(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 12 : ELEVEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    16 มิ.ย. 61







11

มีความสุข?





ดวงตากลมโตซุกซนของนาแจมินจ้องมองเสี้ยวหน้าแดงก่ำของมาร์คที่นั่งอยู่บนพื้นสนามหญ้า สลับกับเลื่อนสายตามองไปรอบๆ บรรดาแวมไพร์ทั้งหลายยืนมองพวกเขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแวมไพร์ที่เป็นญาติๆ ของเขาที่มองมาตรงเขาด้วยท่าทางสนุกสนาน หรือแวมไพร์ชนชั้นธรรมดาที่มองมาด้วยสายตาเอือมปนไม่ชอบใจ



รวมถึงจองแจฮยอนที่กำลังเดินมาทางพวกเขาด้วย



“พี่มาร์ค..” แจมินก้มหน้าลงเพื่อหวังจะเรียกรุ่นพี่ หากแต่คนแกล้งต้องชะงักเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาคู่สวย คิ้วเรียวเริ่มขมวดอย่างเป็นกังวลและคิดทบทวนอยู่หลายครั้ง ว่าตนได้แกล้งมาร์คแรงไปรึเปล่า


“หยุดเรียกฉันแบบนั้นเลยนะนาแจมิน” มาร์คลีลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีไปทางอื่นในจังหวะที่แจฮยอนเดินมาถึงพวกเขาพอดี แวมไพร์หนุ่มจ้องมองหน้าซีดเผือดของว่าที่น้องสะใภ้ ก่อนจะแย้มยิ้มและยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กมนุษย์ตัวน้อยเพื่อปลอบประโลม นาแจมินเตรียมจะร้องไห้ตามมาร์คลีไปอีกคนแล้ว แล้วถ้าน้องชายตัวดีเขามาเห็นแจมินร้องไห้ เกิดมันหัวร้อนแล้วงี่เง่าไปลงที่มาร์คขึ้นมาเรื่องมันจะวุ่นวายอีก


“ขอบคุณนะน้องแจม” แจมินพยักหน้าหงึกหงักเมื่อเห็นท่าทางของแจฮยอน แม้ไม่ต้องพูดอะไร เขาก็เข้าใจว่าแวมไพร์สุดหล่อกำลังจะบอกเขาว่า ไม่ต้องเป็นห่วง


“ดีมาก” แจฮยอนยิ้มอย่างใจดี แล้วเดินตามหลังมาร์คที่เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกลด้วยท่าทางชิวๆ อย่างสบายอารมณ์ผ่านทางหน้าตาและท่าทาง






“มาร์ค ! เฮ้ น้องมาร์ค !”



“อย่าเรียกฉันแบบนั้นนะ !!” ร่างเพรียวของมนุษย์ตัวน้อยที่จองแจฮยอนหมายปองหันมาตวาดลั่นใส่ ถ้าเป็นปกติแจฮยอนก็คงจะโมโหหรอก แต่ตอนนี้เขาอยากจะจับเจ้าตัวเล็กมาไว้ใต้ร่างแล้วให้เรียกเขาว่า พี่แจฮยอน จนกว่าเขาจะพอใจ !


“ทำไมล่ะ น้องมาร์ค น่ารักดีออก” แจฮยอนเดินเข้าใกล้ร่างเจ้าเด็กขี้โวยวายแล้วดึงแขนขาวให้เขยิบเข้ามาใกล้แต่ก็โดนน้องสะบัดออก แต่ช่างน่าสงสาร เพราะเขานั้นมีพละกำลังมากกว่ามาร์คมาก เฮ้อ นี่ยังไม่ได้ใช้พลังแวมไพร์เลยนะเนี่ย


“ฉันไม่ชอบ”


“พี่บอกให้พูดเพราะๆ ไง” แจฮยอนขมวดคิ้วฉับ นั่นทำให้มาร์คเงียบแทบจะทันที จะบอกว่าเขาขี้ขลาดก็ได้ แต่เห็นแจฮยอนชอบยิ้มแบบนี้ มาร์คยังรู้สึกว่ายังมีความน่ากลัวแฝงออกมาจากรอยยิ้มนั่นเลยด้วยซ้ำ


“พี่หล่อขนาดไหนกันนะ ไหนน้องมาร์คช่วยบอกพี่แจฮยอนที” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของแจฮยอนทำให้หัวใจของมาร์คสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง นี่ยังไม่นับใบหน้าหล่อที่เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ



“..พูดอะไรน่ะ..ครับ” ชิท ! ทำไมเสียงเขาสั่นวะ


“ที่ตะโกนที่สนามเมื่อกี้ไง”


“อ่ะ..เอ่อคือ..นั่นมัน..นายก็รู้ว่าฉันทำไปเพราะแจมินสั่ง” มาร์คขมวดคิ้ว โมโหตัวเองเป็นบ้า ทำไมลิ้นเขาพันกันจนพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้วะ ไม่ได้ดั่งใจเลย แล้วกับอีแค่หน้าหล่อๆ ของแจฮยอน ทำไมไม่กล้ามองวะ


“เฮ้ น้องมาร์ค พี่ไม่หล่อจริงๆ หรอครับ?” ใบหน้าหล่อเหลายื่นหน้าเข้าใกล้จนมาร์คต้องย่นคอหนี แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อ พอๆ กับที่หัวใจทำงานหนักจนแวมไพร์หนุ่มท่ีได้ยินเสียงหัวใจชัดแจ๋วของมาร์คต้องกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ


“เออๆ หล่อ..อื้ม !!” มาร์คลีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ริมฝีปากเย็นชืดที่ประกบลงมาบนริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะขืนตัวทัน


“ทำบ้าอะไรวะ..อื้อ ! ..อึก..” เด็กมนุษย์ผู้เสียเปรียบแวมไพร์ผู้แข็งแกร่งพยายามเบือนหน้าหนี แต่เพียงแค่ผละปากออกมาด่าแวมไพร์หนุ่มได้แค่แป๊ปเดียว ริมฝีปากเย็นชืดก็ตามมาประกบอีกครั้ง วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างเขาไว้แทบจะทั้งตัว เรียวลิ้นเย็นชืดที่หยอกล้อกับมาร์คลีเสียจนรู้สึกหูอื้อตาลายไปหมด จนยินยอมให้แจฮยอนได้ทำตามอำเภอใจ


“พี่บอกแล้วไงว่าให้พูดเพราะๆ ว่าแต่..พี่หล่อไหมครับน้องมาร์ค” แวมไพร์ตัวสูงประคองร่างปวกเปียกของมาร์คเอาไว้ในอ้อมแขน คนตัวเล็กกว่าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากันแล้วต่อว่าเขาอย่างเคย มาร์คเพียงแค่ยืนก้มหน้างุดอยู่ตรงหน้าเขาก็เท่านั้น


“…”


“ว่าไงครับ” แจฮยอนแตะนิ้วลงบนแก้มสีแดงระเรื่อของมาร์คลีด้วยความเอ็นดู เขาพยายามที่จะเชยคางของเด็กมนุษย์ตัวน้อยให้เงยหน้าขึ้นสบตากัน แต่เจ้าเด็กดื้อก็ยังคงเอาแต่ก้มหน้าอยู่แบบนั้น ให้ตายสิ ไม่คิดเลยว่าผู้ชายสุดแสนจะเป็นสุภาพบุรุษอย่างเขาจะกลายเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้จนตัวเองยังแปลกใจ


“ห..หล่อ..ครับ”


ฮืออ มาร์คลีได้ตายอย่างสงบแล้วครับ


แจฮยอนยิ้มจนตาหยี ดูเหมือนคำตอบที่เขาตามหาจะใกล้ชัดเจนขึ้นทุกทีแล้วสิ


.

.



“แจฮยอนโคตรอารมณ์ดี” ฝาแฝดรีบเดินเข้ามาสมทบแทนแจฮยอนที่เดินออกไปแล้ว ใบหน้าน่ารักของแวมไพร์ฝาแฝดนั้นก็ดูอารมณ์ดีไม่แพ้กัน วันนี้พวกเขาได้ดูอะไรสนุกๆ อย่างที่แจมินว่า จนเต็มอิ่ม วินวินเป็นคนแรกที่สังเกตท่าทางของแจมิน มือขาวซีดแตะลงบนแก้มของลูกพี่ลูกน้องของตนเองเบาๆ


“ไม่ต้องกังวลหรอก มาร์คเนี่ยนะจะกล้าโกรธนาย”


“คงจะแค่เขินเท่านั้นแหละ” คุนเองก็ช่วยปลอบใจบ้าง แจมินมองรอยยิ้มของฝาแฝดก่อนจะพยักหน้าตอบด้วยท่าทางหงอยๆ ทำให้วินวินคว้าหมับเข้าที่มือของลูกพี่ลูกน้องแล้วพาวิ่งออกไปแทบจะทันที


“เหวอ..จะไปไหนครับ” คนโดนลากร้องด้วยความตกใจ ถึงวินวินจะดูโปร่งบาง แต่มนุษย์อย่างเขาสู้แรงแวมไพร์แอนเนอร์จี้เยอะอย่างวินวินไม่ไหวหรอก ร่างผอมของแจมินจึงปลิวติดมือเย็นเฉียบของญาติผู้พี่ไปโดยง่าย


“นี่รู้รึเปล่าว่าควีนกับคิงเพิ่งมาถึงเมื่อกี้” แจมินตาโตแทบจะทันทีที่ได้ยินวินวินพูด จากแจมินที่วิ่งตามหลังญาติแวมไพร์มา ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายวิ่งนำแทน ฝาแฝดหันหน้ามายิ้มให้กัน ก่อนจะรีบพาแจมินหายตัวไป เพื่อที่น้องเล็กของพวกเขาจะได้พบพ่อกับแม่ของตนเองไวๆ




“ท่านพ่อ ท่านแม่ !” คนตัวเล็กร้องออกมาด้วยความยินดี แล้วโพล่งวิ่งเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่ ร่างเล็กโผเข้ากอดพ่อเป็นคนแรกก่อนแล้วหันมาหอมแก้มคนเป็นแม่ ทั้งๆ ที่วงแขนเล็กๆ กับตัวบางๆ ยังจมอยู่กับอกของแวมไพร์ที่น่ากลัวที่สุดในโลก โดยไม่ทันสังเกตว่าราชาผู้ยิ่งใหญ่กำลังคุยกับใครอยู่ หรือแม้แต่จะสังเกตว่ามีใครนั่งอยู่ในห้องโถงบ้าง


ฝาแฝดที่ไม่ค่อยเห็นภาพตรงหน้าแอบทำหน้าสยอง ถ้าไม่นับควีน ก็คงมีนาแจมินคนเดียวนั่นแหละที่กล้าพุ่งเข้ามากอดราชาผู้ยิ่งใหญ่กับควีนของท่านแบบนี้ อีกทั้งยังไม่สนใจสีหน้าเคร่งขรึมของคริสด้วยซ้ำ นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนกระซวกตั้งแต่ยังไม่ทันได้แตะตัวแล้ว แต่นี้คือนาแจมิน นอกจากจะไม่ได้ทำอะไรแล้ว ยังโดนกอดกลับเสียจมอกอีกต่างหาก


“คิดถึง” ภาพลูกชายคนเล็กที่ยิ้มจนตาหยีนั้นทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกดีใจเสียจนอดยิ้มตามไม่ได้ แม้แต่คนหน้านิ่งอย่างคริสยังต้องยิ้ม มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กๆ ของลูกชายไปมาด้วยความรัก พลางสบตากับคนรักที่เริ่มมีน้ำตาคลอขึ้นมาหน่อยๆ



พวกเขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ให้แจมินมาอยู่ที่นี่


“แม่ก็คิดถึงน้องแจมนะ” จงแดดีใจเสียจนกลั้นน้ำตาแทบไม่ไหว มือขาวบีบแก้มยุ้ยของลูกชายเบาๆ ด้วยความหมันเขี้ยว วันนี้แจมินของพวกเขาดูอารมณ์ดีกว่าตอนที่เจอกันครั้งล่าสุดเสียอีก


“อะแฮ่ม ! เรามาคุยกันต่อไหม” เสียงกระแอ้มของผู้นำบ้านจางทำเอาฝาแฝดสะดุ้ง ทั้งสองหันมองหน้ากันก่อนจะค่อยๆ พากันเดินหลบฉากออกไป ทิ้งแจมินไว้กับผู้นำบ้านอู๋กับบ้านจางให้อยู่กันภายในห้องโถง ส่วนตัวเองก็รีบเผ่นขึ้นไปบนห้อง เพราะความขนลุกกับอำนาจที่แผ่ออกมาจากผู้นำทั้งสอง


“เอ่อ..ขอโทษที่น้องแจมเข้ามาขัดจังหวะนะครับ” คนตัวเล็กหุบยิ้มฉับเมื่อหันไปเห็นหน้านิ่งๆ ของอี เจโน่ ที่นั่งถัดจากผู้นำตระกูลจาง และภาพรอยยิ้มที่หายไปแทบจะทันทีที่ได้สบตากันนั้นอยู่ในสายตาของเจโน่ทั้งหมด แวมไพร์หนุ่มพ่นเสียง เหอะ ออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด ทำให้คริสที่มองอยู่ขมวดคิ้วแทบจะทันที


“เอ้า พ่อตากับลูกเขย อย่าเพิ่งตีกัน” อี้ชิงหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางของคริสกับลูกชายตัวเอง บอกตรงๆ ว่าค่อนข้างพอใจกับปฏิกิริยาของลูกชายคนเล็กเวลาเจอกับคริสจริงๆ ถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะกลัวจนหัวหดไปแล้ว แต่เจโน่นี่นอกจากจะไม่กลัวแล้ว ยังทำคอตั้งใส่เขาอีก ก็เข้าใจนะว่าอยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ แต่เข้าถ้ำซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ก็ไม่รู้เขาจะยกให้รึเปล่า


“….” พอจบประโยคของอี้ชิง บรรยากาศในห้องก็เหมือนจะมาคุมากกว่าเดิมจนแจมินต้องจับแขนพ่อเอาไว้แน่น เพราะกลัวว่าเกินพ่อเขาฟิวส์ขาดขึ้นมาจะเกิดเรื่องเอาได้ แม้จะไม่แน่ใจว่าพ่อเขาจะพุ่งเข้าไปกระซวกจางคนพ่อหรือจางคนลูกกันแน่


“น้องแจม วันนี้พ่อมาคุยกันเรื่องงานหมั้นของพวกเรา” เจ้าของชื่อทำตาโต แจมินไม่รู้ว่าเขาควรจะช็อคที่อยู่ดีๆ มีพ่อเพิ่มขึ้นมาอีกคน หรือเรื่องงานหมั้นกันแน่ ว่าไป มันก็เรื่องเดียวกันไม่ใช่หรอวะ?


“อะไรนะครับ?”


“อ่อ พ่อหมายถึงงานหมั้นของเรากับแจฮยอนน่ะ”


“ท่านพ่อ !!” อี้ชิงถึงกับยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะเจ้าลูกชายตัวดีที่โวยวายออกมาเสียงดัง กับว่าที่ลูกสะใภ้ของตนที่ทำตาปริบๆ เมื่อเห็นเจโน่หลุดมาด แจมินเป็นเด็กฉลาด แก้มขาวๆ ที่ขึ้นสีระเรื่อนั่นทำให้อี้ชิงรู้สึกพอใจไม่น้อย คงจะเข้าใจแล้วสิ ว่าเจโน่ก็อยากหมั้นกับตัวเองเหมือนกัน


“หมั้นกับแจฮยอนก็ดีเหมือนกันนะ ลูกคนเล็กจะหมั้นก่อนพี่ชายได้ยังไง” จุนมยอนพึมพำออกมาด้วยท่าทางจริงจัง ก่อนจะหันหน้าไปหาน้องชายต่างแม่ของตนเอง “จงแด นายว่าไง ถ้าจะเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าว”


“นั่นสินะ..” จงแดยิ้มขำบ้าง ส่วนเจโน่ทำหน้าหงิกกว่าเดิมเมื่อเห็นทุกคนรุมแกล้งตัวเอง ส่วนคนที่สะใจที่สุดก็คงจะเป็นพ่อแม่ของเจ้าตัวนั่นแหละ ปากแข็งดีนัก ต้องเจอไม้นี้


“เอ่อ..ผมว่าอย่าเลยครับ ถ้าทำแบบนั้นแจฮยอนต้องเสียใจแน่เลย เพราะตอนนี้แจฮยอนชอบ...”


“หืม? ชอบใคร?” จุนมยอนเลิกคิ้วขึ้นสูง และเข้าสู่โหมดจริงจังโดยแท้จริง ส่วนคนหลุดปากพูดออกไปอย่างแจมินถึงกับน้ำลายฟูมปาก หันไปมองคนนั้นทีีคนนี้ทีเพื่อขอความช่วยเหลือ


“ช่างเรื่องของแจฮยอนก่อนเถอะครับ” คนตัวเล็กลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เจโน่เข้ามาช่วย เขาเพิ่งสังเกตว่าเจโน่นั้นพูดเพราะกับแค่แม่ของตนเท่านั้น ปกติเห็นมีแต่คนกลัวพ่อ แต่บ้านนี้ท่าทางจะกลัวแม่กันมากกว่า ส่วนบ้านเขา..น่ากลัวทั้งพ่อทั้งแทยงนั่นแหละ พอนึกคนเป็นพี่ ร่างของพี่ชายก็โผล่เข้ามาในห้อง แล้วเดินเร็วๆ มานั่งข้างกัน ทำเอาแจมินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของพี่ชายที่อยู่ใกล้ๆ


“ครั้งนี้ผมขอมีส่วนรู้เห็นด้วย”


“เสียมารยาทหน่าแทยง” ร่างของควีนที่นั่งอยู่ข้างราชาผู้ยิ่งใหญ่ทำหน้าบึ้งทันทีที่เห็นลูกชายคนโตเดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่เกรงใจใคร ถ้าที่ตรงนี้มีแค่พวกเขา จงแดก็ไม่อยากจะว่าหรอก แต่ตรงนี้มีผู้ใหญ่อยู่อีกตั้ง 2  จะสนิทกันก็ไม่ควรทำแบบนี้ ถึงเขาจะรู้ว่าทีี่ลูกชายทำเพราะจงใจจะกวนประสาทคริสที่เป็นพ่อ กับเจโน่ที่เป็นว่าที่น้องเขยก็ตามที


“ไม่เป็นไรหรอก โอเค มาเริ่มเข้าเรื่องกันได้แล้ว” อี้ชิงยิ้มอย่างใจดี ส่วนจุนมยอนเองก็เลิกคิ้วมองท่าทางอวดดีของแทยง แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร เพราะรู้จักนิสัยกันดีอยู่แล้ว


“แทยง นั่งดีๆ” จงแดหันมาดุลูกชายคนโตอีกครั้ง ไม่ทันไรก็วางท่าจะตีกับว่าที่น้องเขยแล้ว งานนี้ถ้าแต่งกันจริงๆ ทั้งเขาและแจมินคงเวียนหัวกันน่าดู เพราะต้องคอยห้ามไม่ให้สามีกับลูกชายคนโตไปตีกับลูกเขยคนใหม่ของบ้าน แจมินก็คงจะลำบากใจ นี่ก็พ่อ นั่นก็พี่ โน่นก็สามี เฮ้อ..


“เราจะจัดงานหมั้นในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้” คริสพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอๆ กับหน้าตาของตนเอง



อ่อ สุดสัปดาห์นี้?


ก็วันมะรืนนี้ไม่ใช่หรอ?!



ตอนแรกเด็กๆ ก็พยักหน้าเข้าใจกันอยู่หรอก แต่ไม่นานก็เหมือนจะพากันสตั๊นท์ ร้องเสียงดังลั่นแล้วอ้าปากค้าง นั่นทำให้คริสต้องเบะปาก ผิดกับผู้ใหญ่คนอื่นๆ ที่พากันอมยิ้ม


“ห๊ะ !!” สองคนที่ต้องหมั้นกับหนึ่งพี่ชายต่างพากันร้องเสียงหลง ดวงตาทั้ง 3 คู่เบิกกว้างด้วยความตกใจ แล้วมองหน้าผู้ใหญ่คนนั้นที คนนี้ที ปากก็หุบๆ อ้าๆ เหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็พูดไม่ออก จนจุนมยอนถึงกับต้องหัวเราะออกมาอย่างน่าเกลียดเพราะทนไม่ไหวกับท่าทางเด๋อๆ ของเด็กหนุ่มทั้ง 3 ส่วนคริสที่เป็นคนแจ้งข่าวถึงกับต้องกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความรำคาญใจกับความทำตาโตน่าเกลียดของพวกเด็กๆ ..เอ่อ ยกเว้นลูกชายคนเล็กคนนึงแล้วกัน ที่พอทำตาโตแล้วน่ารักจนน่าจับฟัดเหมือนแม่ไม่มีผิด


“แกก็ไม่รู้เหมือนกันหรอวะ” แทยงหันไปถามว่าที่น้องเขยด้วยท่าทางตื่นๆ พร้อมกับนิ้วสั่นๆ ที่ยกขึ้นชี้หน้าเจโน่ไปด้วย ในใจรู้สึกรับไม่ได้อย่างแรงที่น้องชายสุดที่รักจะต้องมีคู่ครองเป็นตัวเป็นตนแล้ว แถมยังเป็นไอ้ขี้เก๊กอีเจโน่อีกต่างหาก ไม่อยากจะยกให้ แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของพ่อแล้ว ก็พอจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้


“ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้” เจโน่พึมพำออกไปเสียงเบาเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าตอบคำถามของแทยง


“เร็วไปรึ? ช้าไปด้วยซ้ำ” ท่าทางมีอำนาจกับน้ำเสียงทรงพลังทำเอาเจโน่ชะงัก เขาค้อมศีรษะให้กับราชาผู้ยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการไถ่โทษ เพราะพอจะเข้าใจสาเหตุที่คริสเร่งเร้าให้จัดงานหมั้นให้เร็วที่สุด


“แต่ท่านพ่อ มันแค่วันมะรืนนี้เอง มันเร็วเกินไป..”


“ทางพ่อจัดเตรียมงานทั้งหมดเสร็จแล้ว เหลือก็แค่ให้พวกลูกๆ ไปลองชุดกันก็แค่นั้น” คริสไม่สนใจเสียงเล็กที่เอ่ยขัด ราชาผู้ยิ่งใหญ่ยังคงยืนยันคำเดิม นั่นทำให้แจมินทำหน้าหมอง


“แต่..”


“แจมิน ออกไปข้างนอกก่อนได้ไหม” เจโน่ที่นั่งครุ่นคิดอยู่นานจ้องหน้าว่าที่คู่หมั้นของตนเองอย่างกดดัน ก่อนที่สายตาต่อมาจะกลายเป็นการเว้าวอนแทน นั่นทำให้แจมินรู้สึกสับสนไม่น้อย


“หือ?”


“ป่ะ แจมิน ออกไปเดินเล่นกับแม่กันดีกว่า” จงแดรีบเดินเข้ามาดึงแขนลูกชายคนเล็กให้ลุกขึ้นยื่นเมื่อเห็นบรรยากาศที่เริ่มกดดันขึ้นมา เจโน่คงอยากจะคุยอะไรกับคริสเป็นการส่วนตัว


“ผมรู้เหตุผลที่ทำให้ต้องรีบจัดงานหมั้นแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกคุณจะยังไม่ยอมรับผม แต่ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าผมสามารถรักและดูแลแจมินได้ครับ ผมจะทำให้ท่านคริสและท่านแทยงยอมรับผมให้ได้ เพราะฉะนั้นได้โปรดให้โอกาสผมให้ดูแลนาแจมินด้วยเถอะครับ”


“เหอะ แค่นี้ยังพูดให้น้องฉันฟังไม่ได้เลย แล้วฉันจะไว้ใจอะไรนายได้” แทยงกอดอก จ้องมองว่าที่น้องเขยด้วยท่าทางดูแคลน แทยงยอมรับว่าเด็กเจโน่ไม่ใช่เด็กที่เลวร้ายอะไร เขาเองก็เคยเห็นน้องมาตั้งแต่เล็ก ตลอดเวลาที่เจโน่อยู่กับแจมิน เจ้าเด็กนี่ก็สามารถดูแลน้องชายเขาได้อย่างที่ปากพูด เพียงแต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่อยากจะทำใจเชื่อเท่าไหร่ ว่ามันจะสามารถดูแลน้องเขาได้จริงๆ


“แทยง” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นอย่างกดดัน แทยงชะงักกึก หัวขวับมองหน้าพ่อทันทีด้วยความไม่พอใจ


“ทำไมครั้งนี้ท่านพ่อปกป้องมัน” ลูกชายคนโตหันมองพ่อตาเขียวเมื่อโดนดุ คริสไม่แม้แต่จะสนใจท่าทางดื้อรั้นของลูกชาย ร่างสูงทรงอำนาจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะจ้องมองว่าที่ลูกเขยด้วยท่าทางกดดัน ชนิดที่แผ่ความกดดันเผื่อบุคคลที่อยู่ภายในห้องด้วยเสียงจนพากันขนลุก แม้แต่แทยงเองก็ยังต้องนั่งเงียบ


“ครั้งนี้ฉันจะเชื่อนาย แต่ถ้านายทำไม่ได้ ฉันจะรับแจมินไปดูแล และฆ่านายซะ”


“เฮ้ๆ นายลืมไปรึเปล่าว่าเจ้าเด็กโง่นี่เป็นลูกชายฉันนะอี้ฟาน” อี้ชิงพูดด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับจุนมยอนที่ทำท่าสยอง ถ้าเขาไม่อยากเสียลูกชายไปอีกหนึ่งคน เขาคงต้องสั่งสอนเจ้าเด็กโง่นี่ให้หัดปาดตรงกับใจได้แล้ว ไม่งั้นลูกชายเขาคงจะเป็นแวมไพร์ที่อายุสั้นที่สุดในโลก


“ตกลงครับ ท่านสามารถฆ่าผมได้เลย ถ้าผมไม่สามารถทำให้แจมินมีความสุขได้” เจโน่ตอบรับด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ไม่แพ้ดวงตาของตนเอง อี้ชิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภูมิใจในตัวลูกชายคนเล็กที่มีความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับราชาของเหล่าแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ตัวอี้ชิงเองยังไม่กล้าทำ

หึ..อยากได้ลูกเสือก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับพ่อเสือ ทำถูกแล้วไอ้ลูกชาย ดูจากแววตาของคริสแล้วก็คงจะพอใจไม่น้อยกับท่าทางอวดดีแบบนี้


ขอแค่อย่าทำพลาดอีกครั้งแล้วกัน..





ร่างผอมบางของควีนของเหล่าแวมไพร์กับลูกชายคนเล็กที่สูงเลยคนเป็นแม่เพียงไม่กี่เซนเดินออกมาจากปราสาทส่วนตัว และพากันเดินออกตรงไปยังส่วนท่ีอยู่ห่างออกไปจากตัวปราสาทโดยมีแม่เขาเป็นคนนำทาง ตลอดทางเดินที่พวกเขาเดินผ่าน ต่างก็มีแวมไพร์หยุดยืนแล้วโค้งทำความเคารพไม่ขาดสาย จนแจมินรู้สึกเก้อเขิน ผิดกับแม่เขาที่คงจะชินแล้ว


“เมื่อก่อนแม่ก็กลัวพวกเขาเหมือนกัน” จงแดยิ้มให้ลูกอย่างอ่อนโยน ในตอนนั้นเขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ได้มาอยู่รวมกับแวมไพร์ ถ้าไม่ได้พวกอี้ชิงคอยดูแล เขาอาจจะไม่ได้มาอยู่ตรงนี้และมีลูกที่น่ารักแบบนี้ก็ได้


“แจมิน แม่อยากให้ลูกมีความสุขนะ” คนตัวผอมชะงักกับใบหน้าที่แสนจะจริงจังของคนเป็นแม่ แจมินทรุดตัวนั่งลงบนโขดหินริมธารน้ำที่ไหลออกมาจากน้ำตกที่อยู่ไม่ไกล ดวงตากลมโตฉายชัดถึงความตื่นเต้นกับภาพที่เห็นตรงหน้า ไม่รู้มาก่อนว่ามีที่แบบนี้ใกล้ๆ โรงเรียนด้วย


“ถ้าพี่อี้ฟานรู้ว่าแม่พาลูกออกมาไกลขนาดนี้ต้องโดนดุแน่ๆ เลย” จงแดพึมพำไปหัวเราะไป ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วมันจะไม่ได้ไกลขนาดนั้น แต่สำหรับอี้ฟาน แค่เดินห่างออกจากเจ้าตัวก็ถือว่าไกลมากแล้ว


“แล้วพวกผมก็คงจะโดนท่านคริสเผาแน่ๆ ถ้าไม่มาตามดูแลพวกท่านทั้งสอง” สองแม่ลูกหันไปมองเสียงผู้มาใหม่ ทำให้เห็นร่างสูงของชานยอลที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง แจมินคลี่ยิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวเข้าไปกอดองครักษ์ส่วนตัวของพ่อที่ตอนนี้กลายเป็นของแม่แล้วด้วยความคิดถึง


“คิดถึงชานยอลจังเลย” เพราะครั้งล่าสุดที่เจอกันนั้นเกิดเรื่องขึ้นมากมาย ทำให้เขาไม่มีเวลาคุยกับชานยอลที่เหมือนเป็นพี่เลี้ยงของตนเลยแม้แต่นิดเดียว รู้ตัวอีกที ทั้งพ่อแม่และชานยอลก็พากันกลับปราสาทฝั่งนู้นไปแล้ว เขานั่งเสียใจตั้งหลายวันแหนะ เชื่อเถอะ


“คุณแจมินจะแต่งงานแล้วนะครับ มากอดผมแบบนี้ได้ยังไง” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ถ้าองครักษ์หนุ่มกับเจ้าชายน้อยก็ยังเอาแต่กอดกันกลม จนคนมองอย่างจงแดยังต้องยิ้มตาม รู้สึกอยากเอากล้องขึ้นมาบันทึกภาพความทรงจำนี้ไว้ แต่ทำไม่ได้ เพราะยังไงถ่ายรูปไปก็คงไม่เห็นชานยอลอยู่ดี


“แค่หมั้นต่างหาก ยังไม่ได้แต่งสักหน่อย” คนตัวเล็กทำงอ แล้วผละออกจากอ้อมแขนแกร่งขององค์รักษ์ เดินกลับไปนั่งที่โขดหินข้างกับคนเป็นแม่ตามเดิมด้วยท่าทางห่อเหี่ยว ไม่เหมือนกับคนที่กำลังจะได้แต่งงานเลยสักนิด


“ท่านแม่ น้องแจมต้องหมั้นจริงๆ หรอ แต่เราไม่ได้รักกัน..”


“แน่ใจหรอว่าไม่ได้รัก?” จงแดเลิกคิ้วขึ้นสูง ถ้าลูกชายเขาไม่ได้รักเจโน่จริงๆ เขาก็ไม่อยากฝืนใจ เขาเคยตกลงกับคริสแล้ว ทางเลือกสุดท้ายคือให้คริสเป็นคนกัดแจมิน แต่ที่มันไม่ใช่ตัวเลือกแรก เพราะถ้าเป็นแบบนั้น แจมินจะไม่สามารถมีคู่ครองได้อีก นั่นคือสิ่งที่เขาเป็นห่วง แต่เชื่อเถอะ เขารู้ สามีเขาอยากทำแบบนั้นแน่ๆ เพราะไม่อยากยกแจมินให้คนอื่น


“เอ่อ..ก็ไม่ได้เกลียด..” น้ำเสียงอ้อมแอ้มกับใบหน้าเขินอายของแจมินทำให้จงแดกับชานยอลสบตากันพร้อมกับหัวเราะออกมาแผ่วๆ


“อะไรครับ?!” ดวงตากลมโตมองไปทางแม่ทีนึง ทางชานยอลทีนึงด้วยท่าทางร้อนรน เพราะทั้งสองเอาแต่สบตากันแล้วอมยิ้ม เขายอมรับก็ได้ว่าเขาร้อนรน ถ้าเกิดแม่เขากับชานยอลคิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมา เขาจะได้แก้ตัวถูกไง


“ขนาดนี้แล้ว ทำไมแค่หมั้นล่ะ ควรจะแต่งเลยรึเปล่า” ชานยอลเป็นคนแรกที่หยุดหัวเราะ เขาเป็นคนเสนอไอเดียออกมาเป็นคนแรก ซึ่งจงแดเองก็พยักหน้าเห็นด้วย


“ผมก็คิดเหมือนกัน หรือต้องไปบอกพี่อี้ฟาน” ใบหน้าน่ารักทำท่าคิดก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมาอีกครั้ง


เดี๋ยว


เฮ้


คุยเรื่องอะไรกัน เขายังนั่งอยู่ตรงนี้นะ


“เอ่อคือ?”


“แล้วคุณแจมินจะเข้าใจเอง”


“เฮ้ ไอ้ยอลรีบพาคุณๆ กลัับทรูริน์ด่วน ก่อนที่ท่านคริสจะพิโรธ” พวกเขาทั้ง 3 หันไปมองมินซอกที่โผล่มาออกมาด้วยท่าทางซีเรียส แวมไพร์องค์รักษ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเป็นคนแรก


“ไม่ใช่ว่าพิโรธแล้วหรอวะ ถึงได้รีบเผ่นมา” ชานยอลแซว ก่อนจะหันไปดึงให้หลานรักคนโปรดลุกขึ้นยืนแล้วจับขึ้นขี่หลัง จงแดเองยืนมองก็ได้แต่หัวเราะเห็นดีเห็นงามไปด้วย


“เฮ้ย ไอ้ยอล ลามปาม เดี๋ยวท่านคริสก็..” มินซอกรีบเอ่ยปรามเพื่อน แต่ไม่ทันจะได้พูดจบประโยค ไอ้เพื่อนตัวดีก็หายตัวไปแล้ว เหลือเพียงคนที่ยืนนิ่งค้างอยู่กับคิมจงแดที่หัวเราะไม่หยุด แวมไพร์องค์รักษ์จึงเลิกสนใจเพื่อน เอ่อ ไม่คิดจะฟังคำเตือนกัน ก็ปล่อยมันไปแล้วกกัน มินซอกกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะคว้าแขนจงแดแล้วพาหายตัวไปพร้อมกัน



“อูย ทั้งท่านคริส ท่านแทยง ท่านเจโน่เลย ตายไหมไอ้ยอล” มินซอกสะดุ้งทันทีที่ปรากฏตัวอยู่ข้างหลังของชานยอล จงแดผละออกจากเขาแล้วเดินหัวเราะไปหาร่างราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำหน้าโหดอยู่ตรงหน้า ไม่พอนะ ยังมีคุณแทยง กับคุณเจโน่ด้วยที่ทำหน้าโหดพอกัน และแน่นอน ดวงตาแดงทั้ง 3 คู่นั่น กำลังจ้องมาทางจุดเดียวกันคือ ปาร์คชานยอลที่กำลังยืนเหงื่อแตกโดยมีแจมินอยู่บนหลัง


“ข..ขอโทษครับ” แวมไพร์องค์รักษ์ละล่ำละลั่กขอโทษขอโทษเป็นพัลวัน แม้จะสนิทกับคริสมากๆ จนเรียกว่าได้เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของราชาผู้ยิ่งใหญ่เหมือนกัน แต่โดนทำตาแดงใส่แบบนี้ก็กลัวเหมือนกันนั่นแหละ ขาสั่นแล้วเนี่ยเห็นไหม


“ย๊าา คุณแจมิน ลงไปได้แล้วครับ” ชานยอลร้องลั่น พยายามจะก้มหัวให้คนเด็กกว่าลงไป แต่ดูเหมือนคุณหนูของเขาจะไม่เห็นด้วย


“ไม่เอาอะ” แจมินพูดไปหัวเราะไป วงแขนเล็กกอดรอบคอเขาแน่นเสียจนแวมไพร์อายุหลายพันปีกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หรือนี่จะถึงคราววาระสุดท้ายของปาร์คชานยอลแล้ววะ เอื๊อก เขายังไม่ได้ลาลูกเมียที่บ้านเลยนะเว้ย


“คุณแจม..เดี๋ยวผมจะตายเอานะครับ” ชานยอลดิ้นพล่าน นี่เขาแทบจะโดนเผาทั้งเป็นอยู่แล้ว ไม่ต้องจากแสงพระอาทิตย์หรอก จากสายตาของท่านผู้นำทั้ง 3 นั่นแหละ !


“ห้ามใครทำอะไรชานยอลนะ” เอาเลยครับ เชิญเผาผมให้ตายทั้งเป็นเลย.. ชานยอลคร่ำครวญในใจ


“อึก..” รู้สึกถึงความอันตรายมากกว่าเดิมเสียอีก ! ก็คุณหนูนาแจมินของเขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปากแทบจะโดนแก้มเขาอยู่แล้ว งานนี้ตายแน่ครับปาร์คชานยอล รับรองเลย เมียที่บ้านก็ไม่ช่วยแน่ๆ เพราะกลัวเหมือนกัน..


“แจมิน”


“อ่ะ ครับ ลงแล้ว” คุณหนูขี้แกล้ง ขานรับเบาๆ เมื่อคนเป็นพ่อเริ่มไม่สนุกด้วยแล้ว ร่างเล็กค่อยๆ ก้าวหลงจากแผ่นหลังกว้างของพี่เลี้ยง แล้วลงมายืนตัวลีบข้างๆ แวมไพร์ตัวสูงแทน ชานยอลแอบปาดน้ำตาเงียบๆ คุณแจมินอาจจะแค่โดนดุ แต่ปาร์คชานยอลคนนี้โดนเผาทั้งเป็นแล้วครับ


“นี่เราเป็นเด็กกี่ขวบกันเนี่ย ตัวแสบ” แทยงคว้าหมับเข้าที่ร่างน้องชายก่อนจะจับฟัดหลายทีด้วยความหวงแหน และแน่นอน ได้กอดน้องเพียงไม่นาน พ่อสุดที่รักก็จัดการแยกเขาออกจากคนเล็กสุดหวงแทบจะทันที


“เราจะกลับบ้านกัน”



“จริงหรอครับ !”



.

.



เขาดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่ไม่ได้หมายถึงต้องกลับมาหมั้นโว้ย !



แจมินยืนอยู่ในลานพิธีขนาดใหญ่ร่างผอมบางสั่นไหวเพราะความประหม่าที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ดวงตากลมโตมองประชาชนที่อยู่ข้างล่างของลานพิธี เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีจากแวมไพร์ที่เป็นชาวเมืองของพวกเขาดังขึ้นแทบจะทันทีที่พวกเขาเห็นร่างผอม เขาสะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะรีบหันมองพ่อกับแม่ของตนที่นั่งอยู่ข้างหลัง แม่เขายิ้มจนตาหยี ส่วนพ่อก็ยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเคย แต่ดวงตาก็ยังคงทอดมองเขาอย่างอ่อนโยน



เฮือก !


คนตัวเล็กมองเจโน่ที่โผล่มายืนอยู่ข้างหลังด้วยท่าทางตื่นตกใจ จะไม่ให้ตกใจได้ไงล่ะ อยู่ดีๆ เจโน่ก็โผล่มาอยู่ที่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


“มานี่สิแจมิน” ดวงตากลมโตมองมือขาวซีดที่ถูกยื่นมาตรงหน้า แจมินลังเลที่จะจับมือนั้น แต่เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถหลีกหนีเจโน่ได้ และไม่สามารถหนีงานหมั้นที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากวินาทีนี้ด้วย


เจโน่จูงมือเขาไปยืนอยู่ตรงหน้ามินซอกที่มาทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นให้ โดยมีพ่อกับแม่ของพวกเขาทั้งสองฝ่ายนั่งอยู่ข้างหลัง ส่วนรอบๆ ข้างก็มีองค์ชายท่ีเป็นญาติพี่น้องของเขานั่งอยู่ด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม นี่เขาควรดีใจหรอ เป็นคนเล็กของตระกูลแต่เข้าพิธีหมั้นคนแรกเนี่ยนะ? เจโน่เองก็เป็นคนรองของตระกูลเหมือนกันแท้ๆ โอ้ยให้ตาย เออแต่เขาไม่เห็นฝาแฝดกับพี่น้องบ้านลู่ พอหายกันไปถึง 4 ชีวิตแบบนี้ก็ทำให้เขารู้สึกโหวงแปลกๆ


“มองอะไรอยู่” เจโน่ถามร่างผอมที่เอาแต่มองไปยังที่นั่งของแขก และยังหันซ้ายหันขวาราวกับกำลังมองหาอะไรอยู่


“ฝาแฝด..”


“อ่อ..หึ” เจโน่หัวเราะในลำคอเบาๆ แต่ไม่ตอบอะไรกลับ เขาหันกลับมาสบตากับมินซอก และพยักหน้าเบาๆ ให้เริ่มพิธีได้แล้ว


“เชิญท่านแจมินกล่าวคำปฏิญาณ”


“….”


นิ่งสนิท..เจโน่หน้าเสีย แวมไพร์หนุ่มสะกิดแขนคนตัวเล็กข้างกายพร้อมกับกระซิบหูเล็กเบาๆ


“แจมิน”


“….”


“คุณนาแจมินครับ เชิญกล่าวคำปฎิญาณและสวมแหวน”


ห๊ะ..อะไรนะ


ไหล่บางของแจมินกระตุก คนตัวเล็กกระพริบตาปริบๆ มองมินซอกที่เริ่มมีสีหน้ากังวล ในตอนนั้นเขาถึงได้สังเกตเห็นว่าเจโน่ลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างกันแล้ว แถมยังเริ่มขมวดคิ้วอีกต่างหาก



“อ่อ..เอ่อ ผม..ข้า น..นา แจมิน จากแดนเหนือ ย..ยินดีรับ อี จ..เจโน่ เป็นคู่หมั้น...”


แจมินพยายามกลั้นน้ำตาและพยายามบังคับไม่ให้ตัวเองเสียงสั่นอย่างสุดความสามารถ ความรู้สึกมากมายที่ประเดประดังเข้ามาทำเอาเขาแทบสิ้นสติ เขาไม่สามารถบอกได้จริงๆ ว่าที่เขาเป็นอยู่แบบนี้คือตื้นตันจนทนไม่ไหว หรือเพราะเสียใจกันแน่ เขาอาจจะกำลังทำให้ทุกคนผิดหวังอยู่ก็ได้ แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถเอ่ยคำบอกรักอีกฝ่ายได้จริงๆ


เจโน่มองคนตัวเล็กข้างๆ ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาด้วยความเป็นกังวล แจมินตัดบทเอาดื้อๆ เสียจนเขารู้สึกปวดหน่วง มือเย็นเฉียบของแวมไพร์หนุ่่มถูกประคองโดยมือสั่นๆ ของแจมิน แล้วแหวนทองคำขาวจะถูกสวมลงบนนิ้วของเขาอย่างเชื่องช้า ให้ตายสิ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยต้องมาลุ้นระทึกอะไรแบบนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ ถ้าหัวใจยังเต้นได้ มันคงจะเต้นแรงมากเสียจนกระดอนออกมาข้างนอกแน่ๆ เจโน่ก็ได้แต่หวังว่าถ้ามันเป็นแบบนั้น คนตรงหน้าคงไม่คิดอยากจะเหยียบจนมันแหลกเละคาพื้นหรอกนะ



“เชิญท่านเจโน่กล่าวคำปฏิญาณ”




“ข้า อี เจโน่ จากแดนตะวันตก

ขอสาบานว่าจะรักและซื่อสัตย์กับนาแจมินแต่เพียงผู้เดียวจนกว่าจะสิ้นอายุขัย”



แจมินจะไม่อะไรเลยถ้าดวงตาของเจโน่ไม่ได้จ้องมองมาที่เขาอย่างมีความหมาย ภาพเจโน่คุกเข่าลงบนพื้นพรมพร้อมกับค่อยๆ บรรจงสวมแหวนให้เขาอย่างอ่อนโยน นั่นทำให้หัวใจของแจมินทำงานหนักเสียจนจะเป็นลมเอาให้ได้ มนุษย์ตัวน้อยเม้มปากแน่น เขาเริ่มรู้สึกหูอื้อตาลายไปหมด ราวกับว่าทุกสิ่งรอบตัวเขากำลังหยุดนิ่ง  ดวงตากลมมองมือสั่นๆ ของตัวเองที่ตอนนี้มีแหวนที่เจโน่บรรจงสวมให้อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายด้วยความรู้สึกหลากหลาย หัวใจของเขามันฟูฟ่องเสียเหลือเกิน ราวกับว่าเป็นงานหมั้นที่เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจระหว่างเขากับเจโน่ เป็นงานหมั้นที่ลึกซึ้งและจริงจังจนเขานึกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของพวกเขา



“บัดนี้ อีเจโน่ จากตระกูลจาง องค์ชายจากแดนตะวันตก

และ นาแจมิน จากตระกูลอู๋ องค์ชายจากแดนเหนือ ได้เป็นหมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการ

ขอเชิญทุกคนดื่มฉลองเพื่อแสดงความยินดีให้กับทั้งคู่”



“ยินดีให้กับท่านเจโน่ ! ยินดีให้กับท่านแจมิน !” เสียงตะโกนดังลั่นจากจากมาร์คกับแจฮยอนนั้นไม่สามารถสู้กับเสียงประชาชนที่อยู่ข้างล่างได้ อ่า ถ้ามีฝาแฝดกับพี่น้องบ้านลู่อยู่ด้วยก็คงจะพอสู้ไหวหรอก..


แวมไพร์หนุ่มแอบถอนหายใจ พิธีของเขาในวันนี้ไม่มีแม้แต่คำบอกรัก หรือจูบหวานๆ จากคู่หมั้นที่ยืนอยู่ข้างกาย โคตรเศร้า แต่จะโทษใครไม่ได้ คงต้องโทษตัวเองไปก่อน เอาไว้ค่อยทบต้นทบดอกวันแต่งก็ได้..


“แจมิน” มือของเจโน่ถูกยื่นมาตรงหน้าอีกครั้ง พอเขาเห็นแหวนที่ตัวเองเป็นคนสวมให้อีกฝ่ายบนมือใหญ่หัวใจดวงน้อยก็เต้นรัวแรงจนรู้สึกเหมือนจะเป็นลม แวมไพร์หนุ่มพาเขามานั่งตรงบริเวณเก้าอี้ตัวยาวที่ถูกจัดวางไว้ให้ แม้จะแปลกใจว่าทำไมถึงยังไม่ปล่อยให้เขากลับเข้าไปในปราสาทสักที แต่ไม่นานแจมินก็ได้รับคำตอบ


“ฝาแฝด..” แจมินครางเสียงเบา มองวินวินที่เดินออกมาพร้อมยูตะ กับเฉียนคุนที่เดินออกมาพร้อมกับฮันซล เฮ้ย คือยังไง ใครก็ได้บอกเขาที วันนี้ไม่ได้มีเขาคนเดียวที่หมั้นอย่างนั้นหรอ มนุษย์ตัวน้อยมองเจโน่ด้วยความตกใจ สาบานเลยว่าใบหน้าน่ารักที่กำลังตกใจนั้นน่ารักเสียจนเจโน่เกือบจะเผลอยกมือขึ้นมาจับแก้มนิ่มๆ นั่นเสียแล้ว


“อืม..วันนี้เป็นวันแต่งงานของฝาแฝด”


แจมินทำหน้าช็อค แล้วหันกลับไปมองยังลานพิธีอีกครั้ง วินวินกับเฉียนคุนน้ันทำหน้าเบื่อหน่ายส่วนพี่น้องบ้านลู่อย่างยูตะกับฮันซลนั้นระริกระรี้จนน่าหมั่นไส้ คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาปิดตาแทบจะทันทีที่เห็นฉากจูบรุนแรงของสองคู่แต่งงานตรงหน้า แอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดเสียว โชคดีจริงๆ ที่เมื่อกี้เขาไม่โดนเจโน่จบจูบเหมือนกับวัน..นั้น ฮืออ เผลอคิดไปถึงวันที่อยู่ในห้องเรียนจนได้


“เป็นอะไร หน้าแดง ร้อนหรอ?” เจโน่หันมาถามเขาด้วยท่าทางห่วงๆ คนตัวผอมรีบส่ายหน้าหวือ ก่อนจะก้มหน้าก้มตามองมือตัวเอง แล้วก็พบกับแหวนที่อยู่บนนิ้วนางก็พาลทำให้จะเป็นลมอีกรอบ


นี่เขาหมั้นกับเจโน่อย่างเป็นทางการแล้วหรอเนี่ย !!!



“แจมิน..แจมิน พิธีจบแล้ว เข้าไปข้างในเถอะ” เจ้าของชื่อหลุดออกจากภวังค์แล้วเงยหน้าขึ้นมองเจโน่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ให้ตายสิ วันนี้เขาเหม่อไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย


“ไปฉลองกันเถอะน้องแจมิน วันนี้เป็นวันดี” ฮันซลพุ่งเข้ามาหาแจมินอย่างรวดเร็วจนคนตัวเล็กตั้งตัวไม่ทัน หนึ่งในแวมไพร์ตระกูลลู่คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเขา โดยที่มืออีกข้างก็โอบเอวเจ้าสาวหมาดๆ ของตัวเองเอาไว้อีกข้าง ออกแรงเพียงแค่นิดเดียวก็พาเขากับคุนเข้ามาในตัวปราสาทอย่างง่ายดาย ไม่เกรงใจคู่หมั้นน้องที่เดินหน้าบึ้งตามมาข้างหลังเลยแม้แต่น้อย


แจมินรีบผละตัวออกจากฮันซลทันทีที่เห็นพ่อกับแม่ เขาเดินเข้าไปก่อนท่านทั้ง 2 เอาไว้แน่น ไม่นานแทยงก็เดินตามมาสมทบ คนตัวเล็กพยักหน้าตอบรับเสียงคนในครอบครัวที่เอ่ยแสดงความยินดีกับเขา มันน่าแปลกที่เขากลับรู้สึกตื้นตันเสียงจนอยากจะร้องไห้ ทำไมถึงรู้สึก..


รู้สึกว่าตัวเองกำลังมีความสุข..



แจมินปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงเมื่อเห็นเหล่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวกับบรรดาญาติๆ ที่เริ่มจะหมดสภาพเพราะของมึนเมา ดวงตากลมโตเหลือบมองเจโน่ที่นั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟาตัวยาวเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินออกมายืนที่นอกระเบียง ในใจก็คิดไปถึงอีกคนที่อยู่ข้างใน คงจะเมาแล้วละมั้ง


พวกผู้ใหญ่พากันไปนอนตั้งแต่พระอาทิตย์ทำท่าจะขึ้น ตอนนี้ดวงอาทิตย์ก็แทบจะขึ้นเต็มที่แล้ว เขาเองก็ควรจะไปนอนบ้างเหมือนกัน แจมินเดินกลับเข้ามาข้างใน ไม่หลงเหลือใครเลยสักคน จะเหลือก็แต่คู่หมั้นของเขาที่นั่งสัปหงกอยู่ที่โซฟาตัวเดิมนั่นแหละ


คนตัวเล็กค่อยๆ ก้าวเดินไปหาเจโน่อย่างระมัดระวัง ในหัวก็ตีให้วุ่นไปหมด เขาควรจะปลุกเจโน่ไปนอนพร้อมกันไหมนะ? หรือเขาจะถือโอกาสนี้แอบเขาไปนอนคนเดียวดี จะได้ไม่ต้องนอนร่วมห้องกับอีกฝ่าย.. เอาไงดี


“แจมิน”


“อ่ะ..เอ่อ หือ?” เชื่อแล้วล่ะว่าเจโน่ประสาทสัมผัสอย่างที่ฝาแฝดบอกจริงๆ นั่นแหละ เพียงแค่เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย แวมไพร์หนุ่มก็เหมือนจะรับรู้ได้ทันที


“ไปนอนกันไหม” เสียงนุ่มทุ้มนั้นถามกลับมาพร้อมๆ ดวงตาของเจโน่ที่ค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ให้ตายสิ ทำไมแค่ถูกมองแค่นี้เขาก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกแล้วนะ !


“..อือ” แค่เพียงคนตัวเล็กครางตอบในลำคอเสียงเบา แวมไพร์หนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และพาแจมินเดินไปตามทางเดินที่แสนจะเงียบเชียบ บอกเลยว่าไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าไปในบ้านผีสิง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเกิดมากับการที่อยู่ในปราสาทแบบนี้ แจมินคงไม่กล้าที่จะเดินเข้ามาเด็ดขาด


“ห้องนี้ยังว่างอยู่ เข้ามานอนเถอะ” แจมินมองเจโน่ที่ยืนอยู่หน้าประตู เพียงแค่เจโน่เปิดประตูเข้าไปโคมไฟที่อยู่ในห้องก็เปิดขึ้นมาเองอัตโนมัติ เผยให้เห็นห้องนอนที่แสนจะกว้างใหญ่ไม่ต่างกับปราสาทของเขาเลยสักนิด


ที่โลกแวมไพร์ของเขาจะมีปราสาทใหญ่ๆ อยู่ทั้งหมด 5 แห่ง คือ ฝั่งเหนือ (ตระกูลอู๋) ฝั่งใต้ (ตระกูลฮวาง) ฝั่งตะวันออก (ตระกูลลู่) ฝั่งตะวันตก (ตระกูลจาง) และปราสาทกลาง ที่นี่จะแตกต่างจากปราสาทส่วนอื่นตรงที่มันเป็น บ้าน ของพวกเราทั้ง 4 ตระกูล เวลามีงานใหญ่ก็มักจะมาจัดกันที่ปราสาทนี้ แต่ในยามปกติก็จะไปอยู่ที่ฝั่งใครฝั่งมัน เขาเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้มาที่นี่เท่าไหร่


“แล้วนายจะไปไหน อ่ะ..ขอโทษที” แจมินรีบปล่อยมือจากแขนเย็นเฉียบของแวมไพร์หนุ่มแทบจะทันที โอ้ยให้ตายสิ เผลอคว้าไปจนได้ เพราะตกใจหรอก ในตอนที่เขาเข้ามาข้างในห้อง อยู่ดีๆ อีกฝ่ายก็เดินออกไปแล้วยังทำท่าจะปิดประตูห้องแบบนั้นอีก เลยทำให้เขาตกใจจนต้องคว้าแขนอีกฝ่ายไว้


“จะไปนอนเหมือนกันครับ”


“อ่า…” คนตัวเล็กครางออกมาเสียงเบา หัวใจวูบโหวงกับคำว่า ครับ ของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะกี่ครั้งเขาก็แพ้ให้กับคำพูดสุภาพของแวมไพร์ตรงหน้าได้เสมอ


“…..”


เกิดเดดแอร์ชั่วขณะระหว่างคู่หมั้นป้ายแดง เหล่าผู้ร่วมเหตุการณ์ทั้งหลายที่แอบมองทั้งสองอยู่หลังบานประตูจากห้องอื่นๆ พากันลุ้นจนเหงื่อแตก เฮ้ย คือพวกแกจะยืนอยู่หน้าประตูอยู่แบบนั้นจนมืดไม่ได้นะเว้ย ! แวมไพร์ที่ดีต้องนอนตอนกลางวันเว้ย อี เจโน่ก็เอาแต่ยืนจ้องแจมิน ส่วน นา แจมินก็เอาแต่จ้องปลายเท้าของตนเองอยู่แบบน้ัน คนอื่นก็ได้แต่ลุ้นว่าพวกเขาจะได้เข้านอนไหม ถ้าทั้ง 2 ยังเอาแต่จ้องกันแบบนี้ !!!


แจมินสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับแวมไพร์หนุ่มที่ยืนจ้องเขาอยู่ก่อนแล้วราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้


“…ไม่นอนด้วยกันหรอ?”


“เยสสส อุ๊บ !”


แกร๊ก !


แจมินกระพริบตาปริบๆ เมื่อกี้เหมือนได้ยินเสียงใครก็ไม่รู้ดังแว่วมา ตามด้วยเสียงแกร๊กที่เป็นเสียงประตูปิด แต่มันดังหลายครั้งราวกับมีคนหลายคนปิดประตูพร้อมกัน แต่พอชะโงกออกไปดูก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ จากบริเวณทางเดิน


หรือว่าเขาหูฝาด?


อ่ะ..


“เจโน่?” แจมินร้องเสียงเบาเมื่อหันมาเห็นเจโน่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า..


กำลังยิ้ม..


“นอนกันเถอะ ง่วงแล้ว” คนตัวเล็กโดนคว้าหมับเข้าที่แขนโดยแวมไพร์หนุ่ม ยังไม่ทันได้พูดอะไร แผ่นหลังเขาก็แตะลงบนเตียงนุ่มแล้วเรียบร้อย พร้อมกับริมฝีปากเจโน่ที่บรรจงจูบลงบนหน้าผากเขาอย่างอ่อนโยน


“ฝันดีนะครับ”


ตึกตัก..



โอ้ย ไม่ไหวแล้ว แจมินจะตายแล้ว ฮือ









----------------------------------------
มีความรู้สึกว่าจะหวานก็หวานไม่สุด ฮื้ออ





























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #566 kopai0901 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 21:14
    หวานให้สุดแล้วไปหยุดที่ดราม่าแก้คำสาป
    #566
    0
  2. #515 hiphophop (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:18
    ไอบร้าาาาาา ชั้นเขินจะตายแน่ว
    #515
    0
  3. #434 porkpak111 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:48

    ในที่สุดก็ได้หมั้นกันสักที ค่อยๆขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาอีกขั้น เอาใจช่วยให้น้องรักกันแนบแน่นกว่านี้ไวๆ

    #434
    0
  4. #417 puchan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:02
    ต้องรอน้องแจมทำโทษโน่อีกหน่อยใช่ไหมคะ
    #417
    0
  5. #332 Butsaya.89 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 19:12
    เลิกปากแข็งที ทั้งคู่เลย
    #332
    0
  6. #314 fujikozung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 15:30

    ราชาแวมไพร์ต้องหวงเมียขนาดไหนนะถึงแค่เดินออกห่างตัวก็ว่าไกลสำหรบอี้ฟานแล้วววว แล้วน้องแจมลูกกกกก หนูเกือบทำให้ยอลโดนเผาแล้วมั้ยหระ ตาแดงๆ3คู่เลยนะ หรือยอลอาจจะโดนเผาไปจุด2จุดบ้างแล้ว เจโน่ต้องเข้าใจน้องแจมด้วยนะว่าที่ผ่านมาตัวเองแสดงออกกะน้องแจมแบบไหน น้องแจมเลยยังไม่สามารถพูดว่ารักเจโน่ออกมาได้อย่างเต็มปาก เจโน่ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ไป รวมถึงแสดงให้ทั้งคริส ทั้งแทยงเห็นด้วยว่ารักและดูแลน้องแจมได้

    #314
    0
  7. #313 JutamasPromyota (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 07:03
    น้องแจมรูกกกกกกก
    #313
    0
  8. #311 Malinda B (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 20:58
    สนุกมากเลย เขินนน น้องอจมน่ารักมากก รอนะคะ
    #311
    0
  9. #310 Dinaadin N.England (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 10:39
    จะมีหลานแวมไพร์มั้ยเนี่ย
    #310
    0
  10. #309 wareeandsoul (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 18:10

    ฮรืออ คิดถึงนะคะ ตอนนี้เริ่มต้นก็น่ารักมากกกก น้องมาร์คน่าเอ็นดูสุดๆ โดนขโมยจุ๊บไปด้วย แจฮยอนเจ้าเล่ห์ แงง แล้วก็พระนายของเราหมั้นกันแล้ว ฮูเร่ 5555555 ก็ยังคงอึนๆ พ่อแง่แม่งอน หวานก็หวานไม่สุดจริงๆค่ะ เหมือนยังมีอะไรติดค้างในใจกันมาตลอด ฮือ แต่มั่นใจว่าหลังจากนี้จะได้อยู่ใกล้กันมากขึ้น จะรักกันเหนียวแน่นได้แน่นอน!! เพราะถ้าเจโน่ทำแจมินเสียใจละก็... ท่านคริสไม่เอาไว้แน่ ฮือ เรายังอยากให้มีพระเอกนะคะ 55555

    #309
    0
  11. #308 yorina (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 17:37
    ฮืออออออ เขินนนน บ้าบอบ้าบอบ้าบอ ยัยเเจมหน่องอ้อนนนนนน โอ้ยยยค้างงง
    #308
    0
  12. #307 sunflower.jm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 15:40
    เขินมาก แงงงงงง เอ็นดูน้องแจม ยังไม่รู้ตัวว่าชอบเขา แต่หน้าเขินหนักมาก แม่กับชานยอลยังดูออกเลย แต่งเลยมั้ยลูก แค่หมั้นไม่น่าจะพอ แอร๊ 'นอนด้วยกันมั้ย '>///<
    #307
    0
  13. #306 Lookmeemona (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 11:38
    โง้ยย. เขิน มันไม่ได้หวานแต่เขินอ่ะ. แงงงง สู้ๆนะไรท์
    #306
    0
  14. #305 Pattho (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 11:05
    ฮื่อเขินนน แพ้คำว่าครับของพี่เขาเหมือนกัน เขินด้วยขำด้วย ขำตั้งแต่เจโน่หลุดมาด วงวารชานยอลที่แทบจะโดนเผาทางสายตา ละมาขำกับการที่ทุกคนพร้อมใจกันแอบมองและแซวเรื่องที่ยืนนิ่งค้างกันหน้าห้อง 5555555555 นึกภาพเจโน่ยิ้มละเขินตัวบิด แอรรร๊ ขอบคุณนะคะไรท์ สู้ๆค่าาา
    #305
    0
  15. #304 FUNAMI-SAN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 09:07
    เขินมากกกก แงงง คิดถึงไรท์มากๆเลยค่ะ เจโน่จะเลิกปากแข็งแล้วใช่ไหมลูก รักน้องให้มากๆเข้าใจไหมมม น้องน่ารักมากเลยฮืออออ รักน้องเยอะ ;-; รอวันแต่งว่ะพิโน่จะดุแค่ไหน ฮือ
    #304
    0
  16. #303 rainydaymonday (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 09:06
    บุคลิกของเจโน่ทำให้เขินมาก เขินมากแบบที่ไม่ต้องพูดอะไรหวานๆ เลย เราชอบฉากหมั้นที่เจโน่สาบาน คือไม่ได้มีอะไรมากมายแต่มันกินใจ แล้วก็เชื่อว่าเจโน่คิดและจะทำอย่างนั้นได้แน่นอน ชอบค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #303
    0
  17. #302 bunnyxfox (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 07:45
    ฮือออออ เขินนนนน ถึงจะแบบไม่ได้หวานมากแต่ก็แบบเขินอะ ฮือออ ไอ่เราก็เป็นห่วง เครียดตามเลยตอนสองตระกูลคุยกัน 555555 ปล. คิดถึงเรื่องนี้มากๆๆๆ ไรท์สู้ๆนะค้าา ขอให้มีแรงกำลังใจเขียนฟิคเรื่อยๆค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
    #302
    0
  18. #301 PENNY (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 03:18
    น่ารักกกกก หมั้นแล้วแต่งเลยไม่ได้ก็
    หรออออ
    #301
    0
  19. #299 Dy_bydx (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 02:33
    น่ารักๆๆๆๆใฟสฟฟสฟสยฟวฟวสสหสสหยผยฟสฟสฟยฟส มีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดเลย งื้อออออออ :3 คิดถึงไรท์มากๆๆ กลับมาอัพบ่อยๆนะคะะะ
    #299
    0