คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 53 : คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 52 ความลับของผู้ใช้มนตรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,533 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

คนสวนกับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 52 ความลับของผู้ใช้มนตรา

 

 

เมื่อการต่อสู้ของร้านดาราโอสถกับเหล่าผู้ที่คาดว่าจะเป็นเหล่าผู้ใช้มนตราจบลง ยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของผู้คนที่หนุนหลังร้านแห่งนี้อยู่ ทำให้ผู้ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดร้านยิ่งมั่นใจว่าสามารถเชื่อถือในร้านแห่งนี้ได้ เพราะนี่คือค่านิยมทั่วไปที่ผู้คนมักเชื่อถือตาม ๆ กันนั่นก็คือการเชิดชูผู้แข็งแกร่ง!

 

 

แม้แต่คนที่โง่ที่สุดก็ยังรู้ได้ทันทีที่อาวุโสเอียนสร้างโดมพลังออกมา ชายชราที่ออกมาปราศรัยนี้มีสถานะเป็นถึงจอมเวทย์ที่ไม่ธรรมดา ผู้ทรงอำนาจเหล่านี้ล้วนมิใช่ผู้ที่จะออกมาพูดอะไรที่เชื่อถือไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นหน้าตาของพวกเขาในอนาคต

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชื่อเสียงที่มียิ่งดังขจรไปไกล ร้านดาราโอสถกลายเป็นสถานที่ ๆ เหล่าผู้คนมาเยือนไม่ขาดสาย เพียงวันแรกก็ทำกำไรได้มากมายมหาศาลยิ่งกว่าเงินที่ได้จากการทำงานของคน ๆ นึงนับสิบปี

 

 

แต่ดูเหมือนอีกสถานที่ ๆ ห่างออกไป สถานการณ์จะต่างออกไปจากนี้ อาคารที่ตั้งของเหล่าผู้ใช้มนตรา ราวกับถูกระเบิดสายฟ้าป่นทำลาย ควันไฟและกลิ่นเผาไหม้ยังคงโชยอยู่ในอากาศไม่จางหายไปง่าย ๆ ผู้ใช้มนตราหลายรายที่กลับมาก่อนใช่ว่าจะพ้นจากสายฟ้านี้ไปได้

 

 

พวกเขาถูกช๊อตและโดนแรงระเบิดอัดกระแทกจนอวัยวะภายในโยกคลอน ถึงไม่ตายแต่มันกลับทำร้ายคนเหล่านี้ได้สาหัสทันที

 

 

โชคดีเพียงอย่างเดียวคือสถานที่ ๆ พวกเขากลับมาคืออาคารส่วนหน้าที่ไม่สลักสำคัญใด ๆ หากพวกเขาโผล่ออกมาที่อาคารส่วนในคาดว่าจะมีผู้เคราะห์ร้ายมากกว่านี้แน่นอน

 

 

 

ตรึมมม วังงงงง

 

 

"ไสหัวไป....เจ้าพวกโง่!" เสียงตระโกนด่าด้วยความโมโห ดังกระแทกออกมาจากอาคารภายใน

 

 

ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ได้บรรเทาความเกรี้ยวกราดของตัวตนระดับสูงของเหล่าผู้ใช้มนตราลงได้ อาคารส่วนหน้าที่พังทลายยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวให้ทบเท่าพันทวี หากคนที่ไม่โง่จนเกินไปได้มาเห็นจะรู้ถึงเหตุผลของมันได้ทันที นี่เป็นสิ่งที่สร้างความอับอายให้เหล่าผู้ใช้มนตรา

 

 

ในบรรดาสี่ตระกูลใหญ่ เห็นจะมีเพียงตระกูลกลาเทรียของผู้หลอมศาสตราเท่านั้นที่ยังคงเงียบสงบไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ

 

 

ต่างกับอีกสามตระกูลใหญ่ อย่างอิกไทน์  แคนเดียร์ และโอเดลรอส ที่ขณะนี้นั้นต่างจัดการเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ภายในตระกูลที่เกิดขึ้นมาในเวลาใกล้ ๆ กัน

 

 

วาเลนนั้นทำตัวสบาย ๆ อย่างไม่รับรู้ว่าตนเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทั้งปวงนี้

เขาฆ่านักรบระดับสูงของอิกไทน์ และตอบโต้เหล่าผู้ใช้มนตราของแคนเดียร์ได้ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ถึงแม้ว่าอย่างหลังนั้นจะเป็นเพราะฝีมือของคารีสเสียมากกว่า แต่ทว่ามันก็มีต้นเหตุมาจากวาเลนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เด็กชายสนใจในตอนนี้

 

 

"เจ้ายังยืนยันที่จะไม่ทำใช่ไหม"วาเลนพูดพลางส่ายหน้าไปมาอย่างแสร้งว่าเหนื่อยใจ

 

 

ผู้ใช้มนตราที่ถูกคุมตัว ยิ้มเยาะก่อนจะมองเขาด้วยแววตาสมใจ อย่างไรเสียหากชายเคราะห์ร้ายคนนี้ตาย ร้านแห่งนี้ก็จะไม่ได้มีอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน

 

 

ชายผู้นี้คือผู้ใช้มนตราที่ถูกเหล่าเบญจดาราคุมตัวเอาไว้ ถึงผู้ใช้มนตราส่วนใหญ่จะหลบหนีไปได้ แต่พวกเขากลับไม่สามารถช่วงชิงผู้ลงมือกลับไปด้วยกันได้ นั่นเพราะเหล่าเบญจดารามิยอมให้พวกเขาเข้าใกล้ชายผู้นี้

 

 

 

ผู้ใช้มนตราคนนี้คือคนที่แฝงกายเข้ามาและใช้คำสาปกับชายที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ เพื่อจะใช้ตามแผนการที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของร้านแห่งนี้ให้เหล่าผู้ที่มาเป็นสักขีพยานได้เห็น แต่น่าเสียดายที่วาเลนนั้นเร็วกว่า แผนที่เตรียมมาจึงพังไม่เป็นท่า

 

 

"เห้ออ ..เอาล่ะ ข้าชอบจริง ๆ ที่เจ้ามีแววตาเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไรข้ามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น มารดาและน้องสาวของเจ้าที่บ้านเชิงเขาถัดจากตระกูลแคนเดียร์ อาจจะเกลี้ยกล่อมเจ้าได้ดีกว่าข้า ....เบญจดารา ไปเชิญพวกเขามาที่นี่" วาเลนพูดเสียงเหี้ยมเกรียม

 

 

คำขู่นี้เป็นผลในทันที ผู้ใช้มนตรารายนี้ตกตะลึงในสิ่งที่วาเลนพูดออกมา เขารู้ได้อย่างไร? 

 

 

"อย่า ... อย่าได้โปรด ครอบครัวข้าไม่เกี่ยวอะไร อยากทำอะไรมาทำที่ข้าสิ ไอ้พวกบ้าได้ยินไหม" ผู้ใช้มนตราตระโกนไล่หลังเบญจดาราที่กำลังเดินออกไปตามที่วาเลนสั่งในทันที

 

 

"ได้โปรด...คุณชาย ข้ายอมแล้ว ยอมแล้ว ให้พวกเขากลับมา" ผู้ใช้มนตรารายนี้คุกเข่าขอร้องทันทีอย่างหมดสภาพ

 

 

"ชายที่เจ้าใช้มนตราสาปก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร พอเป็นครอบครัวเจ้าจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ใช่ไหม ว่าไม่ควรทำร้ายผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง"วาเลนตะคอกกลับอย่างรังเกียจทันที คนพวกนี้ไม่สมควรโต้กลับด้วยวิธีดี ๆ แต่ต่างตรงที่เขาไม่สามารถโต้กลับด้วยวิธีที่เลวร้ายจนไร้มนุษยธรรมได้

 

 

 

"คลายมนตราของเจ้าซะ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน..."วาเลนพูดเสียงเรียบก่อนจะโบกมือเบา ๆ เหล่าเบญจดาราจึงกลับมายืนในตำแหน่งเดิม

 

 

วาเลนหันไปพยักหน้าให้หนึ่งในเบญจดารานำตัวชายผู้โชคร้ายเข้ามา ชายผู้นี้อยู่ในสภาวะหลับไหล วาเลนใช้ยาสมุนไพรชนิดหนึ่งให้กับชายผู้นี้ได้กินและจมสู่ห้วงนิทราในเวลาอันรวดเร็ว เขาจึงไม่ทรมานจากคำสาปของสัญลักษณ์มนตราตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้

 

 

ไม่นานนักคารีสก็เดินตามเข้ามาพร้อมกับกรอกยาบางชนิดให้แก่ชายผู้เคราะห์ร้าย ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ชายผู้นี้ก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่น่าสงสารจับใจ

 

 

สายตาของวาเลนที่มองมาสื่อให้เห็นว่าเขาอยู่ในสภาวะที่อารมณ์ไม่ดี ผู้ใช้มนตราจึงไม่รั้งรอที่จะรักษาอีกต่อไป

 

 

เขาวาดสัญลักษณ์บางอย่างขึ้นมาก่อนจะประทับฝ่ามือและผลักมันไปที่ชายเคราะห์ร้าย ประกายความรู้ที่สัมผัสพิเศษกักเก็บเอาไว้เปล่งประกายยามเมื่อสัญลักษณ์นั้นผาดผ่านดวงตาของวาเลน

 

 

 

นี่คือสัญลักษณ์แห่งการรักษา เมื่อตราสัญลักษณ์นั้นหายไปอย่างสมบูรณ์ชายผู้เคราะห์ร้ายก็ราวกับถูกปัดเป่าความเจ็บปวดออกไปในทันที นี่สินะคือความพิเศษที่เหล่าผู้คนต่างพากันไปรักษากับเหล่าผู้ใช้มนตรา วาเลนยกยิ้มอย่างถูกใจเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มอบบางอย่างให้กับเขามากมายมหาศาล

 

 

 

การยุ่งเกี่ยวกับสัญลักษณ์แห่งพลังหรืออักษรรูนนั้นนำผู้คนที่ไม่ตระหนักถึงพิษภัยของมันไปสู่ความตายมาแล้วหลายราย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่วาเลนไม่กล้าที่จะใช้หรือแตะต้องมันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ตอนนี้มันต่างออกไป

 

 

 

สัมผัสวิเศษเปิดเผยข้อมูลใหม่ให้วาเลนได้รับรู้หลังจากที่เขาได้สัมผัสกับเหล่าผู้ใช้มนตรา

 

 

ปรากฎว่าคนเหล่านี้สืบทอดอำนาจแห่งมนตราในวงวารต่อ ๆ กันมาจากครั้งโบราณกาล เพียงมีสายเลือดที่เกี่ยวพันกันก็สามารถที่จะใช้อำนาจเหล่านี้ได้ การปลุกอำนาจแห่งมนตรานั้นก็คล้าย ๆ กับการใช้ยาปลุกพลังเวทย์ เพียงแต่พวกเขาจะสร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาแทนการใช้ยา หากคนผู้นั้นมีวาสนาก็จะสามารถกลายเป็น ผู้วาดพลัง ได้ทันที

 

 

ผู้วาดพลังจะเป็นระดับเริ่มต้นของผู้ใช้มนตรา พวกเขาสามารถต่อกรกับเหล่าผู้ใช้เวทย์ได้อย่างสูสี ผู้วาดพลังจะมีสัญลักษณ์ดวงดาวห้าแฉกอยู่ที่ผ้าคลุมขาวหนึ่งดวง

 

 

ผ้าคลุมที่ประดับดาวสองดวงนั้นหมายถึงขั้นที่สองของผู้ใช้มนตราคนเหล่านี้ถูกเรียกว่า ผู้สลักมนตรา อำนาจของพวกเขาเทียบเท่ากับเหล่านักเวทย์พลังธาตุ ขั้นของพลังนั้นจะกำหนดอำนาจของมนตราให้ลึกล้ำและทรงพลังยิ่ง ๆ ขึ้นไป

 

 

ส่วนดาวสามดวงนั้นมีอำนาจเทียบได้กับจอมเวทย์ ผู้ใช้มนตราจะเรียกผู้ทรงอำนาจในขั้นนี้ว่า ผู้ใช้อาคม

 

 

 

และขั้นสุดท้ายผู้ที่สามารถบรรลุจนได้ครอบครองผ้าคลุมสี่ดวงดาว และมีความสามารถเทียบเท่ากับมหาจอมเวทย์ ผู้ใช้มนตราจะเรียกพวกเขาอย่างเทิดทูลว่า จ้าวแห่งมนตรา

 

 

สาเหตุที่วาเลนดีใจนั้นเนื่องมาจากการที่เขาคิดว่าเขาก็สามารถกลายเป็นผู้ใช้มนตราได้เช่นกัน สิ่งที่ทำให้เด็กชายคิดเช่นนั้นเพราะเขามีแรงจูงใจมาจากการที่เขานั้นเป็นนักเวทย์ได้จากวิธีที่ไม่ปกติ

 

 

นั่นก็คือเขาถูกกระตุ้นและต้องทัณฑ์ทรมานโดยโดมมายากฎสวรรค์จากการแปลงสภาพเลือด!  และเลือดหยดนั้นแปลงสภาวะมาจากการเป็นอักษรรูนแห่งวาสนาและโชคชะตาที่ถูกบันทึกไว้ในตำราเก่าแก่อีกที เรียกได้ว่าเลือดเพียงหยดเดียวนี้ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

 

 

"อำนาจของอักษรรูนเลือดแห่งโชคชะตาและวาสนา อาจจะมอบโชคให้ข้าอีกก็เป็นได้ ถึงต้องใช้ระยะเวลาแต่ข้าต้องลองดู" วาเลนคำนวณดูในใจ

 

 

ตอนนี้วาเลนมีคลังความรู้ที่สัมผัสพิเศษกักเก็บเอาไว้มากมายมหาศาล มันพยายามย่อยความรู้ที่วาเลนต้องการและส่งผ่านให้เขาโดยตรงอย่างไม่มีเงื่อนไข

 

 

ทั้งเทคนิคการวาดสัญลักษณ์ของเหล่าผู้ใช้มนตราระดับวาดพลัง  หรือแม้แต่คลังความรู้ในเรื่องของสัญลักษณ์แห่งพลังต่าง ๆ ที่คนเหล่านี้ได้ศึกษามา ล้วนถูกเปิดเผยออกมาให้วาเลนได้รับรู้ทันทีที่เขาต้องการ

 

 

"ข้าทำตามที่ท่านสั่งแล้ว ...ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ..แล้วข้าจะไม่กลับมาวุ่นวายกับร้านของท่านอีกเลย"ผู้ใช้มนตราพยายามเกลี้ยกล่อมให้วาเลนปล่อยตนออกไป ภายในใจของเขาตอนนี้ระส่ำระสายกลัวว่าจะตกตายเสียที่นี่ และหากมันต้องเป็นเช่นนี้ เขาคงต้องเลือกสู้ตาย

 

 

"สิ่งที่เจ้าทำนั้นคือการลบล้างความผิดที่เจ้าได้ทำเอาไว้ เจ้าจะไปได้ก็ต่อเมื่อเจ้าได้ชดใช้บางอย่างแก่ข้าเสียก่อน" ผู้ใช้มนตราใบหน้าซีดเผือดทันที เด็กหนุ่มคนนี้พูดถึงเรื่องชดใช้ออกมาได้หน้าตาเฉย ชดใช้บ้าบออะไรกัน เขาไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเสียหายตรงไหน แต่ทว่าด้วยสถานะตอนนี้ทำให้ไม่สามารถพูดอะไรได้ ผู้ใช้มนตราจึงได้แต่ทำใจยอมรับผลกรรม

 

 

"ไปเอาศิลาบันทึกมาให้เขา เอามาหลาย ๆ อันหน่อยเพราะเขาน่าจะต้องใช้มันเยอะพอดู" วาเลนสั่งการเบญจดารา

 

 

"ท่านจะให้ข้าทำสิ่งใด?"

 

 

"วาดสัญลักษณ์ที่เจ้ารู้ทั้งหมดใส่ศิลาบันทึกซะ...เบญจดาราจะอยู่กับเจ้า พวกเขาจะคอยถามว่าสัญลักษณ์เหล่านี้เอาไว้ทำอะไร ผู้วาดพลังเช่นเจ้าฝึกฝนสัญลักษณ์มาไม่ต่ำกว่าห้าสิบรูปแบบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวาดมันลงไปซะ ....และข้าขอเตือน อย่าได้คิดตุกติกเป็นอันขาด"

 

 

 

"หึหึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านคิดว่าจะสามารถเรียนรู้ศาสตร์แห่งมนตราได้เช่นนั้นรึ...น่าขำนัก ข้าต้องบอกท่านตามตรง ต่อให้ข้าวาดให้ท่านได้แล้วอย่างไร? มีคนมากมายที่ต้องการใช้อำนาจของมัน คนเหล่านั้นล้วนพบกับความผิดหวังหรือไม่ก็ตกตาย"

 

 

เหล่าเบญจดาราที่ได้ฟังก็มีอาการไม่ค่อยสบายใจพวกเขาล้วนเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาบ้าง คนที่ยุ่งเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของเหล่าผู้ใช้มนตราย่อมพบกับอำนาจที่ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ พวกเขาล้วนรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกอึดอัดในเวลาเดียวกัน แต่อีกใจหนึ่งนั้นก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวของคุณชายของพวกเขาจึงไม่ได้กล่าวอะไรออกมา

 

 

ดวงตาของวาเลนหรี่ลง และมองอย่างเย้ยหยันเขาไม่ได้ต้องการให้ชายตรงหน้าเขียนมันให้เขาเพราะความรู้เหล่านั้นถูกบรรจุเอาไว้ในคลังความรู้ของเขาผ่านสัมผัสวิเศษทั้งหมดแล้ว

 

 

แต่วาเลนต้องการให้คนของเขาได้จดจำสัญลักษณ์เหล่านี้เอาไว้ ไม่ใช่เพื่อใช้มันในการฝึกฝน แต่เขาต้องการให้คนของเขาเอาไว้อนุมานความรู้เพื่อรับมือกับสัญลักษณ์เหล่านั้นในอนาคต

 

 

 

"ไม่ใช่เรื่องอะไรของเจ้า....อย่าลืมว่าข้ามิได้ขอร้องให้เจ้าทำแต่อย่างใด..แลกกับการที่เจ้าจะกลับไปอย่างไร้รอยขีดข่วนใด ๆ จงหุบปากเอาไว้และตั้งใจทำตามที่ข้าบอกก็พอ..."วาเลนพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป ก่อนจะหันกลับมากระชับครั้งสุดท้าย

 

 

 

"สัญลักษณ์แห่งความเจ็บปวดกับสัญลักษณ์แห่งการรักษานั่นก็น่าสนใจดี แต่มันยังมีอีกหลายตัวที่น่าสนใจกว่านี้ ถึงเจ้าจะใช้มันไม่ได้แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะวาดมันลงไปด้วย อย่างเช่นสัญลักษณ์แห่งการเคลื่อนย้ายที่เพื่อนเจ้าใช้ก่อนหน้านี้..."ผู้ใช้มนตราเบิกตากว้างอีกครั้งอย่างตกใจ เด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ มือของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับของเหล่าผู้ใช้มนตรา เขาสามารถรู้ได้เช่นไรกัน คนผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว




-------------------------------------------------------------------------

ไรท์พยายามทำให้วาเลนเป็นตัวละครที่มีหลากหลายแง่มุม ดูจับต้องได้ ไม่ดีเกินไป ไม่ร้ายโดยไม่มีเหตุผล 

และจะพยายามให้เขาเก่งขึ้นเรื่อย ๆ มีที่ไปที่มาของพลัง แบบอยู่ ๆ เก่งเวอร์วังอลังการไรท์ตัดใจเขียนแบบนั้นไม่ได้ ครับ

ไรท์เข้าใจคนอ่านที่ชอบสไตล์การต่อสู้ แต่จะให้มาถึงสู้กัน มาถึงสู้กัน มันเป็นไปไม่ได้นะครับ เรื่องมันมีโครงเรื่องของมันอยู่ 

อันนี้อยากให้รีดเข้าใจ    ขอบคุณทุกคอมเม้นต์และกำลังใจที่ให้กันเหมือนเดิมครับ ด้วยรัก...^3^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.533K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,183 ความคิดเห็น

  1. #2849 chom-hama260144 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 15:49
    ดียย์ เก่งให้หมดทุกด้านนน จากนั้นก็ไปสู้กับสัตว์ในตำนาน ละก็ครองโลก!! 55555555555
    #2,849
    0
  2. #2735 GiftloveSoonin (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 23:20
    เอาในเชิงความเป็นจริง วาเลน จะเก่งทุกด้านไม่ได้นะคะ มันรุ้สึกขัดใจในความโชคดีเกินไปแล้ว
    #2,735
    0
  3. #2695 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 06:43

    ขอบคุณ
    #2,695
    0
  4. #2496 kikomako (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 01:11
    จริงๆต้องให้นางชดใช้เงินให้คนเจ็บด้วยนาาาา เพราะต้องทนเจ็บตั้งนานกว่าจะได้ยาสลบ
    #2,496
    0
  5. #2421 kimurakung (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 21:03
    ไรท์แต่งแบบที่คิดไว้เลยครับ #สนับสนุนเสมอครับ
    #2,421
    0
  6. #2370 bsss27 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 14:04
    ไรท์เราชอบนิยายไรท์มากเลยนานๆจะเจอแบบนี้นิยายแบบนี้บางเรื่องนิยายที่เราเคยอ่านก็สนุกนะแต่บางมันเป็นแนวฮาเร็มพระเิอกก็ไม่ได้ฝึกหรือทำอะไรเลยทำแค่ไปต่อยตีฆ่าเพื่อผู้หญิงช้วยสาวงามมันน่ารำคาญน่าเบื่อมากเลย แล้วอยากขำมากที่สุดคือตอนพระเอกไม่มีพลังเป็นแค่ขยะที่คนอื่นเรียกกันไม่สู้คนแถมยังตัวเจียมเจี๋ยม พอมีพลังปุ๊ปก็กร่างมากไปฆ่าคนอื่นไปสู้คนอื่นไปทั่ว แล้วตอนไม่มีพลังไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบพระเอกเลยจริงๆ พอมีพลังก็มีผู้หญิงเยอะแยะมาชอบเฮอมันนน่าเบื่อมากนนิยายแนวนั้
    #2,370
    0
  7. #2079 got7bam1a (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 08:56

    นิยายที่โครตสนุกอะจริง ._. ซื่อเรื่องอาจจะทำให้เข้าใจว่าเดี่ยวกับต้นไม้อย่างเดียว แต่ความจิงแล้วเรื่องนี้มีความหลากหลายผสมความเป็นแฟนตาซีที่ทุกคนชอบได้อย่างลงตัวอะ มันสนุกมากจริง

    #2,079
    0
  8. #1952 YAOWALUKTANSIRI (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 22:22
    ขอบคุณมากๆเลยคุณไรท์ สนุกๆ ติดตามนะ
    #1,952
    0
  9. #1951 rung2389 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 14:10

    สนุกมาอ่ะกลับมาอัพเถอะนะขอร้อง
    #1,951
    0
  10. #1949 หนูน้ำ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 12:42

    เราชอบมากเลย
    #1,949
    0
  11. #1948 Cross_69 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 22:30

    หายนานจังไรท์

    ค้างมากอ่าาาา มาต่อไวๆน้า

    #1,948
    0
  12. #1945 ธันวา จะใครล่ะ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 11:55
    ผมว่าหาย555
    #1,945
    0
  13. #1941 BAG BOY (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 10:28

    วาเลนจะเทพขึ้นอีกขั้นแล้ว!
    #1,941
    0
  14. #1938 hanshaa (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 14:03

    รออยู่น้าาาา คิดถึง~
    #1,938
    0
  15. #1937 hanshaa (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 09:40

    ไรท์~~~~
    #1,937
    0
  16. #1935 beehand (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 07:02

    รอยุน้าไรท์มาอัพให้อ่านเร็วๆ
    #1,935
    0
  17. #1934 Cross_69 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 05:40

    กำลังมันส์อ่ะ ถ้าวาเลนใช้ได้ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องระแวงข้างหลังล่ะ ได้สร้างค่ายกลปกป้องทั้งบ้านทั้งร้าน หรือแอนชานอักขระสร้างเป็นยันต์ให้กองกำลังตัวเองใช้ คงเริสอ่ะ คงใช้เลือดพวกตระกูลนั้นหรือสิ่งที่แทนกันวาด พอคนอื่นจะใช้ง่ายแค่ใช้พลังเวทย์ตัวเองกระตุ้นยันก็กลายเป็นผู้ใช้มนตราได้เลย โอ้ยจิตนาการตอนต่อไปไม่ไหวล่ะ มาต่อเร็วๆน้าไรท์ อิอิ 55555555

    #1,934
    0
  18. #1932 hanshaa (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 16:50

    งืออออออออยากอ่านต่อแล้ว ไรท์มาต่อเร็วๆน้า~
    #1,932
    0
  19. #1930 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 19:21

    คิดจะก่อกวนเล่นงานคนอื่น แต่ผลกลับมาตกที่ตัวเอง แหมมันช่างคุ้มจริงๆ

    #1,930
    0
  20. #1929 Ar_kens (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 17:20
    สนุกมากครับ
    #1,929
    0
  21. #1928 6892 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 04:15
    เข้ามาอ่านรวดเดียวจบสนุกมากค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #1,928
    0
  22. #1927 FiPp (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 22:43
    สนุกมากค่ะ สู้ๆค่ะไรท์
    #1,927
    0
  23. #1926 Boy_braron (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 20:57

    สู้ๆครับไรท์

    อัพอีกเถอะครับบ ≥3≤
    #1,926
    0
  24. #1925 chorpett (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 15:06
    สุดยอดมาก ขอพระเอกเทพอีกๆๆ ศัตรูเยอะมาก กลัวจะโดนรุมฆ่าตาย
    #1,925
    0
  25. #1924 เคี้ยวแหลม (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 19:27

    อยากอ่านต่อแล้ววววว
    #1,924
    0