(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 7 : SIX

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    21 พ.ค. 60





6




หนาวจัง


เลือดออกเยอะเกินไปไหมนะ ป่านนี้กลิ่นเลือดของเขาจะทำให้แวมไพร์ตนอื่นคลั่งรึเปล่า หรือมันก็เป็นแค่กลิ่นเลือดโสโครกน่าขยะแขยงสำหรับแวมไพร์พวกนั้น หึ คิดแล้วก็สมเพชตัวเอง แม้แต่เลือดของเขาก็ไม่เป็นที่ต้องการอย่างนั้นหรอ


ร่างผอมบางนอนขดตัวอยู่ในกล่อง ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่รอยกรงเล็บของสัตว์ร้าย พวกมันทำร้ายเขาจนพอใจก็จับตัวเขามาขังไว้ในกล่อง แจมินไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ในกล่องทั้งมืด ทั้งไม่มีอากาศหายใจ แจมินคิดว่าเขาอาจจะตายในไม่ช้า เสียงกร่นด่าของพวกมันยังคงดังก้องอยู่ในหัว


“แกสมควรโดนแบบนี้แล้ว”

“ฆาตกรที่ฆ่าองค์ชายหนะ ไม่ควรมีชีวิตอยู่”



เขานึกน้อยเนื้อต่ำใจกับเสียงที่ได้ยิน ตัวเขาถึงจะเป็นมนุษย์ แต่เขาก็เป็นองค์ชายเหมือนกันนะ ถึงแม้เขาจะไม่ได้ยึดติดกับฐานะมาก แต่มันก็อดน้อยใจไม่ได้ นี่ถ้ามารู้ทีหลังว่าเขาเป็นบุตรชายของท่านคริส ราชาแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่ ความคิดของแวมไพร์พวกนั้นจะเปลี่ยนไปรึเปล่า จะว่าไป ถ้าเขาตายขึ้นมา เขาจะเจอกับมินฮยอนไหม ป่านนี้มินฮยอนอาจจะกำลังหาอะไรสักอย่างมาตีเขาแน่ๆ เลย


“หึหึ” แจมินเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเงียบลงเมื่อรู้สึกเจ็บตามลำตัว แค่คิดว่ามินฮยอนจะทำหน้ายังไงกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว แจมินฟังเสียงหัวเราะที่สิ้นหวังของตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมา เสียงหัวเราะแผ่วๆ ที่ดังไปทั่วห้องที่คงไม่มีใครได้ยิน กับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย


หึ นาแจมิน จะตายทั้งที ยังตายในที่ๆ ไม่มีใครหาเจออีกรึไง ช่างน่าสมเพชเสียจริง


“แจมิน”


อึก..


ร่างผอมบางเกร็งตัวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อตัวเอง น้ำเสียงร้อนรนที่ได้ยินทำเอาหัวใจดวงน้อยที่เต้นช้าลงในตอนแรก เต้นถี่รัวขึ้นมาทันที


คนนั้นๆ ..


ใช่เจโน่รึเปล่า?


ไม่สิ เขาต้องหูฝาดแน่ๆ แจมิน นายนี่มันโง่จริงๆ เลย เขาเกลียดนายมากขนาดไหน นายก็รู้อยู่แก่ใจดี คนอย่างเจโน่เนี่ยนะจะเป็นห่วงเขา ยิ่งออกมาตามหาเขายิ่งไม่มีทางเข้าไปใหญ่



เคร้ง !



แจมินหลับตาปี๋ เขารับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่กระแทกกล่องอย่างแรงจนร่างของเขาสั่นไหวไปตามแรงขยับของกล่อง เสียงอะไรบางอย่างที่โดนทุบจนหล่นลงมาแตกทำเอาหัวใจของแจมินเต้นระรัว แวมไพร์พวกนั้นกลับมาฆ่าเขาอย่างนั้นหรอ วันนี้เขาจะต้องตายจริงๆ ใช่ไหม แว่บนึง ความกลัวตายก่อตัวขึ้นมาในความคิด ใบหน้าของคนในครอบครัวค่อยๆ ขึ้นมาในหัวทีละคน ก่อนจะจบลงที่ใบหน้าของ..


“แจมิน..”


“..เจโน่..?”


อ่า หน้าของเจโน่ แม้จะมองเห็นได้ไม่ชัด เพราะดวงตาที่พร่าเลือนของตนเอง แต่มันก็ชัดเจนเกินกว่าจะเป็นภาพในความคิด ให้ตายสิ นาแจมิน นายจะไปคิดถึงเขาทำไมกันนะ เจโน่ไม่มีทางอยู่ที่นี่ได้หรอก


คนตัวสูงจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมที่ดูเลือนลอยจนน่าเป็นห่วง แค่เห็นเรือนร่างผอมในตอนนี้ หัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วของแวมไพร์หนุ่มก็เหมือนจะรู้สึกเจ็บขึ้นมา ไม่ว่าตรงไหน ร่างกายของนาแจมินก็เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยเลือด กลิ่นเลือดหอมๆ ที่คละคลุ้งไปทั่ว ทำให้ลำคอของเจโน่แห้งผาก ไม่ใช่เพราะความกระหาย แต่เพราะว่าความรู้สึกผิดต่างหากที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น ถ้าหากนาแจมินตาย มันเป็นความผิดของเขาเอง แต่เขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นหรอก


“แจมิน..เจ็บมากไหม” คนตัวสูงแอบตกใจกับเสียงที่อ่อนแรงของตัวเองเล็กน้อย เจโน่อุ้มร่างแจมินออกมาจากกล่อง แล้ววางร่างบอบบางลงบนตัก วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างของแจมินเอาแทบจะทั้งตัว เจโน่ถอดเสื้อตัวเองออกมาคลุมช่วงขาขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด มือสั่นๆ ของตัวเองก็ค่อยๆ ถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวขาดวิ่นที่เปรอะเปื้อนเลือดจนชุ่มของแจมินออก


“..เจโน่หรอ?” ดวงหน้าขาวที่ซบอยู่บริเวณซอกคอเย็นเฉียบพึมพำออกมาเสียงเบา เจโน่แทบอยากจะร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและรอยช้ำ


เจโน่จูบซับหยาดเลือดตามบาดแผลของแจมินเพื่อรักษาบาดแผล เขาเริ่มจากบริเวณลำคอขาวเรื่อยลงมาบนแผ่นอกบาง หน้าท้องแบนเรียบ และท่อนแขนบอบบาง เสียงครางแผ่วที่หลุดออกมาทำเอาแวมไพร์หนุ่มเกือบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ เลือดกับเรือนร่างที่แสนหอมหวานนั้นช่างอันตรายต่อเขาเสียจริง


รอยสามเหลี่ยม?


ดวงตาเรียวจ้องมองรอยสามเหลี่ยมที่ข้อมือขาวซีดของแจมินเขม็ง หรือว่านี่คือรอยที่บอกว่าแจมินเป็นเลือดพิเศษ แต่ถ้ามันใช่จริงๆ ทำไมถึงไม่เป็นรูปมังกรเหมือนกับท่านคริสหรือไม่ก็แมงป่องเหมือนกับคุณคิมหละ?


“อืม..” เสียงครางแผ่วของแจมินทำให้แวมไพร์หนุ่มกลับมาสนใจคนตัวผอมที่เริ่มขยับตัว เจโน่แนบริมฝีปากของตนเองลงบนริมฝีปากสีซีด แลบเลียเลือดหอมหวานที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผลอย่างแผ่วเบาจนแผลของแจมินเริ่มเลือนหายไป แวมไพร์หนุ่มจ้องตอบดวงตากลมโตสั่นไหวที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว


“ฉันขอโทษ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู เจโน่รับรู้ได้ถึงหยาดน้ำตาที่ไหลพร่างพรูออกมาจากดวงตากลมโตที่บอบช้ำของแจมิน แวมไพร์หนุ่มจูบซับน้ำตาให้กับมนุษย์ตัวน้อยแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนเสื้อคลุมตัวเองที่อยู่บริเวณขาขาวขึ้นมาคลุมแผ่นอกบางเอาไว้แล้วลุกขึ้นยืน


.

.

ตึก ตึก


เสียงฝีเท้าของแวมไพร์หนุ่มกระทบกับพื้นปราสาทจนดังก้องไปทั่ว ดวงตาเรียวเอาแต่จ้องมองใบหน้าขาวซีดของแจมินที่ซีดขาวจนเขาไม่สามารถวางใจได้ ถึงแม้เขาจะรักษาแผลให้แล้วแต่ร่างของแจมินเสียเลือดมากเกินไป เขาจะหาเลือดที่ไหนมาให้แจมินดีนะ เลือดของเหยื่อหนะหรอ ไม่มีทางหรอก มันไม่คู่ควรกับร่างที่งดงามของแจมินเอาเสียเลย


“นี่เจโน่..ถ้าฉันตาย นายจะกลับมายิ้มเหมือนเดิมได้รึเปล่า” เจโน่มองดวงตาที่ปิดสนิทของแจมินที่แนบอยู่บริเวณแผ่นอกของเขา รับรู้ได้ถึงความรู้สึกมากมายของแจมินที่แฝงออกมาจากคำพูดที่แสนแผ่วเบาของคนตัวผอม


“ไม่มีทาง”


“หึ..ฉันคงไม่มีค่ามากพอสินะ” แจมินแค่นเสียงหัวเราะอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ


“ฉันจะไม่ยอมให้นายตาย”


“ใจร้ายจังเลยนะ..เกลียดฉันมากใช่ไหม” ถ้อยคำก่อนหน้าที่บอกไม่ยอมให้ตาย ถ้าแจมินใส่ใจสักนิด จะเข้าใจความหมายของเจโน่ได้อย่างดี หากแต่ร่างผอมก็อ่อนแรงเกิดกว่าจะใส่ใจ สติที่มีน้อยนิดค่อยๆ เลือนหายไป จนไม่รู้สึกตัวอีก


“ฉันรักนาย” เจโน่ก้มลงจูบหน้าผากขาวแผ่วเบา แล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เขาวางร่างผอมลงบนเตียงหลังใหญ่อย่างนุ่มนวล แล้วตามลงไปนั่งข้างๆ กัน


ปัง !


“อีเจโน่ !” เสียงคำรามต่ำดังพร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกเปิดออก แทยงเดินพุ่งตรงมาทางเจโน่แล้วต่อยอีกฝ่ายอย่างแรงจนหน้าหัน ซึ่งเจโน่ก็นั่งนิ่งๆ ยอมให้อีกฝ่ายต่อยราวกับรู้อยู่แล้วว่าแทยงจะทำแบบนี้


“แทยงใจเย็นๆ” ฝาแฝดถลันเข้ามาช่วยเพื่อน วินวินคว้าแขนแทยงไว้ แต่พอโดนดวงตาแดงๆ ที่จ้องขู่กลับมา ร่างเพรียวก็ต้องรีบผละตัวออก  


“ออกไปซะ” แทยงจ้องหน้าเจโน่อย่างโกรธเคือง หากแต่คนเด็กกว่ากลับไม่สนใจ เจโน่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงเหมือนเดิม แล้วจ้องแทยงกลับไปด้วยสายตาเรียบเฉย ถึงแม้ว่าสัญชาติญาณจะร้องเตือนหลายครั้งให้กลัวแทยงก็เถอะ แต่เชื่อเถอะว่าจิตเขาแกร่งกว่านั้นเยอะ


“อีเจโน่”


“…”


“แทยง นายดูแจมินก่อนเถอะ” แจฮยอนช่วยเรียกสติเพื่อน แทยงถึงได้ยอมหันไปมองน้องชายตัวเองที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง แม้เขาจะไม่พบร่องรอยบาดแผลบนตัวแจมิน แต่คราบเลือดบนตัวเจโน่ บวกกับกลิ่นเลือดที่ลอยคลุ้งอยู่ก่อนหน้ามันยังทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอยู่ดี


“แจมินจะไม่เป็นไรใช่ไหม”


“ไม่เป็นไร แต่ร่างกายของเขาขาดเลือดมากเกินไป เราต้องหาเลือด” เจโน่เป็นคนพูดขึ้นมาเอง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากแทยงเท่าที่ควร


“งั้นเอาเลือดฉันไป” แทยงหันไปพูดกับแจฮยอนที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ข้างๆ โดยไม่สนใจเจโน่ที่นั่งหน้าตายอยู่ที่ข้างเตียง


“เลือดผม” แทยงตวัดสายตามองหน้าน้องชายของเพื่อนด้วยความไม่พอใจ แม้อยากจะต่อว่าอีกฝ่ายแค่ไหน แต่พอเห็นใบหน้าตึงเครียดของเจโน่ถ้อยคำต่อว่าก็หายไปในลำคอทันที


“ไม่ ฉันไม่ยอมให้เลือดของนายมาอยู่ในตัวของน้องฉันหรอก” ครั้นจะต่อว่าว่าเลือดของอีกฝ่ายนั้นสกปรกก็ทำไม่ได้ เมื่อคนที่ทำให้แทยงหงุดหงิดใจในตอนนี้นั้นมีสายเลือดเดียวกับเพื่อนสนิทและคนรักรวมถึงอาของตนเอง แทยงถึงได้ชะงักปากเอาไว้ทัน


“พอทั้งคู่นั้นแหละ ในตัวพวกนายมีเลือดแวมไพร์แท้ๆ อยู่ ฉันกลัวว่ามันจะเข้ากับร่างกายของน้องไม่ได้”


“แต่ว่า..”


“งั้นใช้เลือดของฉัน”


ทั้งห้องพากันหันไปมองเสียงของผู้มาใหม่อย่างรวดเร็ว สายตาหลายคู่พากันเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าชัดๆ ของผู้มาใหม่ทั้งสอง และรับรู้ได้เลยว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น


“ท่านแม่ ! / คุณคิม !” ทุกคนพากันลุกขึ้นยืนโค้งทำความเคารพคิงและควีนของแวมไพร์ ไม่มีใครในที่นี้กล้าสบตากับราชาผู้ยิ่งใหญ่เลยสักคน เพราะพลังกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมานั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ของอี้ฟานได้ดี


“ใช้เลือดของอาได้ใช่ไหมแจฮยอน”


“ได้ครับ เชิญคุณอาทางนี้ เจโน่” แจฮยอนหันไปพยักหน้าให้กับน้องชาย เจโน่ก็เดินเข้าไปอุ้มร่างผอมบางแล้วเดินตามไปอีกห้องอย่างรวดเร็ว


“น..นั่นใครอะ !!” มาร์คทำตาโตเท่าที่ตัวเองจะทำได้ นิ้วเรียวสั่นๆ ชี้ไปทางประตูที่แวมไพร์ทั้งสี่เดินออกไปเมื่อกี้ อ่า..คนตัวเล็กขาวๆ นั่นเป็นแวมไพร์ด้วยรึเปล่านะ


“พ่อกับแม่ของน้องแจมินไงหละ”


“พ่อแม่..คิงควีนหนะหรอ !!! oh my god !” เจ้าเด็กที่โตมาเจอเมืองนอกร้องลั่น นี่เขาเจอคิงกับควีนตัวจริงเลยหรอเนี่ย ให้ตายสิ แล้วเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นยังไงเนี่ย


อึก..


ทั้งห้องพากันเงียบสนิทอีกครั้ง เมื่อคนที่ถือว่ามีอำนาจที่สุดเดินกลับเข้ามา สายตาคมกริบกวาดไปทั่วห้อง แน่นอนไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาหรอก ในตอนนี้ราชาแวมไพร์ได้ปรี๊ดแตกจนถึงขีดสุด และน่าเศร้าที่ในห้องนี้ไม่มีใครสามารถเบรกอารมณ์ของผู้ยิ่งใหญ่ได้เลยแม้แต่คนเดียว


“ท่านพ่อ เราผิดเอง เราดูแลน้องได้ไม่ดี”


“พวกเราก็ต้องขอโทษด้วยเช่นกันครับ พวกเราประมาทเกินไป”



“….”

.

.


“มาร์ค เกิดอะไรขึ้นหนะ” เจ้าของชื่อหันไปมองเตนล์ที่วิ่งเข้ามาอย่างกระวนกระวายแว่บหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง  สนามหญ้าที่ปกติจะเป็นที่พักผ่อนของนักเรียน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นที่สถานที่ทำโทษแวมไพร์ที่ทำผิดกฏแทนที่พื้นสนามหญ้านั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของแวมไพร์ที่ทำร้ายแจมินทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าแทนร่างที่สลายไปแล้ว ข้างๆ กันนั้นก็มีร่างของแวมไพร์หลายตนที่นั่งคุกเข่าโดยหน้าไปทางปราสาททรูรินที่แจมินนอนอยู่ โดยแวมไพร์จำนวนหนึ่งในกลุ่มนั้นเป็นถึงองค์รัชทายาทแวมไพร์ของในแต่ละทิศด้วย รวมถึงดงฮยอกที่เป็นคนดูแลของมาร์คด้วย


แทบทุกชีวิตที่อยู่ในโรงเรียนพากันดูเหตุการณ์ประวัติศาสตร์กันตามบริเวณหน้าต่างของตึกเรียน แม้แต่พวกแวมไพร์ที่น่าจะควรหลับอยู่ในโลงก็ต่างพากันมุงดูจนแทบจะไม่มีที่ยืน


“โดยอง..” เตนล์ครางออมาเสียงเบา ดวงตากลมมองคู่กัดของตัวเองที่นั่งก้มหน้าจนแนบไปกับสนามหญ้าท่ามกลางแดดที่ร้อนจัดของช่วงเวลาบ่ายโมง จะเป็นอะไรไหมนะ


“โดนทำโทษหนะ..” มาร์คตอบเสียงแผ่ว เขาก็พอจะรู้หรอกว่าแดดพวกนี้คงไม่สามารถทำอะไรแวมไพร์ที่แข็งแกร่งแบบพวกองค์รัชทายาทได้ แต่ดงฮยอกหนะ ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นสักหน่อย อันที่จริงแล้ว ท่านคริสก็ไม่ได้สั่งทำโทษดงฮยอกหรอก แต่เจ้าตัวก็ยืนยันที่จะรับโทษด้วย มันก็เลยออกมาเป็นแบบที่เห็น โดยองกับดงฮยอกเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว แต่องค์รัชทายาทคนอื่นก็ยังนั่งคุกเข่านิ่งๆ อยู่แบบนั้น


“อะไรกัน ปกติก็เดินสู้แดดได้หน้าเฉยไม่ใช่หรอ” เตนล์พึมพำเสียงเบา มาร์คก็สงสัยเหมือนกัน ว่าการที่ให้นั่งสำนึกผิดโดยการตากแดดนี่มันเป็นการทำโทษตรงไหน แต่พอเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ทำให้เข้าใจได้ว่า ถึงแม้จะดูเหมือนไม่กลัวแดด แต่การนั่งตากแดดนานๆ หลายชั่วโมงก็ทำให้ร่างกายอ่อนแรงได้เหมือนกัน อันที่จริง มาร์คแอบเห็นว่าผิวขาวซีดของแวมไพร์พวกนั้นเริ่มไหม้เล็กน้อยแล้วด้วยซ้ำ


“ใครเป็นคนสั่งทำโทษหนะ”​ เพื่อนมนุษย์คนอื่นถามขึ้นด้วยความสงสัย มาร์คจึงชี้ไปทางคริสกับจงแดที่นั่งอยู่ในร่มตรงหน้ากลุ่มแวมไพร์กลุ่มนั้น นึกสงสารคุณจงแดที่นั่งปาดน้ำตาป้อยๆ อยู่ข้างๆ คนรักของตัวเอง คงจะสงสารลูกชายคนโตของตัวเองเอามากๆ


“เขาคือใคร?”


“เหอะ คิดไว้แล้วเชียวว่าพวกโง่อย่างพวกนายคงไม่รู้จัก ก็คิงกับควีนของพวกเราไงหละ” แวมไพร์สักตนที่อยู่แถวนั้นพูด ถ้าเป็นเวลาปกติมาร์คคงจะไปนั่งเถียงกับมันหรอกที่มาว่าว่าพวกเขาเป็นโง่ แต่ตอนนี้มาร์คไม่มีอารมณ์แบบนั้น จึงได้แต่ทำหูทวนลมไป


“คิงกับควีน..? พ่อกับแม่ของแจ..” เตนล์ทำตาโตเหมือนกับที่มาร์คทำไปก่อนหน้านี้ มาร์คก็อยากจะขำหรอก แต่ขำไม่ออกเท่าไหร่


“พ่อกับแม่ของท่านแทยงยังไงหละ”


“เหอะ ใครกันแน่ที่โง่” มาร์คพึมพำเสียงเบา เมื่อเจ้าพวกแวมไพร์ที่อยู่ใกล้ๆ พูดขัดเตนล์ที่กำลังพูดอยู่ แต่เพราะแวมไพร์มันหูดี เขาถึงได้โดนกระชากคอเสื้อจนตัวลอย


“แกว่าไงนะ”


“เอาสิ ทำร้ายฉันเลย แกจะได้ลงไปนั่งอยู่ที่ลานนั่นอีกคนไง” มาร์คยักคิ้วอย่างท้าทาย แต่อันที่จริงเขาก็ไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นหรอก ตอนนี้ท่านคริสดูอารมณ์เสียเอามากๆ ถ้าเขามีเรื่องอีกคนคงไม่ใช่ไอ้แวมไพร์นี่หรอกที่จะตาย เขาคงได้ตายด้วยแน่ๆ


“มาร์คดูนั่นสิ” มาร์ครีบหันไปมองเพราะเสียงร้อนรนของเตนล์ เขาเห็นใครก็ไม่รู้วิ่งเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าคริสแล้วเอาแต่ร้องไห้ โดยมีทหารองค์รักษ์ที่วิ่งตามมาเพื่อจะลากหล่อนออกไป มาร์ครีบวิ่งลงจากตัวตึกเพื่อจะให้ได้ยินเหตุการณ์ตรงหน้าชัดขึ้น โดยมีเตนล์วิ่งตามมาด้วย


“ทำไมท่านถึงได้สังหารลูกของหม่อมฉัน ทั้งๆ ที่ลูกของหม่อมฉันก็มีสายเลือดของราช..”


“นั่นสินะ เป็นถึงแวมไพร์เกรดเอ แต่ทำเรื่องน่าอายแบบนั้น..” ราชาแห่งแวมไพร์ยกยิ้มตอบอย่างใจเย็น แต่หล่อนก็ขัดขึ้นอีกก่อนที่คริสจะพูดจบ


“แต่ไอ้เด็กนั่นมันก็เป็นแค่เด็กมนุษย์เลือดโสโครก”


“ไอ้เด็กนั่นงั้นหรอ?..หึ ให้เกียรติคนรักของเราด้วย” ดวงตาคมกริบเหลือบมองเสี้ยวหน้าของภรรยาตัวเองที่หม่นแสงลง มือใหญ่เอื้อมไปบีบมือบางเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ


“ห..หม่อมฉันหมายถึงแค่เด็กคนนั้น...”


มาร์คที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเหตุการณ์ตรงหน้ามองแวมไพร์สาวที่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นแวมไพร์แปลกหน้าสามตนที่เดินเข้ามาในสนาม ทั้งสามดูมีออร่าที่น่าเกรงขามพอๆ กับท่านคริสที่นั่งอยู่ตรงนั้น อยู่ดีๆ พวกแวมไพร์ก็พากันวิ่งลงมาจากตึกเรียนแล้วมาออกันล้อมรอบสนาม


มาร์คมองแวมไพร์ที่พากันนั่งคุกเข่าอยู่รอบๆ สนามหญ้า กลายเป็นมีแค่เขากับเตนล์ที่ยืนอยู่เท่านั้น เหตุการณ์เหมือนวันที่เขาพบกับแจมินในวันนั้นไม่มีผิด


“หืม..หน้าเหมือนกับมินฮยอนจังเลยนะ” เสียงจากหนึ่งในแวมไพร์ผู้มาใหม่ดังขึ้นอย่างใจดี พร้อมๆ กับที่คนใจดีเดินตรงเข้ามาหาเขา มือที่แสนเย็นเฉียบของแวมไพร์แตะลงบนใบหน้าเขาเบาๆ แล้วยิ้มออกมา “ถ้าจุนมยอนมาเห็นคงต้องร้องไห้แน่ๆ เลย ว่าไหม แจฮยอน เจโน่”


มาร์คเกร็งตัวหนักกว่าเก่าเมื่อได้ยินเสียงนุ่มเอ่ยถึงชื่อของแวมไพร์ทั้งสองที่กำลังถูกลงโทษอยู่ แน่นอนหละว่าเจ้าของชื่อทั้งสองไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ซึ่งดูเหมือนว่าแวมไพร์ตรงหน้ามาร์คก็ไม่ได้หวังคำตอบอยู่แล้ว อ่า..หรือว่าเขาจะเป็นพ่อของแจฮยอนกับเจโน่กันนะ   


“อะ..เอ่อ” มาร์คพูดไม่ออกเมื่อโดนคนใจดีตรงหน้าลากแขนให้ไปยืนอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่คริสกับจงแดนั่งอยู่ โอ้ยให้ตายสิ ท่านพ่อ หายไปไหนนะ มาช่วยเขาก่อนเซ่ ทำยังไงดีเนี่ย มาร์คได้แต่กระวนกระวายอยู่ในใจ หันไปมองเตนล์ที่ถูกทิ้งไว้ด้วยท่าทางตื่นๆ ทันทีที่เขาเดินไปถึง ดวงตาคมกริบของคริสก็หันมามองหน้าเขาทันที


“ชื่อมาร์คใช่ไหม? บุตรชายคนเดียวของยองโฮ” มาร์คขอยืนยันอีกเสียงว่าตัวพ่ออย่างคริสน่ากลัวกว่าแทยงหลายขุมอย่างที่เคยได้ยินกิตติศัพท์มาจริงๆ แค่เสียงทุ้มเอ่ยชื่อเขา เขาก็กลัวจนแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจออยู่แล้ว ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ที่ทำให้น้องแจมินน่ารักเหมือนกับคุณจงแด ไม่ได้หน้าดุเหมือนกับคุณคริส


“ใช่ครับ”


“ฝากขึ้นไปดูแลแจมินให้ทีสิ จงแด..ขึ้นไปพร้อมกับมาร์คนะ” มาร์คเกือบจะหลุดอุทานออกมาแต่ก็งับปากของตัวเองได้ทัน สถานการณ์ตอนนี้โคตรเกร็ง เมื่อเขายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนสำคัญของพวกแวมไพร์ โดยที่ตรงหน้ามีองค์รัชทายาทที่ถูกทำโทษ กับแวมไพร์เกรดบีที่นั่งคุกเข่าอยู่ล้อมรอบ


“แล้วแทยง..”


“พี่จะจัดการเอง” มันก็จะรู้สึกขนลุกหน่อยๆ ที่คนหน้าโหดอย่างคริสแทนตัวเองว่าพี่ อันที่จริงมาร์คนึกว่าคริสจะแทนตัวเองว่าฉันอะไรทำนองนี้ซะอีก


“แต่..”


“น้องดื้อ” คริสพูดเสียงเข้ม จากที่ตอนแรกจงแดเหมือนจะกำลังเศร้าอยู่ก็เปลี่ยนมาทำหน้างอแงแทน มาร์คกระพริบตาปริบๆ โห นอกจากหน้าตาน่ารักแล้วฉายาของคุณคิมจงแดยังน่ารักอีกต่างหาก แต่เห็นท่าทางก็เชื่อแล้วหละว่าดื้อของจริง


“ก็ได้”




“เชิญทางนี้ครับ” มาร์คโค้งศีรษะให้กับชานยอลเล็กน้อย เขาพอได้ยินมาบ้างว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นองค์รักษ์ส่วนตัวของคริส คนตัวสูงยิ้มให้เขาอย่างใจดี ก่อนจะยกแขนเชิญให้เขาเข้าไปข้างในปราสาท


นี่นับว่าเป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาได้มีโอกาสเข้าในปราสาทนี้ จะพูดยังไงดีหละ มันทั้งสวยทั้งน่ากลัวในเวลาเดียวกันเลยหละ ทั้งตอนนี้ภายในปราสาทนั้นมืดสนิท มีเพียงโคมไฟอันเล็กๆ เท่านั้นที่ช่วยให้ความสว่างก็เท่านั้น มาร์คหันกลับไปมองบริเวณประตู เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิมเพื่อรอให้ชานยอลเดินเข้ามา


“เขาไม่เข้ามาหรอก คงจะกลับไปที่นั่นแหละ” มาร์คสะดุ้งเเล็กน้อย เขาหันไปมองจงแดที่ยืนอยู่บนบันไดวน ไหล่บางนั้นลู่ลงอย่างน่าสงสาร


“อ่า ครับ”


“มาเถอะ”


“ครับ” คนเด็กกว่าตอบรับ ก่อนจะรีบเดินตามคนที่อายุเยอะกว่าขึ้นบันไดวน แต่เพราะมันมืดเลยทำให้มาร์คไม่สามารถขยับร่างกายไปตามได้ดั่งใจคิด



โครม !



“อ่ะ..”



เจ็บโคตร  ! มาร์คได้แต่สบถอยู่ในใจ มันมืดจนเขาเดินตกบันได น่าอายชะมัด แถมยังเจ็บอีกต่างหาก ร่างโปร่งพยุงตัวนั่งลงบนขั้นบันไดโดยมีจงแดคอยช่วยพยุง



“คิก..ระวังหน่อยสิ มันมืดหนะ พี่มินซอกเปิดไฟให้มาร์คหน่อยสิครับ” เสียงหัวเราะเบาๆ ของจงแดทำเอามาร์คทำหน้างง ไม่นานไฟภายในปราสาทก็สว่างจ้าขึ้นมาทันที จนเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน และตอนนั้นมาร์คถึงได้สังเกตเห็นว่ามีใครบางคนยืนอยู่ที่มุมห้อง นี่เขาอยู่ท่ามกลางแวมไพร์หรือท่ามกลางผีล่องหนเนี่ย ให้ตาย


“คุณหัวเราะแล้ว” เด็กหนุ่มยิ้มออกมาอย่างไร้เดียงสา จงแดชะงักกับใบหน้ายิ้มแย้มของมาร์คแว่บหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างอ่อนใจ


“อย่าบอกนะว่าตั้งใจตกบันไดเพื่อให้ฉันหัวเราะหนะ” คนตัวขาวตรงหน้ายิ้มจนตาหยี มาร์คมองคนแก่กว่าแล้วเบ้ปากออกมาอย่างเผลอตัว ไอ้มาร์คเอ้ย เผลอทำรุ่มร่ามกับควีนแล้วไง


“นั่นมัน..”


“เราไปหาแจมินกันเถอะ” จงแดตัดบท แล้วเดินขึ้นไปข้างบนต่อ ไม่วายหันกลับมายิ้มให้มาร์คอีกรอบหนึ่งอย่างใจดี


“ขอบคุณนะน้องมาร์ค”


เอ่อ..มันก็จะจั๊กจี้อยู่หน่อยๆ น้องมาร์คงั้นหรอ


“ครับ” ขอยืนยันอีกครั้งว่าน้องแจมินนี่เหมือนกับคุณคิมเปี๊ยบ



มาร์คเดินตามจงแดที่เดินไปตามปราสาทอย่างคล่องแคล่ว จงแดในตอนนี้ดูอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ทำให้มาร์คสบายใจได้ขึ้นเยอะ


“ที่นี่น่ากลัวใช่ไหม”


“ก็นิดหน่อยครับ”


“แล้วที่ปราสาทของมาร์คไม่ได้เป็นแบบนี้หรอ”


“บ้านผมไม่ใช่ปราสาทหรอครับ เป็นแค่บ้านหลังเล็กๆ แต่อบอุ่น”


“หืม..น่าอิจฉาจังเลยนะ”


“ทำไมหละครับ ผมต่างหากหละที่ต้องอิจฉาครอบครัวของพวกคุณ”


“อย่างนั้นหรอ” จงแดพึมพำเสียงเบา ก่อนจะเปิดประตูบานนึง แล้วเดินเข้าไป มาร์คมองไปรอบๆ ห้องก่อนจะหันไปมองร่างบอบบางของแจมินที่นอนหลับสนิทอยู่ที่เตียงขนาดใหญ่ ข้างๆ มีเสาน้ำเกลือกับถุงเลือดถุงใหญ่ที่ห้อยระโยงระยางอยู่ มาร์คเห็นแล้วก็อดสงสารแจมินไม่ได้


“เราช่วยกันเลี้ยงน้องแจมินมาอย่างดี น้องแจมเป็นเด็กร่าเริง หัวเราะง่าย แต่เขาก็เปลี่ยนไป เพราะเรื่องมินฮยอน” จงแดเดินไปนั่งบนเตียงนุ่ม สายตาของจงแดนั้นเศร้าสร้อย มือขาวแตะลงบนไปหน้าขาวซีดของลูกชายคนเล็กอย่างอ่อนโยน


“ครับ ผมก็พอได้ยินมาบ้าง ผมกับเขา..หน้าตาเหมือนกันมากเลยสินะครับ”


“นี่รูปของมินฮยอน” มาร์คเอื้อมมือไปรับกระดาษเก่าๆ มาจากจงแด เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อ่า..คนในภาพหน้าตาเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน จนเขานึกตกใจ


“แจมิน..เขากลัวที่จะมองหน้าผม”


“เรื่องมินฮยอนเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจคนในตระกูลเราทุกคน”


“ครับ ผมก็คิดแบบนั้น เจโน่ถึงได้เผลอทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดลงไป” มาร์คนั่งลงที่พื้นข้างเตียง วางคางไว้บนเตียงนุ่มแล้วจิ้มแขนแจมินไปมา


“จริงๆ มันก็น่าโกรธอยู่หรอก แต่พอเห็นท่าทางจ๋อยๆ แบบนั้นแล้ว ก็คิดว่าเขาคงได้รับบทเรียนมากพอแล้ว” มาร์คมองคนน่ารักข้างๆ ที่ยิ้มเศร้า นับว่าจงแดเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีโคตรๆ เลย ทั้งๆ ที่เจโน่ได้ทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยลงไป


“ทั้งๆ ที่แจมินอาจจะตายได้งั้นหรอครับ”


“แต่เขาก็ไปช่วยทันไม่ใช่หรอ? เหมือนกับพี่อี้ฟานไม่มีผิด”


“อี้ฟาน?”


“อีกชื่อนึงของคริสหนะ เป็นชื่อที่คนในครอบครัวใช้เรียกกัน”


“อ๋อ เหมือนกับที่แจมินมี่ชื่อว่านานะ”


“อื้ม ใช่ ได้ยินว่าน้องมาร์คช่วยดูแลน้องแจมอย่างดีเลย ขอบคุณนะ” ยิ้มน่ารักอีกหละ หัวใจของมาร์คต้องรับมือกับใบหน้าน่ารักๆ นี่ทั้งคนแม่และคนลูกเลยงั้นหรอ แล้วกันมีเจ้าของกันหมดแล้วทุกคนเสียด้วยสิ เฮ้ๆ เขาไม่ได้คิดจะแย่งหรอกนะ ก็แค่ชอบใบหน้าน่ารักๆ แค่นั้นแหละ


“ผมแค่อยากให้เขายิ้ม”


“เป็นเด็กที่จิตใจดีจังเลยนะ”

.

.

“อย่ากรีดที่เส้นเลือดใหญ่นะ มันจะได้ตายช้าๆ อย่างทรมาน” แว่วเสียงของใครบางคนดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่บริเวณแขนและลำตัวของเขา ถึงจะพูดแบบนั้น แต่แจมินก็รู้สึกได้ว่าคมเล็บของใครไม่รู้จิกลงบนท่อนขาของเขาอย่างแรง ดวงตากลมโตมองเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด อ่า..เสื้อเขาโดนฉีกเป็นเศษผ้าไปแล้ว กลิ่นเลือดของตัวเองพาลทำให้แจมินรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา


“อย่าร้องไห้เลย สมแล้วหละกับสิ่งที่แกทำกับท่านมินฮยอน”


“ใช่ แกสมควรตาย” แจมินรู้ดีว่าพวกแวมไพร์นั้นเคารพรักเจ้าชีวิตของตัวเองขนาดไหน ที่ทุกคนเกลียดเขามากขนาดนี้ก็เพราะเข้าใจว่าเขาเป็นคนฆ่ามินฮยอนที่เป็นลูกชายคนโตของตระกูลจาง ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นคนฆ่ามินฮยอน แต่มินฮยอนก็ตายเพราะเขา มันคือเรื่องจริง ถ้าเขาตายแล้ว เจโน่จะมีความสุขรึเปล่านะ อยากให้เจโน่กลับมายิ้มเหมือนเดิมจังเลย


“เราฆ่ามนุษย์แบบนี้มันจะไม่ผิดกฏโรงเรียนหรอวะ ถึงเจโน่จะไม่ได้ห้ามแต่มันก็อยู่ในกฏ”


“ไม่หรอกน่า หนำซ้ำเราอาจจะได้รางวัลตอบแทนด้วยซ้ำ ที่ช่วยฆ่าฆาตกร”


“ให้ตายเถอะ เลือดมันหอมเป็นบ้าเลยหวะ จะมีใครตามมาไหมวะเนี่ย”


“มันต้องเป็นเลือดพิเศษแน่ๆ” เลือดพิเศษ? เขาเคยได้ยินเหมือนกัน พวกมนุษย์เลือดพิเศษจะมีกลิ่นเลือดที่แรงกว่ามนุษย์ธรรมดา ทั้งอยากมีรสชาติที่ดีด้วย เขาไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นมนุษย์เลือดพิเศษ เคยได้ยินมาว่าเลือดพิเศษจะมีปานซ่อนอยู่ตามร่างกาย แต่เขาไม่เคยเห็นเลย หรือว่ามันอยู่ที่หลังกันนะ? หรือว่าต้นคอ?


“ฉันว่านะ นายควรจะเอาเลือดของฉันไปไว้ตามที่ต่างๆ ของโรงเรียนนะ คนอื่นๆ จะได้ตามหาได้ยากขึ้น” แจมินพูดเสียงเบา เขากลัว..กลัวว่าแทยงจะหาเขาเจอได้ทันก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจ


“เออมันพูดถูก ไปพวกแก ทำตามที่มันบอก”


ดวงตากลมปิดสนิท ร่างผอมบางนอนนิ่งๆ ยอมให้พวกแวมไพร์ชนชั้นกลางทำตามอำเภอใจกับร่างกายของตัวเอง คงจะสนุกมากสินะ กับการเอาเลือดของเขาออกมาจากร่างกาย รอบๆ ตัวเขานั้นมีแวมไพร์ไม่รู้กี่ชีวิตล้อมรอบเอาไว้ เสียงหัวเราะเสียงกร่นด่าดังระงมจนแยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นของใคร แจมินรู้ได้ว่าลมหายใจของตัวเองเริ่มติดขัด




เฮือก !


“ท่านแม่?” ดวงตาที่พร่าเลือนของแจมินพยายามเพ่งมองว่าคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงเป็นใคร เขาขานเรียกคนเป็นแม่ออกมาเพื่อยืนยันว่าเจ้าของมือนุ่มนิ่มนี่เป็นแม่ของเขาจริงๆ


“แจมิน ! แจมิน ! เป็นยังไงบ้างลูก” จงแดโผเข้ากอดลูกชายอย่างรวดเร็ว แจมินชะงักไปเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงของคนเป็นแม่ ใบหน้าขาวซีดหันมองหน้าคนเป็นแม่ด้วยน้ำตาคลอเบา ความอดทนที่เขาพยายามมาตลอดหนึ่งเดือนที่ได้อยู่ที่โรงเรียนแห่งใหม่กับหลายเดือนที่อยู่ที่บ้านของตระกูลจางได้หมดลงทันทีที่เห็นหน้าคนเป็นแม่


“ฮึก..ท่านแม่..แจมินเหนื่อย..แจมินกลัว..แจมินขอโทษ..”


“ชู่วว ไม่ร้อง”


“ฮึก..แจมินขอโทษที่ทำอะไรโง่ๆ”


“ชู่วว ไม่เป็นไรแล้ว อย่าร้องไห้เลย เดี๋ยวร่างกายจะทรุดนะ” จงแดพยายามโอบกอดร่างอ่อนแอของลูกชายอย่างสุดความสามารถ เขาเข้าใจความรู้สึกของแจมินดี เข้าใจดีจนอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ


“ฮึก..”


“เป็นยังไงบ้างยัยตาโต” มาร์คพูดเสริมขึ้นเมื่อเห็นว่าแจมินใจเย็นลงแล้ว ดวงตากลมโตที่บวมช้ำไปด้วยน้ำตาหันมามองเขาด้วยสายตาเศร้าสร้อย


“ไม่เป็นอะไรแล้ว” ไม่จริงหรอก จริงๆ แล้วแจมินเวียนหัวมากเลยหละ และแน่นอน จงแดที่เริ่มชินกับนิสัยไม่พูดตรงๆ ของลูกชายย่อมรู้ทันแน่นอน


“นอนพักอีกสักหน่อยเถอะน้องแจม จะได้ดีขึ้น” จงแดพยุงร่างผอมของลูกชายคนเล็กให้โน้มตัวลงบนเตียงนุ่ม ซึ่งแจมินก็ยอมโอนอ่อนตามแต่โดยดี


“ท่านแม่มาที่นี่นานรึยัง”


“จริงๆ แล้วก็..เมื่อคืน”


“เมื่อคืน? แล้วท่านพ่อกับแทยงหละครับ”


“เอ่อคือ..”


“ท่านพ่อกับแทยงอยู่ไหน แล้วเจโน่หละ? ท่านพ่อไม่ได้ทำอะไรเขาใช่ไหม?”


“…”


“ท่านแม่ !!”


“แจมิน !!!!” มันต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ แจมินคิดแบบนั้น ร่างผอมบางลุกขึ้นจากเตียงกระชากสายระโยงระยางให้ออกห่างจากตัว แล้ววิ่งออกไปจากห้องโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะมีเรี่ยวแรงน้อยขนาดไหนก็ตาม







“นายท่าน ! ทำไมท่านจะต้องลงโทษองค์ชาย เพื่อมนุษย์ไร้ค่าเพียงคนเดียวด้วย” เสียงโวยวายจากแวมไพร์ผู้เสี่ยงตายทักท้วงขึ้น อย่างที่บอก พวกแวมไพร์พวกนี้บูชาท่านผู้นำของตัวเองจะตาย คงจะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นองค์ชายของตัวเองโดนทำโทษ


“ปล่อยพวกองค์ชายไปเถอะครับนายท่าน”


“ถึงจะบอกว่าเด็กมนุษย์ที่อยู่ที่นี่มาจากตระกูลผู้ดี แต่ยังไงมันก็เป็นแค่มนุษย์เลือดผสมโง่ๆ”


“หุบปาก !” ราชาผู้ยิ่งใหญ่ตวาดลั่น เสียงฟ้าครืนๆ ที่ดังอยู่ เหมือนช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศน่ากลัวกว่าเดิม


“พวกเราไม่ได้หมายถึงควีน..”


“บอกให้หุบปาก !”


“…”


“ทำไมข้าถึงได้สั่งทำโทษองค์รัชทายาททุกคนหนะหรอ มันไม่ได้ช่วยให้คนโง่อย่างพวกเจ้าเอะใจเลยใช่ไหม”


“ทำไมพวกลูกๆ เราถึงต้องสนใจเด็กมนุษย์เพียงคนเดียวทั้งๆ ที่ปกติไม่เคยสนใจ ทำไมหนะหรอ เพราะว่าแจมิน..”


“ท่านพ่อ !!”


ทุกสายตาพากันจับตามองเสียงของผู้มาใหม่ แวมไพร์หลายชีวิตที่เห็นภาพร่างผอมที่โรยแรงวิ่งเข้ามาด้วยสภาพสะบักสบอมต่างพากันพูดไม่ออก


ท่านพ่อ


อย่างนั้นหรอ?


แวมไพร์หลายชีวิตพากันกรีดร้องอยู่ในใจ ภาพตรงหน้าเป็นการตอกย้ำได้ดีว่า นาแจมินคนนี้ต้องเป็นลูกชายของท่านผู้นำของเขาแน่ๆ หรือว่าจริงๆ แล้วนาแจมินคือ...


“แจมิน !  อย่าวิ่ง / คุณหนูครับ ! / ยัยตาโต !!” ทั้งร่างของควีน องค์รักษ์ท่านคริส และเด็กมนุษย์อีกคนที่วิ่งตามร่างผอมมา ทำเอาทุกคนเริ่มคิดว่าพวกเขาโชคร้ายซะแล้ว ที่ไปพูดจาถึงแจมินไม่ดีแบบนั้น


“นาแจมิน” ราชาผู้ยิ่งใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินตรงไปรับร่างที่อ่อนแรงของลูกชายคนเล็กมาไว้ในอ้อมอกอย่างเป็นห่วงท่ามกลางสายตาของแวมไพร์นับพันชีวิต


“ท่านพ่อ..” แจมินกวาดสายตามองญาติของตนเองที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ใบหน้าหวานรู้สึกเจ็บปวดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้คนอื่นต้องลำบากอีกแล้ว


“ดื้อเหมือนแม่ไม่มีผิด”




ปึก !


“วินวิน” แจมินเบิกตากว้างที่เห็นร่างของหนึ่งในฝาแฝดทรุดลงไปต่อหน้าต่อตา ร่างผอมบางที่อ่อนแรงผลักหน้าอกคงเป็นพ่อแรงๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาวินวิน


“คุณวินวิน..” มือของแจมินนั้นสั่นเทาไปหมด ดวงตากลมมองร่างของแวมไพร์ที่ถือเป็นญาติของตัวเองด้วยสายตาเจ็บปวดผิดขาวใสของวินวินที่เห็นทีไรก็ต้องอิจฉาทุกครั้งนั้นมีทั้งรอยไหม้และรอยแดงเต็มไปหมด ซึ่งแจมินเชื่อว่าองค์รัชทายาทคนอื่นๆ ก็คงจะมีรอยพวกนี้เหมือนกัน


“แจมิน ออกมา”


“ไม่ ท่านพ่อต้องปล่อยพวกเขาไปก่อน”


“ไม่ พวกเขาทำผิด ต้องได้รับการลงโทษ”


“พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด”


“ผิดสิ เพราะพวกเขาได้สาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องนาแจมินด้วยชีวิต แต่พวกเขาทำไม่ได้” แน่นอน แจมินตกใจมากที่ได้ยิน มันมีด้วยหรอ ไอ้คำสาบานแบบนั้นหนะ เพราะว่าตอนนี้เขาเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ในตระกูลใช่ไหม


“ท่านพ่อ..แต่พวกเขาเป็นลูกและหลานของท่านพ่อนะ”


“ลูกก็เป็นลูกของพ่อเหมือนกันนาแจมิน..”


“ฮึก..ถ้างั้น น้องแจมก็จะนั่งอยู่กับพวกเขา มันเป็นความผิดของน้องแจมเองที่ไม่ดูแลตัวเองให้ดี” แจมินฟุบหน้าลงกับพื้นสนามหญ้า นึกท้อแท้กับชีวิตของตัวเอง ถ้าเขาตาย ชีวิตขององค์รัชทายาทคนอื่นจะเป็นยังไง ชีวิตของเขาเกิดมาเพื่อเป็นภาระให้คนอื่นอย่างนั้นหรอ


“เรื่องทั้งหมด มันเป็นเพราะผมเอง ผมขอรับผิดชอบคนเดียวครับ”


แจมินหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้มที่เงยหน้าขึ้นสบตากับราชาผู้ยิ่งใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว เจโน่นั้นหันมาสบกับเขาเพียงแค่ชั่วครู่ ก่อนจะกลับไปมองหน้าพ่อของเขาอีกครั้ง


“นายได้รับผิดชอบแน่อีเจโน่”


“ท่านพ่อ..”


“ก็ได้ ทุกคนลุกขึ้นแล้วเดินออกมา ยกเว้นเจโน่ จนกว่าจะถึงรุ่งสางของวันพรุ่งนี้ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด” สิ้นเสียงของราชาผู้ยิ่งใหญ่ เหล่าองค์ชายที่นั่งก้มหน้าก็พากันเงยหน้าขึ้นมา ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างลังเล ก่อนจะเป็นแจฮยอนที่นั่งก้มหน้าต่อเพื่อเป็นการยืนยันว่าจะอยู่ข้างน้องชายของตน


“หึ..ลูกชายของฉันนี่น่ารักจัง” จางอี้ชิงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขารู้ขีดจำกัดของลูกชายทั้งสองของเขาดี และมันคงยังไม่หมดตอนนี้หรอก


“ท่านพ่อ พาน้องออกไปก่อน เดี๋ยวคุนจะอยู่เป็นเพื่อนไอ้โน่” สิ้นเสียงหวาน แวมไพร์ที่ยืนอยู่ข้างตัวมาร์ครีบเดินเข้าไปในกลุ่ม โน้มตัวลงไปรวบร่างเพรียวของลูกชายขึ้นอุ้ม แล้วเดินออกมา ก่อนจะหายตัวไปพร้อมหมอกควัน โดยทิ้งเสียงบ่นงึมงำที่ฟังไม่รู้เรื่องไว้ให้เดาเล่นว่าอีกฝ่ายจะพูดถึงอะไร แต่ถ้าให้เดา มาร์คว่าคงไม่แคล้วบ่นท่านผู้นำที่นั่งหน้าตายอยู่แน่นอน


“แล้วเราสองคนหละ ยูตะ ฮันซล” ลู่หานแวมไพร์ที่มีใบหน้าน่ารักรับกับดวงตากลมโตเอ่ยเสียงใส มองภาพตรงหน้าอย่างไม่ทุกข์ร้อน


“ผม..” ยูตะมีท่าทางลังเล ใจหนึ่งก็เป็นห่วงวินวินที่เป็นคู่หมั้นของตัวเอง อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากทิ้งเพื่อนกับพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ด้วยเหมือนกัน


“ไอ้ยูตออกไปดิ” ฮันซลผลักไหล่น้องชายเบาๆ แล้วพยักหน้าให้อีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าลังเลอยู่


“แต่..”


“ไปดูน้องวินไป” ฮันซลย้ำอีกครั้ง ยูตะหันไปมองสายตาของเพื่อนๆ ตัวเองรอบวง ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงแต่โดยดี แล้วลุกขึ้นยืน


“พ่อ..ไปดูวินวินให้หน่อย” เจโน่หันไปพูดกับคนเป็นพ่อเสียงเบา อี้ชิงขานรับปนหัวเราะ ก่อนจะหายตัวไปพร้อมหมอกควันเหมือนเทาเมื่อกี้


“แทยง..แจมินพ่อสั่งให้ออกมา”


“...”


“โดยองด้วย”


แจมินส่ายหน้าปฏิเสธคนเป็นพี่ที่พยายามจะดึงให้ลุกขึ้นยืน ดวงตากลมโตคอยหันไปมองเสี้ยวหน้าของเจโน่ที่ก้มหน้าอยู่อย่างเป็นห่วง


“ท่านพ่อต้องให้เจโน่ไปพักด้วย” แทยงทำหน้าเบื่อทันทีที่เห็นน้องชายเป็นห่วงเป็นใยคนน่ารำคาญอย่างเจโน่ แต่เขารู้นิสัยแจมินดี ตอนนี้ต่อให้เอาช้างมาฉุด แจมินก็คงไม่ยอมขยับตัวไปไหนหรอก เขาที่เป็นพี่ชายถึงต้องคอยยืนบังแดดให้แจมินอยู่แบบนี้ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว เขาไม่ควรทำอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ


“แจมิน”


“เจโน่เป็นคนช่วยผมไว้” แทยงลอบมองไปหน้างอแงของคนเป็นน้องอย่างเป็นห่วง ตอนนี้ผิวของแจมินนั้นขาวซีดกว่าตัวเขาที่เป็นแวมไพร์อีกมั้ง ตัวเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว ยังจะมาห่วงคนอื่นอีก


“…”


“แจมิน ไม่เป็นไร” เจโน่เองก็พอจะรู้เหมือนกันว่าแจมินเหมือนจะไม่ไหวแล้ว ดวงตาเรียวมองแจมินอย่างเป็นห่วง ถ้าเขาไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขานี่แหละจะเป็นคนรวบอีกฝ่ายอุ้มแล้วพาเข้าไปนอนในห้องพักมันตอนนี้เลย แต่มันทำไม่ได้ไง ให้ตายสิ



ปึก !


“ดงฮยอก..” เป็นดงฮยอกอีกคนนึงที่ทรุดลงไป ดวงตากลมโตมองดงฮยอกอย่างทำอะไรไม่ถูก ผิวดงฮยอกนั้นไหม้มากกว่าวินวินเสียด้วยซ้ำ มาร์คเองก็วิ่งเข้ามาสมทบเพ่ือดูอาการของคนสนิทของตัวเอง


“น่าจะเพลียหน่ะ” แทยงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตอบเสียงเบา มาร์คเงยหน้ามองอีกฝ่าย แทยงก็คงจะเพลียเอามากๆ เหมือนกัน ดูจากน้ำเสียงแล้ว


“อ่า..เดี๋ยวผมจะพาดงฮยอกไปพัก..”


“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันพาไปเอง รบกวนฝากนายไปดูแลน้องเราด้วย” แทยงเหลือบสายตามองแจมินที่นั่งน้ำตาคลออยู่ที่พื้นเล็กน้อย ก่อนจะอุ้มดงฮยอกขึ้น แล้วเดินออกไป


“คนอื่นๆ ก็กลับออกมาเถอะ ถ้าอยากจะอยู่เป็นเพื่อนจริงๆ ก็ออกมานั่งรอในร่มนี่” ลู่หานพูดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครยอมขยับตัวทำตามที่เขาพูดกันเลยสักคน ตอนนี้ทั้งสนามเหลือเพียงแค่ เจโน่ แจฮยอน ฮันซล คุน และแจมินเท่านั้น


“ฉันจะถอนหมั้น และจะไม่มีงานแต่งระหว่างเจโน่กับแจมิน” อยู่ดีๆ คริสก็พูดออกมา แจมินสะดุ้งขึ้นมาทันที ก่อนจะเงยหน้ามองคนเป็นพ่อด้วยท่าทางตกใจ ถึงเขาไม่อยากจะแต่งงานกับเจโน่สักเท่าไหร่ แต่ก็..


“ไม่ได้นะครับ!” เจโน่ที่นั่งเงียบๆ ร้องออกมา แจมินหันไปมองหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความเข้าใจ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายเกลียดเขามากขนาดนั้น น่าจะดีใจแท้ๆ


“ฉันให้โอกาสนั้นไปแล้ว แต่เธอเป็นคนทำลายมันเอง”


“ได้โปรดอย่าทำแบบนั้นเลยครับ ผมจะดูแลเขาให้ดี..”


“เหอะ เหมือนครั้งนี้หนะหรอ”


“ผมจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน”


“ถ้างั้น..ก็ลองไปถามแจมินเอาแล้วกัน ว่ายังจะอยากแต่งกับคนแบบนายรึเปล่า”


“...”


“ถ้าแจมินตอบตกลง ฉันก็จะไม่ขัดอะไร” พูดจบ ร่างสูงก็เดินไปโอบไหล่คนรักของตัวเองแล้วพาเดินออกมาพร้อมกันแทบจะทันที ลู่หานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ลุกขึ้นยืน


“ไปกันเถอะ ทุกคน” ฮันซลมองเสี้ยวหน้าของเจโน่แว่บนึง ก่อนจะยอมลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของคนเป็นพ่อ แล้วดึงแขนบางของเฉียนคุนให้ลุกขึ้นพร้อมกัน หากแต่คนหน้าหวานก็เอาแต่ดิ้น ฮันซลที่กลัวว่าคุนจะทำลายบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างแจมินกับเจโน่จึงก้มลงปิดบางๆ ไปหนึ่งที่อย่างรุนแรง จนคุนยอมเงียบแต่โดยดี แจฮยอนเงยหน้ามองขึ้นบนท้องฟ้าที่ไร้แสงอาทิตย์และฝนน่าจะตกในไม่ช้านี้ พอจะเข้าใจว่าคริสคงอยากจะปล่อยให้เจโน่อยู่กับแจมินสองคน จึงตัดสินใจลุกขึ้นบ้าง แล้วเดินไปแตะไหล่มาร์คให้ออกไปพร้อมกัน


“อย่าให้น้องเปียกฝนหละ” แจฮยอนพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เจโน่ถึงได้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด อาจจะเพราะอารมณ์ที่แสนแปรปรวนของราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยนั่นแหละ คงจะโมโหเขาน่าดู พอลมเย็นๆ มาปะทะหน้า เจโน่ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง ถึงจะบอกว่านั่งตากแดดนานๆ ไม่สามารถทำให้เขาระคายผิวได้ แต่ก็เพลียเหมือนกัน



ครืนน


“แจมิน ไปหลบในร่มเดี๋ยวนี้” เจโน่พูดเสียงเข้มเมื่อเห็นไหล่บางสะดุ้งตกใจกับเสียงฟ้าร้อง แต่เจ้าเด็กดื้อของเขาก็เอาแต่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอม


“ไม่เอา..นายก็ไปด้วยกันสิ” แวมไพร์หนุ่มชะงักไปเล็กน้อยกับเสียงของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำไมจะต้องมางอแงเอาตอนที่ร่างกายตัวเองยังไม่แข็งแรงด้วยนะนาแจมิน


“นายก็ได้ยินที่พ่อนายสั่งแล้วนี่”


“ฮึก..ฉันขอโทษ มันเป็นเพราะฉัน” เอ้า ร้องไห้อีก


“เพราะนายงั้นหรอ?” เจโน่กำลังหัวเสียเอามากๆ ไม่ใช่เพราะว่ารำคาญเสียงร้องไห้ของแจมินหรอก แต่ในทางกลับกัน ยิ่งได้ยินมันยิ่งทำให้เขาปวดใจมากกว่า ที่ทำให้คนตัวเล็กต้องมีน้ำตา ถ้าเขาใจเย็นอีกสักนิด เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก มันเป็นความผิดของเขาคนเดียว


“อึก..ฮึก ฉันขอโทษ ฉันมันสมควรตาย ไม่สิ ถ้าฉันตาย พวกนายก็จะลำบาก”


“แจมิน..อย่าร้องไห้” แวมไพร์หนุ่มเหมือนกำลังหาเสียงตัวเองไม่เจอ การที่เขาต้องมานั่งมองคนสำคัญร้องไห้ตรงหน้ามันทรมานสิ้นดี อ่า ฝนเร่ิมตกลงมาแล้วหละสิ


“ฮึก..”


“แจมิน ไปหลบฝนนะ” นี่ไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือคำขอร้อง เจโน่พยายามใช้เสียงที่นุ่มที่สุดเพื่อให้แจมินยอมทำตอบที่ตนพูด แต่ไม่เลย

“ไม่เอา..” ร่างผอมเงยหน้าขึ้นมองแวมไพร์หนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ใบหน้าน่ารักเปรอะไปด้วยน้ำตาและหยาดน้ำฝนจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร


“ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ” เจโน่บ่นพึมพำก่อนจะคว้าร่างผอมมาไว้ใต้ร่าง โดยมีตนเองคร่อมลงผอมบางเอาไว้อีกที เป็นการบังน้ำฝนที่ตลกสิ้นดี แต่เชื่อเถอะ เขาขำไม่ออกด้วยซ้ำ


“ฮึก ขอโทษที่ทำให้เจ็บปวด ขอโทษที่ช่วยมินฮยอนเอาไว้ไม่ได้” แจมินระเบิดความในใจออกมาหมด ภาพคนตัวเล็กที่ร้องไห้ตัวสั่นราวกับลูกนกพลัดตกจากรัง ที่อยู่ใต้ร่างของตนเองนั้นทำเอาหัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วของเจโน่รู้สึกเจ็บปวดไปหมด ในตอนนี้ ไม่ว่าอะไรถ้าสามารถทำให้แจมินกลับมายิ้มเหมือนเดิมได้ เขาก็จะไปหามาให้


“แจมิน ชู่ววว ใจเย็นๆ ไม่ร้องนะ”


“ฮึก..เจน...”


“ว..ว่าไงนะ”


“เจน..เจโน่” แทนที่เจโน่จะเป็นฝ่ายฮีลแจมิน แต่กลายเป็นว่าเขาได้รับพลังฮีลนั้นแทน แวมไพร์หนุ่มรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงระเบิดอยู่ในหัวตัวเองดังบึ้มม เมื่อเจอดาเมจที่แสนรุนแรงเกินกว่าจะรับไหวของแจมิน


เจน งั้นหรอ


หึ จะยอมเป็นเจนให้น้องแจมก็ได้


“ป่ะ”


“ห๊ะ” แจมินร้องอย่างตกใจ ตัวเขาถูกเจโน่อุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย วงแขนเล็กโอบกอดรอบคอของแวมไพร์หนุ่มอัตโนมัติ คนตัวสูงก้าวเดินเร็วๆ ไปสักที่ ต่อมาไม่นานแจมินก็รู้ว่ามันคือที่ไหน


“แจมินพักผ่อนนะ แล้วพรุ่งนี้เจนจะขึ้นไปหา” เจโน่ส่งร่างของแจมินให้กับทหารองค์รักษ์ที่หน้าประตู เขายิ้มให้แจมินอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ชีวิตเขาเคยทำมา มือเย็นเฉียบของแวมไพร์หนุ่มแตะเบาๆ บนแก้มเย็นของแจมิน


“ต..แต่” แจมินมองเจโน่อย่างสับสน อาการเขินตีรวนขึ้นมาจนทำให้สมองเออเร่อไปหมด แต่ถึงอย่างนั้น แจมินก็ยังอยากให้เจโน่กลับเข้ามาพักข้างในด้วยอยู่ดี


“นะ..สัญญา พรุ่งนี้เช้า แจมินลืมตาขึ้นมาจะเจอเจน”


“อืม..ก็ได้”





คนตัวผอมนอนลงบนเตียงหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ดวงตากลมโตไล่มองเข็มน้ำเกลือกับเข็มให้เลือดที่ต่ออยู่ที่แขนของตัวเอง ทั้งห้องตอนนี้ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเขาคนเดียวที่นอนอยู่ในนี้ แจมินมองสายฝนจากหน้าต่างบานใหญ่ภายในห้องนอน ในใจก็พาลคิดว้าวุ่นไปถึงคนที่คงกำลังนั่งตากฝนอยู่ตอนนี้


เจน..


จะเป็นอะไรไหมนะ





-------------------------------------------------------
มาต่อแล้วค่ะ 
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและการรอคอยนะคะ 
เดือนหน้ายุ่งทั้งเดือนเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะแวะมาได้ตอนไหน
แต่จะพยายามมาต่อให้ได้ค่ะ 

ตอนนี้เป็นที่น่าพอใจกันรึเปล่าเอ่ย เจ้าชายน้ำแข็งจะเริ่มอบอุ่นแล้วนะ งุ้ย










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #562 kopai0901 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 13:32
    ทัชใจมากๆเจ้าเจนถ้ารักมากก็เลิกแข็งกับน้องนะขอร้องเลย😭
    #562
    0
  2. #480 mylittleb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 02:08
    เป็นตอนที่โครตบีบหัวใจ
    #480
    0
  3. #450 Hiphophop (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 23:07
    ฮืออ น้ำตาจะไหลอ่ะ แม่งโคตรรักกันเลยพี่น้อง ทุกคนรักน้องแจมมากจริงๆ โดยเฉพาะคนนั้นน่ะ คุณเจนนนน
    #450
    0
  4. #414 puchan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 00:48
    น้ำตาไหลพร้อมกับอาการบีบหัวใจเลยค่ะ
    #414
    0
  5. #298 zkywalker (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 20:43
    ไม่ต้องคีพแล้วววว พอแล้ววว เจนแจมก็มาแล้วววว ใจสั่นขนาดนั้นแล้ว พอเถ้อะะะ พอคุณเจนเจน
    #298
    0
  6. #287 Pattho (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 20:55
    หลุดเก๊กแล้ววว ไหนๆก็หลุดแล้วก็เลิกๆมันไปเถอะไอนิสัยขี้เก๊กเนี่ย เห็นมั้ยไม่มีอะไรดีขึ้นเลยเนี่ย เจนของน้องแจม แงเขินนน
    #287
    0
  7. #202 faiiswnd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 00:26
    นอกจากเจโน่แล้วเราก็เป็นไบโพล่าเหมือนกันค่ะ55555 ตามอารมณ์คุณแวมไพร์เขาไม่ทันแร้วว
    #202
    0
  8. #196 Limonin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 18:00
    เอ่อออออ เลิกเก๊กได้ละเจน คนอ่านจะเข้าไปด่าแล้วอีกนิดนึง 555555 //น้องแจมทำไมเปงคลดีหยั่งงี้ ฮื่อ
    #196
    0
  9. #192 xxxminmin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:30
    สงสารน้องโดนขนาดนี้ก็ยังเป็นห่วงเค้า คิงเอาพวกที่ทำร้ายน้องแจมหนักๆเลย
    #192
    0
  10. #169 JutamasPromyota (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 21:55
    แงงงงงไรท์อยู่หนใดดดดดด
    #169
    0
  11. #158 P'lu N'hun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:23
    เจนของน้องแจม
    #158
    0
  12. #139 หมามีสี่ขา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 23:09
    โง้ยยยยยย เพิ่งมาเจอเลยค่ะ
    เป็นแฟนตาซียาวของเอ็นซีทีเรื่องแรกที่ได้อ่าน ฮือออออออ ดีมากกกกก อยากคอมเมนท์ให้สี่หน้ากระดาษเอสี่ แต่กลัวไรต์ไม่อ่าน 555555
    เอาจริงๆเลยนะคะ กดเรื่องนี้เข้ามาเพราะโน่มินอย่างเดียวเลย คู่อื่นนี่เราชิปห่างไกลกับไรต์คนละเอกภพเลย แต่อ่านแล้วไม่ขัดเลยค่ะ ดีมากๆด้วย อ่านแล้วเห็นออร่าของแต่ละคนตามไปด้วยเลย นี่ขนาดไม่ได้ตามไปอ่านภาคแรกนะคะ
    ที่ต้องชมจริงๆเลยก็คือส่วนที่บรรยายเวลาเจ็บปวดของตัวละครอะค่ะ ดีมากๆเลย อ่านแล้วจุกในหน้าอกไปหมด ตอนที่แทยงพูดกับแจมินครั้งแรกที่ปราสาทในโรงเรียนนี่เราน้ำตาคลอเลย เพราะเริ่มรู้สึกจุกๆตั้งแต่น้องบอกว่าไม่เจอพี่มาจะสิบปีแล้ว ต้องรู้สึกผิดและกลัวขนาดไหนถึงจะขังตัวเองอยู่แค่ในปราสาทได้นานขนาดนั้น
    มีหลายที่ที่ดูอาจจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่ให้อภัยค่ะ เพราะส่วนดีดึงอารมณ์เราไปหมดเลยจริงๆ 555 แล้วก็มีบางส่วนที่เราอ่านแล้วไม่ค่อยเคลียร์เท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าเพราะไม่อ่านภาคแรกหรือเนื้อหายังไม่ถึงปมที่จะเฉลยนะคะ อย่างเรื่องหลักๆเลยคือการตายของมินฮยอน เอาตามความเข้าใจที่เราอ่านมาถึงตรงนี่คือมินฮยอนเข้ามาปกป้องแจมจนถูกสูบเลือดตายใช่มั้ยคะ แล้วแจมก็ถูกประทับตราสามเหลี่ยมที่ข้อมือ ซึ่งจะมีปฏิกิริยาตอบรับเวลาเข้าใกล้กลุ่มคนที่จะฆ่า ถ้าให้เดาก็คือกบฏในเรื่อง แต่ที่งงคือ ทำไมแทยงถึงถูกส่งไปโรงเรียน แล้วทำไมอยู่โรงเรียนนานมาก ระบบในโรงเรียนคือเรียนกี่ปีคะ บอกว่าทุกชั้นเรียนรวมกัน แต่ว่าแยกมนุษย์กับแวมไพร์ จะมีแค่บางวิชาที่เรียนรวมกัน ก็คือเรียนพร้อมกันทั้งโรงเรียนเลยมั้ยคะ? หรือยังไง เรางงๆ 5555
    คอมเมนท์ยาวมาก ออกทะเลก็เยอะ สรุปคือชอบค่ะ จะติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ ที่เราสงสัยไปนี่ตอบก็ได้ไม่ตอบก็ได้นะคะ แค่ไรต์อ่านก็ดีใจมากๆแล้ว เพราะเราเมนท์ยาวและไร้สาระจริงๆค่ะ 5555
    #139
    0
  13. #138 fayoonnie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 18:43
    ขอบอกเรยว่ามาอ่านตอนนี้รอบที่แสนแปดได้แร้วมั้งฮืออแบบขนลุกเรยอ่ะตอนคิงลงโทษอ่ะชอบมากกฮือออ
    #138
    0
  14. #137 fayoonnie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 12:45
    เสียน้ำตาไปเท่าไหร่กับความเย็นชาของพี่โน่TT
    #137
    0
  15. #136 Chez-moi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 21:38
    กรี๊ดดดดดดดด เจนของน้องแจมมมมม
    #136
    0
  16. #135 porkpak111 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:00
    หาเขาเจอแล้วยังไงละเจโน่ แจมินโดนไปหนักขนาดนั้น แทยงต่อยก็ยังน้อยไปอ่ะ โชคดีที่ควีนกับคิงมา แจมินเลยได้เลือดต่อชีวิต ฉากลงโทษเหล่ารัชทายาทเนี่ยขนลุกอ่ะมันใช่ คือดูแลน้องกันไม่ดีไงไม่แปลกที่คิงจะโกรธและลงโทษขนาดนั้น ตอนคริสบอกจะถอนหมั้นนั้นเจโน่เนี่ยถึงกับตะโกนออกมาเลยนะว่าไม่ถอน แหมๆๆทียังงี้อ่ะนะคนเรา หวังว่าหลังจากนี้จะดูแลน้องให้ดีกว่าเดิมนะ
    #135
    0
  17. #134 fujikozung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 12:56
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุดคิงกะควีนของเราก็มีบทแล้วววววว แถมบรรดาทายาทก็มากันหมด ยกเว้นพวกแม่ๆๆๆๆ จงแดยังน่ารักน่าฟัดเหมือนเดิมเลยยย แต่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเพราะตอนนี้ก็เป็นแม่คนแล้วว แล้วที่บอกว่าแจมินเหมือนแม่นี่จริงเลย ทั้งน่ารัก ทั้งดื้อ งอแงเก่งอีกต่างหาก คริสกะแทยงต้องแพ้ลูกอ้อน 2 คนนี้แน่ๆๆๆ ตอนแรกไม่คิดจริงๆๆนะว่าคริสจะลงโทษพวกลูกๆหลานๆๆด้วยวิธีนี้ ถึงแวมไพร์ตนอื่นจะถูกฆ่าหมด แต่ก็ยังแอบรู้สึกว่าเบาไปสำหรับคริสหนะนะ ส่วนเจโน่ตอนนี้เข้าใจความรู้สึกของตัวเองแล้วใช่มั้ยยย ต่อไปต้องดูแลและปกป้องแจมินให้ดีกว่านี้นะ แต่พ่อเค้าจะให้ถอนหมั้นแล้วอ่ะ เจโน่จะทำไงต่อไปเนี่ยย

    #134
    0
  18. #132 wareeandsoul (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 00:25
    ฮรือออออ กว่าจะชัดเจนน ต้องให้น้องเจ็บตัวอะ เป็นนี่ก็จะถอนหมั้นเหมือนกัน ฮึ่ยยย แต่เด็กเค้ารักกันอะค่ะ โอเค ยอมแล้ว น่ารักมาก จะคอยดูว่าเจโน่จะทำตัวน่ารักได้ตลอดมั้ย 55555 ตระกูลแวมไพร์ดีมากค่ะ ตัวละครเยอะ ปริ่มมากๆ เหมือนจะเริ่มเอะใจว่าจะมีรุ่นลูกหลายคู่เลย ^^
    #132
    0
  19. #131 Mochi. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 00:14
    คิงโหดมากค่าาาา ส่วนควีนก็น่ารักเหมือนเดิม หลังจากนี้เจนจะยอมฟังเสียงใจตังเองแล้วใช่มั้ยย
    #131
    0
  20. #130 บีเมะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 00:01
    อ่านแล้วนึกภาพตามนี่เหมือนเป็นภาพประวัติศาสตร์เลยที่เหล่าแวมไพร์รัชทายาทต้องออกมานั่งรับบทลงโทษแบบนี้ ฮือออ บีบหัวใจมาก ยังไงก็ตาม ขอบคุณน้องแจมินที่รักเจโน่เหลือเกิน ต่อไปนี้ เจนต้องดูแลน้องแจมดีๆแล้วนะ ฮื่ออออ
    #130
    0
  21. #129 ASLosecontrol (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 22:24
    หมดกันไปหมดแล้วเจโน่ของน้องแจม ไม่เหลือเคล้าเดิมเรย55555
    #129
    0
  22. #128 okimeiei (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 20:57
    ไปหมดแล้ววเจโน่คนซึน เปิดปากออกมาซักทีว่ารักเค้า ต่อไปก็ทำตัวดีๆกับแจมด้วยล่ะ ฮืออ ?? สู้ๆนะคะไรท์ เราชอบเรื่องนี้มากเลยยย
    #128
    0
  23. #127 txxrxxq (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 15:14
    โหยยย เราอ่านเรื่องนี้ตอนรุ่นพ่อวนมากๆเลยค่ะ มันเขินๆ ฮือออ แอบร้องไห้เพราะสงสารยัยแจมด้วย ;___; ไรท์แต่งได้ดีๆมากเลยค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ เรารออยู่ สู้ๆค่ะ
    #127
    0
  24. #126 bunnyxfox (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 07:42
    ฮึ่ยยยย ขัดใจ!! ยัยตัวดื้อ!! โง้ยยย มันอารมณ์แบบอยากให้เจโน่ได้รับอะไรหนักกว่านี้แต่คิดว่าตอนหน้ามันยังมีอีกแน่ 5555555
    #126
    0
  25. #125 nanajam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 02:04
    เย็นชา ใจร้ายใส่เขาซะขนาดนั้น แต่พอจะให้ถอนหมั้นก็รีบโพล่งขึ้นมาเลยนะคะ แหมมมมมมม ถ้าไม่ปากแข็งตั้งแต่แรกคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก ทั้งที่รักแจมขนาดนั้นแท้ๆ เอือมระอากับคุณพระเอกเขาจริงๆ ต่อจากนี้คงไม่ใจร้ายกับแจมแล้วล่ะ ไม่งั้นคุณคริสให้ถอนหมั้นแล้วจะหนาวววว
    #125
    0