ลุงหมีมีรัก (My big bear.)

ตอนที่ 44 : บทที่ 40 ท้องก่อนแต่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

บทที่ 40 ท้องก่อนแต่ง

เหตุการณ์ในร้านไม่นับว่าวุ่นวายเท่าไร มาโนชแค่โผล่หน้ามา คุยไม่กี่คำ ลดารินก็สะบัดหน้าจากไป โดยมีภุมรินกล่าวทิ้งท้าย แต่ในสายตาอมรา เธอไม่เข้าใจอะไรเลย

“นั่นใครเหรอน้ำผึ้ง”

อมราไม่ได้บังเอิญมาแถวนี้ เธอนัดมาโนชเอาไว้แล้วว่าจะไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจครรภ์ ระหว่างรอก็ไปช่วยเขาเลือกซื้อของเข้าร้าน จึงตามหลังมาเป็นพยานของบทสรุปการโต้แย้ง ซึ่งเธอไม่เข้าใจอะไรเลย แต่ในฐานะส่วนหนึ่งของครอบครัวเธอต้องรู้ให้ได้ เพราะลางสังหรณ์ของผู้หญิงบอกว่าการทะเลาะเบาะแว้งนี้จะนำไปสู่เรื่องใหญ่ในอนาคต เช่น มีคนไปล้มงานแต่งของภุมรินซึ่งเป็นงานเดียวกับเธอ

“อดีตภรรยาของพี่น้ำครับ เลิกกันไปเจ็ดปีแล้ว” มาโนชอธิบายสั้น ชัด ครอบคลุม แต่ยังไม่สาแก่ใจคนอยากเมาท์วิเคราะห์ข้อเท็จจริง

“แล้วทำไมทะเลาะกับน้ำผึ้งได้ล่ะ มาๆ เราไปคุยกันดีกว่า” อมราไม่สนหรอกว่าคนในร้านจะมีสีหน้าอย่างไร มาโนชจะหน้าหงิกแค่ไหน เธอจูงมือภุมรินไปด้านหลังซึ่งเป็นครัว หามุมปักหลัก แล้วพูดคุยประสาผู้หญิง

ถึงมาโนชจะเคยเล่าถึงลดารินให้อมราฟังมาก่อน แต่ก็แค่เล่าคร่าวๆ ว่าอดีตภรรยาของมหรรณพไม่ดูแลภุมรินให้ดี แต่ไม่ได้เจาะลึกว่ามีการกล่าวหาเชิงชู้สาว

“เลิกกันไปเจ็ดปีแล้ว ตอนนี้น้ำผึ้งอายุเท่าไรเอง ทำไมเขาหาว่าน้ำผึ้งไปแย่งพี่น้ำได้ล่ะ” อมรามาทันได้ยินตอนหลัง แต่ไม่ใช่อุปสรรคในการเชื่อมโยงเหตุการณ์

“ก็แค่ความคิดบ้าๆ อี๊ดอย่าไปสนใจเลย” มาโนชตัวใหญ่กว่า ขายาวกว่า แต่ยังเดินตามผู้หญิงที่มีจิตวิญญาณการเผือกสูงอย่างอมราไม่ทัน

“ไม่สนได้ไงเล่า คนบ้านเดียวกัน พี่โน้ตเอาน้ำมาให้อี๊ดแก้วนึงสิ ไปเดินซื้อของมาคอแห้งเลย” เถียงไปสองประโยค ก็ชี้นิ้วสั่งว่าที่สามีอีกหนึ่งที แต่เขาก็ยังทำตาม เดินไปรินน้ำมาให้เธอหนึ่งแก้ว พร้อมด้วยขนมขบเคี้ยว เพราะอีกพักใหญ่กว่าจะถึงเวลานัดหมอ

“เรื่องระหว่างน้ำผึ้งกับป้ารินไม่น่าพูดถึงหรอกค่ะ” ภุมรินเกริ่นนำ เพื่อปฏิเสธการเล่าถึงอดีต แต่พอโดนสายตาของอมรามองมาหนึ่งที เธอก็เลือกเปิดปาก เพราะอย่างที่อมรากล่าวเอาไว้ ยังไงก็ครอบครัวเดียวกัน

หลังจากภุมรินเล่าถึงความเกี่ยวข้องเพียงสามปี แต่กลายเป็นอาฆาตแค้นถึงเจ็ดปี อมราก็แทบจะตบเข่าฉาด ชวนเธอยกพวกไปตีคนอื่น

“ชั่วจริงไรจริง มากล่าวหาเด็กคนนึงได้ยังไง แถมผิดยังไม่ยอมรับผิด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่น้ำตาต่ำแต่งกับคนแบบนี้ น้ำผึ้งไปตบยายนั้นกับพี่เลยดีไหม ปล่อยไว้ก็มาวุ่นวายกับเราไม่เลิก เกิดงานแต่งเรามาถึง เขาใส่ชุดดำหิ้วพวงหรีดเข้าไปในงาน แขกไม่แตกตื่นกันทั้งงานเหรอ”

“ป้ารินก็ไม่ได้แย่เท่าไรหรอกค่ะ แค่ใจแคบไปหน่อย” คำพูดแก้ต่างเหล่านี้ ภุมรินไม่ได้ช่วยพูดเพื่อลดาริน แต่แก้ตัวแทนมหรรณพว่าเขาไม่ได้ตาต่ำ แค่ทำพลาด “ตอนเขาแต่งกับลุงน้ำ เขาก็ใจดีกับน้ำผึ้งอยู่บ้าง แต่พอหลังๆ เขาระแวงเกินไป”

“กะแค่เด็กคนหนึ่งจะระแวงทำไมนักหนา มันก็ใช่ว่าตอนหลังน้ำผึ้งอายุสิบสอง แต่ตอนแรกเพิ่งสิบขวบ ไม่ได้นะน้ำผึ้ง เป็นพี่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ฟ้องเลยก็ได้นะ พยานเต็มร้านเห็นว่าเขาหมิ่นประมาทน้ำผึ้ง” ถ้าอมราปักใจแล้วว่าใครเป็นครอบครัวเดียวกับเธอ เธอจะปกป้องสุดกำลัง 

“อย่าเลยค่ะพี่อี๊ด น้ำผึ้งไม่อยากให้ลุงน้ำไม่สบายใจ” เหตุผลของเธอดีพอจะหลบเลี่ยงเรื่องนี้ไปได้

ความจริงภุมรินพร้อมจะเล่นงานลดาริน แต่เธอกลัวว่ามหรรณพจะสงสารเห็นใจอดีตภรรยา ถึงความเป็นไปได้ว่าทั้งสองจะกลับมาคืนดีกันต่ำเกินกว่าจะเป็นไปได้ แต่เธอจะไม่ยอมเสี่ยง 

นี่คือความลำบากใจของคนที่เป็นฝ่ายรักข้างเดียว ทั้งกังวล ทั้งไม่มั่นใจ เพราะการสมหวังไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยากลำบากกว่านี้ภุมรินก็พร้อมยอมทนเพื่อให้ได้รักของมหรรณพมา

 

“คุณไม่ได้ตั้งท้องค่ะ” สูตินรีแพทย์เอ่ยประโยคสร้างความตกตะลึงแก่อมราอย่างมาก จนเธอต้องย้อนถาม

“ยังไงคะ ไม่ท้อง” ตอนรู้ว่าตนตั้งท้อง อมราเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ลนลาน ทำตัวไม่ถูก แต่ตอนนี้เมื่อหมอบอกว่าเธอไม่ได้ท้อง ความผิดหวังกลับหนักหนายิ่งกว่า

“แท่งตรวจครรภ์ไม่ได้ให้ผลถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไปหรอกค่ะ” เห็นสีหน้าผิดหวังของคนไข้ หมอก็พยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด 

“มีความเป็นไปได้หลายอย่าง ทั้งการผิดพลาดของเครื่องมือ การแปรปรวนของฮอร์โมน แต่จากการตรวจ สุขภาพของคุณแข็งแรงมาก อีกไม่นานต้องสมหวังแน่ค่ะ” 

ในสายตาของหมอ ไม่เพียงอมราเท่านั้นที่ผิดหวัง มาโนชเองก็ทำหน้าไม่ถูกหลังจากรู้ว่าเขาไม่ได้จะกำลังเป็นคุณพ่อเร็วๆ นี้ออกจากห้องตรวจ อมราก็แบกสีหน้าหม่นหมองเดินคู่ไปกับมาโนชสักพัก รอจนมีความเป็นส่วนตัวบนรถของเขา เธอค่อยเอ่ยปาก

“ในเมื่ออี๊ดไม่ท้อง งานแต่งของเรายกเลิกไปก็ได้นะคะ”

เพื่อเห็นแก่เธอ ตอนนี้ทุกคนพากันวุ่นวายไปหมด มหรรณพวิ่งขึ้นลงระยอง-กรุงเทพฯ มาโนชเองก็คอยรับส่งเธอไปทุกที่ พ่อแม่ก็เตรียมงานแต่งไม่ได้หยุด แต่ที่สำคัญ อมราไม่แน่ใจว่ามาโนชจะยังอยากแต่งงานกับเธอไหมเมื่อไม่มีลูก 

“อี๊ดใจเย็นๆ ก่อน” เพราะเคยตอบผิดมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้มาโนชจึงกุมมือของอมราเอาไว้ แล้วเรียบเรียงคำพูดเพื่อให้เธอไม่เข้าใจผิดอีก แต่ยิ่งตอบช้าก็ยิ่งทำให้เธอคิดมาก

“พี่โน้ตไม่ต้องห่วงเรื่องคนที่บ้านอี๊ดนะคะ อี๊ดไม่ได้ท้อง เราค่อยๆ คบกันไปก็ได้” ยิ่งพูด น้ำเสียงของเธอยิ่งแสดงถึงความเครียดปนน้อยใจ

นาทีนี้อมราเกลียดความน้อยใจของตัวเอง เธอเป็นคนมั่นใจในตัวเองมาตลอด โดยมีครอบครัวคอยเป็นกำลังเสริมอยู่เบื้องหลัง แม้จะตัดสินใจพลาด คบผู้ชายนิสัยไม่ดีแอบมีคนอื่น เธอก็ได้มาโนชมาคอยปลอบใจ เจอปัญหาก็ได้พวกเขาทุกคนคอยแก้ไข แล้วแค่ผิดไปจากแผนการเดิม เธอจะมางอแงอะไร อายุจะสามสิบแล้วนะ ไม่ใช่สามขวบ 

ถึงจะคิดอย่างนั้น น้ำตาก็ไหลออกมาดื้อๆ อมรายิ่งโมโหตนเองยิ่งขึ้น 

มาโนชเลิ่กลั่กตกใจกับการเล่นใหญ่น้ำตาท่วมของเธอ แต่มือข้างหนึ่งยังกุมมือเธอเอาไว้ ส่วนอีกมือคว้าทิชชูมาซับน้ำตาให้

“ไม่เอาๆ ไม่ต้องร้อง ไม่มีอะไรน่าเสียใจเลย”

“ไม่เสียใจได้ยังไง เราเสียลูกไปนะคะ” เถียงจบเธอก็ปล่อยโฮ เพราะทั้งสองยังไม่ได้มีลูกด้วยกันเลย มีแค่แท่งตรวจครรภ์อันหนึ่งซึ่งทำงานผิดพลาด แต่การคาดหวังรอคอยเพื่อพบหน้าลูกเกิดขึ้นแล้ว ความผิดหวังจึงตามมา

“อย่าเสียใจเลย เรามีลูกกันใหม่ก็ได้นี่” ปากก็ปลอบ มือของมาโนชก็เช็ดน้ำตาให้อมราเป็นระวิง

“จะได้ยังไง เรายังไม่แต่งงานกันเลย” เธอสะอึกสะอื้นเถียง ลืมไปว่าตนเองเป็นคนเปิดประเด็นเรื่องยกเลิกงานแต่งงาน

“ก็จะแต่งกันอยู่แล้วไง” มาโนชรู้สึกเหมือนกำลังปลอบเด็ก แต่เขาไม่กล้าหัวเราะความงอแงของอมรา “จะรีบมีก่อนแต่งก็ได้นะ แต่งเสร็จ อีกเก้าเดือนมีลูก อย่างเท่เลย” คำปลอบของเขาไม่ค่อยได้เรื่อง แต่ทำให้เธอหัวเราะได้

“อุตส่าห์ไม่ท้องก่อนแต่ง ยังจะพยายามอีกเนอะ” พูดจบเธอก็กลับไปทำหน้าเบ้ต่อ

“เป็นอะไรไปอีก” มือมาโนชควานไปหยิบทิชชูมาเตรียมพร้อม แต่พบว่ามันหมดไปแล้ว เช่นเดียวกับสติคิดอ่านอย่างมีเหตุผลของอมรา

“ยังจะแต่งอีกเหรอ ไม่มีลูกกันแล้ว พี่โน้ตก็ไม่ได้รักอี๊ดซะหน่อย ที่จะแต่งก็เพราะท้อง อย่านึกว่าอี๊ดไม่รู้นะว่าพี่โน้ตโล่งใจที่ไม่มีลูก”

มาโนชอยากจะถอนใจยาวถึงดาวอังคาร เขาไปทำท่าลัลล้าให้อมราเห็นตอนไหนถึงได้โดนกล่าวหาเช่นนี้ ตอนหมอบอกว่าแท่งตรวจสอบการตั้งครรภ์ทำงานผิดพลาด หัวใจของเขาวูบโหวงด้วยซ้ำเพราะความสูญเสีย แต่ต่อมาเขาก็คิดได้ว่าทั้งคู่ร่างกายแข็งแรง ดีเสียอีกที่เขาไม่มีลูกเพราะผลตรวจจากอุปกรณ์ผิดพลาด ไม่ใช่เพราะการแท้ง พวกเขาสามารถมีลูกได้ทันทีที่ต้องการ อาจจะยกเว้นทันทีในลานจอดรถแห่งนี้

“พี่อยากมีลูก แล้วก็ไม่ได้อยากมีกับใครก็ได้ พี่อยากมีลูกกับอี๊ด” อยู่ๆ เขาก็โพล่งออกมาเช่นนี้ ทำให้เธอตกใจจนหยุดร้องไห้

“ละ...แล้ว...” แล้วเธอจะพูดอะไรต่อ อมราก็นึกไม่ออก

“การที่อี๊ดท้องทำให้เราตกลงแต่งงานกันโดยเร็วที่สุด แต่แค่ทำผู้หญิงท้องไม่ได้ทำให้พี่ตัดสินใจแต่งงานกับอี๊ดหรอกนะ” 

อมราทำหน้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อ มาโนชเองก็ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พูดเหมือนกัน เพราะถ้าเขาโดนพ่อเธอเอาปืนส่อง โดนพี่คนโตเอามีดมาจ่อ โดนพี่คนรองคว้ากรรไกรตัดกิ่งมาขู่ ต่อให้ไม่อยากแต่ง เขาก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อสวัสดิภาพชีวิต

“พี่โน้ตอยากแต่งกับอี๊ดจริงๆ เหรอ”

เขาก็เพิ่งพูดออกไปไม่ใช่เหรอ เห็นแก่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอของอมรา มาโนชเลยไม่ถามออกไป มิหนำซ้ำเขาก็เพิ่งมั่นใจว่าตนเองอยากแต่งงานกับเธอตอนรู้ผลตรวจครรภ์

“อยาก พี่เป็นคนอย่างเนี้ยแหละ ชักช้า ถ้าอี๊ดไม่เริ่มก่อน เราก็คงยังเป็นแค่พี่น้องกันอยู่ แล้วถ้าอี๊ดไม่บอกว่าท้อง พี่ก็ยังมึนๆ งงๆ ว่าเราเป็นแฟนกันหรือยัง แบบนี้ดีเลย เราจะได้รีบแต่งงานกัน รีบมีลูก ไม่งั้นกว่าพี่จะจัดการคงมีลูกตอนสี่สิบ” อยู่ๆ เขาก็ชะงักค้างแล้วหันมาบอกเธอแบบงงๆ สไตล์เขา

“อ้อ...พี่ช้าไปอีกอย่าง พี่รักอี๊ดนะ” 

ฟังไม่ซึ้งสักนิด แต่อมราหัวเราะทั้งน้ำตา หลังจากบอกมาโนชเรื่องลูก ทั้งสองก็วุ่นวายกับการปรับตัวให้เข้ากับการเป็นว่าที่พ่อแม่ วิ่งวุ่นกับการทำความเข้าใจระหว่างสองครอบครัว ตามด้วยจัดการงานแต่งงาน ดังนั้นจึงไม่เหลือเวลาว่างสำหรับการวิเคราะห์ความรู้สึกของกันและกันสักนิด

“อี๊ดก็รักพี่โน้ต”

อมราไม่ใช่คนชักช้าแบบมาโนช เธอรู้ตัวมานานแล้ว แค่ไม่อยากจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน เพราะแค่กระโจนใส่เขา เธอก็กลัวเสมอว่าเขาจะดูแคลน แต่สถานการณ์เช่นนี้จะเก็บอาการต่อก็ไม่ไหว เธอเลยเลิกรักษาหน้าตา โผเข้าไปหาอ้อมกอดของเขาแล้วระดมจูบ ชายหนุ่มเองก็ต้อนรับความกระตือรือร้นของเธอด้วยความยินดี ปัญหาเดียวคือทั้งสองอยู่ในลานจอดรถที่มีความเป็นส่วนตัวแค่เล็กน้อย เขาเลยต้องใช้ความสามารถในการข่มกลั้นขั้นสูง ดันไหล่เธอออกห่างจากตัว ทั้งคู่ต่างหัวเราะด้วยความจนใจปนขัดเขิน มองหน้ากันไปมาก็ยิ่งเขิน 

“แบบนี้ต้องรีบแต่ง โชคดีที่งานเตรียมไว้แล้ว”

“อือ...” อมราแสดงความเห็นด้วย แล้วชะงัก หันมาถามอย่างไม่แน่ใจ “แล้วอย่างนี้ต้องบอกพ่อกับแม่ไหมว่าอี๊ดไม่ได้ท้อง”

“ถ้าบอกเขาจะไม่ยกอี๊ดให้พี่หรือเปล่าล่ะ” อันนี้สำคัญมาก

“อาจจะลดข้าวสารที่จะแถมไปพร้อมอี๊ด จากกระสอบนึงเหลือแค่ครึ่งกระสอบ” 

“แล้วถ้าไม่บอกพี่จะโดนตีหัวไหม” อันนี้สำคัญกว่าเรื่องแรกอีก

“ถ้าพ่อแม่เตรียมทำห้องให้หลาน ซื้อของเด็กมาไว้เต็มบ้าน แล้วดีใจเก้อ อาจจะโดนมากกว่าตีหัว” 

“งั้นบอก” มาโนชตัดสินใจแล้วพูดพร้อมเสียงทอดถอนใจ แต่พออมราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดหาพ่อกับแม่ เขาก็รีบห้าม

“อย่าเพิ่งโทร. พี่ว่าเราไปคุยกันต่อหน้าดีกว่า”

“ได้ค่ะ ไว้เสาร์-อาทิตย์นี้อี๊ดจะลงไประยอง” วันนี้เธอลาหยุดงานเพราะสูตินรีแพทย์ซึ่งได้รับการแนะนำมาจากเพื่อนทำงานเฉพาะวันธรรมดา

“ไปเลยสิ ให้อี๊ดไปคนเดียว วันหน้าพี่ลงไประยองก็โดนตีหัวอีก” ยังไงวันนี้เขาก็ฝากร้านเอาไว้กับลูกจ้างแล้ว ก็ขอดูแลว่าที่ภรรยาอย่างเต็มที่ละกัน

อมราอยากจะโผเข้าไปจูบมาโนชอีกรอบในฐานะว่าที่สามีดีเด่น แต่ทำได้แค่ยิ้มแก้มแทบปริแล้วตีไหล่เขาเบาๆ ด้วยความเขิน

“ขากลับเราก็แวะสักที่เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่แน่นะ เราอาจจะมีหลานให้พ่อกับแม่อี๊ดก่อนงานแต่งก็ได้”

 

+++++ลุงหมีมีรัก+++++

+++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++

ทุกงานหนังสือแว่นจะตั้งใจลดความอ้วน เพิ่มความสวย แต่เมื่อวานนี้แอบแวะไปย่างเนยซะงั้น แต่ไม่เป็นไร ถ้าเรามีความตั้งใจจริง ชาติหน้าค่อยสวยก็ยังไม่สาย

สถาพรเปิดให้จับจอง #ลุงหมีมีรัก พร้อมของพรีเมี่ยมสวยๆ แล้วนะคะ เข้าไปจองลุงเอาไว้ก่อนใครได้ที่นี่ค่ะ

https://www.satapornbooks.co.th/SPBecommerce/product_details/7340/%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-My-Big-Bear?fbclid=IwAR1Q_fe0rSJu9S8lqehTxUsPbvmsBV6oINNWJKPj4Wyxc9Ifj7DDaWkczDM

ระหว่างรอลุงหมีอย่าลืมไปฟินกับ #ปรารถนารักนางร้าย ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyODI2NSI7fQ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

66 ความคิดเห็น