(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 6 : FIVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    9 พ.ค. 60



5





มาร์คนั่งมองแจมินที่กำลังนั่งกินไอติมด้วยใบหน้าเบิกบานใจมาสักพักแล้ว บอกได้เลยว่าน่ารักจนละสายตาไม่ได้ คิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพรอยยิ้มของแจมินไว้ งานนี้ไอ้เจ้าคู่หมั้นของแจมินจะต้องขอบคุณเขาแน่ๆ ที่ช่วยบันทึกภาพน่ารักๆ นี้ไว้ อย่าคิดว่าจะปกปิดมาร์คลีได้ แค่สายตาเวลามองแจมินก็รู้ไปไหนต่อไหนแล้วว่าเจโน่ชอบแจมินมากขนาดไหน จะมีก็แต่แจมินกับเจโน่หละมั้งที่ไม่รู้ เสียดายที่ไม่ได้สนิทกับองค์รัชทายาทหน้านิ่งไม่งั้นจะกดส่งรูปให้อิจฉาจนกัดลิ้นตายไปเลย



เคร้ง !



“เฮ้ย ยัยตาโต” มาร์คสะดุ้งจนเกือบจะทำโทรศัพท์หลุดจากมือ เขาก้มลงไปเก็บช้อนไอติมที่ร่วงลงไปที่พื้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแจมินที่อยู่ดีๆ ก็นั่งก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนก


“กลัวแล้ว..ผมกลัวแล้ว” เสียงสั่นๆ ของก้มหน้าทำเอามาร์คเป็นห่วงแจมินเอามากๆ ในขณะที่ดงฮยอกเริ่มขมวดคิ้วแล้วหันมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง แวมไพร์หนุ่มลุกขึ้นยืนทันที เขาคิดว่าเขาได้กลิ่นแวมไพร์แถวๆ นี้


“รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า” เตนล์ขมวดคิ้วมองแจมินอย่างเป็นห่วง พอจังหวะที่เตนล์วางมือลงบนแขนของแจมิน คนตาโตก็สะดุ้งอย่างตกใจ น้ำตาร่วงผล็อย จนเตนล์กับมาร์คสะดุ้งตกใจไปด้วย


“เป็นอะไร” มาร์คถามย้ำ


“ฉันคิดว่าถึงเวลากลับกันได้แล้ว” มาร์คเงยหน้ามองดงฮยอกงงๆ แต่ก็ยอมลุกตามแต่โดยดีเมื่อเห็นอาการของแจมิน ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คงต้องรีบไปจากตรงนี้อย่างที่ดงฮยอกว่านั่นแหละ


“มินฮยอน” เสียงแผ่วเบาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางนั้นเบาจนมาร์คต้องก้มหน้าลงไปใกล้เพื่อฟัง ในขณะที่ดงฮยอกที่ได้ยินชัดเจนนั้นเริ่มรู้สึกกังวล แวมไพร์หนุ่มแอบรู้สึกดีใจนิดๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกมนุษย์ตัวน้อยนั้นแวะอยู่ที่เคาน์เตอร์น้ำหอมอยู่นานสองนาน เพราะน้ำหอมนั่นคงจะช่วยพรางกลิ่นของแวมไพร์ที่ติดอยู่ตามตัวของพวกมาร์คได้บ้าง รวมถึงกลิ่นแวมไพร์ของตัวดงฮยอกเองด้วย


“ว่าไงนะ?”


“กลับกันเถอะ เร็วๆ เลย” ดงฮยอกย้ำ เขาว่าเขาเริ่มปะติดปะต่ออะไรได้แล้วหละ แวมไพร์เพียงคนเดียวในกลุ่มรีบพามนุษย์ทั้งหมดตรงไปที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว แล้วคว้าโทรศัพท์เพื่อโทรออกหาคนขับรถทันทีเพราะกลัวไม่ทันการณ์ ในจังหวะนั้นผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนทำให้แจมินมีอาการหน้าซีดตัวสั่นก็ดันเดินสวนผ่านมาพอดี


“โอ๊ย” พวกเขาทั้ง 3 หันมองแจมินแทบจะทันที รวมถึงคนที่เดินสวนไปเมื่อกี้ด้วย ฝ่ายตรงข้ามแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเดินไป นั่นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ถ้าไม่อย่างนั้น ดงฮยอกคงรับมือไม่ไหวแน่ๆ


“เฮ้ย เจอมันไหมวะ”


“ไม่ แต่เมื่อกี้ฉันได้กลิ่นมัน ต้องเป็นนานะแน่ๆ”


เสียงคุยกันของผู้ต้องสงสัยที่ทำให้แจมินหวาดกลัวดังอยู่แว่วๆ ดงฮยอกได้ยินมันชัดเจน แต่เขาไม่มั่นใจว่าแจมินได้ยินหรือเปล่า แต่ดูจะท่าทางแล้ว เขาคิดว่าได้ยินชัวร์ๆ ร่างผอมถึงได้สั่นสะท้านขนาดนั้น


“แจมิน โอเครึเปล่า” มาร์คเริ่มเป็นห่วงแจมินหนักกว่าเก่า ดวงตาเรียวมองแจมินที่เอาแต่กุมข้อมือข้างซ้ายของตัวเองเอาไว้ตั้งแต่ก่อนจะขึ้นรถ จนตอนนี้ก็ยังคงกุมมันไว้ ทั้งยังทำหน้าทรมานอีกต่างหาก เด็กหนุ่มยื่นมือไปแตะที่ข้อมือของแจมินแม้เจ้าของข้อมือจะไม่ให้ความร่วมมือ แต่มาร์คก็ยื้อจนสามารถเลิกสร้อยข้อมือของอีกฝ่ายขึ้นได้ ดวงตาสีเข้มเบิกตาโพล่งเมื่อเห็นรอยแดงบนข้อมือขาว


“แจมิน เจ็บมากไหม” มาร์คครางออกมาเสียงเบา คำว่าเจ็บมากไหมเหมือนจะหายลงไปในลำคอเสียด้วยซ้ำ รอยแดงรูปสามเหลี่ยมนั้นแดงอย่างน่ากลัว ราวกับว่ามันกำลังแผดเผาข้อมือบางของแจมินยังไงยังงั้น เตนล์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ตกใจจนยกมือขึ้นมาปิดปาก ดงฮยอกจึงหันมามองบ้าง นัยต์ตาสีนิลเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธแค้นอยู่แว่บหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม


“ฮึก..” แจมินทรมานจนหลุดสะอื้นออกมาเบาๆ ปกติมันก็เจ็บแบบนี้แหละ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะเจ็บมากกว่าเดิม ตอนที่ชายคนนั้นเดินผ่าน ความเจ็บปวดมันก็ทวีคูณขึ้นมาจนอยากจะตายไปให้พ้นๆ


“อย่าบอกเรื่องนี้กับใคร..” แจมินกัดฟันพูดเสียงเบาแล้วหลับตาลงทั้งน้ำตา มาร์คกวาดสายตาไปรอบๆ รถก่อนจะคว้าเอาแก้วน้ำที่วางอยู่ขึ้นมาแล้วหยิบน้ำแข็งมาประคบบริเวณข้อมือขาวเพื่อหวังจะบรรเทาความแสบร้อนให้กับแจมิน


“ดีขึ้นไหม” มาร์คถามคนตาโตอย่างเป็นห่วง คนตัวผอมพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ ความรู้สึกกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจขึ้นมาอย่างทรมาน เขาได้ยินชัดเจน เมื่อกี้มันพูดชื่อเขา มันต้องได้กลิ่นของเขาถึงได้ตามมา


ไว้เจอกันอีกครั้ง เมื่อแกโตขึ้น




แจมินรู้สึกเหมือนได้กระซิบที่น่าขนลุกนั่นดังก้องอยู่ในหัว เนื้อตัวก็พาลสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ สิ่งที่เขากลัวมาตลอดมันกำลังเกิดขึ้น พวกชั่วพวกนั้นมันต้องกำลังหาตัวเขาอยู่ มันกำลังจะตามมาฆ่าเขาเหมือนที่มันเคยพูดไว้ ในวันนี้มันได้ทำเรื่องโหดร้ายกับมินฮยอน


มาร์คกอดแจมินไว้แทบจะทั้งตัว จนรถเริ่มเข้าสู่ป่าลึกที่เป็นบริเวณเขตของโรงเรียน แจมินก็เริ่มหยุดสั่น และดูเหมือนว่าจะผล็อยหลับไปสักพักแล้ว


“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เด็กหนุ่มถามเสียงเบา เพราะกลัวจะเป็นการรบกวนให้แจมินตื่นขึ้นมา ดงฮยอกทำท่าลังเลกับท่าทางของคุณชายของตัวเอง ถ้าไม่ยอมบอก มาร์คต้องโมโหเอามากๆ แน่ๆ


“เราค่อยกลับไปคุยเรื่องนี้ที่ห้องนะครับคุณชาย” ดงฮยอกพยายามพูดอย่างใจเย็น เพราะในรถไม่ได้มีแค่พวกเขาแต่ยังมีคนขับรถอยู่ด้วย ถึงจะถือว่าเป็นคนใน แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดให้ใครฟังอยู่ดี


“โอเค” แวมไพร์หนุ่มทำหน้าโล่งอกที่คุณชายของตัวเองไม่ดื้ออย่างเคย แต่ก็ต้องกลับมาทำหน้าเครียดเหมือนเดิม เขาจะบอกเรื่องนี้กับพวกองค์ชายยังไงดี งานนี้จะโดนจับไปประหารด้วยลิ่มเงินประจานที่หน้าปราสาทไหมวะเนี่ย


.

.

เจ็บ


ทรมาน


อยากจะตายไปให้พ้นๆ แต่พอนึกถึงครอบครัวก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา ถ้าตัวเองจะตายตอนนี้ ไม่วายเขาคงทำให้ทุกคนในบ้านผิดหวังและเสียหน้าอีก แจมินไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร คนที่ควรจะโดนฆ่าคือเขา และคนที่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไปควรจะเป็นมินฮยอนต่างหาก ใช่..ถ้าเป็นมินฮยอน มันต้องดีมากแน่ๆ


เปลือกตาบางปรือขึ้นช้าๆ ดวงตาพร่าเลือนจ้องมองใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายถลันตัวเข้ามาใกล้ทันที พร้อมกับคิ้วรูปนกนางนวลที่เริ่มขมวดเป็นปม


“แจมิน”


“มินฮยอน” แจมินเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำไปซ้ำมา คนข้างๆ ชะงักเล็กน้อย แต่ก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนให้กับเขา ทั้งมืออุ่นๆ ก็ยื่นเข้ามาบีบมือเขาแน่น จนแจมินรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ


“แจมิน” อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาอีกครั้ง เจ้าของชื่อชะงัก รอยยิ้มกว้างๆ เริ่มคลายลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามินฮยอนได้ตายไปแล้ว คนที่จับมือเขาอยู่ไม่ใช่มินฮยอน


“คุณมาร์ค” แจมินเรื่องชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ใช่คนที่ตามหา มาร์คเองก็แอบรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยที่ตัวเองไม่สามารถเป็นมินฮยอนให้อีกฝ่ายได้ ถึงแม้หน้าจะเหมือนกัน แต่ยังไงมาร์คก็คือมาร์คอยู่ดี

“ขอโทษที่พี่เป็นมินฮยอนให้แจมินไม่ได้” ดวงตากลมโตเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทำไมมาร์คถึงรู้เรื่องของมินฮยอนได้หละ แจมินรีบหันไปมองหน้าดงฮยอก แวมไพร์หนุ่มสายหน้าหวือทันทีว่าไม่ใช่ตนที่เป็นคนเล่าเรื่องมินฮยอนให้กับคุณชายของตนฟัง แจมินจึงได้แต่ขมวดคิ้ว


“ดงฮยอกไม่ได้เป็นคนบอกหรอก” มืออุ่นบีบมือเย็นเฉียบของแจมินแน่นจนแจมินรู้สึกเจ็บ ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าจริงจังของมาร์ค “นี่..ถึงพี่จะไม่ใช่มินฮยอนของแจมิน แต่แจมินไว้ใจพี่ได้นะ เลิกใช้คำว่าคุณสักทีเถอะ มันดูห่างเหิน”


“ผม..” แจมินมองผ่านออกไปนอกกระจกรถถึงได้รู้ว่ารถจอดอยู่หน้าประตูโรงเรียนนาน เบื้องหลังประตูรั้วขนาดใหญ่ที่มีเถาวัลย์เลื้อยอยู่รอบมีร่างของแวมไพร์องค์รัชทายาทเบอร์หนึ่งยืนทำหน้านิ่งจนคนมองรู้สึกขนลุก ยิ่งดงฮยอกนี่ไม่ต้องพูดถึง รายนั้นน่าซีดตัวสั่นไปแล้วเรียบร้อย


“แทยง” แจมินเห็นท่าทางของดงฮยอกก็รู้สึกสงสาร ร่างผอมที่แสนโรยแรงผละตัวออกจากมาร์คแล้วรีบก้าวลงจากรถเร็วๆ จนแทบลืมความเจ็บปวดทั้งหมดที่มี ขาเล็กๆ รีบก้าวเดินตรงไปหาแทยงทันที


“ทำไมถึงไม่มาบอกพี่ด้วยตัวเอง” แทยงกดเสียงต่ำ แจมินเหลือบมองโดยองที่หมอบอยู่ข้างหลังพี่ชาย ท่าทางคงจะโดนดุมาไม่น้อย “ถ้าโดยองไม่มาเจอก็จะออกไปโดยไม่บอกพี่ใช่ไหม”


“ดงฮยอก”


เฮือก


“ผ..ผมขอโทษครับองค์ชาย” ดงฮยอกหมอบลงกับพื้นพร้อมเสียงสั่นๆ ดวงตากลมมองแวมไพร์รับใช้สลับกับเพื่อนมนุษย์อีกสองคนของตัวเองที่นั่งคุกเข่าพร้อมโค้งตัวของโทษพี่ชายของตัวเอง คิ้วเรียวขมวดกันเป็นแบบปมจนยุ่งเหยิง


“แทยง อย่าทำแบบนี้สิ” คนตัวผอมส่งเสียงงอแงเบะปากคล้ายจะร้องไห้ “แทยงกำลังทำให้คนอื่นกลัวนะ”


“แล้วแจมินกลัวพี่รึเปล่า” ดวงตาคมกริบจ้องน้องชายจนแจมินคอตก แทยงกำลังโกรธมาก แจมินรู้ดี และรู้ว่าตอนนี้ไม่ควรจะพูดอะไรออกมาเพื่อเติมเชื้อไฟให้คนเป็นพี่โกรธเคืองมากกว่าเดิม


“…”


“พูดมาสิ กลัวพี่รึเปล่า” คนตัวบางหลับตาปี๋เมื่อโดนคนเป็นพี่คว้าแขนข้างซ้ายของตัวเองไปบีบจนแน่น รู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่กล้าร้องออกมา เพราะกลัวว่าแทยงจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ โดยองกับดงฮยอกจะต้องโดนทำโทษแน่ๆ


“กลัวแล้ว..”


“จะไม่ออกไปไหนแล้วใช่ไหม”


“..ครับ”


“พวกคุณไม่ควรขังเขาไว้แต่ในปราสาท แจมินโตแล้วนะครับ ไม่ใช่เจ้าหญิงบนหอคอยและเขาก็ไม่ใช่นักโทษ” มาร์คจ้องหน้าคนที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายแท้ๆ ของคนตัวผอม เข้าใจหรอกว่าเป็นห่วง แต่นี่มันจะเกินไปไหม น้องชายยืนตัวสั่นปาดน้ำตาป้อยๆ อยู่ยังไม่รู้สึกตัวอีก


“หุบปากซะคนนอก !”


“อึก..” มาร์คหลุบตาต่ำเมื่อเห็นดวงตาที่แดงวาบบวกกับคมเขี้ยวของอีกฝ่าย ท่าทางองค์รัชทายาทเจ้าอารมณ์คนนี้จะโมโหมากที่เดียว


“พี่ไม่ยอมเสียเราไปอีกคนหรอกนะแจมิน” เสียงของแทยงนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกกดดันอย่างเคย แต่มันทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวด น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความปวดร้าวนั้นทำให้หัวใจของแจมินรู้สึกเหมือนแตกเป็นเสี่ยงๆ อีกครั้ง แม้แต่มาร์คเองก็รับรู้ถึงความสิ้นหวังจากน้ำเสียงของลูกชายคนโตของราชาผู้ยิ่งใหญ่


“แทยง..ฮึก..”


“พี่เป็นห่วง”


“แจมรู้..แจมขอโทษ จะไม่ออกไปไหนอีกแล้ว อย่าเสียใจเลยนะ” ร่างเล็กๆ โอบกอดพี่ชายเสียแน่นพร้อมกับปล่อยน้ำตาออกมา มาร์คกับเตนล์ที่คอยแอบลอบมองภาพตรงหน้าต่างรับรู้ได้ทั้งทีว่าสองพี่น้องตรงหน้านี้ต้องทรมานกับอดีตที่แสนเจ็บปวดมามากแค่ไหน


“โดยอง”


“ครับ” องค์รักษ์ประจำกายที่นั่งก้มหน้าตอบรับเสียงขึงขัง รอรับคำสั่งจากนายผู้เป็นเจ้าชีวิตของตนเอง


“พาน้องเราไปพักที่ห้องของเรา วันนี้นอนกับพี่ที่ปราสาทนะ” แจมินพยักหน้าขึ้นลงตอบรับคนเป็นพี่ ตอนนี้แทยงพูดอะไรแจมินก็ยอมหมดทุกอย่างแล้ว เขาไม่ต้องการให้แทยงต้องรู้สึกเสียใจอีก คนเป็นพี่พยักหน้าตอบรับเมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ร่างของแวมไพร์ผู้น่าเกรงขามก็เดินจากไปโดยไม่วายเหลือบมองผู้ร่วมขบวนการที่พาแจมินออกไปข้างนอกปราสาทอย่างคาดโทษให้รู้สึกเสียวสันหลังเล่นๆ ก่อนไป


“ฮู้วว น่ากลัวเป็นบ้าเลย” มาร์คพรูลมหายใจออกมาเสียงดังเมื่อแทยงเดินจากไป บรรยากาศก็เริ่มกลับมาสดใสเหมือนเดิม ผิดกับร่างผอมที่ยังคงยืนก้มหน้านิ่ง



“เฮ้ยย ยัยตาโต”



ร่างของแจมินทรุดลงไปนั่งที่พื้นอย่างอ่อนแรง ร่างผอมบางหอบหน่อยๆ ราวกับคนที่กำลังหายใจไม่ทัน มาร์คทรุดตัวนั่งลงข้างๆ กับร่างผอม ใบหน้าขาวนั้นซีดลงอย่่างชัดเจน


“คุณหนู..เกิดอะไรข้างนอกนั่นรึเปล่า” โดยองทรุดตัวลงข้างๆ แล้วรั้งร่างแจมินให้ลุกขึ้นยืน ดวงหน้าขาวซุกอยู่บนแผ่นอกเย็นชืดของแวมไพร์องค์รักษ์อย่างอ่อนแรง ถ้าคนตัวสูงไม่ช่วยพยุงร่างไว้ ร่างของแจมินก็คงไม่สามารถยืนได้แบบนี้แน่ๆ ดวงตาเรียวคมกริบจ้องมองหนึ่งแวมไพร์สองมนุษย์อย่างกดดันทันที


“เอ่อคือ..”


“ม..ไม่มีอะไรหรอกครับพี่โดยอง” ดวงหน้าขาวที่ซุกอยู่ในอกรีบเอ่ยขัดก่อนที่ใครสักคนจะพูดความจริงออกมา แวมไพร์องค์รักษ์จึงเหลือบสายตามองดงฮยอกที่มีท่าทีลุกลี้ลุกลน

“ถ้างั้นเรากลับไปพักกันเถอะครับ เที่ยวมาทั้งวันคงจะเหนื่อย” โดยองที่ไม่อยากจะสาวความยาวจึงยอมง่ายๆ แต่ไม่วายหันมาจ้องหน้าดงฮยอกเป็นสัญญาณว่าตนเองจะกลับมาคุยกับอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง


“เอ่อ..ไว้เจอกันนะครับพี่เตนล์ พี่..มาร์ค ขอโทษแทนแทยงด้วยนะครับ” แจมินโค้งตัวให้รุ่นพี่เล็กน้อย ก่อนจะเดินตามแรงของโดยองไป ทิ้งมาร์คกับเตนล์ที่คอยมองตามอย่างเป็นห่วงไว้ข้างหลัง



“ที่ข้างนอกนั่นไม่ได้เกิดอะไรจริงๆ หรอครับ”


“..ครับ แจมินได้กินไอติมด้วยแหละพี่โดยอง อร่อยมากเลย ทำไมที่บ้านไม่มีบ้างนะ” โดยองมองคนตัวผอมที่ยิ้มออกมาอย่างร่าเริงแต่ก็ดูซีดเซียว มันอาจจะไม่เกิดอะไรก็ได้ เขาคงคิดมากไปเอง แจมินอาจจะเหนื่อยและไม่ชินกับอากาศร้อนๆ เลยเพลียก็ได้




“มีความสุขดีนี่ เหอะ ทำคนอื่นเขาวุ่นไปหมด ร้องอยากแต่จะไปเที่ยวให้คนอื่นพาไป โชคดีจริงๆ ที่เจ้าพวกมนุษย์พวกนั้นไม่ซวยโดนฆ่าตายเหมือนกับมินฮยอน”


อึก..


ดวงตากลมโตมองร่างของว่าที่คู่หมั้นที่ยืนกอดอกอยู่หน้าประตูปราสาทข้างๆ มีทหารองค์รักษ์ประจำประตูโค้งทำความเคารพ ที่เจโน่พูดมาก็มีส่วนถูก ครั้งมินฮยอนก็เหมือนกัน เพราะว่าเขาอยากเที่ยว งอแงให้อีกฝ่ายพาไปเที่ยวที่นอกวัง จึงทำให้พวกเขาถูกลอบทำร้าย


“คุณเจโน่ ผมขออนุญาติพาคุณแจมินไปพักก่อนนะครับ” โดยองที่เริ่มเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีพยายามเอ่ยขัด หากแต่ก็ยังต้องหลุบสายตาลงต่ำเพื่อหลบดวงตาแดงเพลิงของแวมไพร์หนุ่มตรงหน้านั้นจ้องมองมาอย่างกดดัน


“ทำไมฉันจะต้องมามีคู่หมั้นที่ไร้ประโยชน์แบบนายด้วยนะ”


“..ผมก็ไม่ได้อยากเป็นคู่หมั้นกับคุณเหมือนกัน” แจมินเม้มปากแน่น ใครอยากจะเป็นคู่หมั้นกับเขาที่เอาแต่ดูถูกตัวเองกันหละ


“แต่คนที่อยากให้เราแต่งงานกันคือพ่อแม่ของนายไม่ใช่รึไงกัน นาแจมิน” ราวกับประโยคของคนตัวเล็กช่วยเติมเชื้อไฟให้ลุกโชนมากกว่าเดิม โดยองได้แต่ขมวดคิ้วไม่รู้จะแก้ไขสถานกาณ์ตรงหน้ายังไงดี


“อย่าเอาพ่อแม่ผมมาเกี่ยวด้วย”


“ลืมไปว่าพ่อแม่ของนายเป็นแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่นี่นา ขอโทษแล้วกัน”


“คุณเจโน่ครับ มันมากเกินไปแล้วนะครับ” โดยองรู้สึกเหมือนนรกจะกินหัว ถ้อยคำที่ดูเหมือนจะประชดแดกดันแต่ก็แฝงไปด้วยความจริงทำเอาโดยองปวดหัวไม่น้อย ฮือ ถึงคุณชายจะเป็นลูกชายของท่านอี้ชิงแต่ก็ไม่ควรพูดแบบนี้นะครับ ถ้าท่านคริสได้ยินจะทำยังไง ไม่สิ เอาแค่คุณแทยงมาได้ยินก่อนเถอะ เชื้อไฟจะลุกโชนขนาดไหนกัน


“อย่ามาเป็นตัวถ่วงแล้วกัน” แจมินมองร่างสูงของเจโน่ที่หมุนตัวกลับเข้าไปในปราสาทด้วยความรู้สึกหลากหลาย เป็นอย่างที่คิด ยังไงแวมไพร์ตรงหน้านี้ก็ไม่มีทางที่จะเป็นห่วงเขาแน่นอน ลีเจโน่คงเกลียดนาแจมินเข้ากระดูกดำ


แจมินเดินคอตกเข้ามาในประสาท เขาเผลอคิดได้ยังไงว่าอีกฝ่ายจะเป็นห่วงเขาเหมือนกับที่แทยงเป็นห่วง “อย่ามาทำตัวให้น่าเป็นห่วงแล้วกัน อ่ะพี่แปลให้” ใบหน้าขาวเงยหน้ามองหาที่มาของน้ำเสียงร่าเริง เขาพบฝาแฝดวินคุณที่กำลังนั่งเท้าคางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตรงบันไดวนบนชั้นสองของปราสาท ทั้งสองตีมือกันจนเกิดเสียงดังหัวเราะคิกคักก่อนจะพากันเดินลงมาหาแจมิน


“โดยองไปพักเถอะ เดี๋ยวเราดูแลน้องชายเราเอง”


“ครับ” องค์รักษ์ตัวสูงโค้งให้กับองค์ชายทั้งสามก่อนจะเดินออกไปนอกปราสาทเพื่อไปสอบปากคำกับดงฮยอก ต้องขอบคุณองค์ชายฝาแฝดจริงๆ ที่สามารถทำให้เขาได้กลับไปหาดงฮยอกได้เร็วขึ้น ถ้าเกิดมีเรื่องขึ้นมาจริงๆ นอกจากดงฮยอกที่โดนเจื๋อนแล้ว ตัวเขาเองคงจะเป็นรายต่อไป


“เจโน่แค่กำลังหงุดหงิดหน่ะ อย่าไปสนใจเลยนะน้องแจมิน” คุนยิ้มกว้าง ร่างขาวซีดเดินไวๆ ไปที่ห้องครัวโดยที่คว้าแขนของแจมินให้เดินตามไปด้วยกัน


“หงุดหงิด?” จะว่าไป เจโน่ก็ดูหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่นา ถ้าวันไหนแวมไพร์ขี้เก๊กนั่นยิ้มเมื่อไหร่ พวกแวมไพร์คงต้องสูญพันธ์แน่ๆ แจมินมั่นใจ


“ก็อยู่ดีๆ กลิ่นของน้องแจมินก็หายไปนี่นา เจโน่มันถึงได้ตกใจ ตามหาจนวุ่นไปหมด” แจมินโค้งศีรษะทักทายแจฮยอนที่ทำอาหารอยู่ในโซนครัว ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบกลับมาจนแก้มบุ๋ม ยิ่งได้ยินชื่อของน้องชายตัวเองก็หัวเราะออกมาเสียงดังจนแจมินขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า


“กลิ่นของผม ?”


“ใช่ ดูเหมือนต่อมรับรู้กลิ่นของเจโน่จะทำการบันทึกกลิ่นของน้องแจมินไว้เรียบร้อยแล้ว พอกลิ่นหายไปถึงได้ส่งสัญญาณเตือนไงละ”


“น้องแจมินคิดว่าแวมไพร์แบบพวกเราจะตื่นขึ้นมาในตอนกลางวันทำไมหละ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วงใครบางคน ฮ้าา ความรักนี่มันดีจริงๆ เลย”


“เดี๋ยวก่อน แล้วคนอื่นไม่รู้สึกเลยหรอครับ?” แจมินหันไปมองหน้าแวมไพร์ทั้ง 3 ในห้องสลับกันไปมา ฝาแฝดเพียงแค่หันมาสบตากันแล้วยิ้ม แจฮยอนยักไหล่ ก่อนจะหันกลับไปทำอาหารที่หน้าเตาต่อ แจมินทำหน้างงหนักกว่าเก่า ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ทำไมทุกคนเอาแต่พูดว่าเจโน่เป็นห่วงเขามาก แคร์เขามากทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเวลาอีกฝ่ายอยู่กับเขา มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด ทุกคนก็เห็นด้วยซ้ำ


“พวกเราหนะหลับสนิทเลยหละ แต่พากันตื่นเพราะเจโน่ทำเสียงดังหนะสิ”


“ส่วนพี่ตื่นมาทำอาหารให้เรากิน แต่ไม่อยู่ซะนี่” แจฮยอนยิ้มออกมาอย่างสดใสอีกครั้ง คนตัวสูงเดินเข้ามาใกล้แล้ววางแก้วนมตรงหน้าแจมิน มนุษย์ตัวน้อยยิ้มขอบคุณก่อนมือขาวๆ จะยกขึ้นมากุมแก้วนมอุ่นๆ ไว้


“เฮ้อ แจฮยอน ผมว่าพี่ควรจะไปลาออกจากการแวมไพร์นะ ทำไมถึงสดใสขนาดนี้” วินวินถอนหายใจออกมาเสียงเบา พร้อมกับแฝดเฉียนคุนที่นั่งอยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นมาปิดตา “แสบตาไปหมดแล้วเนี่ย แวมไพร์ไม่ชอบอะไรระยิบระยับหรอกนะ”


“ก็ทั้งอาจุนมยอนกับอาอี้ชิงก็สดใสกันทั้งคู่นี่นา พี่หนะ ได้พ่อกับแม่มาเต็มๆ เลย” แจมินหันไปมองรอยยิ้มสดใสของแจฮยอน เป็นอย่างที่ฝาแฝดว่าจริงๆ นั่นแหละ แจฮยอนดูไม่เหมือนคนที่เป็นแวมไพร์เลยสักนิด ในทางกลับกันกลับดูสดใสจนเกินไปด้วยซ้ำ บางทีแจมินก็นึกอยากให้รอยยิ้มแบบนี้ประดับอยู่บนใบหน้าบึ้งๆ ของใครอีกคนบ้าง เวลายิ้มจนตาปิดจะต้องน่ามองมากแน่ๆ


“นั่นสินะ จะว่าไปแจมินกับแทยงก็ได้ความนุ่มนิ่มมากจากคุณคิมเหมือนกัน” ก็จริงอย่างที่แจฮยอนบอก ใครๆ ก็บอกว่าแจมินนั้นเหมือนแม่ แต่แทยง..อ่า นั่นสินะ ถ้ายิ้มก็น่ารักเหมือนท่านแม่เหมือนกัน แต่ติดที่ชอบทำหน้านิ่งๆ มึนๆ มากกว่า แถมยังมีออร่าน่ากลัวเหมือนกับท่านพ่อด้วย

 

“พวกนายสองคนก็ได้คุณคิมมาเยอะเหมือนกันไม่ใช่หรอ” ดวงตาเรียวปรายตามองสองฝาแฝดที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ทั้งสองทำหน้าตกใจ


“อ่า นั่นสินะ นอกจากเชื้อจีนแล้วก็ไม่มีอะไรที่เหมือนท่านพ่อกับท่านแม่เลยหละ” ว่าแล้วก็นึกไปถึงหน้าแม่จงอินกับพ่อจื่อเทาแป๊ป บ้านเขานี่สายโหดโดยแท้ ไม่ว่าจะหน้าตาหรือนิสัย แต่ดูเหมือนพวกเขาจะได้หน้าตากับความนุ่มนิ่มมาจากคิมจงแดที่เป็นพี่ชายของท่านแม่มากกว่า


“คิดถึงท่านแม่ไหม” แจฮยอนเดินกลับไปเอาผลไม้ที่ปอกเสร็จเมื่อกี้มาวางไว้ตรงหน้า พลางรินเลือดสีสดลงแก้วตรงหน้า แล้วยกขึ้นจิบไปพลาง


“อืม..ครับ ตอนที่อยู่ที่นู่น ถึงแม้จะมีแค่ท่านแม่กับท่านพ่อ ชานยอล แต่ไม่รู้สึกเหงาเลย”


“อยู่ที่นี่แล้วเหงาหรอ” แวมไพร์ทั้ง 3 พากันเลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตากลมนั้นทอแสงหม่นลงจนน่าสงสาร


“..รู้สึกแปลกแยก” ไม่ใช่ว่าความรู้สึกนี้จะไม่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ไม่เคยรู้สึกชัดขนาดนี้จนได้มาอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะสายตาจากนักเรียนรอบข้าง หรือสายตาจากใครคนนั้น


“…เพราะเรื่องของมินฮยอนใช่ไหม”


“..ผมขอโทษครับ เพราะผมมันอ่อนแอ มินฮยอนถึงได้..”


“แจมิน..ชีวิตของพวกเราต้องเดินต่อไป เข้าใจใช่ไหม” แจฮยอนเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจังขึ้นมาทันที ร่างผอมก็เริ่มทำหน้าจ๋อยหูลู่หางตกทันที


“เอาหละ ต่อไปนี้ใช้ชีวิตที่มินฮยอนช่วยเหลือเอาไว้ให้ดีนะ อย่าคิดมาก”


“แจมิน !!”


เฮือก


“เจโน่ อะไรของนาย อยู่ดีๆ ก็โผล่เข้ามา” สำหรับแวมไพร์ด้วยกันเองดูจะไม่ค่อยตกใจที่อยู่ดีๆ เจโน่ก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องแล้วคว้าข้อมือบางของมนุษย์ตัวเองขึ้นมาอย่างกระทันหัน แต่สำหรับแจมินแล้ว เขาตื่นตกใจมากจนเกือบจะคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ด้วยซ้ำ


“ทำไมทำหน้าตกใจขนาดนั้น” ดวงตากลมจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีเข้ม เขาถามอีกฝ่ายออกไปเสียงเบา ตอนแรกก็ว่าตกใจจนสติหลุดอยู่หรอก แต่พอเห็นสีหน้าตื่นตกใจของอีกฝ่ายก็ทำให้รู้สึกแปลกใจขึ้นมา เพิ่งจะเคยเห็นคนหน้านิ่งทำหน้าตกใจก็วันนี้แหละ


“..เปล่า ไม่มีอะไร” คนหน้านิ่งตอบเสียงเรียบ พร้อมกับสะบัดข้อมือบางออกไปราวกับแจมินเป็นของร้อน ก่อนจะออกไปไม่วายเหลือบมองมายังมนุษย์ตัวน้อยอย่างข่มขู่อีกต่างหาก “อย่าไปก่อเรื่องที่ไหนหละเจ้ามนุษย์”


“อะไรของเขาวะ” วินวินที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดได้ร้องออกมาอย่างหัวเสียเล็กน้อย มันเป็นอะไรของมัน อยู่ดีๆ ก็เข้ามาโวยวายทั้งที่ไม่ใช่นิสัยของเจโน่เลยสักนิด หรือมันออกไปเจออะไรมา? สิ่งที่สะกิดให้มันทำท่าทางแบบนั้นได้ต้องเกี่ยวกับนาแจมินแน่นอนเขาเชื่อแบบนั้น


.

.

ร่างผอมบางของแจมินเดินเข้ามาในบริเวณปราสาทส่วนตัวหลังเลิกเรียน ตามสัญญาวันนี้เขาต้องกลับมานอนกับแทยงในตอนเช้า เสียงเปียโนทำนองเศร้าสร้อยดังคลอไปทั่วปราสาท หูเล็กๆ พยายามฟังว่าเสียงมาจากที่ใดก่อนขาเพรียวจะพาเจ้าของร่างเดินไปตามเสียง เป็นอีกครั้งที่เจโน่กำลังอินกับการเล่นเปียโนจนไม่ทันได้สังเกตว่าแจมินเดินไปนั่งลงอยู่ที่เก้าอี้ในห้องนั่งเล่น ใกล้ๆ กับบริเวณเปียโนหลังใหญ่ที่เจโน่นั่งอยู่นั่นแหละ


แจมินนั่งเท้าคางลงบนโต๊ะ ดวงตากลมลอบมองใบหน้าที่แสนจะดูดีของอีกฝ่ายพลางจินตนาการดูว่าถ้าใบหน้าดูดีนั่นลองแสดงสีหน้ายิ้มแย้มแทนที่จะเป็นใบหน้าบึ้งตึงมันจะน่ามองขนาดไหน ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มเวลาอยู่กับเขาหละ มันจะยิ่งพิเศษขนาดไหนกันนะ


“มองอะไร” เสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่ายดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปียโนที่หยุดลง แจมินสะดุ้งตกใจลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที ใบหน้าน่ารักสายหน้าไปมาอย่างน่ารัก แน่นอน น่ารักจนคนหน้านิ่งเกือบหลุดมาด


“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับฉัน”


“เรา..เราคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยหรอ?” แจมินพึมพำออกมาเสียงเบา ทำให้เจโน่ชะงักเล็กน้อย “เหมือนตอนเด็กๆ ไง..”


“นายจำได้รึไง มนุษย์แบบนายหนะ”


“…แสดงว่าเจโน่จำได้ใช่ไหม” แจมินยิ้มออกมาเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวอย่างคนมีความหวัง ถึงแม้แจมินจะจำไม่ได้หมดทุกอย่าง แต่เขาก็พอจะจำใบหน้าอีกฝ่ายลางๆ ได้ รวมไปถึงรอยยิ้มที่เลือนลางนั่นด้วย


“จำไม่ได้หรอก” คนตัวสูงพูดอย่างเย็นชาพอๆ กับใบหน้า เจโน่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  แต่แจมินกลับลุกขึ้นแล้วรั้งอีกฝ่ายเอาไว้


“เล่นเปียโนต่อสิ ฉันจะไปแล้ว ไม่รบกวนหรอก” คนตัวผอมลางแขนอีกฝ่ายกลับมานั่งลงตรงเปียโนหลังใหญ่ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่พ้นประตูออกมา แจมินก็ทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว มือขาวจับหัวใจตัวเองท่ีเต้นโครมครามเอาไว้พลางถอนหายใจออกมาแรงๆ


โอ้ย เมื่อกี้ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย นาแจมิน ถ้าอีกฝ่ายโมโหจะทำยังไง


แจมินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้ววิ่งไปทางห้องอาหารอย่างรวดเร็ว เสียงเปียโนดำเนินต่ออีกครั้ง มุมปากบางก็กระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ คนตัวผอมหยิบแก้วทรงสูงที่วางอยู่ขึ้นมา ก่อนจะเปิดตู้เย็นแล้วหยิบเลือดที่พวกแวมไพร์แช่เอาไว้ขึ้นมารินใส่แก้ว แจมินถือแก้วที่บรรจุเลือดอย่างระมัดระวัง แล้วเดินให้เบาที่สุด


คนตัวผอมแอบโผล่หน้าไปมองแวมไพร์หนุ่มที่กำลังพรมนิ้วลงบนเปียโนอย่างอารมณ์ดี แจมินยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนจะแอบเดินไปวางแก้วทรงสูงไว้ที่โต๊ะข้างหลังของเจโน่ มือขาวเคาะโต๊ะเบาๆ แล้วรีบวิ่งกลับไปที่ห้องของแทยงอย่างรวดเร็ว


แวมไพร์หนุ่มหลุดออกจากภวังค์ กลิ่นเลือดก็เริ่มลอยเข้าจมูกอย่างรวดเร็ว ดวงตาเรียวหันไปมองแก้วทรงสูงที่วางอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะลุกเดินไปหยิบแก้วขึ้นมาถือไว้ เจโน่หยิบแก้วทรงสูงขึ้นจรดจมูก แทนที่จะลิ้มรสเลือดชั้นดี แต่แวมไพร์หนุ่มกลับสูดดมความหอมจางๆ จากมือน้อยๆ ที่ติดอยู่ที่บริเวณแก้ว ในจังหวะนั้น คนหน้านิ่งก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

.

.

ฆาตกร


อะไรหนะ?


“แจมินนา..มองอะไรอยู่หนะ”


ดวงตากลมโตจ้องมองป้ายที่ถูกพิมพ์แปะไว้ตรงหน้าโต๊ะเรียนของเขา มาร์คที่เพิ่งเปิดประตูห้องเขามาอย่างอารมณ์ดีชะงักเมื่อเห็นร่างผอมบางกำลังจ้องอะไรบางอย่างอยู่อย่างนั้น


“นี่มันบ้าอะไรวะ ! x!” แจมินสะดุ้งกับเสียงสบถของผู้มาใหม่พร้อมกับกระดาษที่ถูกฉีกออกไปโดยฝีมือมาร์ค มือขาวฉีกกระดาษนั่นจนกลายเป็นเศษกระดาษแล้วปาทิ้งออกนอกหน้าต่างอย่างไม่ใยดี นี่มันหยามกันเกินไปแล้ว


“ฆาตกร !!”


“ว่าไงนะ?” มาร์คร้องออกมาอย่างหัวเสีย นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นอีกวะเนี่ย


“แจมินเป็นฆาตกร !”


“แจมินฆ่ามินฮยอน !”


“ทำอะไรกัน” เสียงทุ้มต่ำขององค์ชายคนเล็กจากตระกูบจางดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่แทนทีคนในห้องจะเกรงกลัว กลับกลายเป็นรุมแวมไพร์หนุ่มกันอย่างรวดเร็ว


“จริงไหมเจโน่เรื่องที่แจมินฆ่ามินฮยอนพี่ชายของนาย”


“ว่าไงนะ” แวมไพร์หนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูง แล้วตวัดสายตามองร่างผอมที่ยืนปาดน้ำตาป้อยๆ อยู่ใกล้ๆ ความรู้สึกแปลกๆ ก็ตีรวนขึ้นมาจนพูดอะไรไม่ออก


“..ฮึก”


“จริงสินะ แจมินเป็นฆาตกร เราต้องกำจัดมัน” ใครสักคนในกลุ่มแวมไพร์ชั้นกลางพูดขึ้นแล้วพุ่งตัวเข้าใส่ร่างผอมบางทันที แจมินร้องออกมาอย่างหวาดกลัว ในขณะที่มาร์คก็พยายามจะช่วยกันเจ้าพวกแวมไพร์ให้ออกห่างจากร่างผอม


“เจโน่ !” มาร์คตะโกนชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง ในสถานการณ์บ้าบอแบบนี้ก็คงมีแต่เจโน่คนเดียวที่หยุดได้ เพียงแต่มันไม่ยอมทำ นี่มันจะเกินไปแล้วไหม ยืนดูคู่หมั้นตัวเองโดนทำร้ายเนี่ยนะ


“ฮึก..ฉันไม่ได้ทำ”


“เจโน่! แกจะปล่อยให้เป็นแบบนี้หรอ” ฝาแฝดวินคุณวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ ถึงแม้ตัวเองอยากจะช่วยแจมิน แต่ถ้าเจโน่ไม่ยอมพวกเขาก็ไม่กล้า อย่างที่บอก เพราะเจโน่ที่เป็นบุตรชายของคิงคนที่สาม ยังไงก็ย่อมมีอำนาจเหนือกว่าพวกเขาที่เป็นลูกของคิงคนเล็ก


“เจโน่..” เสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเปล่งชื่ออีกฝ่ายออกมาเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของแวมไพร์ที่จะได้ยิน


“หึ..มันก็สมกับที่นายทำแล้วไม่ใช่หรอ” เจโน่กระตุกยิ้ม มองร่างผอมบางที่โดนเหล่าแวมไพร์พากันรุมทึ้งอยู่อย่างนั้น ส่วนมาร์คถูกดึงออกไปข้างนอกห้องแล้วเรียบร้อย


“เข้าใจแล้วหละ” แจมินก้มหน้ารับชะตากรรมของตัวเอง ยอมให้เหล่าแวมไพร์พากันทุบตีร่างของตัวเองแต่โดยดี แม้ว่าจะเจ็บแค่ไหน แต่แจมินเข้าใจดี มันน้อยไปด้วยซ้ำกับความเจ็บปวดที่มินฮยอนได้รับ ถ้ามันทำให้เจโน่เกลียดเขาน้อยลงได้ เขาก็ยอม นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถชดใช้ให้อีกฝ่ายได้ในตอนนี้


ปึก!


“ถ้างั้นช่วยรบกวนดูดเลือดผมจนกว่าจะหมดตัวด้วยนะครับ” แจมินคุกเข่านั่งลงกับพื้น นิ้วเรียวจิกแขนตัวเองแรงๆ จนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย พอให้แวมไพร์ได้กลิ่นเลือดของตัวเอง แขนขาวที่มีรอยแดงบางจุดยกขึ้นยื่นไปตรงหน้าแวมไพร์สักตนหนึ่ง ในใจก็นึกสมเพชตัวเองขึ้นมา ถ้าท่านพ่อรู้เรื่องนี้คงจะโกรธมากแน่ๆ ท่านแม่ก็คงจะเสียใจมากเหมือนกัน แต่ป่านนั้นเขาก็คงจะตายไปแล้ว


เจโน่ชะงักกับภาพตรงหน้า วินวินเม้มปากแน่น เพื่อนตัวดีของเขาทำให้แจมินเสียใจอีกแล้ว ดวงตากลมของคุณเปลี่ยนเป็นสีแดงวาบเมื่อเห็นแวมไพร์ชั้นกลางกำลังจะดูดเลือดของแจมิน ร่างเพรียวเตรียมจะพุ่งเข้าไปห้าม แต่เจโน่ไวกว่า


“กฏของโรงเรียนคือห้ามดูดเลือดมนุษย์ จะทำยังไงกับคนๆ นี้ก็ได้ แต่ห้ามดูดเลือด” เจโน่พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทันที


“ห้ามดูดเลือดงั้นหรอ?” หญิงสาวแวมไพร์บางตนพึมพำออกมาเบาๆ หล่อนค่อยๆ ยิ้มออกมาจนเห็นเขี้ยวคมที่โพล่ออกมา ดวงตาสีแดงจ้องมองแจมินที่นั่งก้มหน้าอยู่ที่พื้นก่อนคว้าข้อมือบางขึ้นมาแล้วลากออกไปนอกห้องด้วยพละกำลังมหาศาลเกินกว่าแจมินจะฝืนตัวเอาไว้ได้


.


.

“เจโน่ แกนี่มัน !!” วินวินตรงเข้าไปผลักร่างของเพื่อน แต่ร่างของเจโน่ก็ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย “ฉันจะบอกเรื่องนี้กับพี่แทยง..ไม่สิ ท่านคริส !”


“ฉันไม่สน” เจโน่ตอบกลับฝาแฝดไปอย่างรวดเร็ว แวมไพร์หนุ่มเดินเร็วๆ ไม่สนใจฝาแฝดที่ก่นด่าเขาตามมาตลอดทาง มันสมควรแล้วหละที่แจมินโดนแบบนั้น


“แก ช่วยรู้สึกถึงความเจ็บปวดของแจมินสักทีเถอะ เลิกเป็นบ้าสักที !!!” วินวินตะโกนลั่นด้วยความโมโห ก่อนจะพูดไม่ออกเมื่อเจโน่หันหน้ามาประจันหน้ากัน แล้วจ้องมองตนเองด้วยสายตาแข็งกร้าว


“มีสิทธิอะไรมาตะโกนใส่ฉัน”


“…” พลังมหาศาลที่แผ่ออกมาทำเอาวินวินต้องถอยหลังไปตั้งหลักเล็กน้อย ถึงแม้จะหวาดหวั่น แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้แจมินต้องเจ็บอีกแน่ๆ แค่เด็กที่เกิดก่อนไม่กี่ปี เขาไม่กลัวหรอก


“เอาสิ มาสู้กันไหมหละ ถ้าฉันชนะ แกต้องเลิกทำร้ายจิตใจแจมินสะที”


“แล้วถ้าฉันชนะละ?” เจโน่เลิกคิ้วขึ้นสูง


“แกจะทำอะไรก็เรื่องของแก”


“หึ..”


“วินวิน..ไม่เอาน่า” คุณพยายามห้ามปรามน้องชายฝาแฝด เจโน่ไม่ใช่คนที่ควรจะต่อกรด้วยเลยสักนิด ถึงแม้ต้นกำเนิดของตระกูลจางจะไม่ได้มีพลังต่อสู้ที่รุนแรง แต่เพราะนี่คืออีเจโน่ ที่รักการต่อสู้ต่างหาก มันถึงน่ากลัว


“ฉันไม่กลัวหรอก ฉันจะสู้เพื่อแจมิน”


“นี่พวกนาย หยุด !!!”


“อะไร”


“แจมินหายไปแล้ว หายไปไหนก็ไม่รู้” มาร์คร้องอย่างแตกตื่น ถ้าพวกนั้นเอาแจมินไปฆ่าจะทำยังไงหละ ถึงเจโน่จะสั่งไม่ให้ดูดเลือด แต่ก็ไม่ได้พูดว่าห้ามฆ่านี่


อึก !


แวมไพร์ทั้งสามพากันหยุดชะงัก ฝาแฝดมองหน้ากันทันทีด้วยความวิตกกังวล ยังไม่ทันพูดอะไร เจโน่ก็ไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ กันแล้ว วินวินมองไปรอบๆ อย่างกังวล ในขณะที่คุณก็เริ่มตัวสั่น  


“เกิดอะไรขึ้น ทำไมทำหน้าแบบนั้น” มาร์คถามออกมาอย่างกังวล ยิ่งเห็นหน้าฝาแฝดกับเจโน่ที่หายไปรวดเร็วนั้นก็บอกได้ดีว่าสถานการ์ณตอนนี้กำลังวิกฤตขนาดไหน


“กลิ่นเลือดแจมิน แรงมาก” วินวินพยายามควบคุมสติของตนเอง แล้วพยายามตามหาที่มาของกลิ่น แต่มันยากมาก เพราะดูเหมือนว่ากลิ่นมันจะมาจากหลายทีมากๆ


“เลือดของนาแจมิน”


เฮือก


วินวินกับคุณพากันสะดุ้งเฮือกกับพลังมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมา ไม่ต้องหันไปมองแค่รับรู้จากพลังและน้ำเสียงแล้วก็รับรู้ได้เลยว่านั่นคืออีแทยง นี่แค่พี่ชายนะ ถ้าเป็นพ่อจะแย่ขนาดไหน


ฝาแฝดได้แต่ไว้อาลัยให้กับคนที่ทำร้ายไข่ในหินของตระกูล มันผู้นั้นไม่ได้ตายดีแน่ แต่ก่อนอื่น ขอไว้อาลัยให้ตัวเองก่อนว่าจะตอบคำถามของแทยงยังไงดี


“นาแจมินอยู่ที่ไหน”


“พ..พวกเราไม่รู้ครับ”


“ไม่รู้ได้ยังไง !!” แทยงตะโกนลั่นจน 2 แวมไพร์ 1 มนุษย์หลับตาปี๋ รับรู้ถึงความซวยที่กำลังจะมาเยือนตัวเองในไม่ช้านี้ เทวดา(แจฮยอน)ที่เดินตามหลังมาแตะลงบนบ่าที่สั่นเทาขององค์รัชทายาทเบอร์หนึ่ง


“ใจเย็นๆ แจมินจะไม่เป็นไร”


“ฉันเสียน้องไปอีกคนไม่ได้นะ..” น้ำเสียงที่อ่อนแอของแทยงทำเอาคนฟังปวดใจ ฝาแฝดได้แต่คิดในใจ ถ้าคนอื่นรู้ว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะแจมินกับเจโน่ประชดกันไปมาละก็ บ้านจะแตกขนาดไหน แทยงต้องโมโหจนไม่ยอมให้ทั้งสองหมั้นกันแน่ๆ ว่าไป ท่านคริสก็คงจะโมโหจนจับถอนหมั้นแน่นอน


“ฉันรู้ เราจะไม่เสียใครในครอบครัวไปอีก” แจฮยอนพูดอย่างหนักแน่น แล้วโอบไหล่เพื่อนตัวเอง ในจังหวะนั้น ยูตะฮันซลก็เดินเข้ามาพร้อมกับจอหน์นี่ ดงฮยอก โดยองก็เดินเข้ามาพร้อมกับแทอิล


“เกิดอะไรขึ้น”


“ดูเหมือนว่าจะมีการเล่นพิเรนท์เกิดขึ้นนิดหน่อย..” มาร์คตอบเสียงเบา เขาพยายามทำให้สถานการณ์ตึงเครียดดีขึ้น แต่พอโดนดวงตาแดงๆ ของแวมไพร์หลายคู่ที่พากันตวัดสายตามอง ทำเอาเด็กมนุษย์คนเดียวปิดปากแทบไม่ทัน


“กลิ่นเลือดคลุ้งไปหมดเลย”


“น่ากลัว..เหมือนกับมินฮยอน” แทยงทรุดลงไปนั่งที่พื้น เป็นภาพหาได้ยากที่องค์รัชทายาทผู้แข็งแกร่งจะอ่อนไหว หลายคนพากันมองแทยงอย่างเป็นห่วง มาร์คมองพ่อของตนเองที่เดินลงไปนั่งตรงหน้าแทยง ฝ่ามือใหญ่ลูบใบหน้าของแทยงช้าๆ แล้วยิ้มอย่างปลอบโยน


“แจมินจะไม่เป็นไรนะ”


“….”


เดี๋ยวนะ..มาร์คทำตาโต ไอ้บรรยากาศแปลกๆ ระหว่างพ่อเขากับองค์รัชทายาทนี่มันคืออะไรวะ ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้เขาฟังหน่อย !


“แล้วเจโน่ไปไหน” แจฮยอนมองไปรอบๆ ฝาแฝดกับมาร์คเกร็งตัวทันทีที่ได้ยินแจฮยอนถามหาคนก่อเรื่อง ก่อนคุณที่ได้สติเป็นคนแรกจะตอบออกไป


“ออกไปตามหาน้องแจมินแล้วครับ”


“งั้นเราก็ไปตามหากันเถอะ” แจฮยอนพูดพลางคว้าแขนมาร์คแล้วเดินออกไปพร้อมกัน เฮ้ยยยย เฮ้ยย เดี๋ยวว แล้วไมลากเขามาด้วยอะ เดี๋ยววจองแจฮยอนนน อะไรของนาย


“บอกได้ไหมเกิดอะไรขึ้น”


“หืม?” มาร์คเกร็งตัวเล็กน้อยเมื่อใบหน้าหล่อเหลาหันมามอง ให้ตายสิ ถึงตอนนี้จะทำหน้าเครียดอยู่ แต่ก็ยังหล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เฮ้ย ไม่ดิมาร์ค ยูต้องคอนเซ็นเทรต ตอนนี้เรื่องของแจมินสำคัญที่สุด


“เพราะเจโน่ใช่ไหม”


“อ..เอ่อ”


“จริงสินะ โอ้ย เจ้าน้องชายคนนี้นี่ แล้วตัวเองนั่นแหละจะเสียใจที่สุด”


“ยังไงหรอครับ?”


“เจโน่หนะ จริงๆ แล้วรักแจมินมาก วันๆ ไม่ทำไร นั่งเพ้อเจ้อถึงแจมินจะตาย พอดีมาเกิดเรื่องกับมินฮยอนเข้า เจ้าตัวแสบก็เลยเป็นแบบนี้”


“หืม?”


“ตอนที่พวกเรายังเด็ก บ้านอู๋กับบ้านจางสนิทกันมาก คงเพราะแทยงเป็นแฟนกับมินฮยอนหละมั้ง พวกเราถึงได้เจอกันบ่อยๆ นั่นเลยทำให้เจโน่กับแจมินเจอกัน” มาร์คฟังไปก็พยายามเดินตามแวมไพร์หนุ่มให้ทัน แอบตกใจนิดหน่อยเรื่องที่แทยงเป็นแฟนกันมินฮยอน มิน่าหละ เมื่อกี้ถึงได้ดูช็อคไป


“อ่า..”


“น่าเสียดายที่ตอนนั้นแจมินเด็กมาก เลยจำเจโน่ไม่ค่อยได้ แต่เจโน่เนี่ยสิ จำแม่นเลยหละ”


“สถานการณ์ตอนนี้มันแย่มากเลยหรอครับ” มาร์คลอบมองเสียงที่ดูสบายๆ ของแจฮยอน แต่การกระทำกับต่างกันโดยสิ้นเชิง คนใจเย็นแบบแจฮยอนกำลังร้อนรน ร้อนจนมาร์คสังเกตได้เลยหละ


“อืม..กลิ่นเลือดของแจมินคลุ้งไปทั่วเลยหละ อาจจะเพราะเสียเลือดมาก”


“คุณแทยงจะทำร้ายเจโน่ไหมครับ”


“หืม? แทยงหนะหรอ ไม่หรอก แต่ถ้าท่านคริสละก็ไม่แน่ เผลอๆ เราคงโดนทำโทษกันทั้งหมดนั้นแหละ โทษฐานดูแลน้องเล็กของตระกูลได้ไม่ดี”


“ตอนนี้แจมินเป็นมนุษย์คนเดียวที่เหลืออยู่ใช่ไหมครับ”


“ถ้าหมายถึงคนในตระกูลหละก็ใช่”


พอมาถึงตอนนี้มาร์คก็เข้าใจได้ทันที ทำไมทุกคนถึงต้องปกป้องและดูแลแจมินมากขนาดนี้ เพราะพวกเขาไม่ต้องการสูญเสียคนสำคัญไปอีกแล้ว พระเจ้าครับ ขอให้แจมินปลอดภัยด้วยเถอะ




_____________________

หายไปนานเช่นเคย

ไม่อยากดองเลย แต่งานเยอะมากต้องขอโทษด้วยค่ะ

ใกล้จะปิดเทอมแล้ว รอกันอีกนิดนะคะ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและการรอคอยค่ะ


เผื่อใครจะงงกันเรื่องครอบครัว ตามนี้นะคะ

คริสเฉิน : แทยง แจมิน

ฮานฮุน : ยูตะ ฮันซล

อี้จุน : มินฮยอน แจฮยอน เจโน่

เทาไค : แฝดคุณวินวิน


เรียงตามลำดับคิงเลยนะคะ คริสคือคิงเบอร์หนึ่ง ไล่ไปจนถึงจื่อเทาคือคิงคนสุดท้ายค่ะ













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #561 kopai0901 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 12:58
    แม่น้ำเจ้าพระยาคือน้ำตาชั้ลเอง น้องแจมไม่เป็นไรนะลูกกบ้าจีงงงงงน้ำตาไหลแล้วเนี่ยTT
    #561
    0
  2. #479 mylittleb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 01:55
    น้องต้องปลอดภัยนะล฿ก
    #479
    0
  3. #449 Hiphophop (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:43
    ใครมันกล้าทำอะไรน้อง -นั่น!!!!
    แล้วทำไมเจโน่ต้องประชดน้องง ใจอยากไปช่วยจะตายอยู่แล้วใช่มั้ย ทำไมปากแข็ง ละข่าวมันแพร่ออกไปได้ไงวะ
    #449
    0
  4. #438 blue lu pinku (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 19:35
    ฮือออ

    น้องอย่าเป็นอะไรไปนะ
    #438
    0
  5. #413 puchan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 00:02
    นี่ไม่ยกแจมให้โน่ได้ไหม ให้มาร์คเลยตอนนี้ เกลียดโน่จัง
    #413
    0
  6. #395 Hongsyok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 02:06
    เจโน่!!!
    #395
    0
  7. #286 Pattho (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:54
    โอ้ยยยย เจโน่!!! ทำไมใจร้ายกับแจมแบบนี้อ่ะ แล้วเนี่ยตัวเองก็มาร้อนรนเองอ่ะ ฮึ่ยยยย!
    #286
    0
  8. #201 faiiswnd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:58
    เจโน่ใจร้ายกับลูกแม่เกินไปแล้วนะ ฮืออ
    #201
    0
  9. #191 xxxminmin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 16:57
    โกรธเจโน่มากกกโอ้ยโกรธจนร้องไห้ เป็นบ้าอ่อไมทำกับแจมินแบบนี่อ่ะ ไหนจะคำพูดดูถูกแจมินแต่นี่ให้มาทำแบบนี้มันเกินไปไหม สงสารแจมินบ้างไหม ต้องเจ็บขนาดไหน จะมาขอโทษทีหลังคงไม่ใช่มั้งทำเค้าเจ็บมาขนาดนี้ ตอนทำไมไม่คิดวะ ไม่สงสารแจมเลยหรอไง
    #191
    0
  10. #157 P'lu N'hun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:33
    เจโน่รีบไปตามหาน้องเลยนะ เราเป็นห่วงน้องมากเลยตอนนี้อ่ะ
    #157
    0
  11. #149 PaSeWoHunThai94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 14:25
    ขอให้น้องไม่เป็นอะไร ฮือออสงสารน้องทำไมถึงทำอะไรรุนเเรงขนาดนี้ เจโน่คนใจร้าย??
    #149
    0
  12. #140 Lmtuan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 22:35
    ใครคือมินฮยอนกันแน่
    #140
    0
  13. #133 fujikozung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 11:47
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย โมโหเจโน่มากอ่ะ เกลียดน้องมากขนาดนั้นเลยหรอถึงไม่เข้าไปช่วยหรือห้ามอะไรเลย ถึงแม้ตอนหลังจะตามไปช่วยก็เถอะแอบอยากให้เกิดเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เจโน่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจพลาด จะได้สำนึกกะสิ่งที่ทำลงไปแล้วก็แล้วได้รู้ซะทีว่าไม่ได้มีแค่ตัวเองที่เจ็บเป็นคนเดียวอุตส่าห์มีโมเม้นแอบน่ารักให้ได้ชื่นใจกันบ้าง รมเสียเลยยยยยยยยยยยยย

    #133
    0
  14. #119 bunnyxfox (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 03:51
    โอ้ยย อย่าเป็นอะไรนะะ สงสารน้องมากกว่าจะอ่านได้จบตอน ฮือ สงสารน้อง T___T น้องจะโดนทำอะไรบ้างเนี่ย ฮือออ ปล.คิดถึงเรื่องนี้มากกกจริงๆค่ะ ดีใจมากๆ
    #119
    0
  15. #118 Innocence (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 17:47
    เจโน่ ไม่รู้ล่ะโกรธมาก โกรธเจโน่มากอ่ะตอนนี้ ทำไมล่ะ ทำไมไม่ห้ามตั้งแต่ทีแรก แล้วเป็นไง ดิ้นรนหาไปสิที่นี้
    #118
    0
  16. #112 Mochi. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 18:24
    เจโน่ใจแข็งและใจร้ายมากกกก สงสารแจมิน
    #112
    0
  17. #111 porkpak111 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 15:48
    เป็นไงละเจโน่ประชดกันไปมา แจมินเลยโดนแบบนี้เลย ยอมได้ไงอ่ะให้คนอื่นดูดเลือดแจมิน ตอนที่เค้ารุมน้องไม่ช่วยแล้วยังไม่ห้ามอีก ไปช่วยอาจทันแต่ในสภาพไหนเนี่ยสิ ฮืออแจมลูกแม่ เจโน่รักเขาแต่ซึนแย่จริงๆ
    #111
    0
  18. #105 บีเมะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 23:47
    ชอบความที่มาร์คเอ็นดูแล้วก็แคร์น้องมากขนาดนี้จริงๆนะ ฮือออ รู้สึกดีมากๆเลย มาร์คเป็นตัวละครที่ฉีกคาแรคเตอร์ของทุกๆคนที่จะออกนิ่งๆอะ ชอบมากกกกจริงๆฮือออ แถมเรียกแทนตัวเองว่าพี่อีก นี่มันบ้ามากๆ????
    พี่แทยงหวงน้องมากจนโกรธขนาดนี้ก็เข้าใจเลยอะ นี่น้องทั้งคนเลยไม่อยากให้น้องเป็นอะไรไปอยู่แล้ว ดีแค่ไหนที่ไม่กันน้องออกจากมาร์คกับเตนล์อะ;-;

    แล้วเนี่ย เจโน่มาหงุดหงิดใส่อีกละ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ที่ทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงแหละเนาะไม่อยากให้ออกไปข้างนอกไง ใช่มั้ยหละะ เห้ออชอบความฝาแฝดสองคนนี้จังเลยอะ สนุกและเข้าขากันได้ดีมากๆ5555555 น่ารักจริงๆ ทั้งเอ็นดูน้อง แถมยังชอบแซวเรื่องเจโน่ด้วย ...นี่ตอนเจโน่เข้ามาโวยวายก็งงเหมือนทุกคนอะ อะไรรร มาเสียงดังแล้วก็ไป คนขี้เก๊กก็แบบนี้

    น้องแจมินน่ารักมากกกกก มีการเอาเลือดไปให้เขาด้วย น่ารักแบบบอยากได้มาไว้ที่บ้านสักคนนึง ฮื่อออน้องงง เจโน่ก็หลงแงะ แค่กลิ่นจางๆยังเคลิ้มถึงกับหลุดมาดเลยย


    ฮือออเจโน่ใจร้ายมากอะที่ยอมปล่อยให้คนอื่นรังแกน้อง นี่โกรธมาก โกรธแบบพี่แทยงเลย ถ้ามาร์คไม่มาขัดคงจะทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น แต่แฝดที่ตลกก็คือตลก ไว้อาลัยให้คนอื่นที่ทำร้ายน้อง แต่ตอนนี้ไว้อาลัยให้ตัวเองก่อน555555
    แต่คือทุกคนยืนคุยกันนานมากอะ ควรกระจายกันไปหาน้องตั้งนานแล้ว แงงงงง ขอให้น้องไม่เป็นอะไรนะะะ อยากให้ทุกคนโกรธ อย่าให้ท่านคริสโกรธแล้วขู่ถอนหมั้นเลย ดูสิ้ว่าจะรู้สึกอยากจะเลิกเก๊กขึ้นมาได้บ้างมั้ย แต่ตอนหน้าคงได้เห็นเจโน่ตอนโกรธคนอื่นที่ทำร้ายแจมิน ต้องได้เห็นความเทคแคร์แน่ๆ
    #105
    0
  19. #103 PDaengpat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 16:09
    เข้าใจเจโน่ที่โกรธแต่ก็ยังรักและห่วงแจมินอยู่ แต่ก็แบบฟังแจมินบ้างก็ได้นะแค่นี้ก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว สงสาร นี่อยากให้แจมินเป็นอะไรบ้างเจโน่จะว่ายังไงเพราะตัวเองเป็นคนบอกจะทำอะไรกับแจมินก็ได้งี้อะ อยากให้เจโน่เลิกทำอะไรแบบนี้สักที ห่วงเขาก็พูดไปเส้ เฝ้าพูดทำร้ายจิตใจเขาอยู่ได้ ฮ่อลลลล/เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #103
    0
  20. #102 jmnjm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:17
    โกรธแต่ละคำที่เจโน่พูดอ่ะ แจมินจะไม่เสียใจ ไม่สับสน ไม่โกรธก็ไม่ใช่คนแล้ว รู้สึกแต่ไม่แสดงออกมันก็ไม่ได้นะโน่ โอ้ย ถ้าเกิดอะไรขึ้น โน่นั่นแหละเสียใจที่สุด รอตอนต่อไปค่ะไรท์
    #102
    0
  21. #101 wareeandsoul (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 08:18
    ตอนนี้มีทุกอารมณ์อีกแล้วววว แวมไพร์แอบยิ้มด้วย กุ๊กกิ๊กกันเล็กน้อยพอให้คนอ่านได้ยิ้มตาม ฮืออ แต่ว่าท้ายที่สุดก็แวมไพร์ซื่อบื้ออีกนั่นแหละที่ทำให้น้องแจมินต้องตกอยู่ในอันตราย บ้ามากๆเลย นี่รักแจมินจริงๆเหรอ ชั้นไม่เชื่อเธอแล้ว!!!! สงสัยตอนอยู่ในครัว ทำไมเจโน่ถึงได้ปุบปับเข้าไปแบบนั้น ต้องรู้เรื่องที่แจมินไปเจออะไรมาแน่ๆ ก็เป็นห่วง ก็รัก แต่งี่เง่าอะ ซื่อบื้อ ใจร้ายด้วย หึ โกดดด/ชอบเรื่องนี้นะคะ มาไม่บ่อย แต่ทุกตอนสนุกมากค่ะ ลุ้นตามตลอด TT
    #101
    0
  22. #100 Home412879 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 03:07
    ค้างมากกกกก ToT ไรท์มาต่อเร็วๆน่ะ
    #100
    0
  23. #99 nanajam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 03:00
    น้องแจม ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง ฮือ ;_____; ตอนนี้โกรธโน่มากอ่ะพูดเลยยยย ขอให้น้องไม่รัก! พ่อคริสสั่งถอนหมั้นไปเลย! หึ
    #99
    0
  24. #98 ASLosecontrol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 00:53
    แจมอย่าเป็นอะไรนะ โน่ไปช่วยแจมให้ได้นะ มาต่อเร็วๆนะไรท์😘😘//งานเยอะไม่เป็นไรค่ะไรท์ขอแค่ไรท์อย่าหายไปเลยก้อพอแร้วค่ะ
    #98
    0
  25. #97 qxpp_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 00:36
    แจมินจะต้องไม่เป็นอะไรนะะะะ เจโน่จะต้องไปช่วยแจมินนนน
    #97
    0