(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 13 : TWELVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 170 ครั้ง
    14 ก.ค. 61






12

พัฒนา





กลางคืนเข้าสู่วันใหม่ แวมไพร์เจโน่ลืมตาขึ้นมาเป็นคนแรก ถึงจะพูดแบบนั้น ตอนกลางวันเขาไม่ได้หลับเลยสักนิด การนอนโดยที่มีแจมินอยู่ข้างๆ น่ะ มันนอนไม่ได้หรอกเว้ย ! รู้ไว้ด้วย นึกโมโหตัวเองเหมือนกันว่าจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น สงสัยถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป คงไม่ต้องหลับต้องนอนกันแล้ว ทำไมกากจังวะเนี่ย อีเจโน่


ดวงตาเรียวจ้องมองคนตัวเล็กที่หลับตาพริ้มซุกอยู่ในอกเย็นชืดของตนด้วยความรู้สึกตื้นตัน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ จมูกโด่งคลอเคลียแก้มใสของมนุษย์ตัวน้อยที่หลับสนิทด้วยความรักใคร่ ก่อนการกระทำทุกอย่างจะหยุดชะงักเมื่อแจมินที่หลับอยู่ทำท่าเหมือนจะลืมตาขึ้นมา


“อืม..อื้ออ” คนตัวเล็กร้องงึมงำในลำคออย่างรำคาญเมื่อการนอนที่แสนสบายกำลังถูกก่อกวน แวมไพร์ที่นอนข้างกันกอดรัดเขาแน่นเสียจนหายใจแทบไม่ออก ดวงตากลมโตลืมตาขึ้นมองคนที่นอนอยู่ข้างกันก็พบว่าอีกฝ่ายยังคงหลับตาพริ้มราวกับกำลังจมอยู่ในฝันดี


เอ๊ะ..หรือว่าละเมอ?


ดวงตากลมโตจ้องมองซอกคอขาวซีดของเจโน่ที่อยู่ในระดับสายตา จมูกรั้นซุกไซ้ซอกคอของแวมไพร์หนุ่มที่อยู่ใกล้กันอย่างลืมตัว อาจเป็นเพราะแจมินคิดว่าเจโน่กำลังหลับสนิทอยู่ถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้


เจโน่ตัวหอมจัง..


นั่นเป็นครั้งแรกที่เจโน่รู้สึกดีใจที่หัวใจเขาไม่สามารถเต้นได้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นต้องโดนแจมินจับได้แน่ๆ ว่าเขาแกล้งหลับ ! โอ้ย ยัยน่ารัก ทำไมถึงได้ทำตัวน่ารักแบบนี้นะ..


..น่าฟัดด้วย


“อืม..” แวมไพร์หนุ่มแกล้งครางออกมาในลำคอเสียงเบา วงแขนแข็งแรงโอบกอดรอบเอวของแจมินเพื่อให้ร่างของพวกเขาแนบชิดกันมากขึ้น ทั้งยังจัดการก้มลงจูบกลุ่มผมนุ่มของแจมินแรงๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว ทั้งๆ ที่ยังคงหลับตาอยู่


“จ..เจโน่ !” แจมินร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ มนุษย์ตัวน้อยในอ้อมกอดของแวมไพร์พยายามที่จะดิ้นหนีออกจากอ้อมกอดแน่นหนา แต่ก็ไม่สำเร็จ นั่นทำให้เจโน่ลืมตาขึ้นมาช้าๆ เมื่อคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องแกล้งหลับอีกต่อไปแล้ว


“อืม..แจม..หลับสบายดีไหม” เสียงนุ่มทุ้มของแวมไพร์ผู้เป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการหมาดๆ ทำเอาหัวใจของแจมินนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง


“อ..อืม แล้วเจโน่ล่ะ” แจมินตอบรับเสียงสั่น ใบหน้าขาวที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อก้มงุดลงต่ำเพราะไม่กล้าสบสายตาเข้ากับแวมไพร์ที่นอนอยู่ข้างๆ

“สบายมาก” แจมินตัวแข็งทื่อเมื่อเจโน่โน้มตัวเข้ามาใกล้ เสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหูนั้นดังก้องซ้ำๆ ราวกับเสียงเอคโค่อยู่ในหัวของแจมินจนคนตัวเล็กแทบเป็นลม


“อ..อืม อ๊ะ มืดแล้วนี่นา ใกล้ถึงเวลากินข้าวแล้ว ขอไปอาบน้ำก่อนนะ” ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็วิ่งปรู๊ดเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วเพราะความเขิน ใช่ ต้องใช่แน่ๆ แจมินกำลังเขินเขาอยู่


เฮ้อ มีความสุขจังเว้ย


แวมไพร์หนุ่มซุกหน้าลงบนหมอนนุ่มที่แจมินหนุนนอนเมื่อคืน เขาสูดดมกลิ่นหอมของมนุษย์น้อยที่ติดอยู่เบาบางบนหมอนเข้าเต็มปอด นับวันยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองโรคจิตขึ้นทุกทีละ



“จ..เจโน่”



“ครับ” เจ้าของชื่อผงกหัวขึ้นจากหมอน แล้วลุกขึ้นจากเตียงเดินไปตามเสียงแผ่วเบาที่ลอยตามลมออกมาจากห้องน้ำ คิ้วเข้มเริ่มขมวดคิ้ว เพราะจับเสียงกังวลของแจมินได้ มือขาวซีดจับลูกบิดประตูเตรียมจะเปิดประตูเข้าไปดูคนตัวเล็กที่อยู่ข้างในห้องน้ำ แม้ว่ามันจะล็อคอยู่ตามที แต่เชื่อเถอะ แค่ลูกบิดประตูโง่ๆ นี่ ไม่สามารถทำอะไรเจโน่ได้หรอก


“ลืมหยิบเสื้อผ้าเข้ามา”


“อ๋อ..”


แวมไพร์หนุ่มหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง ให้ตายสิ เขานี่มันขี้เป็นห่วงจริงๆ เลย คิดไปต่างๆ นาๆ ว่าแจมินจะเจ็บตรงไหนรึเปล่า แต่เจ้าตัวเล็กของเขาแค่ลืมยิ้มเสื้อเข้าไปในห้องน้ำเนี่ยนะ


“หยิบให้หน่อยได้ไหม”


“ทำไมไม่เดินออกมาเองล่ะ” แวมไพร์หน้าห้องน้ำเอ่ยเหย้า


“ถ้างั้นเจโน่ก็ออกไปจากห้องก่อนสิ !” คนตัวเล็กตะโกนออกมา เจโน่หัวเราะหึหึในลำคอเพราะเสียงงอแงของคนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของบานประตู


“กล้าไล่ฉันหรอ” แวมไพร์หนุ่มแกล้งใช้เสียงเข้มอย่างที่เคยชอบทำในยามที่เคยโกรธเคืองกันสมัยก่อนแล้วนิ่งรอดูปฏิกิริยาของคนในห้องต่อ


“….ฮือออ” คนในห้องน้ำหายใจกระตุก เพราะเข้าใจว่าแวมไพร์ที่อยู่ข้างนอกกำลังรำคาญตน ดวงตากลมโตมองเสื้อผ้าเปียกๆ ที่กองอยู่ที่พื้นสลับกับเงาร่างเปลือยของตัวเองในกระจก ในหัวตีกันวุ่นวายไปหมดว่าควรจะหยิบเสื้อตัวเก่าขึ้นมาใส่แล้วเดินไปหยิบเสื้อตัวใหม่ดีไหม หรือยังไงดี


“โอเคๆ เดี๋ยวพี่หยิบให้ครับ” ในระหว่างนั้นเสียงของแวมไพร์ข้างนอกก็ดังขึ้นอย่างอ่อนโยน และเพราะไอ้น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปนั่นแหละ ทำเอาแจมินสะดุ้ง คนตัวเล็กมองเงาตัวเองในกระจกเพียงครู่เดียวก่อนจะก้มมองปลายเท้าของตัวเอง เขินจนหน้าแดงไปหมดแล้วนาแจมิน ! แล้วแบบนี้จะเอาหน้าที่ไหนไปเจอเจโน่กันเล่า !


เจโน่ยิ้มกับตัวเอง เขาอาจจะไม่เห็นสีหน้าของแจมิน แต่จากเสียงหัวใจเต้นรัวที่เขาได้ยินแล้ว เขามั่นใจว่าแจมินกำลังทำหน้าเขินอยู่แน่ๆ แวมไพร์หนุ่มเดินไปเลือกเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของแจมินตามคำขอร้องของคนตัวเล็กอย่างสบายอารมณ์



“น้องแจมครับ”



“…..”



ฮือออออ ไอ้น้องแจมครับนั่นมันอะไรกัน จะตายแล้ว



“น้องแจม ไม่ได้ยินหรอ” แวมไพร์หนุ่มแกล้งพูดเหย้า เสียงหัวใจน้องแจมินดังอยู่เต็มสองหู คงได้ยินและกำลังเขินจนพูดไม่ออกอยู่แน่


“….”


“ถ้างั้นพี่เข้าไปนะ”


“ม..ไม่ต้องครับ !” เสียงลูกบิดประตูดังออกมาจากอีกฟากของประตูห้องน้ำทำเอาแจมินร้องลั่นด้วยความตกใจ มือขาวรีบคว้าลูกบิดประตูไว้อย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปิดประตูเข้ามาจริงๆ


“ถ้าไม่ยอมเปิดประตูแล้วพี่จะเอาเสื้อให้ได้ยังไงล่ะ”


.

.


แกร่ก



“…อึก” กลายเป็นเจโน่ที่รู้สึกเหมือนเวรกรรมกำลังเล่นงานตนอยู่ ดวงตาเรียวกรอกตาไปรอบๆ อย่างไม่รู้จะเอาตาไปวางไว้ตรงไหนดี เพราะผิวขาวๆ ที่วับๆ แวมๆ ผ่านหลังบานประตูมันช่างรุนแรงเหลือเกิน คนตัวเล็กก็เหมือนจะยังไม่รู้ตัว ว่าเขาเห็นไปไหนต่อไหนหมดแล้ว !


“เจโน่..ขอเสื้อ..” แจมินพูดเสียงเบาพร้อมกับช้อนตามองแวมไพร์หนุ่มที่เหมือนจะแข็งไปแล้ว แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าเป็นอะไร แต่ช่วยส่งเสื้อมาให้เขาหน่อย ! ฝ่ายเจโน่เองก็เหมือนจะวิญญาญหลุดออกจากร่าง จากที่คิดว่าจะแกล้งคนตัวเล็กอีกสักพักก่อนถึงจะยอมยื่นเสื้อให้ ตอนนี้กลายเป็นพอมือขาวยื่นออกมา เขาก็เผลอส่งเสื้อไปให้แจมินอย่างง่ายดาย


แล้วประตูก็ปิดลงไปต่อหน้า โดยที่อีเจโน่ไม่ทันได้ทำอะไรเลย !


นี่ถ้าไอ้แฝดรู้คงได้อายยันลูกเกิด




“เจโน่ทำไมยังอยู่ตรงนี้” อย่าไปบอกใครเชียวว่าอีเจโน่คนนี้ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกเพราะเห็นผิวขาวของนาแจมินเด็ดขาด รู้ถึงไหนอายถึงนั่น


“เปล่า” ว่าแล้วก็ขอเดินหนีมาตั้งหลักที่เตียงก่อนแป๊ปนึง


แจมินที่แต่งตัวเรียบร้อยเดินออกมาจากห้องน้ำ มองตามแวมไพร์ตัวซีดที่เดินไปนั่งลงบนเตียงอีกครั้งด้วยความงุนงง ทำไมเจโน่เดินตัวแข็งแบบนั้นอะ


“เป็นอะไรรึเปล่า? หิวหรอ?”


ยัง ยังจะเดินตามมาอีก !


“ถ้าหิวจะให้กินเลือดไหมล่ะ?” แวมไพร์หนุ่มแกล้งถามลองเชิง เขารู้อยู่แล้วล่ะว่าแจมินไม่กล้าหรอก ตัวเขาเองก็ไม่กล้า กลัวว่าถ้าได้ลิ้มรสเลือดของแจมินอีกครั้ง ในยามที่เหตุการณ์ปกติแบบนี้ คงไม่มีอะไรยับยั้งชั่งใจให้เขาไม่จับคนตัวเล็กฟัดให้จมเตียงได้แน่ๆ


แต่พวกเขาหมั้นกันแล้วนี่ งั้นหมายความว่าทำได้ใช่ไหม?


“ถ้าเจโน่หิว..ก็ได้”


เอ้า เฮ้ย ! น้องตอบว่าได้อะ แล้วเขาต้องทำไงวะ จับฟัดลงบนเตียงเลยได้ปะ !




ก๊อก ก๊อก


.

.


ปัง ปัง !



“แจมิน”



โอเค พักก่อน พ่อเขามาเรียก !




“ครับ” คนตัวเล็กรีบขานรับเพราะกลัวว่าต่อจากเสียงทุบประตูแรงๆ เมื่อกี้ จะกลายเป็นเสียงของประตูที่โดนทุบจนประตูหลุดออกมาแทน เสียงเรียกชื่อเมื่อกี้เขามั่นใจว่าเป็นพ่อเขาแน่ๆ แต่ไอ้เสียงทุบประตูที่ต่อจากเสียงเคาะประตูนั่นมันผิดวิสัยคนเป็นพ่อตงิดๆ


“ไปสิ” เจโน่พูดเบาๆ มองคนตัวเล็กที่เริ่มลังเล มองไปทางประตูที หันกลับมามองเขาที่นั่งอยู่บนเตียงที แจมินเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะยอมเดินไปเปิดประตู เผยให้เห็นร่างสูงของราชาผู้ยิ่งใหญ่ ความหวงลูกก็ไม่ต้องพูดถึง แทนที่จะสนใจลูกชายที่เป็นคนเปิดประตูให้ คริสกลับมองเลยหัวลูกชายไปแล้วจ้องมองลูกเขยเขม็ง


ส่วนแวมไพร์ที่โดนทั้งพ่อตาพี่เขยจ้องเขม็งได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วทำหน้าไร้ความรู้สึกส่งกลับไปให้ทั้งสอง ไอ้ที่เขาพูดกับแจมินเมื่อกี้ก็คงได้ยินหมดนั่นแหละ ถึงได้พากันทำหน้าบึ้งแบบนั้น นี่ถ้าพุ่งเข้ามาฉีกเขาเป็นชิ้นๆ ได้คงทำไปแล้ว ทั้งท่านคริส ทั้งคุณแทยงนั่นแหละ


“ท่านพ่อ?” แจมินงุนงงกับการปรากฏตัวของคนเป็นพ่อ พอเหลือบมองไปข้างหลังก็เห็นร่างพี่ชายของตนที่ยืนทำหน้าบึ้งเป็นแบคกราวน์อยู่ข้างหลังก็พอเข้าใจว่าเสียงทุบประตูเมื่อกี้เป็นของใคร เหลือบสายตาไปมองข้างๆ ก็พบแม่ของเขาที่ยืนหัวเราะคิกคักขัดกับแวมไพร์สองตนที่ทำหน้าโหดเสียจนแจมินกลัว


นี่เขาพลาดอะไรไปรึเปล่า?


“พ่อมาเรียกไปทานข้าว” อ่อ..แต่แค่เรียกไปกินข้าว ให้ชานยอลหรือมินซอกมาตามก็ได้ไม่ใช่รึไง? แจมินเลิกคิ้วขึ้นสูงมองหน้าพ่อทีแม่ทีพี่ชายทีด้วยความงุนงง แล้วหันกลับมามองแวมไพร์หน้าตายในห้องอีกหนึ่งที


“ครับ..เจโน่ ไปด้วยกันไหม?” แจมินถามเบาๆ อีกฝ่ายมีสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเกรงใจขึ้นมา ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ก็ดูเหมือนจะอารมณ์ดีอยู่ไม่ใช่หรอ หรือว่าเขาคิดไปเอง?


“ไม่เป็นไร ว่าจะนอนต่ออีกสักนิด” เจโน่ตอบเสียงเรียบ แล้วขึ้นไปบนเตียงดีๆ นั่นทำให้คนเล็กทำหน้าจ๋อย ทั้งๆ ที่แอบอยากให้อีกฝ่ายลงไปพร้อมกันแท้ๆ


“โอเค..งั้นไปนะ”



ตึง !


นก !!!!!


เจโน่ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงทันทีที่ประตูห้องปิดสนิทด้วยความเซ็งที่สุดในชีวิต แวมไพร์หน้านิ่งดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงหลายทีด้วยความเซ็งอยู่หลายครั้งจนผ้าปูที่นอนเริ่มหลุดรุ่ยเพราะแรงดิ้นของแวมไพร์ แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้อีเจโน่สงบจิตสงบใจได้ ตอนนี้ต่อให้ต้องดิ้นจนต้องลงไปกองอยู่ที่พื้นเขาก็ไม่สน



ก๊อก ก๊อก


แวมไพร์หนุ่มลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ กลิ่นเลือดชัดเจนบวกกับกลิ่นของแจมินนั่นทำให้เพียงพริบตาเดียวเจโน่ก็ถึงหน้าบานประตูห้อง เขาเปิดประตูออกไปแล้วพบกับแก้วทรงสูงที่บรรจุเลือดสดๆ วางอยู่บนพื้นห้อง


หึ ทำไมน่ารักแบบนี้นะ นาแจมิน

.

.



“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรน่ะ” คนตัวเล็กที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องอาหารชะงัก แจมินหุบยิ้มลงอย่างรวดเร็วก่อนจะส่ายหน้ารัวๆ ใส่ฝาแฝดที่ยิ้มใส่เขาจนพากันตาหยีทั้งคู่ นั่นทำให้มนุษย์ตัวน้อยที่เริ่มรู้สึกว่าตนกำลังเป็นที่สนใจก้มลงต่ำ แล้วเดินก้มหน้างุดๆ มานั่งลงตรงที่นั่งของตนเอง


“เปล่าซะหน่อย” แจมินแสร้งทำหน้านิ่งแล้วหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาจิบแก้เก้อ ตอนที่เขาลงมาตอนแรก เจ้าพวกญาติตัวแสบของเขายังนั่งซึมเพราะง่วงอยู่เลยด้วยซ้ำ แต่พอเขาเดินเข้ามาอีกรอบนึงนี่เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ คงเพราะเห็นเขาเดินถือแก้วเลือดออกไปละมั้ง


“แหม่ พอหม้ันแล้วก็เอาใจคู่หมั้นใหญ่เลยนะ” วินวินเอ่ยปากแซว โดยไม่สนใจเลยว่าเมื่อวานตัวเองก็ได้เขาพิธีสมรสเหมือนกัน

“ไม่ใช่นะ” คนตัวเล็กตอบเสียงเบา รู้สึกแก้มเริ่มร้อนๆ ขึ้นมาอย่างกระทันหัน ไม่กล้าสบตาบรรดาญาติๆ ที่พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พวกเขานั่งอยู่ประมาณช่วงกลางจนถึงท้ายของโต๊ะ เนื่องจากวันนี้มีผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่ของพวกเขามาร่วมโต๊ะด้วยหลายคน


“แหนะๆๆๆ แล้วคุณคู่หมั้นไปไหนแล้วล่ะ” วินวินยังไม่เลิกแซวคนตัวเล็ก เพราะเห็นว่าน้องชายคนเล็กของตระกูลนั้นเอาแต่เหลือบสายตามองไปทางประตูห้องอาหารหลายครั้ง คงกำลังรอให้เจโน่ลงมาล่ะมั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ลงมาครบหมดแล้ว จะขาดก็แต่จอมเอาแต่ใจอย่างอีเจโน่นั่นแหละ


“นอนอยู่ข้างบนครับ” นี่มันก็ดึกมากแล้ว ทำไมเจโน่ยังไม่ยอมลงมาอีกนะ หรือว่าจะไม่สบาย?


“อะไรกัน เมื่อวานทำไรกันไม่ยอมนอน คุณคู่หมั้นเพลียหรอ”


“ทำอะไรเล่า ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” แจมินอยากจะร้องไห้ กับใบหน้าแซวของฝาแฝดที่สนุกกับการแกล้งเขา และคงยังแกล้งต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเจโน่จะลงมานั่นแหละ ว่าแต่ ฝาแฝดรู้ได้ยังไงน่ะ ว่าเมื่อคืนเขานอนห้องเดียวกับเจโน่


“คุณวินวินรู้ได้ไงน่ะ ว่าเมื่อคืนผมนอนห้องเดียวกับเจโน่”


“ห..ห๊ะ อ๋อ ! คนหมั้นกันเขาก็ต้องนอนห้องเดียวกันทั้งนั้นแหละ เมื่อวานฉันแต่งงาน ฉันยังนอนห้องเดียวกับยูตะเลย” ซะที่ไหนเล่า ! เมื่อคืนวินวินไม่ได้นอนห้องเดียวกับไอ้สามีจำเป็นสักหน่อย !


ยูตะทำหน้าเบื่อ ครั้นจะเถียงแย้งภรรยาหมาดๆ ก็ทำไม่ได้ เพราะถ้าเถียงออกไป แจมินก็จับได้น่ะสิ ว่าเมื่อคืนพวกเขาทั้งหมดแอบเผือกอยู่น่ะ



“ง่วงหรอครับน้องมาร์ค” แจมินชะงัก จากตอนแรกกำลังก้มเขี่ยอาหารในจาน ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงของแจฮยอน ลืมไปเลยว่ามาร์คก็มาที่ปราสาทกับเขา ถึงมาร์คจะไม่ใช่คนในราชวงศ์แต่ก็เป็นเพื่อนคนสำคัญ พ่อเขาถึงใจดียอมให้มาด้วยกัน แม้แต่เตนล์ก็ยังได้มาเหมือนกัน


“อืม..” ดวงตากลมโตมองรุ่นพี่ตัวขาวที่ทำท่าราวกับง่วงจริงๆ จนน่าสงสาร มาร์คคงไม่ชินกับการนอนตอนเช้าตื่นตอนดึกสักเท่าไหร่ เวลาไปเรียนเขาก็เห็นมาร์คแอบฟุบหลับไปหลายครั้ง ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอีกฝ่ายง่วงเพราะเวลาเรียนหรือง่วงเพราะว่ากำลังเรียนอยู่กันแน่


“ถ้างั้นก็รีบทานแล้วไปนอนกันครับ” ภาพแจฮยอนคอยเฝ้าดูแลมาร์คไม่ห่างนั่นทำให้แจมินเลิกคิ้วขึ้นสูง แอบเหลือบสายตามองอาจุนมยอนกับอาอี้ชิง ก็พบว่าทั้งสองก็กำลังจ้องลูกชายคนกลางอยู่เหมือนกัน แจมินไม่สามารถบอกได้จริงๆ ว่าอาทั้งสองกำลังคิดอะไรอยู่


นึกถึงตอนที่อาจุนมยอนเห็นหน้าพี่มาร์คตอนแรกเมื่อวานนี้ อาตัวขาวแทบจะเป็นลมเสียให้ได้ เข้ามากอดมาหอมพี่มาร์คแล้วร้องไห้โฮ จนพี่มาร์คต้องร้องไห้ตาม เพราะเสียใจที่เป็นมินฮยอนให้ไม่ได้ กลายเป็นอาจุนมยอนต้องหยุดร้องไห้แล้วมานั่งปลอบพี่มาร์คเสียยกใหญ่


“แจมิน..วันนี้เราจะกลับไปนอนที่บ้านกับแม่ไหม”


“เอ๊ะ?” คนตัวเล็กร้องออกมาเสียงเบา ละสายตาจากแจฮยอนกับมาร์ค มองแม่ที่นั่งหัวโต๊ะข้างกับพ่อของเขางงๆ ข้างแม่แม่มีอาจุนมยอน อาจงอิน อาเซฮุน ส่วนฝั่งตรงข้ามฝั่งซ้ายก็เป็นอาอี้ชิง อาเทา อาลู่หาน อันที่จริงการเรียงลำดับมันไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่ เพราะอาลู่ควรได้นั่งเป็นคู่ที่สอง แต่เขาได้ยินมาว่าอาเซฮุนเหมือนจะกลัวท่านพ่อ ทำให้คู่อาลู่ไปนั่งเป็นคู่สุดท้าย


“เราฉลองกันเสร็จแล้ว เราก็ต้องกลับบ้านสิตัวแสบ” แทยงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แจฮยอนเป็นคนเฉลย


“อ่านั่นสินะครับ” ที่นี่คือปราสาทกลางนี่นา เขาก็ต้องกลับฝั่งเหนือ แล้วเจโน่ก็ต้องกลับฝั่งตะวันตก พี่ๆ คนอื่นก็ต้องกลับปราสาทของตัวเอง แล้วมันก็จะเงียบเหงา..


“แล้วตกลงจะกลับกับแม่หรือว่า..?”


“หรือว่าจะไปกับแม่ !” นาแจมินมีแม่สองคนแล้วครับ โคตรจั๊กจี้


“คือ..” ถ้าเป็นเมื่อก่อนแจมินคงจะตอบว่ากลับไปนอนที่บ้านกับแม่ทันทีโดยไม่ลังเล แต่พอตอนนี้ ทำไมเขาต้องคิดถึงคนที่อยู่ข้างบนด้วยนะ


“งั้นเดี๋ยวแม่ให้เจโน่ไปอยู่ด้วยที่บ้านน้องแจมดีไหม” อาจุนมยอนเป็นคนเสนอขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม นั่นทำให้แจมินรู้สึกเป็นกังวลมากกว่าเดิมเสียอีก


“จะโอเคกับเจโน่รึเปล่าครับ” แจมินขมวดคิ้ว ถึงตอนนี้เจโน่จะแปลกๆ ไป ไม่เย็นชาใส่เขาเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะชอบพอเขาซะเมื่อไหร่กัน แล้วยิ่งไปบ้านเขาแบบนี้ อีกฝ่ายจะโอเคงั้นหรอ


“ว่าไงเจโน่ โอเครึเปล่า” คนตัวเล็กสะดุ้ง แจมินหันไปมองข้างหลังตามสายตาอาจุนมยอนทันที เขาเห็นร่างของคู่หมั้นเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าง่วงงุน อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมกับเท้าแขนลงบนเก้าอี้ที่แจมินนั่งอยู่ ทำให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เกร็งตัวอัตโนมัติ


“ครับ”


หือ ?


“โห หมั้นกันแค่คืนเดียว กลายเป็นหมาน้อยเชื่องๆ แล้วหรอวะไอ้โน่ !!” วินวินรีบแทรกออกมากลางปล้อง มองแจมินที่ทำตาโตสลับกับเพื่อนของตนเองที่แสร้งทำหน้านิ่ง ทั้งๆ ที่มุมปากมันกระตุกกึกๆ อยู่หลายที คงอยากยิ้มจนใจจะขาด แต่เพราะคนเยอะ มันถึงได้ทำเป็นเก๊กหน้านิ่งอย่างสุดความสามารถแทน


“พูดมาก” นั่นปะไร หันมาทำตาแดงใส่อีกต่างหาก แต่ครั้งนี้วินวินไม่กลัวโว้ย


“ขอโทษค้าบบบ”


“แต่เจโน่ต้องกลับไปจัดการธุระที่ปราสาทกับพ่อก่อน แล้วเดี๋ยวให้ตามไปทีหลังนะน้องแจม”


“อ่า..งั้นหรอครับ” กลายเป็นแจมินเสียนี่ที่ตอบรับกลับอย่างเสียดาย ดวงตากลมองเจโน่ด้วยตาเศร้าๆ ก่อนจะก้มลงเขี่ยอาหารในจานอีกครั้ง อี้ชิงแอบชะงักไปเล็กน้อยกับท่าทางของลูกสะใภ้ หรือว่าเขาพูดอะไรผิดไปรึเปล่า



.

.


งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา



แจมินยืนสงบนิ่งอยู่บริเวณลานหน้าปราสาทกลาง ดวงตากลมโตมองบรรดาญาติๆ ที่พากันเก็บของขึ้นเตรียมขึ้นรถม้าประจำตระกูล ไม่นานพวกเขาก็เริ่มขึ้นไปนั่งประจำที่ จะมีก็แต่บ้านเขาละมั้ง ที่ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็เกือบจะเช้าแล้ว อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็คงจะขึ้น แต่ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้พระอาทิตย์ขึ้น ท้องฟ้าที่นี่ก็ยังคงเป็นสีอึมครึมอยู่ดี ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าเมืองแวมไพร์ได้ยังไงกัน



“อาทิตย์หน้าเจอกันนะน้องแจมิน” ฝาแฝดยิ้มให้แจมิน มือขาวซีดโบกมือร่าให้กับน้องชายคนเล็กขณะที่นั่งอยู่บนรถม้า พอเห็นท่าทางตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้านของฝาแฝดแล้ว คนตัวเล็กก็ไม่กล้าที่ทักท้วงอะไร


“ครับ แล้วเจอกัน”


“น้องแจม ไว้เจอกันน๊า” พี่น้องบ้านลู่ยิ้มแล้วควบม้าออกไปทางฝั่งตะวันออก แจมินเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่ทั้งคู่ไปคนละทางกับฝาแฝด ใครๆ ก็คงคิดถึงพ่อแม่ตัวเองกันทั้งนั้น คงจะกลับไปอยู่กับที่บ้านกันก่อน แล้วค่อยตามไปตื๊อฝาแฝดที่แดนใต้ต่อละมั้ง


เนื่องจากงานแต่งงานของฝาแฝดกับงานหมั้นของเขา ทำให้ทางโรงเรียนถือโอกาสนี้ปิดหนึ่งอาทิตย์ จึงมีเวลาให้พวกเขาได้แยกย้ายกันกลับบ้านของตนเอง อันที่จริงแจมินคิดว่าที่โรงเรียนปิด เป็นเพราะแทยงอยากปิดมากกว่า พอคิดถึงตอนนี้แล้วก็อดดีใจไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกสินะ ที่แทยงกลับมาเหมือนแวมไพร์นี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น


“พี่มาร์ค” แจมินเดินเข้าไปใกล้มาร์คที่ยืนทำหน้าบึ้งโดยมีแจฮยอนยืนอยู่ใกล้ๆ ส่วนเตนล์ก็ยืนมุ้งมิ้งอยู่กับโดยองที่อีกมุมหนึ่ง แจมินไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เตนล์คงจะต้องไปพักอยู่กับคู่หูคู่กัดกันแน่ๆ เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกละมั้งที่เตนล์เคยมาอยู่ที่เมืองแวมไพร์แบบนี้

“ไปก่อนนะยัยตาโต ไว้ค่อยเจอกัน” มาร์คโบกมือลาให้กับเขา พร้อมกับทำท่าจะเดินออกไปพร้อมกับดงฮยอก คนตัวเล็กแอบหน้าเสียไปเล็กน้อย ก่อนจะเผลอเอ่ยรั้งอีกฝ่ายเอาไว้


“ไม่ไปบ้านผมหรอ..”


“อ..เอ่อ...” มาร์คยืนนิ่งเป็นหิน หันขวับมามองหน้าน้องจนคอแทบหลุด ถึงยังไงเขาก็ยังเป็นมาร์คที่แพ้เสียงงอแงของยัยตาโตอยู่ดีนั่นแหละ ใบหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มลังเล เพราะหน้าเศร้าๆ ของเด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้านั่นแหละ


“ผมอยากให้พี่มาร์คไป..” แจมินทำหน้าเศร้า เชื่อเถอะ ไม่ว่าจะแกล้งทำหรือทำจริง ก็ไม่มีใครกล้าเบะปากใส่หรอก มีแต่จะคลานเข่าไปหาน้องเขา แล้วทำตามที่แจมินต้องการแทบไม่ทัน


“ด..ได้ ! เดี๋ยวฉันจะตามไป” เด็กนอกรีบตอบรับก่อนที่แจมินจะพูดจบเสียอีก นั่นทำให้คนตรงหน้ายิ้มเสียจนตาหยี แค่นั้นก็ต่อชีวิตมาร์คลีไปอีกสิบปีแล้ว ! มาร์คยิ้มเก้อเมื่อเห็นรอยยิ้มน่ารักของน้อง พอเหลือบตาไปเห็นคู่หมั้นตาแดงของยัยตาโตก็ต้องรีบหุบยิ้มทันทีก่อนที่ชะตาชีวิตจะขาด

“แล้วน้องมาร์คไม่อยากไปบ้านพี่บ้างหรอ” มาอีกแล้ว ! มาร์คกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความรำคาญ เขาเขยิบหนีคนตัวสูงที่เอาหน้าเข้ามาใกล้ แต่ก็ไม่วายโดยอีกฝ่ายรั้งไว้ให้เขยิบเข้าไปใกล้อยู่ดี


“โว้ยย บอกแล้วว่าอย่ามายุ่ง”


“น้องมาร์ค พูดไม่เพราะ” แจฮยอนทำตาแดงใส่ นับว่าเป็นโชคดีของมาร์คที่มีคนอยู่เยอะแยะ เขาถึงได้ไม่โดนอีกฝ่ายทำโทษเหมือนวันก่อน “ว่าไงครับ ไม่อยากไปบ้านพี่บ้างหรอ”


“จะไปทำไมเล่า บ้านผมก็อยู่แถวนั้นเหมือนกัน” มาร์คโวยวาย บ้านตนเองนั้นแม้จะอยู่ในป่า แต่ก็อยู่ในอาณาเขตของฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นฝั่งปราสาทของตระกูลจาง ดังนั้นจึงมีบ้าง ที่เขาจะไปแอบด้อมๆ มองๆ ปราสาทของเจ้าของเมืองอยู่แล้ว ผิดกับเมืองอื่นที่มาร์คไม่เคยไปเลย จึงทำให้มาร์ครู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ



“งั้นเราก็ไปกันเถอะ ไว้เจอกันนะเด็กๆ” อาอี้ชิงกับอาจุนมยอนยิ้มให้แจมิน แล้วหันไปพยักหน้าให้ลูกชายทั้ง 2 ของตน แจมินมองแจฮยอนที่เอาแต่วอแวมาร์คไม่ห่าง เถียงกันไปเถียงกันมาอยู่ดีๆ ก็คว้ามาร์คแล้วหายตัวไปพร้อมกันเฉย ทิ้งดงฮยอกที่ยืนทำหน้าเหวอ นั่น..จะร้องไห้อยู่แล้ว อยู่ดีๆ คุณชายตัวเองก็หายไปต่อหน้า


“ท่านแจฮยอน..ฮือ” ดงฮยอกแทบจะทรุด พี่ชายของเขาก็เดินมาคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ก่อน แน่นอนว่าภาพต่อมาคือดงฮยอกที่สะดุ้งสุดตัว แล้วสุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องล้มลงไปนั่งที่พื้นจนได้ โดยมีแทยงทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ใกล้ๆ


“เมื่อไหร่จะเลิกกลัวฉันเนี่ย” แทยงบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้นแจมินก็เห็นพี่ชายของตัวเองช่วยดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนดีๆ อยู่ดี ภาพแทยงที่ดูแลคนอื่นนอกจากตัวเขา นอกจากมินฮยอนนั่นทำให้แจมินรู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด หรือว่านี่จะการเริ่มต้นใหม่ของแทยงกันนะ


“ดงฮยอกกลับไปพร้อมกับเราก็ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” อี้ชิงเอ่ยกับข้ารับใช้ของคุณชายตัวน้อยอย่างใจดี ในตอนนั้นแวมไพร์อย่างดงฮยอกก็ทำท่าเหมือนจะเป็นลมขึ้นมา เพราะต้องนั่งรถม้าคันเดียวกับราชาของเมืองนั่นแหละ นับว่าเป็นบุญเท่าไหร่แล้วที่นั่งกับราชาที่ 3 ไม่ใช่ราชาที่ 1 อย่างอู๋อี้ฟาน !!!



“แจมิน”


“ครับ” ดวงตากลมโตสบตากับคนเรียก แวมไพร์หนุ่มเดินเข้ามาใกล้มนุษย์ตัวน้อยที่ยืนหงอยอยู่ด้วยความเป็นห่วง ใจนึกอยากตามอีกฝ่ายไปเมืองฝั่งเหนือเสียตอนนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะตนก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน


“รอแป๊ปเดียวนะ เดี๋ยวจะรีบตามไป” เจโน่วางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มแล้วขยี้เบาๆ ด้วยความเอ็นดู แล้วตัดใจเดินถอยห่างจากมนุษย์ผู้เป็นที่รักออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรอคนตัวเล็กตอบกลับ


“อือ..”


“งั้นไปล่ะ” เจโน่ยิ้มบางให้กับแจมิน ไม่วายยกมือขึ้นบีบแก้มเล็กเบาๆ เพื่อให้อีกฝ่ายยิ้ม ต้องห่างกันแค่ 2-3 วันจะขาดใจให้ได้เลย

หมายถึงตัวเขาเนี่ย !


.

.



แจมินนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างของรถม้า อีกไม่ไกลก็คงจะเข้าอาณาเขตเมืองฝั่งเหนือแล้ว เพราะเดินทางจากปราสาทกลาง ระยะทางจึงไม่ไกลเท่ากับตอนที่เดินทางจากเมืองเหนือไปเมืองตะวันตกของเจโน่ แจมินถอนหายใจออกมาเบาๆ ทิ้งตัวพิงหลังกับเบาะนั่งแล้วหลับตาลง ตอนนี้เขาอยากนอนพักจะแย่แล้ว และก็คิดถึงเตียงนุ่มๆ ที่บ้านตัวเองมากๆ ด้วย


อ่ะ..


คนตัวเล็กสะดุ้งเบาๆ เพราะความแสบร้อนบริเวณรอยสามเหลี่ยม แจมินลืมตาขึ้นมาก็พบสายตาแดงวาบของใครบางคนหลบซ่อนอยู่บริเวณป่าไม้จึงทำให้ยากที่จะมองเห็นได้ชัดเจน


“แจมิน”


“ครับ” ลูกชายคนเล็กขานรับพ่อเสียงเบา เพราะดวงตาแดงๆ และท่าทางคุกคามของแวมไพร์ผู้แข็งแกร่งทำให้แจมินประหม่า พ่อเขาก็คงรู้สึกเหมือนกันแน่ๆ


“ท่านพ่อ มันแปลกๆ” แทยงเองก็ด้วย ดวงตาของพี่ชายเขาก็แดงวาบขึ้นมาเหมือนกัน ทำให้แม่ของเขานึกกลัวขึ้นมา มือขาวซีดของแม่รีบคว้าตัวเขามาจับไว้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมองเขาด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้แจมินพอจะเข้าใจว่าเป้าหมายของศัตรูคงจะเป็นตนเอง

“มันหายไปแล้ว” คริสสบถออกมาเสียงเบาด้วยความเจ็บใจ ครั้นจะหยุดรถม้าแล้วออกไปตามหาก็เสี่ยงเกินไป เขาไม่กล้าทิ้งลูกเมียไว้เพียงลำพัง เพราะไม่รู้ศัตรูจะมาไม้ไหน วิธีแก้ตอนนี้มีอย่างเดียวคือต้องเร่งเข้าอาณาเขตปราสาทให้ไวที่สุด


“ชานยอล ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน..แทยง พาน้องกลับปราสาท” แวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่หันไปบอกชานยอลที่เป็นคนขับรถม้า ก่อนจะหันมาบอกกับลูกชายคนโต คริสรอจนแทยงพาร่างลูกชายคนเล็กหายตัวไปก่อน เขาจึงได้จับแขนคนรักและพาหายตัวไปพร้อมกัน ถึงเขาจะมั่นใจว่าเขาสามารถรับมือได้หากเกิดการปะทะ แต่เขาก็ไม่อยากให้ลูกกับเมียต้องร่วมอยู่ในสมรภูมิด้วยอยู่ดี




“เกิดอะไรขึ้น” คริสคำรามออกมาเสียงดัง มองลูกชายคนโตที่อุ้มร่างน้องคนเล็กไว้ในอ้อมแขน ทั้งเขาและจงแดต่างก็รีบเดินมาดูแจมินกันอย่างรวดเร็ว ราชาผู้ยิ่งใหญ่เลิกคิ้วขึ้นสูง สีหน้าลูกชายคนโตแย่กว่าลูกชายคนเล็กเสียอีก ไม่แคล้วว่าแทยงคงจะห่วงแจมินโอเว่อร์เกินไปเป็นแน่ คริสถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะสบตากับลูกชายคนเล็กที่จ้องมองกลับมาตาแป๋ว


“ตอนที่มาถึงปราสาทเมื่อกี้ น้องทรุดลงไป ผมกำลังจะพาไปห้องนอน” แทยงตอบ ก่อนจะรีบก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดวนของตัวปราสาท  เมื่อกี้เขาใช้พลังทั้งหมดในการหายตัวเพื่อพาแจมินกลับมาที่ปราสาท ตอนนี้แทยงจึงทำได้เพียงแค่ก้าวเดินขึ้นบันไดเร็วๆ เท่านั้น เพราะเขายังไม่มีพลังมากพอที่จะหายตัวได้อีกรอบหนึ่ง แต่นู่น พ่อเขาน่ะ พาแม่หายตัวแล้วยืนรออยู่ในห้องน้องแล้วเรียบร้อย ฮึ่ย


“น้องแจมไม่ได้เป็นอะไร” แจมินรีบพูดทันทีที่แทยงวางร่างลงบนเตียงนุ่ม เพราะเห็นครอบครัวต่างพากันมองเขาด้วยสายตาเป็นกังวล คริสมองลูกชายคนเล็กที่ยิ้มแห้งอยู่บนเตียงก็พอจะเข้าใจว่าแจมินไม่ได้ป่วยกาย แต่คงกำลังป่วยใจมากกว่า  


“น้องแจมแค่กลัว” นั่นปะไร ทำหน้าเศร้าอีกแล้ว


“ชู่ว..ไม่ต้องกลัว พ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูก” ร่างสูงใหญ่ของผู้นำครอบครัวเดินมานั่งลงบนเตียงนุ่มข้างลูกชายคนเล็ก มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายเบาๆ ด้วยความรักใคร่ นี่นอกจากเมียแล้ว ก็มีลูกนี่แหละ ที่จะได้เห็นมุนนี้ของราชาผู้ยิ่งใหญ่


“เจ็บ..เจ็บจังเลยท่านพ่อ” คริสมองลูกด้วยสายตาเจ็บปวด เขายกข้อมือบางของลูกชายขึ้นมาแล้วจรดริมฝีปากลงบนรอยสามเหลี่ยมอย่างอ่อนโยนเพื่อบรรเทาอากาศเจ็บให้ลูกชายคนเล็ก หากแต่ในใจของคริสนั่นกลับร้อนรุ่มเพราะความแค้นคนที่ทำร้ายลูกชายของตน และโมโหที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องลูกในอดีตได้


“อดทนอีกนิดนึงนะลูก” ราชาผู้ยิ่งใหญ่ตีกับความคิดตัวเองวุ่นไปหมด ใจก็อยากให้ลูกชายหายเจ็บปวด แต่ก็ทำใจยอมให้ไอ้ลูกเขยกัดลูกชายตัวเองไม่ได้เสียที


“นอนพักก่อนไหม แล้วเดี๋ยวบ่าย ตอนชานยอลมาถึง แล้วค่อยไปเดินเล่น”


“ก็ได้ครับ..”






แจมินตื่นขึ้นมาอีกทีแดดก็เริ่มจางหายไปแล้ว เขาชะโงกศีรษะออกไปทางหน้าต่างบนใหญ่ภายในห้องนอนของตนเอง มองเหล่าข้าหลวงที่ควบม้าเข้ามายังบริเวณหน้าประตูปราสาท คนตัวเล็กลุกเดินออกจากห้องนอนแล้วเดินไปตามบริเวณโถงทางเดิน มือเล็กแตะลงบนพนักปราสาทที่เย็นเฉียบลากผ่านมันไปเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สวนดอกไม้ที่อยู่ในปราสาท ในบริเวณใกล้ๆ กันนั้นมีเปียโนสีดำสนิทหลังใหญ่ตั้งอยู่ในดงต้นดอกไม้นานาชนิด


ที่นี่มักจะเป็นที่ที่แจมินชอบมานั่งพักผ่อน เขาใช้เวลาอยู่กับเปียโนและสวนดอกไม้นี่ตลอดเวลาที่อยู่แต่ในปราสาทไม่ออกไปไหน เปียโนที่เขาเอาแต่จ้องมองมันเฉยๆ มาตลอดหลายปี นับตั้งแต่วันที่มินฮยอนจากไป


แจมินเลือกที่จะเดินผ่านสวนดอกไม้ แล้วเดินออกไปยังประตูหลังปราสาท เพื่อตรงไปยังทุ่งหญ้าโล่งๆ ที่อยู่ตรงนั้นแทน เพราะเมื่อกี้เขาเห็นว่าอากาศกำลังดี ถ้าได้มาเล่นตากลมตรงนี้สักพักคงทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้แน่ๆ คนตัวเล็กเดินขึ้นไปยังเนินหญ้า แจมินเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ก่อนจะทรุดตัวลงไปยังที่เหมาะๆ บนพื้นหญ้านุ่มๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีท่าทางน่ากลัว อะไรๆ ที่นี่มันก็ดูน่ากลัวไปหมดแหละ ถ้าไม่ติดว่าโตที่นี่ เขาก็คงจะกลัวเหมือนกัน


ดวงตากลมโตมองต้นไม้ที ฟ้าที สลับกันไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายแล้วแจมินก็ทิ้งตัวนอนลงบนหญ้าอย่างที่ชอบทำ ลมเย็นๆ ทำให้แจมินรู้สึกสบายใจ ที่นี่สิ คือที่ของเขา มุมปากบางกระตุกยิ้มขึ้นอย่างชอบใจ อย่างที่เขาว่ากัน ไม่มีที่ในสุขใจเท่าบ้านเราอีกแล้ว เขาไม่ต้องคอยกังวลสายตาคนอื่น ไม่ต้องคอยระวังตัวว่าจะมีใครเข้ามาทำร้าย เขาสามารถเป็น นา แจมิน อย่างที่อยากเป็นได้




“คุณแจม มาทำอะไรตรงนี้ครับ” แวมไพร์รุ่นพ่อหากแต่ยังคงมีใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับว่าอีกฝ่ายแก่กว่าแจมินเพียงแค่ไม่กี่ปีเดินเข้ามาใกล้องค์ชายของตน เพราะสนิทกันมาก ชานยอลถึงได้รู้ว่าแจมินชอบมานั่งเล่นที่ทุ่งหญ้าตรงนี้เป็นอันดับสองรองจากสวนดอกไม้กลางปราสาท


“อ่า..ชานยอล” แจมินผงกศีรษะขึ้นมององค์รักษ์ของแม่ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนราบบนพื้นหญ้าเหมือนเดิม คนตัวเล็กหลับตาลงอีกครั้งพร้อมกับพึมพำเสียงเบาออกมาอย่างเหงาหงอย


“เงียบไปหมดเลย”


“หืม? ปกติมันก็เงียบแบบนี้นะครับ คุณแจมินชอบไม่ใช่หรอ” ชานยอลทิ้งตัวนั่งลงข้างองค์ชาย โดยไม่ลืมที่จะทิ้งระยะห่างระหว่างกันไว้ให้อีกฝ่ายด้วยตามฐานะ


ชานยอลรู้ดีว่าแจมินรักความสงบ องค์ชายตัวน้อยได้นิสัยแม่มาเต็มๆ เพราะเวลาว่าง จงแดก็มักจะชอบไปนั่งเล่นอยู่ในสวนดอกไม้เหมือนกัน นั่นเป็นเหตุผลให้ปราสาทฝั่งเหนือมีแต่สวนดอกไม้เต็มไปหมด ไม่ว่าจะสวนหน้าวังเอย สวนกลางวังเอย ซึ่งพอมาคิดดูแล้วมันก็ดูขัดกับนิสัยเจ้าของปราสาทไม่น้อย แต่ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อ สวนดอกไม้ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของเจ้าของปราสาทล้วนๆ นี่อีกหน่อย ถ้าเรื่องยุ่งๆ ทั้งหมดสามารถเคลียร์ได้ ทุ่งหญ้าตรงนี้ก็คงจะมีสวนดอกไม้เล็กๆ ผุดขึ้นมาอีกเป็นแน่


“ตอนนี้ผมไม่ค่อยสนิทกับความเงียบเท่าไหร่” แวมไพร์อายุหลายพันปีหัวเราะหึหึในลำคอด้วยความชอบใจ ดีแล้วที่ท่านคริสยอมให้คุณแจมินไปใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นที่โรงเรียนบ้าง เพราะตอนแรกตนก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าคุณแจมินจะสนิทกับความเงียบตลอดไป และนั่นมันคงไม่ดีแน่

“อย่างนั้นหรอครับ ถ้างั้นอย่ากลับไปคบกันมันอีกนะ ความเงียบน่ะ”


“การใช้ชีวิตอยู่กับความเงียบน่ะ มันทำยังไงนะ ผมลืมไปหมดแล้วล่ะ” แจมินพูดออกมาเสียงเบา ไม่คิดเลยว่าการได้กลับมาอยู่ปราสาทเงียบๆ แบบนี้จะทำให้เขารู้สึก..เหงา เขาค่อนข้างมั่นใจว่าตลอดหลายปีที่เขาอยู่ที่นี่ เขาไม่เคยเหงา..ไม่สิ อย่างน้อยเขาก็ไม่รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเหมือนตอนนี้


คิดถึงเสียงโวยวายของพี่มาร์ค เสียงบ่นของพี่เตนล์ในยามที่พี่มาร์คโวยวายเสียงดัง เสียงนินทาของเหล่าแวมไพร์ที่ไม่ชอบใจเขา หรือแม้แต่..




‘น้องแจม’





น้ำเสียงอบอุ่นที่คอยเรียกชื่อเขา ของใครคนนั้น..






----------------------------------------

น้องแจมมาละเด้อ 

คุณเจโน่เขาดีขึ้นแล้วน๊า เห็นเปล่าา 

เค้าเอาแท็กมาให้แล้ว จะมีใครเจิมให้รึเปล่า อิอิ

#ฟิคหนีโน่มิน




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 170 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #567 kopai0901 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 22:00
    มันหดหู่มากจริงๆนะกับการที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียวแบบเมื่อก่อนก็ได้แค่พูดกับตัวเองว่าไม่เป็นไร ชินแล้วหนิ ก็แค่ต้องกลับไปอยู่คนเดียวเอง
    #567
    0
  2. #516 hiphophop (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 01:13
    ขำตรงที่จุนมยอนต้องหยุดร้องไห้แล้วมาปลอบม้าคที่ร้องไห้แทน5555555
    หึ่ย ใครทำน้องเป็นแบบนี้ จับให้ได้ ไวๆ
    #516
    0
  3. #418 puchan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:36
    เจโน่ดีมากลูก

    คริสยอมให้กัดเลยเถอะ เรากลัวน้องแจมเป็นอันตรายจัง มีคนแอบมองแบบนี้
    #418
    0
  4. #331 JutamasPromyota (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 23:23
    อิพี่คริสคะ ยอมลูกเขยเถอะ อยากเห็นเขาได้กัน เอ๊ะ เราพิมพ์อ
    #331
    1
    • #331-1 JutamasPromyota(จากตอนที่ 13)
      22 กรกฎาคม 2561 / 23:23
      *เราพิมพ์อะไรลงไป
      #331-1
  5. #330 Pattho (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 01:37
    หูยย พิโน่เขินน้องแจมมมมมม กี๊ดๆๆๆ มันเขิน มันไม่ไหว มันดจีย์!
    #330
    0
  6. #329 wareeandsoul (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 22:25

    กรี้ดๆๆๆๆๆ ดีใจค่ะ ได้อ่านแล้วฮือ ตอนนี้น่ารักม๊ากกกฟ้กาดวเง ฮือ เขินเลย จากฟิคดราม่าพระนายเมินกันตล๊อดดด แต่ตอนนี้กลายเป็นฟิคหวานๆ แบบคนอ่านหมั่นไส้มากๆ ฮึ่ย แอบกลัวด้วยค่ะ มีใครแอบมองน้องอยู่เนี่ย อยากให้เจโน่มาหาน้องแล้วค่ะ มาปกป้องคู่หมั้นเทอเร๊วววว รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ ;)

    #329
    0
  7. #328 by.tong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 21:17
    พิโน่กะคือแวมไพร์ที่อบอุ่นที่สุดในโลกแล้วววววววว ฮือ ใจอ่อนยวบยิ่งกว่าน้องแจมแล้ววววววว ชอบคู่พี่มาร์คกับพี่แจฮยอนด้วยค่ะ กุ๊กกิ๊กดี 5555555555
    #328
    0
  8. #327 Lookpeach30 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 17:06
    เจโน่ววววโว้ยยย ไม่ไหวแล้วว
    #327
    0
  9. #326 fujikozung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 15:07

    แหม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆห่างกันแค่แป๊ปเดียวก็คิดถึงเจโน่ซะแล้วหรอน้องแจม เจโน่ไปทำธุระก่อนเด๊ยวก็มาหา แต่เจโน่พอไม่เก๊กเข้าหาน้องแจมแล้วคือหลุดมากกก หมดลุคเจโน่คนขรึมไปหมด คนที่น้องแจมเห็นในป่าคือคนที่ทำให้น้องเป็นแบบนี้ใช่ม่ะ

    #326
    0
  10. #325 Lookmeemona (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 12:44
    งื้ออออ กลับมาแล้วววว พี่โน่รีบมาหาน้องแจมน้าาาา
    #325
    0
  11. #324 yorina (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 09:43
    พิโน่รีบมาหาน้องเเจมเร็วๆน้าาาา
    #324
    0
  12. #323 Mochi. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 09:25
    คุณเจโน่โหมดอ่อนโยนนี่แพ้เลยยยย ชอบความหวงลูกกับน้องของคริสกับแทยง
    #323
    0
  13. #321 bunnyybenz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 08:46
    มันจะหวานก็ไม่สุด5555 พี่โน่รีบมาหาน้องแจมน้าา
    #321
    0
  14. #320 Chez-moi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 08:08
    ฮืออออ เป็นห่วงน้องแจมค่ะ ระวังตัวด้วยนะคะ คุณเจโน่ตามมาหาน้องแจมไวๆนะคะ น้องเหงาแล้ว
    #320
    0
  15. #319 bunnyxfox (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 07:53
    โอ้ยยยย เขินคุณเจโน่ ฮือออ TwT นี่ไม่ใช่น้องแจมยังเขินเลย แง่งง แล้วน้องแจมนี่ก็ดูเป็นห่วงคุณคู่หมั้นมากๆ มีคิดถงคิดถึง ฮือ พี่จะไม่ไหวแล้วว TT แต่เป็นห่วงน้องแจม ตอนแรกคิดว่าจะมีอะไรไม่ดีในสวนบ้านน้องละ ระแวง 55555 คิดถึงฟิคมากๆค่ะคุณไรท์เตอร์ แงงง อยากอ่านบ่อยๆอีกจังเลย ฮือ สู้ๆนะคะ ให้กำลังใจอยู่น้า
    #319
    0
  16. #318 sunflower.jm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 06:57
    น่ารักกกกกกกก งือ >////< พี่โน่รีบตามน้องมานะ อย่าให้น้องเป็นอะไรนะ
    #318
    0
  17. #317 PENNY (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 03:00
    พี่โน่รีบตามมานะ
    #317
    0
  18. #316 Dy_bydx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 02:54
    พี่โน่กับน้องแจมน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ ฉากที่อยู่ในห้องอาหารเขินมากกกกก ตอนน้องแจมกลับวังกลัวมากว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฮือออ แล้วทำไมกบฏถึงเข้ามาในโลกของแวมไพร์ได้นะ เจโน่รีบกลับมาหาน้องแจมได้แล้ววววว
    #316
    0
  19. #315 Palmy_19 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 02:54
    จะหวานกันได้ยัง รออยู่ 55555
    #315
    0