(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 11 : TEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    25 เม.ย. 61




10




ตึก ตึก !


“แจมินอย่าวิ่ง !” ร่างโปร่งของแวมไพร์หนุ่มนามอีเจโน่ตะโกนตามร่างผอมบางของนาแจมินด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอๆ กับหน้าของเจ้าตัวนั่นแหละ ดวงตาเรียวมองแผ่นหลังบางของแจมินที่ห่างออกไปไกลเรื่อยๆ เพราะเจ้าตัวเล็กของเขาพอตื่นขึ้นมาได้ก็รีบไปล้างหน้าล้างตาแล้ววิ่งลงมาข้างล่างอย่างรวดเร็ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรีบวิ่งไปไหน วันนี้มันพิเศษกว่าวันอื่นยังไง ถึงได้ตื่นเต้นขนาดนั้น


“พี่มาร์ค” เจโน่เริ่มขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินชื่อของใครอีกคนหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง แทนที่เย็นวันใหม่ที่สดใสแบบนี้ เสียงน่ารักๆ ของแจมินจะเรียกชื่อเขาเป็นคนแรก แต่ทำไมกลายเป็นไอ้เด็กนอกนี่ได้วะ


เสียงพูดคุยในห้องอาหารตกอยู่ในความสงบทันทีที่แจมินเดินเข้ามาข้างใน ทุกสายตาพากันจ้องมองเจ้าของชื่อที่หลุดออกมาจากปากน้องเล็กของตระกูลอย่างรวดเร็วด้วยความอิจฉาเหมือนเดิม ข้อแรกคือแจมินเรียกอีกฝ่ายว่าพี่เพราะในห้องนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะโดนเรียกด้วยคำนำหน้าแบบนั้น ส่วนข้อสองคือน้ำเสียงที่แจมินเรียกอีกฝ่ายนั้นสดใสเสียจนรับรู้ถึงอารมณ์ของเจ้าของเสียงได้อย่างดี ว่าตอนนี้นาแจมินกำลังอารมณ์ดีมากขนาดไหน ยิ่งแทยงที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของแจมินยิ่งทำหน้าปากคว่ำเพราะน้องชายไม่สนใจ


ส่วนคนโดนเรียกอย่างมาร์คน่ะหรอ..


“ชู่วว ยัยตาโต” ไม่มีครั้งไหนที่มาร์คลีอยากร้องไห้เท่าครั้งนี้มาก่อน ไอ้ดวงตากลมๆ ที่ทอประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันวะ รู้หรอกน่าว่าหวังอะไรอยู่


“วันนี้คุณดงฮยอกไม่มาหรอครับ” ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ โต๊ะ แต่ไม่เห็นคนที่ตามหา บรรดาแวมไพร์ผู้เป็นญาติของเด็กมนุษย์ทั้งหลายได้แต่ทำหน้าหมอง เพราะไม่มีใครได้อยู่ในสายตาของนาแจมินเลยสักคน


“อืม..” มาร์คครางในลำคอเสียงเบา เพราะเกร็งกับสายตาของพวกแวมไพร์ที่จ้องมองมาทางตนเองด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ อ้อ เว้นสายตาขบขันของจองแจฮยอนไว้คนนึงก็แล้วกัน


“แจมินนั่งลงเถอะ รีบกินข้าว จะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนไปเรียน” แวมไพร์ที่ควรจะเกิดเป็นเทวดามากกว่าอย่างแจฮยอนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เดินไปดึงเก้าอี้ให้น้องชายคนเล็กของบ้าน รอจนแจมินนั่งลงข้างๆ กับมาร์ค เขาถึงได้ผละออกไปเพื่อยกอาหารสำหรับมนุษย์มาให้เจ้าเด็กมนุษย์ทั้งสองได้กิน


“ยิ้มอะไร” แวมไพร์ขี้หวงเริ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นคู่หมั้นของตัวเองเอาแต่จ้องมองใบหน้าพี่ชายคนกลางของตนแล้วอมยิ้มไปด้วย ถ้าเจโน่มีสติกว่านี้คงจะรู้ว่าที่แจมินนั่งอมยิ้มอยู่นั้นไม่ใช่เพราะชื่นชมใบหน้าหล่อเหลาของแจฮยอน แต่เพราะเจ้าตัวกำลังยุ่งอยู่กับการส่งสายตาแซวมาร์คที่น่ังอยู่ข้างๆ ต่างหาก


“เดี๋ยวก็รู้..เนอะพี่มาร์ค” เจ้าของชื่อกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความเหนื่อยใจ ผิดกับเจโน่และขบวนการแวมไพร์ที่เหลือที่พากันขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจความหมายของแจมิน ท่าทางสนุกสนานนั่นยังแอบทำเจโน่รู้สึกแปลกใจไม่น้อย ถ้าเป็นเวลาปกติแจมินเจอเขาพูดด้วยเสียงแบบนั้นใส่ รอยยิ้มสดใสก็คงจะเลือนหายจากใบหน้าน่ารักแล้ว แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น ทั้งยังดูเหมือนว่าแจมินยังสามารถยิ้มได้มากกว่านี้อีกด้วย


“ต้องเป็นเรื่องสนุกแน่เลยใช่ไหมน้องแจม” ฝาแฝดยิ้มด้วยความตื่นเต้น แจมินเองก็ยิ้มรับแล้วพยักหน้าแรงๆ เพื่อสนับสนุนคำตอบของตัวเอง พาลให้ฝาแฝดนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้


“แล้วเราจะรู้ได้เมื่อไหร่ล่ะ” วินวินถามอย่างกระตือรือร้น


“ก่อนคลาสเรียนจะเริ่มละมั้งครับ” แจมินหัวเราะเบาๆ แล้วเหล่ตามองมาร์คที่หน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พาลทำให้พวกแวมไพร์พากันยกยิ้ม เพราะเรื่องนี้คงไม่พ้นเกี่ยวกับข้อตกลงที่มาร์คพนันกับแจมินไว้แน่นอน


“นอกจากบังคับให้มากินข้าวด้วยกันแล้วยังมีเรื่องอื่นอีกหรอน้องแจม” ยูตะพูดไปหัวเราะไป สีหน้าของมาร์คตอนนี้มันตลกๆ จริงๆ นะ


“เรื่องนี้พี่มาร์คเขาเสนอออกมาเองครับ ผมเปล่า” แจมินยิ้มจนตาหยี ส่วนมาร์คแทบจะน้ำตาไหลออกมา โธ่เว้ย แค่พูดออกไปเล่นๆ เพราะตอนนั้นอยู่ดีๆ ก็นึกไปถึงแวมไพร์ในคราบเทวดาขึ้นมาก็เลยเผลอพูดออกไป เออ แล้วเขาจะคิดถึงจองแจฮยอนทำไมวะเนี่ย


“แจฮยอน” เพียงแค่แจมินเรียกชื่อแวมไพร์ตัวขาวมาร์คก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันที ซึ่งพวกแวมไพร์จับอาการที่น่าสงสัยนี้ได้ พาลทำให้พวกเขาเดาไปต่างๆ นาๆ แต่เรื่องนี้แจฮยอนอาจจะมีเอี่ยวด้วยไม่มากก็น้อย


“ครับ?”


“วันนี้พี่มีเรียนไหม”

 

“ตอนตีหนึ่งครับ” ถึงจะบอกว่าเรียน แต่จริงๆ คลาสของพวกแวมไพร์ก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก ตัวพวกเขาที่เป็นทายาทจริงๆ แล้วยิ่งไม่ได้มาอยู่ที่นี่เพื่อเรียนเลยด้วยซ้ำ จุดประสงค์ที่อยู่ที่นี่ก็เพื่อควบคุมกฏแวมไพร์ที่อยู่ที่นี่ต่างหาก เหมือนกับที่พวกรุ่นพ่อของพวกเขาทำนั่นแหละ


“อ่อ…” ไอ้เสียงลากยาวของแจมินแบบนั้นทำเอาพวกแวมไพร์รู้สึกขนลุกแทนมาร์คลีขึ้นมาทันที ส่วนเจ้าเด็กนอกผู้กำลังเดือดร้อนอยู่ตอนนี้ตัดสินใจที่จะไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับใครแล้วตั้งหน้าตั้งตากินอาหารแทน โอ้ย ให้ตายสิ ฝีมือการทำอาหารของจองแจฮยอนอร่อยชะมัด อิจฉาแจมินจริงๆ ที่ได้กินอาหารแบบนี้ทุกวัน


เดี๋ยวนะ นี่เขาเผลอชมแวมไพร์จองแจฮยอนในใจอีกแล้วงั้นหรอ


กึก..


“อ้าว ทำไมหยุดกินล่ะ” เสียงนุ่มทุ้มของแจฮยอนดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้มาร์คสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ แวมไพร์หนุ่มมานั่งอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน


“เอ่อ..เปล่า..ครับ” พอจะพูดห้วนๆ ก็มาขมวดคิ้วใส่อีก ทีแจมินเรียกชื่อเฉยๆ ไม่เห็นจะบ่นอะไรสักคำ จองแจฮยอนนี่สองมาตรฐานสุดๆ


“ไม่อร่อยหรอ?” เสียงของคนข้างๆ นั้นแผ่วลงจนเด็กมนุษย์ต้องหันไปเพื่อมองหน้าของแวมไพร์หนุ่ม ทำเอามาร์คเริ่มลุกลี้ลุกรนขึ้นมาทันทีเพราะใบหน้าเศร้าของอีกฝ่าย เฮ้ย คือทำไมต้องทำหน้าหมองแบบนั้นอะ ทำหน้าหมองไม่หล่อนะเว้ย ถึงแม้ว่าความหล่อจะลดลงแค่  0.1% ก็เถอะ แต่อย่าทำเลย โอ้ย มาร์คลีขอร้อง


“โห อร่อยจะตาย ถ้าได้กินทุกวันก็คงจะดี...เฮ้ย” เจ้าเด็กนอกเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจเมื่อเผลอพูดตามสิ่งที่คิดออกไปเสียเกือบหมด หมดเลย หมดเลยเว้ย เด๋อในเด๋อ เด๋อแล้วเด๋ออีกมาร์คลี พูดขนาดนี้แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้วะ แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อๆ นั่นอีก จะหล่อไปไหนอะ หล่อเกินไปแล้ว


“ถ้างั้นก็มากินข้าวที่นี่ทุกวันเลยสิครับ ใช่ไหมน้องแจม”


“ใช่แล้วๆ” แจมินที่แอบนั่งฟังบทสนทนาระหว่างมาร์คกับแจฮยอนเงียบๆ มาสักพักรีบตอบรับญาติผู้พี่ทันทีพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงักยิ่งทำให้มาร์คอยากจะตายวันละหลายๆ รอบ แจฮยอนพูดแบบนี้ก็เข้าทางนาแจมินที่ไม่อยากจะกินข้าวคนเดียวอยู่แล้วน่ะสิ ดูเหมือนว่าการมากินข้าวที่ปราสาทส่วนตัวของมาร์คลีจะไม่จบแค่หนึ่งอาทิตย์แน่นอน


“เฮ้อ กลิ่นมนุษย์เต็มไปหมดเลย สงสัยวันนี้คงจะเจริญอาหารแน่เลย” มาร์คลีหันขวับมองผู้มาใหม่ที่เดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยท่าทางสบายๆ โดยมีหญิงสาวน่ารักคนเดิมเดินตามเข้ามาด้วย หน้ายิ้มๆ ของแจมินก็หุบลงทันทีราวกับปิดไฟ เพราะว่าหญิงสาวเดินมานั่งข้างๆ เจโน่นั่นแหละ


“ทำไมยังอยู่ที่นี่อีก” จองอูเลิกคิ้วขึ้นสูงแล้วเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ มาร์คอย่างรวดเร็วจนเด็กหนุ่มยังแอบรู้สึกหวั่นใจกับความว่องไวของแวมไพร์ตรงหน้า


“ใครกันแน่ที่ไม่ควรอยู่ที่นี่” มาร์คก็อยากจะตะโกนกลับไปว่า ไม่อยากอยู่เหมือนกันโว้ย แต่ก็เกรงใจแจมินที่นั่งหน้าจ๋อยอยู่ข้างๆ เลยได้แต่เงียบเอาไว้ บอกไว้เลย ไม่ใช่เพราะกลัวท่าทีคุกคามของแวมไพร์ตรงหน้าหรอก !


“จองอูทำตัวดีๆ หน่อย” แจฮยอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินมากั้นระหว่างมาร์คกับจองอูเอาไว้ด้วยท่าทางหงุดหงิดจนมาร์คยังแปลกใจ เมื่อกี้ยังทำหน้ายิ้มๆ อยู่เลย นี่ชักสงสัยแล้วว่าตระกูลจางนี่นอกจากผู้นำตระกูลแล้วมีใครใจเย็นอีกบ้างไหม ขนาดจองแจฮยอนยังไม่อ่อนโยนในเวลานี้เลย !


“อย่างนี้นี่เอง” จองอูครางรับออกมาหลังจ้องตาอยู่กับแจฮยอนอยู่พักใหญ่ แวมไพร์ร่างโปร่งยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินวนกลับไปนั่งที่ตำแหน่งเก้าอี้ของตนเองง่ายๆ แล้วนั่งดื่มด่ำกับเลือดในแก้วด้วยท่าทางชิลๆ ผิดกับท่าทางกวนตีนเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง ส่วนมาร์คลีกับแจมินได้แต่ทำหน้างง พวกแวมไพร์เขาคุยกับผ่านจิตรึไง แค่จ้องตากันก็เข้าใจเนี่ยนะ ? ไม่เห็นเข้าใจสักนิด แล้วแวมไพร์ผู้ร่วมโต๊ะต่างพากันมองแจฮยอนยิ้มๆ นี่คือยังไง


“มาว่ะๆๆ” ฮันซลกับยูตะตีมือกันแล้วหัวเราะกันใหญ่ ส่วนแจฮยอนก็เดินวนกลับมานั่งข้างๆ เขาเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะงั้น เดี๋ยว คืออะไรอะ ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย


“เจโน่ อิ่มแล้วหรอ?” โอเค มาร์คว่าหยุดสงสัยเรื่องนี้ก่อนดีกว่า เด็กนอกหันขวับมองไปทางเจโน่กับหญิงสาวแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงของหล่อนดังขึ้นด้วยเสียงไม่เบานัก มาร์คพยายามประเมินสถานการณ์อย่างหนักจากสีหน้าของแจมิน เมื่อคืนที่ปล่อยให้กลับไปเคลียร์กันนี่ได้ไปเคลียร์กันไหมวะเนี่ย?


แวมไพร์หนุ่มนามเจโน่เพียงแค่ยักไหล่เท่านั้นเมื่อเห็นสายตาของมาร์ค เด็กหนุ่มพยายามหายใจเข้าหายใจออกลึกๆ เพื่อไม่เหวี่ยงขึ้นมา ดูท่าทางสบายๆ ของเจโน่กับหญิงสาวแล้ว ระหว่างพวกเขาอาจจะไม่มีอะไรจริงๆ ก็ได้ เพราะเธอก็แค่ถามเจโน่เท่านั้น แต่ไม่ได้เขยิบเข้ามาใกล้เจโน่จนเกินไปแต่อย่างใด แถมเจโน่ก็เอาแต่นั่งเท้าแขนลงบนโต๊ะแล้วจ้องแจมินไม่วางตา มีก็แต่แจมินที่นั่งตัวลีบให้เจโน่นั่งจ้องอยู่นั่นแหละที่เหมือนจะไม่รับรู้ว่ามีแค่ตนเองเท่านั้นที่ได้อยู่ในสายตาของเจโน่


“พี่มาร์ค เราออกไปกันได้รึยัง” แจมินหันมากระซิบหูมาร์คลีเบาๆ ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน แต่ขอโทษ ลืมไปรึเปล่า ว่าภายในห้องมีแค่พวกเราสองคนน่ะที่เป็นมนุษย์ธรรมดา เพราะงั้นแค่กระซิบมันก็ได้ยินเว้ย ยัยตาโต


“อิ่มแล้วหรอ” เพื่อนมนุษย์เพียงคนเดียวของแจมินถามออกไป มาร์คมองแจมินที่เพิ่งกินข้าวไปได้ไม่กี่คำอย่างเป็นห่วง แต่สีหน้าของยัยตาโตก็บ่งบอกได้ดีว่าในตอนนี้อีกฝ่ายคงกินข้าวไม่ลงแล้ว แต่ถ้าปล่อยให้ข้าวเหลือแบบนี้แจฮยอนที่อุตส่าห์ตั้งใจทำอาจจะน้อยใจก็ได้..เฮ้ย ไม่ใช่สิ ไม่เกี่ยว


“แจมิน อย่าหนีสิ ถ้าหนีไปอีกจะแย่งเจโน่แล้วนะ” ร่างผอมบางที่กำลังจะลุกขึ้นชะงักกึกจนคนมองเกือบหัวเราะออกมา ดวงตากลมโตจ้องมองแวมไพร์สาวด้วยความงุนงง เพราะไม่รู้ว่าเธอต้องการจะทำอะไรกันแน่ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงน่ะ แล้วที่พุ่งเข้าไปกอดแขนเจโน่แบบนั้นคือจะเปิดศึกหรอ?


แทยงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเตรียมลุกขึ้นมาสงบศึก แต่ก็โดนแจฮยอนรั้งให้กลับมานั่งลงตามเดิม ทำให้องค์รัชทายาทหนุ่มกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความขัดใจ แต่ก็เลือกที่จะนั่งเงียบๆ เพื่อดูสถานการณ์


“…” มนุษย์ตัวน้อยไม่พูดอะไรแต่เริ่มขมวดคิ้ว จ้องมองมือของแวมไพร์สาวที่เกี่ยวแขนของว่าที่คู่หมั้นของตนเองเขม็ง ชนิดที่เจโน่ยังแอบเหงื่อตก และแอบคิดในใจว่าอนาคตกลัวเมียแน่นอน ในจังหวะที่เจโน่กำลังจะแกะแขนเพื่อนสมัยเด็กออก ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่แจมินนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนเดิม นั่นทำให้แวมไพร์หลายชีวิตกับมนุษย์อีก 1 ที่เป็นผู้ร่วมเหตุการณ์พากันลอบถอนหายใจที่ระเบิดไม่ลงในห้องอาหารรับวันใหม่ บวกกับทึ่งไปกับวิธีของแวมไพร์สาวที่ไม่ทำให้แจมินหนีเจโน่ไปอย่างทุกครั้ง


และนี่ก็แทบจะเป็นครั้งแรกที่บรรดาญาติๆ แวมไพร์ได้เห็นสีหน้าอย่างอื่นของเจโน่นอกจากทำหน้านิ่งไปวันๆ ไม่ว่าจะหน้าตาตอนกลัว(ว่าที่)เมียเมื่อกี้ หรือหน้าตอนเหวอที่เห็นแจมินไม่เดินหนีตัวเองไปอย่างทุกที


“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเอาผลไม้มาให้” แจฮยอนรีบลุกเดินเข้าไปในครัวอย่างรู้หน้าที่ องค์ชายคนรองของตระกูลจางหยิบผลไม้ที่ปอกเตรียมไว้แล้วจากตู้เย็นมาวางตรงหน้ามนุษย์ทั้ง 2 เพื่อเอาใจ มาร์คเองก็รีบแก้สถานการณ์อึดอัดด้วยการคว้าแอปเปิ้ลที่ถูกปอกแล้วเข้าปากอย่างรวดเร็ว


“โห แอปเปิ้ลอร่อยมาก กินเร็วยัยตาโต” ไม่พูดเปล่ามาร์คก็จัดการหยิบแอปเปิ้ลเพื่อหวังจะป้อน(ยัด)ใส่ปากคนที่นั่งอยู่ข้างกัน แต่ลืมไปว่าคู่หมั้นเขาหวง ถึงได้โดนมือเย็นๆ จับเข้าที่ข้อมืออย่างรวดเร็วแล้วทำตาแดงใส่จนแอบขนลุก โอ้ย กลัวแล้วเว้ยย วินาทีที่มือเย็นๆ สัมผัสมือทำมาร์คตกใจจนปล่อยแอปเปิ้ลผู้โชคร้ายร่วงลงบนตักของแจมินแล้วลงไปจบแบบหน้าอนาถที่พื้นห้อง


“เจโน่อย่ามาปล่อยรังสีดำทะมึนซี้ซั้วแบบนี้สิ” หญิงสาวผู้ไม่สนใจเหตุการณ์ตีแขนลูกชายคนเล็กของตระกูลจางเบาๆ ทีนึง ยิ่งทำให้แจมินคิ้วกระตุกไปอีก มาร์คเองก็คิ้วกระตุกตาม ให้ตายสิ นอกจากจองอูจะน่ารำคาญไม่สนใจอะไรแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนกันหรอเนี่ย


“หลบไปๆ ฉันอยากคุยกับน้องแจมิน” เธอลุกขึ้นยืนแล้วใช้พลังแวมไพร์ของเธอในการช่วยดึงร่างแวมไพร์ของเพื่อนสมัยเด็กที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่ไหวติงให้หลีกไปให้พ้นทางของเธอ ส่วนแจมินก็หันไปมองท่าทางสนิทสนมของเจโน่ด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่ อันที่จริงมาร์คที่มองอยู่คิดว่าแจมินกำลังน้อยใจมากกว่า เพราะทั้ง 2 แตะตัวกันเยอะมากกกกกก ผิดกับแจมินกับเจโน่ตลอดชีวิตที่รู้จักกันได้สัมผัสตัวกันเกิน 10 ครั้งรึเปล่าก็ไม่รู้


ทางด้านแจมินก็คิดอย่างที่มาร์คสงสัยจริงๆ นั่นแหละ บวกกับเรื่องที่ฮินะพูดไปก่อนหน้าด้วย อันที่จริงแจมินแทบอยากจะลุกออกจากห้องอาหารไปตอนนี้เลย แต่ก็ลังเลว่าถ้าลุกออกไปหญิงสาวจะทำตามที่ตัวเองพูดรึเปล่า แค่คิดแจมินก็กลัวแล้ว เขาไม่มีอะไรไปสู้กับฮินะได้เลย ก็เพราะเธอน่ะ สวย เป็นผู้หญิง แถมเป็นแวมไพร์อีกต่างหาก ช่างเหมาะสมกับเจโน่อย่างที่เขาเคยได้ยินคนพูดเมื่อวันก่อน


“นี่..สวัสดีอย่างเป็นทางการนะ ฉันชื่อฮินะ เป็น..เราเป็นอะไรกันน่ะเจโน่” แจมินจ้องมองใบหน้าน่ารักของหญิงสาวตรงหน้า  ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยในตอนที่หญิงสาวหันหน้าไปถามเรื่องความสันพันธ์ของเธอกับเจโน่ ใช่ ถึงเจโน่จะบอกว่าไม่ได้เป็นคู่หมั้นกับเธอ แต่แจมินก็นึกกลัวอยู่ดี เมื่อคืนถึงเจโน่จะปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเธอเป็นอะไรกับเขา


“เพื่อน ! เป็นเพื่อนโว้ยย” แจมินก็เพิ่งเคยเห็นเจโน่มีท่าทางแบบนี้เป็นครั้งแรกเนี่ยแหละ ท่าทางแบบนั้นบ่งบอกได้ถึงความสนิทของพวกเขาได้อย่างดี แม้แต่กับแฝด แจมินยังไม่เคยเห็นเจโน่มีท่าทีแบบนี้เลยด้วยซ้ำ ภาพริมฝีปากบางเม้มเข้าหันกันของแจมินนั้นอยู่ในสายตาของเจโน่อย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าเพื่อนสมัยเด็กจะช่วยเขาหรือจะทำให้เขางานเข้ากันแน่


“ก็นั่นแหละ เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนที่สนิทกันมากกกกกก” หญิงสาวลากเสียงคำว่ามากเสียจนแจมินเริ่มจะทนไม่ไหว แถมยังเอาหน้าไปซบกับไหล่ของเจโน่อีก มาร์คที่นั่งมองได้แต่เหงื่อตก แล้วเลื่อนสายตามองบรรยากาศรอบๆ แทน ซึ่งภาพที่เห็นก็คือเจโน่ที่ช็อคไปแล้ว จองอูที่เหมือนกำลังพยายามกลั้นขำ บรรดาแวมไพร์ตนอื่นที่นั่งชิลราวกับกำลังดูหนังฟอร์มยักษ์พลางจิบเลือดชิลๆ แทนป๊อปคอร์น และมาจบที่ใบหน้าหล่อเหลาของแจฮยอนที่ยิ้มให้มาร์คราวกับจะบอกว่ามันไม่เป็นไร


“อุบ ฮ่าๆๆๆๆ ขอโทษทีแต่มันขำอะ ฮ่าๆๆ” จองอูที่พยายามกลั้นขำอยู่นานทนไม่ไหวจนต้องหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นจนแจมินขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า


“เธอว่าฉันนิสัยไม่ดี แต่เธอก็เอาแต่แกล้งเด็กนี่เนี่ยนะ” นิ้วเรียวของแวมไพร์ร่างโปร่งชี้ เด็กนี่ ไปหัวเราะไปอย่างเอาเป็นตายจนเจโน่เองก็รู้สึกรำคาญถึงได้หยิบผ้าเช็ดปากที่วางอยู่บนโต๊ะปาใส่แวมไพร์ที่นั่งขำอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งจองอูก็สามารถหลบได้อย่างว่องไวตามสไตล์แวมไพร์


“แหม ได้แกล้งทั้งน้องแจมินทั้งเจโน่แบบนี้มันสนุกนี่นา ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้ง 2 ตัว” ฮินะเองก็หัวเราะไปกับน้องชายของเธอบ้าง แวมไพร์ที่เหลือมองบรรยากาศตรงหน้าก็แอบรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย ภาพความวุ่นวายแบบนี้พวกเขาไม่ได้เห็นมานานแล้ว และไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นอะไรแบบนี้อีกตั้งแต่วันที่สูญเสียคนสำคัญไป แถมยังได้เห็นเจโน่ฟิวส์ขาดตั้งหลายรอบในเวลาใกล้ๆ กันแบบนี้ด้วย แจฮยอนที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเจโน่อดยิ้มไม่ได้ ราวกับว่าเขากำลังจะได้น้องชายคนเดิมกลับมา


“อะแฮ่ม โอเค กลับมาซีเรียส..ฉันกับเจโน่ไม่ได้เป็นคนรักกันหรือคนเคยแอบกิ๊กกันหรอก ฉันเป็นแค่เพื่อนสมัยเด็กของเจโน่เท่านั้น เพราะงั้นปลอดภัยหายห่วงนะคะน้องแจมิน” ไม่พูดเปล่า เธอก็พุ่งเข้ามาดึงแจมินเข้าไปกอดเสียเต็มรัก จนแจมินเผลอร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ เขาไม่ได้ตกใจคนเดียวหรอก เจโน่เองก็รีบพุ่งเข้ามาจัดการแยกพวกเขาให้ออกจากกันอย่างรวดเร็วเหมือนกัน


“ยัยบ้านี่ ทำอะไรของเธอ”


“ก็กอดน้องแจมินไง ทำไมอะ ฉันกอดไม่ได้หรอ ก็น้องน่ารักอะ งั้นฉันกอดนายแทนก็ได้” เฮ้ย แบบนี้ก็ได้หรอวะ แจมินที่งงไปหมดกับสถานการณ์ตรงหน้าได้แต่ยืนเหวอมองเจโน่ที่กำลังเดินหนีแวมไพร์สาวที่เดินตามเพื่อหวังจะกอดตนเอง


มันก็น้อยใจหน่อยๆ แต่จะทำยังไงได้..


ไม่หรอก น้อยใจมากเถอะ ไม่คิดเลยว่าเจโน่จะเป็นอีกคนเมื่ออยู่กับเธอ ดูเป็นเจโน่ที่ไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่ใช่แวมไพร์ผู้ตายด้าน แต่คือเจโน่ที่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกันมนุษย์


“ตอนนี้ผมไปได้รึยังครับ?” แจมินถามออกไปเสียงเบา ทำให้เจโน่กับฮินะหยุดเดิน แล้วหันมาจ้องมองแจมินแทบจะพร้อมกัน ส่วนร่างผอมที่ทนสายตาของทั้งคู่ไม่ไหว จึงลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกไปทันที พร้อมกับมาร์คที่รีบวิ่งตามไปติดๆ


หนีไปจนได้..


“เฮ้อ ไม่แคล้วโดนงอนอยู่ดี” เฉียนคุนบ่นออกมาเบาๆ เมื่อแจมินไม่อยู่แล้ว ส่วนเจโน่ก็กลับมาทำหน้าบึ้งเหมือนเดิมแล้วเดินมานั่งข้างๆ พี่ชายตนเอง


“ยัยบ้านี่ ก่อเรื่องอีกแล้ว” ก็คงต้องยอมรับแหละว่าเจโน่สนิทกับบ้านนี้มากจริงๆ เพราะคำพูดคำจาแบบนี้มีเพียงจองอูกับฮินะเท่านั้นที่เจโน่จะบ่นออกมายาวยืดขนาดนี้ แหงล่ะ นอกจาก 2 คนนี้ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาป่วนให้เขาปวดหัวแล้ว เพราะถ้าเป็นคนอื่นแค่เขาหันไปทำตาแดงใส่ก็ถอยหนีกันไปหมด แต่พี่น้องบ้านนี้ตาแดงใส่ก็แล้ว ขู่ก็แล้ว ไม่เคยกลัวเขาเลยสักนิดเดียว


“ก็นายมันไม่ได้เรื่องน่ะสิเจโน่ ชอบเขาขนาดนั้น บอกๆ เขาไปเถอะ จะอะไรนักหนา” ฮินะเดินตามมานั่งข้างๆ เพื่อนหน้านิ่งแล้วใช้นิ้วสวยๆ จิ้มหน้าผากเจโน่แรงๆ หลายทีด้วยความขัดใจ


“เออ เมื่อวานอยู่ในห้องด้วยกันนานสองนาน ได้บอกเขาไปบ้างรึเปล่าว่าชอบเขามานานแล้วน่ะ” จองอูได้ทีบ่นบ้าง พวกเขา 2 พี่น้องรีบบึ่งมาที่นี่ทันทีที่ได้ยินข่าวว่าเพื่อนรักของพวกเขาทำเสียเรื่องจนพาลให้ว่าที่คู่หมั้นเกือบตาย ต้องรีบมาช่วยทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่ความโง่ของมันจะทำให้ว่าที่คู่หมั้นมันตายจริงๆ


“…”


“ไม่ได้บอกชัวร์ ! โอ้ย ไอ้โง่ !” ไม่ต้องรอให้ 2 พี่น้องตัวป่วนบ่น ฝาแฝดวินคุณก็จัดการด่าเองพร้อมกับปาทิชชูใส่แวมไพร์หน้านิ่งแทบจะพร้อมๆ กัน ส่วนแทยงที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของคนบุคคลที่ 3 ในบทสนทนานั้นก็ได้แต่กรอกตาไปรอบๆ ด้วยความรำคาญ แล้วหันไปมองหน้าเพื่อนซี้อย่างแจฮยอน พอจะเข้าแล้วล่ะ ทำไมเพื่อนเขาถึงบอกให้เขาอดทนบ่อยๆ


เพราะไอ้น้องเขยนี่มันซื่อบื้อเกินเยียวยาจริงๆ ไงละโว้ย ​!







“พักนี้ไม่เห็นพี่โดยองเลยเนอะ” มาร์คเลิกคิ้วมองแผ่นหลังบางของรุ่นน้องที่กำลังเดินนำอยู่ข้างหน้าตัวเอง พูดถึงโดยองน่ะหรอ เขาก็เห็นประจำแหละ


“ฉันก็เห็นอยู่นะ”


“ที่ไหนครับ?” แจมินพยายามนึกไปถึงที่ต่างๆ แต่เขาก็แน่ใจว่าเขาไม่เจอโดยองที่ปราสาทส่วนตัวมาตลอดหลายวันที่เขาอยู่ที่นั่นเลย ทั้งๆ ที่ปกติจะวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเขาแท้ๆ


“ก็ที่..หึ นั่นไง” คุณชายมาร์คหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วชี้ไปทางม้านั่งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โรงอาหารกลาง ดวงตากลมโตของแจมินก็มองตามไปทันที ก่อนจะหัวเราะออกมาบ้าง


“มาอยู่กับพี่เตนล์นี่เอง” คงเพราะช่วงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายทำให้เขาต้องไปอยู่ที่ปราสาทส่วนตัวจนแทบไม่ได้กลับห้องที่นอนรวมกับคนอื่นๆ บวกกับเขาวอแวให้มาร์คมาอยู่เป็นเพื่อน เลยทำให้เตนล์เหงาแน่ๆ แต่ก็ดีแล้วที่มีพี่โดยองมาอยู่เป็นเพื่อน เขาจะได้สบายใจ


“เราน่าจะชวนพี่เตนล์ไปไหนมาไหนด้วย..”


“โอ้ย ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้อยู่กันแบบนี้ก็ดี เผื่อจะเลิกทะเลาะกันสักที” มาร์คทำหน้าเบื่อ แต่ก็อย่างที่มาร์คพูด แจมินเองถึงจะมาอยู่ได้ไม่นาน ก็แอบรู้สึกแปลกๆ เวลาเตนล์กับโดยองเจอหน้ากันเหมือนกัน จากเตนล์ที่ดูจะเป็นมิตรกับทุกสิ่งบนโลก กลายเป็นเตนล์ที่พร้อมจะทำลายโลกทันทีที่เห็นหน้าโดยอง ไม่รู้ว่าไปผิดใจเรื่องอะไรกัน ถึงได้ชอบทะเลาะกันบ่อยๆ


“เขาว่ายิ่งทะเลาะกันก็ยิ่งรักกันสงสัยคงจะจริง” มาร์คพึมพำในตอนที่ยังคงมองไปทางเตนล์กับโดยอง ทำให้แจมินต้องหันไปสนใจบ้าง เขาเห็นเตนล์ฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ (สงสัยจะหลับไปแล้ว) แล้วมีโดยองนั่งเท้าคางจ้องใบหน้ายามหลับของคู่อริอยู่ข้างๆ ไม่วายเกลี่ยผมดำที่หล่นลงมาปรกหน้าให้ด้วยอีกต่างหาก


“แบบนั้นเขาใช้กับคู่รักไม่ใช่หรอครับ”


“แล้วภาพที่นายเห็น นายคิดว่าเขาไม่ใช่คู่รักกันรึไงล่ะ” มาร์คหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น เพราะไม่อยากขัดจังหวะคู่รัก(?)ตรงนั้น ส่วนแจมินก็ได้แต่ทำหน้างง แล้วเดินตามมาร์คไป โดยที่ในหัวก็ยังคงเอาแต่คิดเรื่องที่มาร์คพูดเมื่อกี้ พี่โดยองกับพี่เตนล์เป็นคนรักกันหรอ?


“เขาเป็นคู่รักกันหรอพี่มาร์ค?”


“กำลังจีบกันอยู่ล่ะมั้ง?” อ่า ถ้ากำลังอยู่ในช่วงจีบกัน เขาก็ต้องช่วยพี่โดยองโดยการไม่เข้าไปยุ่งกับพี่เตนล์จนกว่าพวกเขาจะเลื่อนขั้นเป็นคนรักกันรึเปล่านะ?


“หึ..คิดถูกแล้วล่ะยัยตาโต” มาร์คหัวเราะแทบจะทันทีที่เห็นสีหน้าของแจมิน ให้ตายสิ รู้สึกถูกชะตากับยัยตาโตจริงๆ เลย เหมือนจะเป็นเด็กซื่อๆ แต่จริงๆ แล้วก็แอบร้ายเหมือนกันนะเนี่ย


“แล้วพี่มาร์คชอบแจฮยอนหรอ?” ดวงตากลมโตนั้นใสซื่อเสียจนมาร์คอยากจะร้องไห้


“ห..ห๊ะ” โอเค มาร์คลีขอถอนคำพูดที่บอกว่าถูกใจยัยตาโต กับเรื่องที่เป็นเด็กแอบร้าย แต่ขอเปลี่ยนเป็นเด็กแสบที่ร้ายมากแทน !


“ก็พี่มาร์คชอบแอบมองหน้าแจฮยอน” คนที่ไม่ค่อยพูดมักจะเป็นพวกที่ชอบสังเกตสิ่งรอบข้างทุกคนปะเนี่ย มาร์คปวดหัว การคุยกับแจมินทำให้เขาเริ่มปวดหัววันละหลายๆ รอบ รู้สึกอยากจะให้เจ้าเด็กนี่เรียกเขาว่ามาร์คเฉยๆ เหมือนเดิมแล้ว ได้ยินพี่มาร์คๆ ทีไรมักจะมีคำถามนี่น่าปวดหัวตามมาเสมอ


“เฮ้ย บ้า ไม่ได้แอบมองซะหน่อย”


“ทำไมพี่มาร์คหน้าแดงอะ”  คือตอนนี้เขากับยัยตาโตนี่สนิทกันแล้วใช่ปะ? ไอ้ท่าทางกลัวเขาก่อนหน้านี้แทบจะไม่หลงเหลืออยู่ในดวงตาเลยสักนิดเดียว มันก็ดีหรอกที่แจมินวางใจเขาแล้ว แต่ถ้าวางใจแล้วชอบถามคำถามแบบนี้ใส่ก็ไม่ไหวจริงๆ ฮือ


“อ..อากาศมันร้อน..” ร้อนกับผีสิ ! ตอนนี้มันหน้าหนาวโว้ย !


“ร้อนเนี่ยนะ?” แจมินพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อ ในขณะที่ดวงตากลมโตจ้องหิมะที่ยังอยู่หลงเหลืออยู่ที่พื้นด้วยความไม่เข้าใจ ตอนนี้หนาวจนเขาจะแข็งอยู่แล้ว พี่มาร์คร้อนได้ยังไงวะ


“แล้วตกลงพี่มาร์คชอบ...”


“ไม่เว้ย ฉันเนี่ยนะจะชอบจองแจฮยอน !”


“พี่มาร์ค เสียงดังไปแล้ว..” แจมินพยายามดึงชายเสื้อของคนขี้โวยวายให้ลดระดับเสียงลง เพราะเริ่มมีแวมไพร์หันมาสนใจพวกเขาแล้วในตอนนี้


“พี่ต้องตะโกนว่าแจฮยอนหล่อมากสิ ไม่ใช่ชอบแจฮยอน..” แจมินแอบหันไปเห็นว่าแจฮยอนกำลังเดินยิ้มอยู่ไกลๆ แต่ดูเหมือนมาร์คจะไม่สังเกตเห็น


“ไม่ตะโกนอะไรทั้งนั้นแหละ !” มาร์คลีโวยวายก่อนจะเดินหนีไปทางอื่น แต่แจมินก็ต้องรีบวิ่งตามอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าแผนของตัวเองจะพัง


“พี่มาร์คครับบบบ” แจมินใช้เสียงที่คิดว่าออดอ้อนมากที่สุดเพื่อหวังให้อีกฝ่ายใจอ่อน เวลาเขาใช้เสียงแบบนี้แม้แต่ท่านพ่อยังต้องยอมเลยนะ


“ก็กำลังเดินไปที่สนามอยู่ไงเล่า !” เห็นไหมล่ะ ! มาร์คลีต่อต้านแจมินไหวที่ไหนกัน


“น้องแจม หนาวไหม พี่เอาเสื้อมาให้” แทนที่เจ้าของชื่อจะมีท่าทางตกใจ แต่กลายเป็นมาร์คที่ยืนตัวแข็งแทน พวกเขาหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของแจฮยอนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แทบจะทันที แจมินทำตาโตมองญาติตัวเอง ถ้าแจฮยอนยืนอยู่ใกล้ขนาดนี้ มาร์คก็ไม่กล้าตะโกนกันพอดีน่ะสิ


“ขอบคุณครับ กำลังหนาวพอดีเลย” แจมินยิ้มจนตาหยีแล้วรับเสื้อที่แจฮยอนส่งมาให้ มาสวมที่ร่างกายของตนเองอีกชั้นหนึ่ง เพราะเมื่อกี้มัวรีบเดินออกมาเลยลืมยิ้มโค้ทออกมาด้วย นึกว่าจะแข็งตายซะแล้ว


แจฮยอนยืนมองน้องชายคนเล็กที่สวมเสื้อที่เขาเอามาให้แล้วยิ้มออกมาจนแก้มบุ๋ม แอบรู้สึกเสียดายที่แจมินไม่ใช่แวมไพร์ เพราะถ้าอีกฝ่ายจมูกดีคงจะรู้แน่ว่าใครเป็นเจ้าของเสื้อโค้ทที่เขาเอามาให้ พูดแล้วก็นึกไปถึงไอ้เจ้าของที่ไม่กล้าเอามาให้เองก็อยากจะหัวเราะออกมา มองเสื้อโค้ทที่ไม่ได้ช่วยแค่ป้องกันความหนาว แต่ยังช่วยป้องกันคนที่จะเข้ามายุ่งกับแจมินอีกต่างหาก กลิ่นเจโน่อบอวลไปทั่วขนาดนี้ ใครจะกล้าเข้ามายุ่งกัน ทีเรื่องแบบนี้ละฉลาดนักนะ อีเจโน่


“เมื่อกี้..”


“หืม?” แจฮยอนครางเสียงรับเมื่อเห็นว่ามาร์คพูดออกมาเสียงเบา แถมยังเบาราวกับเสียงกระซิบ ผิดกับบุคคลิคที่เจ้าตัวเป็นคนเสียงดัง ทำให้เขาต้องก้มตัวลงมาหาเพื่อจะได้ยินชัดๆ


“เอ่อ..เมื่อกี้ได้ยินอะไรรึเปล่า”


“พูดไม่เพราะเลย” แวมไพร์หนุ่มจับจมูกเล็กๆ ของมาร์คแล้วบิดไปมาด้วยความหมั่นเขี้ยว เขาไม่ชอบให้มาร์คพูดจาไม่มีหางเสียงเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน คงเพราะใบหน้าน่ารักๆ นี่ไม่เหมาะกับคำพูดหยาบคายอะไรแบบนั้นละมั้ง..


“ตกลงได้ยินไหมเล่า!”


“ไม่ได้ยินครับ” แจฮยอนตอบเพราะกลัวเจ้าเด็กมนุษย์ตรงหน้าจะโมโหจนเส้นเลือดในสมองแตกซะก่อน จะหงุดหงิดอะไรขนาดนั้น ดูสิ หัวใจเต้นแรงใหญ่แล้ว


“แล้วนี่จะไปไหนกัน”


“กำลังเดินกลับไปที่สนามครับ”


“ลานเอนกประสงค์อะนะ?” แจฮยอนเลิกคิ้วขึ้นสูง ตั้งแต่โดนทำโทษกันวันนั้น เขาก็ไม่เคยคิดว่าสนามนั้นเป็นแค่สนามอีกเลย คงจะเป็นเหตุการณ์ที่พวกเขาจะจดจำไว้จนวันตาย


“อ่า..ใช่ครับ”


“ดีเลย พี่จะไปแถวนั้นพอดี”


“ไม่ได้นะ !” มาร์คเกร็งตัวทันทีที่โดนแจฮยอนจ้อง ให้ตายสิ เผลอแสดงพิรุธออกไปแบบนั้นแวมไพร์ฉลาดแบบแจฮยอนต้องสงสัยแน่ๆ


“ทำไมล่ะ?” แจฮยอนเลือกที่จะมองข้ามเรื่องที่มนุษย์ตรงหน้าพูดจาไม่มีหางเสียง แต่เปลี่ยนมาเป็นเค้นเรื่องที่เหมือนอีกฝ่ายจะปิดบังเขาแทน ดวงตาเรียวเล็กหรี่มองมาร์คด้วยความสงสัย ท่าทางลุกลี้ลุกรนแบบนั้นต้องมีอะไรแน่ๆ แต่พอเขาหันไปมองหน้าแจมิน แจมินก็แค่ยิ้มแห้งๆ ส่งมาแค่นั้น


“เอ่อ..เอ่อคือ..อ๋อ ! พี่โดยองกำลังจีบอยู่กับเตนล์แถวนั้น ผมไม่อยากให้คุณไปขัด..”


“หืม..สองคนนั้นอยู่ที่โรงอาหารกลางไม่ใช่หรอ?” เมื่อกี้แจฮยอนก็เดินผ่านมาทางนั้น เขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันไม่ใช่เหตุผลอย่างที่มาร์คพูดแน่นอน


“แล้วถ้าไม่ให้ไปขัด แล้วเรา 2 คนจะไปทำไมล่ะ?”


“อ่า..เอ่อ..”


“มีอะไรกัน?” แจฮยอนเริ่มขมวดคิ้วแล้วถามออกไปเสียงเข้ม เขาเริ่มรู้สึกกังวลแล้วว่าแจมินกับมาร์คกำลังวางแผนเล่นอะไรพิเรนท์รึเปล่า เพราะกลัวว่าจะทำให้เด็กมนุษย์ทั้งสองบาดเจ็บ


“ไม่..ไม่มีอะไรหรอก” แล้วมาร์คลีก็กลายเป็นเด็กติดอ่างไปซะงั้น


“แน่ใจ?”


“อ่า..แน่ใจครับ แจฮยอนไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” แจมินที่เห็นท่าทางลนลานของมาร์คก็ต้องเริ่มพูดช่วยบ้าง แถมตอนนี้หน้าของมาร์คก็เริ่มแดงเถือกแล้วด้วย ถึงแม้แจมินจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะว่าทำไม


“มาร์ค ไม่สบายรึเปล่า หน้าแดงคอแดงแล้ว” แจฮยอนที่เห็นถึงความผิดปกตินี้เหมือนกันเอ่ยถาม ทำให้แจมินก็เริ่มสงสัยว่าหรือมาร์คจะไม่สบายจริงๆ


“ไม่..”


“เมื่อกี้พี่มาร์คบอกว่าพี่มาร์คร้อน” แจมินรีบบอกแวมไพร์ผู้พี่ เพราะกลัวว่ามาร์คจะไม่สบายอย่างที่แจฮยอนว่าจริงๆ เขาจำได้ว่าแจฮยอนมีพลังรักษาเหมือนกับอาอี้ชิง แจฮยอนต้องช่วยมาร์คได้แน่ๆ


“ร้อน?” แวมไพร์ที่ควรจะเป็นเทวดามากกว่าถึงกับต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า อากาศติดลบขนาดนี้แต่มาร์คกลับร้อนเนี่ยนะ? มือใหญ่ที่แสนเย็นเฉียบก็รีบยกขึ้นแตะลงบนหน้าผากของมาร์คอย่างรวดเร็วเสียจนเด็กมนุษย์ผงะไป แต่ก็ถอยหนีไปได้ไม่ไกลเพราะแจฮยอนใช้มืออีกข้างรั้งเอวมาร์คให้เข้าไปใกล้ ทันใดนั้นใบหน้าของมาร์คก็แดงเถือกหนักกว่าเก่าจนแจมินที่มองอยู่เริ่มเข้าใจ


พี่มาร์คน่ะ ไม่ได้ป่วยหรอก..


แต่กำลังเขินจองแจฮยอนอยู่ต่างหาก !


“อุบ..ฮ่าๆๆๆ”


“ขำอะไรน่ะแจมิน?” แจฮยอนละมือออกจากหน้าผากของมาร์คแต่ยังไม่ยอมปล่อยเอวของมาร์คให้เป็นอิสระ หันมาถามน้องที่หัวเราะจนตัวโยน พอเห็นท่าทางแบบนั้นแจมินก็ยิ่งขำหนักกว่าเดิม แจฮยอนเป็นห่วงมาร์คจนนึกไม่ถึงว่ามาร์คกำลังเขินตัวเองเนี่ยนะ? เพิ่งรู้ว่าคนฉลาดๆ แบบแจฮยอนก็มีมุมนี้เหมือนกัน


“พี่มาร์คตัวร้อนไหมครับ”


“ก็ไม่นะ หรือว่า..” แจฮยอนพึมพำออกมาเสียงเบา ก่อนจะชะงักกึกจนแจมินลุ้นว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจแล้วรึเปล่าว่ามาร์คกำลังเป็นอะไรกันแน่ ส่วนมาร์คนี่ก็เหมือนจะช็อคไปแล้วตั้งแต่โดนแจฮยอนสัมผัสตัวขนาดนั้น


“หรือว่าจะไม่สบายหนัก หัวใจเต้นแรงมากเลย ไหวไหมน้องมาร์ค” เสียงหัวใจของมาร์คนั้นเต้นแรงเสียจนแจฮยอนเป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะช็อค ในตอนนี้เขาแทบจะอุ้มมาร์คแล้วด้วยซ้ำ


“แจฮยอนจะพาพี่มาร์คไปไหนครับ” แจมินร้องอย่างตกใจเมื่ออยู่ดีๆ แวมไพร์ตรงหน้าก็รวบมาร์คขึ้นอุ้ม แล้วเตรียมจะเดินออกไป


“จะพาไปตรวจที่ห้อง”


“เฮ้ยยย เดี๋ยวก่อน” แจมินคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของแจฮยอนไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่แวมไพร์หนุ่มจะวาบหายไป และภาพนั้นก็ตกอยู่ในสายตาของเจโน่พอดี ทำให้แวมไพร์หน้านิ่งเดินหน้าตึงเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว แล้วปัดมือแจมินให้ออกห่างจากไหล่ของพี่ชายตนเอง


“บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับแจฮยอน” คนเป็นพี่เริ่มกรอกตาเมื่อเห็นว่าน้องชายแท้ๆ ของตนเองเริ่มงี่เง่าอีกครั้ง ละแบบนี้เมื่อไหร่แจมินจะยอมคุยด้วยละโว้ย แจฮยอนได้แต่ลังเลว่าเขาควรจะช่วยเคลียร์ปัญหาครอบครัว หรือจะใช้โอกาสนี้วาบหนีไปแล้วพามาร์คไปตรวจดี


“แจฮยอน พี่มาร์คไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็ในตอนนี้..” แจมินเลือกที่จะเมินเจโน่แล้วแอบพึมพำเสียงเบาในตอนหลัง นี่ขนาดยังไม่ทันทำอะไรยังขนาดนี้ ถ้าตะโกนชมแจฮยอนจริงๆ แล้วแจฮยอนมาได้ยินตามแผนที่เขาวางแผนไว้ มาร์คลีจะขนาดไหนเนี่ย


“หมายความว่ายังไง?”


“ปล่อยผม” คนในอ้อมแขนของแจฮยอนใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะตั้งสติได้ มาร์คดิ้นไปมาอย่างแรงจนแจฮยอนจำยอมต้องปล่อยให้เจ้าเด็กดื้อยืนด้วยขาของตนเอง พอลงยืนด้วยตัวเองได้ มาร์คก็รีบพุ่งไปซุกตัวอยู่ข้างหลังของแจมินอย่างรวดเร็ว ส่วนเจ้าของของแจมินก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอีกครั้ง แจฮยอนกรอกตาไปรอบๆ เขาเริ่มรู้สึกรำคาญเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้านี่นิดๆ แล้ว เขาควรจะไปได้แล้ว


“งั้นพี่ไปนะ”






ซะที่ไหนเล่า !


แจฮยอนลอบถอนหายใจ โดยมีน้องชายหน้านิ่งยืนอยู่ข้างๆ เจโน่ก็คงคิดเหมือนกับเขานั่นแหละ ว่าสองคนน้ีแปลกๆ ทำให้เขากับน้องต้องมาแอบยืนอยู่หลังกำแพงเพื่อมองดูว่าเจ้าเด็กแสบสองคนนั้นต้องการจะทำอะไรกันแน่ !

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ” มาร์คร้องออกมา ด้วยเสียงไม่เบาของเจ้าตัวทำให้แวมไพร์หูดีได้ยินอย่างชัดเจน นั่นทำให้สองพี่น้องตระกูลจางเริ่มขมวดคิ้ว


“จะทำอะไรกันวะ” แจฮยอนถึงกับต้องพูดคำหยาบออกมา แล้วเด็กมนุษย์ทั้งสองก็เดินตรงไปทางสนามอย่างที่เจ้าตัวบอก นั่นทำให้แจฮยอนขมวดคิ้วไปอีก


ก็ไม่ได้โกหกนี่?


“เจอกันที่สนาม” แจฮยอนหันมาบอกน้องชายตัวเองแล้วรีบหายตัวเพื่อความรวดเร็วไปหาที่เหมาะๆ ในการแอบมองเจ้าเด็กแสบทั้งสอง


เขาโผล่มาแอบอยู่ตรงโถงของตึกที่อยู่ติดกับสนาม เจโน่เองก็ยืนอยู่ข้างๆ กัน ตัวเขานั้นห่วงว่าเด็กแสบจะเล่นอะไรพิเรนท์กัน แต่ตัวเจโน่น่ะ คงจะหวงแจมินมากกว่า


นี่ถ้าไม่ยอมทำอะไรสักที คงได้ตามหึงหวงแจมินจนตัวเองต้องปวดหัวแน่ๆ


“เอาล่ะ พี่มาร์คพร้อมรึยัง” แจมินพูดไปหัวเราะไป ท่าทางสนุกสนานนั่นทำเอาแจฮยอนที่เห็นยังต้องแอบยิ้มตาม แต่ก็ต้องหุบยิ้มเพราะโดนน้องชายถองที่สีข้างด้วยแรงไม่เบานัก ดูมัน แม้แต่กับพี่มันยังหวง


“ให้ตายสิ ฉันจะจำไว้เลยว่าห้ามพนันกับนาย นาแจมิน นายมันร้าย !” แจฮยอนหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงบ่นของมาร์ค สงสัยจะเรื่องสนุกที่แจมินพูดก่อนหน้านี้ กำลังจะเกิดขึ้นสินะ


“ท่าทางน่าสนุกเชียว” เสียงร่าเริงของฝาแฝดดังขึ้นใกล้ๆ ที่พวกเขายืนอยู่ ทำให้แจฮยอนเห็นว่าตอนนี้พวกญาติๆ ทั้งหมดกำลังซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ เพื่อรอดูสิ่งๆ สนุกๆ ที่แจมินบอก


ดูท่าทางแล้วคนที่เสียเปรียบคือมาร์คเห็นๆ แจมินหัวเราะขนาดนั้นคงจะเป็นฝ่ายยืนดูเฉยๆ มากกว่า แค่คิดก็แอบสงสารมาร์ค และรู้สึกผิดที่พวกเขากำลังมีความสุขผ่านความทุกข์ของมาร์คที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้


ว่าแต่มาร์คไม่สบายจริงๆ รึเปล่านะ?


“โอเค ฉันพร้อมละ !” แจฮยอนเผลอกลั้นหายใจทั้งที่เขาไม่ได้หายใจแล้ว จากตอนแรกเขานั่งอยู่ก็ต้องลุกขึ้นยืนเพราะเห็นท่าทางสูดหายใจของมาร์ค




“จองแจฮยอนหล่อมาก

จองแจฮยอนหล่อมาก

จองแจฮยอนหล่อมาก

จองแจฮยอนหล่อมาก

จองแจฮยอนหล่อมากเลยโว้ยยยยย !!”





ห๊ะ


แจฮยอนรู้สึกเหมือนเขาหูอื้อตาลายไปหมดกับเสียงตะโกนของเจ้าเด็กที่มีหน้าตาเหมือนกับพี่ชายของตนเอง ยอมรับเลยว่าถ้าหัวใจของเขามันยังเต้นได้ มันคงเต้นจนกระเด็นออกมาข้างนอกแล้ว


“โว้ววววว เจ๋ง”


“ฮิ้ววว แจฮยอนเขินเว้ยย”


เสียงบรรดาญาติๆ ตัวแสบของเขาพากับโห่ร้องออกมาด้วยท่าทางชอบใจ แล้วพากันออกมาจากที่ซ่อน พาลให้เจ้าเด็กแสบที่อยู่ตรงสนามถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นจนแจมินยังดึงเอาไว้ไม่ทัน มาร์ครู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกมองอยู่ แล้วก็รู้แล้วด้วยว่าเขานั้นได้ยิมเต็มสองหู


แจฮยอนยกมือขึ้นลูบหน้าของตัวเองเพื่อเรียกสติ แม้แต่น้องชายของเขายังคงอมยิ้มกับสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหายตัวออกไปเมื่อแน่ใจแล้วว่าคงไม่มีอะไรให้น่าหึงหวงแล้วในตอนนี้


ดวงตาเรียวจ้องมองเจ้าเด็กนอกที่นั่งหน้าแดงเถือกอยู่ตรงสนามหญ้า แอบเห็นว่าดวงตาเรียวเล็กนั่นมีน้ำตาคลอหน่วยอยู่ในนั้น ก่อนจะเดินเข้าไปหา เขาว่าเขาเริ่มเข้าใจแล้วล่ะ มาร์คไม่ได้ไม่สบายหรอก


มาร์คกำลังเขินอยู่ต่างหาก !!!!




เขินจนร้องไห้แบบนี้มันน่าฟัดชะมัดเลยเว้ย !!








-----------------------------------------
อ่อนหัดนักมาร์คลี คิดจะเล่นกับน้องแจมิน (ปิดปากหัวเราะ)
ปกติก็ชอบถามน้องตรงแหน่ว ตอนนี้โดนน้องถามตรงๆ บ้างถึงกับไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว 


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ตอนนี้ปั่นฟิคอยู่หลายเรื่องมาก
ข้อดีคือจะกลับมาแต่งฟิคแบบสม่ำเสมอแล้ว (เพราะคึกกับเรื่องใหม่มาก)
แต่ข้อเสียคือต้องปั่นหลายเรื่องเลยอาจจะต้องสลับๆ กันมาอัพ
(สรุปคือไม่รู้เหมือนกันว่าจะอัพถี่ขึ้นหรือจะอัพช้ากว่าเดิมกันแน่ ฮ่าๆๆ) 

เจอกันตอนหน้าค่ะ <3 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #565 kopai0901 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 20:08
    หน้าแจมต้องแบบขำค้าง5555555
    #565
    0
  2. #514 hiphophop (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:00
    โอ้ยยย เขินมาก แจยอนกับน้องม้าคฮือออ โน่อย่างขี้หวงเลยนะ
    #514
    0
  3. #506 WSwen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 07:20
    เจ้าแจมร้ายนักนะ555555555
    #506
    0
  4. #461 JNNJ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 13:24

    แจมร้ายจริง ๆ มาร์คน่ารักมาก ๆ

    #461
    0
  5. #433 porkpak111 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:16

    5555ตลกอ่ะน้องแจมช่างทำกับพี่มาร์คได้ลงคอ มารค์คเขินแจฮยอนจนจะเป็นลมแล้วมั้ง

    #433
    0
  6. #401 LoveD.O. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:05
    วงวารน้องมาร์คคค
    #401
    0
  7. #398 Hongsyok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 03:17
    โอ้ย น่าร้ากกกกก
    #398
    0
  8. #292 Idaiza_12 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 10:33
    น้องม้าค5555 ทำไมถึงเขินแล้วน่ารักจนาดนี้อ่ะ
    #292
    0
  9. #291 Pattho (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 00:05
    โอ้ยขำมาก 555555 ม้าคโว้ยยย เขินจนไม่ไหวแล้วนะนั่น ช็อกเลยดิน้อง น่าร้ากกก เจโน่โคตรขี้หวงอะบอกเลย ตามหวงจนเหนื่อยแทน กับพี่ยังไม่เว้น โถๆ เขาก็รักของเขามาตั้งนานนนน
    #291
    0
  10. #282 wareeandsoul (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 03:08
    แง ไม่รู้จะคอมเม้นยังไงดี ชอบมากเลยค่ะ น้องม้าค ฮือ น้องม้าคเขินน่ารักที่สุด นี่รอน้องตะโกนอยู่ และน้องก็ทำจริงๆ แบบมีน้องแจมินคอยบังคับ ? 5555555 โอ่ย ถูกใจคนอ่านมากๆ แบบตอนนี้แจมัคเต็มที่เลย น่ารักมากๆ แบบชนะโน่มินไปแล้ว ฮืออ นี่ก็รอแวมไพร์ขี้หวงทำตัวดีๆกับน้องอยู่ค่ะ พ่อคุณเค้าเย็นชาและซื่อบื้อเหลือเกิน 555555 เอาเป็นว่าประทับใจมากๆ ขอบคุณนะคะ ฮื่อ รอตอนต่อไปค่ะ สู้ๆ
    #282
    0
  11. #281 JutamasPromyota (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 10:54
    แสบจริงๆ55555
    #281
    0
  12. #277 fah_phetmanee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 14:49
    แจมินเด็กแสบบบบบบเด็กเจ้าเล่ห์สงสารมาร์คนะแต่แอบชอบความเเสบของน้องแจม55555555555
    ปล.รอค่าาาาาาา
    #277
    0
  13. #276 Lookpeach30 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 14:19
    เจโน่ซึนได้ใจแม่จริงๆค่ะลูกก 555
    #276
    0
  14. #275 faiiswnd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 14:09
    ฮือออเขินเลย นาแจมินเจ้าเด็กแสบ คู่นี้มาแรงแซงทางโค้งไปละ5555 เจโน่เลิกซื่อบื้อสักทีรีบบอกชอบน้องได้แล้ววว
    #275
    0
  15. #274 bunnyxfox (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 12:03
    น่ารักมากกกก ชอบบบบ55555555 มาร์คแบบเขินน่ารักอะ
    #274
    0
  16. #273 yorina (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 09:26
    สู้ๆนะคร้าาา รออ่านตอนต่อไปอยู่เด้อ
    #273
    0
  17. #272 Dinaadin N.England (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 07:49
    ครอบครัวนี้อบอุ่นกันจริงๆ
    #272
    0
  18. #271 KKWaZowski (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 07:31
    แงงงงง น่ารักกกกกกกก
    #271
    0
  19. #270 Lookmeemona (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 06:49
    ขำอ่ะ 5555
    #270
    0
  20. #269 Payeom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 06:37
    ขอพาร์ทน้องมารค์กับพี่แจฮอนหน่อยค่าาา
    #269
    0
  21. #268 FA_WK (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 06:35
    ฮือออออขำาา55555555555555554
    #268
    0
  22. #267 sunflower.jm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 06:24
    เจโน่ก็ยังไม่วายปากแข็งฟอร์มจัดอยู่ดี จะเอาเสื้อมาให้น้องยังต้องฝากพี่แจมาให้เลย เห้อมมมม คนที่ควรโดนกระตุ้นที่สุดไม่ใช่น้องแจม แต่เป็นพี่โน่นี่แหละค่ะ น่าเอาให้หึงจนตายไปเลย หมั่นไส้ๆๆ
    #267
    0
  23. #266 supisa_n (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 04:54
    โง้ยยยยย น่ารักมากอ่ะ นี่แบบมีความรู้สึกเดียวกับจองอูกับมินะเลย อ่อนหัดเว่อไม่เคลียร์สักที เหนื่อยใจ แต่แบบแจมินนี่ดูสนุกกับการแกล้งมาร์คสุด55555555555 มาร์คเขินนี่แบบน่ารักจริงๆ แล้วประโยคสุดท้ายนี่อ่านแล้วจะเปนลม แงง เอ็นดู
    #266
    0
  24. #265 Mochi. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 02:13
    เอ็นดูววววว น่ารักอะ เจโน่ควรทำอะไรให้มันชัดเจนสักทีนะ คู่อื่นนำไปไหนถึงไหนอแล้วเนี่ย
    #265
    0
  25. #264 Chez-moi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 01:33
    แง๊ น่ารักกกกก น่ารักๆๆๆ อยากจะเขียนชมน้องมาร์คให้มากกว่านี้ซักสิบเท่า ฮือออ น่ารักมากๆเลยค่ะ จองแจฮยอนก็เหวอไปเลยล่ะสิ ทางพี่เจนน้องแจมนี่ก็เรื่อยๆนะคะ หึงกันเรื่อยๆ ชอบมากๆ สนุกมากค่าาา
    #264
    0