”


“ครับ?”


“โอเค ชอบเนอะ งั้นปะ ไปฟังเพลงกัน”


“ห๊ะ..เดี๋ยว..”


ไม่เคยรอให้พูดอะไรเลยยยยยย


แจมินได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเดินตามแรงลากของรุ่นพี่ไปแต่โดยดี อยู่กับมาร์คก็คงจะดีกว่าการอยู่ในห้องคนเดียวหละมั้ง


มาร์คพาแจมินเดินลัดเลาะตามทางเดินที่มีแต่ต้นไม้รอบๆ ตัวเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ ต้นไม้ และต้นไม้ เป็นบรรยากาศเขียวๆ ที่ทำให้รู้สึกดีเหมือนกับอยู่บ้านไม่มีผิด คนตัวผอมบ่นตัวเองอยู่ในใจที่มัวแต่เก็บตัวอยู่ที่ห้องเลยไม่มีโอกาสได้มาเดินเล่นในที่แบบนี้เลยสักครั้ง


“คืนนี้จะมีปาร์ตี้หละ”


“ปาร์ตี้?”


“ก็เหมือนพวกปาร์ตี้ประจำปีอะไรแบบนี้แหละ มีโหวตคะแนนหนุ่มฮอตสาวฮอตคิวบ์บอยคิวบ์เกิลไรแบบนี้ด้วย ฉันว่านายอาจจะมีลุ้นนะ”


“หนุ่มฮอตอะหรอ” แจมินเลิกคิ้วขึ้นสูง ส่วนมาร์คที่เจอคำถามนี้เข้าไปถึงกับหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าแจมินนิ่งๆ อยู่นานจนแจมินรู้สึกกลัว


“ทำไม..?”


“นายคิดว่าคนหล่อๆ ในโรงเรียนนี้มีกี่คนกัน”


อืม..ก็แทยง พี่แจฮยอน พี่ฮันซล พี่ยูตะ เจโน่...


“นั่นแหละ ! นายคิดว่าจะชนะคนพวกนั้นได้หรอ”


“เอ่อ..ไม่”


“คิวบ์บอยต่างหากที่เหมาะกับนายนะ ยัยตาโต!!!”


“แล้วคุณไม่คิดว่าคุณจะเหมาะกับมันบ้างหรอ”


“ห๊ะ..” คนโดนย้อนกลับอย่างมาร์คถึงกับทำหน้าช็อคจนแจมินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ถึงเขาจะไม่ได้ชอบให้ใครมาชมว่าน่ารัก แต่มันไม่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้าคนจะชมแบบนั้น แต่กับมาร์คคงจะเป็นเรื่องใหญ่น่าดู


“งั้นมาพนันกันไหมหละ”


“ครับ?”


“พนันกัน ถ้านายได้ตำแหน่งคิวบ์บอยนายต้องเรียกฉันว่าพี่มาร์ค”


“…แล้วถ้าพี่ได้หละ ผมจะได้อะไร” ..ถึงแม้ว่าการให้เรียกอีกฝ่ายว่าพี่มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงขนาดต้องพนันกันก็เถอะ แต่แจมินก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามาร์คจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้


“ไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นได้แน่นอน” พอเห็นท่าทางมั่นใจแบบนั้นแล้วมัน..


“ถ้าไม่มีข้อแลกเปลี่ยนผมก็ไม่พนันด้วยหรอก”


“ก็ได้ๆ งั้นนายอยากให้ฉันทำอะไร”


อืม..จะว่าไป เป็นมนุษย์คนเดียวท่ามกลางแวมไพร์ทั้งหมดก็น่าอึดอัดไม่น้อย งั้น..


“คุณต้องมาทานข้าวเย็นพร้อมผมเป็นเวลา 1 อาทิตย์”


“โธ่ แค่ข้าวเย็น ได้อยู่แล้ว..เดี๋ยว ข้าวเย็น? ข้าวเย็นที่ปราสาทส่วนตัวอะนะ ข้าวเย็นที่ต้องนั่งกินพร้อมพวกคนในราชวงศ์อะนะ” มาร์คทำตาโตพร้อมขึ้นเสียงสูง


“ใช่ครับ”


“ให้ฉันไปตะโกนกลางสนามว่าจองแจฮยอนหล่อมาก 5 ครั้ง กลางสนามหญ้ายังดีกว่าไปนั่งอึดอัดในห้องอาหารเป็นไหนๆ”  


เดี๋ยว แล้วเกี่ยวไรกับพี่แจฮยอน?


แจมินก็อยากจะถามมาร์คหรอก แต่พอพูดจบเจ้าตัวก็เดินหนีนำเขาไปข้างหน้าแล้ว ร่างผอมจึงได้แต่เก็บคำถามนั้นเอาไว้ในใจแล้วเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ ในใจก็คิดไปถึงเรื่องตำแหน่งอะไรนั่นด้วย แต่ช่างเถอะ ถ้าเขาแพ้พนันเขาก็แค่ต้องเรียกอีกฝ่ายว่าพี่แค่นั้นเอง แต่มาร์คนั่นแหละ หาเรื่องให้ตัวเองแท้ๆ


“แล้วถ้าเราไม่ได้ตำแหน่งทั้งคู่หละ?” แจมินนึกสงสัย เขาคิดว่ามีใครสักคนนึงที่เหมาะสมที่จะได้รับรางวัลนี้มากกว่าพวกเขาอยู่หนึ่งคน “..ถ้าเราไม่ได้ตำแหน่งทั้งคู่ ผมจะยอมเรียกคุณว่าพี่ ส่วนคุณก็ต้องไปตะโกนที่สนาม..แล้วก็ต้องไปทานข้าวเย็นกับผมด้วย”


“นายว่าไงนะ..” มาร์คถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นแจมินในมุมนี้ ใครจะรู้ว่ายัยตาโตจะชอบแกล้งคนอื่นด้วยเหมือนกันหละ แต่คนอย่างมาร์คไม่มีคำว่ากลัวหรอก !


“ได้ ! ฉันรับคำท้า !!”


พอมาร์คหันหลังกลับไปแล้ว ร่างผอมบางที่เดินตามหลังถึงกับต้องแอบยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ งานนี้เขาได้เห็นมาร์คไปยืนตะโกนที่กลางสนามเพื่อบอกว่าพี่แจฮยอนหล่อมากแน่ๆ แค่คิดก็ตลกแล้ว มาร์คจะทำหน้าแบบไหนระหว่างที่ตะโกนกันนะ ส่วนพี่แจฮยอนจะยิ้มจนแก้มบุ๋มหรือทนดูไม่ไหวจนต้องเดินหนีกันแน่ แต่ดูท่าแล้วคงจะเป็นอย่างแรกมากกว่าหละมั้ง


“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นหรอแจมิน”


“ครับ?” แจมินเดินตามมาร์คเข้ามาในบริเวณหอประชุมเงียบๆ ร่างผอมชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทักของเตนล์ ดวงตากลมโตจ้องมองรุ่นพี่น่ารักด้วยความงุนงง มาร์คที่เดินนำหน้าถึงกับต้องหยุดชะงักแล้วหันกลับมาจ้องหน้าของเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยความใคร่รู้


“นายกำลังยิ้มอยู่หนะ” เตนล์ยิ้มจนตาหยีแล้วชี้นิ้วมาที่แก้มของตนเอง เพื่อบอกให้แจมินรู้ตัว


“นาแจมินเนี่ยนะ” เด็กฝรั่งร้องออกมา พอเห็นว่าแจมินกำลังยิ้มอย่างที่เตนล์พูดจริงๆ มาร์คก็ถึงกับทำหน้าไม่ถูก ทำไมแจมินถึงอารมณ์ดีหละ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจอเรื่องไม่ดีมาเนี่ยนะ


“อย่าบอกนะว่านายยิ้มเพราะ..”


“อ่า..”


“โอ้ย ให้ตายสิ !!”


“มีอะไรกันหนะ” พอเห็นท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของรุ่นน้องที่มาจากเมืองนอกบวกกับรอยยิ้มที่เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแจมินอีกครั้ง เตนล์ก็ชักจะอยากรู้ขึ้นมา แต่คิดว่าตัวเองคงจะไม่ได้รับคำตอบในตอนนี้ เพราะเจ้าเด็กฝรั่งก็เอาแต่โวยวาย ส่วนแจมินก็เอาแต่อมยิ้ม


“เอ่อ พี่พอจะรู้ไหมครับว่าเรื่องคิวบ์บอยอะไรเนี่ยมันประกาศผลเมื่อไหร่”


“เรื่องนั้น..” พอพูดถึงตอนนี้สีหน้าของเตนล์ก็เปลี่ยนไปจนแจมินต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ ในใจแอบลุ้นว่าสิ่งที่เขาคิดมันจะเกิดขึ้นจริงรึเปล่า


“อ๋อ เขาประกาศไปแล้วนะน้อง ประกาศไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คืนนี้เป็นคืนรับตำแหน่ง” ใครสักคนที่ยืนอยู่แถวนั้นพูดขึ้นออกมาพร้อมรอยยิ้มขณะที่กำลังยกเก้าอี้เพื่อไปเติมตรงหน้าเวทีให้เต็ม


“ครับ?!” ทั้งมาร์คทั้งแจมินร้องออกมาพร้อมกันเสียงดังด้วยความตกใจจนแวมไพร์ที่อยู่แถวนั้นถึงกับสะดุ้ง ตกใจเพราะเสียงร้องของเด็กมนุษย์ทั้งสองบวกกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวนั่นด้วยนั่นแหละ


“ตื่นเต้นอะไรกันครับ หัวใจเต้นแรงจนจะหลุดออกมาแล้ว” ดงฮยอกที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เตนล์ถึงกับต้องถามออกมา เพราะกลัวว่าคุณชายของตนเองกับคุณแจมินจะเป็นอะไร หัวใจเต้นแรงขนาดนี้เกิดช็อคขึ้นมา คนที่ตายคนแรกของจะเป็นดงฮยอกคนนี้นี่แหละ


“ผ..ผลเป็นยังไงครับ”


“ค..ใครได้เป็นคิวบ์บอย”


เสียงสั่นๆ ของแจมินกับมาร์คทำแวมไพร์หนุ่มทำหน้าไม่สู้ดีตามไปด้วย ยิ่งเห็นองค์รัชทายาทแทยงเดินอยู่ไกลๆ และเหมือนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ แวมไพร์ผู้โชคร้ายก็เหมือนจะเริ่มหน้าซีดแล้วเริ่มรับรู้ชะตากรรมของตัวเอง ถ้าเกิดท่านแทยงเห็นสีหน้าของน้องชาย แล้วเกิดเข้าใจผิดคิดว่าเขาแกล้งน้องชายของท่านจะทำยังไง


“แจมิน” แจมินกับมาร์คไม่ได้สนใจเสียงเรียกของแทยงเลยแม้แต่นิดเดียว แต่แวมไพร์ผู้น้อยนั้นสั่นเป็นจ้าวเข้าเมื่อเห็นแทยงยืนอยู่ข้างหลังแจมิน ฮือออ แค่ทำหน้าโหดเขาก็กลัวจะแย่ แต่นี่เล่นแผ่รังสีกดดันมาด้วย เขานี่แทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอแล้ว


“อ..เอ่อ..”


“นายแกล้งอะไรน้องฉัน”


พระเจ้า !!! ได้โปรดเมตตาแวมไพร์ผู้น้อยคนนี้ด้วยเถอะ แวมไพร์หนุ่มได้แต่ทำหน้าจะร้องไห้ เขายังไม่อยากชะตาขาดตอนนี้หรอกนะ แล้วคุณเตนล์ทำไมยืนทำหน้ามึนอยู่แบบนั้นหละ ไม่ช่วยเขาเลยสักนิด


“ว่าไงครับพี่”


“ว่าไง”


“ค..คุณเตนล์ไงครับ” ดงฮยอกตอบกลับไปเสียงเบา มองแจมินกับมาร์คที่ค่อยๆ ทำตาโตพร้อมกับค่อยๆ อ้าปากออกมาเป็นภาพสโลโมชั่น ก่อนจะ..


“เยสสส!!”


“x ! what the fxxk!!”


ว้อทททท อีดงฮยอกขอร้องออกมาด้วยได้ไหม ทั้ง 2 ไปตกลงอะไรกันมาเนี่ย เขาไม่เคยเห็นแจมินร้องออกมาด้วยความดีใจขนาดนี้ กับไม่เคยเห็นมาร์คสบถท้อยคำหยาบคายออกมาได้ดังขนาดนี้


“เกิดอะไรขึ้น” แม้แต่อีแทยงก็ยังทำหน้าแปลกๆ จนดงฮยอกที่มองอยู่อยากจจะขำ แต่ก็ขำไม่ออกจริงๆ กับสถานการณ์แบบนี้ ให้ตายสิ พวกเขางุนงงไปหมด ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่านาแจมินคุยอะไรกับมาร์คลีเอาไว้ ถึงได้มีท่าทางแบบนี้กัน


“แทยงต่อไปนี้พี่มาร์คจะไปกินข้าวกับเราทุกเย็นเลยนะ”


“ด..เดี๋ยวสิยัยตาโต อาทิตย์เดียวนะ อาทิตย์เดียว !!!” มาร์คทำหน้าอยากจะร้องไห้กับคำว่า พี่มาร์ค ของแจมิน นึกเสียใจที่ไปพนันกับนาแจมิน เด็กนี่ร้ายไม่เหมือนหน้าตาเศร้าๆ เลยสักนิด ให้ตายสิ มาร์คลีจะจำไว้ว่าไม่ควรพนันกับนาแจมิน !


“แล้วอย่าลืมเรื่องที่สนามนะครับ พรุ่งนี้ผมจะรอฟัง”


ไม่ต้องบอกว่าหลังจากแจมินพูดจบเสียงกรีดร้องของมาร์คจะดังขนาดไหน แวมไพร์ต่างพากันหลีกเลี่ยงที่จะเดินผ่านบริเวณหอประชุมเพราะทนเสียงกรีดร้องกับเสียงหัวเราะของแจมินไม่ไหว อย่าพูดถึงแวมไพร์เลย แม้แต่มนุษย์ด้วยกันก็ต้องทำหน้าเอือม โอ้ย หูจะแตก เสียงดังจนพวกเขานึกว่าโลกกำลังจะแตก !!




แจมินกลับมาที่ปราสาทส่วนตัวด้วยความอารมณ์ดีพร้อมกับแทยงที่อุตส่าห์มาตามเขาด้วยตัวเอง แทยงมองท่าทางอารมณ์ดีของน้องแล้วก็ค่อยโล่งใจ เพราะเมื่อกี้ได้ยินแจฮยอนบอกว่าแจมินมีเรื่องกับเจโน่อีกแล้ว เขาถึงได้นึกเป็นห่วงน้องแล้วรีบมาดูน้องด้วยตัวเอง แต่ก็ผิดคาดเมื่อเห็นแจมินหัวเราะจนตาหยี การที่แจมินคบกับมาร์คเห็นจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก เจ้าเด็กฝรั่งนี่ชอบโวยวายวายน่ารำคาญ แต่ก็ดูเหมือนจะพึ่งพาได้พอสมควร


“ไปแกล้งอะไรเด็กนั่นหละ ถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้”


“เปล่านี่ แทยงเห็นน้องแจมเป็นคนยังไง”


“ก็เป็นเด็กแสบแบบนี้ไง หื้มมม ตัวแสบของพี่” อดไม่ได้ที่จะบีบจมูกของน้องเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว พอเห็นน้องชายทำอะไรแสบๆ แบบนี้ก็แอบรู้สึกดี ที่เห็นน้องเล่นซนสมวัย ไม่ใช่เอาแต่ทำหน้าเครียด คิดทุกอย่างจริงจังไปหมด


“เห็นเราอารมณ์ดีเพราะคนอื่นแบบนี้พี่ก็แอบอิจฉานะเนี่ย” แจมินหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วไม่รีรอที่จะเข้าไปกอดอ้อนพี่ชายอย่างที่ชอบทำเป็นประจำเวลาแทยงงอแงใส่


“ยังไงแจมินก็รักแทยงที่หนึ่ง ไม่สิ เป็นที่สอง อ๊ะไม่ได้สิ ที่หนึ่งของท่านแม่ ที่สองท่านพ่อ..งั้นแจมินรักแทยงที่สาม”


“โธ่…” คนเป็นพี่ครางออกมาด้วยความน้อยใจ แพ้ท่านแม่ไม่ว่า แต่แพ้ท่านพ่อเนี่ยสิ ยอมไม่ได้ !


“ก็ได้ๆ น้องแจมยอมให้ครั้งหนึ่ง น้องแจมร้องแทยงที่สุดเลย”


“มากกว่าท่านพ่อนะ”


“มากกว่าท่านพ่อ !” หึ..อยากให้ท่านพ่อมาได้ยินจริงๆ เลย ครั้งนี้ อีแทยงชนะ !


“แหม มาอ้อนน้องชายอยู่นี่เอง” ฮันซลกับยูตะเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เบะปากใส่แทยงที่อยู่ในโหมดอ้อนน้องชายแบบเต็มขั้นด้วยความหมั่นไส้


“ไม่มีนาแจมินเป็นของตัวเองหละสิ”


“เออ !”


“พอเลยๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน น้องแจม อาหารเรียบร้อยแล้วนะ” ยูตะยิ้มให้ร่างผอม แจมินพยักหน้าเข้าใจก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมที่จะดึงแทยงให้ลุกขึ้นพร้อมกัน


“ทำไมแจมินดูร่าเริงจังเลย” ฮันซลกับยูตะถึงกับต้องหันไปถามแทยง ทันทีที่แจมินเดินนำออกไปแล้ว


“เห็นว่ามาร์คจะมากินข้าวด้วยหนะ”


“อ๋อ เป็นมนุษย์คนเดียวก็คงจะรู้สึกอึดอัดสินะ” ยูตะพึมพำอย่างเข้าใจ แต่แล้วก็คิดไปถึงมาร์ค แล้วเจ้าเด็กนั่นจะไม่อึดอัดรึไงที่ต้องมากินข้าวพร้อมกับแวมไพร์อย่างพวกเขา


“อึดอัดอยู่แล้วหละ แต่ไปพนันอะไรกันไม่รู้ เลยต้องมากินข้าวด้วย” แทยงตอบออกไปอย่างรู้ทันความคิดของยูตะ


“เห..น้องแจมินนี่ร้ายใช่เล่นนะเนี่ย” ไม่คิดว่าแจมินจะมุมนี้กับคนอื่นเขาด้วย คงต้องคิดใหม่แล้ว




แจมินเดินเร็วๆ มาที่ห้องอาหาร เขารู้สึกอยากทานอาหารอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายเดือนที่ย้ายมาอยู่ที่น่ี คงเป็นเพราะจะได้ร่วมทานอาหารกับคนที่เป็นมนุษย์เหมือนกันหละมั้ง แหม นั่งทานข้าวอยู่คนเดียวท่ามกลางแวมไพร์ที่นั่งจิบเลือดนับสิบมันไม่ได้น่าพิศมัยเลยสักนิด


“พี่มาร์ค คุณดงฮยอก” ดวงตากลมมองมาร์คกับดงฮยอกที่นั่งทำหน้าไม่สู้ดีอยู่บริเวณกลางโต๊ะตัวยาวในห้องอาหาร รอบๆ มีแวมไพร์หลายตนเริ่มมานั่งประจำที่แล้ว ใบหน้าของแจมินร่าเริงขึ้นมาทันทีที่เห็นทั้งสองอยู่ตรงนั้น


“เห็นสองคนนี้ด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าปราสาทเลยชวนเข้ามาหนะ” แจฮยอนยิ้มให้อย่างใจดี แจมินพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะรีบเอ่ยบอกคนตัวขาว


“ต่อไปนี้พี่มาร์คจะมาทานข้าวกับเราด้วยหนะครับ”


“แค่อาทิตย์เดียว !” มาร์ครีบร้องเตือนความจำแจมินแทบจะทันที แม้คำว่าพี่มาร์คจะดูรื่นหูกว่าทุกที แต่ยิ่งได้ยินก็ยิ่งรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา ดูเหมือนยัยตาโตจะทำมึนหลายครั้งแล้วสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งเขายอมไม่ได้ เขาเสียเปรียบเห็นๆ โอ้ย มาร์คลีอยากจะบ้าตาย นึกด่าตัวเองในใจที่อยู่ดีๆ ก็หาเรื่องให้ตัวเองแท้ๆ


“ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจแทนนายดี ที่โดนน้องแจมแกล้งแบบนี้” ฮันซลพูดไปขำไปขณะมองสีหน้าของมาร์คที่ทำเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมา ดูเหมือนว่ามาร์คก็คงจะคิดเหมือนกับฮันซล ถึงได้ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนั้น


“แต่ยังไงก็ขอบใจนะ แค่เสียงหัวเราะวันนี้ของน้องแจมวันเดียวยังเยอะกว่าตอนอยู่ที่บ้านมาทั้งชีวิตอีก” แทยงพูดถึงขนาดนั้น มาร์คลีคนนี้ยอมให้น้องแจมแกล้งต่อไปก็ได้..


“มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นงั้นหรอ”​ วินวินเดินยิ้มร่าเข้ามาในห้องอาหาร ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของแจมินตั้งแต่ไกล ถึงได้รีบเดินเข้ามาเผื่อจะได้เห็นรอยยิ้มของญาติมนุษย์ผู้ยิ้มยากบ้าง


“พบคนโดนน้องแจมแกล้งหนึ่งอัตรา” ยูตะหันไปตอบว่าที่คู่หมั้นของตัวเองขำๆ ไม่สนสีหน้าของมาร์คเลยสักนิด ส่วนนาแจมินก็แค่ยิ้มรับมุมปาก


“โธ่ น่าอิจฉาจัง” วินวินครางออกมาเสียงเบา ก่อนจะรีบเดินเร็วๆ มาจองที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับแจมิน ดงฮยอกได้แต่เหลือบมองวินวินด้วยสายตาอึ้งๆ ใครเขาอยากจะโดนแกล้งกันบ้างละเนี่ย แปลกคนจริงๆ


“นายหนะ”


“ค..ครับ” มาร์คครางรับเสียงเบาเมื่อโดนวินวินที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เอามือชี้หน้า พร้อมกับหรี่เสียงต่ำจนเขารู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที นี่เขาไปทำอะไรให้วินวินไม่พอใจรึเปล่า ตั้งแต่รู้จักกับแจมินมา จากที่เคยเห็นพวกราชวงศ์จากที่ไกลๆ ไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะใกล้เพียงแค่โต๊ะกั้น !


“นายอาจจะเป็นคนแรกบนโลกนี้เลยนะที่โดนแจมินแกล้งหนะ เพราะงั้นจงดีใจซะ” สิ่งที่วินวินพูดเป็นเครื่องยืนยันความรู้สึกกระอักกระอ่วนของมาร์คได้ดี ไอ้ความรู้สึกที่ไม่รู้จะร้องไห้หรือจะหัวเราะดี เรื่องดีของการโดนแกล้งคือนั่นหมายความว่าแจมินเริ่มไว้ใจเขาแล้ว แต่ข้อเสียคือเขาต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ต่างหากเล่า ! รวมถึงต้องไปยืนที่สนามวันพรุ่งนี้ด้วย !


“พี่มาร์คแล้ววันพรุ่งนี้..” ยัง..นาแจมินยังไม่จบ


“เรื่องวันพรุ่งนี้ก็ให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้สิ !”


“กล้าดียังไงมาตวาดน้องของฉัน”


อึก..


“ขอโทษครับ” มาร์คพูดเสียงเบาลง แม้จะไม่ได้เป็นแวมไพร์แต่กับรับรู้ถึงอำนาจที่แผ่ออกมาจากองค์รัชทายาทคนโตของตระกูลอู๋ น่ากลัวไม่แพ้คนพ่อเลยสักนิด


“แทยงไม่เอาน่า..” แจมินที่เงียบอยู่นานบ่นออกมาเบาๆ แค่นี้มาร์คก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว ยังจะทำเสียงเย็นชาใส่อีก


“อ้าว องค์ชายน้อย” ดวงตากลมโตมองตามเสียงก่อนจะพบร่างโปร่งของแวมไพร์ที่เพิ่งเจอเมื่อเย็นกำลังเดินเข้ามาภายในห้องอาหารพร้อมหญิงสาวที่เดินคู่เข้ามากับเจโน่ แทบจะทันทีทุกคนที่อยู่ในห้องก็พากันพุ่งสายตามายังร่างผอมเพื่อมองสีหน้าของน้องชายคนเล็กของตระกูล


“เฮ้อ” มาร์คลีกรอกตามองบนเมื่อเห็นหน้าแวมไพร์กวนประสาทที่เดินกำลังเดินเข้ามา เขาก็เป็นอีกคนที่รีบหันมองหน้าแจมินทันทีที่เห็นเจโน่เดินคู่เข้ามากับผู้หญิง


“เอ่อ..แจมิน พี่ยังไม่ได้แนะนำให้รู้จักนี่..” แจฮยอนที่เห็นท่าไม่ดี เริ่มพูดออกมาก่อน แต่ยังไม่ทันจบดีก็โดนขัดสะก่อน


“ฉันชื่อจองอู”


“เหอะ ใครอยากรู้จักกัน” แน่นอนว่าคนพูดไม่ใช่แจมิน แต่เป็นมาร์คต่างหาก ดงฮยอกถึงกับต้องจับแขนของคุณชายของตนไว้อย่างรวดเร็ว ถึงตนเองจะไม่รู้จักผู้มาใหม่ทั้ง 2 แต่ถึงกับเข้ามาในปราสาทส่วนตัวได้ก็คงไม่ธรรมดาแน่ๆ แล้วคุณชายของเขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา เกิดโดนจวกขึ้นมา แม้จะสู้จนตัวตาย ดงฮยอกก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถปกป้องคุณชายของตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ


“หืม..ปากดีจัง ฉันชอบ นายชื่ออะไรหนะ” จองอูเดินมานั่งข้างวินวินซึ่งเป็นที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับมาร์ค แวมไพร์ร่างโปร่งเท้าคางลงบนโต๊ะแล้วหรี่ตามองมาร์ค


“มาร์คลี”


“มาร์คลีงั้นหรอ จะว่าไปนายก็หน้าคล้าย..”


“จองอู นั่งดีๆ” แจฮยอนรีบเอ่ยขัดก่อนที่ชื่อของพี่ชายคนโตของเขาจะหลุดออกจากริมฝีปากของอีกฝ่าย เพื่อป้องกันบรรยากาศเสีย วันนี้ทุกคนต่างก็อารมณ์ดีกันทั้งนั้น ถ้าเกิดได้ยินชื่อขายใครบางคนที่ไม่อยู่แล้วคงจะเศร้ากันอีก


“สวัสดีจ้ะ นาแจมินใช่ไหม ฉันชื่อฮินะ เป็น..”


“เป็นคู่หมั้นคนใหม่ของอีเจโน่”


“จองอู !!” แจมินไม่รู้หรอกว่าใครบ้างที่ตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนหูดับไปแล้วเรียบร้อยตั้งแต่ได้ยินคำว่าคู่หมั้น


“ทำไมหละ? ฮินะเองก็เป็นองค์หญิงเหมือนกัน แถมยังเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ ดีกว่ามนุษย์โง่ๆ ต้องคำสาปคนนี้เป็นไหนๆ”


“อย่าพูดถึงแจมินแบบนั้น” เจโน่กดเสียงต่ำพร้อมเดินเข้าไปใกล้จองอู แทยงเองก็หงุดหงิดไม่แพ้กันที่มีคนมาว่าน้องชายของตัวเอง แต่จองอูก็ยังทำหน้าไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น


ต้องคำสาปงั้นหรอ..


ดวงตากลมของแจมินจ้องมองรอยสามเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ตรงข้อมือตัวเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย เจโน่อาจจะไม่ทันสังเกตเรื่องคำสาปที่จองอูพูด แต่สำหรับแจมิน คำว่าคำสาปนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเขาพอๆ กับคำว่าคู่หมั้นคนใหม่ของเจโน่นั่นแหละ


“พอกันที ! ผมไม่คิดเลยว่าแจมินจะต้องมานั่งทนกินข้าวท่ามกลางสภาพแวดล้อมแย่ๆ แบบนี้ ต่อจากนี้ผมขอแจมินคืนนะครับ ให้เขากลับไปนอนที่ตึกมนุษย์ธรรมดา เชิญอยู่ในโลกแวมไพร์ที่สูงส่งของพวกคุณต่อไปเถอะ” พูดจบมาร์คก็คว้าแขนแจมินให้เดินตามออกไป ดงฮยอกเองก็รีบวิ่งตามหลังคุณชายของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว



มาร์คที่พาแจมินวิ่งออกมาในตอนแรกเริ่มผ่อนแรงลงแล้วเปลี่ยนเป็นเดินจูงมือแจมินไปเรื่อยๆ ตามทางเดินเพื่อกลับห้องพักของพวกเขาที่ตึกของมนุษย์ ทำเป็นไม่สนใจแจมินที่เดินปาดน้ำตาป้อยๆ ตามอยู่ข้างหลัง


“ผมนึกว่าวันนี้จะเป็นมื้ออาหารที่ดีที่สุดแล้วแท้ๆ”​ เสียงของแจมินมีทั้งเสียงร้องไห้และเสียงหัวเราะผสมกับมั่วไปหมดจนมาร์ครู้สึกสงสาร

“เป็นสิ ป่ะ เรากลับไปกินข้าวฝีมือพี่เตนล์กันเถอะ นายไม่อยู่ พี่เตนล์คิดถึงนายจะตาย” มาร์คหันมาขยี้ผมแจมินเบาๆ แสร้งทำเป็นไม่เห็นน้ำตาของเด็กหนุ่ม ก่อนจะบอกลาดงฮยอกแล้วเดินขึ้นห้องไปพร้อมกับแจมิน



ก๊อก ก๊อก


“ทำไมกลับมาเร็วจัง ไหนบอกว่าจะไปกินข้าว..อ้าว” เตนล์ที่เดินมาเปิดประตูชะงักเมื่อเห็นแจมินที่ยืนอยู่ข้างหลังมาร์ค แจมินไม่ได้กลับมานอนที่ห้องนี้หลายคืนแล้ว เตนล์ก็นึกว่าวันนี้ก็คงจะเป็นเหมือนกัน


“ยัยตาโตบอกว่าคิดถึงฝีมือทำอาหารของพี่อะ เลยกลับมากินที่นี่” เตนล์ลอบมองสีหน้าของแจมินก็พอจะรู้ว่าไม่ใช่แค่เพราะเหตุผลที่มาร์คพูดแน่ แต่คิดว่าตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะถาม ร่างโปร่งจึงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก


“ถ้างั้นก็มานั่งรอที่โต๊ะอาหารเลย ขอเวลาแป๊ปนึง”


“เออนี่พี่ คืนนี้มีงานดนตรีนี่นา ไปเดินเล่นกันไหม? ไปไหมยัยตาโต” มาร์คหันมาถามแจมินที่เอาแต่นั่งเขี่ยข้าวในจานไปเรื่อยราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่


“ยัยตาโต..นาแจมิน ไปไหม!”


“ครับ?”


“ไปเดินเล่นที่งานดนตรีกันไหม”


“งานรับตำแหน่งของพี่เตนล์หนะหรอครับ” แจมินยิ้มแซว เตนล์เลยได้ทำหน้าเบ้แล้วเดินหนีเข้าไปในห้องของตัวเอง เพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอก


“ตกลงจะไปไหม” มาร์คถามย้ำอีกครั้ง ร่างผอมคิดสักพักก่อนจะพยักหน้าตกลง พอได้รับคำตอบมาร์คก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องตัวเองสักครู่แล้วเดินออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าที่อยู่บนไม้แขวนอย่างดี


“อ่ะ ใส่ชุดนี้แล้วออกไปกัน ฉันซื้อมาให้นายวันก่อน”


“ครับ? จริงๆ แล้วไม่จำเป็น..”


“ไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้” ร่างผอมถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะรับเสื้อมาแล้วเดินเข้าไปในห้องแต่โดยดี




ติ๋ง ติ๋ง


ร่างผอมบางของนาแจมินยืนมองเงาตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกที่มีไอน้ำเกาะพราวเนื่องจากอุณหภูมิของน้ำร้อนที่คนตัวผอมอาบน้ำไปก่อนหน้านี้ มือบางยกขึ้นเช็ดไอน้ำออก แล้วจ้องมองเรือนร่างของตัวเองอยู่อย่างนั้น


ร่างกายนี้นอกจากจะมีรอยสามเหลี่ยมบ้าๆ ที่ข้อมือนี่ ก็ไม่ได้มีสัญลักษณ์อื่นๆ เลย ใช่แล้วหละ แจมินกำลังมองหาสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าตัวเขาเป็นมนุษย์เลือดพิเศษอยู่ แต่มันไม่มี..


“ไอ้สามเหลี่ยมบ้านี่”


น่ารำคาญจริงๆ


ดวงตากลมโตจ้องมองรอยสามเหลี่ยมที่ข้อมือของตัวเอง ความแสบร้อนของมันยังทำหน้าที่ทรมานเขาได้อย่างไม่ลดประสิทธิภาพลงเลยแม้แต่น้อย


มนุษย์ที่ต้องคำสาปงั้นหรอ..


มือเล็กๆ อีกข้างจิกลงบนรอยสามเหลี่ยมแรงๆ จนข้อมือขาวเริ่มขึ้นรอยแดง แต่มันก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาความแสบร้อนลงได้เลยสักนิด


“ฮึก..” หยาดน้ำตาสีใสไหลออกจากดวงตากลมโตที่เริ่มขึ้นสีแดง ทำยังไงถึงจะหายทรมาน หรือว่าจะตายไปเลยดีนะ ไม่สิ..เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เขาตายไม่ได้ ถ้าเขาตายจะมีใครอีกหลายคนต้องลำบาก แจมินรีบแต่งตัวเมื่อคิดอะไรได้ ร่างผอมรีบวิ่งออกจากห้องตัวเองแล้วตรงไปยังห้องครัวทันที มือเรียวควานหามีดอย่างลนลานเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเข้า


“แจมิน จะทำอะไรหนะ !” เตนล์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องร้องด้วยความตกใจ เขามองร่างรุ่นน้องที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ในครัว ร่างกายนั้นสั่นเทาจนสังเกตเห็นแรงสั่นสะเทือนของไหล่บาง และถ้าเตนล์ตาไม่ฝาด แจมินกำลังจะกรีดข้อมือตัวเองรึเปล่า?!


เคร้ง !


“อ่ะ..เปล่า..แจมินเปล่า..” เสียงมีดหล่นลงบนพื้นทำมาร์คที่อยู่ในห้องต้องรีบวิ่งออกมาดู มาร์คกับเตนล์ยืนมองคนตัวผอมที่ทรุดลงไปนั่งที่พื้นแล้วกอดตัวเองร้องไห้ด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงดี เตนล์เป็นคนแรกที่เดินเข้าไปหาแจมิน เขาสังเกตเห็นรอยสามเหลี่ยมที่ข้อมือบางแล้วก็พอจะเข้าใจได้ทันที


เตนล์โอบกอดแจมินไว้แทบจะทั้งตัวพร้อมพูดออกมาเสียงเบา


“ทรมานมากสินะ”


“ฮึก..มันเจ็บ”


“ร้องออกมาเลย ร้องออกมาให้หมด เจ็บใช่ไหม ทรมานมากใช่รึเปล่า ไม่ต้องอดทนหรอกนะ” ยิ่งเตนล์พูดแจมินก็ยิ่งร้องไห้ออกมา มาร์คเดินเข้ามาสมทบพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขาลูบแผ่นหลังของแจมินไปพลางเพื่อช่วยปลอบโยน ในขณะเดียวกันก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ไม่ไหว เสียงร้องไห้ของแจมินนั้นบาดหัวใจเขาเหลือเกิน มาร์คนั้นนั่งร้องไห้ไปพร้อมกับแจมิน พร้อมกับพูดคำว่าไม่เป็นไรเป็นพันๆ ครั้ง



ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูเบาๆ ที่หน้าห้องทำให้มาร์คกับเตนล์ที่นอนกอดร่างของแจมินไว้อยู่ตรงกลางผงกหัวขึ้นมา ทั้งสองมองแจมินที่หลับอยู่แล้วหันมาสบตากัน เตนล์ที่ขยับตัวได้ง่ายกว่าจึงค่อยๆ ลุกแล้วเดินไปที่หน้าประตู เพียงแค่เขาปลดล็อค ประตูก็ถูกดันมาจากอีกฝั่งอย่างรวดเร็วจนเตนล์เกือบจะล้ม เขามองคนที่พุ่งเข้ามาในห้องด้วยสายตาอึ้งๆ


“นี่นา..!” ส่วนมาร์คตกใจจนเกือบจะตะโกนแล้วด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะแจมินนอนหนุนอยู่บนตนเอง เจโน่มองภาพตรงหน้าด้วยความไม่ชอบใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แวมไพร์หนุ่มตรงเข้าไปหาแจมินแล้วยกร่างผอมขึ้นอุ้ม แล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของมาร์คกับเตนล์ที่เหมือนจะช็อคไปแล้ว


“เฮ้ย ไรวะ !” มาร์คร้องลั่น แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเจโน่ได้หายไปแล้วเรียบร้อย เขาได้แต่มองเตนล์แล้วได้แต่คิดในใจว่าควรจะตามไปเอาแจมินกลับมา หรือจะปล่อยให้ไอ้บ้าเจโน่ได้แก้ตัวดี


“เอาเถอะ อุตส่าห์มาตามถึงที่นี่ จะยอมให้ก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มพึมพำออกมาเสียงเบา ก่อนจะหันไปชวนเตนล์ให้ออกไปที่งานดนตรีได้แล้ว


“ไปเถอะพี่ ออกไปตอนนี้ก็น่าจะทันอยู่”


โธ่เอ้ย นึกว่าจะได้ไปเดินเล่นที่งานกับแจมินซะแล้ว แต่ก็พังไม่เป็นท่าเพราะพวกแวมไพร์พวกนั้นอีกแล้ว ว่าแต่ไอ้บ้าจองอูนั่นเป็นใครกันแน่ ปากดีงั้นหรอ เหอะ ตัวเองก็ปากดีเหมือนกันนั่นแหละ


“ทำไมมันเงียบๆ” มาร์คกับเตนล์ที่เดินเข้ามาในห้องประชุมหยุดชะงัก มองไปรอบๆ คนในบริเวณงานแทบจะไม่เหลือเลยสักคน และท่าทางดูเหมือนกำลังจะเก็บงานมากกว่าเตรียมเริ่มงานเสียอีก


“ดงฮยอก งานเลิกแล้วหรอ” ถึงจะถามออกไปแบบนั้น แต่มาร์คก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี นี่เพิ่งจะสามทุ่ม มันควรเป็นเวลาเริ่มงานไม่ใช่หรอ


“เอ่อ..เมื่อกี้คุณเจโน่มาหาคุณแจมินแล้วไม่เจอ..”


“ก็เลยถล่มงานนี้สินะ..” เตนล์พึมพำ


“ครับ..”


“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ก็แค่เลื่อนงานออกไปก่อน” แจฮยอนเดินยิ้มใจดีเข้ามาหา ดงฮยอกรีบโค้งทำความเคารพก่อนจะรีบถอยไปยืนอยู่ข้างหลังมาร์คแทน


“น้องชายพี่นี่ชอบก่อเรื่องจริงๆ เลย ตกลงแล้วเขารักแจมินจริงๆ รึเปล่า”


“รักสิ..” แจฮยอนมั่นใจความรู้สึกของน้องชายตัวเอง แต่ไม่ค่อยมั่นใจความคิดของเจโน่สักเท่าไหร่ เขาที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ยังไม่เคยสามารถเดาใจเจโน่ได้เลยสักครั้ง


“แล้วผู้หญิงคนนั้นกับจองอูเป็นใคร”


“พูดจาไม่เพราะเลย” คนตัวสูงกว่ายกมือขึ้นแตะปากของมาร์คเบาๆ เด็กหนุ่มสะดุ้งกับมือเย็นก่อนจะเผลอถอยหลังหนีไปหลายก้าว แล้วจ้องมองรอยยิ้มที่สดใสของแวมไพร์หนุ่ม


“ตามคำถามมาก่อนสิ..ครับ”


“สองคนนั้นเป็นคนในราชวงศ์หนะ เป็นญาติห่างๆ ของตระกูลจาง”


“แวมไพร์เขาให้ญาติกันแต่งงานกันได้ด้วยรึไง” มาร์คบ่นด้วยเสียงขึ้นจมูก ถึงแจมินกับเจโน่จะเป็นญาติกันเพราะคุณจุนมยอนกับคุณแจมิน แต่ยังทั้งสองก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ สักหน่อย


“เป็นแค่ลูกเพื่อนของพ่อจะแต่งงานกันก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” ไอ้บ้าจองอู ! โผล่มาอยู่ที่นี่อีกแล้ว


“นายนี่มัน ! ต้องการอะไรกันแน่วะ !” เด็กหนุ่มที่มาจากเมืองนอกพูดเสียงดังด้วยความโมโห พร้อมกับเสียงสบถหยาบคายอีกมากมายที่ตามมาเป็นภาษาอังกฤษจนแจฮยอนต้องขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นปิดปากบางเพราะไม่ต้องการให้ถ้อยคำไม่สุภาพหลุดออกมาจากริมฝีปากสวย


“ฉันก็แค่ช่วยกระตุ้นให้คุณนาแจมินตัดสินใจได้เร็วขึ้นไง” จองอูพูดไปหัวเราะไป เป็นเสียงหัวเราะครั้งแรกเลยมั้งท่ีมาร์คได้ยินหนะ


“ว่าไงนะ?!”


“จะปล่อยให้แจมินหนีหน้าเจโน่ไปถึงเมื่อไหร่กันหละ หืม” เดี๋ยว มาร์คของเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดแป๊ป สรุปคือจองอูไม่ใช่ตัวร้าย แต่คือเพื่อนพระเอกที่ต้องการจะช่วยพระเอกใช่รึเปล่า


“แล้วคุณฮินะ?”


“ความลับ”


“เฮ้ย ไรวะ !! กลับมาตอบก่อนดิ ไอ้บ้าจองอู !!”​ มาร์คตะโกนลั่นอย่างคนหัวเสียง มองแผ่นหลังของแวมไพร์ร่างโปร่งที่เดินออกไปไกลเรื่อยๆ ก่อนจะหายไปตามหมอกควันจนไร้ร่องรอย ดวงตาเรียวตวัดสายตามองแจฮยอนอย่างต้องการคำตอบ แต่แจฮยอนก็ทำเพียงแค่ยิ้มให้เขาจนแก้มบุ๋มก็เท่านั้นเอง


เฮ้ย ใครก็ได้ ช่วยตอบคำถามเขาที่ เขาอยากรู้  !!






-------------------------------------------------

น้องแจมกับหนึ่งวันร้อยอารมณ์ของเขา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #563 kopai0901 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 19:03
    แม่ได้ร้องไห้พร้อมหนูตั้งแต่p.1แล้วน้องแจม😭
    #563
    0
  2. #505 WSwen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 10:04
    เอ็นดูมาร์ค55555555555555 เถียงแทนน้องแจมน่ารักมาก555
    #505
    0
  3. #455 Hiphophop (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 11:14
    โว้ะ เกือบนึกว่าจองอูเป็นตัวร้ายละ55555555555
    #455
    0
  4. #397 Hongsyok (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 02:47
    คือจากอ่านเรื่องนี้มาถึงเก้าตอนรู้สึกจะเป็นคาโบนาร่า
    #397
    0
  5. #289 Pattho (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 23:23
    โอ้ยยัยน้องแสบมาก พี่ๆก็รักน้องทุกคนเลย หลายอารมณ์จริงๆลูกเอ้ย
    #289
    0
  6. #242 porkpak111 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 22:21
    พี่ๆทุกคนก็ดูรักน้องกันดีนะ แต่ก็คงไม่เข้าใจความรู้สึกลึกๆของน้องเท่าไหร่ ด้วยความที่น้องเป็นมนุษย์คนเดียวในตระกูล แถมจองอูยังมาย้ำทำให้น้องคิดมากอีก ถึงจะมากระตุ้นก็เหอะ แต่ยังไงก็สงสารน้องแจมอยู่ดี น้องบอบบางอ่ะ วอนเจโน่อย่ารุนแรงกับน้องอีกเลยนะ
    #242
    0
  7. #227 PraeMontreemanee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 12:01
    เจโน่เอาแจมินไปหนายยยย ฮินะเป็นใครรรรร ฮืออออออ ไรท์รีบมาต่อเถอะนะมันค้างคามากๆ;---;
    #227
    0
  8. #226 bunnyxfox (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 04:47
    ฮืออออ อยากรู้ด้วยย สงสารน้องแจมจังเลยอะ น้องต้องทรมานมากแค่ไหนเนี่ย /แต่ก็อยากมีน้องแจมคนชอบแกล้งเป็นของตัวเองบ้างนะคะ คิคิ น้องงงน่าล้ากกก ><
    #226
    0
  9. #223 หมามีสี่ขา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 01:13
    อยากรู้วววววววววววว
    #223
    0
  10. #222 tarn____ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 21:49
    โง้ยยแจมินไม่เป็นอะไรใช่มั๊ยง่า แงงงTT
    #222
    0
  11. #221 RAYEEMB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 21:05
    ฮื่อออออออ เราก็อยากรู้
    #221
    0
  12. #220 jiheex (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 11:08
    กรี้ดดดดกก ไรท์กลับมาอัพแล้ว ดีใจมาก ฮือออ ตอนตื่นมาเห็นแจ้งเตือนนี่กรี้ดมาก ;-; เวลคัมแบ็คนะคะ แฮ่
    #220
    0
  13. #219 THAxz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 05:32
    มันดีมาก พูดเลยเรื่องนี้
    #219
    0
  14. #218 FUNAMI-SAN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 23:06
    เรารู้สึกว่าพี่ๆแวมไพร์ทุกคนรักแจมินมาก แต่ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของแจมินสักเท่าไร ทั้งที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว โดนดูแลจนเหมือนถูกขังอยู่ในกรง โดนนินทาสารพัด ความทุกข์ในตัวเด็กคนนี้มีมากมายบางครั้งแค่ความรักมันก็ปกป้องเขาไม่ได้ ต้องเข้าใจเขาด้วย
    #218
    0
  15. #217 peach me. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 21:09
    บางทีก็ไม่เข้าใจพวกพี่ๆเท่าไหร่ เหมือนจะห่วง จะหวงน้อง แต่ก็ไม่เห็นจะทำอะไรเลย หรือเป็นนิสัยของแวมไพร์ คือแบบวันเดียวน้องทั้งเครียด ทั้งยิ้ม ทั้งร้องไห้ จะบ้าแทนน้องแล้ว
    #217
    0
  16. #216 m.ppmm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:54
    คิดถึงเรื่องนี้
    #216
    0
  17. #215 wareeandsoul (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:44
    โอ้ยยยย ใจแม่ นอกจากน้องแจมินจะร้อยอารมณ์ คนอ่านก็เหมือนกัน เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวซึม เกือบเบะตามน้องแล้ว แต่จบได้อึ้งเลย สรุปไม่มีมือที่สามระหว่างน้องแน่นอน ...ใช่มั้ยคะ แงงง อีกอย่างที่ชอบมากๆ คือความสัมพันธ์ที่กุ๊กกิ๊ก ลุ้นรักระหว่างน้องม้าคกับพี่แจฮยอน แบบน่ารักมากกกกกก รอน้องตะโกนชมพี่กลางสนามนะคะ ตอนหน้าต้องมี กราบบบบ 
    #215
    0
  18. #214 Sdr_Bell (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:39
    ในทีทสุดไรท์ก็มาอัพ คิดถึงมากกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #214
    0
  19. #213 Dinaadin N.England (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 20:06
    จบเรื่องแจมินเป็นไบโพล่าตายแน่
    #213
    0
  20. #212 Lookmeemona (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:55
    โอ้ย คิดถึงงงงงเรื่องนี้
    #212
    0
  21. #211 peach.dn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:52
    ตอนน้องแจมร้องไห้แล้วเตนล์กับมาร์คมากอดไว้นี่แบบเจ็บปวดมาก ฮือ จะร้องไห้ตามเลย รอยสามเหลี่ยมนั่นเป็นตราบาปของน้องมาก แล้ววันนี้จองอูยังมาพูดย้ำใส่อีก ;-;
    #211
    0
  22. #210 yorina (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:49
    คิดถึงงง มาอัพเเล้ว อยากเห็นตอนที่มาร์คตะโกนที่สนามเเล่วอ่ะ5555555
    #210
    0
  23. #209 Mochi. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:17
    ทำไมใช้วิธีใจร้ายกับน้องแจมินแบบเน้ แจมินยิ่งบอบบางอยู่
    #209
    0
  24. #208 ASLosecontrol (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 18:52
    คิดถึงนิยาย คิดถึงไรท์ ขอบคุณมากที่มาต่อให้ค้าบบบบบบ 🙏🙏🙏🙏🙏🙏
    #208
    0
  25. #207 Chez-moi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 18:21
    จองอูนี่มากระตุ้นน้องแจมกับเจโน่สินะ ฮินะนี่ตัวละครลับ อาจจะเอาไว้เป็นตัวชงให้เขารู้ใจ ส่วนคุณเจโน่นี่ถ้ารักเขาถนอมเขาหน่อยนะคะ เดี๋ยวน้องช้ำหมด งึย
    #207
    0