(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 10 : NINE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    13 มี.ค. 61





9

ผมคุยกับคุณได้หรอ




มนุษย์ต้องคำสาปงั้นหรอ


นาแจมินหนะหรอ


“จ้องหน้าฉันทำไม” ใช่ เจโน่กำลังนั่งจ้องหน้าไอ้บ้าจองอู เพื่อนสมัยเด็กของเขาอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย จนคนโดนจ้องชักจะรำคาญเลยต้องถามออกมา


“หมายความว่ายังไงเรื่องคำสาป”


“ของแจมินอะนะ”  แวมไพร์ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินมานั่งใกล้ๆ เจโน่ที่เอาแต่ทำหน้าเครียด น่าแปลกใจไม่น้อยที่เจโน่กลับเป็นคนที่รู้เรื่องของแจมินน้อยที่สุด


“…”


“แกเป็นคนฉลาดนะ แต่ทำไมพอเป็นเรื่องแจมินถึงได้โง่ทุกทีเลยวะ” จองอูอดไม่ได้ที่จะด่าเพื่อนออกมา สำหรับตัวเขาแล้ว เขาไม่ได้แคร์ความรู้สึกแจมินหรอก แต่สนใจไอ้บ้าเจโน่เพื่อนเขามากกว่า แม่ง อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่างกับลิฟต์


“อย่าลีลา”


“เออๆ เรื่องเด็กคนนั้น คนเขาลือกันว่าถึงจะรอดตายมาได้ แต่ไอ้พวกกบฎนั่นมันทิ้งคำสาปไว้ให้ ร้ายแรงถึงกับว่ากันว่าตายไปคงจะสบายกว่าโดนคำสาปแบบนี้ละมั้ง”


ตายคงจะดีกว่างั้นหรอ


“ขมวดคิ้วอีก ฉันไม่ได้หมายความว่าอยากให้คู่หมั้นแกตายสักหน่อย”


“จะไม่มีใครต้องตายอีก”


“เออ ฉันรู้ ไม่ต้องทำหน้าโหดแบบนั้นก็ได้” จองอูพูดด้วยท่าทางสบายๆ เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เขาเลยไม่ค่อยมีความรู้สึกกลัวเพื่อนคนนี้เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะปั้นหน้าโหดใส่บวกกับรังสีดำทะมึนที่แผ่ออกมาก็เถอะ แต่มันก็คือเพื่อนเขาไง


“แล้วคำสาปที่ว่านั่นหมายความว่ายังไง” พอคิดไปถึงแจมินแล้ว อีกฝ่ายก็ดูทำตัวปกติทุกอย่างเหมือนคนทั่วไป ถ้าไม่นับดวงตาที่เศร้าสร้อยอยู่ตลอดเวลานั่น


“ฉันก็ไม่แน่ใจ พวกคิงพยายามปิดเรื่องนี้ คนที่รู้ก็มีไม่มีกี่คนหรอก” ถึงจะพูดแบบนั้น เขาค่อนข้างมั่นใจว่าพี่ชายคนรองของเขารู้ ไอ้แฝดมันก็รู้ แม้แต่มาร์คก็คงรู้หละมั้ง มีเขาเพียงคนเดียวที่มัวโกรธแค้นอีกฝ่ายจนหน้ามืด ไม่สนใจอะไร เอาแต่สั่งตัวเองให้เกลียดคนตัวผอมนั่น จนไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายเลยสักนิด น่าเจ็บใจจริงๆ แกนี่มันแย่จริงๆ เลยอีเจโน่


เผลอทำเรื่องไม่ดีใส่นาแจมินไปกี่ครั้งแล้วนะ..


“เฮ้ย จะไปไหนวะ” จองอูร้องเบาๆ เพราะอยู่ดีๆ คนหน้านิ่งก็ลุกขึ้นพรวดจนเขาตกใจเกือบจะตกเก้าอี้


“จะไปถามนาแจมิน” เจโน่พูดเร็วๆ ดวงตาเรียวเหลือบมองไปทางประตูห้องชั่วครู่ ก่อนจะหายตัวไปแทบจะทันที


“อ้าว เจโน่ไม่อยู่หรอ” เสียงหวานใสที่ดังอยู่หน้าประตูห้องทำให้จองอูต้องหันไปมอง แวมไพร์หนุ่มยักไหล่ให้พี่สาวของตัวเองแล้วเดินหนีกลับไปอ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้เมื่อครู่


“ก็ชอบไปแกล้งมันอยู่เรื่อย”


“อะไรกัน จองอูก็ชอบแกล้งเจโน่เหมือนกันนั่นแหละ” หญิงสาวบ่นงุ้งงิ้งก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่เจโน่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้ แล้วเอาคางเกยลงบนโต๊ะ


“ไม่แกล้งเจโน่แล้ว แกล้งเด็กนั่นสนุกกว่าเยอะ”


“จองอูนิสัยไม่ดี”






เขายืนอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ที่แทบจะไร้ผู้คนแล้ว อากาศเย็นๆ ไม่ได้ทำให้อารมณ์คุกกรุ่นของเขาลดลงได้เลย เมื่อกี้ด้วยความอารมณ์เสีย เขาเลยเผลอพังงานเลี้ยงไปไม่เป็นท่า เพราะไม่เห็นนาแจมินอยู่ที่งาน พอรู้ตัวถึงได้ออกมายืนสงบสติอารมณ์ที่ตรงนี้


“มาทำอะไรที่นี่” เขาไม่ได้ตอบ และไม่ได้หันไปมองหน้าพี่ชายเลยแม้แต่น้อยอย่างเคย พี่ชายก็เหมือนจะชินกับเรื่องนี้ถึงได้เดินมายืนอยู่ข้างๆ แล้ววางมือลงบนไหล่ของเขา


“พี่หนะ คิดถึงน้องชายที่อ่อนโยนของพี่คนนั้นนะ”


“น้องชายพี่คนเก่าหนะ ตายไปพร้อมกับมินฮยอนแล้ว”


“ไม่..น้องชายคนนั้นของพี่หนะยังอยู่ข้างในนี้ มินฮยอนเองก็เหมือนกัน” เจโน่มองมือของพี่แตะลงบนหน้าอกซ้ายของตัวเองนิ่งๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย พี่ชายของเขานึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์รึไงกัน


“ถึงหัวใจเราจะไม่เต้นแล้ว แต่มันก็ยังอยู่”  


“พูดจาแบบนี้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่”


“หึ แล้วตกลงมาทำอะไรอยู่ตรงนี้” ก่อนหน้านี้แจฮยอนเข้าไปเคลียร์เรื่องงานเลี้ยงให้น้องชายเรียบร้อย ถึงได้เดินตามออกมา พอเห็นเจโน่ยืนนิ่งๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศเย็นๆ ก็รู้สึกคิดถึงบรรยากาศสมัยอยู่กันครบ 3 คนพี่น้อง


“หาแจมินไม่เจอ”


“ไม่ลองไปหาที่ห้องน้องดูละ”


“เข้าตึกมนุษย์ไม่ได้” ช่างน่าขันนัก น้องชายของเขาอยู่ดีๆ ก็เกิดอยากจะทำตามกฏอย่างนี้ก็ได้หรอ ปกติเคยสนใจที่ไหน ที่จริงแล้วแค่แอบกลัวที่จะเจอหน้าแจมินกับมาร์คมากกว่าละมั้ง


“เห็นน้องทำตามกฏแล้วพี่หละปลื้มใจ”ง


“พี่ก็รู้เรื่องคำสาปใช่ไหม” พอเห็นท่าทางอึกอักของแจฮยอน เจโน่ก็เข้าใจ มีเขาคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ


“อันที่จริงก็ไม่รู้เยอะหรอก ก็คงจะรู้ใช่ไหมว่าคิงเขาพยายามปิดเรื่องนี้ น้องแจมเองก็ไม่อยากให้ใครรู้ ตอนแรกแม้แต่แทยงยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ”


“แล้วพี่รู้ได้ยังไง”


“ก็ไปเผือกมาอะดิ คนอื่นก็เหมือนกัน”


งั้นหรอ


งั้นก็แสดงว่าที่เขาไม่รู้เรื่อง เพราะเขาใส่ใจแจมินไม่มากพอ


“ถ้ารู้สึกผิดก็แก้ไขสิ ยังมีเวลานะ”


“…”


“รู้ไหมหละว่าทำไมท่านคริสถึงอยากให้นายแต่งงานกับแจมิน ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ค่อยชอบนายเท่าไหร่”


“…”


“เพราะว่ามีแค่นายคนเดียวยังไงหละ ที่ช่วยลูกเขาได้”


“หมายความว่ายังไง”


“ไม่รู้สิ” บอกว่าไม่รู้แต่ยิ้มจนแก้มบุ๋มแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงวะ


“ไป ไปหาเขาได้แล้ว อย่าปล่อยให้เวลามันผ่านไปเฉยๆ” เขาเหลือบตามองพี่ชายแว่บนึง ก่อนจะยอมหันหลังเดินออกมาแล้วตรงไปยังหอนอนของพวกมนุษย์ ใช้เวลาเพียงไม่นานเจโน่ก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของแจมิน ทำไมถึงหาเจอหนะหรอ ก็แค่เดินตามกลิ่นแจมินมา ก็เป็นอย่างที่เจ้าพวกแฝดว่านั่นแหละ จมูกเขามันจำกลิ่นของแจมินได้อย่างดี ถึงแม้ว่ากลิ่นหอมๆ นั่นจะเบาบางจนแทบไม่ได้กลิ่นก็ตาม



ก๊อก ก๊อก


เอาวะ มีมารยาทหน่อยแล้วกัน เจโน่ฟังเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้บานประตูขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะได้ยินเสียงปลดล็อคประตู เท่านั้นความใจเย็นทั้งหมดก็พังทลายลง เขาผลักบานประตูเข้ามาเร็วๆ ไม่สนด้วยซ้ำว่าคนเปิดประตูเป็นใคร แต่พอเข้าไปยืนอยู่กลางห้องก็พบแจมินที่หลับสนิทอยู่บนแผ่นอกของมาร์คก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เขาเดินเร็วๆ เข้าไปอุ้มแจมินออกมาโดยไม่สนใจมาร์คที่ทำจะโวยวายแล้วหายตัวไปทันที


เจโน่วางแจมินลงบนเตียงใหญ่ของตัวเองเบาๆ เพื่อระวังไม่ให้แจมินตื่น ดวงตากลมที่ปิดสนิทแดงช้ำจนน่าสงสาร ไวเท่าความคิด มือเรียวก็แตะลงบนดวงตาที่แดงช้ำนั้นแล้ว


“อืม..” แจมินค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาเพื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นบริเวณดวงตา แวมไพร์หนุ่มตกใจจนต้องผละมือออก ดวงตากลมของแจมินเพียงแค่จ้องมองเจโน่นิ่งๆ จนคนโดนมองรู้สึกประหม่าเล็กน้อย


“เรา..คุยกันได้รึยัง”


“ผมคุยกับคุณได้หรอครับ” แจมินพูดเสียงเบาด้วยท่าทางไม่มั่นใจ พอเห็นท่าทางแบบนั้นเจโน่ก็รู้สึกเจ็บปวด เพราะเขาแท้ๆ เลยแจมินถึงคิดแบบนี้


“ได้สิ..ฉันอยากคุยกับนาย”


“…”


“นายเหมือนจะมีไข้ โอเครึเปล่า” เจโน่ถามแจมินเสียงเบาด้วยความเป็นห่วง มือเย็นแตะลงบนหน้าผากของมนุษย์ตัวน้อยด้วยความเป็นห่วง แจมินยิ้มให้เจโน่เล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าตอบ


“แล้วร้องไห้ทำไม เพราะจองอูใช่ไหม” แวมไพร์หนุ่มแอบหงุดหงิดเมื่อคิดไปถึงไอ้เพื่อนบ้าที่ปากดีไม่ดูสถานการณ์ใดๆ สักนิด


“คุณฮินะเป็นใครหรอครับ” แจมินไม่ได้ตอบคำถามแวมไพร์หนุ่มแต่เลือกที่จะถามคำถามที่คาใจตัวเองแทน เจโน่เมื่อได้รับคำถามก็ชะงักไปเล็กน้อย นึกตกใจที่แจมินคาใจกับเรื่องนี้ แทนที่จะเป็นเรื่องอื่น


“เป็นคู่หมั้นคนใหม่ของคุณจริงๆ หรอครับ”

“คือ..”


“นั่นสินะครับ เด็กมนุษย์อย่างผม แถมยังมีคำสาปติดตัวอีก ไม่เหมาะสมกับคุณหรอก”


“ฉันต่างหากที่ไม่เหมาะสมกับนาย” สำหรับเขา แจมินอยู่สูงเสมอ เหมือนเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่อยู่ในปราสาทหลังใหญ่โดยมีองค์รักษ์มากมายที่เฝ้าปกป้อง


“อะไรของคุณ” คิ้วของแจมินขมวดเป็นปมจนเจโน่ต้องยกมือขึ้นไปจิ้มเบาๆ เพื่อให้มันคลายออก แวมไพร์หนุ่มคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ราวกับกำลังเย้อหยันตัวเอง


“ขอโทษ”


“ครับ?” ดวงตากลมโตเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แจมินค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง เพื่อคุยกับเจโน่ดีๆ “เพราะแบบนั้นคุณถึงหมั้นกับคุณฮินะใช่ไหม”

“ไม่ใช่”


“แล้วทำไม..”


“ฮินะไม่ใช่คู่หมั้น คู่หมั้นของฉันคือนาย คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยก็คือนายคนเดียวนาแจมิน” น้ำเสียงที่แสนจะจริงจังนั่นทำเอาแจมินทำหน้าไม่ถูก แก้มใสเริ่มขึ้นสีเล็กน้อยเพราะทนสายตาของเจโน่ที่มองมาไม่ไหว ดวงตากลมโตหลุบต่ำเอาแต่จ้องมือของตัวเองอยู่อย่างนั้นเพราะไม่กล้าสบตากับเจโน่


“ฉัน..พี่ขอโทษ ที่ทำให้ร้องไห้” หัวใจของแจมินรู้สึกเหมือนจะเต้นผิดจังหวะเมื่อได้ยินเจโน่แทนตัวเองว่าพี่ แจมินรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถรับมือก็สถานการณ์แบบนี้ได้จริงๆ


“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ เพราะผมมิน..”


“หยุด ! ไม่ต้องขอโทษแล้ว”


“….” ร่างผอมสะดุ้งตกใจกับเสียงตะโกนของแวมไพร์หนุ่ม ทั้งสองจ้องตากันนิ่งๆ จนในที่สุดเจโน่ก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ แวมไพร์หนุ่มเสยผมลวกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เขาเข้าใจดี แจมินไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่มินฮยอนตายเลยสักนิด สิ่งที่เขาโมโหตอนนี้คือตัวเอง เพราะเขาโทษว่าเป็นความผิดแจมิน เอาความคิดนี้ไปใส่หัวแจมินจนน้องต้องโทษตัวเองมาตลอด


“นอนเถอะ ดึกแล้ว นายควรพักผ่อน” แวมไพร์หนุ่มพูดเสียงเบา แล้วกดตัวให้แจมินลงนอนบนเตียง จัดการห่มผ้าเพื่อป้องการความหนาวที่จะเข้ามารบกวนการนอนของคนตัวผอม


“..คุณจะไปไหน” เจโน่รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่อีกฝ่ายเรียกเขาด้วยคำพูดห่างเหิน แต่จะโทษใครได้หละ ก็เพราะตัวเองทั้งนั้น


“จะไปนอนที่ห้องแจฮยอน” แวมไพร์หนุ่มที่กำลังจะลุกเดินออกไปชะงักเพราะมือที่ดึงชายเสื้อตัวเองไว้ เจโน่เลิกคิ้วมองแจมินด้วยความแปลกใจ ก่อนจะตอบน้องไป


“งั้นเดี๋ยวผมไปนอนที่ห้องท่านแม่ก็ได้..” เด็กหนุ่มที่มาแย่งที่นอนเจ้าของห้องรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ดวงตากลมเหลือบมองโลงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างเตียงอีกฝั่งสลับกับแผ่นหลังของแวมไพร์หนุ่ม ทั้งที่โลงก็มีแต่เจโน่เลือกที่จะไปนอนที่อื่น เพราะอีกฝ่ายไม่อยากอยู่ร่วมกับเขารึเปล่านะ


“ไม่ นอนนี่แหละ”


“แต่นี่ห้องคุณ..”


“ฉันบอกให้นอนนี่”


“..ครับ” พอโดนแวมไพร์หนุ่มทำเสียงเข้มใส่แจมินก็ทำหน้าสลดตอบรับอีกฝ่ายกลับเสียงเบาแล้วปล่อยมือออกจากชายเสื้อของเจโน่


“แจมิน?” เจโน่ที่เห็นท่าทางซึมๆ ของแจมินทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆ เด็กหนุ่มอีกครั้ง


“นอนนี่ไม่ได้หรอครับ เรานอนกันคนละครึ่งก็ได้..”




โว้ยยย ใครจะนอนหลับลงได้วะเนี่ย เจโน่ลืมตามองเพดานนิ่งๆ  สลับกับแอบมองใบหน้าในยามหลับของแจมินผ่านความมืด เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วเขาก็ยังนอนหลับไม่ลงไม่ใช่เพราะตอนนี้คือตีสอง แต่เพราะมนุษย์ตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ต่างหากเล่า อยากจะกอดแต่ทำได้แค่นอนนิ่งๆ เพราะกลัวแจมินจะตื่น กลิ่นหอมประจำตัวของแจมินนั้นเบาบางกว่าในความทรงจำมาก เขาจำได้ว่าตอนเด็กแจมินมีกลิ่นหอมมาก แล้วกลิ่นนั้นก็เหมือนจะติดจมูกเขาจนถึงทุกวันนี้ด้วยซ้ำ เขาไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับคำสาปไหม แต่เขาคิดว่ามันน่าจะเกี่ยว


เจโน่ลอบมองข้อมือบางที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าห่ม รอยสามเหลี่ยมนั่นยังคงอยู่เหมือนกับที่เขาเห็นในตอนนั้น หรือว่ารอยสามเหลี่ยมนี่จะเป็นคำสาป?


แวมไพร์หนุ่มลุกจากเตียงแล้วรีบเดินออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็วหมายจะออกไปค้นคว้าเรื่องคำสาปของแจมินที่ห้องสมุด


“จะไปไหนหนะเจโน่” ถ้าคนเรียกไม่ใช่พ่อของตัวเองเจโน่ก็คงจะไม่หยุดเดินหรอก แต่เพราะเป็นพ่อนั่นแหละ เขาถึงได้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นเดินมาหาคนเป็นพ่อที่นั่งอยู่ในครัวแทน


“ท่านพ่อ..มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”


“เมื่อกี้นี้เอง ว่าจะแว่บมาดูแจมินหน่อยหนะ น้องเป็นยังไงบ้าง”


“น้องสบายดีครับ”


“แล้วเราจะไปไหน”


“จะไปห้องสมุด”


“หืม..?”


“ท่านพ่อรู้เรื่องคำสาปของแจมินไหม”


“…พูดอะไรของลูกหนะ คำสาปอะไร” พวกคิงพยายามปกปิดเรื่องคำสาปจริงๆ ด้วย


“จนถึงตอนนี้แล้ว ได้โปรดช่วยบอกผมเถอะครับ ผมเห็นรอยสามเหลี่ยมที่ข้อมือน้อง มันไม่ใช่สัญลักษณ์ของท่านคริสหรือของคุณคิม แล้วมันมาอยู่บนตัวน้องได้ยังไง”


“เฮ้อ..อืม มันคือคำสาป” อี้ชิงถอนหายใจก่อนจะยอมรับอย่างเสียไม่ได้ ลูกของเขาโตพอที่จะรับรู้เรื่องนี้แล้วสินะ ไม่สิ ต้องบอกว่าโตพอที่จะเปิดใจรับรู้เรื่องนี้แล้ว


“น้องเป็นมนุษย์เลือดพิเศษเหมือนกับคุณคิมใช่ไหมครับ”


“ใช่ สัญลักษณ์แมงป่องโดนทับอยู่ใต้รอยสามเหลี่ยมนั่น มันปกปิดตัวตนของน้อง และตอนนี้มันกำลังจะฆ่าน้อง”


“ผมไม่ยอม น้องต้องไม่ตาย”


“เพราะแบบนั้นเราถึงต้องรีบแต่งงาน ต้องรีบทำพันธะกับแจมิน เพื่อให้ไอ้รอยบ้าๆ นั่นหายไป” เขาได้ยินมาว่าการทำพันธะจะทำให้มนุษย์ที่รักกับแวมไพร์นั้นจะมีชีวิตเป็นอมตะเช่นเดียวกันแวมไพร์ และจะสิ้นอายุขัยไปพร้อมกับแวมไพร์คนรักของตัวเอง หากใครตายอีกคนก็จะต้องตายตามไปด้วย ราวกับคู่ชีวิตที่ไม่สามารถแยกจากกันได้


“ถ้าแค่ทำพันธะแล้วไอ้รอยบ้าๆ นั่นจะหายไป ทำไมไม่บอกผม ! จะปล่อยให้น้องทรมานไปอีกแค่ไหนกัน”


“เราเคยสนใจด้วยหรอเจโน่”


“….”


“รู้ไหมว่าพันธะมันไม่ใช่แค่ลูกกัดแจมินแล้วจะทำได้ ถ้าสัญลักษณ์ของลูกไม่ได้ไปอยู่บนตัวน้อง ทุกอย่างก็เหมือนเดิม”


“หมายความว่ายังไง พ่อกำลังจะบอกว่า ผมอาจจะไม่ใช่คู่ของแจมินก็ได้อย่างนั้นหรอ” เขายอมรับว่าเขากำลังกลัว เขาทนไม่ได้ ถ้าจะให้แจมินเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่เขา


“ใช่”


“ผมไม่ยอม !” เจโน่ตวาดลั่น มือเรียวทุบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห อี้ชิงมองลูกชายคนเล็กนิ่งๆ อย่างไม่ถือสา เพราะรู้นิสัยเจโน่ดี เจโน่ไม่ใช่คนใจเย็น ถึงแม้ว่าจะชอบทำหน้าเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วข้างในนั้นร้อนอย่างกับไฟ อี้ชิงรู้ดี คนที่ใจเย็นจริงๆ หนะ คือลูกชายอีกสองคนของเขาต่างหาก


“ลูกจะเอาแต่ใจไม่ได้”


“ผมไม่สน แจมินต้องเป็นของผม เขาเป็นของผม !”


“เจโน่”


“ขอโทษครับ” แวมไพร์หนุ่มเอ่ยขอโทษคนเป็นพ่อที่เสียงดัง ก่อนจะยอมกลับไปนั่งบนเก้าอี้ดีๆ ถึงอย่างนั้นในใจเขาก็ยังร้อนรุ่มอยู่ดี ไม่ได้ เขาไม่ยอมให้แจมินเป็นของคนอื่นแน่ๆ แจมินต้องเป็นของเขา


“แล้วตกลงงานหมั้นจะมีต่อไปไหม”


“ผม..ไม่รู้” เจโน่ตอบคนเป็นพ่อเสียงเบา อี้ชิงเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ เจโน่เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมาก แต่ตอนนี้เหมือนความมั่นใจนั้นจะไม่หลงเหลืออยู่เลยสักนิด


“ทำไมหละ”


“น้องคงเกลียดผมแล้ว”


“แล้วลองคุยกับน้องเขาดีๆ รึยังหละ แบบที่ไม่ได้ขู่จะฆ่าหนะ” อี้ชิงอดไม่ได้จริงๆ ที่จะแซะลูกชายคนเล็ก ทำให้เขากลัวขนาดนั้น เขาก็ต้องมีความลังเลบ้างนั่นแหละ แต่เพราะมีความลังเล ก็หมายความว่ายังมีหวังอยู่ไม่ใช่หรอ


“ผม..”


“เริ่มเข้าหาน้องใหม่สิ กลับมาเป็นเจนคนเดิมของน้องแจมเหมือนเมื่อก่อน”


“ผมกำลังพยายามอยู่ แต่น้องก็หลบหน้าผมตลอด”


“แล้วคิดว่าที่ลูกทำไม่ดีกับน้องมันนานแค่ไหนกัน”


หนึ่งเดืิอน หนึ่งปี หรืออาจจะมากกว่านั้น..


“เจโน่ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา ลูกคงไม่ยอมแพ้หรอกใช่ไหม”


“แน่นอน พ่อต้องได้แจมินเป็นลูกสะใภ้แน่ๆ” เห็นท่าทางมั่นใจแบบนั้นก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาทันที


“หึ แต่งกับแจฮยอนอะหรอ”


“พ่อ!!”


“ฮ่าๆ ช่วยทำให้อารมณ์มันนิ่งๆ เหมือนกับหน้าตาได้ไหม เจ้าตัวแสบ ใจร้อนเหมือนแม่ไม่มีผิด” ก็คงจะมีแต่ลูกชายสองคนเท่านั้นแหละที่ได้อารมณ์เย็นมาจากเขา ส่วนเจโน่นี่อารมณ์ร้อนเหมือนจุนมยอนไม่มีผิด ยังดีหน่อยที่ไม่ได้นิสัยขี้วีนมา ไม่งั้นคงจะวุ่นวายกันมากกว่านี้


“เหตุการณ์วันนั้นใครเป็นคนเจอแจมินกับมิน..หรอครับ”


“แทยงกับแจฮยอนหนะ สองคนนั้นออกไปเที่ยวเล่นกันนานเกินไป แทยงกับแจฮยอนก็เลยออกไปตาม” ในตอนนั้นตัวเขาที่ยังคงเป็นเด็กไม่ได้อยู่ที่บ้าน แต่ไปเรียนที่ต่างเมือง พอรู้ข่าวก็รีบกลับมาทันที ในตอนแรกที่เตรียมงานศพกันเขาไม่เห็นแม้แต่เงาของแจมิน เขาได้ยินข่าวลือว่าแจมินปล่อยให้มินฮยอนตาย และความพาลของเขาทำให้เขาปักใจเชื่อ ยิ่งวันงานศพเขาไม่เจอแจมินเขาก็ยิ่งรู้สึกเกลียดอีกฝ่ายมากขึ้น ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะเจอแจมินร้องให้ที่หน้าหลุมศพของมินฮยอนก็ตาม


“แล้วหลังจากวันนั้น แจมินหายไปไหน”


“ถึงจะรอดมาได้ เด็กคนนั้นก็บาดเจ็บสาหัส ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ แจมินช็อคเรื่องมินฮยอนมาก เด็กคนนั้นไม่ยอมพูดอีกเลย นอกจากพูดถึงแต่ชื่อมินฮยอน แล้วก็เอาแต่ร้องไห้ จนอี้ฟานต้องพาไปรักษาอาการทางจิตอยู่พักนึง”


“…” เจโน่รู้สึกจุกไปหมด ที่ผ่านมาเขาคิดว่าแจมินสุขสบายมาตลอด แต่ไม่ใช่เลย


“ตั้งแต่ตอนนั้นแจมินก็ไม่กล้าออกมาใช้ชีวิตที่นอกปราสาทอีกเลย”


“มีคนบอกว่า คนที่รอดมาได้นั้นทรมานมากกว่าคนที่ตาย” เจโน่พูดออกไปเสียงเบา เขารู้สึกลำคอแห้งผากไปหมด


“ก็คงจะจริง” อี้ชิงตอบรับ


“พ่อคิดถึงมินฮยอนไหม”


“แน่นอนสิ คิดถึงเสมอนั่นแหละ” มินฮยอนเป็นลูกคนแรก เป็นพยานรักระหว่างเขากับจุนมยอน ในวันที่เขาเห็นร่างไร้ลมหายใจของลูกชายนั้น เขาก็แทบเสียสติไปเหมือนกัน แต่เขาต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัว บวกกับต้องดูแลอาการสาหัสของหลานด้วยทำให้เขาต้องเข้มแข็ง


“ถ้ามินฮยอนยังอยู่ก็คงจะดีเนอะ” เจโน่พูดเสียงเบาแล้วหันไปมองรูปมินฮยอนที่ถูกแขวนอยู่ที่มุมห้อง มันเป็นรูปเล็กๆ ที่ถ้าไม่สังเกตก็คงจะไม่เห็น เขาเป็นคนเอารูปมินฮยอนไปติดไว้ตามส่วนต่างๆ ของปราสาทเอง เพราะอยากให้รู้สึกเหมือนกับว่ามินฮยอนยังอยู่กับเขาไม่ไปไหน


“เห็นน้องแจมบอกว่าฝันถึงมินฮยอนบ่อยๆ ฝากบอกน้องแจมด้วยนะ ถ้าฝันถึงมินฮยอนอีก ให้ตีสักทีนึง ไม่ยอมมาเข้าฝันคนในครอบครัวบ้างเลย” อี้ชิงพูดไปหัวเราะไป เจโน่เห็นความเศร้าในดวงตาของพ่อแล้วก็เข้าใจ ไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียวที่เสียใจ ทุกคนก็เสียใจ และพยายามยอมรับเรื่องนี้ให้ได้


“คงไม่ได้หรอกมั้งพ่อ มินฮยอนหนะ รักน้องแจมจะตาย” แจฮยอนพูดด้วยเสียงร่าเริงแล้วเดินมานั่งข้างๆ กับเจโน่ ช่วงนึงบรรยากาศรอบๆ ก็เหมือนจะเดดแอร์ไป เพราะทุกคนต่างก็คิดไปถึงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว


“ถ้าอยู่ด้วยกันครบ จะดีแค่ไหนนะ” เจโน่พึมพำออกมาเสียงเบา


“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะเอาน้องมาร์คมาให้นั่งมองไปแทนหละกัน” แจฮยอนพูดไปขำไปตามสไตล์คนอารมณ์ดี


“แจฮยอน อย่ามองใครเป็นตัวแทนของคนอื่นนะเข้าใจไหม” อี้ชิงรีบเอ่ยขัดก่อนที่ลูกชายคนรองจะเผลอเดินทางผิด ที่ผ่านมาเขาก็แอบสังเกตเห็นว่าแจฮยอนเอ็นดูมาร์คไม่น้อย


“เพราะงี้เลยชอบแกล้งเด็กนั่นรึไง” เจโน่เองก็เห็นด้วยกับพ่อ


แจฮยอนหรี่ตามองน้องชายตัวเอง อยากจะบอกน้องว่าเอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเถอะ แต่ก็เกรงใจพ่อที่นั่งทำหน้าดุอยู่ฝั่งตรงข้าม จึงทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ไปก็เท่านั้น


“มันมีจริงๆ หรอ คนที่เหมือนกันขนาดนั้นถ้าไม่ใช่แฝด พ่อแอบไปไข่ไว้ที่ไหนรึเปล่า”


“เฮ้ย ตลกหละ”


“หรือแม่แอบไปคลอดแล้วไม่บอกท่านพ่อ” แจฮยอนเดาบ้าง แต่ก็โดนพ่อเอาองุ่นที่อยู่บนโต๊ะปาใส่จนหลบแทบไม่ทัน


“อันนี้ก็ไม่ใช่ละ เพ้อเจ้อ” จุนมยอนอยู่กับเขาตลอด จะไปแอบคลอดได้ยังไงกันเล่า หรือว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ วะ ไอ้ลูกบ้าทำเขาเขวจนได้


“นั่นไง พ่อทำหน้าเขวละ”


“โธ่ ไม่เอานะพ่อ ถ้าแบบนั้นก็แต่งกับน้องมาร์คไม่ได้หนะสิ” แจฮยอนโอดครวญ เจโน่เบิกตาโพล่งก่อนจะตีขาพี่ชายตัวเองเพื่อเรียกสติ แจฮยอนที่เหมือนจะรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกมา กระแอ้มไอเสียงเบา


“ตกลงคือจริงจัง?”


“…ขอเวลาหน่อยได้ไหมเล่า” แจฮยอนพูดอุบอิบ จะบอกว่าเขาชอบน้องมาร์คไหมก็ไม่รู้ ตอนนี้ก็แค่สนใจ อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายมีหน้าตาเหมือนกันมินฮยอนรึเปล่า เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถึงได้บอกไงว่าขอเวลาพิสูจน์ก่อน


“อย่าไปทำให้คนอื่นเขาเสียใจนะรู้ไหม” พูดไปอี้ชิงก็แอบเหลือบมองหน้าลูกชายคนเล็กไป เจโน่เองก็เหมือนจะรู้ตัวว่าโดนแซะ คนอายุน้อยที่สุดในวงกรอกตามองบนทันที ตราบาปนี้คงติดตัวเขาไปตลอดชีวิต


“หิวหวะ หิวมะ เดี๋ยวไปหยิบเลือดมาเผื่อ” แจฮยอนลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่บริเวณตู้เย็น เจโน่พยักหน้ารับพี่ชาย ถ้าเป็นเป็นเมื่อก่อน ที่นั่งข้างๆ เขาก็จะเป็นมินฮยอนที่จะนั่งหาวอยู่ข้างๆ เวลาพวกเขานั่งคุยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะร่างกายของมินฮยอนไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเวลากลางคืนเหมือนกับพวกเขา แล้วก็จะทำหน้าสยองเวลาพวกเขาดื่มเลือดด้วย


“ทำไมพ่อไม่พาท่านแม่มาด้วยหละ กลัวท่านแม่เจอน้องมาร์คหรอ”


“อืม..ก็ไม่เชิง”


“แต่สักวันหนึ่งแม่ก็ต้องเจอเด็กนั่นอยู่ดี” เจโน่มั่นใจแบบนั้น เพราะแจฮยอนมันต้องพามารู้จักแน่นอน เขาเชื่อแบบนั้น


“เรียกเด็กนั่นอยู่ได้” แจฮยอนขมวดคิ้ว


“แล้วจะทำไม นายจะเรียกแจมินว่าเด็กนั่นเหมือนกันไหมหละ” หงุดหงิดไปดิ เขารู้ว่ายังไงแจฮยอนก็ไม่เรียกแจมินแบบนั้นหรอก ถ้าเรียกแบบนั้นได้มีปัญหากับคนทั้งตระกูลแน่ๆ แต่เขารู้แจฮยอนมันไม่กลัวหรอก แต่ที่ไม่เรียกแบบนั้น เพราะมันก็เอ็นดูน้องแจมเหมือนกัน


“พอหยุดทะเลาะกัน พ่อก็ไม่ได้จะปิดแม่เขาหรอก ตอนนี้แม่เขาอยู่บ้านอี้ฟานนู่น ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องจงแด”


“คุณคิมเป็นอะไรรึเปล่า”


“เปล่าหรอก อืม..อันที่จริงก็แค่เหงาหนะ คิดถึงแจมิน” อี้ชิงพูดไปขำไป ถึงจงแดจะลูกสองแล้ว แต่จงแดก็คือจงแด นี่เดี๋ยวจงอินก็คงจะตามไปสมทบหละมั้ง สงสารก็แต่อี้ฟานนั่นแหละ คงอยากจะกกเมียสองต่อสอง แต่ดันมีกขคไปเพียบ


“ถ้างั้นก็แล้วไป”


“เจน..”


“โอ้..”


“ใครโดนเรียกกันนะ”  


ยอมรับเลยว่าพอโดนสายตาแซวจากพ่อกับพี่ทำให้เจโน่เขินไม่น้อย แวมไพร์คนเล็กของบ้านค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ โค้งตัวลาพ่อกับพี่ชายตัวเองก่อนจะรีบเดินเร็วๆ ออกไป เขาใช้วิธีการหายตัวไปหาคนข้างบนแทนที่จะเดินขึ้นไปเพราะการเดินมันเร็วไม่ทันใจ เพราะใจเขาขึ้นไปหาเจ้าของเสียงเรียกแล้วก่อนที่ตัวจะถึงสะอีก


“ว่าไง”


“อ่า..คุณไปไหนมา” ให้ตายสิ เสียงงัวเงียนั่นน่ารักเกินไปแล้ว แวมไพร์หนุ่มก้าวฉับๆ ไปใกล้คนที่ยืนอยู่หน้าบันไดชั้นบนดวงตากลมโตนั้นปรือปรอยเพราะความง่วง สิ่งที่อยากทำคือฟัดคนตรงหน้านี้ซะ แต่ความเป็นจริง เขาทำได้แค่ยืนตรงหน้าแจมินแล้วแสร้งทำหน้านิ่งเท่านั้น


“ลงไปหาอะไรกินข้างล่างมาหนะ” ถึงจะบอกแบบนั้น แต่เขาก็เพิ่งจิบเลือดไปได้แค่อึกเดียว แจมินก็เรียกแล้วเถอะ


“นึกว่าไปนอนที่ห้องพี่แจฮยอนแล้ว” แจมินพึมพำเสียงเบา แต่เจโน่ก็ยังได้ยินอยู่ดี แวมไพร์หนุ่มแอบยิ้มเล็กน้อยกับเสียงบ่นน่ารักๆ ของแจมิน


“ไปนอนกันเถอะ ง่วง” แจมินงึมงำก่อนจะคว้าแขนเจโน่ให้เดินไปตามทางเดินเพื่อกลับไปที่ห้องของเจโน่ ดวงตาสีแดงในความมืดจ้องมองมือขาวที่จับแขนตัวเองด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แจมินไม่กลัวเขาแล้วหรอ หรือว่าง่วงจนลืมไปชั่วขณะ


“หรือว่าเจโน่นอนไม่หลับหรอ ตอนนี้มันเป็นเวลาตื่นของเจโน่นี่นา” เสียงน่ารักๆ ยังบ่นงึมงำไปตลอดทาง โดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเขา เจโน่แอบเห็นบานประตูห้องตามทางเดินนั้นแอบเปิดแง้มออกเล็กน้อย ดวงตาสีแดงที่โผล่พ้นออกมาจากบานประตูทำให้เขารู้ว่าพวกเขากำลังถูกแอบมอง !


ก็เขินสิครับ รออะไรหละ !


ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรแก้เขิน พวกเขาก็เดินกันมาถึงที่ห้องของเขาแล้ว แจมินเป็นคนเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนเป็นคนแรก ส่วนเจโน่ก็เป็นคนเดินตามเข้ามาแล้วก็ปิดประตู


“ถ้านอนไม่หลับเดี๋ยวผมคุยเป็นเพื่อนคุณดีไหม”


“แล้วน้องแจมไม่ง่วงหรอ”


“ก็ง่วง..แต่คุณนอนไม่หลับ..”


“หึ..ขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆ” ถึงจะพูดแบบนั้น เจโน่ก็จัดพาแจมินขึ้นเตียงเรียบร้อย แล้วตัวเองก็รีบเดินขึ้นไปนอนบนเตียงอีกฝั่งเพื่อป้องกันแจมินงอแงอีก


“อย่าเพิ่งปิดไฟ” งงไปดิ เจโน่ที่กำลังจะปิดไฟหัวเตียงชะงัก เขาหันกลับมามองคนข้างตัวด้วยความงุนงง


“อะไรของนาย”


“ก็คุยกันไง คุณบอกว่าผมคุยกับคุณได้นี่ ใช่ไหม?”


“ก็ใช่..” แต่เวลานี้มันเป็นเวลานอนไหมเล่า !


“งั้นคุยกัน คุยเรื่องอะไรดีหละครับ” ดวงตากลมจ้องมองเขาตาแป๋ว ถ้าหัวใจเจโน่ยังเต้นอยู่ มันคงจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก ทำไมนาแจมินถึงได้น่ารักขนาดนี้ ตัวเขาที่แอบชอบแจมินมาตั้งแต่เด็กนั้นมีภูมิต้านทานแจมินแบบติดลบมากๆ


“เรื่องอะไรก็ได้ใช่ไหม”


“ใช่แล้ว” ใบหน้าขาวพยักหน้าหงึกหงักบนหมอน เจโน่ยิ้มกับท่าทางน่ารักนั่น ให้ตายสิ เขาชมว่าแจมินน่ารักไปกี่ครั้งแล้วนะ


“ถ้างั้นขออะไรหน่อยได้ไหม”


“ครับ?”


“แทนตัวเองว่าน้องแจม แล้วเรียกพี่ว่าเจน” ขอตั้งหลายรอบแล้ว แต่แจมินก็ไม่ยอมทำตามที่พูดสักที ก็คงเหมือนกับมาร์คที่อยากให้แจมินเรียกว่าพี่มาร์คนั่นแหละ


“อ่า..ได้ครับ เจนอยากคุยเรื่องอะไรหละ”


“คุยเรื่องซีเรียสได้ไหม”


“ซีเรียสแค่ไหนหละครับ” พอเห็นแจมินยิ้มจนตาหยี เจโน่ก็เกิดอาการลังเลยว่าควรจะถามออกไปดีไหม


“เรื่องเหตุการณ์วันนั้นหรือเรื่องรอยสามเหลี่ยมนี่ก่อนดีหละ” พอเขาพูดออกไป รอยยิ้มของแจมินก็หายไปทันทีจากใบหน้าน่ารัก ถึงยังไงเขาก็ต้องรู้ เพราะเขาต้องการหาวิธีมาช่วยแจมินให้ได้ และคนที่รู้รายละเอียดดีที่สุดก็คงมีแค่แจมินเท่านั้น


“พี่อยากรู้เรื่องที่มาของรอยสัญลักษณ์นี่” เจโน่คว้าข้อมือบางขึ้นมาจับ แล้วชี้ที่รอยสามเหลี่ยม


“ถ้าเรื่องนั้น..”






“มินฮยอน พี่ว่าเรากำลังหลงทางรึเปล่า?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามคนแก่กว่าเสียงเบา ป่าในยามกลางคืนแบบนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เหมือนกันไปซะมัน เด็กชายตัวน้อยกำชายกางเกงของคนเป็นพี่แน่นเพราะความหวาดกลัว ในขณะเดียวกันคนเป็นพี่แม้จะเริ่มกลัว แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ เพราะต้องเป็นที่ยึดให้น้อง


“ไม่หรอกน้องแจม พอเราเดินผ่านตรงนี้ไปได้ก็จะถึงทางเข้าปราสาทของน้องแจมแล้ว” มินฮยอนเอ่ยบอกไป ทั้งๆ ที่จริงแล้วเขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ


แซ่ก แซ่ก


“เสียงอะไรหนะ มินฮยอน” เด็กชายตัวน้อยร้องด้วยความตกใจ


“ข้าได้กลิ่นมนุษย์” เสียงที่แสนน่ากลัวทำเอาแจมินกับมินฮยอนรู้สึกหวาดกลัว มินฮยอนที่รู้ถึงภัยอันตรายคว้าแขนเด็กน้อยแล้วออกวิ่งสุดแรงเกิด แต่ก็ช้าไปเพราะพวกมันเห็นตัวพวกเขาแล้ว


“แทยง !!!!” มินฮยอนตะโกนเรียกชื่อคนรักเสียงดังเพื่อหวังให้อีกฝ่ายได้ยิน แทยงนั้นหูดีมากๆ เขาเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายจะมาช่วยพวกเขาได้ทัน


“ฮึก มินฮยอน แจมินกลัว”


“ไม่ต้องกลัวนะแจมิน อ่ะ” ร่างของมินฮยอนถูกกระชากจากข้างหลังอย่างแรง ส่งผลให้ร่างของแจมินเซถลาทรุดลงไปที่พื้น เด็กน้อยร้องไห้หากแต่ไม่มีเสียงสะอื้นด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่มินฮยอนเองก็รู้สึกสิ้นหวังเหลือเกินที่จะรอดชีวิตออกไปจากสถานการณ์แบบนี้


“น้องแจม..หนีไป”


“มินฮยอน..”


“ข้าละเกลียดจริงๆ เลย พวกมนุษย์เลือดผสม”


“ปล่อยนะ !”


“ไม่ ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งสองคน”


“ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าฉันคนเดียวเถอะ”


“ไม่ ! ปล่อยมินฮยอนนะ ! ฆ่าฉันแทน !” แจมินร้องลั่นแล้วพุ่งตัวเข้ามาทุบตีแวมไพร์ตัวใหญ่ให้ปล่อยร่างมินฮยอน แต่ตัวเขาก็โดนผลักอย่างแรงจนร่างลอยไปกระแทกกับต้นไม้


“น่ารำคาญจริงๆ พวกนาย ฉันจะฆ่าทั้งคู่นั้นแหละ !!!”


“ไม่ ได้โปรด..ปล่อยน้องของผมไปเถอะ”


“หึ ก็ถ้าแกว่าแบบนั้น” มันพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนกัดเข้าที่คอของมินฮยอนเต็มแรง เด็กชายตัวเล็กมองคนเป็นพี่ทั้งน้ำตา แจมินพยายามลุกขึ้นมาช่วยมินฮยอนแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะแรงกระแทกกับต้นไม้เมื่อกี้ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้อย่างใจนึก


“มินฮยอน..”


“พี่รักเรานะ..ฝากบอกพ่อกับแม่แทยงแจฮยอนกับเจโน่ด้วย พี่รักพวกเขา”


“ไม่ ไม่นะ มินฮยอน อย่าฆ่ามินฮยอนนะ !” แจมินร้องลั่น ในจังหวะที่ร่างผอมลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ มินฮยอนก็เกือบจะสิ้นลมหายใจแล้ว แวมไพร์ตรงหน้าทิ้งร่างของมินฮยอนลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี แล้วเดินตรงเข้ามาหาแจมิน


“ก..แก ไหนว่าจะไม่ทำอะไรน้องฉัน” ร่างที่อยู่บนพื้นพูดเสียงแผ่ว


“ฉันยังไม่ได้รับปากสักหน่อย หึ”


“อ..อย่าทำอะไรน้องแจม..อึก !!” มินฮยอนโดนพวกของมันดึงขึ้นไปดูดเลือดอีกครั้ง แจมินพยายามที่จะคลานเข้ามาช่วย แต่ก็โดนพวกมันจับไว้ให้นั่งมองมินฮยอนที่กำลังโดนสูบเลือดจนตายไปต่อหน้าต่อตา


“แจ…”


“มินฮยอน !! มินฮยอนนน !! ฮึก...แทยงงง แทยงช่วยด้วย !!!!!” แจมินกรีดร้องลั่นอย่างกับคนเสียสติ มินฮยอนตายแล้ว ตายต่อหน้าเขาโดยที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย น้ำตามากมายไหล่เอ่อจนดวงตากลมโตแดงช้ำ แต่เขาก็ยังไม่เห็นวี่แววของพี่ชายตัวเอง


“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งฆ่ามัน”


“แกจะปล่อยมันไปตามที่พี่มันว่ารึไง”


“ใช่ แต่ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ” มันพูดไปหัวเราะไป แจมินมองแวมไพร์ตรงหน้าที่หยิบมีดขึ้นมาถือไว้ในมือ ข้อมือของเขาถูกกระชากออกมาอย่างแรง แม้จะพยายามขัดขึนแค่ไหน เด็กตัวน้อยก็ไม่สามารถต่อสู้กับคนที่ตัวใหญ่กว่าได้เลย


“จับมันไว้” เมื่อเจ้านายสั่ง ลูกน้องก็จับแจมินจนเขาไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ดวงตากลมโตเบิกตากว้างมอง คมมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนข้อมือของตัวเองตาค้าง ความเจ็บปวดนั้นมีมากมายจนเหมือนเสียงเขาถูกดูดกลืนหายไป


“แม่ง เลือดโคตรหอมเลยหวะ” แวมไพร์ที่จับตัวเขาไว้เลียริมฝีปาก แจมินได้แต่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ทันทีที่กรีดข้อมือของเขาจนพอใจ มันก็เอามือมากำโดยรอบ ทันใดนั้นความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้ามาจนแจมินต้องกรีดร้องลั่น


“โอ้ย !”


“หึ..เอาไว้เจอกันเมื่อแกโตขึ้น” มันพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น โยนร่างของเขาลงบนพื้นแล้วเดินหัวเราะจากไป ดวงตากลมโตจ้องมองร่างของมินฮยอนที่ห่างเพียงแค่นิดเดียว แจมินพยายามคลายเข้าไปหาร่างไร้ลมหายใจของคนเป็นพี่ น้ำตามากมายไหลออกมาไม่หยุด


“มินฮยอน..มินฮยอน..” มือสั่นๆ ของแจมินจับร่างขาวซีดของมินฮยอน รออีกแป๊ปนึงนะมินฮยอน เดี๋ยวน้องแจมจะตามมินฮยอนไป


“แจมิน ! มินฮยอน !!” เสียงร้องเรียกของแทยงที่ดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้ความหวังที่ริบหรี่ของแจมินกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง


“แทยง..ฮึก..น้องแจมอยู่นี่ มาช่วยมินฮยอนที..ช่วยมินฮยอน...”





“….เจโน่..เจน..ร้องไห้หรอ..” แวมไพร์หนุ่มสะดุ้งเมื่อโดนมืออุ่นของแจมินแตะลงบนแก้ม ดวงตากลมโตที่มีน้ำเอ่อล้นจนดวงตาแดงไปหมดมองเขาด้วยความเป็นห่วง เจโน่ยกมือขึ้นแตะที่แก้มตัวเองถึงได้รู้ว่าตัวเองร้องไห้ออกมาจริงๆ เขารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของแจมินกับพี่ชายของเขาผ่านเรื่องที่แจมินเล่า


“เจน..อย่าร้องไห้ แจมขอโทษนะ ขอโทษที่ช่วยมินฮยอนไว้ไม่ได้” ว่าแล้วแจมินก็ปล่อยโฮทันที ร่างผอมบางสั่นระริกจนเจโน่ต้องโอบกอดร่างของแจมินเอาไว้แทบจะทั้งตัว


“ชู่ว..ไม่ร้องนะ”


“ฮึก..น้องแจมเสียใจ มันเป็นความผิดของน้องแจมเอง”


“น้องแจมไม่ผิด พวกมันต่างหาก พวกพี่จะต้องจับพวกมันมาลงโทษให้ได้” เจโน่โมโหจนดวงตาแดงวาบ แต่เขาก็พยายามซ่อนดวงตาของเขาไว้เพราะไม่ต้องการให้แจมินรู้สึกหวาดกลัว


“แจมินไม่ต้องโทษตัวเองแล้วนะ เวลาคิดถึงมินฮยอนก็คิดแต่เรื่องดีๆ ที่เคยทำด้วยกันเท่านั้น ต่อจากนี้เจนจะดูแลแจมเองนะ” เจโน่กระซิบหูบอกแจมินซ้ำๆ จนในที่สุดมนุษย์ตัวน้อยก็ร้องไห้จนเหนื่อยแล้วเผลอหลับไป


มินฮยอน


ถ้าพี่ยังอยู่ ก็คงจะดีนะ..


เอาแต่เที่ยวเล่นเข้าฝันแจมินแบบนี้ มาเข้าฝันผมบ้างสิ..






---------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ ! เป็นการมาอัพเร็วที่สุดเท่าทีเคยทำมาเลยใช่ไหมคะ แฮ่

ตอนนี้เจโน่ชมว่าแจมินน่ารักไปกี่รอบแล้วนะ ฮ่าๆ


ปล.เรื่องชื่อของมินฮยอน ถ้าคนเคยอ่านตั้งแต่ภาคแรกลูกคนแรกของพี่อี้ชิงชื่อมินฮยอนค่ะ

เป็นชื่อที่เราคิดขึ้นมาเองในตอนนั้น ไม่ได้หมายถึงน้องมาร์คหรือฝ่าบาทนะคะ


พอแต่งมาจนถึงตอนที่ทุกคนคิดถึงมินฮยอนขนาดนี้ ก็อยากให้น้องมินฟื้นขึ้นมาเลยค่ะ

ใครที่รอน้องมาร์คตะโกนชมพี่เทวดาอดใจรออีกนิดนึงนะคะ


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นของทุกคนนะคะ จะพยายามอัพเร็วๆ ค่ะ T_T



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #564 kopai0901 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 19:38
    ขอให้พี่เจนดีกับน้องแจมตลอดทุกตอนเถอะนะแม่เสียน้ำตาไปกับหนูทุกตอนเลยลูก
    #564
    0
  2. #513 hiphophop (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:46
    ฮือ กลับมาอ่านอีกรอบ คถมากๆ
    ชอบคิดว่ามินฮยอนเป็นพี่ฝ่าตลอดเลย5555555 พอพูดว่าหน้าเหมือนน้องม้าคก็แบบ มินฮยอง55555555
    หลังจากนี้ก็ดูแลน้องแจมดีๆนะเจน
    #513
    0
  3. #416 puchan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 07:46
    เจนดูแลแจมดีๆนะ
    #416
    0
  4. #312 Dy_bydx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 23:12
    ฉ่าาาาา เขินนนนนเขินมากตอนน้องแจมเรียกเจโน่ว่าเจน -//////-
    #312
    0
  5. #290 Pattho (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 23:47
    โอ้ยในที่สุดเขาก็เปิดใจคุยกันแล้วแม่จ๋า!!! รอดูน้องมาร์คตะโกนกลางสนามเลยเนี่ย ง่อววววว
    #290
    0
  6. #247 wip.cherry (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:13
    อยากเห็นคนตะโกนชมเเจฮยอนเเล้วสิ้555555 รีบๆมาต่อนะค่ะ ไรท์สู้ๆๆๆ
    #247
    0
  7. #246 3132331323 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 12:41
    น้องแจม พี่เจน คิดถึงงงง มาต่อไวๆๆๆๆ
    #246
    0
  8. #245 JutamasPromyota (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 21:58
    ไรท์เค้าคิดถึงงงงง รีบมาต่อน้าาาสู้ๆ
    #245
    0
  9. #243 porkpak111 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 23:45
    เริ่มปรับความเข้าใจกันแล้ว หวังใจไว้ว่าอะไรๆคงจะดีขึ้นมากกว่าเดิมแน่นอน แล้วก็รอให้ทางราชวงศ์จับกบฏได้เร็วๆ อยากรู้ทำไมต้องสาปแจมินด้วย นิสัยไม่ดี
    #243
    0
  10. #241 JutamasPromyota (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 01:06
    รอนะค่ะติดเรื่องนี้มากตามมาแต่ซีซั่น1 นี่เข้าไปอ่านซีซั่น1รอไรท์มาอัพ2-3รอบแล้ว สู้ๆนะค่ะ
    #241
    0
  11. #239 FA_WK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 14:13
    พี่เจนของน้องแจม;////////////;
    #239
    0
  12. #238 Robbers (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 13:07
    เจโน่ต้องเยียวยาน้องนะ ใจบาง ;-;
    #238
    0
  13. #237 wareeandsoul (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 20:08
    แงงง ดราม่าเลยย น้องแจมไม่ต้องจมอยู่กับอดีตแล้วได้ไหม สงสารน้อง TT ไม่มีใครอยากให้มินฮยอนตายเลย หนูข่วยได้ดีแล้วลูก เอ้อ แวมไพร์เจนอะ เราจะฝากน้องแจมไว้ได้ปะเนี่ย กลัวใจคุณเขาจะใจร้ายกับน้องอีก ป.ล.รอน้องมาร์คตะโกนชมพี่แจฮยอนนะคะ แค่คิดก็อยากกรี้ดแล้ว5555
    #237
    0
  14. #236 Chez-moi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:57
    ดีกับใจน้องแจมเหลือเกินค่ะพี่เจนขา ดีมากกกกกก อบอุ่นไปหมด ชอบความที่พี่เจนมานั่งฟังน้องดีๆ เปิดใจให้น้อง พอๆกับที่น้องแจมเปิดใจเล่าให้พี่เจนฟัง สนุกมากๆเลยค่ะ แงงง ชอบนะคะ
    #236
    0
  15. #235 yorina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:39
    เจนหลังจากนี้ต้องดูเเลน้องเเจมดีๆนะเข้าใจมั้ย อร้ายยยย ชอบอ่าาา
    #235
    0
  16. #234 bunnyxfox (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 03:51
    ขอตกใจด้วยคนค่ะ ก่อนหน้าแชป 8 จะมา นั่งอ่านแชปก่อนหน้าจนเปื่อยเลย อิอิ แซวเล่นนะคะ ยังไงก็รอเหมือนเดิมค่ะ >< สู้ๆนะคะ รอเสมอน้า เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ เป็นฟิคที่ชอบมากๆ ไม่อยากให้หายไปเลย ❤️
    #234
    0
  17. #233 bunnyxfox (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 03:49
    ฮืออ ไม่รู้จะอารมณ์ไหนดีเลย สงสารน้องแจมมากๆ TT ละก็เขินโน่มินด้วยด้วย ฮือออ ทำไงดีคะ
    #233
    0
  18. #232 Dinaadin N.England (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 03:05
    ตัวเองคือเราอยากบอกว่าบางทีการบรรยายหรือการพูดของตัวละครอ่ะไม่จำเป็นต้องคำใช้คำไม่เป๋นทางการขนาดนั้นและอีกอันหนึ่งคือ หนะ=น่ะ หละ=ล่ะ แป้บหนึ่ง ครู่หนึ่งอะไรประมาณนี้นะจ๊ะ
    #232
    0
  19. #231 itsapollomm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:32
    เจโน่เก้วกาดมาก ดูหวงแจมินสุดๆ ละถ้าไม่อยากให้แจมินเป็นของใครก็อย่าทำให้แจมินร้องไห้อีกนะเจโน่ แอบตกใจจริงๆนะเห็นไรท์อัพแบบตกใจมาก ทำไมครั้งนี้รอไม่นาน ปกติเรารอจนอ่านไปสามสี่รอบได้555555 จีงๆ ไม่ชินเลยค่ะ ล้อเล่ง เป็นกำลังใจให้นะคะ ชอบมากๆ
    #231
    0
  20. #230 Mochi. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:24
    เจโน่หลังจากนี้อย่าให้น้องแจมเสียใจอีกนะ โถ่คุณคิมถ้าคิดถึงลูกก็อย่าลืมมาหาลูกบ้างนะคะ รอฉากน้องมาร์คตะโกนชมแจฮยอนอยู่น้าาาา55555
    #230
    0
  21. #229 Parkhuang68 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:20
    แงงตอนนี้ละมุนละไมดีต่อใตมาก สงสารยัยแจม พี่โน่ก็ช่างเกรี้ยวกราดไม่อยากให้เค้าเป็นของใคร ไรท์สู้ๆนะคะ
    #229
    0