(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 14 : THIRTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    23 ก.ย. 61



เรื่องโกหก





แสงสว่างเบาบางลอดผ่านรอยแยกจากบริเวณหลังคาปราสาทเพียงน้อยนิดสาดส่องเข้ามาบริเวณกลางปราสาทเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตดอกไม้ที่ชูช่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิด แผ่นหลังบางของแจมินอยู่ตรงหน้าเปียโนหลังใหญ่กลางดงดอกกุหลาบสีขาวสลับสีแดงเพียงคนเดียวอย่างเคย ความเงียบโรยตัวอยู่รอบนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด กลับกันมันทำให้รู้สึกสบายใจเสียด้วยซ้ำ นิ้วเรียววางลงบนคีย์เปียโนแต่ไม่กดลงไปสักที ราวกับกำลังลังเลว่าควรจะกดน้ำหนักลงไปเพื่อให้เกิดเสียงดีไหม


ติ๊ง..


แจมินพรมนิ้วลงบนคีย์ทีละตัว ความมั่นใจที่หายไปนานเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ จากที่กดลงบนคีย์มั่วๆ ก็กลายเป็นเสียงเพลงที่ดังไปทั่วบริเวณ จากกลางปราสาทไปยังรอบๆ ปราสาท สร้างความแปลกใจให้คนท่ีได้ยินเป็นอย่างมาก เพราะเปียโนตัวนี้ ไม่เคยถูกใช้งานอีกเลย นับตั้งแต่วันที่คนที่สอนให้แจมินเล่นเปียโนได้จากไป


“เพราะดีนะ”


“อ่ะ..” คนตัวเล็กสะดุ้งด้วยความตกใจจนเผลอกดคีย์พลาด สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้มาใหม่จนแจมินต้องทำหน้าบึ้ง แวมไพร์หนุ่มเดินตรงเข้ามานั่งข้างคู่หมั้นของตัวเองโดยไม่สนใจท่าทางเกร็งๆ ของมนุษย์ตัวน้อย


“เล่นต่อสิ” เจโน่พูดเสียงนุ่ม ก่อนจะเป็นฝ่ายพรมนิ้วลงบนเปียโนเพื่อนำทางให้กับคนที่นั่งข้างกัน แจมินนั่งฟังเพียงชั่วครู่ นิ้วเล็กก็เริ่มบรรเลงเพลงไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ ความรู้สึกเจ็บปวดปะปนไปกับความรู้สึกโล่งใจกลั่นกรองออกมาเป็นน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตากลมโต ความรู้สึกของแจมินตีกันมั่วไปหมดเสียจนเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ ทั้งเสียใจที่คนที่เคยสอนให้เขาเล่นเพลงนี้ได้ตายจากไปแล้ว ทั้งโล่งใจที่เขาสามารถกลับมาเล่นเพลงนี้ได้อีกครั้ง แม้ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จะไม่ใช่มินฮยอนเหมือนแต่ก่อน


..แต่เป็นอีเจโน่


“คุณจำได้?” แจมินเงยหน้าขึ้นมองเจโน่ ดวงตากลมโตประสานสายตาเข้ากับดวงตาเรียวที่จ้องมองตนอยู่ก่อนแล้วโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้คนตัวเล็กตกใจจนต้องหลุบตาลงต่ำ


“ใครจะลืมลงล่ะ” เหมือนจะเป็นคำพูดแดกดัน แต่มันกลับไม่ใช่อย่างนั้นเมื่อแจมินเงยหน้าขึ้นแล้วเจอรอยยิ้มหวานจากเจโน่ คนตัวเล็กก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหนีเดินออกไปดื้อๆ ทิ้งแวมไพร์หนุ่มเอาไว้ข้างหลังเสียงอย่างนั้น ฝ่ายเจโน่นิ่งไปสักพักก่อนจะเดินหัวเราะตามคนที่พยายามเร่งฝีเท้าเดินเร็วๆ ไปตามทางเดิน เมื่อรู้ว่าคงโดนเขินเข้าซะแล้ว เจโน่เดินทอดน่องปล่อยให้แจมินเดินไปเรื่อยๆ เพราะไม่อยากเข้าไปกดดันอีกฝ่าย แม้ว่าความเร็วของแจมินแค่นั้น จะเท่ากับเขาที่เดินแค่ 3 ก้าวก็ตามที


“แจมินเดินหนีพี่ทำไมครับ” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นเบาๆ เสียงหัวเราะของเจโน่ที่เข้าใกล้เขาเรื่อยๆ จากข้างหลัง ทำให้แจมินรีบเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้นอีก


“รู้แล้วยังจะตามอีก” คนตัวเล็กบ่นเสียงเบา แต่แวมไพร์แบบเจโน่ก็ยังได้ยินอยู่ดี เจโน่หัวเราะหึๆ ในลำคอก่อนจะปิดฉากเกมส์กับแจมิน โดยการก้าวเดินเพียงแค่ไม่กี่ก้าว แวมไพร์หนุ่มก็โผล่มาตัดหน้าแจมินพอดิบพอดีเสียจนคนตัวเล็กตกใจเบรกไม่ทัน แจมินอุทานเบาๆ แล้วร่วงแปะลงบนแผงอกของแวมไพร์ขี้แกล้ง


“พ่อแม่ไม่ได้สอนรึไงว่าอย่าเดินตัดหน้าคนอื่นน่ะ” แจมินบ่นแก้เก้อ โดนเจโน่กอดเอวแน่นขนาดนี้ จะดิ้นก็ดิ้นไม่หลุด ถ้าปล่อยให้เงียบต่อไปก็ทำอะไรไม่ถูกกันพอดี เออ..ถึงจะพูดออกไปแล้วก็ยังทำอะไรไม่ถูกอยู่ดีนั่นแหละ


“โธ่ คนดี ว่าแค่พี่คนเดียวก็พอ” เจโน่พูดเสียงเรียบพอๆ กับหน้าของตัวเองขัดกับประโยคที่แสนอ่อนหวาน หากแต่มนุษย์ตัวน้อยในอ้อมกอดแวมไพร์กลับเงียบกริบ เจอทั้งคำว่าคนดี ทั้งคำว่าพี่ ก็ไปไม่เป็นแล้ว ทำไมเจโน่ถึงได้ดาเมจเขาแรงขนาดนี้นะ


“ทำไมถึงตามมาเร็วจังล่ะครับ” แจมินยกมือขึ้นผลักอกเจโน่เพื่อออกจากอ้อมกอดของแวมไพร์หนุ่ม เกิดใครมาเห็นเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เจโน่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะยอมปล่อยให้มนุษย์ตรงหน้ายืนดีๆ แล้วจูงมือให้อีกฝ่ายเดินตามไปด้วยกัน


“คิดถึง”


มนุษย์ตัวน้อยชะงัก แจมินมองแผ่นหลังของเจโน่ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าด้วยความรู้สึกสับสน อีกฝ่ายยังคงมองตรงไปข้างหน้าอย่างเคย แม้จะไม่เห็นหน้าชัดๆ แจมินก็เห็นรอยยิ้มที่แปะอยู่บนหน้าแวมไพร์หนุ่ม เขามือข้างที่ว่างยกขึ้นแตะหน้าอกตัวเองเบาๆ เพราะรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองนั้นกำลังทำงานหนักจนเกินไป


“อ่า..” คนที่อยู่ดีๆ ก็โดนบอกคิดถึงอ้ำอึ้งเพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบรับยังไงถึงจะทำให้ตัวเองเลิกเขินและกลับมาทำตัวปกติได้สักที


“แจมินก็คงคิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม” แวมไพร์หนุ่มหยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้ามนุษย์ตรงหน้าที่ก้มหน้าลงต่ำทันทีที่เขาหันไปหา ใบหน้าหล่อโน้มตัวลงไปใกล้ใบหน้าขาว หากแต่แจมินก็ยังคงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เผยให้ต้นคอขาวปรากฏแก่สายตา


“….” ไม่ตอบแสดงว่าใช่ เจโน่ขอสรุปเอาเองแล้วกัน แวมไพร์หนุ่มยักไหล่ แล้วยืดตัวตรง ถ้าให้เขายืนดมซอกคอขาวๆ ของแจมินนานกว่านี้เขาคงได้ทนไม่ไหวแน่ เจโน่หันหลังเดินต่อไป แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้จูงมือแจมินเหมือนเมื่อกี้ ทำให้คนที่อยู่ดีๆ ก็โดนปล่อยมือเริ่มคิ้วตก


หรือว่าเจโน่จะโกรธ?


“อันที่จริงแล้ว..” แจมินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาไม่รู้ว่าเจโน่เดินไปได้ไกลแค่ไหนแล้ว เพราะดวงตากลมเอาแต่จ้องมองพื้นอยู่แบบนั้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความกังวล มือขาวกำมือตัวเองแน่นอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้าดี


“หืม?” แวมไพร์หนุ่มหยุดเดิน เขารู้อยู่แล้วว่าแจมินไม่ได้เดินตามมาเพราะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่าย จึงเลือกที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ แทนที่จะหันมามองคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าน้องจะกดดัน


“จริงๆ แล้วก็..คิดถึงเหมือนกัน” ประโยคสุดท้ายที่เบาจนแทบจะหายเข้าไปในลำคอของแจมินทำเอาแวมไพร์หนุ่มอึ้ง ดวงตาเรียวของเจโน่เบิกตากว้างเท่าที่ดวงตาจะทำได้ มือสั่นๆ ของแวมไพร์หนุ่มยื่นเข้าไปหาร่างที่ยืนอยู่ใกล้กันช้าๆ รั้งด้วยแรงเพียงน้อยนิดร่างของแจมินก็เข้ามาแนบอกเย็นชืด


เจโน่ลอบยิ้มให้กับตัวเอง ริมฝีปากซีดจูบกลุ่มผมนุ่มของคนในอ้อมกอดแผ่วเบาด้วยความรัก แจมินหลับตานิ่งยอมอยู่ในอ้อมกอดของแวมไพร์ตัวเย็นเฉียบที่ตนเคยกลัวนักกลัวหนาแต่โดยดีเมื่อสัมผัสไม่ได้ถึงรังสีกดดันที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย


..หรือต่อให้เจโน่เกลียดเขา หัวใจของเขาก็คงสั่งให้ยินยอมที่จะอยู่ข้างอีกฝ่ายต่อไปอยู่ดี


นาแจมินแพ้แล้ว




“อะ..เอ่อ คุณไปทักทายท่านแม่กับท่านพ่อแล้วหรือยัง” แจมินผลักเจโน่ออกเบาๆ เพราะคิดว่าพวกเขากอดกันนานเกินไปแล้ว แวมไพร์หนุ่มยอมปล่อยแจมินออกจากอ้อมกอดแต่โดยดี แม้จะมีท่าทีอิดออดบ้างเล็กน้อยก็ตาม


“ยังเลย พอถึงก็รีบมาหาแจมเลย”


“อ่อ..” แจมินตอบรับเสียงเบา คำถามที่ว่าหาเขาเจอได้ยังไงถูกกลืนลงคอไปเมื่อร่างโปร่งนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงแวมไพร์ที่ฝาแฝดชมนักชมหนาว่าจมูกดีงั้นงี้ ก็คงตามหาตัวเขาได้ไม่ยาก ท่านพ่อเองก็สัมผัสไว คงจะรับรู้ถึงการมาของเจโน่แล้วเหมือนกัน


นั่นไง เดินหน้านิ่งมาพร้อมกับท่านแม่แล้ว


“อีเจโน่”


“สวัสดีครับ ผมกำลังจะไปทำความเคารพพอดี” เจโน่พูดพร้อมกับโค้งตัวให้ราชาผู้ยิ่งใหญ่ คริสพยักหน้าให้คนเด็กกว่าเพียงเล็กน้อย แล้วเบือนหน้ามองลูกชายคนเล็กของตน


“จะอยู่นานแค่ไหนกันล่ะ”


“จนกว่าแจมินจะหายคิดถึงบ้านล่ะมั้งครับ” รอยยิ้มบางปรากฏอยู่บนหน้าแวมไพร์อ่อนวัย ราวกับต้องการจะกวนประสาทราชาผู้ยิ่งใหญ่อย่างพ่อตาสายโหด ลำบากให้ควีนตัวเล็กต้องรั้งแขนสามีของตนไว้ เพื่อไม่ให้คริสหน้ามืดเผลอฆาตกรรมลูกเขยตัวเองขึ้นมา


“คงยากหน่อย เพราะแจมินอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต เขาผูกพันธ์กับที่นี่มาก”


“แน่ใจหรอครับ บางทีแจมอาจจะอยากลองไปใช้ชีวิตที่อื่นดูบ้าง” เจโน่เลิกคิ้วขึ้นสูงราวกับกำลังท้าทายว่าที่พ่อตาของตนเอง แจมินสบตากับคนเป็นแม่แล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตากลมโตไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองพ่อตนเองเลยแม้แต่น้อย เพราะแค่ตอนนี้เขาก็รู้สึกราวกับว่ามีไฟกำลังลุกโชนอยู่รอบๆ ตัวแล้ว


“น้องแจม พาเจโน่ไปเดินเล่นรอบปราสาทก่อนดีไหม” จงแดยิ้มแห้งให้กับลูกชายคนเล็ก แจมินพยักหน้าหงึกหงักแรงๆ หลายที ก่อนจะรีบดึงแขนคู่หมั้นตัวเองให้เดินออกไปทางอื่น โดยไม่ทันสังเกตคนเป็นพ่อที่จ้องมือของตนที่กำแขนแวมไพร์กวนประสาทจนตาแทบจะถลนออกมา ลำบากให้จงแดต้องเอื้อมมือจนสุดแขนเพื่อปิดตาคนรักของตนเอง


โรคหวงลูกชายเริ่มกำเริบ จงแดได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ เพิ่งจะเคยเห็นสามีตัวเองฟิวส์ขาดแบบนี้บ่อยๆ แถมเจ้าลูกเขยก็กล้าท้าทายใช่ย่อย คู่นี้ดูท่าจะกินกันไม่ลง แต่ก็ดููเหมาะสมกันดี เพราะถ้าลูกเขยไม่ใช่เจโน่ จงแดก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะมีใคร หรือ อะไร ต้านทานสายตาของคริสได้อีก


“พี่อี้ฟาน แก่จะตายอยู่แล้ว ยังจะไปทะเลาะกับเด็กอีก อื้อ!” จงแดบ่นเสียงเบา ดวงตาคมของคนรักตวัดมองมนุษย์ตัวน้อยที่อยู่ข้างกายด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดจูบลงบนปากเล็กๆ อย่างรุนแรงด้วยความหมันเขี้ยว


“แฮ่ก..อย่าตามมานะ” คนโดนทำโทษเขินจนหน้าแดงก่ำ เดินหนีไปทางอื่น ราชาแวมไพร์ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหลังคนรักของตนเองไปด้วยความอารมณ์ดี




“คุณอย่าทำให้ท่านพ่อโกรธบ่อยๆ สิ” แจมินบ่นแวมไพร์ที่อยู่ข้างตัวเสียงเบาขณะที่พวกเขากำลังเดินไปตามทางเดินที่มุ่งตรงไปสู่บริเวณลานหน้าปราสาท แวมไพร์หนุ่มที่เดินอยู่ข้างกายมนุษย์ไม่ตอบรับ เหมือนจะเป็นการยอมรับแต่โดยดีว่าตนเองนั้นตั้งใจกวนประสาทราชาแวมไพร์จริงๆ


“คุณอยากไปไหนครับ ถึงปราสาทของเราจะใหญ่ก็จริง แต่มันก็ไม่มีอะไรให้ทำนักหรอก” มนุษย์ตัวน้อยหยุดเดิน ถึงจะตกปากรับคำกับคนเป็นแม่ไว้ว่าจะพาเจโน่ไปเดินเล่น แต่เขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะพาอีกฝ่ายไปที่ไหน ปกติเขาก็ไม่ได้ไปไหนนอกจากขลุกตัวอยู่ในห้องหรือไม่ก็นั่งดูแลดอกกุหลายที่กลางปราสาทกับสวนหลังปราสาทเท่านั้น กลัวเจโน่จะเบื่อเปล่าๆ


“ปกติแจมชอบทำอะไรเวลาอยู่ที่นี่ล่ะ”


“..ไม่อยู่ที่กลางปราสาทแบบเมื่อกี้ ก็อยู่ที่สวนหลังปราสาทนั่นแหละครับ” คิ้วเรียวตกลงอย่างเป็นกังวล รู้สึกหมดหนทางที่จะพาอีกฝ่ายเดินเล่นแล้ว ถ้าเจโน่เกิดรู้สึกเบื่อจนอยากกลับไปยังปราสาททางตะวันตกของตัวเองเขาจะทำยังไงกัน


“ไม่ผิดจากที่เคยได้ยินมาเลยนะ” เจโน่พึมพำเสียงเบากับตัวเอง ยกมือเย็นเฉียบขึ้นวางลงบนกลุ่มผมของแจมินเบาๆ แล้วโยกไปมา เรื่องราวที่เขาเคยได้ยินมาหนาหูว่านาแจมินไม่ยอมออกจากปราสาทมานานนับสิบปีนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างที่เขาคิดไว้ตอนแรก แต่มันคือเรื่องจริง


“เอ๊ะ?”  แจมินเงยหน้าขึ้นมองแวมไพร์ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ดวงแก้มขาวขึ้นสีระเรื่อเมื่อพบกับสายตาอ่อนโยนที่มองลงมาจนดวงตากลมต้องหลุบลงต่ำเพราะทนสู้สายตาไม่ไหว


“ถ้าแบบนั้นเราออกไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม”


“ค..ครับ?” แจมินร้องด้วยความตกใจ ใบหน้าขาวซีดลงแทบจะทันทีจนเจโน่ใจกระตุก ดวงตาคู่คมมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง นึกเจ็บใจตนเองที่ดันเชื่อมาตลอดว่าหลังจากมินฮยอนตาย แจมินก็ยังคงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขต่อไป หากแต่มันไม่ใช่แบบนั้น เมื่อคนที่เขาคิดว่ามีความสุขมาตลอดกำลังทำหน้าซีดอยู่ตอนนี้ เพียงเพราะได้ยินคำว่าต้องออกไปข้างนอก


“ไปเดินเล่นที่ตลาดข้างนอกกันดีไหม แจมจะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง” ดวงตาเรียวทอดมองคนตัวเล็ก ใช้น้ำเสียงที่ตนคิดว่าอ่อนโยนที่สุดเพื่อหวังจะให้มนุษย์ตัวน้อยคลายความกังวลลง


“…” ใบหน้าน่ารักเงยหน้าขึ้นสบตากับแวมไพร์หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายอีกครั้ง แจมินหน้าซีดลงเรื่อยๆ หากแต่เจโน่ก็ยังแสร้งทำหน้าไม่รับรู้


“พี่ได้ยินมาว่าตลาดที่เมืองทางเหนือนี้มีแต่ของอร่อยทั้งนั้นเลย แจมจะไปเป็นเพื่อนพี่ได้ไหม”


“…”


“..นะครับ”


“เอ่อ..ก็ได้ครับ” ภาพเจโน่ที่ยิ้มจนตาหยีทำให้หัวใจของแจมินอุ่นวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เพียงแค่นั้นแจมินก็รู้สึกว่าดีแล้วที่ตอบตกลงออกไป แค่ได้เห็นรอยยิ้มของเจโน่ก็รู้สึกคุ้มค่าแล้ว


“ถ้างั้นแจมินไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวพี่จะไปบอกท่านคริส” ดวงตากลมเบิกตากว้างเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะไปหาพ่อของตน ริมฝีปากบางเตรียมอ้าปากจะห้าม แต่ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อเจโน่หันหลังเดินตัวปลิวออกไปอย่างรวดเร็ว มนุษย์ตัวน้อยถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเดินคอตกกลับเข้าไปในปราสาทเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับการออกไปเดินตลาด




แจมินยืนรอเจโน่อยู่ท่ีหน้าประตูปราสาท ดวงตากลมโตมองประตูรั้วขนาดใหญ่ตรงหน้าด้วยความกังวล เขาไม่อยากออกไปข้างนอกเขตวังของท่านพ่อ แต่เขาก็ไม่กล้าขัดใจอีเจโน่


“ท่านแจมินจะออกไปข้างนอกหรือขอรับ” หนึ่งในทหารยามร่างกำยำที่ยืนจังก้าอยู่หน้าประตูปราสาทพูดขึ้นหลังจากเห็นร่างบอบบางของลูกชายคนเล็กของราชาผู้ยิ่งใหญ่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูมาสักพัก ตนเองก็ยืนเฝ้าประตูตรงนี้มาหลายร้อยปี เพิ่งจะเคยเห็นคุณคนเล็กเดินเข้าใกล้ประตูปราสาทก็วันนี้นี่แหละ


“อ..อะ ใช่” แค่โดนทหารทักเพียงแค่นี้คนตัวเล็กก็สะดุ้งสุดตัว ทั้งยังทำหน้าซีดเสียจนน่าสงสาร ทหารยามที่เป็นคนถามจึงโดนเพื่อนทหารของตนเองถองศอกใส่แรงๆ หนึ่งที ข้อหาทำให้คุณคนเล็กตกใจ


“องค์ชายตกใจเพราะเสียงแกหมดแล้วไอ้งั่ง”


“ข..ขอโทษขอรับท่านแจมิน” ทหารยามละล่ำละลั่กขอโทษด้วยความกลัวว่าจะทำให้แจมินไม่พอใจ นั่นทำให้แจมินรีบส่ายหน้าแล้วรีบบอกว่าไม่เป็นไร


“..เราคิดว่าจะออกไปเดินเล่นที่ตลาด” แจมินพูดออกไปเสียงเบา


“ตลาด..อ้อ! อยู่ใกล้แค่นี้เองขอรับ องค์ชายต้องการคนตามไปอารักษ์ขาไหมขอรับ”


“ใจดีจัง” คนพูดหยุดชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มจากริมฝีปากบาง ทหารสองนายมองมนุษย์ตรงหน้าตาค้าง รอยยิ้มจากคุณคนเล็กที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั่นทำให้พวกเขาทำตัวไม่ถูก


“แจมิน”


เหล่าทหารพากันหน้าซีดเผือด ยืนอกผายไหล่ผึ่งกันทันทีที่เห็นร่างลูกชายคนเล็กของตระกูลจาง คู่หมั้นขององค์ชายนาแจมินเดินมุ่งหน้ามาทางพวกเขา เห็นทีทหารอารักษ์ขาคงจะไม่จำเป็นเสียแล้วล่ะมั้ง


แจมินหันหลังไปมองก็ชนเข้ากับแผงอกของแวมไพร์หนุ่มพอดิบพอดี คนตัวเล็กถอยหลังออกไปสองก้าวก่อนจะช้อนตาขึ้นมองสีหน้าของคนตรงหน้า ดวงตากลมโตมองใบหน้าบึ้งตึงของเจโน่ ความรู้สึกหวาดกลัวก็โถมเข้าใส่ที่จนหน้าซีด ไม่รู้เจโน่ไปโมโหอะไรมา หรือว่าทะเลาะกับท่านพ่อ? ท่านพ่อคงไม่อนุญาติให้เขาออกไปหรอกใช่ไหม


“เดี๋ยวๆ ท่านพ่อไม่อนุญาติไม่ใช่หรอ ทำแบบนี้..” คนตัวเล็กร้องโวยวายเมื่อโดนแวมไพร์หน้าบึ้งลากแขนให้เดินผ่านประตูปราสาทออกไปพร้อมๆ กัน แม้จะพยายามขืนตัวไว้สุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถขัดขืดได้เพราะเรี่ยวแรงของเจโน่ที่มีมากกว่า


นายทหารทั้งสองมองหน้ากัน เขาเห็นท่าทางขัดขืนขององค์ชายคนเล็ก แต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วยเพราะดวงตาแดงก่ำขององค์ชายตระกูลจางที่จ้องมองกลับมาอย่างเอาเรื่อง ราวกับกำลังจะบอกว่า อย่ามายุ่ง อะไรแบบนั้น


“ท่านอนุญาติ” เสียงทุ้มตอบกลับมาอย่างไร้อารมณ์


“นั่นไงเห็นไหม..ห..ห๊ะ” แจมินเบิกตากว้าง ปากเล็กๆ อ้าค้างไว้ด้วยความตกใจเมื่อได้รับคำตอบจากแวมไพร์ตรงหน้า กว่าที่จะทันได้พูดอะไร เจโน่ก็ลากแขนเขาให้เดินไปตามทางเดินบนสะพานแล้วเรียบร้อย


“…”


“คุณหงุดหงิดเรื่องอะไร” เจโน่ตวัดสายตามองมนุษย์ตัวน้อยแทบจะทันที จนเจ้าตัวสะดุ้ง เกรงว่าตัวเองจะถามเรื่องที่ไม่เข้าหูแวมไพร์ขี้โมโหเข้าแล้ว


“เราไม่นั่งรถม้าไปหรือหายตัวไปหรอ” มนุษย์ตัวน้อยละล่ำละลั่กเปลี่ยนคำถาม


“ไม่คิดว่าเดินไปเรื่อยๆ แบบนี้จะดีกว่าหรอ”


แจมินมองตามแผ่นหลังกว้างของแวมไพร์หนุ่มที่เดินนำอยู่ข้างหน้า เขาไม่กล้าที่จะเดินเทียบเคียงกับอีกฝ่าย แม้ตอนนี้สถานะของพวกเขาจะเปลี่ยนเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ อีกฝ่ายจะเดินไปจากเขาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้เช่นกัน

“แจมิน”


“ครับ?” เจ้าของชื่อชะงัก รีบตอบรับทันทีเพราะกลัวอีกฝ่ายจะหงุดหงิดถ้าเขาตอบรับช้า เจโน่หยุดเดินแล้วหันหน้ากลับมาหาเขา พร้อมกับสายตาเรียบเฉยที่ทอดมองมาทางเขา


“ทำไมไม่มาเดินข้างๆ กันล่ะ”


เขาทำได้หรอ


แจมินได้แต่คิดอยู่ในใจ ใบหน้าน่ารักจ้องมองที่ว่างข้างๆ เจโน่อย่างลังเล พวกเขาทั้งสองยืนอยู่กลางสะพานที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา ลมเย็นๆ พัดผ่านจนผมของแจมินปลิวไปตามลม แวมไพร์ที่จ้องมองอยู่ยิ้มบางก่อนจะเดินกลับมาหามนุษย์ตัวน้อย เจโน่ถอดเสื้อคลุมของตนเองออกแล้วยกขึ้นคลุมมนุษย์ตรงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศหนาวเย็นเข้ามาวุ่นวายคนของเขา มือเย็นเฉียบจับฮู้ดที่ติดกับเสื้อขึ้นมาคลุมศีรษะเล็ก ยกมือขึ้นจัดผมให้กับแจมิน แล้วถือวิสาสะคว้าข้อมือบางเพื่อพาออกเดินไปพร้อมๆ กัน


“จะต้องทำยังไงแจมถึงจะไม่กลัวพี่” แจมินเหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนที่แทนตัวเองว่าพี่ เจโน่อาจจะเป็นแวมไพร์ที่อายุน้อยเกือบที่สุดในหมู่ราชวงศ์ อาจจะเกิดมาไม่ถึงร้อยปี แต่ก็ยังถือว่าแก่กว่าเขาอยู่หลายขุม ดีไม่ดีอาจจะเกือบสิบปีซะด้วยซ้ำ


“ผม..”


“ไม่เป็นไร จะอีกสิบปี หรือยี่สิบปี พี่ก็รอได้” ดวงตาเรียวที่จ้องมาเต็มไปด้วยความหมายมากมายเสียจนแจมินทนไม่ไหวต้องเบือนหน้าหนีเพราะความเขินอาย


ไม่นานหรอก ขอเพียงเจโน่รอเขาอีกนิดเดียวเท่านั้น..


“คุณไม่โกรธผมแล้วหรอครับ”


“แจมไม่ได้ทำอะไรผิด คนผิดคือพวกกบฏ อย่าคิดมากเลย” แจมินอยากจะสารภาพเหลือเกินว่าเขาชอบคำว่าแจมที่อีกฝ่ายใช้เรียกเขาเหลือเกิน เพราะมันทั้งดูหนักแน่นและชวนให้หลงไหลไปพร้อมๆ กัน


เจโน่ไม่ได้พูดอะไรอีก คนตัวเล็กเบือนหน้าจากเจโน่ แล้วหันมองไปยังเบื้องหน้าของตนเอง ดวงตากลมโตค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นช้าๆ กับสิ่งที่ตัวเองเห็น


แจมินมองผู้คนมากมายที่พากันเดินเข้าออกในตลาดขนาดใหญ่ด้วยท่าทางตื่นเต้น เขาเพิ่งรู้ว่ามีประชาชนแวมไพร์มากมายขนาดนี้ นอกจากนี้พวกเขาก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ทุกคนเหมือนเป็นคนธรรมดาปกติทั่วไป ไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้ายเขาอย่างที่จินตนาการไว้ แม้ว่าทุกสายตาจะพากันหันมาจ้องมองเขาบ้างก็ตาม


“ท..ท่านเจโน่” เมื่อมองจนแน่ใจแล้วว่าแวมไพร์ผู้มาใหม่คือหนึ่งในองค์ชายตระกูลจาง เหล่าชาวบ้านก็พากันคุกเข่าทำความเคารพ


“ไม่ต้องพิธีรีตรองหรอก เราแค่พาภรรยามาเดินเล่นเฉยๆ”


ภ..ภรรยา แจมินเบิกตากว้างมองเสี้ยวหน้าของคนที่โมเมเอาเองว่าเขาเป็นภรรยาของตนด้วยความตกใจ


“หรือว่านั่นคือองค์ชายนานะ โอ้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านทั้งสองมาเยือนตลาดเล็กๆ ของเรา”


ตลาดเล็กๆ งั้นหรอ แจมินมองไปรอบๆ ตลาดแล้วก็ได้แต่คิดในใจ


“เชิญกลับไปทำสิ่งที่ค้างอยู่เถอะ เราเองก็จะขอเดินเล่นเหมือนกัน” แจมินมองเจโน่ที่เอ่ยกับชาวบ้านอย่างอ่อนโยน ฉับพลันหัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงขึ้นมา ใครจะคิดล่ะ ว่าเจโน่จะมีอารมณ์แบบนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็มีแต่ทำหน้าเดียว


“ไปกันเถอะ” คนตัวเล็กพยักหน้าก่อนจะเดินตามแรงจูงของอีกฝ่าย


เจโน่มองมนุษย์ข้างกายที่ตื่นเต้นไปกับทุกสิ่งที่พบเห็นอย่างเอ็นดู ครั้งแรกที่ได้มาเดินเล่นที่นี่คงจะสนุกไม่น้อย รู้สึกคุ้มค่าเหลือเกินที่บากหน้าไปขออนุญาตราชาผู้ยิ่งใหญ่จนเกือบจะถูกเผามา ถ้าเห็นแจมินยิ้มได้ขนาดนี้ ต่อให้โดนเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านก็ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว


“หืม..อันนี้น่ากินจัง” นิ้วเรียวชี้ไปยังก้อนอะไรบางอย่างที่มีลักษณะกลมๆ คล้ายลูกกวาดที่เขาเคยกิน เจโน่มองไปตามมือเล็กก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ


“แจมอยากกินไหม” แวมไพร์หนุ่มถามออกไป ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองเผลอใช้เสียงเอ็นดูแจมินเสียจนหญิงสาวที่เป็นคนขายพากันม้วนต้วนเพราะความเขินแทนมนุษย์ตัวน้อย


“มันคืออะไรล่ะ อร่อยไหม” ดวงตากลมเป็นประกายอย่างน่ารัก นั่นยิ่งทำให้เจโน่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ


“อร่อยสิ” เมื่อได้รับคำตอบจากเจโน่ แจมินก็เอื้อมมือไปหยิบเจ้าก้อนกลมๆ ขึ้นมาถือ เตรียมจะใส่เข้าปากก็ชะงักเพราะเสียงหัวเราะของแวมไพร์สาวเสียก่อน


“องค์ชายจางอย่างแกล้งคุณคนเล็กสิคะ นั่นน่ะ กินไม่ได้หรอก” แจมินมองเจโน่ทีมองแวมไพร์สาวทีด้วยความงุนงง แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร เจโน่ก็คว้าเข้าที่ข้อมือเขาแล้วเอาสิ่งนั้นเข้าปากไปแทน


“อ่ะ เขาบอกกินไม่ได้ไม่ใช่หรอ !” แจมินร้องด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเริ่มคลอไปด้วยน้ำตาเพราะกลัวว่าเจโน่จะเป็นอะไรขึ้นมา


“ร้องไห้ทำไม” เจโน่พูดเสียงนุ่มพร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะลงน้ำตาเม็ดเล็กๆ ที่ร่วงลงมาจากดวงตากลมโตอย่างอ่อนโยน


“ก..ก็เธอบอกกินไม่ได้ แต่คุณกินไปแล้ว จะเป็นอะไรไหม..”


“….” ทั้งเจโน่ทั้งแวมไพร์สาวนิ่งไปพร้อมกัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เจโน่จูงมือแจมินให้เดินออกไปพร้อมกันก่อนจะอธิบายให้คนตัวเล็กฟัง


“ที่บอกว่ากินไม่ได้ เพราะมันทำมาจากเลือดน่ะ แจมินจะกินได้ยังไงกัน”


“แกล้งหรอ !” มือเล็กๆ ตีไหล่ของแวมไพร์หนุ่มเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะทำหน้าบึ้งใส่ แต่เจโน่ก็ยังคงหัวเราะแล้วยกมือขึ้นขยี้ศีรษะของแจมินเบาๆ ด้วยความเอ็นดู



แจมินหยุดชะงักตรงหน้าร้านเครื่องรางที่ตั้งอยู่ในกระโจมเล็กๆ ชวนพิศวง ดวงตากลมมองเชือกถักที่อยู่ในแผงตรงหน้าด้วยดวงตาวาววับ


“องค์ชายน้อยตาถึงจริงๆ สร้อยเส้นนี้ถูกออกแบบมาเพียงแค่สองเส้นในโลก มีความเชื่อว่าหากคู่รักคู่ใดส่วมใส่มัน ก็จะสามารถครองคู่กันตลอดไป หรือในอีกทางหนึ่งก็หมายความว่าผู้ที่สวมใส่มันจะมีชีวิตที่ยืนยาวเป็นนิรันด์” แจมินละสายตาจากแผงตรงหน้า หันมองแวมไพร์หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลัง


“ผมอยากได้เส้นนี้ครับ” แจมินครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนตัดสินใจ


“เอาไปเพียงเส้นเดียวหรือขอรับ” ตาเฒ่าเอ่ยถาม ทั้งยังมองเลยไหล่บางไปยังองค์ชายฝั่งตะวันตกที่ยืนทำหน้านิ่งไม่แสดงความรู้สึกอยู่เบื้องหลัง


แจมินเพียงแค่ยิ้ม ไม่ตอบรับตาเฒ่าเจ้าของร้าน เขารับสร้อยเส้นนั้นมาถือไว้ ก่อนจะหันไปดึงข้อมือของแวมไพร์หนุ่มที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง ตัวเขานั้นไม่เหมาะสมที่จะครองคู่กับเจโน่ไปตลอดกาลหรอก เขาเพียงแค่อยากให้เจโน่มีชีวิตที่ยืนยาวก็เท่านั้นเอง ช่างน่าขันนัก ซื้อเครื่องราวอายุยืนให้แวมไพร์ที่อายุยืนอยู่แล้วเนี่ยนะ


ดวงตาเรียวของเจโน่จ้องมองแจมินที่บรรจงสวมสร้อยข้อมือไปแก้มแดงไปก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู พอสวมกำไลเสร็จแจมินก็รีบผละมือออก แต่เจโน่ไวกว่า แวมไพร์หนุ่มหยิบกำไลที่มีลักษณะเหมือนกันจากแผง ก่อนจะคว้าข้อมือแจมินเพื่อถอดกำไลเส้นเก่าออก แล้วบรรจงสวมกำไลเส้นใหม่ให้คนตัวเล็กแทน โดยไม่ลืมที่จะจรดข้อมือเล็กขึ้นมาจูบลงบนกำไลเส้นใหม่อย่างอ่อนโยน ทั้งยังใช้สายตาที่สื่อความหมายมองจนมนุษย์ตัวน้อยเขินจนแทบจะบิดเป็นเกลียว


“สำหรับองค์ชายน้อยไม่ต้องจ่ายเงินหรอกครับ แค่องค์ชายมาเยือนก็นับว่าเป็นเกียรติมากแล้ว กระผมขอมอบสร้อย 2 เส้นนี้ให้กับท่านแจมินและท่านเจโน่นะขอรับ ขอให้ท่านทั้งสองครองรักกันยาวนาน”


เจ้าของร้านที่ยืนเป็นพยานรักก่อนหน้าเดินหายกลับไปในร้านแทบจะทันที แจมินยืนนิ่งด้วยความงุนงงปนความเขอะเขินก่อนจะประสานสายตากับเจโน่ที่จ้องมองตนอยู่ก่อนหน้าแล้ว


“ตาเฒ่าเมื่อกี้อวยพรให้พวกเรา แถมยังมอบของแทนใจให้อีก สงสัยจะต้องตอบแทนให้อย่างงามแล้ว” แจมินเบิกตากว้าง มองเจโน่ที่พูดลูบคางไปอย่างคนกำลังใช้ความคิดอยู่คนเดียว ใบหน้าน่ารักส่ายไปมาแก้เขิน ก่อนจะเดินหนีไปทางอื่นเพราะทนไม่ไหว




หมับ !




“อ่ะ !” แจมินอุทานเสียงเบา รู้ตัวอีกทีร่างของตัวเองก็โดนคว้าเข้าไปอยู่ในป่าที่อยู่ใกล้ๆ ตลาด ความรู้สึกเย็นยะเยือกคลืบคลานเข้ามาเสียจนร่างโปร่งขนลุก ก่อนจะรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งเมื่อได้ยินเสียงของฝ่ายที่พาเขาเข้ามาในป่านี้


“ไม่เจอกันนานเลยนะขอรับองค์ชายนานะ”


ร่างผอมของมนุษย์กระตุก แจมินทรุดลงไปนั่งที่พื้นเพราะความตกใจและความเจ็บปวดบริเวณข้อมือข้างซ้ายที่เกิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน


เจโน่ !


แจมินร้องเรียกชื่อคู่หมั้นของตัวเองอยู่ในใจ ดวงตากลมมองสร้อยข้อมือที่ไม่อาจช่วยปลอบประโลมความเจ็บปวดจากคำสาปได้ทั้งน้ำตา


เจโน่หายไปไหนกัน


ความทรงจำเลวร้ายที่เกิดขึ้นในอดีตพร่างพรูเข้ามาในหัวราวกับก๊อกรั่ว มนุษย์ผู้ไร้ทางสู้ตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสาร ทั้งยังเจ็บปวดจากรอยสามเหลี่ยมที่เริ่มขึ้นเป็นสีแดงเพลิงราวกับไฟที่กำลังแผดเผาข้อมือเล็กให้เป็นจุล


“คิดจะทำอะไร” น้ำเสียงดุดันของเจโน่ดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างที่ปรากฏตัวอยู่ข้างหลังแวมไพร์กบฏ แจมินเห็นเสี้ยวหน้าของเจโน่เพียงเล็กน้อยก็ยังอดหวั่นไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตนเองเคยโดนอีกฝ่ายขู่จะฆ่าตั้งหลายครั้ง แต่สีหน้าตอนนี้มันเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด


“หึ คิดว่าฉันจะกลัวรึไง” มันยืนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งยังยืนนิ่งให้เจโน่เอากรงเล็บจ่อที่คอของตนอย่างไม่ทุกข์ร้อน


“รอยสามเหลี่ยมที่ฉันฝากไว้น่ะ สวยดีเนอะ ว่าไหมองค์ชายจาง” น้ำเสียงยียวนพูดอย่างขบขันราวกับกำลังพูดเรื่องตลกทำให้องค์ชายจากตระกูลจางโมโห


“แก..!” คมเล็บของเจโน่ฝังเข้าไปในลำคอของแวมไพร์กบฏจนหายไปเกือบครึ่ง เลือดสีดำคล้ำไหลออกมาจนเปื้อนเสื้อที่มันสวมใส่อยู่เป็นวงกว้าง แต่เจ้าของร่างก็ไม่ได้ดิ้นรนด้วยความหวาดกลัวหรือความเจ็บปวดเลยสักนิด ราวกับเตรียมตัวตายมาอยู่แล้ว


“ชู่ว ถ้าไม่ช่วยถอนคำสาปจะแย่เอานะ” มันยกมือขึ้นทำเสียงจุ๊ปากใส่เจโน่ด้วยใบหน้ากวนประสาท มองเหยื่อตัวน้อยที่ฟุบอยู่บนพื้นหญ้าด้วยท่าทางขบขัน ยิ่งเห็นท่าทางหงุดหงิดขององค์ชายจางก็ยิ่งรู้สึกสนุกเสียจนกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว


“หมายความว่ายังไง” แจมินพูดออกไปเสียงแผ่ว ดวงตากลมโตที่ชื้นไปด้วยน้ำตาช้อนมองเจโน่ที่ยืนอยู่เบื้องหลังแวมไพร์กบฏตรงหน้าอย่างตัดพ้อ


“อ้าว นี่ไม่มีใครบอกเลยหรอองค์ชายน้อย ท่านเจโน่น่ะสามารถช่วยได้นะ เพราะอย่างนี้ ทำไมถึงต้องมีงานแต่งงาน คงไม่ต้องบอกหรอกเนอะ” ฝ่ายกบฏพอหันมาเห็นสีหน้าของแจมินก็เข้าใจได้อย่างดี มันกระตุกยิ้มก่อนจะคิดว่าเกมส์นี้น่าสนุกเสียยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเจ้าเล่ห์จงใจเหลือบมองแหวนหมั้นที่อยู่บนนิ้วของแจมินอย่างดูแคลน


“แจมอย่าไปฟังมัน” องค์ชายจากตระกูลจางกัดฟันกรอด ดูเหมือนว่าการที่มันปรากฏตัวในวันนี้เพื่อมาปั่นหัวพวกเขาให้แตกคอกันเองล้วนๆ


“ไม่มีใครรักแกหรอกนาแจมิน ! แกมันตัวซวย ! เป็นมนุษย์โง่ๆ ที่ควรตายไปซะ !” เสียงตะโกนจากแวมไพร์ตรงหน้าดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความเจ็บปวดที่รอยสามเหลี่ยมที่เริ่มรุนแรงขึ้นจนแจมินต้องจิกเล็บลงบนรอยสามเหลี่ยมเพื่อหวังจะบรรเทาความเจ็บปวด


“หึหึหึหึหึ แล้วแกจะต้องร้องหาความตา...ย” ใบหน้าซีดเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงที่ขาดหายไป ร่างแวมไพร์ที่เคยอยู่ยืนอยู่หายไปต่อหน้าต่อตา พร้อมกับเศษฝุ่นที่ลอยไปตามลมโดยที่มีเจโน่ยืนทำหน้าตาน่ากลัวอยู่ที่เดิม


“ค..คุณฆ่าเขา..” แจมินตัวสั่นเสียจนไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถยืนได้ เขามองใบหน้าน่ากลัวของเจโน่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาไม่เคยเห็นเจโน่ในมุมนี้มาก่อน แล้วเขาคิดว่าเขาไม่สามารถรับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ในตอนนี้


“แจมิน..”


“อย่าจับผม !” ร่างเล็กตะโกนลั่นพร้อมกับปัดมือเปื้อนเลือดที่ยื่นมาตรงหน้า ดวงตากลมที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้นมีแต่ความหวาดกลัวอย่างชัดเจนเสียจนแวมไพร์หนุ่มรู้สึกเจ็บปวด


“บอกว่าอย่าจับไง คนโกหก !”


“พี่ไม่ได้โกหก..”


“ที่บอกว่ารักอะไรนั่นเป็นแค่เรื่องโกหกใช่ไหม ที่แต่งงานด้วยก็เพราะถูกท่านพ่อบังคับใช่ไหม..ฮึก..ผมจะกลับไปบอกท่านพ่อเองว่าให้ยกเลิกงานแต่งของเรา” หัวใจของแจมินรู้สึกเจ็บไปหมด คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าเจโน่ไม่มีทางที่จะรักเขาได้หรอก ให้ตายสิดันไปหลงคารมของอีกฝ่ายจนได้ แกนี่มันโง่จริงๆ เลยนาแจมิน


“แจมินฟังพี่ก่อน พี่เต็มใจ พี่อยากช่วยเรา” แวมไพร์หนุ่มพยายามจะอธิบาย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้แจมินจะไม่อยากฟังคำอธิบายจากเขาแล้ว

“ไม่ต้องมาช่วยผม !” เสียงของแจมินเหมือนดังก้องอยู่ในห้วงความคิด เจโน่นิ่งไปราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาคมมองมนุษย์ตัวน้อยที่เตรียมจะถอดแหวนที่เขาเป็นคนสวมออก ทันใดนั้นความรู้สึกโมโหก็ปะทุขึ้นมาเสียจนห้ามอารมณ์ตัวเองเอาไว้ไม่อยู่


“พี่ไม่ยอมให้เราตายเด็ดขาด จำไว้นาแจมิน!!!” เจโน่ตะโกนดังลั่นพร้อมกับโถมตัวเข้าใส่ร่างเล็กอย่างแรงจนแจมินหงายหลังไปกับผืนหญ้า คนตัวเล็กเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจกับอารมณ์ของอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยของเจโน่กลายเป็นสีแดงอย่างน่ากลัว แม้แจมินจะพยายามดิ้นหนีออกจากร่างของแวมไพร์ที่อยู่เหนือร่างตัวเองแต่ก็ไม่สำเร็จ


“ผมจะตายก็เรื่องของผม ปล่อย!” แจมินตะโกนกลับ ไม่คิดว่าเพียงเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้รักตนเอง แต่ทำไปเพราะความสงสารจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้มากขนาดนี้ เขาคงเผลอหลงรักเจโน่ไปแล้วจริงๆ


“ฉัันไม่ยอม” แวมไพร์หนุ่มพูดเสียงเย็น พร้อมๆ กับคมเขี้ยวที่เริ่มโผล่พ้นออกมาจากริมฝีปาก แจมินเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ ร่างกายของเขาสั่นเสียจนแจมินไม่คิดว่าร่างกายจะสั่นไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว


“อึก..จ..เจ็บ..ปล่อยนะ !” แจมินตาค้าง ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนต้นคอของตัวเองประเดประดังเข้ามาเสียจนดวงตาพร่าไปหมด ความแสบร้อนจากคมเขี้ยวของเจโน่ชัดเจนอยู่ในความรู้สึกจนแจมินแทบหยุดหายใจ แวมไพร์หนุ่มถอนเขี้ยวออกจากซอกคอหอมกรุ่นและฝังลงไปใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง แจมินไม่รู้ว่าเจโน่ขโมยเลือดของตัวเองไปมากแค่ไหน แต่มันช่างยาวนานเหลือเกิน ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด..


ดวงตาแดงเพลิงเริ่มแปรเปลี่ยนกับมาเป็นสีเดิม เจโน่ผละออกจากแจมินด้วยความตกใจ เขาจ้องมองมนุษย์ที่ตัวเองพยายามเฝ้าถะนุถนอมนอนหายใจรวยรินอยู่บนผืนหญ้าสีเขียวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ดวงตากลมจ้องมองเขาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะค่อยๆ ปิดลงช้าๆ


แวมไพร์หนุ่มถอนหายใจแรงๆ ยกมือขึ้นลูบหน้าของตนเองเพื่อตั้งสติ กลิ่นเลือดหอมๆ ของแจมินคละคลุ้งไปทั่วจนเจโน่ต้องรีบรวบคนตัวเล็กขึ้นอุ้มแล้วหายไปตัวไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แวมไพร์ตนอื่นจะตามกลิ่นมาเจอ






“บังอาจ ! ข้าจะสั่งประหารเจ้า อีเจโน่ !”


เพียงแค่ปรากฏตัวในปราสาทของราชาผู้ยิ่งใหญ่เสียงคำรามก็ดังเข้าโสตประสาตของเจโน่แทบจะทันที พลังมหาศาลที่่ก่อตัวเป็นไออยู่ข้างหลังของคริสทำเอาสัญชาติญาณของตนเองร้องเตือนอยู่เนืองๆ แต่เขาก็ยังคงทำแค่เพียงคุกเข่าตรงหน้าแท่นบัลลังก์โดยมีร่างของแจมินอยู่ในอ้อมแขน


จงแดยกมือขึ้นปิดปากเมื่อเห็นคราบเลือดที่ยังคงตกค้างอยู่บนร่างของลูกชายคนเล็กของตนด้วยความตกใจ ดวงตาเรียวมองรอยกัดที่หลงเหลืออยู่บนคอของแจมินก็พอจะเข้าใจว่าเจโน่คงจะกัดแจมินแล้ว มันก็ควรจะเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ทำให้มันไม่ปกติก็เพราะรอยกัดที่คอของแจมินนั้นฉกรรจ์เสียจนน่ากลัว


เจโน่ยอมรับความคิดของตนเองแต่โดยดี เพราะความขาดสติของเขาเรื่องถึงได้กลายเป็นแบบนี้ ท่านคริสจะโมโหก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะตัวเขาเอง ที่ไม่สามารถรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้ได้ ถ้าครั้งนี้เขาต้องตายเพื่อเป็นการรับผิดชอบ เขาก็ยินดี


“พี่อี้ฟาน ใจเย็นก่อนครับ” จงแดร้องลั่นเมื่อสามีของตนโผล่ไปยืนอยู่ตรงหน้าลูกเขยเพียงแค่พริบตาเดียว ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนของคนรักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงื้อมือเตรียมจะทำร้ายเจโน่ แต่ก็ไม่ทันการณ์เมื่อกรงเล็บแหลมของคริสตวัดลงบนหน้าของแวมไพร์เด็กจนเกิดรอยเป็นทางยาว


“ท..ท่านคริส ใจเย็นๆ” ชานยอลกับมินซอกโผล่เข้ามาตามกลิ่นเลือดของแจมิน ทั้งคู่เบิกตาโพล่งด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างสูงของชานยอลปรี่เข้ามาบังระหว่างเจโน่กับคริสเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังโมโหจนขาดสติได้ฆ่าลูกชายของน้องชายร่วมสาบานของตนเองขึ้นมา


“อย่ามายุ่ง พาแจมินไปรักษา” ดวงตาแดงเพลิงตวัดมองร่างสูงขององค์รักษ์ ชานยอลสะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะหันไปมองสภาพขององค์ชายน้อย องค์รักษ์ตัวสูงสบตากับแวมไพร์อ่อนกว่านิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าแล้วรับร่างแจมินจากเจโน่แล้วรีบเดินออกไป เหลือเพียงมินซอกกับจงแดที่ยังคงยืนอยู่


“พี่อี้ฟาน นั่นลูกของพี่อี้ชิงนะครับ” จงแดพูดด้วยเสียงสั่นๆ มองเจโน่ที่ยอมนั่งเฉยๆ ให้คนรักของตนเองนั้นลงไม้ลงมือด้วยความเป็นห่วง ยิ่งเห็นหยดเลือดจากแก้มของคนเด็กกว่าก็ยิ่งใจไม่ดี


“พี่ไม่สน” คริสกดเสียงต่ำ ทันใดนั้นคมเล็มแหลมเขาก็พุ่งเข้าไปในช่วงท้องของแวมไพร์อ่อนวัยเสียจนมือหายไปครึ่งลำ เลือดมากมายไหลออกมาจากบาดแผลพอๆ กับริมฝีปากบางของเจโน่ที่มีเลือดซึมออกมาเหมือนกัน จงแดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนมินซอกก็สีหน้าไม่สู้ดีนัก ถ้าเจโน่เป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ คงไม่แคล้วต้องเกิดสงครามแน่ๆ


“ท..ท่านคริสครับ หยุดก่อน !” ชานยาลตะโกนลั่นพร้อมกับร่างสูงที่วิ่งเข้ามา ราชาผู้ยิ่งใหญ่ไม่สนใจเสียงเรียกขององค์รักษ์เตรียมจะปลิดชีพแวมไพร์ตรงหน้า “รอยสามเหลี่ยมของแจมินมีรอยสัญลักษณ์ของตระกูลจางขึ้นทับอยู่ครับ ! ถ้าท่านฆ่าคุณเจโน่ คุณแจมินก็จะตายนะครับ” ร่างสูงนิ่งไปราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาแดงมองเจโน่ที่จ้องมองตนกลับมาอย่างหงุดหงิด เจโน่ทำพันธะสัญญากับลูกชายเขาแล้ว คริสดึงมือออกจากท้องของเจโน่ออกแรงๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว




อย่างนั้นหรอ..รอยสัญลักษณ์ของเขาขึ้นทับบนร่างของแจมินแล้วงั้นหรอ..


เขาได้เป็นคู่กับนาแจมินแล้วสินะ


แจมินเป็นของเขาแล้ว ของเขาคนเดียว ตลอดไป..



“อึก..” เจโน่กระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรงพร้อมกับทรุดลงไปนอนที่พื้น พละกำลังของคริสนั้นมากมายเสียจนร่างกายเขาทำการรักษาตัวเองได้ช้าเสียจนรู้สึกทรมาน


“จ..เจโน่ ไหวไหมลูก ทำใจดีๆ ไว้นะ..พี่มินซอกครับ ช่วยเขาที” จงแดพูดไปร้องไห้ไปด้วยความตกใจ ยิ่งเห็นเจโน่ทรุดลงไปต่อหน้าต่อตายิ่งรู้สึกใจเสีย


“ผม..ขอโทษครับ” เจโน่พึมพำออกมาเสียงเบา ก่อนดวงตาที่หนักอึ้งของตัวเองจะค่อยๆ ปิดลงไปอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ แม้จะพยายามลืมตาแค่ไหนก็ตาม


ไม่..


ตายไม่ได้เด็ดขาด..


ถ้าเขาตาย..แจมินคง...









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #568 kopai0901 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 22:58
    น้องโน่ลูกแม่!!!เสียวท้องแทน
    #568
    0
  2. #518 hiphophop (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 11:34
    แงๆๆ โน่ตายไม่ได้นะ น้องนี่ก้คือหายแล้วใช่ป่ะ ฮืออ น้องแจมอย่าคิดมากสิ อีพี่นี่ก็ แต่อีกบฏ -งง!!!
    #518
    0
  3. #464 wareeandsoul (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 02:21

    ตอนนี้เริ่มด้วยมุมหวาน ๆ ของพระนาย หวานจนน้ำตาลขึ้นเลยนะคะ แหม แค่ก็ตัดจบด้วยดราม่าน้ำตาตก อารมณ์ปรับแทบไม่ทันค่ะ ฮือ เป็นคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกันค่ะ ท่านคริสเข้าใจวัยรุ่นหน่อยสิ เห้อ เกือบฆ่าลูกเขยแล้วมั้ยล่ะนั้น

    #464
    1
    • #464-1 wareeandsoul(จากตอนที่ 14)
      27 มีนาคม 2562 / 02:26
      โห พึ่งรู้ตัวว่าค้างอ่านไว้นานเลย TT
      #464-1
  4. #406 bunnyxfox (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:26
    เจโน่ ฮือ ชอบน้องก็บอกน้องไปเถอะะ แงง พูดแบบนี้ยิ่งทำให้น้องรู้สึกแย่นะ ฮืออ TT ไรท์ทำร้ายมากเลอ ตอนต้นหวานมากก เขินมากก แง แต่ตอนท้ายนี่บีบหัวใจจริงๆ จะร้องไห้ตามจงแดด้วยเลย สงสารเจโน่ ฮือ
    #406
    0
  5. #403 fujikozung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 15:54

    เจโน่นี่อารมณ์ร้อนจริงๆๆๆๆ จะรีบกัดน้องไปไหน รอให้น้องใจเย็นกว่านี้แล้วค่อยคุยกันก็ไม่ได้ แล้วนี่ตัวเองก็เกือบตายเพราะสิ่งที่ทำไว้ โอ้ยยยจะหวานก็หวานไม่สุด

    #403
    0
  6. #399 Hongsyok (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 10:52
    เจโน่ชอบเขาก็บอกน้องเขา
    #399
    0
  7. #384 JutamasPromyota (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:12
    อิพี่คริสเอ้ยยยยยย โหดเกินไปแล้ว จงแดลงโทษอิพี่คริสมันเลย!!!
    #384
    0
  8. #358 Butsaya.89 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 10:16
    งือออ เจโน่อย่าเป็นอะไรนะ
    #358
    0
  9. #357 uioi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 15:53
    รีบๆมาต่อนะค่ะ. ขอให้เจโน่ม่ตายนะะะ
    #357
    0
  10. #355 Mochi. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 11:30
    โว้ยยย หวานได้หน่อยนึง งานดราม่ามาอีกแล้ว แงงงง
    #355
    0
  11. #354 Dinaadin N.England (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 00:37
    อ่านแล้วทั้งเจ็บปวดและปวดตับ
    #354
    0
  12. #352 rainydaymonday (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 21:43
    ตอนนี้เต็มอิ่มมากๆ ค่ะ รออยู่นาน มาต่อก็ไม่ผิดหวังเลย ดูท่าแล้วเรื่องคงดราม่าต่อไปอีก แต่ไม่เป็นไร เป็นคู่กันแล้วแบบนี้ยังไงก็หนีกันไม่พ้น แถมต่างฝ่ายต่างก็รักกันด้วย รออ่านต่อนะคะ ยังไงก็จะรอค่ะ
    #352
    0
  13. #351 okimeiei (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 18:49

    คิดถึงเรื่องนี้ม๊ากกกกก
    #351
    0
  14. #350 bunnyybenz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 17:18
    ฮื่ออออ พี่โน่ทำทุกอย่างเพื่อแจมจริงๆนะ อย่าเป็นอะไรนะพี่โน่ TT ~
    #350
    0
  15. #349 secret_freshmart (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 16:58
    คิดถึงเรื่องนี้~~~~ ฮืออออ ทำไมขุ่นคริสรุนแรงจังคะ เข้าใจว่าโกรธโน่มากๆ แต่ก็แอบสงสารโน่ แงงงงง เผลอทำร้ายน้องลงไปอ่ะ น้องจะให้อภัยมั้ยยยยย อภัยเถอะค่ะพี่แกไม่ตั้งใจ แจมินลูกกกกกกกก
    #349
    0
  16. #348 sunflower.jm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 15:30
    คิดถึงไรท์ม้ากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ดีใจที่มาอัพต่อนะคะ เจโน่อย่าตายนะ เธอต้องอยู่ปกป้องดูแลน้องแจมสิ ;-;
    #348
    0
  17. #347 yorina (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 10:34
    โอ้ยยยยยบ ค้างหน่องค้างงง ยัยเเจมมมมอย่าพึ่งเข้าใจผิดซี่~ พิโน่รักเเกมากนะเว้ยยยย
    #347
    0
  18. #346 FUNAMI-SAN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 08:39
    โอย ค้างมากก นานะหนูใจเย็นนะลูก พี่เขาทำเพื่อหนูขนาดนี้ไม่ใช่แค่เพราะพี่เขาอยากช่วยหรอก เจโน่รักแจมมี่สุดแล้วค่ะ อย่าตายจะโน่นะ ;-;
    #346
    0
  19. #345 peach me. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 07:26

    ตอนนี้น้องต้องการแค่เจโน่ มีแค่เจโน่คนเดียวที่จะช่วยน้องได้นะ


    คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ TT

    #345
    0
  20. #344 Lookmeemona (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 06:24
    อย่าตายนะเจโน่
    #344
    0
  21. #343 Parkhuang68 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 05:58
    อย่าตายนะแงงงงงงงง
    #343
    0
  22. #342 Malinda B (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 02:45
    ไรท์อัพแล้วจะร้องไห้ สนุกมากลุ้นไปหมด
    #342
    0
  23. #341 Pattho (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 00:50
    ท่านคริสสายโหด เจโน่เข้มแข็งไว้!!! /ไรท์จ๋าาาาา เค้าคิดถึงน๊าาาา ;-;
    #341
    0
  24. #340 pccpc (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:59
    คิดถึงงง ไรท์สู้นะคะะะ
    #340
    0
  25. #339 NSP2279 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:36

    ไม่นะเจโน่ต้องไม่เป็นอะไรนะ
    คิดถึงเรื่องนี้มากเลยค่ะ
    #339
    0