ลุงหมีมีรัก (My big bear.)

ตอนที่ 43 : บทที่ 39 เคลียร์กันจบทุกกรณี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

บทที่ 39 เคลียร์กันจบทุกกรณี

ฤกษ์แต่งงานต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการกำหนด โดยมาตรฐานน่าจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวไม่เหลือพ่อแม่ เพราะกระทั่งเจรจาพวกเขายังต้องไปด้วยตนเอง ภุมรินมีพ่อแม่อยู่ครบก็เหมือนไม่มี มหรรณพมีแค่น้องชายซึ่งติดธุระดูแลว่าที่เจ้าสาวของตน ส่วนว่าที่เจ้าสาวของเขาก็ต้องเตรียมพร้อมก่อนเรียนจบ มหรรณพจึงเป็นตัวแทนของทุกฝ่าย ร่วมไปทำบุญและถือโอกาสขอฤกษ์งามยามดีจากหลวงพ่อพร้อมกับพ่อแม่ของอมรา ซึ่งท่านระบุว่าฤกษ์เร็วที่สุดเป็นเดือนหน้า แล้วยังเหมาะกับวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของเจ้าบ่าวเจ้าสาวทั้งสี่

ทำไมต้องฤกษ์เร็วที่สุดเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กัน เวลาเตรียมตัวไม่ถึงหนึ่งเดือนค่อนข้างกระชั้นชิด โชคดีมีสถานที่จัดงานพร้อมเอาไว้แล้ว ซึ่งก็คือร้านอาหารของอจล ส่วนแขกเหรื่อเชิญเฉพาะญาติกับเพื่อนสนิท การนำการ์ดเชิญไปให้ นอกจากระดับผู้ใหญ่ที่ต้องคำนึงถึงมารยาทก็อาศัยช่องทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มความสะดวก แต่แค่นั้นก็ยังยุ่งกันจนหัวหมุนเพราะไม่ว่าอย่างไรมหรรณพก็ไม่ให้ภุมรินเข้ามาช่วยเด็ดขาด

“แค่อุ้มท้องระหว่างเรียน น้ำผึ้งก็ลำบากพอแล้วนะ” 

มือหนึ่งของมหรรณพจดลิสต์รายการที่ต้องทำ อีกมือปัดหน้าจอโทรศัพท์อ่านข้อมูลจำเป็นในการเตรียมงานแต่ง สองตาสลับไปมองระหว่างหน้าจอกับหน้ากระดาษ แต่ปากยังว่างพอจะเถียงกับภุมริน

ส่วนเขาน่ะหรือ ชิลชิลมาก แค่ตื่นเช้ากินข้าวเสร็จ ตรวจเช็กงานในอู่ เร่งมือให้เสร็จก่อนเวลา คุยกับลูกค้าว่างานไหนพร้อมส่งตามกำหนด งานไหนต้องเลื่อน ตรวจเช็กข้อมูลโรงแรมหาที่พักให้บรรดาแขกซึ่งต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปค้างคืนล่วงหน้า แล้วก็แล่นรถไปกลับสมุทรปราการ-ระยอง เพื่อช่วยทางนั้นจัดเตรียมงาน สบายๆ ไม่เหนื่อย ไม่เพลีย แค่เกือบสลบ

ขนาดวุ่นวายเตรียมงานขนาดนั้น เขายังว่างเจียดเวลาจ้างช่างมาตกแต่งห้องนอนใหม่ เพราะถึงภุมรินจะไม่พูด มหรรณพก็รู้ว่าเธอถือสาเรื่องการใช้ห้องนอนเดียวกับอดีตภรรยาของเขา แต่จะย้ายไปอยู่บ้านเธอ เขาก็คิดหนัก ถึงจะแค่ข้ามรั้ว ทว่าการพักติดกับอู่สะดวกต่องานของเขามากกว่า แล้วลึกๆ เขาถือสาการไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง เขาเป็นชายวัยเกือบกลางคนหัวโบราณที่อยากจะจัดวางที่ทางของตนเพื่อสร้างครอบครัวใหม่

“น้ำผึ้งก็ไม่ได้ทำอะไรเหนื่อยนี่คะ แค่ช่วยเช็กข้อมูลเอง” ระหว่างพูดภุมรินก็เคลื่อนตัวมายืนด้านหลังมหรรณพ ช่วยนวดบ่าที่ตึงแน่นเพราะความเหน็ดเหนื่อยของเขา

“ก็ได้ น้ำผึ้งทำนี่ต่อทีนะ” พอมือนุ่มๆ หอมๆ เลื่อนขึ้นมานวดขมับให้ มหรรณพก็ใจอ่อนลงในทันใด ยอมเธอทุกอย่าง 

“แล้วพี่มรจะมาหาผึ้งตอนไหน จะให้ลุงไปเป็นเพื่อนหรือเปล่า”

กลายเป็นว่าพ่อจะมาหาลูกสาวเป็นเหตุการณ์พิเศษ ส่วนลูกเขยจะใช้เวลาอยู่กับเจ้าสาวซึ่งยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างไรก็ได้

“โทร. คุยกันแล้วค่ะ พ่อถามด้วยว่างานในกรุงเทพฯ จะจัดที่ร้านพ่อหรือเปล่า แต่น้ำผึ้งบอกไปแล้วว่าจัดงานที่ระยองก่อน ส่วนงานในกรุงเทพฯ ต้องดูว่าอาโน้ตกับพี่อี๊ดจะว่ายังไง” สำหรับภุมริน ความคิดเห็นของภมรไม่ค่อยสำคัญเท่าไร ก็คงพอๆ กับการที่เขาเองก็ไม่ค่อยสนใจลูกสาวเท่าไรนัก 

“แค่โทร. คุยเหรอ” คิ้วที่เพิ่งคลายออกเพราะได้รับการบีบนวดกลับมาขมวดมุ่นกว่าเดิม “น่าจะคุยกันแบบจริงๆ จังๆ หน่อยนะ ลุงยังคิดจะไปสู่ขอน้ำผึ้งอย่างเป็นทางการเลย” 

“ให้พ่อกับแม่อยู่ร่วมกันเฉพาะตอนจัดงานก็พอค่ะ”

แค่คิดภาพการกระแนะกระแหนอดีตสามีของแม่ การพร่ำบ่นอดีตภรรยาของพ่อ ที่อาจจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาทแล้ว ภุมรินก็เลือกให้ทั้งสองอยู่ห่างๆ กันดีกว่า

“แล้วเรื่องที่น้ำผึ้งเคยไปรับปากพี่แพรล่ะ” มหรรณพไม่ระบุว่าเป็นตอนงานเลี้ยงวันเกิด ซึ่งภุมรินยืมมือแม่ไปหาเรื่องอดีตภรรยาของเขา แต่เธอเข้าใจ แล้วพานชะงักมือไปครู่หนึ่งด้วยความละอายใจ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตานวดคอให้เขาต่อระหว่างอธิบาย

“น้ำผึ้งไปคุยกับพ่อให้จ่ายเงินรายเดือนให้แม่ต่อแล้วค่ะ”สมัยก่อนเพราะเห็นแก่ภุมริน ภมรจึงจ่ายเงินรายเดือนให้แพรทองเป็นค่าจ้างดูแลลูกสาว “แต่พ่อไม่ยอม พ่อบอกน้ำผึ้งบรรลุนิติภาวะแล้ว อีกอย่างที่ผ่านมาแม่ก็ไม่ค่อยได้เข้ามาดูแลน้ำผึ้งเลย เงินก้อนก็ไม่ให้ยืม” ต้องบอกว่าถ้าไม่มีปัญหาการเงินก็จะไม่นึกถึงลูกเลยดีกว่า แค่คิดถึงแม่ ภุมรินก็อยากจะทอดถอนใจแล้ว 

แต่มหรรณพกลับมองข้ามเรื่องในอดีตไปยังอนาคต “ต่อไปอย่าวางแผนอะไรแบบนั้นอีกนะ”

ภุมรินรู้ว่าคำสั่งนี้มาได้อย่างไร ไม่ว่าเมื่อไรมหรรณพก็พร้อมจะให้อภัยเธอเสมอ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกใดๆ เลยกับการวางแผนเล่นงานคนอื่นของเธอ

“ได้ค่ะลุงน้ำ ต่อจากนี้น้ำผึ้งจะไม่วางแผนอีก” 

ขอเพียงมหรรณพเอ่ยปาก ภุมรินก็พร้อมจะรับปากเช่นกัน แต่ในใจเธอมีคำพูดเสริมว่าเธอจะไม่วางแผนอีก ยกเว้นแผนการที่เธอกำลังดำเนินอยู่

 

เกลียดอย่างไหนได้อย่างนั้น เกลียดขี้หน้าใครก็มักจะเจอหน้ากันเสมอ 

ปัจจัยหลักที่ทำให้ภุมรินบังเอิญเจอหน้าลดารินก็คือ ออฟฟิศกับมหาวิทยาลัยสอนการทำอาหารตั้งอยู่ไม่ไกลจากกันเท่าไร โดยมีสถานีรถไฟฟ้ากับศูนย์การค้าอยู่ในเส้นทางนั้น คราวแรกเจอกันบนสถานีรถไฟฟ้า คราวนี้เจอกันในศูนย์การค้า

“ขอคุยหน่อยได้ไหม”

ลดารินไม่เสียเวลาหยั่งเชิง พุ่งตรงเข้ามาชักชวนแกมสั่ง แต่ภุมรินก็ไม่มีเหตุผลจะต้องหลบศัตรูหัวใจ เธอชี้ไปยังร้านกาแฟร้านหนึ่งแล้วเดินนำไป 

ไม่รอให้พนักงานเสิร์ฟเข้ามาถาม และไม่ยอมไปสั่งเครื่องดื่ม ลดารินก็ตั้งต้นการสนทนาอันดุเดือด 

“ต่อให้เธอแต่งงานกับพี่น้ำได้ ฉันก็แย่งเขากลับมาได้ อย่านึกว่าตัวเองจะชนะตลอด” คำพูดเต็มไปด้วยความพยาบาทเช่นนี้ ควรทำให้คนอ่อนวัยกว่าชะงักงัน แต่กลับได้รับรอยยิ้มหวานพร้อมคำพูดบาดใจ

“ป้าแพ้แล้วแพ้อีกก็น่าจะชินได้แล้วนะคะ” ภุมรินไม่ถือสาการพูดจารุนแรงของตัวเอง เพราะถ้าลดารินไม่ตามตอแย เธอก็คงไม่ถือสาหาความอีกฝ่ายเช่นกัน

“เธอ...”

“น้ำผึ้งรู้ว่าความริษยามันบาดความรู้สึกของคนได้แค่ไหน” ภุมรินซาบซึ้งกับคำนี้ทีเดียว เพราะเธอไม่ใช่ภรรยาคนแรกของมหรรณพ “แต่คนที่จะต้องรับผิดชอบความรู้สึกของเราก็คือตัวเราเอง เลิกมาป้ายยาพิษใส่คนอื่นได้แล้วค่ะ จบก็คือจบค่ะ” 

ความหมายทั้งทางตรงและทางอ้อมของภุมรินก็คือเรื่องระหว่างลดารินกับมหรรณพจบกันไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับชนะหรือแพ้ ที่ลดารินมาฟาดงวงฟาดงาใส่เธอในเวลานี้ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของตัวคนทำดีขึ้น มีแต่จะทำให้กลายเป็นคนริษยาที่น่าสมเพช

“ถ้าไม่มีนางมารอย่างเธอ พี่น้ำก็ไม่มีวันเลิกกับฉัน เพราะเธอหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัว”

อย่างหนึ่งที่ภุมรินนับถือลดารินเป็นอย่างมากก็คือความสามารถในการกลับดำเป็นขาว เข้าข้างตัวเอง เรื่องคราวนั้นเธอเป็นเหยื่อ แต่อีกฝ่ายกลับหาว่าเธอเป็นคนผิด 

“ถ้าอย่างนั้นป้ารินก็คงหาเรื่องเลิกกับลุงน้ำเหมือนกัน เพราะน้ำผึ้งนอนแบ็บอยู่บนเตียงเป็นปี ไม่ได้วิ่งไปแย่งลุงน้ำ แล้วป้ารินก็เป็นคนขอหย่าด้วย” เธอแจกแจงออกมา แล้วก็ได้รับเสียงตวาดตอบ

“ไม่แย่งเหรอ! ตลอดปีนั้นพี่น้ำทำอย่างอื่นนอกจากเฝ้าเธอบ้างหรือเปล่า เขาเคยมองเห็นหัวฉันไหม เอาแต่สนใจว่าเธอจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไร”

การรักษาบาดแผลไม่ได้อาศัยเวลาชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะบาดแผลจากกระดูกทะลุอวัยวะ ไม่แค่ต้องดูแลให้แผลหายสนิทอย่างช้าๆ ยังต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากคนใกล้ตัวสำหรับการทำกายภาพบำบัดที่ช้ายิ่งกว่า ต่อให้มีนักกายภาพก็ไม่ดีเท่าญาติมิตร พ่อของภุมรินพร้อมจ่ายเงิน แต่ไม่ทำหน้าที่นี้ แม่ของภุมรินก็ไม่พร้อมจะดูแลลูก เหลือเพียงมหรรณพที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ 

“แล้วตอนนั้นคุณอยู่ไหนคะ อยู่คอยช่วยเขา หรือคอยหาเรื่องเขา” คนแบบนี้ภุมรินไม่คิดจะเรียกป้าแล้ว 

“แล้วทำไมฉันต้องคอยช่วยเธอ คนที่จะมาแย่งสามีฉันทีหลัง”

“จิตใจต้องคับแคบขนาดไหนคะถึงได้ระแวงเด็กอายุสิบสองที่เจ็บหนักจนจะนั่งด้วยตัวเองยังไม่ได้” สภาพของภุมรินตอนนั้นไม่ต้องพูดถึงลุกขึ้นมาทำอะไรไม่สมวัย กระทั่งใช้ชีวิตอย่างเด็กธรรมดาก็ไม่สามารถ แต่ลดารินกลับตั้งข้อกล่าวหาต่ำช้า 

“เธอ...” แล้วลดารินก็โดนภุมรินใช้ความจริงตอกหน้าอีกรอบ

“ไม่แปลกเลยที่ลุงน้ำยินดีหย่ากับคุณ ตอนเขามีปัญหา มีเรื่องทุกข์ใจ คุณก็ไม่อยู่ให้กำลังใจเขา คอยแต่จะหาเรื่อง โทษแต่ทุกคน ยกเว้นตัวเอง”

เรื่องราวอาจจะดูซับซ้อน แต่รายละเอียดของการแยกทางช่างแสนเรียบง่าย มันก็แค่คนที่มีความเห็นไม่ตรงกัน เพียงแต่ในสายตาภุมริน มหรรณพไม่ได้ทำอะไรผิดเลย 

เธอไม่ได้โกหก ตอนนั้นภุมรินเป็นเพียงเด็กอายุสิบสอง ต่อให้ปีต่อมามหรรณพแยกทางกับลดาริน เธอก็เพิ่งอายุสิบสาม ไม่ได้มีแก่กว่าวัย ไม่สามารถวางแผนซับซ้อนแย่งสามีใคร และเธอกล้าสาบานต่อฟ้าว่าถ้าวันนั้นหากทั้งสองไม่เลิกรากัน เธอพร้อมยินดีหากลุงน้ำของเธอมีความสุข

“ไม่ว่าเธอจะพูดยังไง ฉันกับเขาก็เลิกกันเพราะเธอ” คำพูดเหล่านี้ของลดารินเป็นการจี้ประเด็นเดิมซึ่งภุมรินเถียงไม่ได้ แต่เล่นงานอีกฝ่ายได้

“พวกคุณเลิกกันเพราะศีลไม่เสมอกันต่างหากล่ะคะ คนหนึ่งช่วยเด็กให้รอดตาย อีกคนกลับยืนมองให้เด็กคนหนึ่งตายไปต่อหน้าต่อตาได้ ผู้หญิงแบบคุณ ถ้าฉันเป็นลุงน้ำก็ต้องหย่าเหมือนกันค่ะ เขาไม่มีทางเอาคนใจร้ายแบบคุณมาเป็นแม่ของลูกหรอก”

ถ้อยคำประณามของภุมรินดังขึ้นเรื่อยๆ ประเด็นเกี่ยวกับเด็กเป็นเรื่องอ่อนไหวเสมอ คนที่ไม่ตั้งใจฟังแต่แรกไม่รู้ว่าผู้หญิงสองคนนี้ทะเลาะกันเรื่องอะไรต่างพากันหันมอง แล้วสรุปว่าลดารินที่นิ่งงันไปเพราะความตกตะลึงเป็นฝ่ายผิด ดังนั้นสายตารายรอบที่จ้องมองมายังเธอจึงไม่ดีนัก

“นางน้ำผึ้ง! แก” นอกจากตวาด ลดารินก็ไม่รู้จะพูดอะไร สุดท้ายจึงเลือกใช้กำลัง แต่แค่ลุกขึ้นยังไม่ทันได้เงื้อมือใส่ภุมรินด้วยซ้ำ ก็โดนมือข้างหนึ่งกดบ่าลงไป

“พี่รินจะทำอะไรครับ”

มาโนชไม่ใช่คนประเภทใช้กำลังกับผู้หญิง แต่เขาไม่ใช่ชายผอมแห้งแรงน้อย แค่ออกแรงกดบ่าลดารินให้กลับไปนั่ง อีกฝ่ายก็ไม่อาจขัดขืนได้ ยกเว้นจะดิ้นรนหยิกข่วนเขา ซึ่งเธอไม่ได้ขาดสติขนาดนั้น ตรงข้ามเธอกำลังตะลึงงันที่เห็นน้องของอดีตสามีอยู่ในร้านนี้

“โน้ตมาอยู่นี่ได้ไง” ถามจบลดารินก็หันไปมองหน้าภุมริน พลางนึกย้อนว่าก่อนหน้านี้หญิงสาวตรงหน้าได้แอบส่งข้อความไปขอตัวช่วยหรือไม่

“นี่ร้านของผมครับ ตะกี้ผมออกไปซื้อของ” แต่รีบกลับมาทันทีที่พนักงานในร้านส่งข้อความไปบอกว่ามีคนกำลังก่อเรื่องในร้าน และอาจจะทำร้ายภุมริน

เลิกกับสามีมาหลายปี ประกอบกับเธอไม่ได้ชื่นชอบการเข้าร้านกาแฟซึ่งเต็มไปด้วยนักศึกษา ลดารินจึงไม่รู้เลยว่าภุมรินชวนเธอมาเข้าร้านของมาโนช เสียรู้ขนาดนี้เธอยังทำได้เพียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเพราะไม่อาจพุ่งเข้าไปตบใบหน้ายิ้มๆ นั่นได้เลย

ความจริงภุมรินไม่ได้วางแผนขนาดให้มาโนชโผล่เข้ามาในจังหวะสำคัญขนาดนี้ เธอแค่หวังว่าถ้าเข้ามาในร้านนี้ หากเจอเจ้าของร้านก็จะให้เขาช่วยจัดการอดีตพี่สะใภ้ แต่ถ้าไม่เจอ เกิดเรื่องขึ้นมาก็ยังมีพนักงานที่พอจะคุ้นหน้าว่าเธอเป็นหลานสาวของมาโนชมาคอยช่วยบ้างก็พอ

“ร้ายนักนะ” นอกจากกัดฟันกรอดแล้ว ลดารินทำอะไรภุมรินไม่ได้เลย เถียงก็แพ้ ตบหน้าก็ไม่ได้ จะโทร. ไปฟ้องความร้ายกาจของอีกฝ่ายให้มหรรณพรู้ก็มีมาโนชที่เห็นเหตุการณ์เป็นพยานอยู่ตรงนี้

“ถือว่าเราเคลียร์กันจบทุกกรณีแล้วนะคะ” 

ภุมรินไม่สนหรอกว่าลดารินจะรู้สึกอย่างไร เธอถือว่าได้พูดออกไปหมดแล้ว หวังว่าคนตรงหน้าจะรู้เสียทีว่าอย่ามาวุ่นวายกับชีวิตรักของเธออีก ถ้าไม่ เธอจะเคลียร์ให้เจ็บยิ่งกว่านี้

 

+++++ลุงหมีมีรัก+++++

+++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++

สถาพรเปิดให้จับจอง #ลุงหมีมีรัก พร้อมของพรีเมี่ยมสวยๆ แล้วนะคะ เข้าไปจองลุงเอาไว้ก่อนใครได้ที่นี่ค่ะ

https://www.satapornbooks.co.th/SPBecommerce/product_details/7340/%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-My-Big-Bear?fbclid=IwAR1Q_fe0rSJu9S8lqehTxUsPbvmsBV6oINNWJKPj4Wyxc9Ifj7DDaWkczDM

ระหว่างรอลุงหมีอย่าลืมไปฟินกับ #ปรารถนารักนางร้าย ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyODI2NSI7fQ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

66 ความคิดเห็น

  1. #64 AiiLin (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 02:31

    สะจาย~ อ่านวนมา3รอบแล้ว

    #64
    0